<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ฟ้าเดียวกันออนไลน์</title>
	<link>http://www.sameskybooks.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 May 2008 05:15:46 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ดาวน์โหลดไฟล์เสียงรายการ Metro Life &#8220;วิทยุยานเกราะยุคดิจิตอล&#8221;</title>
		<description>รายการ Metro Life
โดย ต่อพงษ์ เศวตามร์ และ อำนาจ เกิดเทพ

**หมายเหตุ ไฟล์เสียง 2 วันนี้ ไม่สามารถดาวน์โหลดใน managerradio.com ได้ (แต่ไฟล์เสียงวันอื่นๆ ดาวน์โหลดได้)
วันที่ 29/4/51 (11.1 MB)
วันที่ 30/4/51 (16.2 MB)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
	สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล:ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่
	ชัยวัฒน์-อุบลรัตน์ ส่ง จม.เปิดผนึกถึงสื่อ-องค์กรสื่อ หยุดคุกคามความคิดที่แตกต่าง </description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/05/07/metro-life-download/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ชัยวัฒน์-อุบลรัตน์ ส่ง จม.เปิดผนึกถึงสื่อ-องค์กรสื่อ หยุดคุกคามความคิดที่แตกต่าง</title>
		<description>ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. และอุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อและองค์กรสื่อ เรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมยั่วยุ ปลุกปั่น โฆษณาชวนเชื่อ เรียกร้องรักษามาตรฐานจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ที่ต้องเคร่งครัดต่อหลักการ ความเที่ยงธรรม และความรับผิดชอบที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป ที่ไม่มีอำนาจสื่ออยู่ในมือ และสูงกว่ากระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายต่างๆ
 
----------------------------------
4 พฤษภาคม 2551

เรียน สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เคารพ

วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (3 พฤษภาคม) เป็นวันที่ทุกฝ่ายควรทบทวนถึงสิทธิเสรีภาพพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น ตลอดจนฐานะการเป็นเวทีสาธารณะที่เอื้อต่อการสื่อสารระหว่างฝ่ายต่างๆเพื่อช่วยให้สังคมไทยเผชิญกับปัญหาด้วยสันติวิธี  แต่ขณะนี้มีร่องรอยว่า ระบอบประชาธิปไตยของไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่อันตรายจากความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจทรุดลงเป็นความรุนแรง ปัจจัยหนึ่งที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้คือ สื่อมวลชน

ความแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย แม้ต่างกันคนละขั้วก็ยังเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้  แต่ตัวความแตกต่างนั้นเองมิได้เป็นเหตุให้เกิดความรุนแรง ตราบเท่าที่ความแตกต่างสามารถปะทะขัดแย้งกันได้อย่างสันติตามกระบวนการทางการเมือง กระบวนการทางศาล และกระบวนการทางปัญญาผ่านสื่อและเวทีวิชาการ

หากเมื่อใดที่กระบวนการเหล่านั้นไม่ทำงาน หรือกลายเป็นปัจจัยยุยงส่งเสริมความเกลียดชังเสียเอง ความแตกต่างก็จะกลายเป็นความรุนแรง

คนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบสื่อและสื่อที่ไม่รับผิดชอบกำลังส่งผลกร่อนทำลายประชาธิปไตยสังคมไทยใน 3 ทางดังนี้

