October 15, 2008

พรมแดน แผนที่ ประวัติศาสตร์ ชาตินิยม : บทบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน

ฟ้าเดียวกัน

พรมแดน  แผนที่  ประวัติศาสตร์  ชาตินิยม

25 กันยายน 2548 สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผย “ทรรศนะของประชาชนต่อแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” พบว่า ประชาชนร้อยละ 79.3 เห็นว่าคำพูดของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า “จะไม่ยอมให้ใครมาแยกดินแดนภาคใต้แม้เพียงตารางนิ้วเดียว” เป็นคำพูดที่เหมาะสม

20 มิถุนายน 2551 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปลุกพลังกู้ชาติ ย้ำภายใต้ 62 ปีแห่งการครองราชย์โดยธรรม ประเทศไทยไม่เคยเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และจะต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป พร้อมประกาศเดินหน้าสู้เพื่อประเทศไทยและในหลวง

แม้จะเป็นคู่ตรงข้ามทางการเมือง แต่สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล คือทั้งคู่ต่างฉวยใช้แนวคิดชาตินิยม โดยเฉพาะที่เกี่ยวพันกับเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดน เป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินการทางการเมืองของตน จะต่างก็ตรงที่ฝ่ายแรกนั้นใช้ชาตินิยมเพื่อสร้างความชอบธรรมในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายหลังนั้นใช้ชาตินิยมเพื่อต่อต้านอำนาจรัฐบาล

เหตุที่คำโฆษณาประเภท “จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้เพียงตารางนิ้วเดียว” หากนำไปใช้ปลุกเร้ามวลชนเมื่อไร เลือดรักชาติก็มักพุ่งฉีดซ่านเมื่อนั้น ก็เพราะมันไม่ได้ดำรงอยู่อย่างล่องลอย แต่เชื่อมโยงไปยังประวัติศาสตร์นิพนธ์ที่มีฐานะครอบงำสังคมไทยอยู่ว่า บุรพกษัตริย์ของชาติได้หลั่งเลือดเพื่อรักษาผืนแผ่นดินเอาไว้ ดังนั้นหากผู้ใดทำให้ชาติต้องสูญเสียอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไปแม้เพียงตารางนิ้วเดียว ผู้นั้นไม่เพียงแต่ทรยศต่อชาติ ทว่ายังเนรคุณต่อพระมหากษัตริย์ด้วย  และด้วยเหตุนี้คนจำนวนมากจึงพร้อมที่จะต่อสู้กับพวกทรยศขายชาติ กระทั่งสามารถ “สละเลือดทุกหยาดเป็นราชพลี”

ปรากฏการณ์ล่าสุดที่ยืนยันถึงพลานุภาพของแนวคิดชาตินิยมที่ถูกปลุกขึ้นด้วยคำโฆษณาประเภท “จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้เพียงตารางนิ้วเดียว” นั่นคือ กรณีขบวนการกู้ชาติเพื่อทวงคืนปราสาทพระวิหารนำโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งอิทธิฤทธิ์ทำลายล้างของมันจะมากน้อยเพียงใดนั้น ณ ขณะนี้ยังเป็นที่คาดเดาได้ยากนัก

อย่างไรก็ดี คงไม่เป็นการสายเกินไป หากเรา-ฟ้าเดียวกัน-จะชวนให้มาทบทวน พินิจพิเคราะห์ กันอีกซักครั้ง ถึงความยอกย้อนและมายาคติว่าด้วยเรื่องพรมแดน-แผนที่-ประวัติศาสตร์-ชาตินิยม

เริ่มด้วยบทความของ ธงชัย วินิจจะกูล ว่าด้วย “ภูมิกายาและประวัติศาสตร์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขาเรื่อง “Siam mapped : a history of the geo-body of Siam.” (1988)  อันเป็นฐานทางความคิดที่สำคัญของข้อเสนอเรื่อง “ราชาชาตินิยม” ของเขาในปัจจุบัน

จากนั้นก็ชวนเข้าไปถกเถียงกันต่อในกรณีเฉพาะหน้า ได้แก่ ประเด็นร้อนว่าด้วยปราสาทพระวิหาร ผ่านบทความ “คำพากษาคดีปราสาทพระวิหาร: มโนทัศน์ต่อพื้นที่ชายขอบและข้อเสียเปรียบของไทย” ของพวงทอง ภวัครพันธุ์ และ “สี่มิติปราสาทพระวิหาร: ประวัติศาสตร์ ชาตินิยม เส้นพรมแดน แผนเศรษฐกิจ” ของสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี…

กรุณาอย่ารีรอ เชิญพลิกเข้าไปร่วมวิวาทะกับเรา-ฟ้าเดียวกัน- ท่ามกลางยุคสมัยที่มหาชนชาวไทยมิได้จินตนาการถึง “ชาติ” แบบ “เดียวกัน” อีกต่อไปแล้ว

โพสต์ในกลุ่ม ฟ้าเดียวกัน, วารสาร/หนังสือ
แสดงความเห็น (848) 

848 ความคิดเห็น »

  1. ชอบภาพปกมาก ๆ

    ความเห็นจาก ชนะ รักนิ่ม — October 16, 2008 @ 11:22 am

  2. จะคิดยังไง อยู่ฝ่ายไหน ไม่ว่า
    ช่วยเอาบทความ + ความคิดเห็นที่หมิ่นสถาบันฯ ออกให้หมด

    ความเห็นจาก คนไทย ไม่เอาม็อบ ไม่เอาแม้ว — October 16, 2008 @ 4:17 pm

  3. สงสัยคงต้องรีบซื้อ ก่อนโดนแยนอีก เหอะๆ

    ความเห็นจาก นักอ่าน — October 16, 2008 @ 8:20 pm

  4. หาซื้อได้ที่ไหน ท่านใดทราบบ้าง? ไม่เคยเห็นนิตยสารนี้วางขายเลย แนะนำด้วยฮะ

    ความเห็นจาก ... — October 17, 2008 @ 9:53 am

  5. ไอ้ชาติ DOGSSS

    ความเห็นจาก BoBo — October 17, 2008 @ 9:02 pm

  6. ขอร้องนะคะคุณแอดมิน..ถึงแม้คุณจะอยู่ฝ่านไหนก็ตาม แต่ได้โปลดเถอะเอากระทู้ที่หมิ่นสถาบันกษิตริย์ออกให้หมดนะคะ เราอยู่ประเทศไทยเราต้องพระประมุข ไม่ใช่เป็นแบบที่เห็น บางคนว่า บางคนด่า ถึงคุณจะไม่รักท่านแล้ว แต่ได้โปรดคิดซักนิดว่าคุณจะเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยได้อย่างไร ถ้าขาดประมุขซึ่งเป็นผู้นำของประเทศ ได้โปรดนะคะ เอาออกให้หมด

    ความเห็นจาก รักสถาบัน — October 17, 2008 @ 11:07 pm

  7. เอ่อ ไม่ทราบว่า จะหาซื้อได้ที่ไหนครับ

    ที่งานหนังสือศูนย์สิริกิต จะมีไหมครับ ??

    ขอบคุณครับ

    ความเห็นจาก เสรี — October 18, 2008 @ 12:33 am

  8. ประชาธิปไตยของมนุษย์บางกลุ่มที่กำหนดความถูกต้องมาจากคนบางกลุ่ม โดยการบังคับให้มนุษย์ทุกผู้ที่มีความคิดที่แตกต่างไปจากกลุ่มของตนนั่นคือ สัตว์เดรฉาน ? … ประชาธิปไตยคือการบังคับให้คิดเหมือนกัน ? ให้ชอบเหมือนกัน ? คุณชอบ ผมจะต้องชอบ คุณคิด แล้วผมจะต้องคิดตามคุณ ? คุณบอกว่าถูก ผมก็จะต้องถูกตามคุณ ? ถ้าผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณคิด ผมก็คือสัตว์เดรฉาน ? ฉะนั้นผมจำต้องเห็นด้วยเหมือนกับคุณ ? เพราะนั่นคือความเหมือนที่เรียกว่าประชาธิปไตย ?
    เสรีภาพ..ที่อยู่ในกรอบ จะต่างอะไรไปจากคุกมืด
    ผมคือมนุษย์ผู้เหยียบย่ำอยู่บนโลกใบเสรี ไม่ใช่ทาสของผู้ใด
    แต่ก็มิได้ลบหลู่ในสิ่งที่คุณเชื่อและคิด เพียงแต่ผมไม่ได้คิดและเชื่อเหมือนคุณ แล้วคุณละ เคยลองพิจรณาตัวตนของคุณดูบ้างไหม ว่าคุณกำลังลบหลู่ความคิดและความเชื่อของมนุษย์ที่คิดต่างไปจากคุณไหม ?

    ความเห็นจาก ประชาธิปไตย คิดคือคุก — October 18, 2008 @ 2:30 am

  9. ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และราชวงศ์คงยั่งยืนอยู่บนพื้นดินไทยชั่วนิรันดร์
    ใครคิดร้ายต่อราชบังลังค์ ขอให้พบความวิบัติในทุกรูปแบบ ในทุกภพทุกชาติไป

    รักในหลวง

    ความเห็นจาก คนไทยรักในหลวง — October 18, 2008 @ 8:07 am

  10. เลวทรามมาก เอารูปพระพุทธเจ้าหลวง มาวางบนปกแล้วทำเป็นลายแผนนี้ ความคิดชั่วๆ แบบนี้ พวกแกยังใช้แผ่นดินไทยทำมาหากิน ไม่สำนึกบ้างหรือว่ากำลังทำอะไรอยู่ หากแก ต่อต้านราชวงศ์ ก็ไปขุดหลุด หรือไปอยู่กับไอ้พวกเขมร ซิ แล้วประกาศเป็นฝ่ายตรงข้ามเลย ของให้ทหาร ออกมายุติให้โดยเร็ว กววดล้างไอ้พวกระยำ ทำกับชาติแบบนี้ให้หมดสิ้นแผ่นดินไทย แ้ม้แต่ผงธุลี ก็อย่าได้หลงเหลือไว้ในแผ่นดินไทย

    Long Live The King

    ความเห็นจาก คนไทยรักในหลวง — October 18, 2008 @ 8:13 am

  11. ความเห็นจาก หันตรา — October 18, 2008 @ 9:35 am

  12. ผมเรียนปริญญาโทอยู่ที่อังกฤษ ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง

    ได้ติดตามนิตยสารฟ้าเดียวกันไม่ต่ำกว่า 3-4 ฉบับ
    พบว่าข้อกล่าวหา และข้อมูลของนิตยสารนี้กล่าวหาสถาบันอย่างเลื่อนลอย
    ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์และตีความเข้าข้างตัวเอง
    ของคนที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการ

    แต่สิ่งที่พบเห็นได้จริงคือ การเสียสละและทำคุณประโยชน์ให้ประชาชน
    ของสถาบันกษัตริย์เราพบเห็นได้จริง และไร้ข้อกังขา

    ขอให้พวกคุณแสดงประโยชน์ต่อสังคมให้เป็นรูปประธรรม ไม่ใช่เพียงแค่เขียนทฤษฎีและบทความในกระดาษ

    ความเห็นจาก เด็กไทยในลอนดอน — October 18, 2008 @ 10:26 am

  13. พวกเลวที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง มันทำเพื่ออะไร

    ความเห็นจาก ความดีมีจริง — October 18, 2008 @ 10:26 am

  14. ผมเชื่อว่า สถาบันกษัตริย์ของไทย เป็นสถาบันที่ปรับตัวตามยุคสมัย

    ไม่ล้าหลังอย่างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร้เหตุผล

    เปรียบเทียบง่ายๆกับ สถาบันกษัตริย์ในอังกฤษ
    ซึ่งสามารถวิจารณ์ได้ แต่คนในสถาบันก็ไม่ได้สร้างคุณประโยชน์เท่าไรเลย

    เมื่อกลับมามองในบ้านเรา คุณจะต้องการสิทธิ์ในการวิจารณ์ไปทำไม
    คนๆเดียว หรือคนไม่กี่คน ไม่ได้ทำให้ประเทศตกต่ำลงเลย

    กลับกลายเป็นคน ที่เรียกว่านักการเมือง ที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง
    มาทำให้ชาติเสียหายจากการโกงกิน เผาผลาญงบประมาณเป็นแสนแสนล้าน
    เท่านี้ก็รู้แล้วว่าใครมีผล ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่ากัน

    และใครกันแน่ที่ควรถูกวิจารณ์และถากถาง

    ความเห็นจาก เด็กไทยในลอนดอน — October 18, 2008 @ 10:34 am

  15. ซักวันเว็ปนี้มึงต้องรับกรมที่มึงกระทำย่ำยีสถาบันแน่จริงบอกชื่อที่อยุ่ที่แน่นอมาจะได้ไปอยุ่อีกภพหรือแผ่นดินที่เมิงหวังไว้
    สมันสำนึกพวกเมิงที่ลบหลู่มีไหมกับการกระทำระยำที่เปิดเว้ปแบบนี้หรือว่าโคตรเหง้าเมิงสนับสนุนบอกชื่อจริงที่อยู่มาสัดนรกจะได้ส่งไปอยู่อีกชาติภพที่มึงต้องการ
    หรืออยากให้เป้นเหมือนเพื่อนบ้านขางเคียงหรือจีนมีจุดประสงคือะไรที่ทำเว้ปแบนี้ขึ้นมานี้หรอคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินที่เมิงทำโดยอาศัยเสรีภาพที่เขามอบให้มาทำระยำตำบอนในประเทศนี้หรือว่าทำเว้ปจากต่างชาติกล้าแน่จริงโพส์บอกหน้าเว้ปเลยสัดนรกเจ้าของเว้ปนี้จะได้ส่งเมิงไปไวๆ
    เคยสำรวจเจ้าของเว้ปหรือส่วนร่วมโคตรพ่อโคตรแม่มึงมาจากไหนไปถามเขาดูซิทำแบบนี้เขาจะชอบกับการกระทำของพวกมึงป่าวสัดนรกทั้งหลายที่ทำกับสถาบันในแง่ร้ายคนไทยแท้จริงเขาอยู่แบนี้มานานนับพันปีมึงมีวัตถุประสงค์อะไรเอาให้ชัดถ้ายังมีความเป็นคในประเทศนี้แผ่นดินนี้
    หรือว่าแฝงตัวเปิดเว้ปจากประเทสอื่นซักวันมันก้ล่มจมด้วยวัตถุนิยมเองไม่ถึง50ปีหรอกสัดนรก

    ความเห็นจาก thailand — October 18, 2008 @ 5:26 pm

  16. พวกคุณ พวกที่ไม่นิยม ไม่รักสถาบัน ตั้งหน้าตั้งตา discredit สถาบัน ลองนึกดูซิ ตั้งแต่พวกคุณลืมตามาดูโลกออกมาจากท้องแม่ซึ่งเป็นคนไทย อยู่ในผืนแผ่นดินที่เรียกว่าประเทศไทยนี้ พวกคุณเคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติและส่วนรวมบ้าง ถ้าหากว่าเคยทำ คุณแล้วทำได้เท่าครึ่งหนึ่งของพระมหากษัตริย์ไทยเราบ้างหรือเปล่า คิดดูให้ดี ถ้าไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์พวกคุณจะมีแผ่นดินที่เป็นปึกแผ่นอยู่ได้มาจนทุกวันนี้หรือ ใช้สมองขี้เลื่อยคิดให้ดี คิดให้ออกซะ พวกคุณนี่เสียชาติเกิดจริง ๆ ไปตายซะ แล้วก่อนตายก็อธิษฐานให้ไปเกิดในประเทศเขมรซะ จะได้รู้สึก “พวกหนักแผ่นดิน”

    ความเห็นจาก lilly — October 18, 2008 @ 9:22 pm

  17. ภาพปก….ฟ้าสูง…..ครับท่าน

    ไม่เอาพันธมิตร ไม่เอาทักษิณ
    เพราะมันยัดเยียดคนไทยให้เป็นหมากเบี้ยตัวเล็กที่ต้องเลือกข้าง

    คนไทย มีความหลากหลายกว่านั้น
    นั่นมันเป็นคนส่วนน้อยที่ทะเลาะกัน แล้วพยายามหาพวกช่วย

    เราประชาชนคนไทย ในฐานะเจ้าของประเทศ
    ต้องมองแบบเป็นผู้ปกครองประเทศ
    ไม่ใช่แบบผู้ถูกปกครองแต่อย่างเดียว

    คนไทยไม่โง่

    ความเห็นจาก redwing — October 18, 2008 @ 10:32 pm

  18. กรุณาลงกระทู้ที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์มากๆ เพื่อเป็นการลดความกดดันของประชาชนที่รับรู้ความจริงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเสนอแนวทางการปรับตัวให้สถาบันพระมหากษัตริย์ได้นำไปคิด และกระทำ เพราะหากไม่ทำอย่างนี้ และอยู่ภายใต้กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างเคร่งครัด แรงกดดันคงมากจนนำสถาบันไปสู่จุดจบโดยเร็ว
    อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อปี 2475 ที่ประชาชนเทิดทูนกษัตริย์ดั่งเทวดา ยังเกิดมาแล้ว เสียดายที ปรีดี พหล ป ไม่ทำให้เด็ดขาด นำสองพี่น้องกลับมาทำลายประเทศอีก ถ้าทำให้เด็ดขาดเสียแต่วันนั้ ประเทศไทยคงเจริญทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และประชาธิปไตยมากกว่านี้
    วันนี้ 2551 เด็กรุ่นอินเตอร์เน็ต เห็นความจริงกันมากแล้ว ถ้าสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ปรับตัว ก็นับถอยหลังเถิด
    ************
    สถาบันปรับตัวเสมอครับ ความจริงความคิดเรื่องประชาธิปไตยมีมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 6 แล้วครับ พระองค์ท่านยังดำริและทดลองเรื่องดุสิตธานี ต้นแบบการปกครองประชาธิปไตย ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เอาเข้าจริงคณะราษฎร์เข้าไปก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยจริงหรอก ดูจากการยึดอำนาจพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ขนาดรัชกาลที่ 7 ยังต้องสละราชสมบัติ และทรงเขียนพระราชหัตถเลขา ตำหนิคณะราฎร์ว่า ทรงพระราชทานอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน พวกนี้กลับใช้อำนาจที่พระองค์พระราชทานให้แก่ประชาชนใช้เพื่อผลประโยชน์ตนเอง อำนาจอธิปไตยก็ได้แล้ว พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก็เสียภาษี แถมนิติประเพณีก็ถูกกำหนดว่าจะต้องอยู่เหนือการเมือง พระบรมราชโองการก็ต้องมีคนเซ็นกำกับรับผิดชอบ ถึงขนาดนี้แล้วคุณหันตรายังจะเขียนกระทู้ล่อหลอก หลอกลวง โป้ปดมดเท็จ แบบนี้อีกเพื่ออะไรครับ
    ผมไม่เห็นด้วยกับคุณนะครับ ว่าถ้าหากปรีดี กับคณะราฎร์ในขณะนั้นล้มสถาบันกษัตริย์ไปแล้ว ผมว่าไทยเราตอนนี้อาจจะกลายเป็นประเทศที่อยู่ในระดับเดียวกับเขมรหรือไม่ก็พม่าครับ หรือไม่ก็อาจจะยังไม่พ้นอำนาจของเผด็จการทหารเลยด้วยซ้ำ คุณหันตราควรจะรู้เอาไว้เลยนะว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นสิ่งเดียวที่จะถ่วงดุลอำนาจของนักเลือกตั้งโกงชาติ เพราะสถาบันได้หล่อหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชนแล้วครับ ดังนั้นถ้าหากนักเลือกตั้งพวกนี้ใช้อำนาจรัฐมิชอบ สถาบันก็จะต้องออกมาท้วงติง ประชาชนจะไม่สามารถถูกครอบงำจากพวกนักการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวงได้โดยง่าย
    คุณดูตัวอย่างพฤษภาทมิฬ คนที่ออกมาระงับความวุ่นวายคือใคร ถ้าหากไม่มีสถาบันกษัตริย์ ใครจะออกมาห้ามเวลาเผด็จการสั่งยิงประชาชนหรือครับ
    ดังนั้นคุณหันตราอย่าอคติเหมือนเป็นคนบ้า หัดมองโลก และยอมรับความเป็นจริงบ้างครับ

    ความเห็นจาก BMW F1 — October 18, 2008 @ 10:59 pm

  19. redwing
    18 October 2008 เมื่อ 10:32 pm
    ภาพปก….ฟ้าสูง…..ครับท่าน

    ไม่เอาพันธมิตร ไม่เอาทักษิณ
    เพราะมันยัดเยียดคนไทยให้เป็นหมากเบี้ยตัวเล็กที่ต้องเลือกข้าง

    คนไทย มีความหลากหลายกว่านั้น
    นั่นมันเป็นคนส่วนน้อยที่ทะเลาะกัน แล้วพยายามหาพวกช่วย

    เราประชาชนคนไทย ในฐานะเจ้าของประเทศ
    ต้องมองแบบเป็นผู้ปกครองประเทศ
    ไม่ใช่แบบผู้ถูกปกครองแต่อย่างเดียว

    คนไทยไม่โง่
    **************
    ความดี ความชั่วไม่สามารถเป็นกลางได้ครับ ต้องเลือกข้างเท่านั้น
    ความเป็นกลางไม่ได้หมายความว่าเป็นกลางระหว่างความดี ความชั่ว
    ศาลเวลาจะตัดสินคดี ตั้งอยู่บนหลักยุติธรรมและความเป็นกลาง
    ศาลยังต้องตัดสินให้คนถูกชนะ นี่คือความเป็นกลาง
    มีขี้กับ ข้าว คุณจะเลือกกินอันไหน ถ้าหากคุณเป็นกลางกลวง คุณคง
    ต้องกินขี้กับข้าวอย่าละครึ่ง

