<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฟ้าเดียวกัน</title>
	<atom:link href="http://www.sameskybooks.org/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.sameskybooks.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 May 2009 13:34:35 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=abc</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>คอนเสิร์ต : ซิมโฟนี 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ “คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย”</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/05/28/concert-jit/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/05/28/concert-jit/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 08:25:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1180</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/ple.jpg" alt="" title="ฟ้าเดียวกัน" width="100" height="130" class="excerpt" />ผลงานเพลงครั้งสมบูรณ์ที่สุด ของ จิตร ภูมิศักดิ์ <br />เรียบเรียงเสียงประสาน บรรเลง และขับร้องประสานเสียง <br />โดย วงซิมโฟนีออเคสตราแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล<br />
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2552 เวลา 18.00 น. <br />ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์ ร่วมกับ มูลนิธิสายธารประชาธิปไตย<br />
ขอเชิญชมคอนเสิร์ต<br />
<span style="color: #ff0000;">ซิมโฟนี 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์<br />
&#8220;คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย&#8221;<br />
</span>รายได้สมทบทุนก่อตั้งมูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์  </p>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="0" width="84%" align="center">
<tbody>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">ด้านหน้า<br />
<span style="color: #ff0000;">ราคา 500 บาท</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/02.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1187" title="JIT-1" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/02.jpg" alt="JIT-1" width="185" height="355" /></a></p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">ด้านหน้า<br />
<span style="color: #ff0000;">ราคา 700 บาท<br />
</span><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/aan-1.jpg"><br />
</a><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1188" title="JIT-2" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/1.jpg" alt="JIT-2" width="190" height="355" /></a></span></td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">ด้านหน้า<br />
<span style="color: #ff0000;">ราคา 1,000 บาท<br />
</span><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky1.jpg"><br />
</a><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1189" title="JIT-3" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/2.jpg" alt="JIT-3" width="195" height="370" /></a></span></td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">ด้านหลัง<br />
<span style="color: #ff0000;"><br />
<span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/aan-1.jpg"><br />
</a><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1191" title="JIT-4" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/05/3.jpg" alt="JIT-4" width="185" height="365" /></a></span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ผลงานเพลงครั้งสมบูรณ์ที่สุด ของ จิตร ภูมิศักดิ์<br />
เรียบเรียงเสียงประสาน บรรเลง และขับร้องประสานเสียง<br />
โดย วงซิมโฟนีออเคสตราแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล<br />
พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญ<br />
สุรชัย จันทิมาธร<br />
มงคล อุทก<br />
โฮป แฟมมิลี่</p>
<p>วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2552<br />
เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์</p>
<p>บัตรราคา 500,700 และ 1,000 บาท<br />
ซื้อได้ที่ ร้านน้อง ท่าพระจันทร์, โรบินสัน สาขา รัชดาภิเษก,<br />
มูลนิธิสายธารประชาธิปไตย โทร. 0-2621-8299<br />
และ กลุ่มดินสอสี โทร. 0-2623-2838-9</p>
<p>ขั้นตอนการจองบัตรคอนเสิร์ตกับทางกลุ่มดินสอสี<br />
1. ล็อคเลขที่นั่ง<br />
2. โอนเงินเข้าบัญชี <span style="color: #ff0000;">ภายในวันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2552</span><br />
• โอนเงินเข้าธนาคารไทยพาณิชย์/ ชื่อบัญชี โครงการกลุ่มดินสอสี / สาขาย่อย วงเวียนโอเดียน/<br />
บัญชีออมทรัพย์ /เลขที่ 179-201-8161<br />
• โอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทย / ชื่อบัญชี โครงการกลุ่มดินสอสี / สาขา ตลาดน้อย /<br />
บัญชีออมทรัพย์ /เลขที่ 154-003-5123<br />
3. Fax ใบโอนเงิน มาที่ 02-623-0990 พร้อมเขียน เลขที่นั่ง/ชื่อและเบอร์โทร/ที่อยู่ สำหรับจัดส่งบัตรทางไปรษณีย์<br />
4. สำหรับผู้ประสงค์จะชำระเงินหน้างาน รับบัตรก่อนเวลา 16.30 น.</p>
<p>พิเศษ บัตรราคา 1,000 บาท รับ VCD บันทึกการแสดงสด คอนเสิร์ตเพลงจิตร ภูมิศักดิ์<br />
ณ หอประชุม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล<br />
โดย รายการดนตรี กวี ศิลป์ สถานีโทรทัศน์ TPBS ฟรี</p>
<p>รายได้เพื่อก่อตั้งมูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์ และ กิจกรรมต่อเนื่องในโครงการ<br />
80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ (พ.ศ. 2553) และ 45 ปี วันเสียชีวิต ( พ.ศ. 2554 )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/05/28/concert-jit/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปาฐกถา &#8220;ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่&#8221; ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/05/19/%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/05/19/%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 May 2009 08:37:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[mediadata]]></category>
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐศาสตร์ ปาฐกถา ไฟล์เสียง ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่ นิธิ เอียวศรีวงศ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1177</guid>
		<description><![CDATA[ปาฐกถา &#8220;ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่&#8221; ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์
ในงานปาฐกถา 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์
สามารถรับฟังได้ที่
http://www.fringer.org/wp-content/uploads/audio/Nithi-Buddhism.WMA
ส่วนครั้งต่อของรังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ หัวข้อน่าสนใจ &#8220;จาก 2492-2552&#8243;
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2552 เวลา 9.30 – 11.00 น. 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปาฐกถา &#8220;ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่&#8221; ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์<br />
ในงานปาฐกถา 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์</p>
<p>สามารถรับฟังได้ที่</p>
<p>http://www.fringer.org/wp-content/uploads/audio/Nithi-Buddhism.WMA</p>
<p>ส่วนครั้งต่อของรังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ หัวข้อน่าสนใจ &#8220;จาก 2492-2552&#8243;<br />
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2552 เวลา 9.30 – 11.00 น. </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/05/19/%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.fringer.org/wp-content/uploads/audio/Nithi-Buddhism.WMA" length="54827062" type="audio/x-ms-wma" />
		</item>
		<item>
		<title>วารสารฟ้าเดียวกัน ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 : 5 ปี ไฟใต้</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/04/29/fah2/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/04/29/fah2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2009 06:53:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟ้าเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วารสาร/หนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1170</guid>
		<description><![CDATA[ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/04/e0b89be0b881400.jpg"><img class="size-full wp-image-1171 aligncenter" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/04/e0b89be0b881400.jpg" alt="" width="400" height="546" /></a><span style="text-decoration: underline;"><strong></strong></span></p>
<p style="text-align: right;">
<p style="text-align: right;">
<p style="text-align: right;">
<p style="text-align: right;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>บทบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 </strong></span></p>
<blockquote>
<p style="padding-left: 30px;">ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณยังเป็นนายกฯ อยู่ต่อไป ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ไม่มีทางยุติแน่ แต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะความโง่ของ พ.ต.ท. ทักษิณเอง แต่ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณออกไป ปัญหาจะลดลงทันทีอย่างน้อย 50% ส่วนที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่หาทางแก้ไขต่อไป ปัญหาที่กรือเซะ ตากใบ คนภาคใต้ทุกคนรู้ดีว่าเกิดจากอะไรและจะแก้ไขอย่างไร แต่ที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะ พ.ต.ท. ทักษิณที่นั่งแต่อยู่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือที่ตึกชินวัตรที่เป็นตัวปัญหา</p>
</blockquote>
<p style="text-align: right;">บรรจง นะแส,<br />
“แกนนำท่อก๊าซ ‘ยิกทักษิณ’ พิสูจน์ไฟใต้ลดทันตาเห็น,”<br />
<em>ประชาไท</em> (20 กุมภาพันธ์ 2549)</p>
<p>จนถึงปัจจุบันนี้ เราไม่มี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นั่งบริหารประเทศมากว่า 3 ปีแล้ว แต่ทว่าปัญหาไฟใต้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะ “ลดลงทันทีอย่างน้อย 50%” อย่างที่นายบรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้ ได้กล่าวอ้างแต่อย่างใดไม่ มิหนำซ้ำปัญหายังดูจะฝังรากลึกและซับซ้อนขึ้นด้วย</p>
<p>แน่นอนว่า สำหรับปัญหาไฟใต้ เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงนโยบายและการบริหารจัดการของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม คำกล่าวข้างต้นของบรรจง นะแส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแกนนำ “ภาคประชาชน” ที่เข้าร่วมเคลื่อนไหวทำลายล้าง “ระบอบทักษิณ” อย่างคึกคักยิ่งในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เพียงแต่สะท้อนมายาคติและ/หรือความมักง่ายทางการเมืองเรื่องปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น หากยังสะท้อนถึงมายาคติและ/หรือความมักง่ายทางการเมืองเกี่ยวกับปัญหาการเมืองไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาด้วย</p>
<p>กล่าวคือสมมติฐานหรือคำโฆษณาในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ว่า ทักษิณ ชินวัตร คือต้นเหตุ/ศูนย์รวม/ปมขัดแย้งหลักของแทบทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมการเมืองไทย และฉะนั้น การแก้ปัญหาในขั้นตอนปัจจุบันทันด่วนจึงกระทำได้ง่ายมากด้วยการกำจัดทักษิณออกไป ไม่ว่าจะอาศัยวิธีการใดก็ตาม กระทั่งเมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นักเคลื่อนไหว นักวิชาการ และปัญญาชนสาธารณะจำนวนไม่น้อยจึงแสดงอาการ “โล่งใจ” ทันทีที่ทักษิณถูกรถถังผลักดันพ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาลไปอย่าง “สันติ” แม้ปากจะออกตัวว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารก็ตาม</p>
<p>ต่อมาภายหลังการรัฐประหาร เมื่อปัญหาใดยังแก้ไม่ตกก็ตะแบงวิเคราะห์กันต่อได้ว่า เพราะทักษิณยังอยู่เบื้องหลังคอยสร้างปัญหาไม่รู้จบหรือซากเดนของกลุ่มอำนาจเก่ายังไม่ถูกกำจัดออกไปให้สิ้นซาก ซ้ำร้ายยังเสริมอีกว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับบทวิเคราะห์หรือการเคลื่อนไหวของฝ่ายเขานั้น ก็มิใช่ด้วยเหตุผลอันซับซ้อนใดใด แต่คือพวกที่ถูกทักษิณซื้อไว้หรือถูกระบอบทักษิณครอบงำเป็นทาสหมดแล้วนั่นแล</p>
<p>ประโยชน์อย่างเดียวของการทำให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นปีศาจ เป็นทุกอย่างของปัญหา คือเอื้อต่อการปลุกระดมทางการเมืองเท่านั้นเอง</p>
<p>ในภาวการณ์เช่นนี้ สำหรับเรา—<em>ฟ้าเดียวกัน</em>—ก็ไม่ต่างอะไรนักจากคนทั่วไปในสังคมไทยที่ไม่ได้รู้ปัญหา “ไฟใต้” อย่างถูกต้องแม่นยำ</p>
<p>ในภาวการณ์เช่นนี้ สำหรับเรา—<em>ฟ้าเดียวกัน</em>—ก็ไม่ต่างอะไรนักจากผู้ที่มิอาจน้อมรับมายาคติและ/หรือความมักง่ายทางการเมืองใดใดที่เป็นเสมือนหญ้าพิษนำพาให้ผู้คนบอดใบ้ต่อสัจจะและความถูกต้องเป็นธรรม</p>
<p>ภารกิจเบื้องหน้าจึงได้แก่ การพยายามตั้งคำถาม ค้นหาเหตุปัจจัย เสาะแสวงความรู้ความเข้าใจต่อปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และต่อปัญหาความขัดแย้งที่ทั้งร้าวลึกทั้งแผ่กว้างของสังคมการเมือง ณ ปัจจุบัน อย่างรอบด้านที่สุดเท่าที่เงื่อนไขจะเอื้ออำนวย เพื่อร่วมแสวงหาหนทางสู่สันติภาพและความเป็นธรรมในบั้นปลาย</p>
<h2 style="text-align: center;">สารบัญ</h2>
<p style="text-align: center;"><strong>ปฏิกิริยา </strong><br />
ชนชั้นนำทางการเมือง พลังต้านประชาธิปไตย และปัญหาประชาธิปไตยไทยร่วมสมัย<br />
บทสนทนากับโยชิฟูมิ ทามาดะ และชุมชนรัฐศาสตร์ไทย<br />
<em>ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์</em></p>
<p style="text-align: center;"><strong>คำขบวน</strong><br />
Prefigurative Politics การเมืองฉายภาพอนาคต<br />
<em>ภัควดี วีระภาสพงษ์</em></p>
<p style="text-align: center;">เงินเดินดิน<br />
ปัญหาผู้บริหาร กระบวนการปั่นหุ้น และนักลงทุนนักเคลื่อนไหว<br />
<em>สฤณี อาชวานันทกุล</em></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ในกระแส</strong><br />
คิดถึงมาร์กซ์ยามวิกฤต<br />
<em>ปิยะมิตร ลีลาธรรม</em></p>
<p style="text-align: center;"><strong>วิเทศ-วิภาษ</strong><br />
สงครามความทรงจำ กับพรรคคอมมิวนิสต์อินโดนีเซีย (1):<br />
กรณีคำสั่งเพิกถอนแบบเรียนประวัติศาสตร์<br />
<em>อรอนงค์ ทิพย์พิมล</em></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><strong>รายงานพิเศษ</strong><br />
สุพจน์ ด่านตระกูล<br />
<em>ธนาพล อิ๋วสกุล</em></p>
<p style="text-align: center;">สุพจน์ ด่านตระกูล เป็นเสมือนสายฝนชโลมใจคนที่รักสัจจะ<br />
<em>วรเจตน์ ภาคีรัตน์</em></p>
<p style="text-align: center;">โต้วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย<br />
จดหมายจากสุพจน์ ด่านตระกูล<br />
ว่าด้วยปมเงื่อนกรณีสวรรคต 9 มิถุนายน 2489 กับปรีดี พนมยงค์<br />
<em>สุพจน์ ด่านตระกูล</em></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
<p>ในการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ เช่น เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ขบวนการเสรีไทย กรณีสวรรคต 2489 ชีวิตและงานของปรีดี พนมยงค์ ฯลฯ ชื่อของสุพจน์ ด่านตระกูล เป็นหนึ่งในรายชื่อของนักเขียนที่มิอาจผ่านเลยไปได้ ที่สำคัญ สุพจน์เป็นมากกว่านักเขียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นผู้ที่ยึดมั่นในสัจจะและพร้อมที่จะต่อสู้กับความเท็จอย่างไม่ย่อท้อ</p>
<p>เพื่อเป็นการคารวะสุพจน์ ด่านตระกูล ฟ้าเดียวกัน ขอนำเสนอรายงานพิเศษชิ้นนี้ประกอบด้วยชีวประวัติของสุพจน์ ด่านตระกูล โดยธนาพล อิ๋วสกุล บันทึกคำภิปราย &#8220;สุพจน์ ด่านตระกูล เป็นเสมือนสายฝนชโลมใจคนที่รักสัจจะ&#8221; ของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ และ &#8220;โต้วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย&#8221; จดหมายจากสุพจน์ว่าด้วยปมเงื่อนกรณีสวรรคต 9 มิถุนายน 2489 กับปรีดี พนมยงค์ ที่ยังไม่เคยเผยแพร่มาก่อน</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>5 ปีไฟใต้</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ปีกซ้ายไร้ปีก</strong><br />
ชุมโจรในจินตนาการ: ว่าด้วยภูมิรู้ของทหารไทย เกี่ยวกับผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้<br />
<em>สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี</em></p>
<p style="text-align: center;">เพราะปืนคือความมั่นคง หรือเพราะไม่มั่นคงจึงต้องติดอาวุธ?<br />
<em>จันจิรา สมบัติพูนศิริ</em></p>
<p style="text-align: center;">บทรำพึงถึงชายแดนใต้: บันทึกใต้พรม 5 ปีไฟใต้<br />
<em>ศุภรา จันทร์ชิดฟ้า</em></p>
<p style="text-align: center;">สรุปความคืบหน้าคดีจังหวัดชายแดนใต้<br />
กรณีตากใบ กรือเซะ ทนายสมชาย และยะผา กาเซ็ง<br />
<em>อังคณา นีละไพจิตร และคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ</em></p>
<p style="text-align: center;">สัญลักษณ์ ร่างกาย และพิธีกรรม: รัฐไทยในความเป็นมลายู<br />
<em>ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ </em></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">ขณะที่ปัจจุบัน ประชาคมความมั่นคงของไทยดูจะปักใจเชื่อเสียแล้วว่า บีอาร์เอ็น-โคออร์ดิเนต (BRN-Coordinate) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความรุนแรงในภาคใต้ สุภลักษณ์ กาญจนขุนดีได้เปิดจุดอ่อนของแนวคิดดังกล่าว ผ่านการวิพากษ์งานศึกษาของรองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ชื่อ พล.ต. สำเร็จ ศรีหร่าย ขณะที่จันจิรา สมบัติพูนศิริ ได้สำรวจการแพร่กระจายของอาวุธปืนและนโยบายติดอาวุธให้ &#8220;กองกำลังประชาชน&#8221; ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทำความเข้าใจสาเหตุการแพร่กระจายดังกล่าว ซึ่งสุดท้ายนำไปสู่คำถามที่ว่าความมั่นคงนั้นเสริมสร้างได้ด้วยปืนจริงหรือ</p>
<p>ทว่าหากต้องการมุมมองที่กว้างไปกว่าการวิพากษ์ฝ่ายรัฐ บทบันทึกของศุภรา จันทร์ชิดฟ้า ผู้สื่อข่าวที่คลุกคลีกับ &#8220;ผู้หวังดี&#8221; จำนวนไม่น้อยในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เผยให้เห็นปัญหาบางประการที่ถูกซุกเอาไว้ใต้พรม มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่บทบันทึกชิ้นนี้จะได้รับผลตอบกลับเป็น &#8220;ก้อนอิฐ&#8221; มากกว่า &#8220;ดอกไม้&#8221;  อย่างไรก็ดี ฟ้าเดียวกัน และเธอก็หวังว่า ยังมี &#8220;มิตรแท้&#8221; ผู้ต้องการจะเห็นสันติภาพบนผืนดินภาคใต้อย่างแท้จริง ที่พร้อมจะรับฟังคำถามและข้อท้าทายอันหนักหน่วงนี้อยู่บ้าง ถัดมาคือผลงานของนักมานุษยวิทยารุ่นใหม่ ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ ที่ชวนเราตั้งความถามถึงข้อจำกัดของคำอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง &#8220;ความเป็นมลายู&#8221; กับ &#8220;รัฐไทย&#8221; ที่ผ่านมา ทั้งกระแสหลักและกระแสรอง พร้อมกับนำเสนอเรื่องเล่าจากชุมชนมลายูแห่งหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแสดงความสลับซับซ้อนและแยบยลของอำนาจรัฐในชีวิตประจำวันของคนมลายูมุสลิม</p>
<p>สุดท้าย คุณอังคณา นีละไพจิตร และคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ได้เอื้อเฟื้อรายงานความคืบหน้าล่าสุดของ 4 คดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัญหาไฟใต้มา ณ ที่นี้ด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/04/29/fah2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จดหมายเปิดผนึกถึงนักสันติวิธี: โปรดนับศพ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ด้วย</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/04/17/mail-to-peaceful-way/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/04/17/mail-to-peaceful-way/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2009 10:09:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ภัควดี วีระภาสพงษ์</dc:creator>
				<category><![CDATA[คอลัมนิสต์ออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1167</guid>
		<description><![CDATA[ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันก่อนผู้เขียนได้ดูรายการ  &#8220;ที่นี่ทีวีไทย&#8221; ที่มีการสัมภาษณ์กลุ่มนักสันติวิธีที่ประกอบด้วย  อ.นฤมล  อ.ยุกติ  คุณนารี   คุณเจษฎา และ อ.ศรีประภา  หลังจากฟังจนจบแล้ว ผู้เขียนรู้สึก  &#8220;จึก&#8221; ในอก  อาการ &#8220;จึก&#8221; นี้ยังคงอยู่แม้จะผ่านมาวันสองวันแล้ว ยิ่งเมื่อคืนนี้ได้ฟังการสัมภาษณ์นักข่าวสายทหารและอาจารย์ชื่ออะไรที่ผู้เขียนขี้เกียจจะจำ   ความ &#8220;จึก&#8221; นี้ยิ่งฝังลึกถึงขั้นทำเอาเมื่อคืนนอนไม่หลับทีเดียว</p>
<p>แม้ว่าผู้เขียนจะเป็นลูกศิษย์  อ.ชัยวัฒน์ คนหนึ่ง แต่เปรียบไปก็เป็นแค่  &#8220;นักเรียนหลังห้อง&#8221; ไม่ค่อยตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน   แถมตอนอยู่มหา&#8217;ลัย  ก็มัวแต่เมาเสียเป็นส่วนใหญ่  (นี่เป็นอุทาหรณ์สอนใจสำหรับนักศึกษารุ่นหลัง  โปรดตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้)   ดังนั้น ผู้เขียนจึงรับความรู้มาแต่งูๆ ปลาๆ  และโดยเฉพาะเรื่องสันติวิธีนั้น  เป็นเรื่องที่ผู้เขียนรับมาจากอาจารย์น้อยถึงน้อยที่สุด</p>
<p>ผู้เขียนไม่ใช่นักคัดคำพูดของใครมาทีละท่อนและตอนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจจำด้วยว่าคนไหนพูดว่าอะไร   แต่ค่อนข้างแน่ใจว่า อ.นฤมลและคุณนารีพูดในทำนองว่า   การปราบปรามของกองทัพต่อผู้ชุมนุมโดยไม่มีใครตายนั้น   ถือว่ากองทัพและรัฐบาลทำได้ดี   อดทนและเป็นที่น่าพอใจ   (ถ้าผู้เขียนฟังผิดไป  ก็ขออภัยทั้ง  2 ท่าน ขอให้ถือว่าผู้เขียนหูเฝื่อนและงี่เง่าไปเองก็แล้วกัน)</p>
<p>ในสายตาของผู้ไม่ใช่นักสันติวิธีอย่างผู้เขียน ผู้เขียนขอตั้งข้อสงสัยว่า การที่ทหารลากปืนออกมายิงขึ้นฟ้าและเล็งใส่ผู้ชุมนุมนั้น  ถือว่าเป็นวิธีการควบคุมม็อบที่  &#8220;ดี อดทนและน่าพอใจ&#8221; จริงๆ หรือ</p>
<p>สมมติก่อนว่า  สิ่งที่รัฐบาลแถลงนั้นเป็นความจริงทุกอย่าง   1) ไม่มีใครตาย  2) ทหารใช้ลูกกระสุนจริงยิงขึ้นฟ้าและใช้ลูกกระสุนหัวกระดาษเล็งใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งมีแต่เสียงข่มขวัญ   3) ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี  ด้วยความแม่นยำประดุจโรโบค็อบ  ไม่มีทหารคนไหนสับสนระหว่างปืนที่มีลูกกระสุนจริงกับปืนที่มีลูกกระสุนหัวกระดาษเลย  ลูกกระสุนจริงทุกลูกที่ยิงออกไป  ยิงขึ้นฟ้าหมดทั้งสิ้น  และทุกลูกที่เล็งใส่ผู้ชุมนุมเป็นลูกหัวกระดาษหมดทั้งสิ้น</p>
<p>สมมติไว้ก่อนว่าทั้ง 3 ประการข้างต้นนี้จริงทั้งหมด</p>
<p>ผู้เขียนขอสมมติว่า  ถ้าตัวเองเป็นนักสันติวิธี  ในสายตาของนักสันติวิธีจะคิดอย่างไร?   ผู้เขียนขอตั้งคำถามแบบนักสันติวิธีชั่วคราวดังนี้คือ:</p>
<p>1) การลากอาวุธสงครามออกมาก็ถือเป็นความรุนแรงในตัวเองแล้วมิใช่หรือ?   ดังที่ อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์  เขียนไว้ในบทความหลังรัฐประหาร  2549  (ผู้เขียนไม่ใช่นักวิชาการ   ขี้เกียจค้นชื่อบทความมาอ้างอิง มันคือบทความในหนังสือที่  &#8220;ฟ้าเดียวกัน&#8221; พิมพ์รวมเป็นเล่มนั่นแหละ   ท่านผู้อ่านโปรดไปค้นดูเอง)   อ.ชัยวัฒน์บอกว่า ถึงแม้ดูเหมือนการรัฐประหารครั้งนั้นจะไม่มีความรุนแรงทางกายภาพเกิดขึ้น   แต่มันก็ยังเป็นความรุนแรงที่ยอมรับไม่ได้  (นี่คือข้อสรุปของผู้เขียนที่อ่านบทความจนจบ  ไม่ใช่แค่อ่านประโยคสองประโยคแล้วด่วนสรุป   จะสรุปผิดหรือไม่  ผู้เขียนรับผิดชอบเอง   ไม่ต้องไปยุ่งกับ อ.ชัยวัฒน์   โปรดเข้าใจตามนี้)</p>
<p>ถ้ามีคนเอาอาวุธปืนมาเล็งใส่คุณ ปืนจะมีลูกหรือไม่มีลูก  คุณจะถือว่ามันเป็นการใช้ความรุนแรงหรือไม่?   ยิ่งอย่าว่าแต่ทหารทั้งกองวิ่งดาหน้าเข้าใส่คุณตอนตีสี่  เสียงปืนดังสนั่นปานสงครามกลางเมือง   ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคุณแน่ๆ คือความตื่นตระหนก  ภาพของเหตุการณ์  &#8220;พฤษภาเลือด&#8221; และ &#8220;ทหารฆ่าประชาชน&#8221;   ในสภาพการณ์แบบนั้น คุณจะมีเวลาแยกแยะหรือว่าลูกกระสุนนั้นทำจากอะไร?   มีใครตายจริงหรือไม่?  ถ้าคุณเห็นเลือด   คุณก็ต้องคิดว่ามีคนตายแน่นอน</p>
<p>2) ทำไมนักสันติวิธีทั้ง  2 ท่านไม่ตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า  เหตุใดไม่สั่งให้กองทัพใช้ลูกกระสุนหัวกระดาษทั้งหมด  ทั้งที่ยิงขึ้นฟ้าและเล็งใส่ผู้ชุมนุม   ถ้าเจตนาแค่ข่มขวัญ ทำไมต้องแยกเป็น  2 ประเภท?  แล้วลูกกระสุนจริงที่ยิงขึ้นฟ้า  มันไม่มีโอกาสตกลงมาใส่กบาลใครตายบ้างหรือ?</p>
<p>เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้เขียนกลับไปฉลองวันปีใหม่ที่บ้านสามีที่ภาคใต้   คืนวันเคาท์ดาวน์นั้น ข้างบ้านที่ติดกันฉลองด้วยการเอาปืนพกมายิงขึ้นฟ้าไปหนึ่งนัด  กระสุนนัดนั้นพุ่งขึ้นฟ้า แล้วตกลงมาทะลุหลังคากระเบื้องของบ้านแม่สามี ตกปุลงบนหมอนที่หัวเตียงห้องนอนห้องหนึ่งพอดิบพอดี โชคดีที่ทุกคนออกมาเคาท์ดาวน์กันหมด  ไม่มีใครนอนอยู่บนเตียง</p>
<p>ผู้เขียนไม่ทราบว่า ถ้าลูกกระสุนจากปืนพกที่ยิงขึ้นฟ้าสามารถทะลุกระเบื้องหลังคาลงมาได้  ลูกกระสุนเอ็ม-16 ที่ยิงขึ้นฟ้าจะสามารถตกลงมาทะลุกะโหลกศีรษะหรือทะลุอกใครได้บ้างหรือไม่?   หวังว่าจะมีนักฟิสิกส์สักคนสละเวลาช่วยคำนวณให้</p>
<p>นักสันติวิธีคิดว่านี่คือวิธีควบคุมม็อบที่ดี  อดทนและน่าพอใจ  อีกทั้งไม่ใช่การใช้ความรุนแรงตามหลักการสันติวิธีแล้วหรือ?</p>