	1. สร้างความโกรธแค้นเกลียดชัง ปลุกปั่นสถานการณ์เสียเอง
	2. โฆษณาชวนเชื่อ เป็นกระบอกเสียงของฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างสุดหัวใจ ให้ร้ายใส่ความคู่ต่อสู้ด้วยเล่ห์เพทุบายสารพัด
	3. ทั้งหมดนี้ดำเนินไปขณะที่ ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรของสื่อมวลชนเฉยเมยต่อการละเมิดจรรยาบรรณสองประการข้างต้น ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/05/07/chaiwat-ubonrat/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล:ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่</title>
		<description>เช้าวันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2519 กลุ่มขวาจัดที่เรียกตัวเองว่า ชมรมแม่บ้านได้จัดชุมนุมที่ลานพระรูปทรงม้า เพื่อประท้วงรัฐบาลในขณะนั้น อันเกี่ยวเนื่องมาจากวิกฤติการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม การชุมนุมดำเนินไปจนเกือบบ่าย ก็มีบางคนในกลุ่มหยิบยกเอาภาพถ่ายการแสดงละคอนของนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ลานโพธิในเที่ยงวันก่อนหน้านั้น (4 ตุลาคม) เพื่อสะท้อนเหตุการณ์แขวนคอช่างไฟฟ้าผู้ประท้วงถนอมที่นครปฐม 2 คน ซึ่งตีพิมพ์ในหน้า 1 ของบางกอกโพสต์ ฉบับวันนั้น (บางกอกโพสต์ออกวันละ 1 กรอบตอนเช้า) มาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใบหน้าผู้แสดงเป็นช่างไฟฟ้าที่กำลังถูกแขวนคอในภาพนั้นเหมือนพระบรมโอรสาธิราช แสดงว่า นักศึกษาจงใจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มจัดตั้งขวาจัดต่างๆในขณะนั้น ได้แพร่กระจายข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาศัยองค์กรสื่อมวลชนขวาจัด 2 องค์กร คือ นสพ.ดาวสยาม รายวัน และ สถานีวิทยุยานเกราะ เป็นเครื่องมือ โดยสถานีวิทยุยานเกราะออกอากาศปลุกเร้าอารมณ์ผู้ฟังอย่างหนักไม่หยุดตลอดบ่ายวันที่ 5 ข้ามคืนถึงเช้าวันที่ 6 มีการเรียกร้องให้จัดการกับนักศึกษาขั้นเด็ดขาด กระตุ้นความโกรธแค้นผู้ฟังถึงระดับทีหวังผลให้เกิดการใช้กฎหมู่ทำร้ายนักศึกษา ขณะที่ ดาวสยาม ได้ตีพิมพ์กรอบบ่ายเพิ่มจำนวนเป็นพิเศษ เผยแพร่ทั่วกรุงเทพ ในหน้า 1 เกือบเต็มหน้า ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/05/07/manager-dawsiam/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความรักสองแบบที่แตกต่าง: The Road Home  Vs  A Mongolian Tale</title>
		<description>คราวก่อนเปิดตัวบล็อกด้วยเรื่องกามารมณ์ คราวนี้เลยตามมาด้วยเรื่องความรัก  วิจารณ์หนังชิ้นนี้เขียนไว้หลายปีแล้ว ลงในนิตยสาร Hi-Fi Today ที่ปิดตัวไปแล้ว  ถ้าใครสงสัยว่า ผู้เขียนไปเขียนที่นิตยสารเล่มนี้ได้ยังไง บอกได้เลยว่า เจ้าของนิตยสารคือพี่ชายข้าพเจ้าเอง 5555 เจ๊งหมดตัวไปเรียบร้อยแล้วค่ะ  คิดว่าเป็นงานที่หลายๆ คนคงไม่เคยอ่าน ก็เลยเอามา "ขาย" ใหม่ คงไม่ว่ากันนะคะ (บล็อกนี้ทำไปทำมา ลงท้ายอาจมีแต่เรื่องหนังกับฟุตบอล แหะ แหะ)










The Road Home
A Mongolian Tale


 




ความรักสองแบบที่แตกต่าง
 




The Road Home (1999)
ภาพยนตร์สี/ขาว-ดำ  ภาษาจีน


A Mongolian Tale (1995)
ภาพยนตร์สี  ภาษามองโกเลียน




กำกับการแสดง: Zhang Yimou


กำกับการแสดง: Xie Fei




บทภาพยนตร์: Bao Shi
(ดัดแปลงจากนวนิยายของตัวเองเรื่อง Remembrance)


บทภาพยนตร์: Zhang ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/05/07/the-road-home-and-a-mongolian-tale/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปรากฏการณ์ปั่นพอง และปฏิกิริยาโต้กลับ: กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการเซ็นเซอร์ตัวเองของหนังสือพิมพ์กระแสหลัก</title>
		<description>ปรากฏการณ์ปั่นพอง และปฏิกิริยาโต้กลับ:
กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
และการเซ็นเซอร์ตัวเองของหนังสือพิมพ์กระแสหลัก [1]
 

ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารฟ้าเดียวกัน
ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ม.ค.-มี.ค. 2551
 
 

นักโทษชาย รูดอล์ฟ ยูเฟอร์ (Rudolf Jufer) ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพคนล่าสุด
 