    ความเห็นจาก BMW F1 — October 18, 2008 @ 11:04 pm

  20. สถาบันนั้นปรับตัวได้ดีพอสมควรในอดีต โดยปรับตัวเพื่อรักษาอำนาจมากกว่าที่จะปรับตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยแท้จริง สิ่งที่สถาบันทำคือ ปิดบังไม่ให้คนรับรู้ความจริง โดยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่นำมาใช้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง ใช้การโฆษณาชวนเชื่อถึงข้อดีของสถาบันโดยใช้งบประมาณของประเทศจากภาษีประชาชนในการสร้างผลงาน แต่ไม่เคยสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าในการการใช้จ่ายงบประมาณได้ และไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนเหมือนหน่วยงานอื่นเขาที่ใช้งบประมาณเหมือนๆ กัน และปรับตัวโดยเลือกสนับสนุนทหารและนักการเมืองที่สั่งได้ เพื่อปกป้องอำนาจของสถาบัน และผลประโยชน์ของสถาบันเป็นหลัก เมื่อผู้ใดกลุ่มใดหมดประโยชน์ก็กำจัดทิ้งแม้กลุ่มนั้นจะรักษาอำนาจ จงรักภักดีมาตลอด แต่เมื่อพ่ายแพ้ทางการเมือง ก็สลัดทิ้งทันที เพื่อสมประโยชน์กับกลุ่มใหม่

    เรื่องโฆษณาชวนเชื่อของสถาบันเกี่ยวกับดุสิตธานี และการเตรียมการเพื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญโดย รัชการที่ ๗ นั้น ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศภายหลัง เมื่อได้ถูกบังคับให้สละราชสมบัติแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดุสิตธานี ก็เป็นเรื่องเล่นสนุกของท่านกับเพื่อนเหมือนเด็กสมัยนี้เล่นบาร์บี้ ซึ่งไม่ทราบว่าจะเล่นสนุกไปทำไมเมื่อเพื่อนที่เล่นเมืองจำลองกับท่านก็ล้วนมีความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยผ่านเมืองนอกเมืองนามาแล้วกันทั้งนั้น
    คณะราษฎร์ นั้น ต้องถือว่าเป็นกลุ่มคนผู้กล้า ซึ่งต้องยอมรับในความกล้าหาญที่สามารถรวบรวมผู้คนในประเทศ ในอีกฟากหนึ่ง ได้มากพอ ที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งควรจะเป็นวันชาติของประเทศไทย แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนหมู่มาก เมื่อได้รับอำนาจมา เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะมีการแก่งแย่งกัน และขัดแย้งกัน แต่ในชั้นแรกเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น คณะราษฎร์ คงทำด้วยอุดมการณ์เพื่อประเทศมากกว่าที่จะคิดถึงผลประโยชน์ ซึ่งมาขัดแย้งกันภายหลัง อย่างไรก็ตามคณะราษฎร์ ก็ควรได้รับความชื่นชม ส่วนจดหมายของรัชการที่ ๗ เกี่ยวกับที่บอกว่า ข้าพเจ้ายินดีสละอำนาจของข้าพเจ้าให้ประชาชน มากกว่าบุคคลคณะใดคณะหนึ่งนั้น ข้าพเจ้า ไม่ให้ราคา ถือเป็นเพียงคำตัดพ้อของผู้แพ้ ที่บังเอิญมีหลานมาชนะตอนหลังก็เอาออกมาเป็นอาวุธทิ่มตำฝ่ายตรงข้าม ขอโทษที่พูดความจริง

    เกี่ยวกับเรื่องพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษีนั้น จริงๆ ได้อธิบายกันไปในกระทู้อื่นโดยละเอียดแล้ว ว่า พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษีนั้น ท่านก็ได้จัดให้พระราชทรัพย์ส่วนที่ไม่สามารถหากำไรได้ไว้ในส่วนนี้ เช่น พระตำหนักจิตรลดาฯ เป็นต้น ส่วนพระราชทรัพย์ส่วนที่ไว้หากำไร เช่น ที่ดินทั่วกรุงเทพฯ กว่า 8000 ไร่ เช่น ราชดำเนิน พารากอน ดิสคัฟเวอรี่ ดุสิตธานี ราชศุภมิตรฯลฯ นาให้เช่าทั่วประเทศ ตึกสำนักงาน ต่างๆ หุ้นธนาคาร หุ้นปูน หุ้นโรงแรม ฮอนด้า สเวนเซน ซิงเกอร์ เทเวศน์ สัมมากรฯลฯ ล้วนจัดไว้ในทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเมื่อเป็นรายได้ของสถาบันแล้ว ไม่ต้องเสียภาษี ตาม พรบ ทรัพย์สิน มาตราใหนในนี้มีคนวิเคราะห์ไว้ละเอียดแล้ว โปรดดูเพิ่มเติม การทำธุรกิจเหมือนสามัญชนอื่นเขา แต่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ และใช้เงินภาษีของประชาชนในการบำรุงความสุขของกลุ่มตนนั้น ถือว่าโกงชาติมากกว่านักการเมืองหลายเท่านัก

    สถาบันกษัตริย์นั้น อยู่เหนือการเมืองจริงหรือ ถ้าเป็นเมื่อ ๑๒ เดือนที่แล้ว คงเชื่อได้ตามนั้น แต่วันนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สถาบันได้อยู่เบื้องหลังการทำลายประชาธิปไตยของประเทศ และอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมืองมาตลอด ตั้งแต่ วันมหาวิปโยค ปี ๑๖ เลยทีเดียว รวมถึงการรัฐประหาร และการกบฎ หลายๆ ครั้ง สถาบันล้วนอยู่เบื้องหลังมาตลอด ไม่เว้นพฤษภาทมิฬ แต่คนไทยเห็นไม่ชัด

    และครั้งสุดท้าย ไม่ใช่ ต้องบอกว่าครั้งล่าสุด สถาบันออกหน้าเลย ด้วยการมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าแต่งตั้ง หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข The Reform Committee of the Democratic System with the Monarchy as Head of State

    ไม่มีใครรู้หรอกว่า หากประเทศไทยไม่มีสถาบันแล้ว ประเทศไทยจะเป็นได้เท่าเขมร (ซึ่งวันนี้ การเมืองเขานิ่ง และประชาธิปไตยเขาเจริญมากกว่าไทย) หรือเป็นได้เท่าลาว (ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสงบสุข อยู่อย่างพอเพียงแท้จริงกว่าสังคมไทย)หรือพม่า (ที่มีกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มสู้รบกัน) หรือ เจริญได่เท่าเทียมกับ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน หรือ อังกฤษ สวีเดน สเปน นอร์เวย์ ญี่ปุ่น(ที่กษัตริย์เขาไม่ยุ่งการเมืองมาก)เพียงแต่ว่าหากวันนี้ ไม่มีสถาบัน ประชาธิปไตยของประเทศไทย จะเจริญไปมากกว่านี้แน่นอน เพราะไม่โดนตัดตอนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มศักดินา

    ขอโทษ คุณ BMW F1 ด้วย ที่ไม่สามารถเขียนคำลงท้ายดีๆ ตามมารยาทของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่ต้องมีการให้เกียรติ ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างกับเรา เหมือนที่คุณ BMW F1 เขียนให้ได้ ไว้โอกาสหน้า ให้ทำใจก่อน อาจเขียนได้ดีอย่างที่คุณเขียน ขอบคุณมาก สำหรับความเห็นดีๆ

    ความเห็นจาก หันตรา — October 19, 2008 @ 10:05 am

  21. อยากให้บ้านเมืองสงบเป็นปรกติสุขเหมือนเดิมเป็นประชาธิปไตยโดยประชาชนปกครองประชาชนกันเอง

    ความเห็นจาก don — October 19, 2008 @ 10:34 am

  22. คุณ BMW F1

    ผมไม่ได้บอกว่าให้เป็นกลางครับ
    ผมเสนอให้ไม่เอามันทั้งสองกลุ่มตางหาก

    แล้วสร้างกลุ่มคิดแบบใหม่ๆ บ้าง
    ซึ่งไม่ใช่การสมานฉันท์สองกลุ่มเข้าด้วยกัน
    เพราะมันหมายถึงการฮั๊วะ

    ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ มีความคิดทั้งแบบเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
    กับทั้งสองกลุ่ม และไม่จำเป็นต้องสังกัดกลุ่มด้วย

    ในใจผมเชื่อลึกๆ ว่า ในสถานการการเมืองแบบนี้ มีคนได้ประโยชน์

    ความเห็นจาก redwing — October 19, 2008 @ 12:14 pm

  23. ในระบอบประชาธิปไตยนั้น แน่นอนว่าคนทุกคนมีสิทธิ์ ที่จะแสดงความคิดเห็น มีสิดที่จะคิดจะพูด หรือมีความคิดเห็นขัดแย้งกับค่านิยมของคนส่วนใหญ่ได้ แต่การที่มีบุคคลที่อ้างตัว ว่า เป็นนักวิชาการ มีสมองและปํญญาเพียงแค่การเขียนบทความ กล่าวหาผู้อื่น จึงขอให้นักวิชาการเหล่านี้ ได้พิจารณาพฤติกรรม ของตัวเองดูบ้างว่า ทำอะไรให้ประเทศชาติบ้านเมืองบ้าง อย่าให้มีใครมาว่าได้ว่า เป็นพวกนักวิชาการดีแต่ ปาก อย่างน้อยที่สุด สถาบัน ก็ทำประโยชน์มากมายกว่า นักวิชาการ เจ้าของเวบไซต์นี้
    ถ้าหากว่านักวิชาการพวกนี้ รวมถึงเวปนี้ ดี จริงอย่างที่อวดโอ้เอาไว้ แน่จริงทำไมไม่วิจารณื ทรราชสองผัวเมียที่หนีคดีอาญา โกงชาติขายแผ่นดินบ้างละ แถมยังพูดจา ใส่ร้ายประเทศมากมาย หรือว่าไม่มีสมองเพียงพอ คนโกงชาติ ต่อให้คนพวกนั้น จะหนีไป สมสู่กันที่ไหน ลิ่วล้อ ลูกสมุนจะเลวแค่ไหน ก็ไม่มีวันหนีเวรกรรมไปพ้น

    ความเห็นจาก [สุ] นักวิชาการ — October 19, 2008 @ 3:18 pm

  24. ตายไปก็จงเก็บเพชรนิลจินดาใส่โลงไปด้วยนะ เอาเศษขยะอย่างยศฐาบรรดาศักดิ์ที่งี่เง่าๆจากโลกมายาและเก้าอี้ทองไปใช้ด้วย อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้รกแผ่นดินบนโลกนี้เลย รวมทั้งรถยนต์หรูๆก็เอาไปด้วย กรูเซ็งกับปัญหาโลกร้อนว้อยย ไอ้พวกบ้าอำนาจ ธรรมชาติจะฉิบหายก็เพราะมีพวกหรูๆอย่างพวกเมิงนี่แหละ มันก็แค่มนุษย์ขี้เหม็นกันทั้งน๊านนนแหละว้า จะอะไรกันหนักกันหนาว่ะ ใครจะคิดแบบไหนแตกต่างยังไงก็ช่างมันดิว่ะ ความคิดของคนพวกเมิงจะไปห้ามได้ยังไง พวกเมิงเกิดมาเป็นสัตว์สังคมจริงรึ กรูชักไม่มั่นใจซะแล้ว เพราะกรูเห็นความชิงดีชิงเด่น แย่งชิงมวลชน ใส่ร้ายป้ายขี้ให้กับผู้อื่น สิ่งเหล่านี้มันมักเกิดขึ้นกับพวกที่มีร่างเป็นมนุษย์ที่ดูดี แต่ที่ไหนได้ เลวระยามม ยิ่งกว่า เดรฉานนนนนนนนนนน ถุย !

    ความเห็นจาก กรูคือธรรมชาติ — October 19, 2008 @ 4:17 pm

  25. สถาบันนั้นปรับตัวได้ดีพอสมควรในอดีต โดยปรับตัวเพื่อรักษาอำนาจมากกว่าที่จะปรับตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยแท้จริง สิ่งที่สถาบันทำคือ ปิดบังไม่ให้คนรับรู้ความจริง โดยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่นำมาใช้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง ใช้การโฆษณาชวนเชื่อถึงข้อดีของสถาบันโดยใช้งบประมาณของประเทศจากภาษีประชาชนในการสร้างผลงาน แต่ไม่เคยสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าในการการใช้จ่ายงบประมาณได้ และไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนเหมือนหน่วยงานอื่นเขาที่ใช้งบประมาณเหมือนๆ กัน
    ***********
    คุณหันตราเขียนเหมือนใช้ข้อคิดเห็นส่วนตัวมากกวาใช้ข้อเท็จจริงเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่คุณเขียนมานี่จึงเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนัก
    จุดมุ่งหมายของกฎหมายหมิ่นฯโดยแท้จริงแล้วเพื่อปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของพระมหากษัตริย์เวลามีใครมาหมิ่นประมาท ขนาดคุณโดนหมิ่นประมาทยังสามารถฟ้องร้องได้ แต่พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองตามประเพณีจึงไม่สามารถฟ้องร้องเองได้ จึงต้องมีกฎหมายนี้ไว้ถ้าหากมีใครหมิ่นตำรวจก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้จัดการใคร
    การโฆษณาชวนเชื่อ…อันนี้คุณคิดเองเออเอง ไม่มีน้ำหนัก แล้วเรื่องความไม่คุ้มค่าของการใช้งบประมาณ…อันนี้คุณก็มั่วแบบไม่มีความรู้ทางนิติบัญญัติเลย การออกงบประมาณให้แก่หน่วยงาน กระทรวงต่างๆ ต้องมีการประชุมสภาแล้วออกเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี สภาเป็นผู้ออกงบประมาณ ไม่ใช่ใครอยากของบประมาณซี้ซั้วก็ได้ แล้วคุณมามั่วว่าใครก็ตรวจสอบไม่ได้ ผมถือว่าคุณหันตรามั่วเองเอง ใช้ไม่ได้ครับ

    ปรับตัวโดยเลือกสนับสนุนทหารและนักการเมืองที่สั่งได้ เพื่อปกป้องอำนาจของสถาบัน และผลประโยชน์ของสถาบันเป็นหลัก เมื่อผู้ใดกลุ่มใดหมดประโยชน์ก็กำจัดทิ้งแม้กลุ่มนั้นจะรักษาอำนาจ จงรักภักดีมาตลอด แต่เมื่อพ่ายแพ้ทางการเมือง ก็สลัดทิ้งทันที เพื่อสมประโยชน์กับกลุ่มใหม่
    ***********
    ประโยคนี้ก็เป็นข้อคิดเห็นส่วนตัวของคุณ พิสูจน์ความจริงไม่ได้ ไร้น้ำหนัก ไม่มีสาระอะไร ข้อเท็จจริงคือพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองตามนิติประเพณี
    จึงไม่สามารถลงมายุ่งเกี่ยวกันทางการเมืองได้ เท่าที่เห็นในทีวีก็เห็นแต่สอนให้ข้าราชการ หรือนักการเมืองปฏิบัติตัวให้ดี ทำผลประโยชน์เพื่อชาติ
    การให้กำลังใจในการทำงานไม่ถือว่าเป็นการยุ่งเกี่ยวทางการเมืองครับ
    คุณหันตราคิดเอง เออเองเป็นครั้ง 2 แล้วนะ

    เรื่องโฆษณาชวนเชื่อของสถาบันเกี่ยวกับดุสิตธานี และการเตรียมการเพื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญโดย รัชการที่ ๗ นั้น ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศภายหลัง เมื่อได้ถูกบังคับให้สละราชสมบัติแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดุสิตธานี ก็เป็นเรื่องเล่นสนุกของท่านกับเพื่อนเหมือนเด็กสมัยนี้เล่นบาร์บี้ ซึ่งไม่ทราบว่าจะเล่นสนุกไปทำไมเมื่อเพื่อนที่เล่นเมืองจำลองกับท่านก็ล้วนมีความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยผ่านเมืองนอกเมืองนามาแล้วกันทั้งนั้น
    **********
    คุณหาว่าเป็นเรื่องเล่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ใครบอกคุณหรือ ไปอ่านมาจากไหน การที่ท่านยังไม่ให้เป็นประชาธิปไตยเพราะคนไทยในขณะนั้นยังไม่พร้อมในระบอบนี้ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องง่ายที่ปุบปับอยากจะทำก็ทำ ประเทศที่ปกครองโดยให้ประชาชนเป้นใหญ่ได้นั้น ประชาชนต้องมีความพร้อม พร้อมในเรื่องการศึกษา พร้อมในเรื่องความสำนึกในทางการเมือง แล้วในขณะนั้นคนไทยอ่านออกเขียนได้มีกี่เปอร์เซ็นต์ครับ
    รัชกาลที่ 5 และ 6 ถึงได้ก่อตั้งสถาบันศึกษา เร่งพัฒนาการศึกษาเพื่อความพร้อมในอนาคต ต่อให้เป็นประชาธิปไตยจริงก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะคนไทยในขณะนั้นยังไม่พร้อม อันนี้คือความจริงที่ต้องยอมรับ
    สรุปว่าคุณมั่วเองเป็นครั้งที่ 3แล้วครับ

    คณะราษฎร์ นั้น ต้องถือว่าเป็นกลุ่มคนผู้กล้า ซึ่งต้องยอมรับในความกล้าหาญที่สามารถรวบรวมผู้คนในประเทศ ในอีกฟากหนึ่ง ได้มากพอ ที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งควรจะเป็นวันชาติของประเทศไทย แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนหมู่มาก เมื่อได้รับอำนาจมา เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะมีการแก่งแย่งกัน และขัดแย้งกัน แต่ในชั้นแรกเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น คณะราษฎร์ คงทำด้วยอุดมการณ์เพื่อประเทศมากกว่าที่จะคิดถึงผลประโยชน์ ซึ่งมาขัดแย้งกันภายหลัง อย่างไรก็ตามคณะราษฎร์ ก็ควรได้รับความชื่นชม ส่วนจดหมายของรัชการที่ ๗ เกี่ยวกับที่บอกว่า ข้าพเจ้ายินดีสละอำนาจของข้าพเจ้าให้ประชาชน มากกว่าบุคคลคณะใดคณะหนึ่งนั้น ข้าพเจ้า ไม่ให้ราคา ถือเป็นเพียงคำตัดพ้อของผู้แพ้ ที่บังเอิญมีหลานมาชนะตอนหลังก็เอาออกมาเป็นอาวุธทิ่มตำฝ่ายตรงข้าม ขอโทษที่พูดความจริง
    **************
    คณะราษฎร์ทำถูกที่ทำให้สถาบันมีความทันสมัยโดยการให้สถาบันอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ แต่ทำผิดตรงที่เข้ามาแล้ว เข้าเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
    จากที่คุณเขียนก็เท่ากับว่าคุณไม่ปฏิเสธว่าคณะราฏร์ในช่วงท้ายทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองจริง ถ้าเช่นนั้นผมก็ถือว่ารัชกาลที่ 7 เขียนมานั้นถูกต้องแล้ว เพราะพวกนั้นยักยอกเอาอำนาจอธิปไตยที่รัชกาลที่ 7 พระราชทานให้ประชาชนมาเป้นของตนเอง ไม่ใช่ขี้แพ้แต่อย่างใด

    เกี่ยวกับเรื่องพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษีนั้น จริงๆ ได้อธิบายกันไปในกระทู้อื่นโดยละเอียดแล้ว ว่า พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษีนั้น ท่านก็ได้จัดให้พระราชทรัพย์ส่วนที่ไม่สามารถหากำไรได้ไว้ในส่วนนี้ เช่น พระตำหนักจิตรลดาฯ เป็นต้น ส่วนพระราชทรัพย์ส่วนที่ไว้หากำไร เช่น ที่ดินทั่วกรุงเทพฯ กว่า 8000 ไร่ เช่น ราชดำเนิน พารากอน ดิสคัฟเวอรี่ ดุสิตธานี ราชศุภมิตรฯลฯ นาให้เช่าทั่วประเทศ ตึกสำนักงาน ต่างๆ หุ้นธนาคาร หุ้นปูน หุ้นโรงแรม ฮอนด้า สเวนเซน ซิงเกอร์ เทเวศน์ สัมมากรฯลฯ ล้วนจัดไว้ในทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเมื่อเป็นรายได้ของสถาบันแล้ว ไม่ต้องเสียภาษี ตาม พรบ ทรัพย์สิน มาตราใหนในนี้มีคนวิเคราะห์ไว้ละเอียดแล้ว โปรดดูเพิ่มเติม การทำธุรกิจเหมือนสามัญชนอื่นเขา แต่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ และใช้เงินภาษีของประชาชนในการบำรุงความสุขของกลุ่มตนนั้น ถือว่าโกงชาติมากกว่านักการเมืองหลายเท่านัก
    *************
    เรื่องนี้เราคุยกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ
    ทรัพสินส่วนพระองค์กับทรัพสินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ใช่จัดเองมั่วแบบที่คุณเขียน จะมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจนว่าอันไหนเข้าข่ายแบบไหน
    แล้วจะคุณจะมามั่วได้ยังไงว่าอันทำกำไรก็ไม่ต้องเสียภาษี คุณหันตราควรจะรู้ว้นะว่า ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินบางแห่งคิดค่าเช่าต่ำกว่าราคาตลาดเป็นพันเท่า ถ้าขืนคิดกันในราคาตลาดรวยกว่า บิลเกตส์ไปแล้ว สถาบันไม่ได้แข่งความร่ำรวยกับใครเหมือนแบบที่คุณโจมตี แถมมูลนิธิในพระราชานุเคราะห์ในช่วง 4 ปีมานี้ก็พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือประชาชนเอาไว้มาก คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทเข้าไปแล้ว แล้วคุณหันตรายังจะมาหลอกลวง โจมตีให้ร้ายด้วยความเท็จอีกเหรอ ไม่รู้สึกว่ามันหน้าด้าน หน้าละอายใจหรอกหรือ