<p>3) เท่าที่ความรู้งูๆ ปลาๆ ของผู้เขียนจะมีอยู่   เกิดมาจนบัดนี้ ผู้เขียนไม่เคยอ่านเจอที่ไหนมาก่อนเลยว่า   วิธีการควบคุมและปราบม็อบของนานาอารยะประเทศ  (ย้ำ อารยะประเทศ ไม่ใช่อนารยะประเทศ)   ใช้วิธีให้กองทหารถือปืนเอ็ม-16   จะลูกกระสุนซ้อมหรือลูกกระสุนจริงก็ตามแต่  วิ่งไล่ยิงขู่ขวัญประชาชนแบบนั้น  ทำไมในรายการวันนั้น นักสันติวิธีจึงไม่ตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เริ่มต้นการปราบม็อบด้วยแก๊สน้ำตา  สเปรย์พริกไทย รถฉีดน้ำแรงดันสูง (ซึ่งรัฐบาลสมชายเคยพยายามยืมจาก  กทม. แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลแปลกๆ ว่า กลัวน้ำไม่สะอาด)   หน่วยปราบจลาจลพร้อมโล่ กระบอง  ดันม็อบ แยกม็อบเป็นกลุ่มย่อยๆ  ใช้กระบองฟาดหัวร้างข้างแตกบ้าง  จับใส่กุญแจมือ ยัดขึ้นรถ   (อย่าทำแบบตากใบก็แล้วกัน)  ฯลฯ   ในสหรัฐอเมริกามีการใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุม <span style="text-decoration: underline;"> โดยที่ผู้ชุมนุมรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะถูกยิงด้วยกระสุนยาง</span> โดยทั้งหมดนี้ทำในตอนกลางวันแสกๆ สว่างๆ  การที่อยู่ดีๆ ตอนตีสี่ รัฐบาลก็เอากองทหารถือปืนเอ็ม-16  ไล่ยิงประชาชนนั้น  นี่หรือคือมาตรการปราบม็อบจากวิธีละมุนละม่อมแล้วค่อยเพิ่มดีกรีความแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ?</p>
<p>ถ้าผู้เขียนเป็นนักสันติวิธี  ผู้เขียนจะแนะนำรัฐบาลว่า นับจากนี้ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ควรมีการฝึกหน่วยปราบจลาจลอย่างเป็นระบบ  ซึ่งจะทำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด<span style="text-decoration: underline;">จริงๆ</span> ถ้าตำรวจทำไม่ได้ ยกให้กองทัพทำก็ได้ งบประมาณกองทัพมีเยอะแยะ   เผื่อกองทัพคิดไม่ออกว่าจะเอางบไปทำอะไร   ก็ควรเอางบที่ได้มากมายมหาศาลทุกปีไปใช้ซื้อแก๊สน้ำตา  (อย่าลืมว่าของดีไม่มีถูก)  สเปรย์พริกไทย รถฉีดน้ำ  กระสุนยาง ฯลฯ  ถ้าขนาดสามารถฝึกทหารให้ไม่สับสนระหว่างปืนที่มีลูกจริงลูกซ้อมได้อย่างไม่ผิดพลาดแล้ว   จะฝึกควบคุมม็อบคงเป็นแค่เรื่องขี้หมูขี้หมา   ไหนๆ กองทัพก็ถนัดในการปราบม็อบอยู่แล้ว  ก็ควรทำให้เป็นเรื่องเป็นราวกันไปเลย   แถมยังช่วยให้มีรายการจัดซื้อพัสดุภัณฑ์เพิ่มขึ้นด้วย   วิน-วินกันทุกฝ่าย</p>
<p>4)  การที่รัฐบาลและกองทัพใช้มาตรการปราบม็อบด้วยวิธีการแปลกประหลาดที่สุดในโลก  นั่นคือ  ทำให้ม็อบตกใจกลัวสุดขีด  ทำให้ม็อบเข้าใจผิดคิดว่ามีคนตายแน่นอน (ม็อบที่ไหนจะมีเวลาไปนั่งดูข่าวว่าไม่มีใครตาย) ทำให้เกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วม็อบและคนเสมอนอกว่า &#8220;ทหารฆ่าประชาชน&#8221; อีกแล้ว    เหตุนี้มิใช่หรือที่ทำให้เกิดสภาพ  &#8220;นรกแตก&#8221; ในวันรุ่งขึ้น เมื่อคนที่เข้าตาจน คนที่จนตรอก   ตื่นตระหนกเสียขวัญ เลือดเข้าตา  (เพราะเห็นเลือดเพื่อนตำตา  โดยไม่รู้ว่าเพื่อนเป็นตายร้ายดีอย่างไร   หมดสัญญาณชีพแล้วหมอไทยยังชุบชีวิตขึ้นมาได้)   ลอง<em>จินตนาการ</em>ว่าตัวเองอยู่ในสภาพนั้นบ้าง  คนที่คิดว่าตัวเองต้องพยายามเอาชีวิตรอด  พวกเขาย่อมไม่คำนึงแล้วถึงวิธีการที่จะนำมาใช้ ไม่ต้องให้ใครวิดีโอลิงก์เข้ามาปลุกระดมหรอก วิธีปราบม็อบที่ดินแดงตอนตีสี่นั่นแหละ <span style="text-decoration: underline;"> คือการปลุกปั่นม็อบให้ก่อวินาศกรรมได้ดีที่สุดในโลก</span>!</p>
<p>ตอนนี้คนเสื้อแดงไม่ได้พ่ายแพ้ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว   ตอนนี้พวกเขายังถูกเกลียดชัง   ถูกไล่ต้อนเหมือนหมูเหมือนหมา   ถูกดูถูกเหยียดหยามว่าค่าจ้างแค่  300 บาทก็ซื้อชีวิตได้  (คนกรุงนี่แปลก   ตอนทักษิณด่าผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ว่า  &#8220;โจรกระจอก&#8221;  ก็ด่าว่าทักษิณปากเสีย   ตอนนี้ตัวเองก็ทำอย่างที่ทักษิณทำ   ไม่ใช่แค่เรื่องนี้  แต่แทบทุกเรื่อง)   รัฐบาลที่กลัวไม่มีอะไรจะทำและสื่อที่กลัวไม่มีข่าวจะขาย   ก็ช่วยกันปลุกปั่นขยายความว่า   นปช.จะลง &#8220;ใต้ดิน&#8221;  สรุปว่ากลัวกระรอกไม่เห็นโพรง   ก็เลยช่วยชี้โพรงให้กระรอก   เผื่อกระรอกไม่ทันคิด  เลยช่วยบอกทางให้เสียเลย   สรุปว่าคนกรุงและชนชั้นสูงในเมืองหลวงเห็นว่าประเทศไทยมีแค่  3 จังหวัดภาคใต้ยังไม่พอ   เลยอยากให้ภาคเหนือและอีสานมี  &#8220;กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ&#8221;  เพิ่มขึ้นเสียเลย?</p>
<p>ในช่วงหลายปีมานี้   ผู้เขียนศึกษาเรียนรู้เรื่องหนึ่ง   ซึ่งไม่รู้จะนิยามชื่อวิชาว่าอะไรดี   แต่โดยเนื้อหาก็คือ  การฝึกมองโลกจากสายตาของผู้อยู่เบื้องล่าง    สิ่งแรกที่ผู้เขียนค้นพบด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งยวดก็คือ   คนจนและคนชายขอบไม่ว่าที่ไหนในโลก   นอกจากการเอาชีวิตรอดที่เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์แล้ว   อีกสิ่งหนึ่งที่เขามี  สิ่งที่เขาหวงแหน   บางครั้งให้คุณค่ายิ่งกว่าชีวิต   ก็คือ  ศักดิ์ศรี   เรื่องนี้ใคร  ๆ อาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้   แต่ผู้เขียนโง่  ไม่เคยรู้มาก่อน   ผู้เขียนนึกว่าสิ่งที่จะค้นพบคือเรื่องการเรียกร้องเรื่องความเป็นธรรม   เรื่องปากท้อง  ฯลฯ  ผู้เขียนไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า   สิ่งที่คนจนไขว่คว้ามากที่สุดก็คือ   ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์</p>
<p>ผู้เขียนไม่ได้โรแมนติกและไม่ได้อ่านนิยายมากไป</p>
<p>คนจนต้องการศักดิ์ศรี   คนชั้นกลางและคนรวยต้องการอภิสิทธิ์    ศักดิ์ศรี vs. อภิสิทธิ์  สองอย่างนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว   โฆษกรัฐบาลที่ชื่อ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะจึงเป็นบุคลาธิษฐานของสิ่งที่คนชั้นกลางและคนชั้นสูงปรารถนาอย่างสมบูรณ์แบบ   สมบูรณ์แบบจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในโลกความเป็นจริง</p>
<p>ผู้เขียนไม่รู้ว่า   อ.นฤมลและคุณนารีหมายความอย่างที่พูดจริง  ๆ หรือเปล่าว่า  ครั้งนี้รัฐบาลและกองทัพจัดการได้ดี   เพราะไม่มีใครตาย  แต่ศักดิ์ศรีของคนเสื้อแดงจน  ๆ ที่ถูกทำลายไปอย่างย่อยยับเล่า   มันไม่มีคุณค่าให้คำนึงถึงเลยหรือ?   <span style="text-decoration: underline;"> นักสันติวิธีรู้จักแค่วิธีนับศพ   แต่ไม่รู้จักนับหัวใจที่ตายแล้วในร่างที่ยังมีลมหายใจอยู่หรือ?</span></p>
<p>เมื่อคนเสื้อแดงเป็นได้แค่หมาจนตรอก   เสียงพูดที่เป็นภาษาไทยแท้  ๆ ของเขาจึงไม่มีใครได้ยิน   ไม่มีใครฟัง  มันกลายเป็นแค่เสียงหนวกหูเหมือนเสียงเห่าของหมาข้างถนน    แน่นอน  พวกเขาย่อมต้องลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้งและอีกครั้ง   เพื่อไขว่คว้าศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์กลับคืนมา   เพื่อให้เสียงอึกทึกของเขากลายเป็นภาษาที่ฟังรู้เรื่อง   เพื่อให้สังคมของอภิสิทธิ์ชนรับรู้การดำรงอยู่ของพวกเขา</p>
<p>แต่ด้วยวิธีการแบบใดเล่า?</p>
<p>ความจนตรอกและความสิ้นหวังไม่ใช่หรือคือบ่อเกิดของการใช้ความรุนแรง?</p>
<p>ผู้เขียนมีข้อเสนอต่อนักสันติวิธีในสังคมไทยดังนี้คือ:</p>
<p>1) เราพูดกันมามากแล้วถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้าง    ข้อต่อที่เปราะบางที่สุดในสังคมที่ไม่เท่าเทียมก็คือคนจนที่สิ้นหวัง   ความอัดอั้นคับข้องของพวกเขา   หากไม่มีการระบายและแก้ไขอย่างถูกต้อง   ย่อมปะทุระเบิดออกมาเป็นความรุนแรงได้เสมอ   เราควรยอมรับกันได้แล้วว่า   การประท้วงและการเมืองบนท้องถนนย่อมเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้   ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น   แต่รวมถึงกลุ่มคนที่ถูกกีดกันอื่น  ๆ ในสังคมด้วย</p>
<p>2)  ผู้เขียนทึกทักว่า   นักสันติวิธี8&#8242;ต้องการให้สันติวิธีและการไม่ใช้ความรุนแรงลงหลักปักรากฐานในสังคมไทย    และเนื่องจากนักสันติวิธีมักเป็นผู้มีศรัทธาในศาสนาด้วย   การเผยแผ่แนวคิดสันติวิธีจึงไม่น่าแตกต่างมากนักกับการเผยแผ่ศาสนา   และสามารถทำควบคู่กันได้</p>
<p>3)  ดังนั้น   ผู้เขียนจึงเห็นว่า  หากเป้าหมายของนักสันติวิธีเป็นไปตามข้างต้นจริง  ๆ   ป่วยการเปล่าที่นักสันติวิธีจะเสียเวลาไปกับกิจกรรมอย่างเช่น   ธรรมยาตรา  ซึ่งต้องไปทะเลาะกับพวกฮิปปี้ฝรั่งที่มาร่วมขบวน   หรือเอาดอกไม้ขาวไปโปรยถนน   ซึ่งทำให้คนกวาดถนนต้องมาคอยเก็บกวาด   เผลอ ๆ จะถูกคนกรุงเทพฯ โกรธอีกเปล่า  ๆ ว่าไปทำให้เขารถติด</p>
<p>ตอนนี้ข้อต่อที่เปราะบางที่สุดในสังคมก็คือคนจน   ซึ่งบางส่วนก็คือคนเสื้อแดงนี่เอง   ถ้าเช่นนั้น  ไฉนเล่านักสันติวิธีไม่ดำเนินการเชิงรุก   เดินเข้าไปหาพวกเขา  เหมือนอย่างที่นักบวชสำนักเทววิทยาเพื่อการปลดปล่อยเดินฝ่าป่าดงเข้าไปหาคนจนพื้นเมืองในละตินอเมริกา   แล้วอบรมพวกเขาเรื่องการประท้วงด้วยสันติวิธี   (ขอทุนจาก สสส. บ้างก็ได้)   นักสันติวิธีไม่จำเป็นต้องจำกัดกลุ่มคนเฉพาะพวกเสื้อแดง    คนอีกกลุ่มที่ต้องการการอบรมเรื่องนี้อย่างขนาดหนักก็คือ   กลุ่มคนเสื้อเหลือง  ทหาร   รัฐบาลและตำรวจ  ถ้าหากพวกเขาต้องการสันติวิธีจริง  ๆ และไม่ต้องการอภิสิทธิ์มากเกินไป</p>
<p>เพราะสันติวิธีนั้นไม่ใช่สำเร็จได้ง่าย  ๆ ด้วยปากพูดหรือเขียนใส่ป้ายเดินชูให้คนเห็น   เท่าที่ความรู้อันน้อยนิดของผู้เขียนมีอยู่    การใช้สันติวิธีในกระบวนการเรียกร้องทางการเมืองในต่างประเทศนั้น   ต้องอาศัยการอบรมและการฝึกกันเป็นสัปดาห์   บางทีเป็นเดือน  และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยอบรม   ตัวอย่างก็มีเช่น  องค์กรกรีนพีซ   องค์กร Ruckus เป็นต้น</p>
<p>ผู้เขียนหวังว่า   ในอนาคตจะได้เห็นค่ายอบรมสันติวิธีที่เปิดกว้างและเข้าถึงสำหรับคนทุกกลุ่มทุกชนชั้น   เพื่อให้สันติวิธีได้หยั่งรากในสังคมไทยอย่างแท้จริง</p>
<p>และคราวหน้าโปรดอย่านับแค่ศพคนตาย   แต่กรุณานับหัวใจของคนที่ตายทั้งเป็นด้วย!</p>
<p style="text-align: right;">ด้วยความนับถือ</p>
<p style="text-align: right;"><strong>ภัควดี  วีระภาสพงษ์</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>16  เมษายน 2552</strong></p>
<p style="text-align: right;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/04/17/mail-to-peaceful-way/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>32</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวมลิงค์เว็บน่าสนใจ</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/03/23/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/03/23/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 03:06:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[textdata]]></category>
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ปักหมุดหน้าแรก]]></category>
		<category><![CDATA[links]]></category>
		<category><![CDATA[links exchange]]></category>
		<category><![CDATA[รวมลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเบอรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บลิเบอรัล]]></category>
		<category><![CDATA[แลกลิงค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1153</guid>
		<description><![CDATA[รวมลิงค์เว็บที่น่าสนใจ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="sticky_post"><h1> วิทยุและทีวี</h1>
<div>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.serichon.com/"><span style="color: #225588;">วิทยุ เสรีชน</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://users1.nofeehost.com/norporkor/"><span style="color: #225588;">วิทยุ เสรีชน (แนวร่วม)</span></a></h2>
</div>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.konthai.org/"><span style="color: #225588;">ฅนไทพิทักษ์ประชาธิปไตย</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.badict.2hell.com/"><span style="color: #225588;">Bad ICT to hell &#8211; รวมสถานีวิทยุ</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.cbnpress.com/index.php/component/content/article/25-the-project/227-live"><span style="color: #225588;">CBN Press &#8211; ถ่ายทอดรายการสด</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.cbnpress.com/mobile.html"><span style="color: #225588;">CBN Press Mobile &#8211; ถ่ายทอดผ่านมือถือ</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.dstation.tv/index.php"><span style="color: #225588;">D Station TV</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.ptvthai.com/"><span style="color: #225588;">PTV &#8211; People Television</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.redplus.org/"><span style="color: #225588;">Red Plus &#8211; แนวร่วมถ่ายทอดสด</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.redtvthailand.com/"><span style="color: #225588;">RED TV &#8211; ทีวีคนเสื้อแดง</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.sanamluang.in.th/tv/"><span style="color: #225588;">Sanamluang TV Online</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.cptradio.com/"><span style="color: #225588;">Taxi radio 92.75FM.com</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.thaipeoplevoice.org/"><span style="color: #225588;">Thai People Voice</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://uddtoday.ning.com/"><span style="color: #225588;">UDD รวมสถานีวิทยุ</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.kaleeyook.com/"><span style="color: #225588;">กาลียุค (ถ่ายทอดเว็บเสรีชน)</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.weloveudon.net/radio-station.php"><span style="color: #225588;">ชมรมคนรักอุดร &#8211; FM 97.75 MHz</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.newskythailand.com/"><span style="color: #225588;">ชมรมฟ้าใหม่ &#8211; Newskythailand</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.prachatai.com/tv/chupitchtv/"><span style="color: #225588;">ประชาไท: บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.predawn-radio.org/"><span style="color: #225588;">พรีดอน เรดีโอ</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.konrakya.com/rakyatv.html"><span style="color: #225588;">วิทยุ ชุมชนคนรากหญ้า (เชียงใหม่)</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.chupong.com/"><span style="color: #225588;">วิทยุ ชุมชนคนรู้ใจ FM 87.75 MHz.</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.fm925cm.com/webpage/index.html"><span style="color: #225588;">วิทยุ ประชาชน (เชียงใหม่)</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://prachachonthai.com/cbox.html"><span style="color: #225588;">วิทยุ ประชาชนไทย</span></a></h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px">
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://users1.nofeehost.com/norporkor/"></a></h2>
<p><a href="http://www.priority-radio.com/"><span style="color: #225588;">วิทยุ ไพรออริตี้เรดิโอ</span></a></p>
<p><a href="http://www.nut-radio.com/"><span style="color: #225588;">วิทยุ คนจริงใจ FM 94.75 &#8211; Nut Radio</span></a></p>
<p> </p>
<h2 class="widget-content">
<div id="LinkList5" class="widget LinkList">
<h2>Webboard &#8211; เว็บบอร์ด</h2>
<div class="widget-content">
<ul>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/board" target="_blank"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด ฟ้าเดียวกัน</span></a></li>
<li><a href="http://www.prachataiwebboard.com/webboard/"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด ประชาไท</span></a></li>
<li><a href="http://www.newskythailand.com/board/index.php/board,1.0.html"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด ชมรมฟ้าใหม่</span></a></li>
<li><a href="http://www.nocoup.org/newwebboard/show.php?topboard=1"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด ศูนย์เฝ้าระวังการรัฐประหารแห่งชาติ</span></a></li>
<li><a href="http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด ห้องราชดำเนิน พันทิป</span></a></li>
<li><a href="http://www.serichon.com/" target="_blank"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด เสรีชน</span></a></li>
<li><a href="http://www.thaifreenews.com/?name=webboard"><span style="color: #225588;">เว็บบอร์ด ไทยฟรีนิวส์</span></a></li>
</ul>
<p><span class="widget-item-control"><span class="item-control blog-admin"><a class="quickedit" title="แก้ไข" onclick="return _WidgetManager._PopupConfig(document.getElementById(&quot;LinkList5&quot;));" href="http://www.blogger.com/rearrange?blogID=35830859&amp;widgetType=LinkList&amp;widgetId=LinkList5&amp;action=editWidget" target="configLinkList5"></a></span></span></div>
</div>
<div id="LinkList1" class="widget LinkList">
<h2>Links &#8211; รวมลิงก์</h2>
<div class="widget-content">
<ul>
<li><a href="http://www.2519.net/"><span style="color: #225588;">6 ตุลา 2519</span></a></li>
<li><a href="http://bangkokpundit.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Bangkok Pundit</span></a></li>
<li><a href="http://www.cbnpress.com/"><span style="color: #225588;">CBN PRESS! &#8211; Press center News Politic</span></a></li>
<li><a href="http://www.clubthaksin.com/"><span style="color: #225588;">Club Thaksin</span></a></li>
<li><a href="http://hello-siam.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Hello ! Siam.</span></a></li>
<li><a href="http://liberalthai.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">Liberal Thai &#8211; ข่าว/บทความแปลไทยเพื่อปชต.</span></a></li>
<li><a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/category/thailand/"><span style="color: #225588;">New Mandala &#8211; Thailand</span></a></li>
<li><a href="http://thaipoliticalprisoners.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">Political Prisoners in Thailand</span></a></li>
<li><a href="http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home"><span style="color: #225588;">Prachathai Club</span></a></li>
<li><a href="http://www.pub-law.net/"><span style="color: #225588;">Pub-Law &#8211; เครือข่ายกม.มหาชน</span></a></li>
<li><a href="http://www.sanamluang.in.th/"><span style="color: #225588;">Sanamlunag in Thai</span></a></li>
<li><a href="http://www.schoenes-thailand.de/"><span style="color: #225588;">Schönes? Thailand &#8211; นสพ.ออนไลน์ (เยอรมัน)</span></a></li>
<li><a href="http://www.siamcollective.com/"><span style="color: #225588;">Siam Collective &#8211; ร่วมสร้างแหล่งความรู้ออนไลน์</span></a></li>
<li><a href="http://siamfreedom.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Siam Freedom Fight</span></a></li>
<li><a href="http://www.siamintelligence.com/wordpress/"><span style="color: #225588;">Siam Intelligence Unit</span></a></li>
<li><a href="http://spiritofpolitics.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Spirit of Thai Politics</span></a></li>
<li><a href="http://www.thaicenternews.com/index.php"><span style="color: #225588;">Thai Center News</span></a></li>
<li><a href="http://www.thaifreenews.com/"><span style="color: #225588;">Thai Free News</span></a></li>
<li><a href="http://thaiintelligentnews.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">Thai Intelligent News</span></a></li>
<li><a href="http://thaiopinions.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">THAI OPINIONS</span></a></li>
<li><a href="http://thaipresslog.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Thai Press Log &#8211; บันทึกสื่อไทย</span></a></li>
<li><a href="http://thaireport.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Thai Report Blog</span></a></li>
<li><a href="http://thailand-politics.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">THAILAND POLITICS</span></a></li>
<li><a href="http://www.thaksincomeback.org/"><span style="color: #225588;">Thaksin Come Back</span></a></li>
<li><a href="http://thaksin.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">Thaksin.wordpress.com</span></a></li>
<li><a href="http://shiningjessica.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">Thinking in Ink</span></a></li>
<li><a href="http://www.truethaksin.com/index_th.php"><span style="color: #225588;">Truethaksin</span></a></li>
<li><a href="http://uddtoday.ning.com/"><span style="color: #225588;">United Front of Democracy Against Dictatorship</span></a></li>
<li><a href="http://wdpress.blog.co.uk/"><span style="color: #225588;">wdpress-Political Writings on Thailand</span></a></li>
<li><a href="http://www.wered.net/"><span style="color: #225588;">We Red &#8211; พวกเราชาวสีแดง</span></a></li>
<li><a href="http://facthai.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">กลุ่มต้านการเซ็นเซอร์ FACT</span></a></li>
<li><a href="http://manaotoon.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">การ์ตูนมะนาว</span></a></li>
<li><a href="http://www.sae-dang.com/index.php"><span style="color: #225588;">คม&#8230;เสธแดง</span></a></li>
<li><a href="http://shaowdin.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">คอลัมน์ ชาวดิน ออนเน็ต</span></a></li>
<li><a href="http://www.konthai.org/"><span style="color: #225588;">ฅนไท พิทักษ์ประชาธิปไตย</span></a></li>
<li><a href="http://www.jakrapob.net/"><span style="color: #225588;">จักรภพ เพ็ญแข</span></a></li>
<li><a href="http://www.weloveudon.net/"><span style="color: #225588;">ชมรมคนรักอุดร</span></a></li>
<li><a href="http://www.newskythailand.com/"><span style="color: #225588;">ชมรมฟ้าใหม่-NewSkyThailand</span></a></li>
<li><a href="http://www.konrakya.com/"><span style="color: #225588;">ชุมชนคนรากหญ้า เพื่อประชาธิปไตย</span></a></li>
<li><a href="http://downmerng.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">ดาวเมือง ข่าวต้านเผด็จการ</span></a></li>
<li><a href="http://blogazine.prachatai.com/"><span style="color: #225588;">บล็อกกาซีน &#8211; ประชาไท</span></a></li>
<li><a href="http://hicomrade.wordpress.com/"><span style="color: #225588;">บันทึกการปล้นอำนาจอธิปไตย</span></a></li>
<li><a href="http://www.secondclass111.com/index.php?option=com_frontpage&amp;Itemid=8"><span style="color: #225588;">บ้านเลขที่ 111 &#8211; พลเมืองชั้น 2</span></a></li>
<li><a href="http://www.prachachonthai.com/www/index.php"><span style="color: #225588;">ประชาชนไทย</span></a></li>
<li><a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/"><span style="color: #225588;">ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์</span></a></li>
<li><a href="http://www.nocoup.net/"><span style="color: #225588;">พลเมืองภิวัฒน์</span></a></li>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/"><span style="color: #225588;">ฟ้าเดียวกันออนไลน์</span></a></li>
<li><a href="http://www.midnightuniv.org/"><span style="color: #225588;">มหาลัยเที่ยงคืน</span></a></li>
<li><a href="http://www.vattavan.com/index.php"><span style="color: #225588;">วาทตะวัน สุพรรณเภษัช</span></a></li>
<li><a href="http://warotah.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">วโรทาห์ &#8211; กลอน บทความ</span></a></li>
<li><a href="http://www.politicalbase.in.th/index.php/Main_Page"><span style="color: #225588;">ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย</span></a></li>
<li><a href="http://www.nocoup.org/"><span style="color: #225588;">ศูนย์เฝ้าระวังการรัฐประหารแห่งชาติ</span></a></li>
<li><a href="http://www.siamreview.net/"><span style="color: #225588;">สยามปริทัศน์ : สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคมก้าวหน้า</span></a></li>
<li><a href="http://www.arayachon.org/"><span style="color: #225588;">อารยชน</span></a></li>
<li><a href="http://www.gmm2008.com/index.php"><span style="color: #225588;">อินทรีอีสาน</span></a></li>
<li><a href="http://thainetizen.org/"><span style="color: #225588;">เครือข่ายพลเมืองเน็ต Thai Netizen Network</span></a></li>
<li><a href="http://www.nationsiam.com/frontpage/Itemid,1/"><span style="color: #225588;">เนชั่นสยาม สื่อประชาชน</span></a></li>
<li><a href="http://www.pcpthai.org/home.php"><span style="color: #225588;">เลี้ยวซ้าย Turn Left Thailand</span></a></li>
<li><a href="http://www.noppadon.com/"><span style="color: #225588;">เว็บคุณนพดล ปัทมะ</span></a></li>
<li><a href="http://aneksanfran.com/index2.html"><span style="color: #225588;">เว็บไซต์คุณอเนก ซานฟราน</span></a></li>
<li><a href="http://varanyu.hroyy.com/"><span style="color: #225588;">เศรษฐศาสตร์ใกล้ตัว กับ ดร. วรัญญู</span></a></li>
<li><a href="http://www.serichon.com/index.php"><span style="color: #225588;">เสรีชน: สื่อเสรี ของประชาชน</span></a></li>
<li><a href="http://www.rednon.com/"><span style="color: #225588;">แดงนนท์</span></a></li>
</ul>