เช้าตรู่ของวันที่ 5 มกราคม 2551 ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากนายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการวารสาร ฟ้าเดียวกัน และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน (http://www.sameskybooks.org) แจ้งให้ทราบว่าเว็บไซต์ถูกปิด โดยธนาพลเชื่อว่าทางการอยู่เบื้องหลัง [2] ผู้เขียนถามว่า รู้ไหมว่าทำไมเขาถึงปิดเว็บ ก็ได้คำตอบว่าน่าจะมาจากการแสดงความเห็นที่มีลักษณะวิพากษ์เกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ณ วันที่ 2 มกราคม 2551 ในกระดานสนทนา

เว็บไซต์ฟ้าเดียวกันเป็นหนึ่งในไม่กี่เว็บไซต์ที่มีพื้นที่ให้กับการวิพากษ์สถาบันฯ ในขณะที่อีกเว็บไซต์หนึ่งซึ่งได้แก่ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประชาไท (http://www.prachatai.com) ก็ยังเลือกที่จะปิดมิให้ผู้อ่านแสดความเห็นเกี่ยวกับการจากไปของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ หลังจากที่มีการแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์จำนวนหนึ่ง และถูกมองว่าสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายขัดต่อกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เสียงนายธนาพลออกจะค่อนข้างแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขาคงเชื่อว่าเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันเปรียบเสมือนเพียงปลาเล็กๆ ตัวหนึ่งในมหาสมุทร และการแสดงความเห็นในเว็บไซต์ก็กระทำอย่างเปิดเผย (ผู้เขียนจะกล่าวถึงประเด็นนี้ในตอนท้ายของบทความ)

 

1. คำถามที่ควรถาม

บทความนี้เสนอว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีบทบาทสำคัญยิ่งในการคงไว้ซึ่งสภาพการเซ็นเซอร์ตัวเองหรือวัฒนธรรมความกลัวในกลุ่มและองค์กรที่มองสถาบันกษัตริย์อย่างเท่าทัน และช่วยดำรงไว้ซึ่งเปลือกขอมุมมองที่ว่า ไม่มีผู้ใดปรารถนาหรือต้องการแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ต่อสถาบันฯ และความปรารถนาเช่นนี้ของประชาชนขัดกับภาพที่สื่อกระแสหลักพยายามเสนอ ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/04/26/lese-majeste-law-and-mainstream-newspapers-self-censorship/</link>
			</item>
	<item>
		<title>คุยกับธงชัย วินิจจะกูล : “การคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้”</title>
		<description>

โดย กองบรรณาธิการฟ้าเดียวกัน
ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารฟ้าเดียวกัน
ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ม.ค.-มี.ค. 2551

แม้จะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าสถาบันกษัตริย์มีความสำคัญต่อสังคมการเมืองไทยมหาศาล กล่าวเฉพาะในแวดวงการศึกษาก็จะพบว่ามีการผลิตงานเขียนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทยออกมามากมายมหาศาลเช่นกัน ทว่างานเขียนเหล่านั้นกลับเป็นไปในทิศทางเดียว ขณะที่การศึกษาประเด็นดังกล่าวอย่างหลากหลายและรอบด้านแทบไม่เคยปรากฏ ยังไม่รวมถึงการเสนอข่าวสารหรือการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ในการประชุมไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 10 ซึ่งปีนี้จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2551 มีการบรรจุหัวข้อสัมมนาเรื่อง "พระมหากษัตริย์: องค์ประกอบข้างเคียง, กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และหนังสือหนึ่งเล่ม" (The Monarchy : Accessories, Lèse Majesté, and One Book) เป็นส่วนหนึ่งของงานดังกล่าว  ในวงสัมมนานั้นมีการพูดถึงตั้งแต่เรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ภาพลักษณ์ของกษัตริย์, องคมนตรี และหนังสือเล่มร้อนแรงที่สุดแห่งปี The King Never Smiles
งานดังกล่าวได้รับความสนใจตั้งแต่ก่อนเริ่มเมื่อผู้จัดการออนไลน์ได้กล่าวหาว่างานนี้เป็นการจัดขึ้นเพื่อ "บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์" (ดูใน "ผนึกกำลังต่อต้านการทำลายชาติ", 5 ธันวาคม 2550) ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/04/25/thongchai-monarchy/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตามข่าว &#8220;โชติศักดิ์&#8221; ในหน้าสื่อ</title>
		<description>หลังจากที่โชติศักดิ์ได้รับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน และได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้สังคมได้รับรู้และเข้าใจประเด็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่นำมาใช้เพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้าม/ คู่แข่งทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีสื่อมวลชนมาทำข่าวกรณีโชติศักดิ์ แต่ก็ใช่ว่าข่าวนี้จะได้ลงหนังสือพิมพ์หรือปรากฏในหน้าสื่อ เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้กันทั่วไป  ทางฟ้าเดียวกันจึงติดตามข่าวที่เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ ทีวี และสื่ออินเตอร์เน็ต  เพราะกลัวว่า คนต่างประเทศที่อยู่ห่างไกลเหตุการณ์กลับได้รับรู้เหตุการณ์เหล่านี้ แต่คนในประเทศไทยอาจจะตกข่าว เพราะสื่อไทยนั้นเลือกที่จะ "เงียบ" ท่ามกลางวัฒนธรรมแบบ "ไทยๆ" ในการเซนเซอร์ตัวเอง 