    สถาบันกษัตริย์นั้น อยู่เหนือการเมืองจริงหรือ ถ้าเป็นเมื่อ ๑๒ เดือนที่แล้ว คงเชื่อได้ตามนั้น แต่วันนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สถาบันได้อยู่เบื้องหลังการทำลายประชาธิปไตยของประเทศ และอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมืองมาตลอด ตั้งแต่ วันมหาวิปโยค ปี ๑๖ เลยทีเดียว รวมถึงการรัฐประหาร และการกบฎ หลายๆ ครั้ง สถาบันล้วนอยู่เบื้องหลังมาตลอด ไม่เว้นพฤษภาทมิฬ แต่คนไทยเห็นไม่ชัด
    ************
    นี้ก็คือคุณมั่วให้ร้ายคนอื่นด้วยความเท็จอีกตามเคย ไม่มีน้ำหนักพิสูจน์ไม่ได้
    วันมหาวิปโยค 2516 ก็ออกทางทีวีให้คนไทยอยู่ในความสงบ จอมพลถนอมออกนอกประเทศไปแล้ว ทำให้เข้าสู่ภาวะสงบอีกครั้งหนึ่ง นี่คือการทำลายชาติยังไง คุณหันตรามั่วแบบหน้าด้านเลยครับ พฤษภาทมิฬก็เรียก สุจินดากับจำลองเข้าไปเฝ้า หลังพูดจบสุจินดายอมลาออกแต่โดยดี บ้านเมืองก็เข้าสู่ความสงบ นี้คือการทำลายชาติยังไง ไม่ไหวเลยนะคุณหันตรา มั่วแบบหน้าด้าน ไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะครับ

    และครั้งสุดท้าย ไม่ใช่ ต้องบอกว่าครั้งล่าสุด สถาบันออกหน้าเลย ด้วยการมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าแต่งตั้ง หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข The Reform Committee of the Democratic System with the Monarchy as Head of State
    ***********
    พระบรมราชโองการแต่งตั้งต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการเสมอ แล้วผู้รับสนองคือผู้รับผิดชอบ พระมหากษัตริย์จะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง นี้คือหลักที่คนไทยทั่วไปเข้าใจดีอยู่แล้ว เป็นความมั่วของคุณหันตราเองที่ตีความความหมายผิดไป “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หมายความว่า นี้คือคณะรัฐประหารที่จะเข้ามาปฏิรูปการปกครองใน”ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ซึ่งก็ถูกต้องนี่ครับ เพราะประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ปกครอง
    ด้วย “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” แต่คุณไปตีความหมายผิดเอง ว่านี้คือคณะรัฐประหารที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คุณมั่วเองครับ จุดนี้ช่วยไม่ได้ ชื่อคณะนี้ผู้ก่อการก็ตั้งเอง ไม่ใช่คนอื่นเป้นคนตั้งให้ คุณหันตราตีความผิดเรื่องง่ายๆแค่นี้ ไม่สมกับเป้นคุณเลยนะ

    ไม่มีใครรู้หรอกว่า หากประเทศไทยไม่มีสถาบันแล้ว ประเทศไทยจะเป็นได้เท่าเขมร (ซึ่งวันนี้ การเมืองเขานิ่ง และประชาธิปไตยเขาเจริญมากกว่าไทย) หรือเป็นได้เท่าลาว (ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสงบสุข อยู่อย่างพอเพียงแท้จริงกว่าสังคมไทย)หรือพม่า (ที่มีกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มสู้รบกัน) หรือ เจริญได่เท่าเทียมกับ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน หรือ อังกฤษ สวีเดน สเปน นอร์เวย์ ญี่ปุ่น(ที่กษัตริย์เขาไม่ยุ่งการเมืองมาก)เพียงแต่ว่าหากวันนี้ ไม่มีสถาบัน ประชาธิปไตยของประเทศไทย จะเจริญไปมากกว่านี้แน่นอน เพราะไม่โดนตัดตอนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มศักดินา
    *************
    ผมกลับคิดต่างจากคุณ ผมเห็นว่าถ้าหากมีรัชกาลที่ 9 เป็นผู้ปกครองที่แท้จริงมีอำนาจบริหารที่แท้จริง ไทยเราเจริญเทียบเท่าสิงคโปร์ เกาหลีใต้ไปแล้ว
    เพราะรัชกาลที่ 9 เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานเพื่อชาติและประชาชนอย่างแท้จริง โครงการนับพันที่ทรงทำขึ้นล้วนแต่เพื่อประโยชน์ของชาติทั้งนั้น เราเสียโอกาสมา 76 ปี ก็เพราะพวกนักการเมือง นักการเมืองไทยส่วนใหญ่แล้วชอบฉ้อราษฎร์บังหลวง และทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ประกอบกับคนในชาติยังไม่พัฒนาดี การศึกษายังต่ำ ท้องถิ่นยังมีผู้มีอิทธิพลคอยครอบงำจิตใจประชาชน ไม่เกี่ยวกับศักดินาหรอก มันอยู่ที่คนมากกว่า อังกฤษมีสภาขุนนางที่ศักดินายิ่งกว่าเมืองไทย เขาก็ยังอยู่ได้ดี คุณหันตราคงต้องปรับกระบวนความคิดใหม่แล้ว เพราะคุณมีมิจฉาทิฏฐิมากเกินไปครับ

    ความเห็นจาก BMW F1 — October 19, 2008 @ 5:29 pm

  26. ไม่มีใครรู้หรอกว่า หากประเทศไทยไม่มีสถาบันแล้ว ประเทศไทยจะเป็นได้เท่าเขมร (ซึ่งวันนี้ การเมืองเขานิ่ง และประชาธิปไตยเขาเจริญมากกว่าไทย) หรือเป็นได้เท่าลาว (ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสงบสุข อยู่อย่างพอเพียงแท้จริงกว่าสังคมไทย)หรือพม่า (ที่มีกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มสู้รบกัน) หรือ เจริญได่เท่าเทียมกับ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน หรือ อังกฤษ สวีเดน สเปน นอร์เวย์ ญี่ปุ่น(ที่กษัตริย์เขาไม่ยุ่งการเมืองมาก)เพียงแต่ว่าหากวันนี้ ไม่มีสถาบัน ประชาธิปไตยของประเทศไทย จะเจริญไปมากกว่านี้แน่นอน เพราะไม่โดนตัดตอนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มศักดินา
    *************

    ถึงคุณ BMW F1
    การที่คุณเปรียบเทียบ ตอบมากับเขมรนั้น ดิฉันคิด
    นะคะ

    ประเทศอังกฤษ ก้อมีการปกครองแบบเดียวกัน แม้ประชาชนเค้าจะปากกล้า

    ขาแข็ง เขาก็ยังเคารพในสิทธิของพระองค์แต่คนไทยนี่สิ เป็นอะไรกัน

    ตัวเองไม่ได้ปกครอง อยากใหญ่โต ก้อขย่มกันเข้าไป ที่จริงประเทศ

    ก้อสงบดีหรอก แต่เมื่อมีคนบางกลุ่มอยากจะใหญ่อยากจะโต ขึ้นมา

    โดยที่บุญบารมี เทียบไม่ติดเนี่ย มันก็เลยวุ่นวาย พยายามกันมา

    รวมถึงคุณ BMW F1 คงอยากจะใหญ่อยากจะโตขึ้นมาล่ะสิ ทำใจไว้นะ ชาติหน้าก้อยังจะทันรึเเปล่าก็นะคะ

    ส่วนเรื่องที่มีผู้รับสนองราชโองการ เห้ออ นานาจิตตังค่ะ ช้านบอกได้เลยว่าระบบเดิม แรก ๆ นะดีอยู่ แต่เมื่อก้าวล้ำสิทธิกัน ประเทศมันก็เลยเป็นอย่างนี้ ประชาชนก็อยู่ส่วนประชาชน สถาบันก็คือสถาบันสูงสุด นักการเมือง ก็คือตัวแทนราษฏร จริง ๆ ไม่ใช่นายทุนเพื่อตำแหน่งต่าง ๆ อย่างน้อยคนที่คิดอย่างดิฉัน อีก ค่อนประเทศดิฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะคะ

    มันต่างกันค่ะ อำนาจเงิน กับความดีที่เคยทำไว้
    อ้อคุณ ทั้งหลายที่หมิ่นสถาบันก็คงไม่รู้จัก กันหรอกนะคะ

    เห้อออ เหนื่อยใจ และก้อฝากเวบมาสเตอร์ด้วยนะคะ

    ดิฉันไม่รู้ว่าคนจะกล้ารึเปล่าเอาช้อความของฉันขขึ้นเป็นปักหมุดก็ได้ นะคะ รึว่าถ้าลบก้อ ได้แล้วแต่ เนอะ ดิฉันจะจงรักภักดีตลอดไปกับสถาบัน เพราะสิ่งที่วพกคุณที่โพสกันมากมาย ไม่เคยดย้อนเอะอะก้ออ้างประชาธิปไตย ประเทศเรายังไม่พร้อมหรอกค่ะ ด้วยนิสัยจของเราทุกคน ใครดีใครเด่นไม่ได้ปัดขากันตลอดค่ะ

    ขอบคุณนะคะคนที่ตั้งเวบไซต์นี้ข้นมาเพื่อรับความคิดเห็น

    ฝากไว้ด้วยนะคะ ตราบใดที่เวบไซด์ทั่วไปยังไม่ได้รำความเป็นกลางละก็

    จะเกิดปัญหาเหล่านี้มากมาย นานัปการอย่างนี้แหละคะ

    ความเห็นจาก สวยเซง — October 19, 2008 @ 6:13 pm

  27. สนับสนุนการพูดความจริงทุกประการ …
    ไม่สนใจว่าเป็นเจ้า เพื่อนเจ้า ญาติเจ้า…
    และคำพูดหยาบ ๆ ที่ด่าคนอื่นเขา ถ้าไม่มีที่ระบายกะเมีย ก็ไปหากะหรี่เอาซะ จะได้หายบ้า…
    พูดจาภาษาเหตุผลกันเราก็พูดได้ แต่ถ้าเริ่มต้นไม่รู้ไม่ฟังและไม่ไม่ ๆๆๆๆ
    ก็ตีกันดีกว่า ด่ากันให้สถุลกันไปเลยดีกว่า …
    ชั่วต้องแก้ด้วยชั่วครับ ดีก็คุยได้ด้วยดี..
    ภาษิตประจำตัวควายอย่างผม… จบ

    ความเห็นจาก สมุห์ — October 19, 2008 @ 7:00 pm

  28. วันก่อนพอดีแขวนองค์ ร5 ไว้ที่คอ โอ่โห พูดแล้วจะหาว่าคุยนะ
    ศักดิ์สิทธ์จริงๆ ขนาดเดินเข้าซอยที่หมาบ้าดุๆมันยังไม่กัดเลย ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
    แขวนแล้วหมาบ้ากลัวไม่กล้าเข้าใกล้ อ่าววว กราบบบบบบบบบบบ

    ความเห็นจาก นายไข่ดำ — October 19, 2008 @ 9:13 pm

  29. อืม ต้องยอมรับ ว่า ความ คิด ดีๆ กันทั้งนั้น ยินดี ด้วย เก่ง ๆ ทุกคน

    ถูก ทุกคนแหละครับ ที่เขียนกัน มา ถูกต้องกับความคิดของตัวเองที่คิด

    แต่ตอนนี้ จำนวนคน มีมาก ก็เลย มีหลากหลาย ความคิด กันไป

    แต่ที่ดูแล้ว ทุกความคิด ถูกต้องทุกคน (ก็อ้างอิงกับวิธ๊คิดของตัวเองนี่นา)

    แต่มีผิด ที่เห็นได้ ชัด ๆ เลยก็ คือ ข้อความที่มีคนไม่เห็นด้วยกับคุณ นั่น แหละ

    ความเห็นจาก แฟนน้องตูน — October 19, 2008 @ 10:45 pm

  30. อำนาจอธิปไตยของชาตินี้อยู่ในมือของพระมหากษัตริย์กับประชาชนที่อยู่ข้างพระมหากษัตริย์เท่านั้น ส่วนพวกที่จ้องจะล้มคือชนกลุ่มน้อยเป็นแค่ผู้อยู่อาศัย
    เพราะในอดีตนั้นพระมหากษัตริย์และชาวไทยเคียงบ่าเคียงไหล่รบกับอริราชศัตรู ดังนั้นเมื่อแผ่นดินนี้พระมหากษัตริย์กับประชาชนเหล่านั้นร่วมรบกันมา แผ่นดินนี้จึงเป็นแผ่นดินของพระมหากษัตริย์กับประชาชนที่ยืนอยู่ข้างพระมหากษัตริย์โดยชอบธรรม ซึ่งต่างกับพวกที่จ้องล้มล้าง คนกลุ่มนี้เป็นคนต่างชาติอพยพบ้าง หรือไม่ก็เป็นคนที่อาศัยแผ่นดินนี้กอบโกยโดยที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินเลย

    ดังนั้นฟ้าเดียวกันจะมาหัวหมออ้างว่าแผ่นดินนี้คนไทยร่วมมือกันกอบกู้มา แล้วจะมาอาศัยความหัวหมอนี้ล้มสถาบันไม่ได้
    เพราะประชาชนที่กอบกู้ชาติจริงๆได้มอบเจตจำนงค์ให้มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเรียบร้อยแล้วโดยสัญญาประชาคม

    จอห์น ล็อก ได้กล่าวเรื่องสิทธิในทรัพย์สิน “ผู้ใดได้อาศัยกำลังกาย เคลื่อนย้ายสิ่งนั้น หรือกระทำต่อสิ่งนั้น สิ่งนั้นคือกรรมสิทธิ์ของเขาดดยชอบธรรม”
    ดังนั้นขบวนการล้มสถาบันที่ไม่เคยมีส่วนร่วมในการกู้ชาติ ไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ จึงไม่สามารถอ้างสิทธิความชอบธรรมใดๆที่จะล้มสถาบันได้เลย

    ความเห็นจาก BMW F1 — October 20, 2008 @ 1:12 am

  31. “ขบวนการล้มสถาบันที่ไม่เคยมีส่วนร่วมในการกู้ชาติ ไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ จึงไม่สามารถอ้างสิทธิความชอบธรรมใดๆที่จะล้มสถาบันได้เลย”
    ชอบประโยคนี้มากๆเลยครับ

    ความเห็นจาก เห็นด้วยกับคุณ BMW F1 — October 20, 2008 @ 7:05 am

  32. ยุคอินเตอร์เนตนี่คนไทยไม่นิยมดูหนังจักรๆวงศ์ๆกันแล้วครับ

    ความเห็นจาก ตาสว่าง — October 20, 2008 @ 7:24 am

  33. แย้งคุณหันตราอ่านๆดูจากข้อความที่คุณโพส์ปัญญาคงน้อยเรียนมาคงเพียงแค่หางอึ่งเหมือนกบในกะลา
    70กว่าปีการเมืองไทยตั้งแต่มอบประชาติประไตยให้มงลชนชาวไทยนักการเมืองกลุ่มคนผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้ามากอปโกยจากงบประมาณจากโครงการต่างๆจากใต้โต๊ะประเมินค่ามิได้แล้ว
    คูรคิดว่ากัมพูชานิ่งหรออำจนาจอยู่กับฮุนเ๙นอีกไม่ถึง10-20ปีกัมพูชาก็เน่าเองประชาชนก็จะลุกขึ้นขจัดฮุนเซ็นเอง(กินเยอะ)ประชาธิปไตยแค่หางอึ่งอะดิกัมพูชาส่วนประเทศที่คุณยกมาว่าเจริญประชาธิปไตยนั่นอะลึกๆแบ่งแยกชนชั้นสีผิวทั้งนั้นลึกๆเช่นอังกฤษก็มีขบวนกานใต้ดินไออาร์เอ-อเมริกายิ่งตัวนัก-มีแต่วัตถุนิยมทั้งนั้นที่คุณยกมาพอรับได้ประเทศเดียวคือญี่ปุ่น-ส่วนเกาหลีก็ล่มจมแบ่งเป็นสองประเทศ
    คุณหันตราลองสำรวจดูตัวเองทำคุณประโยชน์ต่อว่ามาจากไหนตระกูลหรือเชื้อสายทำคุณหรือช่วยเหลือใครบ้าง
    ถ้าดูจาการโพส์อายุคงไม่ถึง30มังเอาง่ายถ้าเกิดทันหรือจำความได้20-30ปีก่อนศูนย์พักพิงผู้อพยพเต็มบ้านเต็มเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านหลบหนีเข้ามาประเทศไทยๆไม่ว่าลาวเขมรพม่าเวียดนามแม้กระทั่งจีมประเทศมหาอำนาจในขณะนี้หลบหนีมาพึ่งแผ่นดินไทยที่มีความร่มเย็นเป็นสุขประเทศดังกล่าวสถาบันล่มจมทั้งนั้นยังมีอีกหลายๆประเทศในยุโรปเช่นสเปนที่คุณกล่าวจากเคยยกเลิกสถาบันก้ภายหลังได้อันเชิญท่านมาป็นใหม่
    จากการโพส์ของคุณคงไม่ใช่เชื้อสายไทยแท้บรรพบุรุษคงอพยพมาจากประเทศอื่นที่สถาบัยล่มสลายถ้าสถาบันไทยไม่มอบประชาธิประไตยคนเชื้อสายอื่นๆจะได้ทำงานที่สงวนของไทยหลายๆอย่างรือมาเป็นหลายร้อยปีแล้วหรือบางอาชีพพึ่งให้ทำในรัชกาลปัจจุบัน
    คุณมากล่าว่สถาบันเหมือนมาว่าพ่อแม่เราที่เราเคารพยิ่งเปรียบเหมือนพ่แมถ้าคุณไม่อยากู่ประเทศนี้คุณขอโอนสัญชาติหรือไปอยู่ประเทศที่คุณกล่าวได้นะ
    ถามอีกในหนึ่งถ้าใครมาว่าพ่อแม่คุณคุณจะโกรธป่าวแน่จริงลูกผู้ชาติจริงถ้าอ้างเป็นคนไทยคุณหันตราโพส์ที่อยู่ทีแน่นอนมาจะมีคนไปเยิยมหรือลองไปถามญาติิคุรหรือบิดามารดาคุณว่าการกระทำของคุณที่มาว่าพ่อแม่เราถูกป่าว
    คำว่าคนไทยของคุณไม่มีหลอกจากการโพส์หลบหลู่ว่าแม้กระทั่งพ่อแม่ตัวเองถ้าไม่เคารพจากการพิมพ์ของคุณหรือโพส์คุณก้ไม่เคารพในประชาธิปไตยแล้วหรือ้างว่าประชาธิปไตยเสรีจากความคิดอยากแสดงอย่างไรก้ไดโดยไม่อ่านรัฐธรมนูญญรัฐธรรมนูญของไทยชัดในเพลงชาติหรือไม่เคยร้องหรือไม่มีชาติชาติของไทยในรัฐธรรมนูญประกอบด้วย3อย่างนะในธงจำใส่สมองไว้ในฐานะที่คุณมาพ่อแม่เรา3อย่างคือ
    ชาติ-ศาสนาและพระมหากษัตย์
    ท้ายนี้โปรดแสดงตัวตนที่แท้จริงสถานที่อยู่ที่แนนอนคุณด้วยคุณหันตราผู้รักในประชาธิปไตยจอมปลอมแบบทุนนิยมต่างชาติ
    ขอยกพระราชดำรัดที่พระองค์สอนลูกในแนวๆนี้คือ
    การที่เราส่งลุกไปเรียนต่างประเทศเรียนรู้ให้เท่าทันฝรั่งแล้วนำมาปรับใช้ให้ถูกกับการเป็นอยู่ของคนไทยไม่ใช่เอามาทั้งหมด
    ถ้าคุณยังคิดเช่นี้สำรวจตัวเองบ้างเคยช่วยเหลือหรือให้ผู้อื่นบ้างรึยังเท่าเศษเสี้ยวผงธุรีพ่อแม่เราที่คุณมาว่าถ้าไม่พอใจอยู่แผ่นดินนี้คุณก็ไปอยู่ที่อื่นๆเหมือนบางคนไม่มีแผ่นดินจะอยู่

    ความเห็นจาก กำจัดผู้คิดคตทรยศแผ่นดิน — October 20, 2008 @ 8:00 am

  34. หยุดจาบจ้วงพระองค์ท่านเถอะ เรารูนะ นายหันตรา นายคือใคร แค่อ่านสำนวนที่เขียนก็รู้ว่านายคือ จักรภพ นายไม่มีค่า สำหรับประเทศนี้ ไร้ค่า มาก หยุดเถอะ

    ความเห็นจาก คนไทย — October 20, 2008 @ 8:26 am

  35. ไอ้พวกสัตว์นรกมึงไม่อยากมีสถาบันกษัตริย์ก็ไม่ต้องมาอยู่ประเทศนี้พวกกูยอมโง่ กูมีแผ่นดินอยู่ก็เพราะพวกกูโง่ไงแล้วเป็นไงพวกฉลาดๆรวยๆมีที่อยู่ใหม โธ่ไอ้ควาย