<p><span class="widget-item-control"><span class="item-control blog-admin"><a class="quickedit" title="แก้ไข" onclick="return _WidgetManager._PopupConfig(document.getElementById(&quot;LinkList1&quot;));" href="http://www.blogger.com/rearrange?blogID=35830859&amp;widgetType=LinkList&amp;widgetId=LinkList1&amp;action=editWidget" target="configLinkList1"></a></span></span></div>
</div>
<div id="LinkList4" class="widget LinkList">
<h2>ข่าวสารจากสื่อหลัก</h2>
<div class="widget-content">
<ul>
<li><a href="http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=145&amp;Itemid=120"><span style="color: #225588;">Asia Sentinel &#8211; Thailand</span></a></li>
<li><a href="http://www.me.in.th/live/"><span style="color: #225588;">ME system &#8211; ทีวีออนไลน์,ย้อนหลัง</span></a></li>
<li><a href="http://www.kaohoon.com/pg.newspaper/article.aspx"><span style="color: #225588;">นสพ.ข่าวหุ้น</span></a></li>
<li><a href="http://www.bangkok-today.com/?bkk=1,1,1,0"><span style="color: #225588;">นสพ.บางกอกทูเดย์</span></a></li>
<li><a href="http://www.prachatouch.com/home.php"><span style="color: #225588;">นสพ.ประชาทรรศน์รายวัน</span></a></li>
<li><a href="http://www.prachatouch.com/weekly.php"><span style="color: #225588;">นสพ.ประชาทรรศน์รายสัปดาห์</span></a></li>
<li><a href="http://www.dailyworldtoday.com/world.php"><span style="color: #225588;">นสพ.โลกวันนี้</span></a></li>
</ul>
<p><span class="widget-item-control"><span class="item-control blog-admin"><a class="quickedit" title="แก้ไข" onclick="return _WidgetManager._PopupConfig(document.getElementById(&quot;LinkList4&quot;));" href="http://www.blogger.com/rearrange?blogID=35830859&amp;widgetType=LinkList&amp;widgetId=LinkList4&amp;action=editWidget" target="configLinkList4"></a></span></span></div>
</div>
<div id="LinkList3" class="widget LinkList">
<h2>Database &#8211; ฐานข้อมูลต่างๆ</h2>
<div class="widget-content">
<ul>
<li><a href="http://socialitywisdom.blogspot.com/"><span style="color: #225588;">Dedication for the Revolution 2475</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.com/thaienews/GagLasVegas"><span style="color: #225588;">การ์ตูนจาก Gag Las Vegas</span></a></li>
<li><a href="http://docs.google.com/Doc?id=d7qgfs4_100c4rn69d2"><span style="color: #225588;">บทความปชต.จากกระทู้ Alienet</span></a></li>
<li><a href="http://docs.google.com/Doc?id=d7qgfs4_46c7w8pd"><span style="color: #225588;">รวมบทความของ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์</span></a></li>
<li><a href="http://docs.google.com/Doc?id=d7qgfs4_35fhp9tg"><span style="color: #225588;">รวมบทความของอาคม ซิดนีย์</span></a></li>
<li><a href="http://www.politicalbase.in.th/index.php/Main_Page"><span style="color: #225588;">ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.com/cbnpress6"><span style="color: #225588;">อัลบั้มภาพ CBNPress6</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.com/arkman001"><span style="color: #225588;">อัลบั้มภาพ Kamrob</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.co.th/mangkron.trin"><span style="color: #225588;">อัลบั้มภาพ no one live forever</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.com/thaienews"><span style="color: #225588;">อัลบั้มภาพ Thai E-news</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.com/speedwnc3"><span style="color: #225588;">อัลบั้มภาพ ทีมช่างภาพเสรีชน</span></a></li>
<li><a href="http://picasaweb.google.com/speedwnc4"><span style="color: #225588;">อัลบั้มภาพ ม้าเร็ว</span></a></li>
<li><a href="http://www.pridiinstitute.com/"><span style="color: #225588;">เว็บ ปรีดี พนมยงค์</span></a></li>
<li><a href="http://thaienews.googlepages.com/archivedlinks"><span style="color: #225588;">แฟ้มเก็บลิงก์ไทยอีนิวส์</span></a></li>
</ul>
<p><span class="widget-item-control"><span class="item-control blog-admin"><a class="quickedit" title="แก้ไข" onclick="return _WidgetManager._PopupConfig(document.getElementById(&quot;LinkList3&quot;));" href="http://www.blogger.com/rearrange?blogID=35830859&amp;widgetType=LinkList&amp;widgetId=LinkList3&amp;action=editWidget" target="configLinkList3"></a></span></span></div>
</div>
<div id="LinkList9" class="widget LinkList">
<h2>แหล่งคลิปการเมืองออนไลน์</h2>
<div class="widget-content">
<ul>
<li><a href="http://www.cbnpress.com/index.php/video-clips"><span style="color: #225588;">CBN Press &#8211; รวมคลิปวีดีโอ</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/demagoguing"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; demagoguing</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/FreeThai2"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; FreeThai2</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/Giles53"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; Giles53</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/profile?user=palrakonline&amp;view=videos"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; palrakonline</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/pichitmarn"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; pichitmarn</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/thaienews"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; Thai E-news</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/tik4u007"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; tik4u007</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/Tuxedotomcat"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; Tuxedo Tomcat</span></a></li>
<li><a href="http://www.youtube.com/user/UDDGallery"><span style="color: #225588;">Youtube &#8211; UDD : Cyber Warrior</span></a></li>
<li><a href="http://www.thaifreenews.com/video/video.php"><span style="color: #225588;">คลังคลิป Thai Free News</span></a></li>
<li><a href="http://www.thaipeoplevoice.net/community/index.php?PHPSESSID=a4e46d97705c6ad47016972dbf939cf5&amp;board=3.0"><span style="color: #225588;">คลังคลิป Thai People Voice</span></a></li>
<li><a href="http://www.mediafire.com/tuxedoprachatai"><span style="color: #225588;">คลังคลิป คุณทักซิโด้ ประชาไท</span></a></li>
<li><a href="http://prachachonthai.com/www/index.php?option=com_content&amp;task=blogcategory&amp;id=4&amp;Itemid=5"><span style="color: #225588;">คลังคลิป เว็บประชาชนไทย</span></a></li>
<li><a href="http://newskythailand.multiply.com/"><span style="color: #225588;">คลังมัลติมีเดีย ชมรมฟ้าใหม่</span></a></li>
<li><a href="http://www.serichon.com/index.php?board=15.0"><span style="color: #225588;">คลังมัลติมีเดีย เว็บเสรีชน</span></a></li>
<li><a href="http://www.chupong.org/forum/index.php?PHPSESSID=0ea3a9622afeca75216d943799e858b8&amp;board=1.0"><span style="color: #225588;">คลิปเสียง จากเว็บชุมชนคนรู้ใจ</span></a></li>
</ul>
<p><a href="http://www.yuwasong.com/"></a></div>
</div>
<div id="LinkList8" class="widget LinkList">
<div class="widget-content">
<p><span class="widget-item-control"><span class="item-control blog-admin"><a class="quickedit" title="แก้ไข" onclick="return _WidgetManager._PopupConfig(document.getElementById(&quot;LinkList8&quot;));" href="http://www.blogger.com/rearrange?blogID=35830859&amp;widgetType=LinkList&amp;widgetId=LinkList8&amp;action=editWidget" target="configLinkList8"></a></span></span></div>
</div>
</h2>
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px">
<h2 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.nut-radio.com/"></a></h2>
<h3 class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://www.wayteeprachachon.org/"></a></h3>
<div class="widget-content" style="PADDING-LEFT: 30px"><a href="http://thaiseri.site90.com/index.php"></a></div>
<p> </h2>
</h2>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/03/23/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;คุณซาบซึ้ง@ฟ้าเดียวกัน&#8221; ที่ บูทของฟ้าเดียวกัน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/03/18/book-fair-37/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/03/18/book-fair-37/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 10:52:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟ้าเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วารสาร/หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ของที่ระลึกฟ้าเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณซาบซึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[คุณซาบซึ้ง@ฟ้าเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[สนับสนุนกิจกรรมของฟ้าเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[เข็มกลัดคุณซาบซึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อยืดคุณซาบซึ้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1127</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky1.jpg" alt="" title="ฟ้าเดียวกัน" width="130" height="130" class="excerpt" /> เสื้อยืด และ เข็มกลัด ชุด "คุณซาบซึ่ง" <br /><br />
 เข็มกลัด"ฟ้าเดียวกัน"และ "อ่าน" <br /><br />
ที่บูท "สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันและอ่าน" N 47 โซน c1 หนังสือทั่วไป <br /><br />ในงานสัปดาห์หนังสือฯ 27 มีนา - 6 เมษา นี้ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong> </strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><strong>ต้อนรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37<br />
ด้วย เข็มกลัด <span style="text-decoration: underline;">ฟ้าเดียวกัน</span> , <span style="text-decoration: underline;">อ่าน</span> และ เสื้อยืด <span style="text-decoration: underline;">คุณซาบซึ้ง</span></strong></span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;">พบกันได้ที่บูท &#8220;สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันและอ่าน&#8221; N 47 โซน c1 หนังสือทั่วไป<br />
26 มีนาคม 2552 เปิดเข้าชมงาน 18.00 &#8211; 21.00 น.<br />
27 มีนาคม &#8211; 6 เมษายน 2552 เปิดเข้าชมงาน 10.00 &#8211; 21.00 น.</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff0000;">รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนเพื่อความอยู่รอดของเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน</span></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><strong></strong></span></p>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="0" width="84%" align="center">
<tbody>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">เข็มกลัดฟ้าเดียวกัน<br />
<span style="color: #ff0000;">ราคา 30 บาท</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-11.jpg"><img class="size-full wp-image-1136 aligncenter" title="samesky" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-11.jpg" alt="samesky" width="180" height="180" /></a></p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">เข็มกลัดอ่าน<br />
<span style="color: #ff0000;">ราคา 30 บาท<br />
</span><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/aan-1.jpg"><br />
<img class="size-full wp-image-1137 aligncenter" title="aan" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/aan-1.jpg" alt="aan" width="180" height="180" /></a></span></td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;">เข็มกลัดคุณซาบซึ้ง<br />
<span style="color: #ff0000;">ราคา 30 บาท<br />
</span><span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky1.jpg"><br />
<img class="size-full wp-image-1137 aligncenter" title="aan" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky1.jpg" alt="aan" width="180" height="180" /></a></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="0" width="84%" align="center">
<tbody>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เส</span><span style="color: #000000;"><span style="color: #000000;">ื้อยืด 3 สี 4 ไซส์<br />
</span><br />
</span></span><span style="color: #ff0000;">ราคาตัวละ 300 บาท</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1128" title="samesky-1" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-1.jpg" alt="samesky-1" width="629" height="478" /></a> </p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"> <a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1133" title="samesky-2" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-2.jpg" alt="samesky-2" width="617" height="474" /></a></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"> <a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1134" title="samesky-3" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/samesky-3.jpg" alt="samesky-3" width="614" height="460" /></a></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/03/18/book-fair-37/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>31</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักวิชาการทั่วโลกลงชื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/03/04/academician-lese-majeste-law/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/03/04/academician-lese-majeste-law/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 04:20:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1087</guid>
		<description><![CDATA[นักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกกว่า 50 คน ร่วมลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรีของไทย  เพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ   จดหมายฉบับนี้มีขึ้นหลังจากเกิดกรณีฟ้องร้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพติดต่อกันหลายคดีในประเทศไทย  รวมทั้งความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยที่ต้องการเข้าไปควบคุมและสั่งห้ามการถกเถียงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในอินเทอร์เน็ต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: right">แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน<br />
วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552</p>
<p style="TEXT-ALIGN: right"><img class="alignnone size-full wp-image-581" title="pdf" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2008/09/pdf.gif" alt="pdf" width="16" height="16" />  <a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/03/press_release-english.pdf">Download-English</a></p>
<p>นักวิชาการทั่วโลกลงชื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</p>
<p>นักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกกว่า 50 คน ร่วมลงนามในจดหมายเพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จดหมายฉบับนี้มีขึ้นหลังจากเกิดกรณีฟ้องร้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพติดต่อกันหลายคดีในประเทศไทย รวมทั้งความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยที่ต้องการเข้าไปควบคุมและสั่งห้ามการถกเถียงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในอินเทอร์เน็ต</p>
<p>จดหมายฉบับนี้ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้:</p>
<p>1. โปรดยุติการพยายามสร้างมาตรการกดดันปราบปรามที่เข้มงวดยิ่งกว่านี้ ทั้งต่อปัจเจกบุคคล เว็บไซท์และการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ<br />
2. โปรดพิจารณาข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้<br />
3. โปรดพิจารณายกเลิก-ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ และดำเนินการเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่ถูกตัดสินภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้ เนื่องจากคนเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม</p>
<p>จดหมายฉบับนี้ยังกล่าวด้วยว่า &#8220;การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันอย่างพร่ำเพรื่อ รังแต่จะบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย&#8221; อีกทั้งยังยั่วยุให้เกิด &#8220;กระแสวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และประเทศไทย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ&#8221;</p>
<p>ผู้ลงนามในจดหมายฉบับนี้มีอาทิ:</p>
<p>- ผู้นำระดับโลกในด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของพลเมือง เช่น ลอร์ดแอริก เอฟเบอรี (Lord Eric Avebury), ดร. แคโรไลน์ ลูคัส (Dr. Caroline Lucas), วุฒิสมาชิกฟรานเชสโก มาร์โตเน (Senator Francesco Martone), สมิทู โคธารี (Smitu Kothari), วอลเดน เบลโล (Walden Bello)</p>
<p>- นักวิชาการระดับแนวหน้าผู้มีชื่อเสียงในวงการวิชาการหลากหลายสาขาทั่วโลก เช่น นอม ชอมสกี (Noam Chomsky), สจ๊วต ฮอลล์ (Stuart Hall), อรชุน อัปปาดูรัย (Arjun Appadurai), เจมส์ สก็อตต์ (James C. Scott), อารีฟ เดอลิก (Arif Dirlik), สแตนลีย์ แทมไบยาห์ (Stanley Tambiah), อิมมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ (Immanuel Wallerstein) และอีกมากมายหลายคน</p>
<p>- สมาชิกหลายท่านของสมาคมราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ (The British Academy) และสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน (American Academy of Arts and Sciences)</p>
<p>- ประธาน อดีตประธานและผู้นำของสมาคมวิชาการทรงเกียรติคุณในระดับสากลหลายแห่ง เป็นต้นว่า สมาคมเอเชียศึกษา (Associations for Asian Studies), สมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน (American Political Science Association), สมาคมสังคมวิทยาอเมริกัน (American Sociological Association), สมาคมเอเชียศึกษาแห่งออสเตรเลีย (Asian Studies Association of Australia) ฯลฯ</p>
<p>- นักวิชาการด้านกฎหมายชั้นนำ อาทิเช่น อดีตผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice), อดีตประธานสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมทั้งนักวิชาการชั้นนำด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน</p>
<p>- นักวิชาการผู้มีชื่อเสียงระดับสากล ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยในหลากหลายสาขาวิชา ทั้งด้านรัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา วรรณคดี ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ยาวนานในประเทศไทยและในภูมิภาคนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000;">ขณะนี้กำลังมีการรวบรวมรายชื่อเพิ่มเติม จดหมายเปิดผนึกจะยื่นต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ผู้มีความประสงค์จะร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก สามารถส่งชื่อ, ยศ/ตำแหน่ง/งาน และสังกัด มาที่ &#8220;ผู้ประสานงาน&#8221; คนใดคนหนึ่งดังต่อไปนี้</span></span></p>
<p>Andrew Walker, Senior Fellow, Research School of Pacific and Asian Studies, The Australian National University, Canberra, ACT 0200, Australia. andrew.walker@anu.edu.au</p>
<p>Jim Glassman, Associate Professor, Department of Geography, University of British Columbia,<br />
217 &#8211; 1984 West Mall, Vancouver, BC V6T 1Z2 Canada. nmsslg@yahoo.ca</p>
<p>Larry Lohmann, The Corner House, Station Road, Sturminster Newton, Dorset DT10 1YJ,<br />
United Kingdom. larrylohmann@gn.apc.org</p>
<p>Thongchai Winichakul, Professor, Department of History, University of Wisconsin-Madison,<br />
Madison, Wisconsin 53706, USA. twinicha@wisc.edu</p>
<p>Adadol Ingawanij, Post-doctoral Researcher, Centre for Research and Education in Arts and Media, University of Westminster, Harrow Campus, UK. M.Ingawanij@westminster.ac.uk</p>
<p>เว็บไซท์ New Mandala <a href="http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala ">http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala </a>จะเป็น &#8220;หน้าต่าง&#8221; ให้แก่การรณรงค์ครั้งนี้ และจะนำเสนอข่าวสารและข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับความคืบหน้าของการรณรงค์เป็นระยะ ๆ</p>
<p style="text-align: center;"> &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p style="TEXT-ALIGN: left">(จดหมายเปิดผนึกที่จะยื่นในวันที่&#8230;. เดือนมีนาคม/เมษายน พ.ศ. 2552)</p>
<blockquote>
<p style="padding-left: 60px; text-align: left;">ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ<br />
สำนักนายกรัฐมนตรี<br />
ทำเนียบรัฐบาล<br />
กรุงเทพฯ ประเทศไทย โทรสาร: 011-662-629-8213</p>
<p style="padding-left: 60px;">เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</p>
<p style="padding-left: 60px;">ในฐานะนักวิชาการและผู้สังเกตการณ์ที่สนใจในสถานการณ์ของประเทศไทย เรามีความวิตกอย่างยิ่งเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อชาวไทยและชาวต่างประเทศภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เกิดขึ้นในระยะไม่นานมานี้ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่วิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยนำไปสู่ความเสื่อมถอยลงของสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน</p>
<p style="padding-left: 60px;">การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกันอย่างพร่ำเพรื่อ รังแต่จะบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย การดำเนินคดีต่อนักหนังสือพิมพ์ นักวิชาการและประชาชนทั่วไป เพียงเพราะข้อกล่าวหาว่าทัศนะและการกระทำของคนเหล่านี้เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เท่ากับทำลายบรรยากาศการถกเถียงอย่างเปิดกว้างในประเด็นสาธารณะที่สำคัญ ๆ นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นอันตรายของการอ้างความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์อย่างไม่ระมัดระวัง แทนที่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเป็นไปเพื่อปกป้องพระเกียรติยศ กลับยิ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และประเทศไทย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม</p>
<p style="padding-left: 60px;">ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอแนะมาหลายครั้งแล้วว่า ควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แม้แต่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เคยมีพระราชดำรัสว่า การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ เรามีความวิตกว่า แทนที่จะรับฟังความคิดเห็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ รัฐบาลของท่านอาจใช้กฎหมายนี้เพื่อกดดันยับยั้งสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน กระทั่งมีสมาชิกบางคนในรัฐบาลของท่านออกมาเรียกร้องให้ใช้บทลงโทษที่หนักกว่าเดิมภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยทั้งหมดนี้กระทำลงไปในนามของการปกป้องสถาบันกษัตริย์</p>
<p style="padding-left: 60px;">ประสบการณ์ในหลาย ๆ ประเทศพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีแต่ความจริง ความโปร่งใส การถกเถียงอย่างเปิดกว้างของสาธารณชน และกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะสามารถแปรเปลี่ยนความขัดแย้งทางความคิดให้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์และสันติวิธี การกดดันยับยั้งความคิดไม่เคยคลี่คลายปัญหาใด ๆ ได้ แต่กลับจะยิ่งสร้างความเสื่อมพระเกียรติมากกว่าเฉลิมพระเกียรติสถาบันกษัตริย์</p>
<p style="padding-left: 60px;">ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เราจึงขอให้ ฯพณฯ ท่านและรัฐบาลโปรดพิจารณาข้อเรียกร้องดังนี้</p>
<p style="padding-left: 60px;">1. โปรดยุติการพยายามสร้างมาตรการกดดันปราบปรามที่เข้มงวดยิ่งกว่านี้ ทั้งต่อปัจเจกบุคคล เว็บไซท์และการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ<br />
2. โปรดพิจารณาข้อเสนอแนะที่เรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้<br />
3. โปรดพิจารณายกเลิก-ถอนฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ และดำเนินการเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่ถูกตัดสินภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้ เนื่องจากคนเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่การแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม</p>
<p style="padding-left: 60px;">ขอแสดงความนับถือ</p>
<p style="padding-left: 60px;">James C. Scott<br />
The Sterling Professor of Political Science and Anthropology and Environmental Studies<br />
Yale University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Charles F. Keyes<br />