ข่าวกรณี "โชติศักดิ์" ที่ปรากฏในสื่อ (วันที่ 23 เมษายน 2551)

ประชาไท
 
bangkokpost (หน้า 1)
 
ประชาทรรศน์ (หน้า 1)
 
reuters

ผู้จัดการออนไลน์ (ไม่ปรากฏข่าวนี้ในผู้จัดการรายวัน)

the Nation &#60;แปลไทย&#62; (ข่าวโดยประวิตร โรจนพฤกษ์ แต่ไม่ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์) --โดยเวบประชาไท </description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/04/23/chotisak-in-news/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ร่วมให้กำลังใจ “นายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน” กรณีถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี”</title>
		<description>-----------------------------

ลงชื่อให้กำลังใจได้ที่นี่
-----------------------------
ร่วมให้กำลังใจ “นายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน”
กรณีถูกตั้งข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี”

สืบเนื่องจากกรณีนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อน ได้ถูกนายนวมินทร์ วิทยากุล ทำร้ายร่างกายและแจ้งความว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”) เนื่องจากทั้งคู่ไม่ยืนแสดงความเคารพ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2550

จนเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2551 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่าทั้งสองมีความผิดฐาน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยนัดหมายให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาวันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 เวลา 13.30 ณ สน.ปทุมวัน

พวกเราที่มีรายนามข้างล่างมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้

1. เราขอให้กำลังใจนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและเพื่อนในการต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด
2. เราไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาปิดกั้นการแสดงออกของปัจเจกบุคคล ประหนึ่งว่าคนเหล่านั้นเป็น อาชญากร ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
3. เราไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่มีความคิดเห็น/อุดมการณ์ทางการเมือง ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าความคิด/อุดมการณ์ทางการเมืองดังกล่าวจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะเราเชื่อว่า ความคิดเห็น/อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันไม่ใช่อาชญากรรม แต่เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องรักษาไว้

ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม
..................................
 

Support Petition to ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/04/21/not-standing-is-nocrime/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เรื่องการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ในโรงมหรสพ</title>
		<description> โดย เจ้าน้อย
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสชวาเป็นครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2439 ได้ทรงเห็นการผลิตภาพยนตร์ที่ตำหนักเฮอริเคนเฮาส์ ณ เมืองสิงคโปร์ ซึ่งทรงบรรยายไว้ในจดหมายรายวันว่า

"เป็นรูปถ่ายติดๆ กันเป็นม้วนยาวๆ เอาเข้าไปในเครื่องไฟฟ้าหมุนไป แลเห็นเหมือนรูปนั้นกระดิกได้ ม้วนหนึ่งใช้รูปถึง 1,400 ท่า"
 