    ความเห็นจาก ทำไรของมึง — October 20, 2008 @ 9:32 am

  36. รู้มานานแล้ว ว่าไอ้พวกนั้นมันจ้องล้มสถาบันจริงๆ
    พวกนี้ถูกฝังความเป็นประชาธิปไตยแบบรุนแรง
    เพราะประชาธิปไตย มันทำให้ตัวมันมีอำนาจ มันเลยรู้สึกบ้าอำนาจ
    และเห็นว่าสถาบันอยู่เหนือกว่า มันเลยยอมไม่ได้
    คนกลุ่มนี้ในหัวมันคือ บ้าอำนาจ คิดว่าต้องมีการเท่าเทียมกัน
    ไม่ควรมีระบอบกษัตริย์ที่อยู่เหนือกว่าประชาชน

    ผมมองว่าคนกลุ่มนี้มีสันดานที่ “เห็นแก่ตัว” เป็นพื้นฐาน
    พวกมันไม่มองถึงคุณงามความดีที่สถาบันมีต่อประชาชน
    ถ้าไม่มีสถาบัน ประเทศไทยเราจะเป็นไทมาจนถึงทุกวันนี้หรือ
    ทุกวันนี้พระองค์ทรงงานอย่างหนัก โครงการหลายโครงการไม่ใช่เพื่อประชาชนหรือ
    พวกมันกลับไม่มองตรงจุดนี้เลย พวกมันโดนล้างสมองหมดแล้ว
    โดนปลูกฝังให้คิดว่าตัวเองมีอำนาจ ให้คิดว่าตัวเองฉลาด ทันคน
    ฉลาดแล้วไง ฉลาดแล้วไม่มีจิตใจที่สำนึกในบุญคุณของสถาบัน มันก็ไร้ค่า

    ความเห็นจาก บารอน เดอ มงเตสกิเออ — October 20, 2008 @ 2:07 pm

  37. ถึงพวก หมา-นุด ผู้ชิงดีชิงเด่นและไม่รู้จักพอ..
    คิดว่าพวกท่านน่าจะแยกเยะถึงความเป็น มนุษย์หรือหมา-นุดในตัวท่านเอง

    พวกท่านทั้งหลายกำลังชิงดีชิงเด่นอะไรกันอยู่เหรอ ไอ้ที่จ้องล้มก็จ้องไป ไอ้ที่ปกป้องก็ปกป้องไป สรุปแล้วมนุษย์นี่มันน่ากลัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกไหนมันก็น่ากล้วกว่าสัตว์ทั้งปวง มนุษย์ค่อยๆปรับเปลี่ยนมาเป็นหมานุดในที่สุด หมานุดบางคนกระหายเลือดและเนื้อหนังมังสา ไม่รู้จักประเมินตนเอง ทั้งๆที่คุยภาษาเดียวกัน กินอาหารทางปากเหมือนกัน แต่ความคิดของหมานุดยากนักที่จะหยั่งถึง

    สิ่งที่พวกท่านหมานุดทั้งหลายกำลังกระทำอยู่นี้ ไม่ทราบว่าท่านแสวงหาสิ่งใด ท่านแสวงหาสงครามรึว่าสันติภาพกันแน่ สงครามที่ท่านกำลังก่ออยู่นี้ มันล้วนแล้วแต่เป็นต้นตอของความกำเนิดแห่งหายนะ ท่านชิงดีชิงเด่นกันเพื่อแย่งชิงอำนาจ นับตั้งแต่จากโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ท่านทั้งหลายเคยนึกคิดถึงชาวโลกผู้ที่ไม่คิดแย่งชิงและโหยหาสันติกันบ้างรึไม่

    ว่ามันจะส่งผลถึงความเดือดร้อนแด่พวกเขาเหล่านั้นรึไม่ เราไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายกำลังทำอยู่นี้ ทำเพื่ออะไรกันแน่ รึท่านกำลังเรียกร้องถึงสันติภาพและประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่เรียกร้องและแย่งชิงภายใต้สงครามกลางเมือง ต้องเสียเลือดเสียเนื้อทั้งชีวิต

    ท่านกำลังก่อสงครามมวลชน ท่านกำลังหาพักหาพวก เพื่อสร้างเกราะป้องกันความหายนะของท่านเอง โดยที่กำลังดึงดูดความบริสุทธิ์จากผู้อื่น พวกท่านเป็นโรคร้ายแล้วท่านก็พยายามที่จะเอาโรคร้ายที่ท่านเป็น เอาไปติดกับผู้บริสุทธิ์ท่านอื่น ท่านกำลัง แพร่เชื้อโรคที่น่ารังเกียจ

    โปรดคำนึงถึงผู้ที่โหยหาสันติภาพภายใต้พื้นแผ่นดินเดียวกันด้วย พวกท่านหมา-นุดกำลังสร้างปัญหาให้กับผู้ที่โหยหาสันติ พื้นแผ่นดินที่เราอาศัยมันมิใช่ของๆท่านแต่เพียงผู้เดียว ท่านกำเนิดมาเพื่อจับจองและแย่งชิง ท่านกำเนิดมาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย (ด้วยเลือดของผู้บริสุทธิ์) เราจึงขอประณามพวกหมา-นุด อย่างพวกท่านว่า * พวกสายสัมพันแห่งหายนะ *

    คือพวกที่พยายามล้างผลาญและทำร้ายล้างผู้บริสุทธิ์ หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ ธรรมชาติที่มนุษย์ทั้งหลายกำลังอาศัยมันอยู่ สงครามกลางเมืองของพวกท่าน มันส่งผลให้ธรรมชาติสึกหลอในอนาคต พวกท่าน หมา-นุด ผู้ไม่รู้จักเพียงพอ กำลังฉุดกระชากและจุดชนวนสงครามมวลชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

    ถ้าท่านคิดว่าตัวท่านเองคือมนุษย์ก็จงหยุดการเอาเปรียบธรรมชาติ เพราะท่านกำลังทำให้สิ่งแวดล้อมสับสน และนั่นก็คือที่มาของ สงครามการเข่นฆ่า เราไม่ได้สนใจว่าท่านจะเป็นเจ้ารึเป็นใครก็ตาม เพราะในความเป็นจริงแล้ว ท่านก็คือมวลสารที่มาจากธรรมชาติเหมือนเราอยู่ดี

    มีเกิดมีแก่มีเจ็บและมีตาย ถ้าสงครามจะเกิดจากการแย่งชิงอำนาจของพวก หมา-นุด ก็โปรดอย่าทำให้ธรรมชาติต้องหม่นหมองไปด้วย แต่นั่นละ ถ้าท่าน หมา-นุด ยังกระหายอำนาจอยู่แบบนี้ โลกใบนี้ก็คงหาไม่เจอ..สันติภาพแน่นอน

    ความเห็นจาก โอ่หนอหมานุด — October 20, 2008 @ 10:29 pm

  38. ไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าของ web และพวกที่เขียนว่าสถาบัน มันมาจากนรกขุมไหน ถ้าทนไม่ได้แล้วมามุดหัวอยู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขของชาติทำไม สงสารพ่อ แม่ ของพวกมะอึงเนอะมีลูกชั่วได้ใจจริงๆ

    เรารักพระเจ้าอยู่หัว

    ความเห็นจาก E PEN'S DAD — October 21, 2008 @ 12:53 am

  39. ไอ้พวกสันดานเลว ฟ้าเดียวกัน คนอย่างอีเพ็ญ ตุ๊ดชั้นต่ำไปเชื่อมันไ้ด้ยังไง
    รูตูดแม่งโดนฝรั่งล่อบานไปหมดแล้ว มีหน้าจีบปากจีบคอด่าป๋า ระวังจะได้อมสากเบือแทนหำ

    ความเห็นจาก gen.col. — October 21, 2008 @ 12:53 am

  40. คห. ๒๐ ช่างแก่งจริงนะ ทำไม ไม่เอา การกระทำของทักษิณ ชินวัตร มาโพสบ้างละ ทักษิณ ทำอะไรให้กับประเทศบ้าง เขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่รับราชการ ไม่เคยไปสู้รบตบมือ เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย เลยแม้แต่นิดเดียว กินเงินหลวง เงินราช พอได้ดิบได้ดี ก็เหิมเกริม หลงอำนาจ บ้าหมอดู เงินที่มันใช้หาเสียง ทุกบาท ทุกสตางค์ ก็เงินภาษีประชาชน ใช้คนในราชการ ทำงานเพื่อจุดประสงค์ของมัน เปรียนกฏหมาย เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับธุรกิจของมัน และสมุนมัน แล้วยังจะคิดคด บังอาจ ริจะเป็นนายก แกมโกงของทักษิณ คงมีกุนซือ ชั่วอย่างพวกคุณ คอยยกยอปอปั้นมั้ง ควายซวยของทักษิณจึงได้บังเกิด
    คนอย่างพวกคุณ ก็ไอ้ประเภท กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา
    พอไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ ก็ออกมาเห่าหอน เรียกร้อง ความสนใจ ช่างน่าสังเวชเสียเหลือเกิน

    ความเห็นจาก The house shows its owner — October 21, 2008 @ 2:02 am

  41. ฟดก.เป็นนิตยสารที่เรารู้สึกว่าหน้าปกสวยมาก ชอบมากๆจริงๆ
    ไม่เพ้อเจ้อดัดจริต

    ความเห็นจาก กูก็รักเท่าพวกเมิง — October 21, 2008 @ 9:41 am

  42. สงสัยพวกมึงกะกูอยู่คนละฟ้าแล้วละไอ้เวร

    ความเห็นจาก คนไทย — October 21, 2008 @ 11:18 am

  43. สั้นๆง่ายๆและถ้าเจ้าของเว๊ปเป็นคนจริงอย่าลบข้อความผม

    ผมขอนิยามคุณแค่2คำ “ระยำสัตว์”

    ความเห็นจาก -*- — October 21, 2008 @ 12:07 pm

  44. สัดนรกหันตราเอาที่อยู่ที่แนนอนมาดพสทีของคุณนะอยากไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัวถ้ายังไม่หยุดความจัญรัญหนักแผ่นดินหมามันยังสำนึกในเจ้านายคนบางคนมาอาศัยแผ่นดินเกิดแย่ยิ่งกว่ามาไม่รู้โคตรเหง้าอพยพมาจากไหนเมื่อรัยแผ่นดินที่สถาบันล่มสลายทั้งนั้น
    แน่ๆโพส์บอกชื่อที่อยู่ประวัติตตัวเองทีได้วิตารณ์ถูกไหนบอกประชาธิปไตยทำไมตัวเองวิจารณ์คนอื่นอยู่ได้แบบในรูสัดนรกชิงหมามาเกิด

    ความเห็นจาก เอาจริง — October 21, 2008 @ 1:42 pm

  45. “สถาบันนั้นปรับตัวได้ดีพอสมควรในอดีต โดยปรับตัวเพื่อรักษาอำนาจมากกว่าที่จะปรับตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยแท้จริง สิ่งที่สถาบันทำคือ ปิดบังไม่ให้คนรับรู้ความจริง โดยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่นำมาใช้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง”
    ใครเป็นคนร่างกฎหมายพวกนี้หรือ

    “ใช้การโฆษณาชวนเชื่อถึงข้อดีของสถาบันโดยใช้งบประมาณของประเทศจากภาษีประชาชนในการสร้างผลงาน แต่ไม่เคยสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าในการการใช้จ่ายงบประมาณได้ และไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนเหมือนหน่วยงานอื่นเขาที่ใช้งบประมาณเหมือนๆ กัน”
    ว่าแต่หน่วยงานของคนเขียนนี่มีให้ตรวจสอบไหม ว่ามีประโยชน์

    “เรื่องโฆษณาชวนเชื่อของสถาบันเกี่ยวกับดุสิตธานี และการเตรียมการเพื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญโดย รัชการที่ ๗ นั้น ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศภายหลัง เมื่อได้ถูกบังคับให้สละราชสมบัติแล้ว ก็แค่นั้นเอง ”
    เรียกว่าบังคับหรือ คนที่จงรักภักดีมีอยู่มากมาย แต่สิ่งที่พระองค์คาดผิดไปหน่อย คือ ให้อำนาจคนหยิบมือหนึ่ง เพื่อให้คนไม่มีความคิด ขึ้นมามีอำนาจในบ้านเมืองมากกว่า แล้วสุดท้าย ก็เกิดเผ่าพันธุประหลาดที่คิดแต่ว่าตนเองดี มีความรู้ ลืมสัญชาติ

    “คณะราษฎร์ นั้น ต้องถือว่าเป็นกลุ่มคนผู้กล้า ซึ่งต้องยอมรับในความกล้าหาญที่สามารถรวบรวมผู้คนในประเทศ ในอีกฟากหนึ่ง ได้มากพอ ที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งควรจะเป็นวันชาติของประเทศไทย”
    กล้า หรือหน้าด้านก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่ว่าทำเพื่ออุดมการณ์นั่นก็อีก ขอโทษที่ต้องพูดความจริง

    สำนักงานทรัพย์สิน นั่นน่ะ มาเฟีย เข้าไปจัดการสิ ในหลวงจะได้ปราศจากครหาซะที ถ้ามีปัญญา แต่ในหลวงไม่ได้ทรงมายุ่งเกี่ยวกับพระราชทรัพย์แบบราชวงศ์อังกฤษสักหน่อย ท่านทำงานมากกว่ากระทู้บนมากมายจนเทียบไม่ได้แต่ฝุ่น

    ไม่มีใครรู้หรอกว่า ประเทศไทยไม่มีสถาบันแล้วเป็นอย่างไร แต่ที่รู้ๆ คือ การมีคนแบบข้างบนนี่มันถ่วงความเจริญ มากกว่าประเทศที่เขามีราชวงส์ แต่ไม่มีคนจัญไรแบบนี้มากกว่าอย่างแน่นอน

    ความเห็นจาก ใต้ฟ้าของใคร — October 21, 2008 @ 5:09 pm

  46. จะเอาอะไรกันมากมายกับประเด็นยิบย่อย
    ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป….หนุกๆ …กัน

    ทุกคนมีศาสนาของตัวเองกันอยู่แล้ว
    ใยต้องฟังคนอื่น หรือให้คนอื่นต้องฟังเรา

    ขอต้อนรับสู่โลกจริง โลกที่ไม่มีใครเห็นแบบเดียวกับเรา
    …………………………………..

    การหวาดระแวงกัน… เป็นการควบคุมอย่างหนึ่ง… อย่านึกว่า GU ไม่รู้

    ความเห็นจาก redwing — October 21, 2008 @ 6:57 pm

  47. สถาบันนั้นปรับตัวได้ดีพอสมควรในอดีต โดยปรับตัวเพื่อรักษาอำนาจมากกว่าที่จะปรับตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยแท้จริง สิ่งที่สถาบันทำคือ ปิดบังไม่ให้คนรับรู้ความจริง โดยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่นำมาใช้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง ใช้การโฆษณาชวนเชื่อถึงข้อดีของสถาบันโดยใช้งบประมาณของประเทศจากภาษีประชาชนในการสร้างผลงาน แต่ไม่เคยสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าในการการใช้จ่ายงบประมาณได้ และไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนเหมือนหน่วยงานอื่นเขาที่ใช้งบประมาณเหมือนๆ กัน
    ***********
    คุณหันตราเขียนเหมือนใช้ข้อคิดเห็นส่วนตัวมากกวาใช้ข้อเท็จจริงเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่คุณเขียนมานี่จึงเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนัก
    จุดมุ่งหมายของกฎหมายหมิ่นฯโดยแท้จริงแล้วเพื่อปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของพระมหากษัตริย์เวลามีใครมาหมิ่นประมาท ขนาดคุณโดนหมิ่นประมาทยังสามารถฟ้องร้องได้ แต่พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองตามประเพณีจึงไม่สามารถฟ้องร้องเองได้ จึงต้องมีกฎหมายนี้ไว้ถ้าหากมีใครหมิ่นตำรวจก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้จัดการใคร
    การโฆษณาชวนเชื่อ…อันนี้คุณคิดเองเออเอง ไม่มีน้ำหนัก แล้วเรื่องความไม่คุ้มค่าของการใช้งบประมาณ…อันนี้คุณก็มั่วแบบไม่มีความรู้ทางนิติบัญญัติเลย การออกงบประมาณให้แก่หน่วยงาน กระทรวงต่างๆ ต้องมีการประชุมสภาแล้วออกเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี สภาเป็นผู้ออกงบประมาณ ไม่ใช่ใครอยากของบประมาณซี้ซั้วก็ได้ แล้วคุณมามั่วว่าใครก็ตรวจสอบไม่ได้ ผมถือว่าคุณหันตรามั่วเองเอง ใช้ไม่ได้ครับ

    ปรับตัวโดยเลือกสนับสนุนทหารและนักการเมืองที่สั่งได้ เพื่อปกป้องอำนาจของสถาบัน และผลประโยชน์ของสถาบันเป็นหลัก เมื่อผู้ใดกลุ่มใดหมดประโยชน์ก็กำจัดทิ้งแม้กลุ่มนั้นจะรักษาอำนาจ จงรักภักดีมาตลอด แต่เมื่อพ่ายแพ้ทางการเมือง ก็สลัดทิ้งทันที เพื่อสมประโยชน์กับกลุ่มใหม่
    ***********
    ประโยคนี้ก็เป็นข้อคิดเห็นส่วนตัวของคุณ พิสูจน์ความจริงไม่ได้ ไร้น้ำหนัก ไม่มีสาระอะไร ข้อเท็จจริงคือพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองตามนิติประเพณี
    จึงไม่สามารถลงมายุ่งเกี่ยวกันทางการเมืองได้ เท่าที่เห็นในทีวีก็เห็นแต่สอนให้ข้าราชการ หรือนักการเมืองปฏิบัติตัวให้ดี ทำผลประโยชน์เพื่อชาติ
    การให้กำลังใจในการทำงานไม่ถือว่าเป็นการยุ่งเกี่ยวทางการเมืองครับ
    คุณหันตราคิดเอง เออเองเป็นครั้ง 2 แล้วนะ

    เรื่องโฆษณาชวนเชื่อของสถาบันเกี่ยวกับดุสิตธานี และการเตรียมการเพื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญโดย รัชการที่ ๗ นั้น ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศภายหลัง เมื่อได้ถูกบังคับให้สละราชสมบัติแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดุสิตธานี ก็เป็นเรื่องเล่นสนุกของท่านกับเพื่อนเหมือนเด็กสมัยนี้เล่นบาร์บี้ ซึ่งไม่ทราบว่าจะเล่นสนุกไปทำไมเมื่อเพื่อนที่เล่นเมืองจำลองกับท่านก็ล้วนมีความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยผ่านเมืองนอกเมืองนามาแล้วกันทั้งนั้น
    **********
    คุณหาว่าเป็นเรื่องเล่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ใครบอกคุณหรือ ไปอ่านมาจากไหน การที่ท่านยังไม่ให้เป็นประชาธิปไตยเพราะคนไทยในขณะนั้นยังไม่พร้อมในระบอบนี้ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องง่ายที่ปุบปับอยากจะทำก็ทำ ประเทศที่ปกครองโดยให้ประชาชนเป้นใหญ่ได้นั้น ประชาชนต้องมีความพร้อม พร้อมในเรื่องการศึกษา พร้อมในเรื่องความสำนึกในทางการเมือง แล้วในขณะนั้นคนไทยอ่านออกเขียนได้มีกี่เปอร์เซ็นต์ครับ
    รัชกาลที่ 5 และ 6 ถึงได้ก่อตั้งสถาบันศึกษา เร่งพัฒนาการศึกษาเพื่อความพร้อมในอนาคต ต่อให้เป็นประชาธิปไตยจริงก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะคนไทยในขณะนั้นยังไม่พร้อม อันนี้คือความจริงที่ต้องยอมรับ
    สรุปว่าคุณมั่วเองเป็นครั้งที่ 3แล้วครับ

    คณะราษฎร์ นั้น ต้องถือว่าเป็นกลุ่มคนผู้กล้า ซึ่งต้องยอมรับในความกล้าหาญที่สามารถรวบรวมผู้คนในประเทศ ในอีกฟากหนึ่ง ได้มากพอ ที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งควรจะเป็นวันชาติของประเทศไทย แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนหมู่มาก เมื่อได้รับอำนาจมา เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะมีการแก่งแย่งกัน และขัดแย้งกัน แต่ในชั้นแรกเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น คณะราษฎร์ คงทำด้วยอุดมการณ์เพื่อประเทศมากกว่าที่จะคิดถึงผลประโยชน์ ซึ่งมาขัดแย้งกันภายหลัง อย่างไรก็ตามคณะราษฎร์ ก็ควรได้รับความชื่นชม ส่วนจดหมายของรัชการที่ ๗ เกี่ยวกับที่บอกว่า ข้าพเจ้ายินดีสละอำนาจของข้าพเจ้าให้ประชาชน มากกว่าบุคคลคณะใดคณะหนึ่งนั้น ข้าพเจ้า ไม่ให้ราคา ถือเป็นเพียงคำตัดพ้อของผู้แพ้ ที่บังเอิญมีหลานมาชนะตอนหลังก็เอาออกมาเป็นอาวุธทิ่มตำฝ่ายตรงข้าม ขอโทษที่พูดความจริง
    **************
    คณะราษฎร์ทำถูกที่ทำให้สถาบันมีความทันสมัยโดยการให้สถาบันอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ แต่ทำผิดตรงที่เข้ามาแล้ว เข้าเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
    จากที่คุณเขียนก็เท่ากับว่าคุณไม่ปฏิเสธว่าคณะราฏร์ในช่วงท้ายทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองจริง ถ้าเช่นนั้นผมก็ถือว่ารัชกาลที่ 7 เขียนมานั้นถูกต้องแล้ว เพราะพวกนั้นยักยอกเอาอำนาจอธิปไตยที่รัชกาลที่ 7 พระราชทานให้ประชาชนมาเป้นของตนเอง ไม่ใช่ขี้แพ้แต่อย่างใด