Emeritus Professor of Anthropology and International Studies,<br />
University of Washington, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Craig J. Reynolds<br />
College of Asia and the Pacific<br />
The Australian National University, Australia<br />
Robert Albritton<br />
Professor, Political Science<br />
University of Mississippi, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Barbara Watson Andaya<br />
Professor of Southeast Asian History<br />
University of Hawai&#8217;i at Manoa, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Leonard Y. Andaya<br />
Professor of Southeast Asian History<br />
University of Hawai&#8217;i at Manoa, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Arjun Appadurai<br />
Goddard Professor of Media, Communication and Culture<br />
New York University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Lord Eric Avebury<br />
Vice-Chair, Parliamentary Human Rights Group<br />
United Kingdom</p>
<p style="padding-left: 60px;">Trevor J. Barnes<br />
Professor of Geography and Distinguished University Scholar<br />
University of British Columbia, Canada</p>
<p style="padding-left: 60px;">Peter F. Bell<br />
Associate Professor of Economics<br />
Sate University of New York, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Walden Bello<br />
Professor, Department of Political Science<br />
University of the Philippines, the Philippines</p>
<p style="padding-left: 60px;">Katherine A. Bowie<br />
Professor of Anthropology and Southeast Asian Studies<br />
University of Wisconsin-Madison, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Michael Burawoy<br />
Professor of Sociology<br />
University of California-Berkeley, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Hilary Charlesworth<br />
Professor of International Law and Human Rights<br />
Australian National University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Professor Noam Chomsky<br />
Institute Professor (retired)<br />
Massachusette Institute of Technology (MIT), USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Michael K. Connors<br />
Senior Lecturer, Politics and Development Studies<br />
La Trobe University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Arif Dirlik<br />
Chair Professor of Chinese Studies<br />
Chinese University of Hong Kong, Hong Kong</p>
<p style="padding-left: 60px;">John Dugard<br />
Distinguished Professor of Public International Law<br />
University of Leiden, The Netherlands</p>
<p style="padding-left: 60px;">Grant Evans<br />
Research Fellow, Centre of Asian Studies<br />
University of Hong Kong, Hong Kong</p>
<p style="padding-left: 60px;">Edward Friedman<br />
The Hawkins Chair Professor of Political Science<br />
University of Wisconsin-Madison, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Susan Stanford Friedman<br />
Virginia Woolf Professor of English and Women&#8217;s Studies<br />
University of Wisconsin-Madison, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Stuart Hall<br />
Emeritus Professor of Sociology<br />
The Open University, United Kingdom</p>
<p style="padding-left: 60px;">Dr Rachel Harrison<br />
Senior Lecturer in Thai Cultural Studies<br />
School of Oriental and African Studies, University of London<br />
United Kingdom</p>
<p style="padding-left: 60px;">Gillian Hart<br />
Professor, Department of Geography<br />
University of California, Berkeley, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Robert Hefner<br />
Professor, Department of Anthropology<br />
Boston University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Michael Herzfeld<br />
Professor of Anthropology<br />
Harvard University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Kevin Hewison<br />
Professor, Department of Asian Studies and Director, Carolina Asia Center<br />
University of North Carolina, Chapel Hill, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Philip Hirsch<br />
Professor of Human Geography<br />
University of Sydney, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Paul Hutchcroft<br />
Professor and Head, Department of Political &amp; Social Change<br />
Research School of Pacific &amp; Asian Studies<br />
The Australian National University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Peter A. Jackson<br />
Senior Fellow in Thai History, Research School of Pacific and Asian Studies<br />
The Australian National University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Robin Jeffrey<br />
Emeritus Professor<br />
Australian National University and La Trobe University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Professor Sarah Joseph<br />
Director, Castan Centre for Human Rights Law<br />
Faculty of Law, Monash University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Ira Katznelson<br />
Ruggles Professor of Political Science and History<br />
Columbia University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Ben Kerkvliet<br />
Emeritus Professor, Research School of Pacific and Asian Studies<br />
Australian National University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Ben Kiernan,<br />
A.Whitney Griswold Professor of History and Professor of International and Area Studies<br />
Yale University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Smitu Kothari<br />
Director, Intercultural Resources, New Delhi<br />
Visiting Professor, Tata Institute of Social Sciences, India</p>
<p style="padding-left: 60px;">Margaret Levi<br />
Professor of International Studies, Department of Political Science<br />
University of Washington, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Dr. Caroline Lucas<br />
Member of the European Parliament<br />
Leader of the Green Party of England and Wales, United Kingdom</p>
<p style="padding-left: 60px;">Senator Francesco Martone<br />
Italy</p>
<p style="padding-left: 60px;">Duncan McCargo<br />
Professor of Southeast Asian Politics<br />
University of Leeds, United Kingdom</p>
<p style="padding-left: 60px;">Anthony Milner<br />
Basham Professor of Asian History<br />
Australian National University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Don Mitchell<br />
Distinguished Professor of Geography<br />
The Maxwell School, Syracuse University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Frances Fox Piven<br />
Distinguished Professor of Sociology and Political Science<br />
Graduate School of the City University of New York, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Anthony Reid<br />
Professor, Asia Research Institute<br />
National University of Singapore, Singapore</p>
<p style="padding-left: 60px;">Garry Rodan<br />
Professor of Politics &amp; International Studies, and Director, Asia Research Centre<br />
Murdoch University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Dr. Mohamed Suliman<br />
Director, Institute for African Alternatives, United Kingdom</p>
<p style="padding-left: 60px;">David Szanton<br />
Emeritus Executive Director of International and Area Studies<br />
University of California, Berkeley, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Stanley Jeyaraja Tambiah<br />
The Esther and Sidney Rabb Professor (Emeritus) of Anthropology<br />
Harvard University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Professor Nicholas Tapp<br />
Research School of Pacific and Asian Studies<br />
Australian National University, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Carlyle A. Thayer<br />
Professor, University College<br />
University of New South Wales, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Gillian Triggs<br />
Professor and Dean, the Faculty of Law<br />
University of Sydney, Australia</p>
<p style="padding-left: 60px;">Immanuel Wallerstein<br />
Professor, Department of Sociology<br />
Yale University, USA</p>
<p style="padding-left: 60px;">Dr. Thomas Wallgren<br />
Head, Department of Philosophy<br />
University of Helsinki, Finland</p>
<p style="padding-left: 60px;">Michael J. Watts<br />
Chancellor&#8217;s Professor, Department of Geography<br />
University of California, Berkeley, USA</p>
<p style="padding-left: 60px; text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
</blockquote>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><strong>ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร่วมลงนาม (บางส่วน)</strong></p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">James C. Scott &#8211; ศาสตราจารย์ เจมส์ ซี. สก๊อตต์<br />
</span>มีงานเขียนสำคัญหลายชิ้น เช่น The Moral Economy of the Peasant (1990), Weapons of the Weak (1985), Seeing Like a State (1998) เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการศึกษาสังคมชนบท มหาวิทยาลัยเยล สมาชิกของสถาบันการศึกษาชั้นสูงของมหาวิทยาลัยปริ๊นส์ตัน และ Wissenschaftskolleg zu Berlin ประเทศเยอรมันเป็นประธานของสมาคมเอเชียศึกษาระหว่างปี 2540-41 และสมาชิกของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Charles F. Keyes &#8211; ศาสตราจารย์ ชาร์ลส์ เอฟ. คายส์</span><br />
นักมานุษยวิทยาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทยที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา อดีตประธานสมาคมเอเชียศึกษา</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Craig J. Reynolds &#8211; เคร็ก เจ. เรย์โนลส์</span><br />
นักประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเคารพนับถืออย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการไทยและนานาชาติ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ไทยศึกษา ออสเตรเลีย ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Robert Albritton &#8211; ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต อัลบริทตัน</span><br />
แห่งมหาวิทยาลัยมิสสิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา เชี่ยวชาญด้านการเมืองอเมริกาและนโยบายสาธารณะ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัลบริทตันมีโครงการทางวิชาการเกี่ยวกับประชาธิปไตยไทยร่วมกับสถาบันประชาธิปกหลายโครงการ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Barbara Watson Andaya &#8211; ศาสตราจารย์ บาบาร่า วัตสัน อันดายา<br />
</span>นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยฮาวาย อดีตประธานสมาคมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Arjun Appadurai &#8211; อรชุน อัปปาดูรัย</span><br />
นักคิดและปัญญาชนคนสำคัญทางด้านโลกาภิวัตน์และภาวะสมัยใหม่จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ต่อมาเขาย้ายมาเป็นอธิการบดีของ the New School University ในนิวยอร์ค</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Lord Eric Avebury &#8211; ลอร์ดเอริค เอฟเบอรี</span><br />
สมาชิกสภาขุนนาง (สภาสูง) แห่งสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 ลอร์ด เอฟเบอรีเป็นนักการเมืองจากพรรคเสรีประชาธิปไตย และได้รับแต่งตั้งจากรัฐสภาฯให้ดูแลด้านการต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เช่น ในประเทศติมอร์ตะวันออก อินโดนิเซีย ทิเบต เปรู ฯลฯ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Peter F. Bell &#8211; ปีเตอร์ เอฟ. เบลล์</span><br />
อดีตผู้อำนวยการสภาการศึกษาเศรษฐกิจ รัฐนิวยอร์ค เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์การวิจัยในประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศในเอเซียตะวันออกฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Walden Bello &#8211; ศาสตราจารย์ วอลเดน เบลโล<br />
</span>สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ เป็นผู้ก่อตั้งโครงการศึกษาและปฏิบัติการงานพัฒนา (Focus on the Global South) ในประเทศฟิลิปปินส์และไทย เบลโล เขียนหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาในเอเซียหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือเรื่อง &#8220;โศกนาฏกรรมสยาม&#8221;</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Michael Burawoy &#8211; ศาสตราจารย์ ไมเคิล บูราวอย</span><br />
ประธานสมาคมสังคมวิทยาอเมริกา และรองประธานคณะกรรมการสมาคมสังคมวิทยานานาชาติ</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Hilary Charlesworth &#8211; ศาสตราจารย์ ฮิลารี่ ชาร์ลส์เวิร์ธ (Hilary Charlesworth)</span><br />
นักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์การยุติธรรมและการบริหารปกครองนานาชาติ<br />
ชาร์ลส์เวิร์ธได้รับเชิญให้สอนในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลก เช่น ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค และมหาวิทยาลัยปารีส และเป็นประธานคนแรกของสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เธอได้รับรางวัล Goler T.Butcher Medal ปี พ.ศ. 2549 จากสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศของอเมริกาในฐานะ &#8220;ผู้มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนากฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล&#8221;</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Noam Chomsky &#8211; ศาสตราจารย์ นอม ชอมสกี</span><br />
สำหรับคนจำนวนมาก เราอาจไม่ต้องแนะนำนักคิดผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ชอมสกีคือนักวิชาการผู้ปฏิวัติวงการภาษาศาสตร์และปรัชญา ในอีกด้านหนึ่ง เขาคือนักวิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ นักคิดและนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัยใหม่ นิตยสาร ไทมส์ เคยระบุว่าเขาเป็นนักวิชาการที่มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา งานเขียนของเขาถูกอ้างมากที่สุดในโลก แม้แต่ประธานาธิบดีอูโก ชาเวซแห่งเวเนซุเอลา ยังหยิบหนังสือของเขามากล่าวยกย่องในสุนทรพจน์อันเผ็ดร้อนในการประชุมที่สหประชาชาติเมื่อ 2 ปีก่อน</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Arif Dirlik &#8211; ศาสตราจารย์ แอริฟ เดอร์ลิค</span><br />
นักประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาชื่อดังทางด้านจีนศึกษา ต่อมาเขาหันมาสนใจเรื่องโลกาภิวัตน์และวัฒนธรรม อดีตผู้อำนวยการศูนย์ทฤษฎีวิพากษ์และข้ามชาติศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">John Dugard &#8211; ศาสตราจารย์ จอห์น ดูการ์ด<br />
</span>ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดูการ์ดดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ.2545-2551 และเป็นผู้รายงานพิเศษของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระหว่างปี พ.ศ.2544-2551</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Grant Evans &#8211; แกรนท์ อีแวนส์</span><br />
นักมานุษยวิทยาและนักประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บทความล่าสุดของเขาเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้สังเกตุการณ์ในชุมชนนานาชาติที่ติดตามสถานการณ์ประเทศไทย</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Edward Friedman &#8211; ศาสตราจารย์ เอ็ดเวิร์ด ฟรีดแมน</span><br />
นักรัฐศาสตร์ที่เชียวชาญด้านเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ และประชาธิปไตย มีงานเขียนทางวิชาการหลายเล่ม ผลงานล่าสุดเรื่อง &#8220;ยักษ์แห่งเอเซีย: เปรียบเทียบจีน กับ อินเดีย&#8221;</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Susan Stanford Friedman &#8211; ศาสตราจารย์ ซูซาน สแตนฟอร์ด ฟรีดแมน</span><br />
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน สหรัฐอเมริกา</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Stuart Hall &#8211; ศาสตราจารย์ สจ็วต ฮอลล์ (Stuart Hall)</span><br />
อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมร่วมสมัย มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร New Left Review หนังสือพิมพ์ The Observer ยกย่องให้ฮอลล์เป็น &#8220;หนึ่งในนักทฤษฎีด้านวัฒนธรรมระดับแนวหน้าของประเทศอังกฤษ&#8221; เขายังเป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Gillian Hart &#8211; ศาสตราจารย์ จิลเลี่ยน ฮาร์ต</span><br />
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการเมือง ภูมิภาคศึกษาในอาฟริกาใต้ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Michael Hertzfeld &#8211; ศาสตราจารย์ ไมเคิล เฮิอร์ซเฟลด์</span><br />
นักมนุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชี่ยวชาญด้านอัตลักษณ์วัฒนธรรมและไทยศึกษา เฮิอร์ซเฟลด์ เคยเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการวิชาการของพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Kevin Hewison &#8211; ศาสตราจารย์ เควิน เฮวิสัน<br />
</span>อดีตประธานมูลนิธิเอเชียยตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ ออสเตรเลีย และอดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Paul Hutchcroft &#8211; ศาสตราจารย์ พอล ฮัชซ์คร็อฟ</span><br />
นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Sarah Joseph &#8211; ศาตราจารย์ ซาราห์ โยเซฟ<br />
</span>ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยโมนาช ออสเตรเลีย เธอเขียนหนังสือกฎหมายหลายเล่ม รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Ira Katznelson &#8211; ศาสตราจารย์ไอร่า แคทซ์เนลสัน</span><br />
นักรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย อดีตประธานสมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน, ประธานสมาคมรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ เป็นสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน และสมาคมนักปราชญ์อเมริกัน</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Ben Kerkvliet &#8211; ศาสตราจารย์เบน เคิร์กวลีต</span><br />
อดีตหัวหน้าภาควิชาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Ben Kiernan &#8211; ศาสตราจารย์เบน เคียร์แนน</span><br />
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบเขมรแดง เป็นผู้ก่อตั้งโครงการศึกษาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชา ซึ่งพัฒนามาเป็นโครงการศึกษาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มหาวิทยาลัยเยล ที่ครอบคลุมปัญหาความรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก<br />
<span style="color: #3366ff;">Smitu Kothari &#8211; สมิธุ โคธารี</span><br />
บรรณาธิการวารสาร Lokayan (การสานเสวนาของประชาชน) ในอินเดีย เขามีบทบาทในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และได้รับการยอมรับว่าเป็นปัญญาชน-นักเคลื่อนไหวคนสำคัญของอินเดีย</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Margaret Levi &#8211; ศาสตราจารย์มาร์กาเร็ท ลีไว</span><br />
นักรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ สมาชิกของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน เคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมรัฐศาสตร์อเมริกัน</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Caroline Lucas &#8211; แคโรไลน์ ลูคัส</span><br />
นักการเมืองที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ เธอเป็นหัวหน้าพรรคกรีนของอังกฤษและเวลส์ สมาชิกรัฐสภาแห่งยุโรป ในปี 2549 นิตยสาร The New Stateman ยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในสิบบุคคลสำคัญแห่งปี และในปีถัดมาได้รับการลงคะแนนจากผู้อ่านของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ The Observer ให้เป็นนักการเมืองแห่งปี</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Senator Francesco Martone &#8211; วุฒิสมาชิก ฟรานเชสโก มาร์โตเน</span><br />
นักการเมืองอิตาลีที่มีบทบาทแข็งขันในปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของโลก เขาเป็นผู้ก่อตั้งและประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปธนาคารโลก มีบทบาทในในคณะกรรมาธิการถาวรหลายคณะ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการกิจการต่างประเทศและการย้ายถิ่น, การคลัง, และทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อม มาร์โตเน่ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการของคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยสิทธิมนุษยชน</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Duncan McCargo &#8211; ศาสตราจารย์ ดันแคน แม็คคาร์โก</span><br />
จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ หนึ่งในนักวิชาการชั้นแนวหน้าในเรื่องอุษาคเนย์และการเมืองไทย งานเขียนที่สำคัญของเขา เช่น Network Monarchy of Bhumibol and His Proxiesงานเขียนชิ้นล่าสุดของเขาคือ Tearing Apart the Land เป็นบทวิเคราะห์วิกฤติการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Frances Fox Piven &#8211; ศาสตราจารย์ แฟรนเชส ฟ็อกส์ พิเวน</span><br />
มีบทบาทโดดเด่นทั้งในด้านวิชาการและกิจกรรมทางสังคม โดยเฉพาะในฐานะนักวิพากษ์ที่มีมุมมองอันเฉียบคมต่อระบบสวัสดิการสังคมในสหรัฐฯ ปัจจุบันเธอสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองนิวยอร์ค เธอได้รับรางวัลมากมายจากสมาคมด้านวิชาการและสังคมต่าง ๆ และเธอเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสังคมวิทยาอเมริกัน</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Anthony Reid &#8211; ศาสตราจารย์ แอนโทนี่ รีด</span><br />
นักประวัติศาสตร์ที่มีงานเขียนมากที่สุดคนหนึ่ง หลังจากเกษียณจากงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ณ ลอสแองเจลีส รีดส์ได้รับเชิญให้เป็นผู้อำนวยการคนแรกของสถาบันวิจัยแห่งเอเชีย ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เขายังได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ และได้รับรางวัลฟูกูโอกะในปี 2545</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Dr. Mohamed Suliman &#8211; ดร. โมฮัมเหม็ด สุไลมาน</span><br />
นักวิชาการชาวซูดานที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศอังกฤษ เขาเป็นประธานของสถาบันเพื่อทางเลือกของชาวแอฟริกันในอังกฤษ เขาเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับความขัดแย้งในซูดาน, ดาร์ฟูร์ และที่อื่น ๆ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">David Szanton &#8211; เดวิด แชนตัน</span><br />
เคยเป็นผู้อำนวยการโครงการอาณาบริเวณศึกษาและนานาชาติ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบอร์กลีย์</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Stanley J. Tambiah &#8211; ศาสตราจารย์ สแตนลีย์ เจ. แทมไบยาห์</span><br />
นักมานุษยวิทยาชื่อก้องโลกที่มีผลงานเกี่ยวกับประเทศไทย ศรีลังกา ชนชาติทมิฬ รวมทั้งศาสนาและการเมือง เขาได้รับรางวัลและคำประกาศเกียรติคุณจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย เช่น รางวัลบัลซัน (the Balzan), รางวัลฟูกูโอกะ, สถาบันมานุษยวิทยาในพระบรมราชินูปถัมภ์ของประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ และได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานอังกฤษ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Andrew Walker &#8211; แอนดรูว์ วอล์คเกอร์</span><br />
นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย สนใจเกี่ยวกับการค้าชายแดนระหว่างไทย ลาว และจีนใต้ รวมทั้งปัญหาการพัฒนาชนบท การจัดการสิ่งแวดล้อมในภาคเหนือของไทย เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ The New Mandala อันเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ได้รับความนิยมจากปัญญาชนในอุษาคเนย์อย่างมาก</p>
<p>***<span style="color: #3366ff;">Immanuel Wallerstein &#8211; ศาสตราจารย์ อิมมานูเอล วอลเลอร์สไตน์<br />
</span>เจ้าของทฤษฎี &#8220;ระบบโลก&#8221; เขาได้รับเชิญให้สอนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลกและได้รับรางวัลและตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งดำรงตำแหน่ง เช่น ผู้อำนวยการของวิทยาลัยการศึกษาชั้นสูงด้านสังคมศาสตร์แห่งปารีส, ประธานสมาคมสังคมวิทยานานาชาติ, ผู้อำนวยการศูนย์เฟอร์นันด์ บรอเดลเพื่อการศึกษาเศรษฐศาสตร์ ในปี 2546 สมาคมสังคมวิทยาอเมริกันได้มอบรางวัลนักวิชาการที่ผลิตผลงานดีเด่น (the Career of Distinguished Scholarship Award) ให้แก่วอลเลอร์สไตน์</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Thomas Wallgren &#8211; ศาสตราจารย์ โทมัส วอลล์เกร็น</span><br />
