อัตลักษณ์ไทย: จากไทยสู่ไทย ๆ
January 26th, 2012คำนำผู้เขียน อัตลักษณ์ไทย: จากไทยสู่ไทย ๆ
ใน รอบยี่สิบปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ชนชั้นกลางกำลังตื่นตัวและตั้งคำถมเกี่ยวกับ เรื่องอัตลักษณ์ไทย ความสนใจนี้ก่อให้เกิดงานศึกษาและข้อเขียนเชิงวิพากษ์ วิจารณ์จำนวนมาก มีหลายคนเห็นว่า ความเป็นไทยกระแสหลัก เสื่อมลงเพระถูกรัฐถือเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจทางวัฒนธรรมกรเมือง และผูกขาดสิ่งนี้ไว้กับรัฐราชการ อีกทั้งเป็นข้ออ้างในการคัดทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมกลุ่มอื่นๆ ที่มีลักษณะไม่เหมือนกับของรัฐราชกร นอกจากนั้น ยังมีงานเขียนจำนวนหนึ่งที่ชี้ว่ามันมีบทบทในการทำลายตนเอง เช่น ใช้กันอย่างเลอะเทอะ เน้นแต่รูปแบบและพิธีกรรม จำกัดเสรีภาพในการประยุกต์ใช้ อีกทั้งไม่สอดคล้องกับสำนึกใหม่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งผล คือกลายเป็นกรแช่แข็งวัฒนธรรมไทย
ข้อเขียนชื่อ “อัตลักษณ์ไทย: จากไทยสู่ไทยๆ” แม้จะเกี่ยวพันกับความ เป็นไทยกระแสหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นการศึกษาเรื่องนั้นโดยตรง ผู้เขียนเริ่มต้นด้วยกรสำรวจวิจัยเรื่องที่เล็กกว่านั้น นั่นคือ ดีไซน์ แบบ“ไทยๆ” หรือวัตถุทางวัฒนธรรมประเภทหนึ่งซึ่งมีบทบทเป็นตัวแทน ของความเป็นไทยแบบใหม่ และ “ทางเลือก” ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ ตลอดจนกลายเป็นกระแสใหญ่ในวงการออกแบบในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา
กล่าว ได้ว่า ในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจหรือยุคฟองสบู่แตกใน พ.ศ.2540 นอกเหนือจากความสำเร็จทางธุรกิจ วงการโฆษณาของไทยซึ่งมียอดมวลรวมปีละหลายพันล้านบาท ได้มาถึงจุดที่เรียกว่า “ปฏิวัติทางการสร้างสรรค์ โฆษณาและกราฟิกดีไซน์กลายเป็นสื่อใหม่และภาษาใหม่ วงการจึงตื่นตัว ในเรื่องอัตลักษณ์ไทยและทะเยอทะยานที่จะเสาะหารูปแบบและเนื้อหาใหม่ๆ มาดัดแปลงและแต่งเติมให้แก่ความเป็นไทยกระแสหลัก ทางหนึ่งคือกลับไป หาวัฒนธรรมของชาวบ้าน และก่อตัวเป็นปรากฏการณ์ “ไทยๆ” ขึ้นมา”
หลัง จากนั้นกระแสนี้ไม่ได้ตกลง แม้เมื่อก้วเข้สู่ช่วงหลังฟองสบู่แตก ไทยๆ ก็ยังเฟื่องฟูต่อมา” ซึ่งอาจจะเพราะสอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจและการเมือง ที่หันไปหาความพอเพียงและภูมิปัญญาอันเกิดในท้องถิ่นของตนเอง
ข้อ เขียนชิ้นนี้มีกำเนิดในรูปบทความ/การ์ตูนชื่อ “ภาษาของเขา ตัวตนของเรา: ภาษาชาวบ้านกับตัวตนของนักออกแบบ”(ตีพิมพ์ใน “อัตตะ: รวมผลงนของ10 นักออกแบบกราฟิกดีไซน์ไทย” พ.ศ.2539) ซึ่งผู้เขียน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำเอาวัตถุสิ่งของที่มีลักษณะ “ไทยๆ” มาใช้เป็น ตัวแทนความเป็นไทย โดยเฉพะในหมู่นักออกแบบ และกว่าสิบปีหลังจากนั้น เมื่อปรากฏการณ์นี้คลี่คลายขยายตัวขึ้นอีก ผู้เขียนได้พยายามรวบรวมตัวอย่าง เพิ่มเติมและขยายคำอธิบายให้ยาวขึ้น อีกทั้งนำไปเสนอในรูปของการบรรยาย ในที่ต่างๆ หลายครั้ง