    เกี่ยวกับเรื่องพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษีนั้น จริงๆ ได้อธิบายกันไปในกระทู้อื่นโดยละเอียดแล้ว ว่า พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ต้องเสียภาษีนั้น ท่านก็ได้จัดให้พระราชทรัพย์ส่วนที่ไม่สามารถหากำไรได้ไว้ในส่วนนี้ เช่น พระตำหนักจิตรลดาฯ เป็นต้น ส่วนพระราชทรัพย์ส่วนที่ไว้หากำไร เช่น ที่ดินทั่วกรุงเทพฯ กว่า 8000 ไร่ เช่น ราชดำเนิน พารากอน ดิสคัฟเวอรี่ ดุสิตธานี ราชศุภมิตรฯลฯ นาให้เช่าทั่วประเทศ ตึกสำนักงาน ต่างๆ หุ้นธนาคาร หุ้นปูน หุ้นโรงแรม ฮอนด้า สเวนเซน ซิงเกอร์ เทเวศน์ สัมมากรฯลฯ ล้วนจัดไว้ในทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเมื่อเป็นรายได้ของสถาบันแล้ว ไม่ต้องเสียภาษี ตาม พรบ ทรัพย์สิน มาตราใหนในนี้มีคนวิเคราะห์ไว้ละเอียดแล้ว โปรดดูเพิ่มเติม การทำธุรกิจเหมือนสามัญชนอื่นเขา แต่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ และใช้เงินภาษีของประชาชนในการบำรุงความสุขของกลุ่มตนนั้น ถือว่าโกงชาติมากกว่านักการเมืองหลายเท่านัก
    *************
    เรื่องนี้เราคุยกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ
    ทรัพสินส่วนพระองค์กับทรัพสินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ใช่จัดเองมั่วแบบที่คุณเขียน จะมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจนว่าอันไหนเข้าข่ายแบบไหน
    แล้วจะคุณจะมามั่วได้ยังไงว่าอันทำกำไรก็ไม่ต้องเสียภาษี คุณหันตราควรจะรู้ว้นะว่า ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินบางแห่งคิดค่าเช่าต่ำกว่าราคาตลาดเป็นพันเท่า ถ้าขืนคิดกันในราคาตลาดรวยกว่า บิลเกตส์ไปแล้ว สถาบันไม่ได้แข่งความร่ำรวยกับใครเหมือนแบบที่คุณโจมตี แถมมูลนิธิในพระราชานุเคราะห์ในช่วง 4 ปีมานี้ก็พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือประชาชนเอาไว้มาก คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทเข้าไปแล้ว แล้วคุณหันตรายังจะมาหลอกลวง โจมตีให้ร้ายด้วยความเท็จอีกเหรอ ไม่รู้สึกว่ามันหน้าด้าน หน้าละอายใจหรอกหรือ

    ความเห็นจาก ฟ้าเดยวกันอ่านภาษาไทยออกหรือไม่ — October 21, 2008 @ 11:32 pm

  48. พรนี้แด่… ผู้ใช้นามว่า “หันตรา”

    ขอให้ “หันตรา” ไปสู่ภพนรกคภูมิโดยเร็วพลัน ด้วยผลกรรมที่ได้กระทำมา ขอแผ่เมตตาให้ “หันตรา” ได้รับผลกรรมที่เจ้าก่อให้สาสมด้วยเถิด

    ความเห็นจาก hexsian — October 22, 2008 @ 2:05 am

  49. เดรัจฉานยังเรียกพี่เลย “หันตรา” เอ๋ย ถ้าให้ปกครองเองไม่มีใครช่วยจะมีปัญญาไหมล่ะ ไ+อ้ “หันตรา”

    ความเห็นจาก เลือกชาติไทย ศาสนา พระมหากษัตริย์ — October 22, 2008 @ 2:17 am

  50. ชาวบ้านชาวช่องเค้าสาปแช่งอยู่ทุกวี่ทุกวัน กินข้าวติดคอบ้างป่าว

    ความเห็นจาก ยากจะสรรหาคำมาด่าจริงๆเวปนี้ — October 22, 2008 @ 8:11 am

  51. ทำไม่ไม่หันไปมองนักการเมืองชาติหมาบ้างล่ะ ที่ สร้างความฉิบหายให้แก่บ้านเมือง

    ทำไมไม่ทำ วารสาร เว็บไซต์ต่อต้านมันบ้างล่ะ

    ถ้าไม่มีนักการเมืองชาติหมา ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองไปถึงไหนแล้ว

    โถ! ประชาธิปไตย ตามตำรา น่าสมเพช ลืมรากเหง้าตัวเอง เลียนแบบฝรั่ง ถุย!

    ได้ผลประโยชน์จากนักการเมืองชั่วน่ะสิ แล้วเอาทฤษฎีมาอ้าง

    เอาแค่ หลักคุณธรรม จริยธรรม มาตัดสินทุกอย่างก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องพึ่ง
    ทฤษฎี กฎหมาย ตำรา แนวคิดฝรั่งเห็นแก่ตัว หรอก

    ความเห็นจาก ธรรมนำหน้า — October 22, 2008 @ 11:51 am

  52. ไม่นึกว่าจะมีการกระทำที่เลวร้ายและชั่วช้าประดุจนี้ในที่สาธารณะ

    เหล่าผู้อ้างตนว่าทรงภูมิทั้งหลายในสถานที่แห่งความจัญไรอันเหม็นคลุ้งไปด้วยหนอนเน่าจากปากทาสไพร่คิดการณ์ใหญ่ตีเสมอฟ้า

    เราต่างต้องยอมรับว่าแท้จริงแล้ว ระบบการศึกษาที่พวกหนอนแมลงไร้ซึ่งอำนาจไขว่ขว้าถวิลหาเพียงเพื่อจะได้ดีเสมอพระราชนิกุลนั้น มิได้ช่วยกล่อมเกลาสิงใดให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจิตใจ หรือ สติปัญญา

    ด้วยมูลเหตุ สิ่งจูงใจ และสิ่งเร้าอันไม่ต่างไปจาก การเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งก่อน พระพุทธศักราช 2475 เหล่าผู้อ้างตนว่าทรงภูมิเลอเลิศ กระทำการสารเลวชั่วช้าประการใด และตายโหงตกไปตามกันเยี่ยงไร ก็มีให้เห็นจวบปัจุบัน

    บัดนี้ เพียงไพร่ทาสสารเลวต่ำต้อย กำลังคิดการใดๆที่ต่ำช้าเสียงยิ่งกว่าเผ่าพงศ์ของพวกมัน แม้นแผ่นดินนี้เป็นของผู้ใดก้แยกแยะความไม่ได้

    พวกชาติหมาสารเลว ยืนเหยียบอย่างมิต้องเสียเบี้ย เสียเฟื้อง อยู่บนแผ่นดินอันเป็นของผู้ใด แม้พวกมันก็ยังคิดทรยศ

    เลวช้า ชาติชั่ว ให้ตายตกสิ้นไปตามกรรมของพวกมัน กูขอสาปแช่ง

    ความเห็นจาก ลมหายใจเทพยดา — October 22, 2008 @ 12:57 pm

  53. รู้เพียงว่า ถ้าวันนี้ ไม่มีกษัตริย์ จากครั้งอดีต พวกคุณก็คงจะไม่ได้มานั่งสบายอย่างทุกวันนี้ ควรจำและรำรึก ไว้ว่า ชาติไทย เกิดได้อย่างไร อย่างน้อยประวัติเบื้องต้นไม่มากก็น้อย ควรได้เรียนและศึกษากันมาบ้างนะ ไม่อยากออกความคิดเห็นอื่น มากไปกว่านี้ เพราะ ปัจจุบัน วิชาประวัติศาสตร์ ก็ไม่อยากให้เรียนรู้ กัน วันหนึ่งคงได้ถอยหลังไปหาฮุนเซนกันแล้วนะ หรือเอาแบบพม่า ก็ได้ ให้รู้กันไปเลย ดีมั๊ย คุณผู้ดียุกต์ใหม่และคนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย

    ความเห็นจาก Monta — October 22, 2008 @ 1:02 pm

  54. ถ้าคุณไม่ต้องการระบอบกษัตริย์ แล้วคุณต้องการอะไร

    เป็นลูกกระเป๋งนักการเมือง ?

    เอา เศษ เนื้อกระดูกที่มันโยนมาให้ มาแทะกินเหรอ

    อย่างที่พวกคุณกำลังทำอยู่

    ความเห็นจาก ฟ้าบ้านป้าแก..เด่ะ — October 22, 2008 @ 1:14 pm

  55. ถ้าไม่มีกษัตริย์ ตั้งแต่ครั้งอดีต พวก “ฟ้าเดียวกัน” ก็ไปเป็นพลเมือง รัฐเผด็จการทหารพม่า ไงล่ะ

    แล้ว มันก็คงจะไม่มีโอกาสมาต่อต้านระบอบกษัตริย์ของไทย แต่มัน จะอยากเข้ามาขายแรงงานในเมืองไทยจนตัวสั่นมากกว่า หรือไม่ก็ไปอยู่โรงงานผลิตยาบ้า อยู่พม่านั่นแหละ!!!

    ความเห็นจาก มาอยู่กับ ตาน ฉ่วย เหอะ มามะ — October 22, 2008 @ 1:29 pm

  56. Web นี้แมร่งก็ชั่วได้ใจจริงๆๆ เอามาโพสต์ได้ Kru อยากเอาน้ำกรดไปเทใส่หัวหน้าใหญ่พวกมึงจัง ไอ้ชั่ว หน้าไม่อาย ไอ้ชั่ว ไอ้พวกขี้ข้าเค้า ไอ้ชั่ว

    ความเห็นจาก kruyai — October 22, 2008 @ 1:31 pm

  57. เราไม่เชื่อหรอกว่า พวกมึงคิดแบบนี้กันตั้งแต่เกิด เราอยากรู้จริงๆ ว่าใครเค้าไปเสี้ยมสอน ให้พวกมึง คิดแบบนี้

    ไอ้ฟาย

    ในขณะที่พวกมันสอนพวกมึง พวกมันคงให้พวกมึงแดกหญ้าแดกฟางไปด้วยแน่ๆเลย

    เรารังเกียจพวกมึงอย่างยิ่ง ไอ้ฟายสารเลว

    ความเห็นจาก เลือดสีน้ำเงิน — October 22, 2008 @ 1:31 pm

  58. มึงคิดกันดีๆนะไอ้พวกหน้าหนังเหี้ย

    ถ้าไม่มีบูรพกษัตริย์ ที่ทรงคุณเอนกอนันต์ แก่ประเทศนี้ ให้พวกมึงหมิ่นแล้ว

    ต่อไป พวกมึงไม่ต้องไปหมิ่น เทวดา บนฟ้าบนสวรรค์ หรือไอ้ควาย

    แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงพวกมึงจะทำไง มึงต้องร่างโองการแช่งฟ้าขึ้นมาทำลายเทพเทวดาให้หมดฟ้าสวรรค์เลยใช่มั้ย

    ไอ้หน้าเหี้ย กูเกลียดตัวเองจริงๆที่ต้องเข้ามาด่าพวกมึง แต่ไม่เป็นไร เพราะกูเกลียดพวกมึงมากกว่า สัตว์เอ้ย

    ความเห็นจาก แด่พวกตัวเหี้ยทั้งหลาย — October 22, 2008 @ 1:41 pm

  59. สมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การข่าวยังมิได้แพร่หลาย ชนบทที่ห่างไกล มิได้รู้ด้วยซ้ำ ว่าการเปลี่ยนแปลงคืออะไร และเป็นแบบไหน…..และผลประโยชน์ที่ได้คืออะไร แต่ผลที่ได้รับเต็มๆก็คือ การคอรัปชั่นอย่างใหญหลวง ของนักการเมือง และทหาร ที่เข้ามาอำนาจในขณะนั้น…..และปลูกฝังมาอย่างยาวนาน….

    คณะราษฎ์ มิได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงของคนทั้งชาติ อาจเพียงเป็นเบี้ยหมากของ คณะทหารที่เข้ามาร่วมด้วยเท่านั้น

    สังเกตุจาก หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประชาชนเรียกได้ว่าเหมือนถูกตัดขาดจากสถาบันฯ และการปกครองมาแบบเผด็จการทหารมากกว่า 20 ปี

    เอาเข้าจริง มิมีใครที่ทำเพื่อปวงชนอย่างแท้จริง การอ้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำพาประเทศไปสู่การก้าวหน้า เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อ ประหนึ่งระบอบคอมมินิสก์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่ภูมิภาค

    คนที่ไปเรียนเมืองนอกมาขณะนั้น ก็เป็นบุคคลที่มาจากครอบครัวที่มุ่งหวังทำลายชาติ และสถาบันฯโดยแท้ การศึกษา มุ่งไปที่ ประเทศฝรั่งเเศษ ที่เป็นต้นแบบของการปฏิวัติมาเป็นระบอบสาธารณะรัฐ

    คนต่างชาติที่เข้ามา ก็เพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย ทำกันเป็นระบบ ไล่มาจากเวียดนาม ลาว เขมร ดีที่ต่อมา ทหารไทยยังคงรักษาประเทศของเราเอาไว้ด้วย ด้วยการปกครองที่ฝ่ายซ้ายเรียกว่า เผด็จการทหารนั่นแหละ

    แต่นั่นก็ทำไปเพื่อความมั่นคงของชาติ หาไม่แล้ว ไทยเราคงไม่ต่างจากเขมร อาจจะมีลูกจีน ลูกแกว เดินอยู่ค่อนประเทศเหมือนเขมรตอนนี้ไปแล้วก็ได้

    ขณะนี้ เบื้องหลังของฮุนเซ็น ยังถูกครอบงำจากคณะปฏิวัติของเวียดนาม และยังสืบทอดมารุ่นสู่รุ่น ทั้งๆที่ ประชาธิปไตยเต็มใบควรจะมีมาตั้งนานแล้ว ซึ่งมอแปลก เพราะฮุนเซ็น ก็มาจากทหารเขมรแดงเก่า ที่มิได้แปรเปลี่ยนความคิดในการปกครองประเทศแต่อย่างใด โฆษณาชวนเชื่อ และเอาข่าวลือมาปล่อย เพื่อหลอกลวงคนทั้งชาติ ยังคงมีอยู่….และถูกใช้จนถึงทุกวันนี้…

    นิยามของคำว่าเผด็จการ มีหลากหลาย ในฝ่ายซ้าย คำว่าเผด็จการ ซึ่งมีการใช้การอย่างพร่ำเพรื่อ ก็หมายถึง การยังคงอยู่ของ สถาบันฯ และทหารนั่นเอง ซึ่งมันต่างจากบุคคลทั่วๆไปที่ เข้าใจว่า เผด็จการ มาจากทหารเป็นหลัก ดั่งระบอบของพม่า…..

    ประชาชนโดยทั่วไป อาจมิได้เห็นดี เห็นงามไปด้วยแต่อย่างใด และมิได้กระเหี้ยนกระหือรือที่อยากจะเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยซ้ำ และผลของการเปลี่ยนแปลง อำนาจจากสถาบันฯ เมื่อผ่องถ่ายมาสู่นักการเมืองอาชีพ ก็อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน…

    ความเห็นจาก เมามายใต้กะลาเดียวกัน — October 22, 2008 @ 2:49 pm

  60. จายเย็นๆ อย่าด่ากันเลย คนไทยเหมือนกันนะ พวกเรา

    ว่าคนอื่นเค้าก็ทำให้ใจเราร้อนกันไปเปล่าๆ

    อย่าลืมสำรวจใจตัวเราเองตอนว่าคนอื่นนะ

    ส่วนใครจะมีความคิดเห็นยังไง ก็ค่อยๆ ชี้แจงกัน

    ขอให้อยู่บนพื้นฐานของหลักแห่งเหตุผล และคุณธรรม จริยธรรมกันเถอะ

    สามัคคีกันไว้ก่อนที่ชาติจะล่มจมไปกว่านี้

    ความเห็นจาก abcd25 — October 22, 2008 @ 3:18 pm

  61. อืม… เล่มหน้า ขอปกเป็น รูป อีตุ๊ดจักรภพ บิดา พวกคุณแล้วกันนะคะ

    จะเหมาให้หมดแล้วเอาไปทำดอกไม้จันท์ เผาศพตายทั้งเป็น โคตรบิดาPresident ทักษิณ ของพวกคุณ

    แฟนวารสาร ฟ้าบ้านบิดามึง ขอมา…ค่า

    ความเห็นจาก ฟ้าบ้านบิดามึง — October 22, 2008 @ 3:57 pm

  62. มีคนคิดอย่างนี้เยอะ นะ คห.abcd25

    เราจะไม่สามัคคีกับคนชั่วเด็ดขาด

    เพราะถ้าคุณสามัคคีกับมัน คุณก็ ชั่วด้วย

    ความเห็นจาก ริบบิ้นขาว เปื้อนเลือด — October 22, 2008 @ 4:25 pm

  63. ขอเอาใจช่วยทีมงานทุกท่าน ที่ช่วยทำเว็บไซท์ดีๆแบบนี้ครับ เอาใจช่วยให้ทีมงานทั้งหมดไปลง”นรกเร็วๆ”เพื่อแผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้นกว่านี้ ใครที่คิดทุรยศต่อแผ่นมันฉิบหายมานักต่อแล้ว ขอให้จำไว้
    ขอให้พระเจ้าอยู่หัวจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

    ความเห็นจาก ศราวุธ — October 22, 2008 @ 6:12 pm

  64. แด่….web master และเจ้าหน้าที่ทุกท่านของ web นี้

    พวกคุณมันพวกสมองหมา ปัญญาควาย ไร้ยางอาย เยี่ยงสัตย์นรก ไม่มีความคิด ต้องเลียไข่ทักษิณเพื่อหาเงินไปเลี้ยง พ่อแม่และครอบครัว ผมเห็นใจ เพราะพวกคุณมันไม่มีสมอง ที่จะหางานดีๆ ทำ เขาให้ทำอะไรก็ทำ ถูกผิดดีชั่วแยกแยะไม่ออก..
    ไม่โง่ก็เหมือนแกล้งโง่ ถ้าเป็นผู้ชายก็คงจะใส่กางเกงในผู้หญิง ติดผ้าอนามัยแบบมีปีก เรียนมาก็พิสูจน์แล้วว่า การศึกษาไม่ได้ช่วยให้บิดามารดาของพวกคุณได้ภูมิใจในตัวคุณ
    ไอ้หัวหน้าคุณมันก็โง่ เลว ทราม ต่ำช้า ขี้ข้าตามเลียลิดสีดวงหัวเน่าของทักษิณ ผมเป็นทหาร มีหน้าที่รักษาชาติบ้านเมือง กำลังรวบรวมลายชื่อพวกคุณ ทุกคน ..
    เห็นพันธ์มิตรเล่นตามเกมส์แล้วบอกตรงๆ เสียเวลา อย่างพวกคุณมันต้องเจอกับพวกผม เล่นนอกเกมส์สิมันส์กว่ากันเยอะ
    ฝากบอก web master ของพวกมึงทุกตัว ก่อนที่จะลบ mail กู ต่อไปนี้มึงจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ก็ได้รายชื่อพวกมึงทุกตัว ไม่มีเว้น แม้แต่มึงที่กำลังจะลบข้อความนี้
    ทำอะไร อย่าคิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้ว่าพวกมึงจบมาจากที่ไหน เรียนที่ไหน บ้านอยู่ไหน ขับรถยี่ห้อไร ก่อนจะสตาร์ทรถ ก้มมองใต้ท้องรถไว้ก็ดี หัดกลัวไว้บ้างก็ดีนะ..
    ไอ้พวกเฮี้ยๆ อย่างพวกมึงต้องเจอกะกู ได้เสียกัน ไอ้ควาย

    ความเห็นจาก เกียรติคุณ — October 22, 2008 @ 6:16 pm

  65. ขอสาปแช่งพวกหมิ่นสถาบันกษัตริย์ จงตกนรกอย่าได้ผุดได้เกิดในชาติใด ๆ อีกเลย หนักแผ่นดิน

    ความเห็นจาก kkk — October 22, 2008 @ 7:11 pm

  66. I just hate to watch propaganda program at 8 pm.
    This time should be more useful for all people in the country.When will it stop???