หัวหน้าภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ นักปรัชญาและนักกิจกรรมเพื่อสังคม เขายังเป็นประธานสถาบันเครือข่ายเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยทั่วโลก</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Michael Watts &#8211; ศาสตราจารย์ ไมเคิล วัทส์<br />
</span>อดีตผู้อำนวยการสถาบันการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบอร์คลีย์ , ศูนย์แอฟริกันศึกษา, โครงการนักวิจัยสันติภาพของโรตารี, และโครงการศึกษาด้านการพัฒนา</p>
<p><span style="color: #3366ff;">Thongchai Winichakul &#8211; ศาสตราจารย์ ธงชัย วินิจจะกูล</span><br />
แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน เขาสนใจประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย หนังสือของธงชัย Siam Mapped ได้รับรางวัลแฮรี เบนดาของสมาคมเอเชียศึกษาในปี 2538 เขายังเป็นสมาชิกของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน ธงชัยเป็นหนึ่งในผู้นำนักศึกษาในช่วง 6 ตุลาคม 2519</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/03/04/academician-lese-majeste-law/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>126</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่าน#3  สงครามชิงทำเนียบ: ประวัติศาสตร์และการเมืองของหนังสือดี</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/02/16/read3-2/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/02/16/read3-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Feb 2009 09:38:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[วารสาร/หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1065</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/02/read_no3-1.jpg" alt="" title="Readjournal#3" width="100" height="137" class="excerpt" /> สงครามชิงทำเนียบ: ประวัติศาสตร์และการเมืองของหนังสือดี ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-1066" title="read_no3" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/02/read_no3.jpg" alt="read_no3" width="538" height="739" /></p>
<p style="text-align: left;"> </p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">อ่าน # 3 (ปีที่ 1 ฉบับที่3 ตุลาคม-ธันวาคม 2551)</span></h2>
<h2 style="text-align: center;">สงครามชิงทำเนียบ: ประวัติศาสตร์และการเมืองของหนังสือดี</h2>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><strong>ชูศักดิ์  ภัทรกุลวณิชย์  <br />
</strong><span style="color: #ff0000;">เรื่องจากปก</span><br />
สงครามชิงทำเนียบ</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ธนาพล  ลิ่มอภิชาต, วริศา กิตติคุณเสรี  <br />
</strong><span style="color: #ff0000;">เรื่องจากปก</span>   <br />
ประวัติศาสตร์และการเมืองของวาทกรรมหนังสือดี</p>
<p style="text-align: center;"><strong>เรณู  ปัญญาดี</strong>  <br />
<span style="color: #ff0000;">ระกา-ราณีภาคพิเศษ</span> <br />
ลิสต์: หนังสือและนักเขียน</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ชูศักดิ์  ภัทรกุลวณิชย์</strong>  <br />
<span style="color: #ff0000;">อ่านใหม่ Reread</span> <br />
ฟ้าบ่กั้น หยังว่าให้ห่างกัน</p>
<p style="text-align: center;"><strong>คำ ผกา</strong>   <span style="color: #ff0000;"><br />
หล่อนอ่าน Ms.Read<br />
</span>ความลับไม่มีในโลก</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ภัควดี วีระภาสพงษ์  <br />
</strong><span style="color: #ff0000;">อ่านนอกเล่ม</span> <br />
บาปลับของวิชาเศรษฐศาสตร์</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ชาตรี  ประกิตนนทการ</strong>  <br />
<span style="color: #ff0000;">อ่าน arch</span> <br />
ฮาวทูดีไซน์ความเป็นไทยในสถาปัตยกรรม (แบบผู้เชี่ยวชาญ)</p>
<p style="text-align: center;"><strong>สุภลักษณ์  กาญจนขุนดี   <br />
</strong><span style="color: #ff0000;">อ่านซ้าย Read Left</span> <br />
ราชวงศ์คิมและกระบวนการสร้างพ่อแห่งแผ่นดินในเกาหลีเหนือ</p>
<p style="text-align: center;"><strong>สนธยา  ทรัพย์เย็น</strong>  <br />
<span style="color: #ff0000;">อ่านภาพ</span> <br />
หนังส่วนตัวหน้าธารกำนัล</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ศรีดาวเรือง  <br />
</strong><span style="color: #ff0000;">อ่านแล้ว-อ่านเล่า</span> <br />
สุดสายรุ้ง</p>
<p style="text-align: center;"><strong>สายัณห์  แดงกลม</strong>    <br />
<span style="color: #ff0000;">Arte<br />
</span>บันทึกของนับดาว</p>
<p style="text-align: center;"><strong>นิพัทธ์พร  เพ็งแก้ว  <br />
</strong><span style="color: #ff0000;">แนะนำให้อ่าน</span> <br />
บันทึกไร้พรมแดนใน ปาฏิหาริย์จากแดนผีดิบ</p>
<p style="text-align: center;"><strong>วริศา  กิตติคุณเสรี</strong>  <br />
<span style="color: #ff0000;">อ่านของคนอื่น Review of reviews</span> <br />
เสียงหัวเราะกับอารมณ์ขัน,<br />
บันทึกความทรงจำจากการเล่าอดีต,<br />
ผีไร้พรมแดนในเวียดนามหลังสงครามอเมริกัน</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">เชิญอ่าน<br />
</span><strong>แพทริค  โจรี</strong>   <br />
ปริทัศน์หนังสือว่าด้วยความรุ่งเรือง-ล่มสลายของจักรวรรดิและปัญหาว่าด้วยจักรวรรดินิยมเสรี<br />
<strong>ชานันท์  ยอดหงษ์  </strong><br />
หัวใจนักรบชุมชนชายในจินตนาการ<br />
<strong>เสนาะ  เจริญพร</strong><br />
อำนาจและความรักใน สะบายดีหลวงพะบาง<br />
<strong>พิริยะดิศ  มานิตย์</strong> <br />
ความทรงจำในวัยเด็กของเอ็มมาโบวารี</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/02/16/read3-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เผยโฉมหน้าสว. สนันสนุนตั้งคณะกรรมธิการติดตามการบังคับใช้กฎหมายการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/01/26/997/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/01/26/997/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2009 07:21:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=997</guid>
		<description><![CDATA[ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รายชื่อวุฒิสภาตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย<br />
และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ <a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/6-3.pdf">[ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่]</a></p>
<blockquote><p>                                                                                                             <br />
                                                                                                                      วุฒิสภา</p>
<p>                                                                                                                      ถนนอู่ทองใน กทม. ๑๐๓๐๐</p>
<p>                                                                              ๑๔ มกราคม ๒๕๕๒</p>
<p>เรื่อง               ขอเสนอญัตติให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย<br />
                     และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์</p>
<p>กราบเรียน        ประธานวุฒิสภา</p>
<p>                    โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับแรก พุทธศักราช ๒๔๗๕ จนถึงฉบับปัจจุบัน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ให้ความคุ้มครองยกย่องเทิดทูนพระมหากษัตริย์ให้ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และยังมีประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอีกไม่น้อยกว่า ๗ ฉบับ ที่ป้องกันพิทักษ์มิให้ผู้ใดจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อพิจารณาโดยจำนวนแล้วนับว่ามีมากเพียงพอที่จะเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงปลอดภัยได้ แต่การณ์กลับปรากฏว่าในรอบ ๒-๓ ปีมานี้ มีบุคคลบางกลุ่มดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารเท็จในลักษณะจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางเว็บไซต์ ทั้งในและต่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นนับจากเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา โดยมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้น้อยและล่าช้ามาก ทำให้เจตนารมณ์ของกฎหมายเสียหายไปในสาระสำคัญ</p>
<p>                     วุฒิสภา ในฐานะเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ จึงสมควรที่จะได้มีการศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปเพื่อเจตนารมณ์ของรัฐสภาในฐานะที่เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติหรือการอนุมัติกฎหมาย และเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายให้มีความสมบูรณ์และเหมาะสมมากยิ่งขึ้นในอนาคต รวมทั้งศึกษาแสวงหามาตรการทางสังคมอื่นๆ นอกเหนือจากมาตรการทางกฎหมายด้วย</p>
<p>                      ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าสมาชิกวุฒิสภาผู้มีรายนามข้างท้ายนี้ จึงขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๑ ข้อ ๓๘ เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานตามภารกิจ ๑๘๐ วัน</p>
<p>                      สำหรับเหตุผลและรายละเอียดเพิ่มเติมจะได้ชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาต่อไป</p>
<p>                                                                              ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง</p>
<p>                                                                                                                ผู้เสนอญัตติ</p>
<p>                                                                               (นายคำนูณ สิทธิสมาน)</p>
<p>                                                                            สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๑๒</p></blockquote>
<p style="text-align: center;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="0" width="90%" align="center">
<tbody>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/12.jpg"><img class="size-medium wp-image-1001 aligncenter" title="นายคำนูณ   สิทธิสมาน" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/12-251x300.jpg" alt="นายคำนูณ   สิทธิสมาน" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="text-align: center;">นายคำนูณ สิทธิสมาน</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/28.jpg"><img class="size-medium wp-image-1001   aligncenter" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/28-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="text-align: center;">พลอากาศเอกณพฤษภ์ มัณฑะจิตร</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/59.jpg"><img class="size-medium wp-image-1001   aligncenter" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/59-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="text-align: center;">หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/98.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/98-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายวิทวัส บุญญสถิตย์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-1018" title="121" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/121-237x300.jpg" alt="121" width="125" height="150" /></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/63.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/63-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/56.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/56-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายประสาร มฤคพิทักษ์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/83.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/83-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นางสาวรสนา โตสิตระกูล</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/32.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/32-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายตวง อันทะไชย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/106.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/106-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายสมชาย แสวงการ</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/138.jpg"><img class="size-medium wp-image-1021 aligncenter" title="138" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/138-237x300.jpg" alt="138" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายอนุศักดิ์ คงมาลัย</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/125.jpg"><img class="size-medium wp-image-1021 aligncenter" title="138" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/125-237x300.jpg" alt="138" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/93.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/93-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายวรินทร์ เทียมจรัส</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/134.jpg"><img class="size-medium wp-image-1020 aligncenter" title="134" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/134-237x300.jpg" alt="134" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/31.jpg"><img class="size-medium wp-image-1050 aligncenter" title="31" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/31-251x300.jpg" alt="31" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/110.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1020" title="134" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/134-237x300.jpg" alt="134" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายสาย กังกเวคิน</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/110-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายจารึก อนุพงษ์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/24.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/24-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายชลิต แก้วจินดา</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/71.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/71-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายไพบูลย์ นิติตะวัน</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/100.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/100-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">ศาสตราจารย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/08.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/08-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">พลเอกเกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/74.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/74-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">ร้อยโทภูมิศักดิ์ หงส์หยก</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/88.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/88-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายไรน่าน อรุณรังสี</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-1039" title="47" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/47-251x300.jpg" alt="47" width="125" height="150" /></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/123.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1037" title="139" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/123-237x300.jpg" alt="125" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายสุรจิต ชิรเวทย์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/58.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/58-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/128.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1037" title="139" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/128-237x300.jpg" alt="125" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">พลเรือเอกสุรศักดิ์ ศรีอรุณ</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/06.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/06-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">พลตำรวจตรีเกริก กัลยาณมิตร</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/76.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/76-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายมณเฑียร บุญตัน</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/62.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/62-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายพรพจน์ กังวาล</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/36.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/36-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">รองศาสตราจารย์ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/139.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1037" title="139" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/139-237x300.jpg" alt="125" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/140.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1037" title="139" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/140-237x300.jpg" alt="125" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">รองศาสตราจารย์อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/45.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/45-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นางนฤมล ศิริวัฒน์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/17.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1001" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/17-251x300.jpg" alt="" width="125" height="150" /></a></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">พันตำรวจโทจิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-1041" title="64" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/64-251x300.jpg" alt="64" width="125" height="150" /></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-1041" title="49" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/49-251x300.jpg" alt="64" width="125" height="150" /></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">นายบวรศักดิ์ คณาเสน</p>
</td>
<td height="8">
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-1041" title="60" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/60-251x300.jpg" alt="60" width="125" height="150" /></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center">พลโทพงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน</p>
</td>
<td height="8">
<p style="TEXT-ALIGN: center"> </p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/01/26/997/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>123</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>องค์ความรู้เรื่องกฎหมายหมิ่นในวารสารฟ้าเดียวกัน</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/01/23/lese-majeste-laws/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/01/23/lese-majeste-laws/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2009 10:43:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้าเดียวกันออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[Lese Majeste Law]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=994</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงเวลาที่ข้อหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้เล่นงานผู้ที่เห็นต่างกับฝ่ายตรงข้ามกันอย่างขนานใหญ่ เห็นได้ชัดตั้งแต่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองช่วงปี 2549-51  คดีหมิ่นฯ ก็ผุดขึ้นราวดอกเห็ด  ล่าสุดคือกรณีของแฮร์รี่ นิโคไลดส์ ชาวออสเตรีย ซึ่งถูกจำคุก 3 ปี อันเป็นที่รับรู้ของประชาชนในประเทศไทยและทั่วโลก   ดังนั้นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในสังคมไทย แต่ก็มีการศึกษาเรื่องนี้กันน้อยมาก การรับรู้ในความรู้เกียวกับคดีหมิ่นฯ ก็น้อยเช่นเดียวกัน  ฟ้าเดียวกันจึงขอทบทวนองค์ความรู้คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากบทความในวารสารฟ้าเดียวกันที่เคยตีพิมพ์มาให้ได้อ่านกันอีกครั้ง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์ความรู้เรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในวารสารฟ้าเดียวกัน</strong></p>
<p>ในช่วงเวลาที่ข้อหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้เล่นงานผู้ที่เห็นต่างกับฝ่ายตรงข้ามกันอย่างขนานใหญ่ เห็นได้ชัดตั้งแต่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองช่วงปี 2549-51  คดีหมิ่นฯ ก็ผุดขึ้นราวดอกเห็ด  ล่าสุดคือกรณีของแฮร์รี่ นิโคไลดส์ ชาวออสเตรีย ซึ่งถูกจำคุก 3 ปี อันเป็นที่รับรู้ของประชาชนในประเทศไทยและทั่วโลก   ดังนั้นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในสังคมไทย แต่ก็มีการศึกษาเรื่องนี้กันน้อยมาก การรับรู้ในความรู้เกียวกับคดีหมิ่นฯ ก็น้อยเช่นเดียวกัน  ฟ้าเดียวกันจึงขอทบทวนองค์ความรู้คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากบทความในวารสารฟ้าเดียวกันที่เคยตีพิมพ์มาให้ได้อ่านกันอีกครั้ง</p>
<p>ดาวน์โหลดไฟล์</p>
<p><strong>หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในสังคมไทย</strong> (ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 4 ฉบับที่ 2)</p>
<ul>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/intro-66-67.pdf">Intro</a></li>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/pirot-68-69.pdf" target="_blank">สังคมวิทยาว่าด้วยกฎหมายหมิ่น ไพโรจน์ พลเพชร</a></li>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/wasan-70-71.pdf">เครื่องมือสยบการต่อต้าน วสันต์ พานิช</a></li>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/somchai-72-74.pdf">กลไกที่ &#8220;อยุติธรรม&#8221; ของกระบวนการยุติธรรมไทย สมชาย ปรีชาศิลปกุล</a></li>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/kasian-75-78.pdf">อยู่อย่างไรในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เกษียร เตชะพีระ</a></li>
<li><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/somsak-79-81.pdf">ความขัดแย้งที่ยิ่งใหญ่และยาวนาน สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล</a></li>
</ul>
<p><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/interview-david-52-65.pdf">สัมภาษณ์พิเศษ เดวิด สเตรคฟัสส์ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพคือเศษซากอุดมการณ์การเมืองของเผด็จการ</a> (ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 4 ฉบับที่ 2)</p>
<p><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/prawit-158-170.pdf">ปรากฏการณ์ปั่นพอง และปฏิกิริยาโต้กลับ: กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการเซ็นเซอร์ตัวเองของหนังสือพิมพ์กระแสหลัก</a> ประวิตร โรจนพฤกษ์ (ฟ้าเดียวกันปีที่ 6 ฉบับที่ 1)</p>
<p><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/somchai-e0b8abe0b8a1e0b8b4e0b988e0b899e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b89ae0b8a3e0b8a1-148-157.pdf">หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</a>  สมชาย ปรีชาศิลปกุล (ฟ้าเดียวกันปีที่ 6 ฉบับที่ 1)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/01/23/lese-majeste-laws/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>27</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟ้าเดียวกันขอเชิญท่านร่วมเป็น 1 ใน 10,000 รายชื่อที่เสนอร่างพ.ร.บ. สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/01/15/campaign-2/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/01/15/campaign-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2009 08:18:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้าเดียวกันออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=1025</guid>
		<description><![CDATA[คุณรู้ไหมว่า...  มีคนงานเจ็บป่วยพิการล้มตายเพราะโรคจากสารเคมีและสิ่งแวดล้อมปีละเกือบ 2 แสนราย

คุณยังจำได้ไหม...  เมื่อ 15 ปีที่แล้วในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเคเดอร์  ขณะที่คนงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวกำลังผลิตตุ๊กตาเพื่อส่งไปขายทั่วโลก เพลิงได้ลุกไหม้จนทำให้ตึกถล่ม พรากชีวิตคนงานไป 188  คนและบาดเจ็บกว่า 469 คน

คุณเคยไหม...  ที่หายใจเอาควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์เข้าไป  นั่นยังน้อยกว่ามากถ้าเทียบกับคนงานในโรงงานทอผ้าที่สูดหายใจเอาฝุ่นฝ้ายเข้าปอดจนเป็นโรคปอดอักเสบ แต่พวกเขากลับเข้าไม่ถึงสิทธิ์ในการรักษา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณรู้ไหมว่า&#8230; มีคนงานเจ็บป่วยพิการล้มตายเพราะโรคจากสารเคมีและสิ่งแวดล้อมปีละเกือบ 2 แสนราย</p>