และในขณะที่ประทับอยู่ ณ เมืองสิงคโปร์ ทหารอังกฤษได้ใช้เพลง "God Save the Queen" เป็นเพลงบรรเลงในการรับเสด็จ จึงมีพระราชดำริแก่ครูดนตรีให้แต่งเพลงแตรวงรับเสด็จบ้าง และทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีสุนทรโวหารแต่งคำร้องเพื่อประกอบทำนองเพลงเป็นโคลง และให้นายปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurorsky) แต่งทำนองเพลงตามอย่างเพลง "God Save the Queen" ซึ่งภายหลังก็คือเพลงสรรเสริญพระบารมีนั่นเอง (เรื่อง นายชูรอฟสกี้ เป็นผู้แต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีหรือไม่นั้น ยังแบ่งความเห็นออกเป็นสองฝ่ายโดยดูได้จากความเห็นของ ดร.สุพจน์ที่โต้แย้งว่า ชูรอฟสกี้ ไม่ใช่ผู้แต่ง จากบทความเรื่อง "เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติไทย" และ ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้เสนอว่า ชูรอฟสกี้ ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/04/21/the-royal-anthem/</link>
			</item>
	<item>
		<title>องค์กรตุลาการกับประชาธิปไตย</title>
		<description>
รัฐใดที่ประกาศตนเป็นนิติรัฐ ย่อมหลีกหนีไม่พ้นที่จะยอมรับบทบาทขององค์กรตุลาการ ในฐานะเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่ให้เป็นไปตามอำเภอใจ การควบคุมฝ่ายบริหาร ก็ได้แก่ การควบคุมการความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของฝ่ายปกครอง ในขณะที่การควบคุมฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ได้แก่ การควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐสภา

องค์กรตุลาการในนิติรัฐสมัยใหม่จึงมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่บทบาทในการพิทักษ์ความชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพันธกิจในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐ และการปกปักรักษาประชาธิปไตยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ด้วยบทบาทอันกว้างขวางขององค์กรตุลาการเช่นนี้ นำมาซึ่งความขัดแย้งกันเองกับคำว่าประชาธิปไตย กล่าวคือ ด้านหนึ่ง นิติรัฐ-ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ก็เรียกร้องให้องค์กรตุลาการเข้ามามีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และควบคุมไม่ให้เกิดการปกครองที่เสียงข้างมากใช้อำนาจไปตามอำเภอใจ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้น เมื่อองค์กรตุลาการเข้าไปควบคุมการใช้อำนาจรัฐเข้า ก็เกิดการเผชิญหน้ากันกับองค์กรที่มีฐานความชอบธรรมทางการเมืองอย่างรัฐสภาและรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในขณะที่องค์กรตุลาการปราศจากความชอบธรรมทางการเมืองเช่นว่า

ความขัดแย้งดังกล่าว จะมีวิธีการประสานกันอย่างไร?

แน่นอนที่สุด หากเราตัดอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตุลาการออกไป นิติรัฐนั้นก็กลายเป็นนิติรัฐที่ไม่สมประกอบ เพราะปราศจากซึ่งองค์กรที่เป็นกลางและอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เช่นกัน หากแก้ไขให้องค์กรตุลาการมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ก็คงไม่เหมาะสมเป็นแน่ เพราะ จะทำให้องค์กรตุลาการสูญสิ้นความอิสระไปเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรตุลาการต้องคำนึงถึงคะแนนนิยมตลอดเวลา วิธีเหล่านี้จึงเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง

วิธีที่จะพอแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ได้ คือ การจัดวางตำแหน่งแห่งที่ขององค์กรตุลาการและการดำรงตนขององค์กรตุลาการให้สอดคล้องกับนิติรัฐ-ประชาธิปไตย

ในรายละเอียด ผู้เขียนขอแบ่งเป็น ๖ ประการ ดังนี้
ประการแรก ความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการ
โดยทั่วไป รัฐธรรมนูญในรัฐเสรีประชาธิปไตยต่างรับรองความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการเอาไว้ เช่น การจัดตั้งศาลต้องทำโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐสภา การจัดตั้งศาลเฉพาะเพื่อคดีใดคดีหนึ่งไม่อาจกระทำได้ การโยกย้ายผู้พิพาษาต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิพากษานั้นด้วย การแต่งตั้งและโยกย้ายตลอดจนการดำเนินการทางวินัยเป็นอำนาจของคณะกรรมการตุลาการ การบริหารงบประมาณของศาลเป็นไปอย่างอิสระ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของผู้พิพากษาสูงกว่าอาชีพอื่นๆ เป็นต้น

อาจสงสัยกันว่าความเป็นอิสระของผู้พิพากษานี้ปราศจากความรับผิดชอบใดๆเลยหรือ? แน่นอน ...</description>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/04/17/judge-and-democracy/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