    ความเห็นจาก dingdong — October 23, 2008 @ 8:12 am

  67. ไม่เคยอ้างว่าตัวเองเป็นชาตินิยม เสพแต่ข่าวที่เป็นจริงและรอบด้าน ไม่ได้หลับหูหลับตา เสียที่ดินให้เขาไปจริงๆ เพราะไอ้พวกขายชาติไง มันแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันไง ควายเอ๊ยยยยย มันไม่เกี่ยวกับชาตินิยมซักนิด ไม่ได้โง่ให้ใครมาจูงจมูก กูรักในหลวงอย่างไร กูก็รักอย่างนั้น พวกมึงไม่รักก็เรื่องของพวกมึง กูไม่เคยมาเรียกร้องเย้วๆ ว่ารักชาติ ไอ้ความรักสถาบัน ไม่ต้องมีใครมาปลุกหรอก มันอยู่ในใจ นอกจากว่ามีคนไม่ดีมันเอาเรื่องเสียดินแดนมาเชื่อมโยงกับสถาบันได้อย่างเหี้ยๆไร้สาระแบบนี้สิ แบบไอ้ควายที่เขียนบทความเหี้ยๆ พยายามดึงฟ้าลงมาต่ำ
    .
    คนที่ไม่ใช่ควายคงแยกออก ว่านักการเมืองทำเหี้ยเสียดินแดนแลกกับผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อตัวเอง อีกนัยหนึ่ง แผ่นดินของเราปู่ย่าโคตรของเรา เอาเลือดรักษากันมา ไอ้เหี้ยไม่กี่ตัวเอาไปยกให้เขาฟรีๆ
    .
    ควายจริงๆ เลย ความจริงละไม่พูด พูดเอาแต่จะโยงเข้าสถาบัน ดึงฟ้าลงมาต่ำ
    เขียนบทความเหี้ยๆมาตั้งหลายบรรทัด ไม่ได้ประโยชน์ให้ความรู้อะไรกับบ้านเมืองเลยให้ตาย ใครกันแน่ เขียนมายาคติขึ้นมาหลอกล่อเบี่ยงเบนประเด็น
    .
    ถ้าจะเขียนก็เอาความจริงมาเขียน ว่าใครอยู่เบื้องหลังสั่งให้อีนพเหล่ไปเซ็นยกที่ให้เขมรไป มันแลกกับอะไรไปบ้างกับไอ้ฮุนเซ็น ไปดูการเมืองในเขมรบ้างว่าคนเขมรที่ไม่ตกป็นทาสของฮุนเซ็นเขาก้รู้ว่าฮุนเซ็นมันไปตีกอล์ฟกับไอ้เหลี่ยมทรราช กับไอ้ยุทธตู้เย็นแบบส่วนตั้วส่วนตัว มันแลกผลประโยชน์กัน
    ไปสืบไปหาเอาเอง อีคนเขียนบทความเหี้ยๆนี่ก็วนอยู่แต่เรื่องคลั่งชาติคลั่งสถาบันอยู่นั่นหละ ไม่มีขี้มีตดอะไรเล้ยยยให้ตาย พวกมึงเอาเวลาไปเสวนาว่า
    ใคร? เป็นคนได้ ใคร? เป็นคนเสีย กับเรื่องเขาพระวิหาร
    .
    จำได้มั้ย ไอ้สมัคร สุททรราช มันด่าชาวบ้านว่า ….จะมารักชาติอะไรนักหนา เรายังไม่ได้เสียดินแดนให้ใครแม้แต่ตารางเซ็นเดียว
    .
    จนสุดท้ายเราเสียให้เขาไป นักข่าวกลับไปถาม มันเสือกบอก…มันเป้นของเขมรตั้งสี่สิบกว่าปีแล้ว .
    .
    เนี่ยแหละ สิ่งที่พวกมึงต้องไปหา ไปสืบเอาว่า ใคร? ใครเป้นตัวการ

    ไม่ใช่มาจาบจ้วงสถาบัน

    ควายจริงๆเลย

    ปล. หนังสือเฮงซวยแบบนี้ 20 บาทัยงแพง แจกฟรีก็ เอา(ไปเผาทิ้ง) ปากก็ว่า คิดต่างไม่ผิด

    แต่แนวคิดของหนังสือเล่มนี้ มันยิ่งกว่าคิดต่าง อย่ามาอ้างประชาธิปไตย
    ประชาธิปไตยคือความเห็นที่แตกต่าง “เพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ”
    แต่ที่ไอ้ ธนากร อิ๋วสกุล คิดกับพวกมัน คือ “กบฏ” ดีๆนี่เอง เพราะบทความในหนังสือทุกตัวอักษรไม่มีข้อความไหน ที่เป้นประโยชน์กับสังคมส่วนใหญ่เลย มีแต่จะทำลายสถาบัน เพื่อพวกของตัวเอง
    .
    จริงไหม ?!?!?

    ความเห็นจาก รักในหลวง มีอะไรไหม? — October 23, 2008 @ 10:53 am

  68. รัชกาลที่ 5 ไม่น่าจะเลิกทาสเลย
    อยากรู้จังถ้าไม่มีวันนั้น คุณหันตรา จะเป็นทาสแบบไหนกันนะ ทาสสินไถ่ ทาสท่านให้มา หรือทาสในเรือนเบี้ย…
    และทำไมเด็กสมัยนี้ต้องยกเลิกการเรียนประวัติศาสตร์ด้วย เริ่มมีการยกเลิกเมื่อไหร่ และเพื่ออะไร ประเทศที่ผู้คนลืมรากเหง้าของตัวเองนั้นจะเจริญไปด้วยทิศทางใด การพัฒนาประเทศนั้น เพียงแค่พัฒนาด้านวัตถุแค่นั้นหรือ แน่ใจหรือว่าคนอังกฤษ และคน อเมริกา ที่บอกว่าตนเองเป็นประชาธิปไตยนั้น มีความสุขกว่าประเทศอื่น ….เอาเข้าจริงๆ แล้วคนไทยสมัยเก่า เมื่อรัชกาลก่อนๆ บางทีอาจมีความสุขมากกว่า สมัยประชาธิปไตยจอมปลอมในตอนนี้ด้วยซ้ำ

    ความเห็นจาก นายทองดี — October 23, 2008 @ 11:00 am

  69. ปรบมือ ให้คุณ “รักในหลวง มีอะไรไหม?”

    ประชาธิปไตยคือความเห็นที่แตกต่าง “เพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่”

    มนุษยชาติจึงจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

    จ๋อยไปเลย พวกฟ้าเดียวกัน ทำไมไม่ออกมาตอบโต้ล่ะ

    ความเห็นจาก เพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ — October 23, 2008 @ 11:10 am

  70. สรุปให้เลยนะ

    ใช้หลักคุณธรรมจริยธรรม ปกครองบ้านเมือง

    “ปรัชญาพุทธ” จะเป็นคำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง

    ธรรมะ = ธรรมชาติ

    ความเห็นจาก สูงสุดกลับสู่สามัญ — October 23, 2008 @ 11:18 am

  71. เห็นใจ ฟ้าเดียวกัน สู้ต่อไป พวกตาบอกเยอะจัง

    ความเห็นจาก เม็ดพลอย — October 23, 2008 @ 2:07 pm

  72. เลิกซะทีเถอะนะ
    คุณก็คนไทย ฉันก็คนไทย
    ทุกคนเป็นคนไทย

    เลิกกริยาที่ไม่เหมาะสม
    ดูหมิ่นและไม่ให้ความเคารพศรัทธา
    ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เถอะนะ

    คุณ นปก. นปก. คุณคนที่รักทักษิณ
    คุณลองพิจารณาให้ดี ๆ อย่ารอบคอบ

    ว่าคุณและบรรพุบรุษของคุณกินดีมีสุข
    มาจนทุกวันนี้ได้เพราะใคร?

    หากไม่ใช่ในหลวงรัชกาลที่ 1 – 9
    หรอกหรือ?? ที่พระองค์ทรงพยายาม
    บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับบรรพบุรุษของคุณ
    และของอีกหลาย ๆ คน

    องค์ราชินีทรงเมตตา
    สอนวิชาชีพให้พสกนิกร
    มีศูนย์ศิลปาชีพ
    เพื่อฝึกอาชีพเอให้พวกเขาเหล่านั้น
    สามารถนำไปทำมาหาเลี้ยงครอบครัวได้

    หากขัดสนเมื่อใด
    ก็ยังมี “อาชีพ” ติดตัว
    คนมีอาชีพติดตัวน่ะ
    ไม่มีวันจนหรอกนะ

    หากเปรียบกับทักษิณ
    เขาเอาเงินมาให้คุณ พักหนี้ให้คุณ

    เงินที่เขาเอาให้นั้นมันก็เงินภาษีที่คุณ
    พ่อแม่พี่น้องของคุณจำเป็นต้องเสีย
    อย่าเลี่ยงไม่ได้

    แต่ทักษิณกลับเป็นคนเลี่ยงภาษี
    อย่างนี้หรือ?? คนดีของคุณ

    วันนี้ เขาให้เงินคุณ
    แล้วคุณมั่นใจได้แค่ไหน
    ว่าอนาคตภาคหน้าคุณจะได้รับตลอดไป

    เขาเอาให้เพียงเพื่อเอาใจคุณเท่านั้น
    เขาซื้อน้ำใจคุณ เขาขอบคุณคุณที่คุณ
    พยายามต่อสู้เพื่อเขา

    แล้วคุณเคยคิดไว้บ้างไหม
    หากวันหนึ่
    เขากลับมา เขาจะช่วยเหลือคุณเช่นเดิม
    (ไม่มีทาง)

    ขอให้คุณเปิดใจ รับฟัง
    และแยกแยะระหว่างความดีกับความชั่ว
    เลิกหลงใหลความสุขชั่วคราวได้แล้ว

    ความเห็นจาก ปัณฑ์ชนิต — October 23, 2008 @ 6:08 pm

  73. ช่วงนี้ได้รับทราบข้อมูลหลายๆด้าน เห็นได้ชัดว่ามีขบวนการ ที่จะดิสเครดิต สถาบันพระมหากษัตริย์

    ผมไม่แน่ใจว่าไอ้ขบวนการนี้มันมีกี่คน และมันล้างสมองไปได้กี่คนแล้ว
    เพราะการได้รับข้อมูลของคนที่ไม่มีวุฒิภาวะ ย่อมไม่มีวิจารณญาณพอจะย่อยข้อมูล ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร
    สิ่งใดจริงสิ่งใดเท็จ สิ่งใดคืออคติ สิ่งใดคือผลประโยชน์

    คนที่เคยเล่นเกมส์โต้วาที จะรู้ว่า ไม่ว่ากระทู้จะตั้งยังไง ไม่ว่าเราจะอยู่ข้างไหนของกระทู้ เราสามารถให้ข้อมูลสนับสนุนด้านของเราได้เสมอ และการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวเพื่อให้ผู้ฟังคล้อยตาม มันเป็นเรื่องง่าย ด้วยการให้ตรรกะที่ดูเหมือนจะถูกต้อง เมื่อคนฟังคิดตาม ก็นึกว่าตนเองคิดได้เอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่นักพูดยัดเข้าสมองเราแบบอ้อมๆ ทั้งนั้น

    การที่ชาติไทยยิ่งใหญ่ เรามาได้ถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะระบอบประชาธิปไตย หรือไอ้พวกนักการเมืองเฮงซวย
    แต่มาได้เพราะเรามี สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เข้มแข็งกว่าชาติอื่นๆ ในสุวรรณภูมิ
    แล้วดูซิว่าการที่ประเทศชาติของเรา กลายเป็นอย่างนี้เพราะอะไร
    เศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกัน ความเจริญทางวัตถุจอมปลอม ประชาธิปไตยครึ่งใบ คนขาดศีลธรรมจริยธรรม

    อยากให้ลองเปรียบเทียบสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัว เคยทำไว้ให้ประชาชนของพระองค์
    กับความหวังลมๆแล้งๆ ค่าจีดีพี ตลบแตลง อันเกิดจากเมกาโปรเจคโกงกิน และการขายทรัพย์สินของรัฐ เช่นขายรัฐวิสาหกิจที่ทำกำไร
    อันเป็นผลงานของนักธุรกิจคนนึงที่รวย เพราะได้โอกาสดีและเป็นนักเซ็งลี้อันชาญฉลาด
    (คนที่บริหารสโมสร ไม่ได้เพราะรักทีม แต่เพื่อโปรโมทตัวเอง พอเห็นกำไรดีก็ขาย)
    (ได้สัมประทานคลื่นโทรศัพท์มือถือ (สมัยโน้นใครมีคงจำกันได้ จ่ายค่าโทรเดือนละพันสองพัน มือถือเครื่องละสามหมื่น ทำไมค่าโทรมันถึงได้แพงขนาดนั้นก็ไม่รู้เนอะ ตอนนั้นคิดว่าขูดได้ก็ขูด แล้วตอนนี้จะมาทำดีไถ่โทษเหรอ)แล้วเป็นไง รวยคนเดียว คนในบริษัทมีใครรวยมั่งไหม กำไรขนาดนั้น)

    เปรียบเทียบเชื้อพระวงค์ทุกพระองค์ ที่ปฏิบัติกรณียกิจทุกวันไม่มีวันพัก
    กับนักการเมืองที่เข้าไปหลับในสภา มีหน้าที่แค่ตื่นมายกมือตามมติพรรค คิดเองยังไม่ได้เลย

    คนที่คิดตีตนเสมอท่าน ขอให้ออกไปสร้างประเทศใหม่ ตั้งตัวเองเป็นเจ้าแล้วทำให้ประเทศตัวเองยิ่งใหญ่กว่า
    (ผมแนะนำให้ซื้อเกาะซักเกาะนึงแล้วทำให้เจ๋งขนาดปีนังหรือสิงคโปร์)
    อย่ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา

    อย่าคิดว่าคนไทยโง่พอให้ปั่นหัวได้ทุกคน
    คนฉลาดอาจจะหลอกคนได้ถึงครึ่งประเทศ แต่ก็ไม่ตลอดไป คนพวกนั้นเขาจะคิดได้และเลิกให้การสนับสนุน
    เห็นชัดว่าคนกลุ่มนี้น้อยลงไปเรื่อยๆ แน่จริงลองยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ตอนนี้ดู
    (ผมไม่คิดว่าคนไทยส่วนนี้เป็นคนโง่ เพราะการถูกล้างสมอง พวกเชื้อชาติที่ถือว่าตัวเองเลิศเลอที่สุดในโลก อย่างเยอรมันยังโดนมาแล้ว โดยอัจฉริยะอย่างฮิตเลอร์)

    สรุปแล้ว
    ถ้าได้อ่านข้อมูลดิสเครดิตสถาบัน อย่าคิดว่ามาจากคนที่มีความเห็นเป็นกลาง เด็ดขาด
    คนที่ตีตนเสมอเจ้า มีคนเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
    อาจจะเริ่มจากมันทำสถิติตัดริบบิ้นชนะเจ้ากอแก้วมาแล้วก็เป็นได้)

    ความเห็นจาก momit — October 23, 2008 @ 6:17 pm

  74. ศรัทธาใครศรัทธามัน บังคับกันไม่ได้ บางคนชอบกินกระเทียมแต่บางคนกลับชอบกินหัวหอม เพียงแต่ ในแต่ละศรัทธาควรจะมีสิทธิของแต่ละกลุ่มชน ผู้คนต่างก็หลากหลายความคิด หลากหลายความรู้สึก ถ้าใครอยู่กลุ่มของใครก็ควรจะอยู่กลุ่มของตนเอง มิบังควรที่จะไปดูถูกและลบหลู่ในความศรัทธาของแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่ศรัทธาในระบบของศาสตร์กษัตย์พวกเขาทั้งหลายก็มีความสุขดีในสิ่งที่ได้เป็น หาใช่จะไปลบหลู่ความศรัทธาของกลุ่มชนที่ไม่เอาระบบกษัตย์ (นอกซะจากว่าพวกที่ไม่เอาระบบศาสตร์กษัตย์ไปดูถูกในความศรัทธาของเขาก่อน) ความเป็นกลางถ้าท่านไม่ลำเอียงไปทางใดทางหนึ่งท่านก็จะรู้จักกับความศรัทธาที่มีอยู่ในตรเองอย่างแน่นอน ศรัทธาด้วยใจมิใช่แค่ลำพังเพียงกาย ท่านมิบังควรที่จะไปลบหลู่หรือด่าทอผู้ที่คิดต่าง ก็เข้าใจอยู่ว่าประชาธิปไตยนั่นคือเสรีภาพในด้านความคิด ตราบใดที่ความคิดของท่านมิได้ไปเบียดเบียนผู้อื่นที่คิดต่าง นั่นก็ย่อมแสดงถึงว่าท่านรู้จักประชาธิปไตยดี เสรีภาพบางอย่างก็มีขอบเขตของมัน ไม่ละเว้นไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ใด
    การที่เรากำเนิดมาในแผ่นดินของความเป็นไทย เราอาศัยอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่คนหมู่มากมีกษัตย์เป็นประมุข เราก็ควรเคารพกฏในเสียงส่วนมากเพื่อความสันติสุขและร่มเย็น ไม่ลบหลู่และรังเกียจในสิ่งที่มนุษย์อีกกลุ่มเคารพและศรัทธา เพราะเราต่างคนก็ต่างเรียกขานตนเองว่ามนุษย์ ต่างคนก็ต่างมีความศรัทธาของตนอยู่ในใจ ท่านมิชอบมิเห็นด้วย ท่านก็มิควรไปดูถูกมนุษย์ที่คิดต่าง เพราะนั่นหาใช่วิธีที่อยู่ร่วมในสังคมไม่ ท่านกำเนิดและแฝงตนในดินแดนที่มีระบอบศรัทธาศาตาร์กษัตย์ ท่านก็ควรเคารพในสิทธิเสรีของคนหมู่มาก ท่านไม่เอาไม่ศรัทธา ท่านก็ควรสงบและเลี่ยงการเสวนาที่ดูหมิ่นและเหยียดหยามความศรัทธาของผู้อื่น ถ้าหากว่าท่านไม่หยุดกระทำการเหยียดหยาม ข้าพเจ้าเชื่อว่า นั่นย่อมคือที่มาของความหายนะและสงครามที่เลี่ยงมิได้โดยสิ้นเชิง สงครามระหว่างการต่อต้านและผู้ศรัทธา เมื่อเกิดก็ยากนักที่จะหยุด แต่ที่น่าสงสารและเห็นใจ นั่นก็คือโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่ เพราะเมื่อสงครามเกิดโลกก็จักถูกทำลายล้างไปตามวิถีของพวกท่าน โดยที่ท่านมิได้นึกและคิดที่จะปกป้องโลกใบนี้แด่เพื่อนมนุษย์และคนหมู่มาก นอกซะจากว่าจะทำลายล้างจนมิสามารถหลีกเลี่ยงความหายนะที่กำลังจะเกิดในวันข้างหน้า ก็เพราะกำเนิดมาจากพวกท่านที่คิดต่าง จนมิได้คำนึงถึงอีกชีวิต..
    แต่ละมนุษย์มีความต่าง แต่ถ้าเราเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน เราก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ … หยุดดูถูก หยุดลบหลู่ในสิ่งที่ผู้อื่นเคารพ สุดท้ายท่านจะได้พบกับประชาธิปไตยที่แท้จริง…
    ท้ายสุด ข้าพเจ้ามิได้ลบหลู่ความศรัทธาของผู้ใด ใครจะคิดยังไง จะอยู่แบบไหนมันก็คือสิทธิเสรีภาพของต่างบุคคล เมื่อมีคนอยู่กฏหมายก็มีเกิด อยู่ในคนหมู่มากก็ควรเคารพกฏของสังคมคนหมู่มาก ท่านไม่อยากเคารพท่านก็มิควรไปเหยียดหยามและดูหมิ่น ข้าพเจ้าเคารพกฏเกณฑ์ของคนหมู่มาก และที่สำคัญ ข้าพเจ้าเคารพกฏเกณฑ์ที่ว่าด้วยธรรมชาติ เพราะข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า เมื่อมีธรรมชาติ เราผู้ขานตนเองว่ามนุษย์ก็ยังยั้งชีพอยู่ได้
    ถ้าท่านอยู่ในสังคมที่ปกครองด้วยระบอบศาสตร์กษัตย์มิได้ ท่านก็ควรทำใจ.