<p>คุณยังจำได้ไหม&#8230; เมื่อ 15 ปีที่แล้วในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเคเดอร์ ขณะที่คนงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวกำลังผลิตตุ๊กตาเพื่อส่งไปขายทั่วโลก เพลิงได้ลุกไหม้จนทำให้ตึกถล่ม พรากชีวิตคนงานไป 188 คนและบาดเจ็บกว่า 469 คน</p>
<p>คุณเคยไหม&#8230; ที่หายใจเอาควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์เข้าไป นั่นยังน้อยกว่ามากถ้าเทียบกับคนงานในโรงงานทอผ้าที่สูดหายใจเอาฝุ่นฝ้ายเข้าปอดจนเป็นโรคปอดอักเสบ แต่พวกเขากลับเข้าไม่ถึงสิทธิ์ในการรักษา</p>
<p><strong>15 ปี กว่าจะเป็นวันนี้</strong></p>
<p>หลังจากกรณีโศกนาฏกรรมเคเดอร์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 ผู้ใช้แรงงานได้รวมตัวกันเพื่อร่างและผลักดันกฎหมายด้านสุขภาพความปลอดภัยในการทำงานอย่างมีส่วนร่วม แต่กระทรวงแรงงานเองกลับเสนอร่างพ.ร.บ. ตีคู่ออกมา เพื่อต้องการตัดสาระสำคัญที่ผู้ใช้แรงงานมีเจตจำนงร่วมกันให้ก่อตั้ง “สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ซึ่งมีสถานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้การกำกับการดูแลของกระทรวงแรงงานและให้ผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการด้วย สถาบันนี้จะมีหน้าที่พัฒนาการจัดทำมาตรฐานเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย จัดการทางการแพทย์เกี่ยวกับการรักษาวินิจฉัยโรค พิจารณาการจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย</p>
<p><strong>ฟ้าเดียวกันขอเชิญท่านร่วมเป็น 1 ใน 10,000 รายชื่อที่เสนอร่าง พ.ร.บ. สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. &#8230; </strong><br />
[ดาวน์โหลด<a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2008/04/form_.pdf">แบบฟอร์ม</a>เพื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมายและ<a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2008/04/porobo.pdf">ร่างพ.ร.บ.</a>]</p>
<p>กรอกแบบฟอร์มและแนบสำเนาบัตรประชาชน ส่งมาที่<br />
<em>สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย<br />
32 ม.2 ซ.ทรายทอง 22 ถ.ติวานนท์ 45 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ / โทรสาร 02-9513037, 02-9512710<br />
http://www.wept.org, E-mail: wept_somboon@hotmail.com</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/01/15/campaign-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอเชิญร่วมสมทบทุน “กองทุนเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ”</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/01/15/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/01/15/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2009 06:38:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=976</guid>
		<description><![CDATA[องค์กร "กลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ" (นกน.) ขอรับบริจาคเงิน เพื่อต้องการสร้างฐานเศรษฐกิจขององค์กรให้เข้มแข็งมากขึ้น หลีกเลี่ยงการถูกครอบงำหรือตกอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ขององค์กรเงินทุนและปัญญาชนนักเคลื่อนไหวนักพัฒนาบางกลุ่ม
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ (นกน.) จัดตั้งขึ้นในปี 2541 เพื่อยกระดับความรู้และพัฒนาทักษะของเกษตรกร สนับสนุนให้เกิดการหนุนช่วยซึ่งกันและกันของสมาชิก ปกป้องพิทักษ์ผลประโยชน์และสิทธิอันชอบธรรมของเกษตรกร ผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน และผลักดันให้มี การปลดเปลื้องหนี้สินของเกษตรกร โดยที่ผ่านมามีการดำเนินงาน ทั้งในรูปแบบการพบปะแลกเปลี่ยน การสัมมนา ฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของเกษตรกร รวมทั้งมีการประสานความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรต่างๆ ในการเคลื่อนไหวผลักดันการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรเชิงนโยบายและเชิงโครงสร้าง</p>
<p>จากการสรุปบทเรียนที่ผ่านมา ปัจจุบันทาง นกน. ได้จัดตั้ง &#8220;กองทุนเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม ยั่งยืนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ&#8221; ขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะระดมเงินประมาณ 400,000 บาท นำไปทำการผลิต &#8220;เลี้ยงหมูหลุม&#8221; ปลอดสารพิษ เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจขององค์กร ให้สามารถพึ่งตนเองได้ มีความเข้มแข็งภายใน และหลีกเลี่ยงการถูกครอบงำหรือตกอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ขององค์กรเงินทุนและปัญญาชนนักเคลื่อนไหวนักพัฒนาบางกลุ่ม</p>
<p>จึงใคร่ขอเชิญชวนมิตรสหายทั้งหลายที่เห็นความสำคัญในภารกิจและการดำรงอยู่ของ นกน. ร่วมกันบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ตามที่เห็นสมควร โดยสามารถบริจาคผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยถนนห้วยแก้ว จ. เชียงใหม่ ชื่อบัญชี &#8220;เครือข่ายกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ&#8221; เลขที่ 549-1-13834-7</p>
<p>ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมที่<br />
1) นายสมศักดิ์ โยอินชัย โทร. 083-324-9507<br />
2) นายทวี จันทร์สกุล โทร. 081-023-6814<br />
3) นายสิงห์ชัย ธรรมพิงค์ โทร. 089-954-0953</p>
<p><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/norkornor.pdf" target="_blank">ดาวน์โหลดเอกสาร&#8221;กองทุนเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ&#8221;</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/01/15/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทบรรณาธิการฟ้าเดียวกัน#24 ทางแพร่งประชาธิปไตยไทย</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/01/07/fahmag24/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/01/07/fahmag24/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2009 14:51:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟ้าเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วารสาร/หนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=963</guid>
		<description><![CDATA[  ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/cover-24-400.jpg"></a></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/cover-24-400.jpg"></a></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/cover-24-400.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-967" title="ปกวารสารฟ้าเดียวกันปีที่ 6 ฉบับที่ 4 : ทางแพร่งประชาธิปไตยไทย" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/cover-24-400.jpg" alt="ปกวารสารฟ้าเดียวกันปีที่ 6 ฉบับที่ 4 : ทางแพร่งประชาธิปไตยไทย" width="400" height="553" /></a></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<h2>ทางแพร่งประชาธิปไตยไทย</h2>
<p>การประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติประจำปี 2551 เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ เริ่มต้นการบรรยายวิชาการหัวข้อแรกโดย ศ.ดร. โยชิฟูมิ ทามาดะ แห่งมหาวิทยาลัย เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านไทยศึกษาที่ค้นคว้าเรื่องการเมืองไทยมายาวนานนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 2520 ผลงานมีชื่อของเขาเรื่อง &#8220;อิทธิพลและอำนาจ: การเมืองไทยด้านที่ไม่เป็นทางการ&#8221; (1991 และแปลเป็นภาษาไทยเมื่อ พ.ศ. 2543 โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์) นับเป็นงานที่ผู้สนใจเรื่องระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทยต้องอ่าน ขณะที่หนังสือเรื่อง <em>Democratization in Thailand: Grappling with Realities -ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย: เกาะติดกับความเป็นจริง </em>(2003) ยังได้รับรางวัล Masayoshi Ohira Memorial เมื่อปี 2547</p>
<p>ในแง่หนึ่ง ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีแกมเศร้าใจ ที่การบรรยายเปิดการประชุม &#8220;รัฐศาสตร์แห่งชาติไทย&#8221; โดยทามาดะครั้งนั้น ว่าด้วยหัวข้อเรื่อง &#8220;กระบวนการสร้างและทำลายประชาธิปไตยของการเมืองไทย&#8221; ซึ่งได้ปรับปรุงมาเป็นบทความ &#8220;ประชาธิปไตย การทำให้เป็นประชาธิปไตย และการออกจากประชาธิปไตยของประเทศไทย&#8221; ตีพิมพ์ใน <em>ฟ้าเดียวกัน </em>ฉบับนี้-เหลือเชื่อว่า ล่วงเลยมาถึง ณ ปัจจุบัน สังคมไทยยังต้องกลับมาถกเถียงทำความเข้าใจกันอีกว่าประชาธิปไตยคืออะไร? การเลือกตั้งและหลักการที่ว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเสมอกันสำคัญและจำเป็นอย่างไร? แล้วเราจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นในสังคมไทยได้อย่างไร?</p>
<p>อย่างไรก็ดี พลันที่เราได้รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผู้นำกองทัพ สถาบันตุลาการ พันธมิตรเสื้อเหลือง องค์การนำภาคธุรกิจ ผู้ร่วมก่อการรัฐประหาร 19 กันยาฯ องคมนตรี และอาจจะรวมถึงสถาบันประเพณีที่ &#8220;อยู่เหนือการเมือง&#8221; คอยเป็นเสาค้ำจุนอำนาจอย่างเปิดเผย ก็เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาว่า ในสภาพการณ์ที่เป็นจริงของสังคมการเมืองไทย สิ่งที่นักวิชาการจากญี่ปุ่นนำเสนอต่อที่ประชุมของนักรัฐศาสตร์ไทยด้วยความห่วงใยนั้น เป็นวาระสำคัญที่เราควรรับฟัง ไตร่ตรอง และนำไปสนทนาถกเถียงกันต่อให้กว้างขวาง</p>
<p>ทามาดะชวนให้เราทบทวน &#8220;พลังประชาธิปไตย&#8221; ในการเมืองไทย และตระหนักถึงการแก้ปัญหา &#8220;พลังต่อต้านประชาธิปไตย&#8221; ให้มากแทนที่จะมุ่งแก้จุดอ่อนของพลังประชาธิปไตยเพียงด้านเดียว แน่นอน เขามิได้ปกป้องประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้งว่าเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ แต่เราไม่ควรโจมตีการเลือกตั้ง เพื่อปฏิเสธประชาธิปไตย ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำว่า ฝ่ายที่ปฏิเสธประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่ประชาชนธรรมดา หากคือชนชั้นนำและปัญญาชน ผู้มักจะโยนบาปให้แก่ประชาชนธรรมดาว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย</p>
<p>สอดรับกับข้อเสนอของประจักษ์ ก้องกีรติ นักรัฐศาสตร์รุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่วิเคราะห์ถึงปัญหาของมายาคติและอคติของนักรัฐศาสตร์ไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากสิ่งที่เขาเรียกว่า &#8220;นิทานสอนใจว่าด้วยความโง่ จน เจ็บ ของผู้เลือกตั้งชนบท&#8221; อันมีประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศในชนบทกับนักการเมืองเป็นผู้ร้ายที่สมคบคิดกันทำให้การเมืองไทยเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่นและไร้ซึ่งศีลธรรม</p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า โจทย์ที่ทามาดะและประจักษ์ตั้งไว้ย่อมถือเป็นปัญหาที่มีนัยสำคัญประการหนึ่งบนทางแพร่งประชาธิปไตยไทย ณ ขั้นตอนปัจจุบัน</p>
<p>บนทางแพร่งที่ฟากหนึ่ง &#8220;การเมืองสีเหลือง&#8221; ซึ่งขับเคลื่อนโดยมีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นกองหน้าภายใต้พระบรมโพธิสมภาร กำลังจะรุดหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง และนำพาสังคมไทยหนีห่างจากระบอบประชาธิปไตยที่ &#8220;อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย&#8221; ออกไปสู่ &#8220;การเมืองใหม่&#8221; ที่มีรูปธรรมเฉพาะหน้าเป็นรัฐบาลนาย &#8220;อภิสิทธิ์&#8221; เวชชาชีวะ</p>
<p>ทว่า ท่ามกลางภาวะวิสัยทางการเมืองที่ดูประหนึ่งว่า &#8220;ชัยชนะ&#8221; ของพันธมิตรฯ จะทำให้พลังต่อต้านประชาธิปไตยรุกไล่พลังประชาธิปไตยให้อ่อนกำลังลง ชัยชนะของพันธมิตรฯ นั้นเองกลับกัดกินตัวเองและได้สร้าง &#8220;ผลสะเทือนมุมกลับ&#8221; บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตยให้เริ่มหยั่งรากลงสู่เนื้อดินของสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน  กล่าวคือ โดยไม่ตั้งใจ การเมืองสีเหลืองได้ปลุกให้มวลชนในระดับที่กว้างขวางตระหนักถึงพลังในการใช้อำนาจอธิปไตยของตนผ่านกลไกทางการเมืองทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ พร้อมกับตื่นขึ้นมาตั้งคำถามต่อชนชั้นนำ ปัญญาชนอนุรักษนิยม ระบบและสถาบันทางการเมืองเดิม แม้กระทั่งสถาบัน &#8220;เหนือการเมือง&#8221; ที่ควบคุมครอบงำสังคมไทยอยู่อย่างถึงรากมากขึ้นตามลำดับ</p>
<p>ฉะนั้น สำหรับอีกแพร่งหนึ่งของประชาธิปไตยไทย การต่อสู้/ต่อรองเพื่อหันเหระบอบประชาธิปไตยไทยให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้นไป ก็แลเห็นประกายไฟแห่งความหวัง  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า พลังประชาธิปไตยจะสามารถจินตนาการถึง &#8220;ความเป็นไปได้&#8221; ภายใต้ &#8220;ข้อจำกัด&#8221; ทั้งทางอัตวิสัยและภาวะวิสัย และสร้างเค้าโครงการทางการเมืองที่สอดคล้องเหมาะสม พร้อมกับปฏิบัติการจริงที่มีพลังและมีชีวิตชีวา ได้หรือไม่ เช่นไร</p>
<p>ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ พลวัตการเมืองไทยในระยะอันใกล้ จึงมิใช่ห้วงเวลาแห่งความหดหู่สิ้นหวัง หากแต่เป็นห้วงยามอันน่าระทึกโดยแท้</p>
<p style="text-align: center;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>สารบัญ</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>หาเรื่องมาเล่า</strong></p>
<p style="text-align: center;"><em>Blood Diamond :สงครามกลางเมืองในแอฟริกากับคำสาปว่าด้วยทรัพยากรธรรมชาติ</em></p>
<p style="text-align: center;"><em>รางวัล &#8220;วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์&#8221; ครั้งที่ 1 เพื่อความรู้ใหม่ว่าด้วย &#8220;คนจน&#8221;</em></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขบวนการเคลื่อนไหวมวลชนหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ :<br />
ว่าด้วยจิตสำนึกทางชนชั้นเสื้อแดงและกรอบโครงความคิดเสื้อเหลือง</em></p>
<p style="text-align: center;"><strong>คำขบวน</strong><br />
<em>Neoliberalism  ลัทธิเสรีนิยมใหม่</em><br />
ภัควดี วีระภาสพงษ์</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ปีกซ้ายไร้ปีก</strong><br />
<em>ความจำเริญทางเศรษฐกิจประชาธิปไตย และภยาคติของชนชั้นสูง</em><br />
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี</p>
<p style="text-align: center;"><strong>เงินเดินดิน</strong><br />
<em>ปัจจัยพื้นฐาน ตลาดหุ้นฟันปลา และต้นทุนของผู้ถือหุ้น</em><br />
สฤณี อาชวานันทกุล</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ทัศนะวิพากษ์</strong><br />
<em>ประชาธิปไตย การทำให้เป็นประชาธิปไตย และการออกจากประชาธิปไตยของประเทศไทย</em><br />
โยชิฟูมิ ทามาดะ</p>
<p style="text-align: center;">ปรับปรุงจากการบรรยายพิเศษเปิดการประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติประจำปี 2551 นักวิชาการญี่ปุ่นที่เกาะติดศึกษาเรื่องการเมืองไทยมาเกือบสามสิบปีผู้นี้ได้สำรวจให้เห็น ความผันผวนของระดับความเป็นประชาธิปไตยของไทยในมิติทางประวัติศาสตร์ เพื่อไขปริศนาว่าทำไมประชาธิปไตยจึงถูกทำลายและรื้อฟื้นในบางจังหวะ ทำไมรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรจึงต้องถูกทำลายแล้วแทนที่ด้วยการเมืองใหม่ พร้อมทั้งทบทวนบทบาทของชนชั้นที่มักเชื่อกันว่าเป็น &#8220;พลังประชาธิปไตย&#8221; ในสังคมไทย ที่สำคัญมากกว่านั้น เพื่อจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตย ทามาดะเสนอว่าเราต้องระบุให้ได้ว่าพลังใดเป็น &#8220;พลังต่อต้านประชาธิปไตย&#8221; และจะกำจัด/ประนี-ประนอมกับพลังต่อต้านนี้อย่างไร</p>
<p style="text-align: center;"><em>นิทานสอนใจว่าด้วยความโง่ จน เจ็บของผู้เลือกตั้งชนบท: มายาคติและอคติของนักรัฐศาสตร์ไทย</em><br />
ประจักษ์ ก้องกีรติ</p>
<p style="text-align: center;">ในบรรดาหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือรายงานวิจัยทางรัฐศาสตร์ของไทย ที่เป็นหัวข้อยอดนิยมคงหลีกไม่พ้นการศึกษาวิจัยเรื่องพฤติกรรมการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ชนบท แต่ไม่ว่าการศึกษาจะมีจำนวนมากเพียงใดก็ตาม ข้อสรุปแทบจะเหมือนกันคือ ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในชนบทมัก &#8220;ขายเสียง&#8221; แลกกับอามิสสินจ้างหรือผลประโยชน์เฉพาะหน้า พวกเขาขาดการศึกษาจึงไม่เห็นคุณค่าประชาธิปไตย ประจักษ์ได้วิพากษ์ &#8220;งานวิชาการ&#8221; เหล่านี้ซึ่งมีส่วนร่วมในการผลิตซ้ำ &#8220;นิทาน&#8221; ที่สร้างปมปัญหาให้แก่การเมืองไทยอยู่ ณ ปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ชี้ชวนให้แหวกกรอบการศึกษาแบบเดิมด้วยวิธีวิจัยแบบมานุษยวิทยาการเมือง เพื่อที่จะเข้าใจโลกทัศน์และพฤติกรรมการเลือกตั้งของชาวชนบท รวมทั้งชาวกรุง อย่างซับซ้อนและสอดคล้องกับความเป็นจริง</p>
<p style="text-align: center;"><em>สถาบันพระมหากษัตริย์กับนโยบายต่างประเทศของไทยในยุคสงครามเย็น</em><br />
สิทธิพล เครือรัฐติกาล</p>
<p style="text-align: center;"><em>ตามรอยพระยุคลบาท: การเสด็จพระราชดำเนินชนบทกับการต่อต้านคอมมิวนิสต์</em><br />
ปราการ กลิ่นฟุ้ง</p>
<p style="text-align: center;">ตามความเป็นจริงทางสังคมของไทยแล้ว การจะเข้าใจการเมืองไทยได้อย่างถ่องแท้นั้น ย่อมหลีกเลี่ยงการศึกษาบทบาทของสถาบันกษัตริย์เสียมิได้ ฟ้าเดียวกัน ฉบับนี้ขอนำเสนอบทความ 2 ชิ้น ที่พยายามค้นคว้ารายละเอียดข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยพระราช-กรณียกิจอันสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2 ประการ คู่ขนานกันไป นั่นคือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศและการเสด็จพระราชดำเนินชนบทในช่วงเวลาที่ถือกันว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานะของสถาบันกษัตริย์ไทย พระราชกรณียกิจทั้งคู่ต่างสัมพันธ์กันกับบริบททางการเมืองภายในประเทศและระหว่างประเทศยุคสงครามเย็น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/01/07/fahmag24/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>51</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่าน # 3 : อ่าน ทำเนียบวรรณกรรม กับประวัติศาสตร์การเมืองของวาทกรรม “หนังสือดี”</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2009/01/06/read3/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2009/01/06/read3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 10:07:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[วารสาร/หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=951</guid>
		<description><![CDATA[<img class="alignnone size-full wp-image-958" title="ad-read-icon" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/ad-read-icon.jpg" alt="ad-read-icon" width="100" height="137" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-949 aligncenter" title="ad-read-1" src="http://www.sameskybooks.org/wp-content/uploads/2009/01/ad-read-1.jpg" alt="ad-read-1" width="500" height="684" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><strong>อ่าน </strong><span style="color: #ff0000;"><strong># 3</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>อ่าน ทำเนียบวรรณกรรม กับประวัติศาสตร์การเมืองของวาทกรรม &#8220;หนังสือดี&#8221;</strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">เรื่องจากปก</span><br />
อ่าน ทำเนียบวรรณกรรม<br />
กับประวัติศาสตร์การเมืองของวาทกรรม &#8220;หนังสือดี&#8221;</p>
<p style="text-align: center;">ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> ฟ้าบ่กั้น</p>
<p style="text-align: center;">อิสระ ชูศรี <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> รามายณะ</p>
<p style="text-align: center;">คำ ผกา <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> ซีเคร็ต</p>
<p style="text-align: center;">เรณู ปัญญาดี <span style="color: #ff0000;">อ่าน </span>ลิสต์</p>
<p style="text-align: center;">ปรามินทร์ เครือทอง <span style="color: #ff0000;">อ่าน </span>แอนนา เลียวโนเวนส์</p>
<p style="text-align: center;">ภัควดี วีระภาสพงษ์ <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> บาปลับของวิชาเศรษฐศาสตร์ในงานเขียนของแดร์เดร แมกคลอสกี</p>
<p style="text-align: center;">สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> ราชวงศ์คิม และ กระบวนการสร้างพ่อแห่งแผ่นดินในเกาหลีเหนือ</p>
<p style="text-align: center;">สายัณห์ แดงกลม <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> บันทึกของนับดาว</p>
<p style="text-align: center;">ชาตรี ประกิตนนทการ <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> ความเป็นไทยในสถาปัตยกรรม</p>
<p style="text-align: center;">แพทริค จอรี <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> เอ็มไพร์ กับปัญหาว่าด้วยจักรวรรดิ</p>
<p style="text-align: center;">ศรีดาวเรือง <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> ร. จันทพิมพะ</p>
<p style="text-align: center;">พิริยะดิศ มานิตย์ <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> ความทรงจำในวัยเด็กของมาดามโบวารี</p>
<p style="text-align: center;">เสนาะ เจริญพร <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> สะบายดีหลวงพระบาง</p>
<p style="text-align: center;">ชานันท์ ยอดหงษ์ <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> หัวใจนักรบ</p>
<p style="text-align: center;">สนธยา ทรัพย์เย็น <span style="color: #ff0000;">อ่าน</span> &#8220;หนังส่วนตัว&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">อ่าน</span>ของคนอื่น ผีเวียดนาม, อารมณ์ขัน, บันทึกความทรงจำ: ครอบครัว/อำนาจ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;">อ่าน</span>อื่น ๆ อีกมากมาย<br />
</span><br />
<strong>ปลายเดือนมกราคมนี้</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2009/01/06/read3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธงชัย วินิจจะกูล: อำนาจกับการขบถ</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/12/09/1984/</link>
		<comments>http://www.sameskybooks.org/2008/12/09/1984/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2008 06:51:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฟ้าเดียวกัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/?p=784</guid>
		<description><![CDATA[คำกล่าวตามจากหนังสือ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ (เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์, แปลโดย รัศมี เผ่าเหลืองทอง และ อำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงษ์, สำนักพิมพ์สมมติ, พิมพ์ครั้งที่ 2, ตุลาคม 2551)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><strong>ธงชัย วินิจจะกูล</strong></p>
<p>ถ้าหากงาน ‘คลาสสิค&#8217; หมายถึงผลงานซึ่งเป็นที่รู้จัก มีคนนิยม หรือทรงอิทธิพลข้ามยุคสมัย บางกรณีข้ามวัฒนธรรมด้วยซ้ำไป ถ้าเช่นนั้น หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ประสบปัจจัยหลายอย่าง (รวมทั้งคุณสมบัติบางประการของงานชิ้นนี้เองด้วย) ที่ฉุดรั้งบั่นทอนชีวิตของผลงานชิ้นนี้ให้สั้นลง และแคบเข้า หรือลดทอนคุณค่าความสำคัญลงไป</p>
<p>กระนั้นก็ตาม หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ยังคงเป็นนิยายที่มีคนรู้จักมากที่สุดชิ้นหนึ่งในโลกภาษาอังกฤษ ยังเป็นวรรณกรรมที่อ่านกันตามหลักสูตรของโรงเรียนมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ยังได้รับการตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก และยังคงมีบทความ หนังสือ และงานวิจัยเกี่ยวกับหนังสือนี้ตีพิมพ์ออกมาจนทุกวันนี้<a id="more-3405"></a></p>
<p><strong>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ก่อนและหลัง 1984</strong></p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ต่างจากผลงานอมตะโดยทั่วไปตรงนี้แหละ กล่าวคือ ในขณะที่ผลงานอมตะส่วนใหญ่ได้รับการต้อนรับข้ามเวลา ข้ามวัฒนธรรม เพราะสามารถสื่อสารถึงลักษณะทั่วไปของมนุษย์ ซึ่งไม่ว่าเมื่อไรก็ย่อมยินดีเสพอาหาร สมอง / วิญญาณมนุษย์ดังกล่าว แต่ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ กลับเสนอด้านลบของสังคมและปัจเจกบุคคล จนหลายแห่งปฏิเสธว่าตนมิได้มีคุณลักษณะอย่างที่ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ กล่าวไว้ แต่ว่ากลับชี้นิ้วไปยังศัตรู คู่ต่อสู้หรือสังคมอื่นว่าเป็นอย่างที่ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ กล่าวไว้ คงมีแต่พวกขบถ หรือพวกแหกคอกในสังคมหนึ่งๆ เท่านั้นที่ยอมรับว่าสังคมของตนเองเป็นอย่างที่ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ว่าไว้เป๊ะเลย หนังสือเล่มนี้ยืนยงมาจนทุกวันนี้เพราะเป็นตัวแบบด้านลบของสังคมทุกแห่ง เป็น ‘ปิศาจ&#8217; ที่คอยหลอกหลอนทุกแห่งตลอดมาว่าใช่เลย ตนเองเป็นอย่างนั้น เป็นมานานแล้ว</p>
<p>มีผู้ประกาศให้ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ จบชีวิตหมดความสำคัญไร้ความหมายมาแล้วหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดปิศาจตนนี้ยังคงหลอกหลอนเราอยู่จนทุกวันนี้ และดูเหมือนว่าจะยังคงอยู่กับสังคมสมัยใหม่ไปอีกนาน ตั้งแต่แรกหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 1949 สงครามเย็น (cold war) และการแบ่งเป็นค่ายโลกเสรีกับค่ายคอมมิวนิสต์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความเกลียดกลัว คอมมิวนิสต์เข้มข้นขึ้นพอๆ กับกระแสต่อต้านโลกทุนนิยม ฝ่ายโลกเสรีโฆษณาว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เตือนให้เห็นถึงนรกของสังคมแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (totalitarianism) ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในสังคมคอมมิวนิสต์อย่างสหภาพโซเวียตยุคสตาลิน และจะขยายตัวพร้อมกับอิทธิพลของฝ่ายคอมมิวนิสต์ ในทางกลับกัน ปัญญาชนจำนวนไม่น้อยออกมาต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว โดยย้อนกลับว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เสนอภาพอันตรายของสังคมทุนนิยมสมัยใหม่ที่อำนาจของเทคโนโลยีพัฒนาจนเกิดเทคโนโลยีแห่งอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในกรณีลัทธิฟาสซิสม์ของโลกทุนนิยม</p>