ไทยๆ มีลักษณะส่วนตัว จำกัดวง และไม่เป็นทางการ เป็นการคลี่คลาย ของความเป็นไทยในโลกธุรกิจเอกชน ที่ไม่ยอมผูกติดกับความเป็นไทยของรัฐราชกร และอุดมการณ์ชาตินิยมและอนุรักษนิยม ทั้งในทางที่ทำให้ความเป็น ไทยกลายเป็นเรื่องทางโลกย์มากขึ้นเช่นที่ถูกกล่าวถึงในบทความของอาจารย์ เกษียร เตชะพีระ (ซึ่งเขียนขึ้นในยุคเดียวกัน และผู้เขียนได้ขออนุญาตนำมา ตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้) และในทางที่สร้างสรรค์นวัตกรรมหรือทางเลือกใหม่ๆ เช่นที่ถูกกล่าวถึงในผลงานของผู้เขียน
ไทยๆ ในข้อเขียนชิ้นนี้ แม้จะเคยมีลักษณะ “ไม่ไทย” และเป็นวัฒนธรรม ของ “คนอื่น” แต่ต่อมถูกยกย่องเป็น “ทางเลือก” และเป็นที่ยอมรับอย่างสูง ถึงขนาดที่มีสถานะเป็นตัวแทนของความเป็นชาติในหลายๆ วงกร เช่น ศิลปะ และดีไซน์ นอกจกนั้น ไทยๆ จะไม่ได้ถูกศึกษาในแง่ของเนื้อหาสาระ หรือ content ที่มีอยู่ภายในตนเอง แต่ในฐานะเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และบ่งบอกตัวตนของผู้ดูหรือผู้เสพ หรือที่เรียกว่าการสร้าง subject position ของผู้ดู
ผู้ เขียนมีความเห็นว่าไทยๆ เป็นผลผลิตทางอ้อม (by product) ของความ เป็นไทยกระแสหลักที่ถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดและไม่ยืดหยุ่น มีหน่ออ่อนจากความเชื่อในเรื่องเนื้อแท้ของความเป็นไทย และการแบ่งแยกฐานานุศักดิ์ หรือ จากการวิเคราะห์ในเชิงโครงสร้างความเป็นไทยนั่นเองที่ได้สร้างไทยๆ หรือ คู่ตรงข้ามเชิงปฏิเสธขึ้นมา
ไทยๆ อาจจะเคยดูเหมือนกองขยะทางวัฒนธรรม ที่หลายคนรังเกียจ แต่ จริงๆ แล้ว เป็นขุมคลังทางปัญญาที่เราสามารถลงไปขุดคุ้ยหาของมีค่า และสามารถนำกลับมาใช้ได้เสมอ ในกรณีนี้เองนักออกแบบย่อมมีบทบท อย่างมากในการดัดแปลง และเมื่อมีวาระโอกาสก็สามารถอนุโลมให้เลื่อนฐานะจากต่ำไปสูงและเปลี่ยนความ หมายจากวัตถุทางวัฒนธรรมเป็นศิลปวัตถุ ฐานานุศักดิ์ของความเป็นไทยในวัตถุสิ่งของต่างๆ เกิดจากการสร้งความหมายใหม่ และทำลายบริบทเดิมของขยะวัฒนธรรมเหล่านั้น สิ่งนี้ทำได้โดยผ่านการกลั่นกรองหรือดัดแปลงของดีไซเนอร์
ปรากฏ การณ์ไทยๆ อาจจะเข้มผ่อนคลายความตึงเครียดหรือเคร่งครัด ของไทยประเพณี และเสริมศักดิ์ศรีของชนชั้นนำทางศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะเมื่อชนชั้นนำต้องการจะประกาศตัวบนเวทีโลก ไม่ว่าจะในเชิง เศรษฐกิจ การเมือง หรือวัฒนธรรม แต่ถึงที่สุดแล้ว ไทยๆ หรือแรงปรารถนา ที่จะเป็นไทย แม้จะไม่ผูกติดกับแนวทางอนุรักษนิยม ก็ยังเป็นการสร้างระยะห่าง ระหว่างชาวบ้านกับชนชั้นนำ
มองผ่านไทยๆ อันเป็นผลงานของนักออกแบบไทยทั้งหลาย ผู้อ่านอาจจะ มองทะลุไปถึงคุณค่าและความหมายที่แท้จริงของความเป็นไทยกระแสหลัก ที่สำคัญ หนังสือเล่มนี้ต้องการเสนอให้นักออกแบบทำความเข้าใจกับอัตลักษณ์ ที่ตนสร้างขึ้น และบทบาททางสังคมของตนเองด้วย
ประชา สุวีรานนท์
กันยายน 2554
อัตลักษณ์ไทย: จากไทยสู่ไทย ๆ โดยประชา สุวีรานนท์
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ราคา 200 บาท