    ศรัทธาตนบนทางสายกลาง มิเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลก นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

    ความเห็นจาก ศรัทธาใครศรัทธามัน — October 23, 2008 @ 9:26 pm

  75. หาซื้ออ่านได้ยากจัง จำได้ว่าเคยฟลุคเจองานสัปดาห์หนังสือของมหาลัย แต่ตามหาหลายก็ไม่เจอ อยากอ่านเล่มใหม่มากๆ

    ความเห็นจาก +_= — October 23, 2008 @ 10:02 pm

  76. เรื่องภาษีนี่ผมขอเถียงคุณหันตราเต็มที่
    สถาบันกษัตริย์ของไทยนั้น เสียภาษีครับ เสียเหมือนประชาชนทุกคน
    ลองตรวจสอบดูได้ จากกรมสรรพากร ท่านเสียปีหนึ่งๆอาจจะไม่มากเท่าทักษิณ
    แต่ก็หลายล้านบาทอยู่
    เพราะท่านไม่ได้มีพระราชทรัพย์จำนวนมากมากนัก
    แต่แม้กระนั้นท่านก็ทรงเจียนประทานให้ครอบครัวน้องโบว์ ถึง 1 แสนบาท
    และคนอื่นๆ อีกคนละ 1 แสน เนื่องจากทรงมีพระเมตตาแก่ผู้สละชีพเพื่อชาติ
    เรื่องที่วารสารฟอร์บจัดอันดับอะไรนั่น ผมค่อนข้างแน่ใจว่า
    มีการให้เงินจากทักษิณ มายังบก.ฟอร์บ เพื่อทำลายสถาบันครับ

    ความเห็นจาก จักกะตู๊ด — October 24, 2008 @ 6:56 am

  77. เว็บนี้ ก็ลิ่วล้อ ทักษิณ เชื่อเหอะ

    กระทู้ มีแต่โจมตีสถาบัน

    ไม่มีข้อมูลรอบด้าน

    ไม่เคยแตะ ไม่เคยวิพากวิจารณ์รัฐบาล

    ไม่ให้ราคาเว็บนี้หรอก…

    :-(

    ความเห็นจาก :-( — October 24, 2008 @ 8:48 am

  78. อีเพ็ญ คุก รอคุณอยู่นะ
    ปากดี อย่าหนีนะ

    ความเห็นจาก เกลียดตุ๊ด — October 24, 2008 @ 9:37 am

  79. พวกกูกำลังตั้งทีมสังหารคอยเด็ดหัวพวกมึงทีละตัวคอยดู

    ความเห็นจาก คนละฟ้ากับมึง — October 24, 2008 @ 10:04 am

  80. พอสมเด็จพระนเรศวรทรงทราบว่าเริ่มเกิดความระส่ำระส่ายในกองทัพข้าศึก เห็นได้เป็นโอกาสซ้ำเติมก็ใช้ทองทัพม้านำเสด็จออกจู่โจมปล้นค่ายข้าศึกซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่ต่างๆ แบบไม่ให้รู้ตัวทั้งกลางวันและกลางคืนให้ยิ่งปั่นป่วนมากขึ้นไปอีก โดยเมื่อเดือน 3 แรม 10 ค่ำ เวลา ตี5 เสด็จออกปล้นค่ายพระยานครที่ปากน้ำพุทธเลา ซึ่งจากการข่าวทราบว่าเป็นกองทัพที่อ่อนกว่าทุกกองจนทัพข้าศึกแตกหนีไปยึดได้ค่ายพระยานครจากนั้นก็เผาค่ายข้าศึกเสียแล้วเสด็จกลับคืนเข้าพระนคร

    ความเห็นจาก ลูกหลานรุ่นหลังของพระองค์ดำ — October 24, 2008 @ 11:07 am

  81. นิทานเรื่องลูกทรพี (ภาค 2)
    ยังมีครอบครัว ๆ หนึ่งทั้งผัวเมียเปิดคนขยันขันแข็งเข้าป่าถากถางที่ป่า เปิดเป็นไร่นา สองสามีทำงานด้วยความอุตสาหะ ได้ที่ป่าเป็นนา สวน ไร ปี่ละ2-3ไรไปเรือย ๆ………..10ปีต่อมา ผัวเริ่มชราเมียเริ่มเรี่ยวแรงถดถอยก็ได้กำลังจากลูกทั้งหญิงและชายสืบสานงานต่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยพ่อและแม่ทำไร่ไถนาเพิ่มผลผลิตไปเรื่อย ๆจนได้ที่นามากมายข้าวปลาอาหารเต็มยุ้งฉางพ่อและแม่จึงแบ่งปันที่นาเหล่านั้นให้ลูกไปทำมาหาเลี้ยงชีพ ด้วยความกตัญญของลูก ๆ จึงได้มอบข้าวปลาอาหารให้พ่อในทุก ๆ ปีบางคนก็ให้เงิน บางคนก็ให้ข้าวปลาอาหาร ลูก ๆ รักและเทิดทูนพ่อดุจดวงใจของตัวเอง เมื่อใดพ่อหรือแม่ไปมาหาสู่ก็ได้รับความรักความเอาใจใส่เสมอมา

    ครอบครัวใหญ่ครอบครัวนี้ ยังมีลูกคนเล็กอีกคนหนึ่ง ที่เกิดมาไม่ทนยุคบุกเบิก ที่พ่อแม่พี่น้องเอาหยาดเหงื่อและแรงกายทำงานเลี้ยงดูมาจนโต และได้ส่งเสียให้ไปเรียนเมืองนอก ด้วยความฉลาดปลาดเปลืองจึงจมมาด้วยเกียริ์ตินิยมด็อกเตอร์ เมื่อกลับมาสู่บ้านเมือง จิตใจจึงมักใหญ่ไฝ่สูงเห็นผิดเป็นชอบ ออกชักชวนญาติพี่น้องในยุคหลังเข้าเป็นพวก กล่าวหาว่าพ่อและแม่เป็นต้นเหตแห่งการพัฒนาบ้านเมือง เพราะครอบครองสมบัติไว้มากมายไม่กระจายรายได้ให้เท่าเทียมกัน จนกระทั่งชักชวนเพื่อนหมู่บ้านอื่นให้เข้ามาแย่งชิง ดำเนินการทั้งภายนอกภายในให้ขาดสามัคคี จนกระทั่งพี่ๆ รุ่นก่อนรวมตัวกันปรึกษาโทษ น้องเล็กอยู่ไม่ได้ต้องหนีออกไป แต่ไปแล้วไม่ไปลับมันจ้องที่จะหวนกลับมาแก้แค้นอยู่ทุกขณะ ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะโกงทรัพย์

    นิทานเรื่องนี้ เปรียบได้กับ ทักษิณเกิดมาในยุคที่บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไฝ่สูงจนอยากที่จะได้สมบัติของพระราชา โดยที่ไม่เคยที่จะคิดเลยว่า แผ่นดินนี้เป็นของใคร ใครหามา ใครได้แบ่งปันออกไป เมื่อแบ่งปันออกไปก็ยังสอดส่องดูและนำ ดูแลฝนสร้างอ่างสร้างเขื่อนให้ลูกๆ ได้ทำกิน แต่ไอ้ลูกเนรคุณเช่นทักษิณมันไม่คิดที่จะทำนาหาเลี้ยงชีพ แต่มันใจร้อนคิดเป็นเจ้าเข้าครองเสียเอง คิดกำจัดบิดามารดา และพี่รุ่นโตที่ขวางทางตนไว้

    จึงเปรียนทักษิณได้ดังลูกทรพี ที่คิดวัดรอยเท้าพ่อเรื่อยมา อย่าได้กลับมาอีกเลยลูกทรพี จงไปอยู่และตายเสียบนแผ่นดินอื่นเสียเถิด แผ่นดินไทยไม่ต้องการท่านแล้ว และและพวกท่านคือตระกูลชั่ว พวกเราไม่ต้องการ

    ความเห็นจาก ลูกหลานรุ่นหลังของพระองค์ดำ — October 24, 2008 @ 11:41 am

  82. พระปิยมหาราช
    การทหาร และการป้องกันประเทศ
    ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เป็นช่วงที่บ้านเมืองอยู่ใน ภาวะอัตตรายจากภัยคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก พระองค์จึงต้องดำเนิน พระบรม ราโชบาทด้วยพระปรีชาญาณอันสุขุมคัมภีรภาพ ด้วยการปรับปรุงประเทศ เป็บแบบสมัยใหม่ หลังจากเสด็จกลับจากสิงคโปร์และปัตตาเวีย ในปีพุทธศักราช ๒๔๑๕ ทรงนำแบบอย่าง การทหารที่ชาวยุโรปวางรูปแบบไว้ในประเทศเหล่านั้น มาแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมใช้กับ ประเทศไทย เช่น การจัดแบ่งหน่วยทหารในกองทัพ เป็น ทหารบ และทหารเรือ ปรับปรุง อาวุธ ยุทโธปกรณ์ในกองทัพ ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้รวมการบังคับบัญชาทหารบก ทหารเรือ เป็นกรมยุทธนาธิการ ซึ่งต่อมาคือ กระทรวงกลาโหม นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พระราชบัญญัติ ลักษณะเกณฑ์ทหารขึ้น ในพุทธศักราช ๒๔๔๘ มีการจัดตั้งกรมเสนาธิการ ทหารบกเป็นครั้งแรก พระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยทหารบก และโรงเรียนนายเรือ การจัดซื้อและสร้างเรือรบ ตลอดจนทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาวิชาทหาร ณ ทวีป

    ความเห็นจาก รักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ — October 24, 2008 @ 1:13 pm

  83. นายกรัฐมนตรีสมัยแรก

    พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร บนปกนิตยสารไทม์ในช่วงแรกที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ป.ป.ช.ได้มีมติว่า บัญชีทรัพย์สินที่แจ้งเป็นเท็จ [2] ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิด ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติพิพากษา ด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 7 ให้ยกคำร้องดังกล่าว ในจำนวนเสียงข้างมากนี้ มี 4 ท่านมีความเห็นว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ไม่ถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใต้ข้อบังคับดังกล่าว [3]

    นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน จากตำแหน่งทางการเมือง อาจเอื้อผลประโยชน์ต่อธุรกิจของครอบครัว โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีของ ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี นายกรัฐมนตรีของอิตาลี

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 1:21 pm

  84. ต่อมาเมื่อ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากร เกียรติวงศ์ทรงได้รับพระราชทาน เลื่อน พระอิสริยยศ ขึ้นจนถึง นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
    พระองค์ท่านได้ทรงพระอุตสาหะวิระยะ อย่างแรงกล้าที่จะให้คนไทย มีความรู้ความสามารถในกิจการ
    ทหารเรือ เพื่อเข้ารับราชการ แทนชาวต่างประเทศ สมตามพระราชประสงค์ของ พระราชบิดาได้โดย สมบูรณ์และ ด้วยพระเกียรติคุณของพระองค์ ท่านที่ได้ทรงบากบั่นก่อสร้าง กองทัพเรือไทยให้ แข็งแกร่งขึ้นนี้ จึงเป็นการสมควร อย่างยิ่งที่พระองค์ท่าน ได้รับการขนานนาม จากกองทัพเรือใน รัชกาลปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ ว่า “พระบิดาขอ่งกาองทัพเรือไทย”
    เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ (ร.ศ.๑๑๗) ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนนายเรือขึ้นเป็นครั้งแรก ในสมัย ต่อมาเรียกว่า “โรงเรียนนายทหารเรือ”โดยมีความมุ่งหมายว่าผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนี้แล้วย่อมจะได้รับพระราชทานยศ

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 1:33 pm

  85. ต่อมา ในปี พ.ศ. 2546 ได้มีนโยบายทำสงครามปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างรุนแรง ระยะเวลา 3 เดือน และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการฆ่าตัดตอนผู้กระทำความผิด เพื่อไม่ให้สืบสวนไปถึงผู้บงการรายใหญ่ และยังเป็นการตัดตอนกระบวนการยุติธรรม โดยไม่ให้โอกาสผู้กระทำความผิดได้พิสูจน์ตัวเองในศาล ทั้งยังเห็นว่า มีผู้ถูกวิสามัญฆาตกรรมจำนวนหนึ่ง ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 1:36 pm

  86. มันสมควรมั้ยที่นำ พระบรมฉายาลักษณ์ มากระทำในลักษณะที่ให้เสมือนเข้าใจว่าคล้ายแผ่นที่อะ

    ความเห็นจาก รักชาติ — October 24, 2008 @ 1:41 pm

  87. นอกจากนี้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ก็มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มักใช้อำนาจสนับสนุนหรือเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติและบุคคลใกล้ชิด เช่น การสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งสำคัญ อย่างการผลักดันให้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ให้ได้รับตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในเวลาต่อมา รวมถึง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นพี่ชายของคุณหญิงพจมาน รวมถึงการใช้อำนาจต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มชินคอร์ป เช่น ลดค่าภาษีสัมปทานโทรคมนาคม ให้กับบริษัทเอไอเอส ลดค่าสัมปทานเช่าคลื่นความถี่ ให้กับบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 1:48 pm

  88. พระปิยมหาราช

    ด้านเศรษฐกิจและการคลัง
    ทรงจัด ระเบียบเศรษฐกิจ ในรูปแบบใหม่ คือ ปรับปรุงการ เก็บภาษีอากร ให้รัดกุม ยิ่งขึ้น ในพุทธศักราช ๒๔๑๖ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง หอรัษฏากรพิพัฒน์ เพื่อเก็บรายได้ของ แผ่นดิน มารวมไว้แห่งเดียวกัน ซึ่งต่อมายกฐานะขึ้นเป็นกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และทรง กำหนด พิกัดอักตราในการเก็บภาษีอากรใหม่ให้เสมอภาคกัน ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้มากกว่าเดิม
    ในพุทธศักราช ๒๔๓๙ ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน ขึ้นเป็น ครั้งแรก ที่สำคัญคือทรงให้แยกเงินแผ่นดิน และ เงินส่วนพระองค์ ออกจากกัน โดยเด็ดขาด และ ในรัชกาลนี้การค้าขาย ขยายตัวกว้างขวางกว่าเดิม มีการทำ สนธิสัญญา ทางพระราช ไมตรี ระหว่างประเทศ ทรงปรับปรุง หน่วยเงินปลีก โดยโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกเงิน เฟื้อง เสี้ยว อัฐ และ โสฬส เปลี่ยนมาใช้ อัตรา ทศนิยม แทน สิ่งสำคัญ อีกประการหนึ่งคือ การจัดตั้ง ธนาคาร ขึ้นเป็นครั้งแรก คือ สยามกัมมาจล (ธนาคารไทย พาณิชย์ในปัจจุบัน) ผลจากการที่ พระองค์ทรงทำนุ บำรุงและปรับปรุง เศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ทำให้ประเทศ มีรายได้มากขึ้น สามารถนำมาใช้จ่าย ในการพัฒนาประเทศ อย่างได้ผล

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 1:53 pm

  89. ทักษิณ

    ทุนการศึกษาให้นักเรียนต่างจังหวัด มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ โดยใช้รายได้จากการจำหน่ายสลากเลขท้าย 3 ตัวและ 2 ตัววันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาล ในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก โดยทั้งสองเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีบุตรธิดาทั้งสามรออยู่แล้ว[21][22]

    ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายจับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และคุณหญิง จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาทและตั้งสินบนนำจับทันที[21] [23][24][25] โดยคดีของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ จะมีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ส่วนคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561[24]

    อื่น ๆ

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 2:09 pm

  90. คมนาคม สื่อสาร สาธารณูปโภค และสาธารณสุข

    ตึกที่ทำการไปรษณีย์สมัย ร.๕ บุรุษไปรษณีย์ และตู้ไปรษณีย์
    การคมนาคมและการสื่อสาร พระองค์มีพระราชดำริว่าการคมนาคม เป็นหัวใจสำคัญ ของการพัฒนาประเทศ จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการคมนาคมและการสื่อสารที่สำคัญ ๆ จึ้นหลายอย่าง คือ การรถไฟ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างทางรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ และ นครราชสีมาขึ้นในพุทธศักราช ๒๔๓๓ ต่อมา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างทางรถไฟสายอื่น ๆ อีกเช่น สายกรุงเทพฯ – เพชรบุรี และ กรุงเทพฯ – ฉะเชิงเทรา เป็นต้น การตัดถนน โปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนขึ้นหลายสาย เช่น ถนนราชดำเนิน ถนนเยาวราช ถนนอุษากรรณ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานเชื่อมถนนข้ามคลองที่สำคัญ เช่น สะพานผ่านพิภพลีลา สะพานผ่านฟ้าลีลาศได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างสะพานเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นประจำทุกปีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เริ่มตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๓๘ เป็นต้นมา โดยพระราชทาน นามสะพานขึ้นต้นด้วยคำว่า “เฉลิม” และตัวเลขต่อท้ายระบุ พระชนมพรรษา ในปีที่ทรงสร้าง รวมทั้งหมด ๑๗ สะพาน เช่น สะพานเฉลิมศรี ๔๒ สะพานเฉลิมศักดิ์ ๔๓ สะพานเฉลิมเกียรติ์ ๔๔ สะพานเฉลิมโลก ๕๕ ฯลฯ และสุดท้ายคือ สะพานเฉลิมวรรค์ ๕๘ นอกจากนั้นยัง โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลอง ขึ้นใหม่ และขุดลอกคลองเก่าเพื่อสะดวกในการสัญจรและการขนส่ง รวมทั้งประโยชน์ ในด้าน เกษตรกรรม และ การคมนาคม เช่น คลองรังสิต คลองทวีวัฒนา คลองเปรมประชากร คลองนครเนื่องเขต คลองประเวศบุรีรมย์ เป็นต้น
    ปีพุทธศักราช ๒๔๑๑ โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างและดำเนินการโทรเลขขึ้น โทรเลข สายแรกในประเทศไทย คือ สายกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ ถึงปีพุทธศักราช ๒๔๔๑ จัดตั้ง กรมไปรษณีย์โทรเลข ซึ่งเป็นการรวบรวม กรมโทรเลขและการไปรษณีย์ เข้าด้วยกัน
    การสาธารณูปโภคและสาธารณสุข พระองค์มีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการ สาธารณูปโภคและสาธารณสุข เพื่อให้ราษฎรมีสุขภาพ อนามัยที่ดี จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พระราชกำหนดสุขาภิบาล เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๐ เรียกว่า พระราชกำหนด สุขาภิบาล กรุงเทพฯ ร.ศ.๑๑๖ และต่อมาเกิด สุขาภิบาลหัวเมือง เป็น แห่งแรก ที่ตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากนี้ยัง ทรงตราพระราชบัญญัติ และกฎหมายอื่น ๆ อีกหลายฉบับ เพื่อสุขภาพ อนามัยที่ดี ของประชาชน เช่น พระราชบัญญัติ สำหรับตรวจ ป้องกันโรคสัตว์-พาหนะ ร.ศ.๑๑๙ พระราช บัญญัติ ป้องกันสัญจรโรค ร.ศ.๑๒๗ ฯลฯ

    สถานีรถไฟหัวลำโพง ร.๕ ทรงวางทางรถไฟ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา
    นอกจากนี้ยังทรงสนับสนุนกิจการโรงพยาบาล ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๑ กำเนิด โรงพยาบาลศิริราช ปีพุทธศักราช ๒๔๓๒ โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง โรงเรียนสอน วิชาแพทย์ แผนใหม่ที่ศิริราชพยาบาล ปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ ตั้งโรงเรียนราชแพทยาลัย อนึ่ง ในปี พุทธศักราช ๒๔๓๖ เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ มีการสู้รบ ระหว่างไทย กับ ฝรั่งเศส ในดินแดน ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มีทหารไทย บาดเจ็บ ล้มตายเป็น จำนวนมาก โดยไม่มี การรักษา พยาบาลเท่าที่ควร จึงทรงมีพระบรม ราชานุญาตให ้สมเด็จพระศรี พัชรินทราบรม ราชินีนาถ จัดตั้งสภา อุณาโลมแดง ปัจจุบันคือ สภากาชาดไทย ตามความริเริ่ม ของท่านผู้หญิง เปลี่ยน ภาสกรวงศ์ โดยสมเด็จ พระนางเจ้า สว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เป็นสภาชนนี และ พระนางเจ้า เสาวภา ผ่องศรี พระราชเทวี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงเป็นสภาพ นายิกา

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 2:33 pm

  91. การขายหุ้น กลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
    ดูบทความหลักที่ กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป
    วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2549 ระหว่างการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี สมัยที่สอง ของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ตระกูลชินวัตร และ ดามาพงศ์ ได้ขายหุ้นที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด ใน บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้แก่ บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จำกัด (พีทีอี) ซึ่งเป็น กองทุนเพื่อการลงทุน ของ รัฐบาลสิงคโปร์ จำนวน 1,487,740,000 หุ้น (หนึ่งพันสี่ร้อยแปดสิบเจ็ดล้านเจ็ดแสนสี่หมื่นหุ้น) (คิดเป็น 49.595% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) มูลค่าหุ้นละ 49.25 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 73,271,200,910 บาท (เจ็ดหมื่นสามพันสองร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านสองแสนเก้าร้อยสิบบาทถ้วน) ซึ่งถือเป็น การขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยที่ได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการขายหุ้นเพียงไม่กี่วันก่อนหน้า และการที่ไม่ต้องเสียภาษีรายได้จากผลกำไรในการขายหุ้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมไทย (ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มเบญจรงคกุล ก็ได้ขายหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ให้แก่ กลุ่มเทเลนอร์ ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ยิ่งกว่าการขายหุ้นชินคอร์ป เนื่องจากขณะนั้นยังมิได้ประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว) โดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชี้แจงว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นจุดที่ทำให้ กระแสการขับไล่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ออกจาก นายกรัฐมนตรี ขยายตัวออกไปในวงกว้าง

    ความเห็นจาก เสาธงไทย — October 24, 2008 @ 2:40 pm

  92. ภริยาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรถูกตัดสินมีการกระทําที่ฝ่าฝืนกฎหมายระบบภาษี

    ——————————————————————————–

    cri
    เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลอาญาไทยตัดสินว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฏหมายระบบภาษี จึงตัดสินให้จำคุก 3 ปี ซึ่งเป็นการตัดสินคดีแรกในการฟ้องร้องหลายคดีที่เจาะจงต่อพ.ต.ท.ทักษิญ ชินวัตรและครอบครัว การตัดสินดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า การฟ้องร้องหลายดคีที่เจาะจงต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรตลอดจนครอบครัวอาจจะพัฒนาไปสู่ทิศทางที่ไม่เป็นผลดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

    ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ศาลฎีกาไทยตกลงประทับรับฟ้องคดีทุจริตคอรัปชั่นและการใช้อํานาจหน้าที่พรํ่าเพรื่อของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอีกคดีหนึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐหรือค.ต.ส.ฟ้องว่าเมื่อปี 2004 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ใช้อํานาจของตน สั่งการให้ธนาคารเพื่อการนําเข้าและส่งออกไทยเพิ่มวงเงินกู้ดอกเบี้ยตํ่าที่ให้พม่าจากจํานวน 3,000 ล้านบาทเป็น 4,000 ล้านบาท ส่วนพม่าก็สั่งซื้อบริการดาวเทียมและสั่งจองอุปกรณ์ดาวเทียมจากบริษัทดาวเทียมของตระกูลชินวัตร ซึ่งเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรยังถูกฟ้องด้วยคดีซื้อที่ดิน คดีแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อแสวงผลประโยชน์ส่วนตัว ตลอดจนคดีล็อตเตอรี่

    คดีทุจริตคอรัปชั่นของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นระหว่างปี 2001-2006 ที่เขาดํารงตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นนักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น เขาใช้แนวคิดธุรกิจบริหารประเทศชาติ แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มชินวัตรที่เปลี่ยนมือเป็นของคุณหญิงพจมาน ชิันวัตรได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทรัพย์ิสินของตระกูลชินวัตรเพิ่มขึ้นอย่างมาก คําวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”ใช้อํานาจของตนแสวงหาผลประโยชนส่วนตัว”จึงมีมานานแล้ว

    เนื่องจากรัฐบาลสมัครมุ่งที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมนี้เป็นต้นมา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ประกอบด้วยกลุ่มและประชาชนที่ต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรชุมนุมกันตามท้องถนนประท้วงอีกครั้ง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยก่อการเคลื่อนไหวประท้วงตามท้องถนนครั้งใหญ่เมื่อปี 2006 ในที่สุดก่อให้เกิดรัฐประหารโดยทหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจึงต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่า รัฐบาลสมัครมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรบัญชาการอยู่เบื้องหลัง แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรหลุดพ้นจากการตัดสินทางอาญาให้ได้ ฉะนั้น พวกเขาเห็นว่าต้องให้นายสมัคร สุนทรเวช”ตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”ออกจากตําแหน่ง จนถึงขณะนี้ การชุมนุมตามท้องถนนครั้งนี้ต่อเนื่องกันมากว่าสองเดือนแล้ว

    ส่วนในรัฐสภา รัฐบาลสมัครก็ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากพรรคฝ่ายค้าน ในช่วงเกิดกรณีพิพาทชายแดนเขาพระวิหารซึ่งเป็นชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา พรรคฝ่ายค้านเคยเจาะจงต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเห็นว่ารัฐบาลลงนามในเอกสารที่สนับสนุนกัมพูชายื่นเสนอปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น ผู้อยู่เบื้องหลังก็คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกับรัฐบาลกัมพูชาที่มีการติดต่อค้าขายกัน

    การตัดสินว่าคุณหญิงพจมาน ชิันวัตรมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฏหมายระบบภาษี จะเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ(Abhisit Vejjajiva)หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไทยกล่าวในวันเดียวกันว่า การตัดสินคดีคุณหญิงพจมาน ชินวัตรไม่ใช่ชัยชนะของระบอบประชาธิปไตย เป็นเพียงการแสดงให้เห็นถึงความเที่ยงธรรมของระบบสังคม สื่อมวลชนเห็นว่า ระหว่างกระบวนการตรวจสอบคดีเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในช่วงจากนี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรต้องปฏิบัติต่ออย่างระมัดระวัง หาไม่แล้วอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้อาจจะถึงขั้นต้องจําคุก

    (dai/zheng)

    ความเห็นจาก เรารักพระเจ้าอยู่หัว — October 24, 2008 @ 3:17 pm

  93. คุณกระเทยหันตรา ระวังฟ้าผ่าลงกะบาลนะ

    ความเห็นจาก อหันตรา — October 24, 2008 @ 10:35 pm

  94. แหม่….