<p>ตั้งแต่แรกเริ่ม หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ อิงประวัติศาสตร์และภูมิหลังที่เป็นจริงมากเกินไป หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นนิยายแห่งอนาคตที่ &#8220;too historical&#8221; คือแทนที่จะพูดถึงมนุษย์และสังคมอย่างข้ามกาลเวลาอย่างอมตะนิยายอื่นๆ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ กลับมีนัยประวัติศาสตร์มากไป ตั้งแต่ชื่อของมันที่บ่งบอกหลักหมายทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนแน่นอนเกินไป ภูมิหลังของหนังสือผูกพันกับสงคราม 2 ค่าย ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และสาระสำคัญของหนังสือสะท้อนความกังวลต่อโลกยุคหลังสงครามอย่างชัดเจน</p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ จึงถูกใช้เป็นอาวุธของฝ่ายหนึ่งเพื่อชี้ให้เห็นความเลวของอีกฝ่าย ปัญญาชนขบถของโลกเสรีใช้เปรียบเทียบให้เห็นการผูกขาดข่าวสารอย่างซับซ้อนแนบเนียนของทุนมหึมาทั้งหลาย หรือให้เห็นการครอบงำเบ็ดเสร็จในโลกทุนนิยมสมัยหลังๆ แต่แนบเนียนยิ่งกว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ส่วนปัญญาชนขบถของโลกสังคมนิยมในยุโรปตะวันออกถือว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ บอกกล่าวล่วงหน้าถึงอันตรายของเทคโนโลยีในมือของเผด็จการโดยพรรค</p>
<p>ณ ปี 1984 ขณะที่การประจันหน้าของ 2 ค่ายอยู่ในภาวะตึงเครียดมาก ถึงจุดที่แต่ละฝ่ายอาจกดปุ่มส่งอาวุธนิวเคลียร์ไปทำลายค่ายตรงข้าม ณ นาทีใดนาทีหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างกว้างขวาง แต่นอกจากจะเป็นเครื่องมือให้กับการโฆษณาชวนเชื่อของโลกเสรีแล้ว ปัญญาชนทั้งขบถไม่ขบถทั้งหลายในโลกภาษาอังกฤษซึ่งมีผู้อ่านกว้างขวางกว่าหันมาพิจารณามุมอื่นๆ ของหนังสือมากขึ้น ที่สำคัญได้แก่ คำถามว่าจริงหรือที่เทคโนโลยีเป็นปัจจัยก่อให้เกิดอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ หรือในทางกลับกัน อำนาจเบ็ดเสร็จจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงหรือไม่ ดูตัวอย่างสังคมปิดเทคโนโลยีต่ำ แต่เผด็จการเบ็ดเสร็จอย่าง พม่า เกาหลีเหนือ หรือกัมพูชายุคเขมรแดงเป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นอันตรายต่อสังคมสมัยใหม่จริงหรือ มีปัจจัยอะไรอื่นอีกไหมที่จะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเช่นนั้นได้</p>
<p>และประเด็นอื่นๆ อีกมาก</p>
<p>หลายคนเห็นว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ หมดความหมายลงในปี 1984 นั่นเอง เพราะสังคมเผด็จการเบ็ดเสร็จด้วยอำนาจเทคโนโลยีไม่ได้เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วโลกอย่างที่ออร์เวลล์ได้พยากรณ์ไว้ ไม่กี่ปีต่อมาเมื่อค่ายสังคมนิยมพังทลายลงทั่วยุโรปตะวันออกแม้แต่ในสหภาพโซเวียตเอง ส่วนจีนกำลังเร่งปรับตัวสู่ทุนนิยมสมัยใหม่เร็วยิ่งกว่าหลายประเทศในค่ายโลกเสรี ภาวะเช่นนี้ทำให้มีผู้ออกมาประกาศว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ หมดความหมายเสียแล้ว เพราะความจริงปรากฏตำตาเราว่า ยิ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่และทุนนิยมพัฒนาขึ้นทั่วทั้งโลก กลับยิ่งเอื้ออำนวยต่อเสรีภาพ และประชาธิปไตยจนแผ่กว้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงขนาดที่นักวิชาการออกมาประกาศว่า ประวัติศาสตร์สิ้นสุดลงแล้ว ในแง่ที่เป็นการประกาศชัยชนะของทุนนิยมเสรี</p>
<p>สำหรับอีกหลายคนทศวรรษ 1990 ยิ่งพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต เป็นเครื่องมือปลดปล่อยปัจเจกชนและเปิดโอกาสให้ชนกลุ่มน้อยในทุกสังคมทั่วโลกสามารถสร้างพื้นที่ของตนได้ มีช่องทางดำรงอยู่ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งทุนนิยมขนาดใหญ่ ไม่ต้องเข้าไปอิงแอบเป็นติ่งขององค์กรหรือพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ปัจเจกชนและเสียงข้างน้อยเหล่านี้สามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งหนุนและบ่อนทำลายอำนาจได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบกว้างขวางขึ้นกว่ายุคก่อนคอมพิวเตอร์และก่อนอินเตอร์เน็ต</p>
<p>เทคโนโลยีขั้นสูงในระยะหลังมานี้ เป็นเครื่องมือเพื่อต่อสู้กับอำนาจ ไม่ใช่เครื่องมือของอำนาจแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป ออร์เวลล์ผิด พยากรณ์ผิด เข้าใจเทคโนโลยีกับอำนาจอย่างผิดๆ</p>
<p>แต่จนแล้วจนรอด ผู้คนยังคงอ่าน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ มากมายอยู่เช่นเคย หนังสือเกี่ยวกับ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ล่าสุดเล่มหนึ่งถึงกับเสนอว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ช่างเหมาะกับโลกยุคหลังเหตุการณ์ 9/11 มากกว่าโลกในปี 1984 เสียอีก</p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ โดนจับใส่บริบททางประวัติศาสตร์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าในปี 1949 หรือตลอดยุคสงครามเย็น หรือในปี 1984 หรือหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลงและหลังจากนั้น การอ่าน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ให้เข้ากับบริบททางประวัติ-ศาสตร์เป็นการจับ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ให้หยุดนิ่ง ทำให้ความหมายของหนังสือสิ้นสุดลงเพราะตายตัว แต่ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ สามารถหลุดรอดออกนอกบริบทประวัติศาสตร์ได้สำเร็จเรื่อยมา ชีวิตของ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ จึงดำเนินต่อ มาไกลเกินกว่าที่ออร์เวลล์จะคาดคิดได้</p>
<p>ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?</p>
<p>คำตอบ: แม้ว่า หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ จะเป็นวรรณกรรมว่าด้วยการเมืองและอำนาจที่สามารถถูกจับผิดใส่บริบทต่างๆ กันได้อยู่เรื่อย แต่เอาเข้าจริงประเด็นเรื่องการเมืองและอำนาจอย่างที่ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เสนอกลับเป็นปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยในรูปการต่างๆ กันในการเมืองสมัยใหม่หลายแห่งในโลกตราบจนทุกวันนี้</p>
<p><strong>สังคมแบบ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่</strong></p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เป็นวรรณกรรมประเภท dystopia บางที่เรียกว่า negative utopia หมายถึงตรงข้ามกับสังคมอุดมคติ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เป็นเรื่องของสังคมเผด็จการเบ็ด เสร็จโดยผู้ปกครองกลุ่มเล็กๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร มีอำนาจล้นฟ้าเด็ดขาดอย่างสัมบูรณ์ในการควบคุมบงการประชาชนทั้งสังคม ออร์เวลล์สร้างภาพว่าสังคม หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ (โอชันเนีย) ทำเช่นนี้ได้เพราะเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่ในมือผู้มีอำนาจ ผู้อ่าน ณ ปีปัจจุบันอาจรู้สึกขบขันต่อภาพพจน์ของเทคโนโลยีล้ำยุคตามจินตนาการของออร์เวลล์ เพราะดูจะเป็นเทคโนโลยีโบราณเสียเหลือเกิน ทำนองเดียวกับเทคโนโลยีโบราณของยานอวกาศเอ็นเตอร์ไพรซ์ในศตวรรษที่ 24 เทคโนโลยีของผู้มีอำนาจในโอชันเนียที่สำคัญที่สุดคือจอทีวีที่ใช้สอดส่องผู้คนทุกซอกมุมของชีวิต ออร์เวลล์ยังนึกไม่ถึงสมองกล สมาร์ทการ์ด ระบบดาวเทียมสื่อสารที่ใช้สำหรับสอดแนมและเฝ้าดูมนุษย์บนผิวโลกและอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์เลยสักนิดเดียว ทำนองเดียวกับ Animal Farm อันโด่งดังอีกเล่มของออร์เวลล์ก็ไม่ใช่นิยายเด็ก แต่เป็นเรื่องเครียดและโหดร้ายเพื่อเสียดสีการเมืองของระบอบสตาลิน (เคยมีผู้ผลิตเป็นภาพยนตร์การ์ตูน ปรากฏว่าล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะไม่ใช่สำหรับเด็ก)</p>
<p>ประเด็นสำคัญของ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ล้วนแต่เป็นคำถามของสังคมและรัฐสมัยใหม่ยุคของเราในปัจจุบันทั้งนั้น ได้แก่ อำนาจของรัฐทำอะไรกับผู้คน ทำได้อย่างไร การควบคุมความคิดขนาดนั้นเป็นไปได้หรือ จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนและต่ออำนาจของรัฐเอง มนุษย์จริงๆ จะยอมหรือ ถ้ายอม มนุษย์จะกลายเป็นอะไร ถ้าไม่ยอมมนุษย์จะตอบโต้อย่างไร</p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ไม่ได้กล่าวถึงการควบคุมด้วยกำลัง หรือการใช้อำนาจทางกายสักเท่าไร ที่สำคัญกว่าคือการควบคุมความคิดจิตใจอย่างเบ็ดเสร็จ โอชันเนียมี Big Brother เป็นรูปธรรมของอำนาจที่เฝ้าจับตามองประชาชนทุกๆ คนอยู่ตลอดเวลา ทุกนาที ทุกซอกมุมของชีวิต นับจากลืมตาตื่นจนนอนตาหลับ Big Brother ปรากฏอยู่ทุกแห่งราวกับพระเจ้า เผยตัวเป็นรูปธรรมบนจอทีวีทุกขณะจิตของชีวิต</p>
<p>ขบถอย่างวินสตันโดนทรมานและโดน ‘ล้างสมอง&#8217; ในท้ายที่สุด แต่น่าคิดมากกว่าคือ คนทั่วไปในสังคมนั้นที่เชื่อฟังอำนาจอย่างสงบราบคาบ อำนาจควบคุมสังคมได้ด้วยการควบคุมความคิด สามารถ ‘ล้างสมอง&#8217; ได้โดยไม่ต้องทรมานเลยสักนิด</p>
<p>ออร์เวลล์ให้ความสำคัญกับการควบคุมข่าวสาร ควบคุมความรู้ประวัติศาสตร์และควบคุมภาษา (ศัพท์และความหมาย) แถมด้วยพิธีกรรมแวดล้อมอีกจำนวนหนึ่งเช่นการประณามศัตรูร่วมกันในที่สาธารณะเป็นต้น ในสังคม หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ อำนาจบงการข่าวสารที่สาธารณชนพึงรับรู้และไม่ต้องรู้ บงการสาระของข่าวสารจนถึงรายละเอียด เปลี่ยนกลับไปกลับมาชั่วข้ามวันก็ได้ จากมิตรเป็นศัตรูหรือกลับกันก็ยังได้</p>
<p>ประวัติศาสตร์มีความสำคัญต่อสังคมเผด็จการเบ็ดเสร็จเพราะเป็นความรู้เพื่ออธิบายและให้ความชอบธรรมแก่ปัจจุบัน (ซึ่งเปลี่ยนได้ชั่ววันข้ามคืน) ดังนั้นเมื่อปัจจุบันเปลี่ยน อดีตจึงต้องเปลี่ยนด้วย เพื่อให้สมเหตุสมผลกัน ออร์เวลล์สร้างวาทะอมตะที่ใช้กันต่อมาอย่างแพร่หลาย ในรูปต่างๆ นั่นคือคำขวัญของอำนาจในโอชันเนียที่ว่า &#8220;ผู้ที่ควบคุมปัจจุบันย่อมบงการอดีตได้ ผู้ที่ควบคุมอดีตได้ย่อมบงการอนาคตได้&#8221;</p>
<p>ออร์เวลล์เล่นตลกกับชื่อและคำที่แพร่หลายในโอชันเนีย อาทิเช่น เขาเรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบการผลิตข่าวสารและแก้ไขประวัติศาสตร์ว่า กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) แต่แล้วกลับถากถางชื่อนั้นเสียเอง เพราะชื่อย่อของกระทรวงดังกล่าวคือ Minitru ในทำนองเดียวกัน เขาให้ความสำคัญกับการควบคุมภาษา คำ และความหมายในโอชันเนียว่าเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งในการควบคุมความ คิดของคน ศัพท์ที่ออร์เวลล์สร้างขึ้นสำหรับการเล่นตลกกับภาษาได้แก่ Newspeak และ Doublethink ในตัวมันเองเป็นตัวอย่างที่ดีของ Newspeak และ Doublethink นั่นคือความหมายตรงตัวและความหมายตามนัยตรงข้ามกันลิบลับ หรือสามารถบังคับให้ความหมายดีกลายเป็นเลว เลวกลายเป็นดี สงครามคือสันติภาพ ขาวดำสลับกันไปหมด</p>
<p>ออร์เวลล์ออกจะล้ำยุคกว่าใครอื่นเล็กน้อยที่เน้นความสำคัญของการควบคุมภาษา คำ และความหมาย ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมความคิดคน เหตุผลประเภทที่ว่า ถ้าไม่มีศัพท์สักคำเดียวเกี่ยวกับการขบถต่อสังคม ก็จะไม่มีการขบถต่อสังคม อาจฟังดูเป็นเหตุผลที่ตลกดี และคงจะยิ่งเป็นเหตุผลไร้สาระสำหรับผู้อ่านในยุคก่อนที่วิตเกินชไตน์และปรัชญาภาษาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีทางสังคมอย่างทุกวันนี้</p>
<p>ในทางกลับกัน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ อาจดูเชยแหลกสำหรับโลกยุคสมองกลและอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีที่ล้ำยุคและแทรกซึมทุกอณูชีวิตใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ คือ จอทีวี ซึ่งดูจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าจ้องมองเราทุกฝีก้าว เป็นสัญญาณของการควบคุมสอดส่องโดยอำนาจ อำนาจแบบ Big Brother เป็นอำนาจแบบหยาบ ไม่เนียน ไม่มีเสน่ห์ชวนคล้อยตาม เชื่อฟัง หลงใหล หรือจงรักภักดี การควบคุมความคิดอย่างที่โอชันเนียกระทำดูหักหาญ บีบบังคับ สร้างความกลัว ไม่ซับซ้อนซ่อนเล่ห์อะไรเลย ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์ปุถุชนจะตื้นเขินขนาดนั้น แต่ครั้นจะดูเบาจอทีวีก็คงไม่ได้ ในสังคมมุขปาฐะที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศไทย จอทีวีดูจะมีอิทธิพลต่อการควบคุมข่าวสาร สร้างความรู้ (อย่างที่อำนาจต้องการ) และสร้าง Newspeak และ Doublethink มากมหาศาลอย่างที่เราคาดไม่ถึง เพราะทีวีเป็นเทคโนโลยีมุข- ปาฐะแบบล้ำยุคทันสมัยที่สุด แถมยังเป็นการสื่อสารทางเดียว เหมาะเจาะที่สุดสำหรับอำนาจจะใช้ล้างสมองประชาชน แม้แต่ภาคประชาชนก็ยังนิยมใช้ทีวีในการยัดเยียดความคิดของตนให้สาธารณชนไม่ต่างจากรัฐแบบมุขปาฐะสักเท่าไร</p>
<p>หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ได้ฝากคำสำคัญๆ ไว้ในโลกภาษาอังกฤษ หลายคำที่ยังคงรู้จักแพร่หลายและใช้อยู่จนทุกวันนี้ อาทิเช่น Big Brother, Newspeak, Doublethink เป็นต้น แต่มรดกที่ทำให้ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ไม่หมดอายุไปง่ายๆ กลับไม่ใช่คำเก๋ๆ ในภาษาอังกฤษเหล่านั้น แต่คือสาระสำคัญของหนังสือเกี่ยวกับอำนาจในสังคมการเมืองสมัยใหม่ ได้แก่ ปัญหาเรื่องอำนาจกับสังคมและสาธารณชน เรื่องเทคโนโลยีระดับสูงในการควบคุมกล่อมเกลาความคิดประชาชนด้วยข่าวสาร ประวัติศาสตร์และภาษา และปัญหาเรื่องสังคมส่วนรวมกับปัจเจกชนและการขบถ จินตนาการของออร์เวลล์ในแทบทุกประเด็นที่กล่าวมาค่อนข้างทื่อและไม่ซับซ้อน บางคนว่าออร์เวลล์คาดการณ์ผิดพลาดหมด ตื้นเขินไปหน่อย บางคนว่าออร์เวลล์ถูก แต่ความเป็นจริงแนบเนียน ซับซ้อนเกินกว่าที่จะคาดการณ์ได้ชัดเจน แต่แทบทุกประเด็นคือปัญหาใหญ่ที่ยังคงเป็นหัวใจของการถกเถียงเกี่ยวกับการเมืองของโลกสมัยใหม่ เราลองมาพิจารณาประเด็นเหล่านี้ดู</p>
<p><strong>โฉมหน้าสองแบบของอำนาจ</strong></p>
<p>จินตภาพของ Big Brother ใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ชวนให้เรานึกถึงอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จแบบไหน? ลองนึกดู หากมีหน้าสตาลินอยู่บนจอทีวีทุกซอกมุมในสังคมรวมทั้งในบ้านเราเอง เราอาจคิดว่าออร์เวลล์สร้างภาพน่าสะพรึงกลัวแบบเชยๆ แต่ปรากฏการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อหรือเป็นไปไม่ได้ ลองนึกบรรยากาศเหมือนเดินอยู่ใจกลางปราสาทบายนที่มีใบหน้าของอวโลกิเตศวรฉบับชัยวรมันที่ 7 จ้องมองเราอยู่ทุกฝีก้าว ถึงแม้จะเป็นพระโพธิสัตว์ที่ยิ้มน้อยๆ ก็ยังน่ากลัวขนหัวลุก จากนั้นลองนึกถึงชีวิตปกติที่ไปที่ไหนก็มีท่านผู้นำหรือผู้มีบารมีที่คนทั้งประเทศเคารพเทิดทูนสรรเสริญวันละหลายเวลา Big Brother อาจก่อความกลัวมากกว่าความย่ำเกรง ในขณะที่ท่านผู้นำผู้มีบารมีในความเป็นจริงก่อให้เกิดความยำเกรงและสยบยอมจงรักภักดีต่ออำนาจก็เป็นได้</p>
<p>ในโลกที่เป็นจริงจึงอาจไม่มี Big Brother จ้องจับผิดเราโต้งๆ ตลอดเวลา แต่เราคิดว่าสังคมที่เป็นจริงไม่มี Big Brother คอยสอดส่องเราอยู่เงียบๆ กระนั้นหรือ แถม Big Brother ของจริงอาจสั่งสมประสบการณ์ว่าจะมัวเฝ้าดูเราทุกฝีก้าวย่อมเสียเวลาเปล่า อำนาจที่มีประสิทธิภาพไม่ต้องทำตัวเป็นแค่ยามเฝ้าธนาคารหรือห้างสรรพสินค้า การเฝ้ามองอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพกว่าสามารถทำได้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น เฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเงิน ดูคนเพียงไม่กี่คนหรือการประชุมเฉพาะเฉพาะแห่ง เป็นต้น</p>
<p>เราไม่โดนควบคุมบงการ หรือเราโดนแบบไม่รู้ตัว ไม่โฉ่งฉางอย่าง Big Brother? หากเราบอกปัดจินตนาการเกี่ยวกับ Big Brother ไปอย่างง่ายๆ เพียงเพราะไม่มีจอทีวีหน้าสตาลินอยู่ในบ้านเรา เราอาจจะเข้าใจ 1984 พลาดไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>จินตภาพของผู้มีอำนาจที่อยู่ข้างหลัง Big Brother ใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ชวนให้เรานึกถึงกลุ่มคน องค์กร ประเภทไหนกัน?</p>
<p>นอกจากโฉมหน้าสาธารณะของอำนาจในรูปของ Big Brother บนจอทีวีแล้ว เรารู้จัก &#8220;พรรค&#8221; ที่ครองอำนาจในโอชันเนียผ่านโอไบรอัน เขาเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อ ดูเผินๆ น่าคบได้ ใจกว้าง และมีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีเสน่ห์ ชวนคล้อยตาม ต้อนรับความแตกต่างและสนับสนุนให้แสดงออก คุณลักษณะของโอไบรอันตรงข้ามกับภาพพจน์ของ Big Brother โดยสิ้นเชิง แต่ลงท้าย ผู้อ่านคงตระหนักตรงกันว่า โอไบรอันร้ายและ &#8220;น่ากลัว&#8221; กว่า Big Brother เสียอีก เพราะโฉมหน้าของอำนาจในรูปของโอไบรอันลึกลับซับซ้อนอ่านยากกว่าใบหน้าบนจอทีวีมากนัก</p>
<p>โอไบรอันเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นผู้มีอำนาจในโอชัน-เนีย แต่ในเวลาเดียวกัน เขารู้เรื่องพวกขบถดี และทำท่าเหมือนจะมีส่วนร่วมกับพวกขบถด้วยซ้ำไป เขาเป็นพวกต่อต้านอำนาจจากภายในศูนย์กลางใช่ไหม จึงเกี่ยวดองกับทั้งสองข้าง? หรือว่าเขาก็เป็นเหมือนปัญญาชนสาธารณะที่มีชื่อเสียงตามปกติที่มักพร่ำสอนเรื่องการต่อต้านอำนาจ แต่เอาเข้าจริง กลับทำหน้าที่กล่อมเกลาให้พวกขบถยอมสยบต่ออำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่พวกขบถเกิดเอาจริงขึ้นมา? หรือเขาเป็นผู้มีอำนาจที่ทำตัวเป็นสปายสายลับมาแทรกซึมพวกการขบถ? หรือเพราะมือถือสากปากถือศีล? เขาจงใจหลอกลวงวินสตัน หรือเขาไม่ได้หลอกใครอื่นเลย แต่หลอก ตัวเองคนเดียวจึงตีสองหน้าได้อย่างจริงใจไม่ขัดเขิน?</p>
<p>ถ้าเราไม่ถือว่าโอไบรอันเป็นบุคคล แต่ออร์เวลล์ใช้ตัวละครนี้เป็น &#8220;บุคลาธิษฐาน&#8221; (personification) ของสิ่งนามธรรมที่เราเรียกว่าอำนาจ จากนั้นลองคิดถึงอำนาจอีกครั้งว่า ด้านหนึ่งแสดงตัวเป็น Big Brother บนจอทีวี อีกรูปหนึ่งแสดงตัวเป็นโอไบรอัน เราอาจเข้าในดีขึ้นว่า อำนาจมีรูปร่างหน้าตาโดยรวมอย่างไร</p>
<p>นั่นคือ อำนาจมีทั้งโฉมหน้าที่น่ากลัว จ้องจับผิด เล่นงานเราอยู่ทุกขณะชีวิตอย่าง Big Brother แต่อีกด้านของอำนาจ คือคนอย่างเราๆ ท่านๆ นี่แหละ เพียงแต่อ้างความรู้ดีกว่ามากกว่า อ้างความเชี่ยวชาญกว่า หรือคุณสมบัติเฉพาะทางอื่นๆ อำนาจที่ &#8220;เนียน&#8221; จะดูคมคายมมีเสน่ห์ชวนหลงใหล ชวนให้เราใจอ่อน ยอมเป็นผู้สนับสนุนหรือเป็นพวก แม้แต่วิญญาณขบถของวินสตันหรือของเราๆ ท่านๆ ยังถูกหลอม ละลายโดยโฉมหน้าของอำนาจแบบโอไบรอัน ไม่เห็นว่าเป็น ศัตรูเลวร้ายตรงไหน</p>
<p>ปัญหาน่าคิดคือ ระหว่าง Big Brother &#8211; อำนาจควบคุมด้วยความกลัว กับอำนาจควบคุมประชาชนด้วยวิธีอื่น อย่างไหนมีประสิทธิภาพในการบงการความคิดจิตใจคนมากกว่ากัน? แล้วถ้าพระเดชประสานพระคุณ หรือความจงรักภักดีประสานความกลัวล่ะ?</p>
<p>บุคลาธิษฐานของอำนาจอย่างโอไบรอันและที่ยิ่งกว่าโอไบรอันมีอยู่ในทุกสังคม ในความเป็นจริง อำนาจที่มีพลังทรงประสิทธิภาพมักไม่ใช่อำนาจแบบ Big Brother ด้วยซ้ำไป แต่มักเป็นอำนาจที่ &#8220;เนียน&#8221; ซึ่งไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ากำลังโดนอำนาจครอบงำบงการอยู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้วิธีทรมานแต่อย่างใด</p>
<p>อันที่จริงก็คงไม่มีจอมเผด็จการคนไหนในโลกเป็นจริงที่ไม่ประสานสองด้านเข้าด้วยกัน แม้แต่จอมเผด็จการในพม่า ลัทธิบูชาผู้นำในเกาหลีเหนือ หรือระบอบที่โหดเหี้ยมอื่นๆ ก็มีด้านที่สามารถเรียกความจงรักภักดีหรือสยบยอมอย่างสมัครใจรวมอยู่ด้วย ในกรณีลัทธิบูชาผู้นำ มักอาศัยการกล่อมประสาทให้เห็นแต่ด้านพระคุณวิเศษมากกว่าด้านพระเดชหรือความกลัวด้วยซ้ำไป โฉมหน้าอำนาจแบบพระคุณก็ต้องอาศัยวิธีการอย่างใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เช่นกัน ได้แก่ การควบคุมข่าวสาร เสนอแต่คุณวิเศษเหลือเชื่อวันละหลายเวลา ปกปิดข่าวสารด้านอื่น อย่างเก่งก็กลายเป็นแค่ข่าวลือ ควบคุมความรู้ แก้ประวัติศาสตร์ทั้งโดยเข้าใจผิด โดยตีความตามอุดมการณ์ และโดยจงใจโฆษณาชวนเชื่อจนทำให้ผู้คนหลงคิดว่าหากขาดท่านผู้นำ ประเทศของตนอาจล่มสลายตกทะเลไปนานแล้ว และใช้การควบคุมภาษา คำ และความหมาย จนไม่หลงเหลือศัพท์หรือภาษาที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำสมมติเทพได้เลย นานวันเข้า แม้แต่จะตีความประวัติศาสตร์เบี่ยงออกจากมาตรฐาน หรือใช้คำไม่สูงพอกับความเป็นสมมติเทพก็อาจกลายเป็นอาชญากรรมทางความคิดได้</p>
<p>อย่างไรก็ตามลัทธิบูชาผู้นำทุกแห่งรายล้อมพระคุณด้วยพระเดช ปกป้องค้ำจุนความจงรักภักดีด้วยความกลัว ท่ามกลางการแซ่ซ้องสรรเสริญ มีการกำจัดปราบปรามอาชญากรทางความคิดอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งสูงส่งก็ยิ่งต้องเข้มงวดรุนแรง</p>
<p>Big Brother ของโอชันเนียไม่แสดงออกด้านที่เป็นพระคุณ จนอดคิดไม่ได้ว่าลำพังความกลัวจะทำให้ผู้คนสยบยอมอยู่ได้อย่างไร แต่ในโลกที่เป็นจริง ทั้งสองด้านกลับต้องทำงานประสานกัน ความสำเร็จของลัทธิบูชาผู้นำเป็นสมมติเทพยังคงเป็นโจทย์ที่มีผู้ศึกษาและอธิบายไม่มากนัก ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองด้านเป็นอย่างไร ทำงานประสานกันอย่างไร</p>
<p>และปัญหาใหญ่อีกข้อของลัทธิบูชาผู้นำก็คือ ประชาชนสยบยอมอย่างเชื่องๆ ราวกับถูกล้างสมองกันทั้งสังคมได้อย่างไร คงอีกนานกว่าเราจะมีคำตอบ เพราะทุกวันนี้ความกล้าถามก็ถือเป็นอาชญากรรมทางความคิดชนิดหนึ่ง</p>
<p><strong>อำนาจของสาธารณชน</strong></p>
<p>ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างชนชั้นปกครองกับผู้ถูกปกครองในสังคมโอชันเนียเป็นความสัมพันธ์แบบที่อำนาจรัฐเป็นผู้ผูกขาดการใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ประชาชนถูกครองงำอย่างเบ็ดเสร็จ เป็นความสัมพันธ์แบบบนลงล่างทางเดียว ซึ่งสาธารณชนไม่มีบทบาทหรือโอกาสเป็นผ่ายกระทำต่อรัฐหรือต่อประชาชนด้วยกันเอง</p>
<p>Dystopia ของออร์เวลล์คาดการณ์จากสังคมสมัยใหม่แบบต้นศตวรรษที่ 20 ว่า หากผันแปรไปถึงจุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมประชากรจะมีหน้าตาอย่างไร เทค- โนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาก้าวกระโดดในช่วงระหว่างสงครามโลกสองครั้ง ก่อให้เกิดทั้งความหวังใหม่ๆ ว่ามนุษย์สามารถยกระดับความสามารถและพัฒนาไปได้อีกไกลอย่างที่ไม่เคยเคยมาก่อน แต่ก็ก่อให้เกิดความกังวล กลัวว่าเทคโนโลยีอาจทำลายมนุษย์และสังคมเพราะเทคโนโลยีอาจพัฒนาอำนาจจนน่ากลัว หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ คือจินตนาการของอย่างหลัง</p>
<p>แต่ออร์เวลล์ไม่สามารถมีญาณหยั่งรู้อย่างเราท่านในปัจจุบันที่มองย้อนหลังไปแล้วพบว่า ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างรัฐและประชาสังคม และธรรมชาติของอำนาจรัฐในสังคมสมัยใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่สองกลับเปลี่ยนไปมหาศาล จากรัฐและระบบการเมืองของต้นศตวรรษที่ 20 ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ การเมืองของสาธารณชน (public) กล่าวคือ สาธารณชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมือง การเปลี่ยนผ่านอำนาจ และการใช้อำนาจ และเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมหล่อหลอมความคิดของประชาชนด้วยกันเอง</p>
<p>การขยายตัวของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หนังสือพิมพ์ การสื่อสาร และการศึกษาที่ &#8220;บูม&#8221; ขึ้นมหาศาลในเชิงปริมาณในขอบข่ายทั่วโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สองมีส่วนทำให้การเมืองของประเทศต่างๆ (โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรม)พัฒนาขึ้นเป็นการเมืองแบบมวลชน หรือแบบสาธารณชนยิ่งกว่าช่วงก่อนหน้านั้น รัฐและสังคมมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากกว่าช่วงใดในประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้น รัฐกับสังคมไม่ได้แยกออกจากกันชัดเจนอีกแล้ว</p>
<p>ในระยะนั้น นักทฤษฏีเกี่ยวกับรัฐและสังคมไม่ว่าฝ่าย ซ้ายหรือขวา พยายามอธิบายสภาวะเช่นนี้ พยายามอธิบายว่า โรงเรียน สื่อมวลชน สหกรณ์ เป็นรัฐหรือเป็นสังคม เพราะอะไรๆ ก็ดูเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไปหมด จนเหมือนว่ารัฐควบคุมครอบงำไปหมด แต่ในขณะเดียวกัน กลับสามารถมองตรงข้ามได้ว่า สังคมเป็นผู้จัดการสถาบันเหล่านั้นเอง ทั้งๆ ที่รัฐควบคุมกฎระเบียบหรือแม้กระทั่งงบประมาณ ตกลงไม่รู้ว่าจะขีดเส้นแบ่งระหว่างรัฐกับสังคมที่ตรงไหน</p>
<p>รัฐและสังคมใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ไม่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้แต่อย่างใด คงรักษาจินตภาพของรัฐต้นศตวรรษที่ 20 ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นการควบคุมบงการประชาชน หรืออะไรก็ตามที่รัฐโอชันเนียกระทำจึงดูผิดแผกต่างจากรัฐและอำนาจในปัจจุบันอย่างมาก</p>
<p>การเมืองแบบเปิดที่สาธารณชนมีส่วนร่วมกว้างขวางขึ้นมากเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อำนาจรัฐไม่กระจุกตัวอยู่ที่เดียวในมือของคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียวและอำนาจของรัฐถูกตรวจ สอบจากสาธารณชนอย่างกว้างขวางเปิดเผย นี่กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระบวนการเข้าสู่อำนาจและใช้อำนาจไม่สามารถพัฒนาประสิทธิภาพไปถึงจุดที่ออร์เวลล์สร้างภาพขึ้นมาในหนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ อย่างง่ายๆ</p>
<p>พลังของสาธารณชนในระบบการเมืองเปิดอาจช่วยป้องกันไม่ให้โอชันเนียเกิดขึ้น แต่ปัจจัยนี้ไม่ใช่หลักประกันว่าประชาชนจะฉลาด รู้ผิดชอบชั่วดี หรือมีความรับผิดชอบเสมอไป สาธารณชนสามารถตกอยู่ในมิจฉาทิฐิร่วมอย่างฝัง ลึกงมงายได้เช่นกัน และอาจช่วยกันกำจัดกวาดล้างพวกขบถนอกคอกได้อย่างโหดเหี้ยมไม่แพ้อำนาจรัฐ สาธารณชนสามารถเป็นผู้ค้ำจุนความอัปลักษณ์ในสังคมให้อยู่ต่อไปและเปลี่ยนยากกว่ายึดอำนาจรัฐเสียอีก ออร์เวลล์ไม่เห็นว่าประชาชนนั่นแหละตัวอันตรายที่อาจช่วยค้ำจุนรัฐ เป็นผู้ควบคุมบงการประชาชนด้วยกันเอง และสามารถก่อความเลวร้ายได้เหลือเชื่อ ปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่ท้าทายความเข้าใจต่อรัฐและสังคมแบบต้นศตวรรษที่ 20 คือ โศกนาฏกรรมขนาดใหญ่ที่ขยายวงกว้างในสังคมหนึ่งๆ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยลัทธินาซี ความขัดแย้งทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์จนนำไปสู่การสังหารกวาดล้างกันขนานใหญ่อย่างที่เกิดในบอสเนีย รวันดา ซูดาน หลายแห่งในอินโดนีเชีย และอื่นๆ อีกมากมายทั้งที่เป็นข่าวครึกโครม และที่ยังคงไม่รู้จักกันนัก หรือระบอบการปกครองที่นำไปสู่การปราบปรามในวงกว้าง เช่น ลัทธิฟาสซิสม์ ลัทธิสตาลิน การปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน ระบอบเขมรแดง ฯลฯ ผู้ใช้อำนาจรัฐเป็นปัจจัยสำคัญก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมเหล่านี้ แต่ลำพังอำนาจรัฐอย่างเดียวไม่มีความสามารถพอที่จะก่อให้เกิดหายนะระดับทั่วทั้งสังคมได้ สาธารณชน ประชาสังคม มวลชน (หรือจะเรียกอะไรก็ตามแต่) เป็นปัจจัยสำคัญมากในหายนะเหล่านั้นทุกกรณี</p>
<p>ในกัมพูชา ถึงแม้ว่าเราจะสามารถระบุตัวผู้นำเขมรแดงได้ และไม่ว่าจะนำตัวพวกเขามาลงโทษได้อย่างสาสมก่อนที่เขาจะแก่ตายไปหรือไม่ก็ตาม เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่า ผู้มีส่วนลงมือในโศกนาฏกรรมคือพลพรรคระดับกลางและล่างจำนวนมาก ซึ่งก็คือ ชาวบ้านธรรมดานั่นเอง พวกเขามีทั้งที่ทำไปด้วยความเชื่อตามผู้มีอำนาจ ทำด้วยความมีอำนาจอยู่ในมือมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีทั้งที่ทำไปเพราะความกลัวอำนาจ (กลัวว่าหากไม่ทำก็อาจตกเป็นเหยื่อเอง) และที่ทำไปเพราะฉวยโอกาสหาความดีความชอบ หรือด้วยความฮึกเหิมแบบผู้อ่อนประสบการณ์ อ่อนความคิด แต่กลับมีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ คนเหล่านี้ลงมือโดยมีอำนาจของรัฐสบับสนุนให้ท้ายอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่พวกเขาเองไม่ใช่ข้าราชการหรือสมาชิกพรรคระดับสูง ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจด้วยซ้ำไป ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของการลงโทษเขมรแดงก็คือ หากเอากันจริงๆ จังๆ โดยไม่จำกัดให้อยู่แต่ระดับผู้นำ จะมีผู้สมควรถูกลงโทษอีกมหาศาล ซึ่งทั้งก่อนและภายหลังยุคเขมรแดง พวกเขาเป็นคนทำมาหากินธรรมดาๆ นี่เอง</p>
<p>ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทำนองเดียวกัน เกิดกับอาชญากรรมของตำรวจลับในเยอรมันตะวันออกช่วงสงครามเย็น แม้ว่าเราจะสามารถระบุตัวและลงโทษผู้นำพรรคและผู้นำตำรวจลับ &#8220;สตาซี&#8221; ได้ไม่ยากนัก แต่ Big Brother ในเยอรมันตะวันออกไม่ปรากฏตัวโฉ่งฉ่างบนจอทีวี ทว่ากลับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยการไม่เผยตัว สตาซีทำให้ทั้งสังคมรู้สึกว่ากำลังถูกจับตามองอยู่ทุกขณะ จนผู้คนหวาดกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลา ความจริงที่เปิดเผยต่อมาคือ สตาซีสร้างเครือข่ายสายลับ และผู้ให้ข้อมูลแก่ตำรวจอยู่ในทุกกลุ่มทุกแวดวงของสังคม รวมทั้งเพื่อนบ้านเรือนเคียง และญาติพี่น้องของเราเอง เมื่อสตาซีและระบอบปกครองล่มสลายลง พบว่าสตาซีเก็บแฟ้มประวัติเกี่ยวกับประชาชนของตัวเองหลายหมื่นแฟ้ม</p>
<p>อำนาจรัฐแบบสตาซีไม่ได้แสดงออกด้วยเครื่องแบบหรืออะไรก็ตามที่แสดงอำนาจของรัฐ แต่คือประชาชนธรรมดาที่ยอมเป็นหูตาให้แก่รัฐ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลแรงจูงใจอะไรก็ตาม สตาซีอยู่กับมวลชนปกติจนแยกไม่ออกว่าอำนาจรัฐหยุดแค่ไหน ประชาสังคมเริ่มตรงไหน อะไรคือหน่วยของอำนาจรัฐ อะไรไม่ใช่อีกต่อไป ความหวาดระแวงกันเองในหมู่ประชาชนแผ่ซ่านเลยเถิดถึงจุดที่มีการให้ข่าวข้อมูลเท็จแก่สตาซีเกี่ยวกับผู้เป็นภัยต่อระบอบเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของระบอบ มีการชิงเป็นผู้ให้ข้อมูลก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อเสียเอง และหลายปีหลังระบอบสตาซีล่มสลาย ยังคงมีการคิดบัญชีกันต่อมา เยอรมันตะวันออกเป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีบางคนเรียกว่าเป็น หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ที่เกิดขึ้นจริง สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการสอดส่องควบคุมจนกลัวและไม่ไว้ใจกันล่วงพ้นออกนอกการบงการของรัฐมากไป กลายเป็นประชาชนควบคุมจับจ้องกันเอง ระแวงซึ่งกันและกันโดยไม่มีใครสามารถรู้ชัดอีกต่อไปว่า ตรงไหนเป็นการกระทำของรัฐ ตรงไหนไม่ใช่ อำนาจของรัฐกับอำนาจของสังคมปนเปกันจนแยกไม่ออก การสะสางอาชญากรรมของสตาซีภายหลังสิ้นสุดสงครามเย็นจึงประสบปัญหาอย่างมาก เพราะหากลงโทษกันจริงจังทั่วด้าน คนจำนวนมากในสังคมซึ่งไม่ได้ใกล้ชิดอำนาจของรัฐเลยอาจสมควรถูกลงโทษ รวมทั้งญาติพี่น้องของเหยื่อเอง ถึงขนาดที่มีผู้เสนอว่า ทางออกที่อาจจะพึงปรารถนากว่าในกรณีเยอรมันตะวันออก (และในกรณีกัมพูชาเช่นกัน) คือ นอกจากผู้นำที่ชัดๆ ไม่กี่คนแล้ว นอกนั้นควรปล่อยให้ผ่านเลยไป อย่าหาความจริงเพราะความจริงจะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันไม่ได้ ในขณะที่ระบอบการเมืองประชาธิปไตยเปิดโอกาสแก่สาธารณชนกว้างขวางขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ระบอบการเมืองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทำให้ความกลัวและการควบคุมกันเองขยายวงไปสู่ประชาชนเช่นเดียวกัน สาธารณชนคือปัจจัยสำคัญสำคัญที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดโอชันเนีย และสามารถทำให้โอชันเนียเป็นความจริงของโลกปัจจุบัน รูปการลักษณะของอำนาจรัฐและบุคคลหรือพรรคที่กุมอำนาจรัฐซึ่งเป็นเป้าที่เราสนใจมาตลอด ไม่ใช่ ปัจจัยเด็ดขาดที่ก่อให้เกิดสังคมเผด็จการเบ็ดเสร็จขึ้น</p>
<p>เราสามารถเห็นพลังอนุรักษ์นิยมของสาธารณชนได้ในทุกสังคมยามปกติ สาธารณชนมักโหยหาวันชื่นคืนสุขในอดีตที่ไม่เคยมีอยู่จริง แต่กลับน่าหลงใหลในจินตนาการของเราๆ ท่านๆ เพราะเราทุกคนหลาดกลัวการเปลี่ยนแปลงมากบ้างน้อยบ้างด้วยกันทุกคน เพราะเราทุกคนเรียกหาความมั่นคงของชีวิต พอใจประโยชน์ที่เกิดต่อตัวเองแม้จะน้อยนิด ระยะสั้นๆ หรือแคบๆ ก็เถอะ ผู้คนโดยทั่วไปยึดติดกับอัตลักษณ์ของตน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติศาสนาหรืออื่นๆ จนก่อให้เกิดทั้งการเบียดเบียนคนอื่นและการต่อสู้ต่อต้านคนอื่นที่มาดูถูกเหยียดหยามอัตลักษณ์ของตน สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นเหตุให้สาธารณชนรวมหัวกันควบคุมบงการซึ่งกันและกัน หรือก่อเหตุเลวร้ายก็ได้</p>
<p>อำนาจที่ค้ำจุนระบอบเก่า สังคมเก่าที่กลัวการเปลี่ยน แปลง คอยจับจ้องพวกขบถ จึงไม่ใช่แค่ Big Brother หรือพรรคลึกลับที่อยู่เบื้องหลัง แต่รวมถึง Little Big Brother รอบตัวเราทุกวี่วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาชนจำนวนมากที่ควบคุมความรู้ ภาษา และประวัติศาสตร์โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำหน้าที่ให้กับ Minitru ปัญญาชนพรรค์นี้ และสื่อมวลชนพรรค์นี้ไม่ต้องตีสองหน้า ไม่ต้องเป็นสปายสายลับ เพราะเขายินดีทำอย่างจริงใจ เต็มใจ โดยไม่รู้สึกว่าเป็นการรับใช้อำนาจแต่อย่างใด</p>
<p>อำนาจในการควบคุมบงการความคิดประชาชนในสังคมสมัยใหม่ระยะหลังเป็นอำนาจประเภทนี้ รัฐยังมีอำนาจลงมือกระทำต่อประชาชนที่ขัดขืนต่อต้าน แต่ในยามปกติ รัฐมักทำตามความต้องการของสาธารณชนเพื่อรักษาสถานภาพเดิม บ่อยครั้งขบวนการมวลชนเป็นพลังผลักดันให้รัฐจัดการพวกที่ท้าทายระเบียบสังคมที่ถือว่าดีงามตามประเพณีมาช้านาน แถมผู้มีอำนาจรัฐบาลที่อยากเปลี่ยนแปลงระบบระเบียบที่ล้าหลังยังอาจโดนขจัดโดยขบวนการมวลชนอนุรักษ์นิยมด้วยซ้ำไป อำนาจไม่ได้กระจุกตัวที่รัฐบาลเสมอไปหรืออีกต่อไป แต่กลับกระจัดกระจายอยู่กับสื่อมวลชน โรงเรียน วงวิชาการ ฯลฯ อีกด้วย และหากเอามวลชนอยู่ข้างตนได้ อำนาจย่อมสามารถแทรกเข้าไปอยู่ในเรือนของเราเองได้สบายๆ ไม่จำเป็นต้องมีตำรวจเฝ้าโรงหนังทุกแห่งเพื่อคอยจับคนที่ไม่ยืน เพราะประชาชนด้วยกันเองนี่แหละ พร้อมจะลงมือขว้างปาของใส่คนๆ นั้น แล้วฉุดกระชากคอได้โดยไม่ถือว่าเป็นความผิด สื่อมวลชนและขบวนการมวลชนนั่นแหละที่ก่นด่ากำราบประณามพวกแหกคอกอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตำรวจเสียอีก Little Big Brother ไม่ต้องรวมศูนย์อำนาจ จึงไม่จำเป็นต้องมีระบบทีวีเฝ้าระวังขบถ แถมไม่เคยเปิดเผยตัวว่าเป็นตัวแทนของอำนาจรัฐ เพราะเขาไม่ได้เป็นอย่างเป็นทางการ พวกขบถนอกรีตต้องพึงระวังตัวเองให้ดีว่า ประชาชนรอบตัวเรากำลังจ้องมองเราอยู่!</p>
<p><strong>&#8220;รัฐ&#8221; คืออะไรกันแน่</strong></p>
<p>ประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับรัฐที่ขออภิปรายในที่นี้ก็คือ ปัญหาว่า &#8220;รัฐ&#8221; คืออะไรกันแน่? หมายถึงรัฐบาลอย่างที่มักเข้าใจกันทั่วไปหรือ? หมายถึงอำนาจหลักที่ค้ำจุนสถาบันและกลไกต่างๆ ของทางการหรือ? ดูเหมือนว่าคำตอบคือ ถูกทุกข้อ รัฐบาลเป็นเพียงแค่อำนาจหนึ่งของ &#8220;รัฐ&#8221; ทั้งหมดก็ได้ อำนาจที่มากกว่าเพื่อค้ำจุน &#8220;รัฐ&#8221; อยู่นอกรัฐบาลบ่อยไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีมวลชนอยู่กับอำนาจนั้น บ่อยครั้งทหาร ตุลาการ สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เดินร่วมทางกับรัฐบาลก็สามารถล้มรัฐบาลได้ (ไม่ต้องยกตัวอย่างก็คงพอจะรู้กันอยู่) ดังนั้น รัฐหมายถึงอะไรบ้างกลับกลายเป็นคำถามที่ตอบยากขึ้นทุกทีความแปรผันยอกย้อนของการเมืองของสาธารณชนและขบวนการมวลชนเช่นนี้ ไม่อยู่ในจินตภาพความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนของ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ เลยแม้แต่น้อย</p>
<p>เราคงตั้งคำถามชุดเดียวกันได้ต่อการควบคุมความรู้ประวัติศาสตร์และข่าวสารใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ นั่นคือ แม้ออร์เวลล์ทำให้ดูทื่อแต่ในความเป็นจริงซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างไร? รัฐเป็นผู้ควบคุมไปหมดจริงหรือ? หรือประชาชนและประชาสังคมด้วยกันเองเป็นผู้ทำ? เรามีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับรัฐที่พยายามบงการความรู้ข่าวสาร จนทุก วันนี้ก็ยังคงทำอยู่ ความสัมพันธ์และความสำคัญของรัฐในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่พูดกันมานาน แต่ยังไม่พ้นกรอบเดิมๆ ว่า ปัญหาเสรีภาพเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด สิ่งที่น่าจะขบคิดเลยออกไปจากเดิมมีมาก อาทิเช่น &#8220;รัฐ&#8221; ที่ควบคุมนั้นหมายถึงอะไรบ้าง ควมคุมอย่างไร? มีแต่การใช้อำนาจก่อความกลัวเท่านั้นหรือ? การกล่อมประสาทด้วยอุดมการณ์ความเชื่อจนยินทำตามอย่างว่านอนสอนง่ายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐหรือไม่? หมายถึงใครบ้าง? นอกจากรัฐแล้ว การควบคุมบงการและจำกัดเสรีภาพโดยสาธารณชนเป็นอย่างไร?สาธารณชนและตลาดช่วยให้มีอิสระจากรัฐบ้างไหม และกลับกลายเป็นปัจจัยควบคุมบงการสื่อมวลชนยิ่งกว่ารัฐบาลหรือไม่?</p>
<p>เราคงไม่สามารถกล่าวง่ายๆ อีกแล้วว่าการควบคุมของรัฐบาลเป็นต้นเหตุหรือเป็นปัจจัยเดียวของความด้อยคุณภาพของวงวิชาการและสื่อมวลชนไทย ดังที่บ่นกันทุกวี่ทุกวันในทั้งสองวงการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหลักวิชาชีพปวกเปียก ขาดแคลนคุณภาพ ขาดความริเริ่มสร้างสรรค์ แม้กระทั่ง การกำราบปราบปรามเล่นงานกันเองทางการเมือง บ่อยครั้งก็ไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล บางทีการโยนบาปให้รัฐบาลเป็นแค่การหาแพะที่สะดวกที่สุดเพื่อยืดเวลาที่ตนเองต้องรับผิดชอบสะสางยกระดับวิชาชีพของตน</p>
<p>ตัวอย่างที่ผู้เขียนพอรับรู้อยู่บ้างคือ ความรู้ประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่า สุจิตต์ วงษ์เทศ และนิตยสารศิลปวัฒนธรรมจะถล่มกรมศิลปากรมาหลายสิบปี แต่น่าคิดว่า กรมศิลปากรเท่านั้นหรือที่กอดประวัติศาสตร์คลั่งชาติและราชาชาตินิยมไว้เหนียวแน่น แล้วเที่ยวบงการสั่งสอนคนอื่นให้คิดตาม? นักวิชาการถูกบงการโดยกรมศิลปากรหรือหน่วยงานอื่นของรัฐสักเท่าไรกัน? ท่ามกลางกรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อกลางปี 2551 ที่ผ่านมา เราจะพบว่าแม้แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มีจำนวนมากที่เห็นร่วมว่า เขาพระวิหารเป็นของไทย รัฐบาลขายชาติเสียดินแดน คนเหล่านี้ไม่ชอบพันธมิตรฯ แต่ก็เต้นตามเพลงชาตินิยมไปด้วย การถกเถียงสาธารณะตลอดจนความขัดแย้ง กระทำผ่านสื่อมวลชนเป็นหลัก โดยที่รัฐบาลหรือกลไกรัฐอื่นๆ ไม่สามารถควบคุมชี้นำได้ สื่อมวลชนของเอกชนและสื่ออินเตอร์เน็ตจำนวนมากกลับมีความเห็นคลั่งชาติ ทั้งๆ ที่รัฐบาลเสียอีกที่พยายามบรรเทากระแสชาตินิยมหน้ามืด กลายเป็นว่านักวิชาการ สื่อมวลชน และขบวนการมวลชนเอง (พันธมิตร) ต่างหากที่ช่วยกันสุมไฟชาตินิยม</p>
<p>การถกเถียงใหม่ๆ ทางประวัติศาสตร์มีอยู่ตลอดเวลา โดยรัฐควบคุมไม่ได้ แต่กลับมีผลเปลี่ยนความรู้ความคิดของสาธารณชนน้อยมาก บางครั้งเสนอความรู้ ความคิดใหม่ๆ ก็กลับถูกสาธารณชนลากกลับไปอยู่ในกรอบความรู้เดิมๆ จน ได้จนป่านนี้จึงยังคลั่งชาติ เกลียดพม่า ดูถูกลาว ไม่ไว้ใจเขมร เหยียดหยามมลายู และยังคงคิดว่าคนไทยมาจากภูเขาอัลไตอยู่เช่นเดิม</p>
<p>มีเสียงบ่นกังวลถึงภาวะขาดแคลนความคิดสร้างสรรค์อยู่ในทุกวงการทางปัญญา ทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง วิชาการ และวงการศิลปะวรรณคดีเคยคิดไหมว่า การครอบงำทางปัญญาของยุคเผด็จการ ไม่ใช่การลงมือกำจัดทำลายคนที่ริเริ่มสร้างสรรค์ และขบถทางปัญญามากเท่ากับการรักษาความเรียบร้อยทางปัญญาของทุกวงการ ซึ่งทำลายความริเริ่มสร้างสรรค์ภายในวงการนั้นๆ กันเองอยู่แล้ว ครั้นอำนาจเผด็จการเจือจางลง อำนาจรัฐเข้ามายุ่มย่ามน้อยลง ทุกวงการทางปัญญาจึงยังคงขาดความริเริ่มสร้างสรรค์เช่นเดิม เพียงแต่มีระเบียบเรียบร้อยน้อยลงกว่าเดิมแค่นั้นเอง</p>
<p>คุณภาพของสื่อมวลชนไทยหลังยุคเผด็จการดีขึ้นสักเท่าไรกัน? ปัจจัยใหญ่ๆ ของความด้อยคุณภาพมีทั้งที่เกี่ยว และไม่เกี่ยวกับการควบคุมบงการโดยรัฐ เช่น ลักษณะตลาดหรือผู้บริโภคสินค้าอื่น ขนาดของตลาดทางปัญญาซึ่งเล็กนิดเดียว (เล็กเสียจนวารสารทางวิชาการเอาตัวไม่รอด) เพราะแม้กระทั่งนักวิชาการก็อ่านแต่หนังสือพิมพ์เป็นหลัก ปัญหาขาดหลักการทางวิชาชีพจนแยกไม่ออกระหว่างข่าวสารกับข่าวไม่เป็นสาร ระหว่างสื่อมวลชนกับโฆษณาชวนเชื่อ เสรีภาพของสื่อกับการโกหกโฆษณาใส่ร้ายผู้อื่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มิใช่ปัญหาอันเกิดจากการควบคุมของรัฐจนไร้เสรีภาพ</p>
<p>แม้กระทั่งปรากฏการณ์ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่สื่อมวลชนแข่งกันผลิตรายการเฉลิมฉลองเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทั้งๆ ที่ไม่มีใครควบคุมบงการ อุตสาหกรรมความจงรักภักดีชนิดที่รัฐไม่ ได้สั่ง เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเองก็คงนึกไม่ถึงเช่น เปลี่ยนทีวีสีเป็นขาวดำ เหล่านี้เป็นผลงานของประชาสังคมเองทั้งสิ้น ออร์เวลล์คงนึกไม่ถึงว่าประชาชนและประชาสังคมกันเองจะมีความสามารถรักษาสถานภาพเดิมได้ขนาดนี้ โดยรัฐไม่ต้องทำอะไรสักเท่าไร Minitru เป็นผลผลิตของประชาสังคมกันเอง</p>
<p>ออร์เวลล์คงรำคาญเต็มทีกับโฆษณาชวนเชื่อ &#8220;เว่อร์ๆ&#8221; ของสื่อมวลชนเผด็จการที่สามารถผลิตศัพท์แสงได้คมคาย แต่มักให้ความหมายตรงข้ามกับความเป็นจริง Newspeak หมายถึงศัพท์แสงที่สื่อความกลับขาวเป็นดำ การโฆษณาชวนเชื่อมีอยู่มากน้อยในทุกสังคม ไม่เฉพาะเผด็จการ ภาษากลับตาลปัตรเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมที่อยู่ได้ด้วยความเชื่อมากกว่าข้อเท็จจริง โดยมากเป็นสังคมหลงตัวเองและต้องการอยู่ในโลกแคบๆ ของตัวเอง คิดว่าตนเองวิเศษที่สุดในโลก Newspeak มักเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในสังคมที่ภาษาเป็นกำแพงขวางการเรียนรู้ของประชาชนเกี่ยวกับโลกภายนอกและเป็นอุปสรรคต่อโลกภายนอกจะมีปฏิสัมพันธ์ทางปัญญากับสังคมนั้นๆ เพราะ Newspeak กล่อมเกลาประชาชนของตนได้ดี ปกปิดประวัติศาสตร์ได้ดี และอาจเป็นปราการป้องกันความคิดพวกขบถได้ด้วย</p>
<p>Newspeak เป็นพฤติกรรมปกติของรัฐพรรค์เหล่านั้น แต่หากเป็นวัฒนธรรมของสังคมนั้น ย่อมหมายความว่าเป็นวิถีชีวิตที่คนทั่วไปไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐร่วมผลิตด้วย จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา (หรือที่เรียกว่าเป็น ‘ธรรมเนียม&#8217;) มีหลายคำในสังคมไทยทั้งที่มีมานานแล้ว และที่เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ที่มีลักษณะเป็น Newspeak ตัวอย่างเช่น ‘การเมืองใหม่&#8217; หมายถึง การเมืองเก่าล้าหลังปัจจุบันหลายสิบปี ประชาธิปไตยแบบไทยๆ หมายถึง ระบอบเผด็จการอำนาจนิยมแบบต่างๆ สันติวิธี หมายถึง พกอาวุธ สะสมอาวุธได้ รุมตีคนอื่นได้ ฆ่าคู่ต่อสู้ได้ กู้ชาติ หมายถึง ทำให้ชาติพินาศล่มจม เป็นต้น</p>
<p><strong>ขบถ ปัจเจกภาพ และการวิจารณ์</strong></p>
<p>ในเมื่อหัวใจของอำนาจในสังคมแบบ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ คือการควบคุมความรู้ ความคิด อาชญากรรมที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดก็คือ อาชญากรรมทางความคิด (Thoughtcrime) แต่อะไรล่ะคือ Thoughtcrime? ความรู้ประวัติศาสตร์ซึ่งต่างจากที่อำนาจต้องการเป็นอาชญากรรมหรือไม่ หรือการไม่เชื่อ ฟังข่าวสารของรัฐ? ไม่ตกหลุมพรางความหมายของ Newspeak? น่าจะใช่ทั้งนั้น แต่การขบถของจูเลียและวินสตันไม่กล่าวถึงสิ่งนี้เลย ไม่เห็นจะมีทัศนะความเห็นที่รุนแรงตรงข้ามกับอำนาจรัฐในเรื่องประวัติศาสตร์หรือภาษาสักเท่าไรเลย</p>
<p>จูเลียและวินสตันออกนอกรีตนอกรอยเพราะความรัก</p>
<p>ความรักเป็นอาชญากรรมทางความคิดของโอชันเนียหรือ? เพื่อจะลองตอบปัญหานี้ ก่อนอื่นคงต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายของอำนาจรัฐ / พรรค / หรือใครก็ตามที่บงการทั้งสังคมใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่? ไม่ปรากฏว่าพวกเขาเป็นใคร ชนชั้นใด มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ธุรกิจใดๆ การควบคุมความคิดขนาดเบ็ดเสร็จก่อผลดีต่อผู้มีอำนาจอย่างไร การขบถก่อให้เกิดผลเสียหายต่อผลประโยชน์ของพวกเขาอย่างไร? ไม่มีคำตอบทั้งสิ้น</p>
<p>อำนาจใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ไม่ใช่เครื่องมือหาผล ประโยชน์ใส่ตัวของผู้มีอำนาจ อำนาจไม่ใช่เครื่องมือไปสู่เป้าหมายที่สูงส่ง แต่อำนาจกลับเป็นเป้าหมายในตัวมันเอง เพราะอำนาจเป็นพลังปัจจัยจำเป็นของสังคม เพื่อควบคุมรักษาระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในสังคม คำถามทางรัฐศาสตร์ตามปกติได้แก่ อำนาจของใคร ได้มาอย่างไร ทำอะไร เพื่อจัดความสัมพันธ์ทางสังคมแบบหนึ่งๆ แต่ออร์เวลล์กลับไม่สนใจว่าอำนาจเป็นของใคร กลับถือว่าอำนาจเป็นนายบงการคน อำนาจเป็นเป้าหมายในตัวมันเอง คนเป็นแค่เครื่องมือให้อำนาจบรรลุความสำเร็จ ความคิดทำนองนี้คล้ายกับนักคิดสมัยหลังๆ บางคนที่เห็นว่า สังคมสมัยใหม่คือเครือข่ายของอำนาจสารพัดที่ก่อรูปก่อร่างเป็นสถาบันเพื่อต่ออายุความอยู่รอดของตัวอำนาจเอง มนุษย์มักคิดว่าตนมีอำนาจ เป็นเจ้าของอำนาจ แต่เอาเข้าจริงแล้ว มนุษย์มักทำได้แค่สนองความต้องการของอำนาจ เพื่อผลิตและค้ำจุนอำนาจให้ดำรงอยู่</p>
<p>อำนาจแบบ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมแบบไหนกัน เพื่อให้อำนาจดำรงอยู่ได้? คำตอบคือ ต้องการสังคมที่เป็นองค์รวมของหน่วยต่างๆ สมาชิกทุกคนประกอบกันเข้าอย่างสอดคล้องเป็นเอกภาพ ทุกส่วนเข้ารูปเข้รอยเป็นองค์รวมที่ทุกๆ คนต้องเคารพและขึ้นต่อ ปัจเจกบุคคลต้องขึ้นต่อส่วนรวมอย่างเด็ดขาด ไม่ละเมิดส่วนรวมด้วยการกระทำใดๆ ตามปัจเจกภาพของตนซึ่งจะทำลายความสอดคล้องต้องกันของทุกๆ ส่วนในองค์รวมของสังคม สังคม หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ จึงต้องการสมาชิกที่ปราศจากปัจเจกภาพ (individuality) หรือมีอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อให้เกิดการแตกแถว บุคคลเป็นแค่อวัยวะชิ้นเล็กๆ ซึ่งมีตำแหน่งแห่งที่ และมีหน้าที่ชัดเจนเพื่อ ให้องคาพยพของสังคมดำเนินไปได้ การพัฒนายกระดับปัจเจกภาพของบุคคลจึงไม่สำคัญเท่าการรู้จักตำแหน่งแห่งที่ และหน้าที่ของตนในความสัมพันธ์กับคนอื่นและในองค์รวม สังคมไม่ต้องการปัจเจกบุคคล ไม่เน้นความเป็นตัวของตัวเอง แต่ต้องการสมาชิกที่เป็นแค่อวัยวะขององค์รวม หรือเป็นเฟืองตัวเล็กๆ ของจักรกลมหึมา ปัจเจกภาพของบุคคลอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสังคมแบบนี้</p>
<p>ความรักของจูเลียและวินสตันพัฒนาขึ้นมาจากปัจเจกภาพของแต่ละคน เป็นความรักที่ส่งเสริมความเป็นตัวของตัวเอง จึงส่งเสริมวิญญาณขบถ อำนาจจึงยอมไม่ได้</p>
<p>ออร์เวลล์สร้างภาพสังคมเผด็จการเบ็ดเสร็จแบบ หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ให้เป็นสังคมที่เรียกร้องการขึ้นต่อองค์รวมแบบสัมบูรณ์ สังคมฟาสซิสต์และเผด็จการรูปแบบอื่นๆ ทั้งซ้ายขวา มักเน้นระเบียบสังคมในแนวนี้ทั้งนั้น (แต่คงไม่มีที่ไหนต้องการความสัมบูรณ์ขนาดในนิยายเรื่องนี้) สังคมที่เป็นจารีตประเพณีมักเน้นระเบียบสังคมในแนวนี้เช่นกัน เพราะจารีตประเพณีเน้นความสอดคล้องต้องกันของจักรเฟืองแต่ละชิ้น สังคมเหล่านี้ลดความสำคัญหรือบั่นทอนปัจเจกภาพความเป็นตัวของตัวเอง เรียกร้องการขึ้นต่อองค์รวมอย่างสัมบูรณ์ จึงถือเป็นปัจเจกภาพ เป็นอาชญากรรม</p>
<p>ในความเป็นจริงสังคมวัฒนธรรมต่างๆ ในโลกล้วนแล้วแต่มีทั้งด้านที่เรียกร้องการขึ้นต่อส่วนรวม เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวม หรือให้ความสำคัญกับคุณความดีของส่วนรวม (collective good) กับด้านที่ให้เสรีภาพ โอกาสทางเลือก ที่ปัจเจกภาพของบุคคลมีโอกาสเติบโตเป็นตัวของตัวเอง มนุษย์แทบทุกคนถูกหล่อหลอมขึ้นมาให้มีคุณสมบัติทั้งสองด้านในแต่ละบุคคล แต่ละด้านมีคุณอนันต์ไปคนละแบบ และหากมีมากไปก็ก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกันทั้งต่อสังคมและ ต่อบุคคลนั้นๆ เอง ทั้งสองด้านไม่มีทางหนีกันพ้น แต่ทั้งสองด้านมักไม่ประสานลงรอยกัน หรือคงไม่มีใครบอกได้ว่าทางสายกลางระหว่างทั้งสองด้านอยู่ตรงไหน</p>
<p>ปัจเจกภาพจึงสามารถเป็นอันตรายต่อสังคมที่เรียกร้องการขึ้นต่อองค์รวม กลายเป็นความไม่สามัคคี ก่อความแตกแยก ละเมิดประเพณีศีลธรรมอันดีงาม ไม่กตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่วางขนบธรรมเนียมมาเป็นเวลานาน เป็นต้น การเรียกร้องให้ขึ้นต่อองค์รวมจึงสามารถบั่นทอนทำลายปัจเจกภาพ ความเป็นตัวของตัวเอง ทำลายความคิดสร้างสรรค์ จิตใจวิพากษ์วิจารณ์ และวิญญาณขบถ</p>
<p>อะไรคือกุญแจของปัจเจกภาพ ความเป็นตัวของตัวเอง? อะไรคือยาขนานเอกเพื่อขัดขวางต่อสู้อำนาจเผด็จการของสังคมที่เน้นองค์รวมและความจงรักภักดีของจักรเฟือง?</p>
<p>ตอบ การวิจารณ์ (criticism)</p>
<p>หากไม่มีการวิจารณ์และจิตใจวิพากษ์วิจารณ์ย่อมไม่มี ทางพัฒนาปัจเจกภาพขึ้นมา เพราะไม่มีทางพัฒนาปัญญาที่เป็นอิสระเป็นตัวของตัวเอง ความรู้ข่าวสารที่มีมากมายล้นหลามในขณะนี้ โดยตัวมันเองไม่ใช่ทางออกสู่แสงสว่างทางปัญญา เพราะเปรียบเหมือนมีห้องสมุดขนาดใหญ่อยู่ในบ้าน แต่กลับไม่สามารถจัดการกับแหล่งความรู้ท่วมหัวดังกล่าวได้ เพราะไม่รู้จักการวิจารณ์เพื่อจำแนก หรือรู้จักใช้ข่าวสารข้อมูลอย่างเหมาะสมและเป็นนายของข้อมูล ปัญหาของสังคมที่อุดมไปด้วยNewspeak, Minitru และการควบคุมบงการ ความคิดไม่ว่าจะโดยรัฐหรือโดยสาธารณชน ไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนข้อมูลข่าวสาร แต่อยู่ที่ขาดแคลนประชาชนที่มีคุณภาพ รู้จักวิจารณ์อย่างเป็นตัวของตัวเอง คุณภาพดังกล่าวไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรเพราะสังคมนั้นๆ กลัวปัจเจกภาพ กลัวการแตกแถว จึงกดปราบความเป็นตัวของตัวเอง แต่กลับเน้นความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เน้นการประสานกลมกลืนกับองค์รวมแทน</p>
<p>ออร์เวลล์ใน หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่ ไม่ได้เน้นเรื่องการวิจารณ์แต่อย่างใด แต่เขาอาศัยความรักเป็นทางสู่ปัจเจกภาพ หรือความเป็นตัวของตัวเองของจูเลียและวินสตัน ความรักชนิดนี้จึงถูกจับตามองและต้องทำให้ยุติ</p>
<p>ในความเป็นจริง ปัจเจกภาพมีได้หลายลักษณะ หลายระดับ ไม่จำเป็นต้องเป็นขบถเสมอไป ปัจเจกบุคคลที่เป็นตัวของตัวเองและกล้าวิพากษ์วิจารณ์แต่ไม่เป็นอันตรายต่อองค์รวมก็มีเป็นปกติ โดยมากสามารถเป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจมากกว่าสมาชิกสังคมที่มีปราศจากปัจเจกภาพด้วยซ้ำไป โอไบรอันเป็นตัวแบบที่ดี ตัวอย่างในสังคมไทยก็มีมาก อาทิเช่น ปัญญาชนชั้นนำหลายๆ คนของสังคมไทยที่ได้รับการยอมรับนับถือกว้างขวาง หลายคนคงสามารถแสดงบทเป็นโอไบรอันได้ดีทีเดียว พวกเขาสามารถสะกดวิญญาณขบถจำนวนมากให้ยอมสยบอยู่ใต้บารมีของเขา กลายเป็นลูกน้องเขา เพื่อเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมตามสถานภาพเดิมๆ ให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างเป็นองค์รวม ปัญญาชนชั้นนำเหล่านี้ กล่อมเกลาพวกขบถอย่างที่โอไบรอันทำต่อวินสตัน ได้ผลกว่าจอ ทีวีของ Big Brother เป็นไหนๆ</p>
<p>แต่ปัจเจกบุคคลที่ขบถต่อองค์รวมก็ยังมีได้หลายแบบ จูเลียต่างจากวินสตันเพราะจูเลียไม่เชื่อไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่โตไปกว่าความขบถของตนเอง ส่วนวินสตันคิด การใหญ่กว่า เป็นอันตรายต่อสถานภาพเดิมขององค์รวมมากกว่า แต่ลงท้ายขบถที่คิดการใหญ่อย่างวินสตันมักต้องเผชิญทางเลือกที่ตัดสินใจยาก (dilemma) ระหว่างการมีชีวิตอยู่แต่ไม่มีวิญญาณขบถของปัจเจกภาพอีกต่อไป กับการรักษาปัจเจกภาพที่เป็นขบถต่อองค์รวม ทว่าอาจไม่มีชีวิตอยู่ หรือหากไม่ตายก็อาจไม่อยู่ร่วมกับใครในสังคมอีกต่อไป เขาเผชิญการทรมาน เผชิญกับสิ่งที่เขากลัวที่สุดซึ่งอยู่ลึกๆ ในใจของเขาเอง ไม่ใช่ความรุนแรงเจ็บปวดสาหัสสากรรจ์จนสุดแสนจะทนทาน แต่เป็นความกลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งที่ตนเองรักและหวงแหนที่สุด นั่นคือ ความเป็นตัวของตัวเองและคนที่เขารัก</p>
<p>ความพ่ายแพ้ของวินสตันไม่ใช่การขายพรรคหรือขายขบวนการปฏิวัติ</p>
<p>โอไบรอันไม่จำเป็นต้องทำให้วินสตันเชื่อในสิ่งที่วินสตันคงไม่ยอมเชื่อ เขาเพียงแต่ทำให้วินสตันยอมขายคนที่เขารัก ขายความรักอันเกิดจากปัจเจกภาพของเขาและจูเลีย เพียงแค่นี้ ไอโบรอันก็ปล่อยตัววินสตันออกไปได้</p>
<p><strong>ตีพิมพ์ครั้งแรก: 1984 เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์, แปลโดย รัศมี เผ่าเหลืองทอง และ อำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงษ์, สำนักพิมพ์สมมติ, พิมพ์ครั้งที่ 2, ตุลาคม 2551</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sameskybooks.org/2008/12/09/1984/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>72</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