    หายไปหลายวัน มันมากันอีกแล้วนะค่ะ พวกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ…

    แต่ก็อย่างนี้ละค่ะ พวกม็อบเต็มเงินทั้งนั้นละค่ะ ไม่ต้องสงสัย พวกนี้มีเงินมาเมื่อไหร มันพร้อมทำได้ทุกอย่างแบบไม่ต้องคิดค่ะ เพราะพวกนี้หามีสมองในหัวไม่ พวกเราพูดไปก็สองไพเบี้ยค่ะ

    แต่…..พวกเราก็ใช่ว่าจะท้อนะค่ะ….รู้สึกสนุกดีและสนุก ได้ออกมาด่าพวกหงสาพม่าเสื้อแดง พวกม็อบเติมเงิน ม็อบรับจ้างทั้งหลายที่ปากบอกว่าต้องการเป็นประชาธิปไตยแต่เดินตามก้นนักโทษชายทักษิณ…ดีค่ะด่ากันให้มันส์กันไปข้าง…ดูจิว่าเราข้าแผ่นดินนี้ ก็ด่าพวกกบฎแผ่นดินเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่พวกเอ็งด่าเป็นอยู่ฝ่ายเดียว

    ที่น่าสังเกตุนะค่ะ พวกกบฎที่ชอบใส่ความพระราชวงศ์ว่า…ทรงไม่ดีอย่างนู้น ทรงไม่ดีอย่างนี้ ….แต่ไม่เคยคิดไปเลยว่าใครค่ะ ที่นั่งบริหารประเทศจนล่มจมกันมาหลายรอบ ถ้าไม่ใช่พวกนักการเมืองที่โกงกินทั้งหลายที่เดินกันมั่วไปหมดในสภา

    พระองค์เองก็ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในส่วนของพระองค์เอง โครงการขอพระองค์เองเพื่อประชาชนที่รักพระองค์ ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับพวกรัฐบาลเล้ยยย มีแต่พวกรัฐบาลหาเรื่องมาใส่พระองค์ท่าน

    รัฐบาลล่ะค่ะ ทำไรบ้างค่ะ นอกจากโปรยเงินเป็นอย่างเดียว… ยิ่งทำให้คนอ่อนแอ…สมองไม่พัฒนากันพอดี

    สะใจดีค่ะ…ออกมากันเยอะๆนะค่ะ พวกกบฎต่อแผ่นดิน

    ความเห็นจาก เกลียดม็อบเติมเงิน — October 25, 2008 @ 12:26 am

  95. เราเป็นคนไทย แต่อยู่อเมริกาเป็นซิติเซ่นเราไม่เคยลืมรากเง้าของ

    ตัวเอง ไม่เคยลืมแผ่นดินเกิดเรารักพระมหากษัตริ์ของเราทุกพระองค์

    การที่พวกคุณทำการจวบจ้วงอยู่ทุกวันนี้เราเป็นคนไทยคนหนึ่งละที่

    ขอสาบานว่าเจอพวกคุณที่ไหนก็ตามเราจะจัดการทันที เรารู้ว่าคุณ

    เป็นใครกันบ้างรายชื่อพวกคุณเราจะจดจำไว้

    ความเห็นจาก konthai usa. — October 25, 2008 @ 6:14 am

  96. มันก็ชั่วกัน….ทั้งสองฝ่าย…..แหละครับ
    ทั้งทักษิณ….ทั้งพันธมิตร………..
    มันหลอกให้คนไทยตีกันเอง………..

    …..แล้วสุดท้ายมันก็แบ่งผลประโยชน์กัน….บนกองเลือดคนไทย

    ตอนจบไม่บอกก็รู้….ไม่มีฝ่ายใหนถูกกำจัดออกไปได้จริงๆ จังๆ

    สุดท้ายไม่มีแพ้ ไม่มีชนะ……มีแต่ฮั๊วะ……ขอขำให้กับชาวไทย

    ทายซิ….ใครได้ประโยชน์สูงสุด….โดยไม่ต้องออกแรง

    ความเห็นจาก redwing — October 25, 2008 @ 2:46 pm

  97. คุณหันตรา

    หากคุณศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองในสมัยนายทักษิณเป็นนายกฯ คุณก็คงมองเห็นแล้วว่า ประชาธิปไตยแบบทักษิณที่ชอบอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งนั้น ได้กอบโกยทรัพยากรของชาติ ภาษีที่พวกฉันเสียให้รัฐ เพื่อเป็นผลประโยชน์ของตัวเองและ cronies มากเท่าไหร่

    ขอให้คุณศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองด้วยใจที่เที่ยงธรรม ด้วยหิริโอตัปปะ ไม่ใช่เต็มไปด้วยอคติด้วยความหลงไหลในเศษเงินที่นายทักษิณ & cronies กอบโกยมาจากประเทศชาติ โยนมาให้ แล้วคุณและครอบครัวของคุณจะได้เจริญรุ่งเรือง และอย่าลืมนะ ๑ ในมงคล ๓๘ ประการ คือการไม่เสวนากับคนพาล

    ความเห็นจาก หนูนา — October 25, 2008 @ 4:43 pm

  98. ขออนุญาตเพิ่มข้อมูล คห. ที่ ๘๕ นะคะ

    ที่มีกรณีวิสามัญฆาตกรรมกันมากมายก็เพราะว่า ผูค้ายาเสพติดรายใหญ่ก็คือคนในแวดวงของนายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นนายยงยุทธ แกนนำพรรค พปช. นายพายัพ น้องนายทักษิณ นายสุชาติ สส. ปากเกร็ด ฯลฯ

    นโยบายทำสงครามกับยาเสพติดสมัยนายทักษิณก็คือ กำจัดผู้ค้าอื่นๆ ที่ไม่ช่พวกของทักษิณ เพื่อให้พวกทักษิณค้าเพียงผู้เดียว

    ทักษิณตอนที่ยังเป็นตำรวจก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดีนัก สมัยนั้นก็อาศัยตำแหน่งของพ่อตา นายเสมอ ดามาพงศ์ ค้าของเถือน

    อันที่จริงว่าไปแล้ว ทักษิณกับพจมาน ก็เป็นเรื่องของฝนตกขี้หมไหล คนอะไรมาพบกันนั่นเอง ไม่เชื่อลองไปศึกษาประวัติของคนในตระกูลดามาพงศ์ดูสิ

    ความเห็นจาก หนูนา — October 25, 2008 @ 5:03 pm

  99. ถึงคนชื่อหันตรา…หันตราใช้ชื่อนี้ไม่กลัวชาวหันตราในปัจจุบันด่าเอาหรือ ในสมัยสมเด็จพระองค์ดำ ทุ่งหันตราคือทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์ พระนเรศวรต้องยกกำลังไปคุ้มครองให้พ้นจากพม่า ไม่กลัวชาวกำแพงเพชรด่าแม่หรือที่ใช้ชื่อหันตรา คนกำแพงเพชรเขาเป็นคนดี และมีเกียรติประวัติการต่อสู้เพื่อเอกราชนะ แต่ความคิดของนาย เลวยิ่งกว่าพม่า เพราะพม่าเขาก็รักเจ้า แต่ที่ไม่มีเจ้าเพราะไอ้พวกอังกฤษเอาเจ้าของเขาไปคุมขังและปกครองพม่าโดยไม่ให้มีเจ้า นายต้องการอย่างนั้นหรือ ประเทศจีนก็เคยมีเจ้าแต่ไอ้พวกฝรั่งเศสเป็นตัวการอีกนั่นแหละ อังกฤาเองก็มีเจ้า ส่งทหารไปบุกเบิกอเมริกา จนได้อเมริกา แต่มันไม่เอาเจ้า ไอ้พวกนี้ทรยศทั้งนั้น เลิกใช่คำว่าหันตราซะ ใช้ตำว่าลูกแม้ว หลานแม้ว หรือลูกเหลี่ยมก็ได้ อย่างไงท่านก็ไม่ได้เป็นเจ้า เป็นขี้ข้านายเหลี่ยมเหมือนเดิม

    ความเห็นจาก ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยคือในหลวง — October 25, 2008 @ 5:25 pm

  100. นายเหลียมเขาชอบอยู่กับคนชั่ว ชอบใช้คนชั่ว รู้ว่าใครชั่ว ใครมีชนักปักหลัง นายเหลี่ยมจะติดต่อด้วยทันที เช่นพลตรีคนดัง นายคงรู้จัก ไอ้เสธ.คนดังนายทหารใหญ่คนนี้ มันเป็นนักเลงใหญ๋ มีเรื่องกับนายตำรวจใหญ่หลายคนด้วยกัน แต่ปัจจุบัน มันไปฝึกไอ้พวก นปก. ไปเป็นพวกเสื้อแดงไปแล้ว เพราะว่าถ้าทำงานให้ไอ้เหลี่ยมสำเร็จ จะล้มคดีที่มีมากมายให้ และจะเสพสุขด้วยกัน ………….ไอ้กำนันเปาะอีกคน ลูกชายของมันไม่สามารถตีตัวออกห่างจากการร่วมรัฐบาลได้ เพราะถ้าสนธยาแยกตัว มันก็จะตัดสินลงโทษกำนันเปาะ ไอ้แม้วไม่เคยชุบเลี้ยงหรือรู้คุณใครอย่างจริงใจหรอก ดูอย่างมหาจำลองก็ได้ มันไต่เต้าจากพรรคพลังธรรมแย่งซื้อ ส.ส.ของพรรค ซื้อคนดังในพรรค ซื้อเสียงชาวบ้าน จนแม้แต่พรรคใหญ่ยังโดนดูดแทบไม่เหลือ พรรคบิ๊กจิ๋วโดนดูดไปเต็ม ๆ พรรคชาติพัฒนาแหว่งไปอีก ชาติไทยแหว่ง มันคงจะอ่านสามก๊กมามาก จึงใช้บทเรียนมาจากสามก๊ก คือ อันดับแรกให้ซื้อ ติดสินบน หากยังไม่ได้…..ให้ใช้แผนสองคือให้ตำแหน่ง ให้อำนาจ หากสองแผนยังไม่ได้ผล ให้ใช้ไม้สุดท้าย คือสังหาร ทำลายให้หมดไป ดังสุภาษิตจีนที่ว่า ” สุราคารวะไม่ดื่มต้องให้ดื่มสุราจับกรอก” ระวังนะท่าน วันใดที่ท่านหมดประโยชน์ ท่านรู้ความลับมากเกินไป อาจถูกบังคับให้ดื่มสุราพิษนะจ๊ะๆๆๆๆ55555555555

    ความเห็นจาก รักราชวงค์จักรีทุกพระองค์ — October 25, 2008 @ 5:51 pm

  101. ลำดับประวัติศาสตร์เหตุการณ์สำคัญ

    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
    พ.ศ. ๒๓๒๕
    ขึ้นครองราชย์
    สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานี
    โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าขึ้นเป็นที่ พระมหาอุปราชฝ่ายหน้า
    โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้าทองอิน ขึ้นเป็นที่ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศน์ กรมพระราชวังบวรสถานภิมุขฝ่ายหลัง’
    องเชียงสือ (ญวน) และนักองค์เอง (เขมร) ขอเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
    โปรดให้อาลักษณ์คัดนิทานอิหร่านราชธรรม
    พ.ศ. ๒๓๒๖
    กำหนดระเบียบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
    ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอุณรุท
    เริ่มงานสร้างพระนคร ขุดคูเมืองทางฝั่งตะวันออก สร้างกำแพงและป้อมปราการรอบพระนคร
    สร้างพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
    พ.ศ. ๒๓๒๗
    โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากหอพระแก้วในพระราชวังเดิม แห่ข้ามมาประดิษฐาน ณ พระอุโบสถในพระราชวังใหม่ ทรงพระราชทานนามพระอารามว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
    โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาชิงช้า
    สงครามเก้าทัพ พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่าทรงกรีธาทัพเข้ามาตีเมืองไทยตั้งแต่เหนือ จดใต้ รวม ๙ ทัพ กองทัพไทยตีกองทัพพม่าแตกพ่ายยับเยินไปทุกทัพ
    พ.ศ. ๒๓๒๘
    งานสร้างพระนครและปราสาทราชมณเฑียรสำเร็จเสร็จสิ้น
    พระราชทานนามของราชธานีใหม่
    พ.ศ. ๒๓๒๙
    สงครามรบพม่าที่ท่าดินแดง
    ทรงพระราชนิพนธ์ นิราศรบพม่าท่าดินแดง
    โปรตุเกสขอเข้ามาเจริญพระราชไมตรี
    อังกฤษเช่าเกาะปีนัง จากพระยาไทรบุรี
    พ.ศ. ๒๓๓๐
    องเชียงสือเขียนหนังสือขอถวายบังคมลา ลอบหนีไปกู้บ้านเมือง
    อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล
    พ.ศ. ๒๓๓๑
    โปรดเกล้าฯ ให้สังคายนาพระไตรปิฎก ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
    พ.ศ. ๒๓๓๓
    องเชียงสือกู้บ้านเมืองสำเร็จและจัดต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองมาถวาย
    พ.ศ. ๒๓๓๗
    ทรงอภิเษกให้นักองค์เอง เป็น สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี ไปครองกรุงกัมพูชา
    พ.ศ. ๒๓๓๘
    โปรดเกล้าฯ ให้ชำระพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทานุมาศ
    โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาพิชัยราชรถ
    พ.ศ. ๒๓๓๙
    งานสมโภชพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
    พ.ศ. ๒๓๔๐
    ทรงพระราชนิพนธ์บทละคร เรื่อง รามเกียรติ์
    พ.ศ. ๒๓๔๒
    โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเวชยันตราชรถ
    พ.ศ. ๒๓๔๔
    ฉลองวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดสระเกศ
    ฟื้นฟูการเล่นสักวา
    พ.ศ. ๒๓๔๕
    ราชาภิเษกพระเจ้าเวียตนามญาลอง (องเชียงสือ)
    พ.ศ. ๒๓๔๗
    โปรดเกล้าฯ ให้นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ชำระกฎหมาย จัดเป็นประมวล กฎหมายตราสามดวง ขึ้น
    พ.ศ. ๒๓๔๙
    ทรงอภิเษกให้ นักองค์จันทร์ เป็น สมเด็จพระอุทัยราชา ครองกรุงกัมพูชา
    พ.ศ. ๒๓๕๐
    เริ่มสร้างวัดสุทัศน์เทพวราราม
    พ.ศ. ๒๓๕๒*
    ได้ริเริ่มให้มีการสอนพระปริยัติธรรมในพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนตามวังเจ้านายและบ้านเรือนของข้าราชการผู้ใหญ่ ทรงตรากฎหมายคณะสงฆ์ขึ้น เพื่อจัดระเบียบการปกครองของสงฆ์ให้เรียบร้อย ทรงโปรดเกล้าฯให้มีการสอบพระปริยัติธรรม ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสถาปนาพระสังฆราช (ศรี

    ความเห็นจาก รักราชวงค์จักรีทุกพระองค์ — October 25, 2008 @ 6:03 pm

  102. ขอบคุณคุณหันตรามากที่เดียวนะครับที่เขียนกระทู้เหล่านี้ทำให้เราทราบว่ามีคนรักในพระเจ้าอยู่หัวอีกมาก เราคิดว่ามีคนรักก็มีคนชัง แต่เราว่าคนชังมีน้อยกว่ามาก คุณหันคาน่าจะย้ายไปอยู่มี่สอนดอนแล้สเปิด้ผยชื่อจริง ตัวจริงเสียเลย ไฟนๆก็ออกมาแล้ว จะมัวปกปิดตัวเองอย่ไย เราเห็นคุณที่ในหลวงทรงทำเพื่อพสกนิกรของพระองค์มามาก เราไปลาวสิ่งที่เรานึกถึงมากก็คือในหลวงที่ทรงมีความคิดกว้าไกลล่วงหน้าเพราะประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตร นำเป็นสิ่งสำคัญทำให้ชาวเกษตรมีน้ำใช้ปลูก คุณหันคาน่าไปอยู่ที่ลาวบ้างนะ ห้องน้ำไม่มียริการตามปั๊ม ที่โรงเรียนในลาวต้องกลับไปกินข้าว กินน้ำที่บ้าน แล่งจริงๆ ขอให้ผู้อ่านจงพิจารณาดูด้วยว่าถ้าขาดน้ำจะเป็นอย่างไร รัฐบาลกี่รัฐบาลที่ผ่านมาก็เอาแต่ผลประโยชน์ พระองค์ก็ต้องทรงทน ทรงเห็นคงามละโมบของรัฐมนตรีตางๆมามาก แต่ต้องนิ่งดูดายที่ผู้โกงชาติเหล่านั้นกระทำเพราะพระองค์ทรงอยู่ใต้รัฐธรรมณุญ เหมือนเราดูหนังเห็นคนช่วช้าแต่เราทำอะไรไม่ได้ นี่แหละองค์ราชันย์ของเราที่ต้องทนๆ ๆๆๆ ขอให้ผู้ที่รักในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหลาย จงร่วมใจกันกำจัด ศัตรูของชาติออกไป

    ความเห็นจาก สนมชอง — October 25, 2008 @ 7:53 pm

  103. เห็นด้วนกับคุณ คหที่ 102 และทุกท่านที่รักพระเจ้าอยู่หัวค่ะ

    กำจัดพวกกบฎแผ่นดินให้หมดไป

    ความเห็นจาก ชื่นชมคนไทยรักพระเจ้าอยู่หัว — October 25, 2008 @ 8:06 pm

  104. สถาบันปรับตัวเสมอครับ ความจริงความคิดเรื่องประชาธิปไตยมีมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 6 แล้วครับ พระองค์ท่านยังดำริและทดลองเรื่องดุสิตธานี ต้นแบบการปกครองประชาธิปไตย ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เอาเข้าจริงคณะราษฎร์เข้าไปก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยจริงหรอก ดูจากการยึดอำนาจพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ขนาดรัชกาลที่ 7 ยังต้องสละราชสมบัติ และทรงเขียนพระราชหัตถเลขา ตำหนิคณะราฎร์ว่า ทรงพระราชทานอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน พวกนี้กลับใช้อำนาจที่พระองค์พระราชทานให้แก่ประชาชนใช้เพื่อผลประโยชน์ตนเอง อำนาจอธิปไตยก็ได้แล้ว พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก็เสียภาษี แถมนิติประเพณีก็ถูกกำหนดว่าจะต้องอยู่เหนือการเมือง พระบรมราชโองการก็ต้องมีคนเซ็นกำกับรับผิดชอบ ถึงขนาดนี้แล้วคุณหันตรายังจะเขียนกระทู้ล่อหลอก หลอกลวง โป้ปดมดเท็จ แบบนี้อีกเพื่ออะไรครับ
    ผมไม่เห็นด้วยกับคุณนะครับ ว่าถ้าหากปรีดี กับคณะราฎร์ในขณะนั้นล้มสถาบันกษัตริย์ไปแล้ว ผมว่าไทยเราตอนนี้อาจจะกลายเป็นประเทศที่อยู่ในระดับเดียวกับเขมรหรือไม่ก็พม่าครับ หรือไม่ก็อาจจะยังไม่พ้นอำนาจของเผด็จการทหารเลยด้วยซ้ำ คุณหันตราควรจะรู้เอาไว้เลยนะว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นสิ่งเดียวที่จะถ่วงดุลอำนาจของนักเลือกตั้งโกงชาติ เพราะสถาบันได้หล่อหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชนแล้วครับ ดังนั้นถ้าหากนักเลือกตั้งพวกนี้ใช้อำนาจรัฐมิชอบ สถาบันก็จะต้องออกมาท้วงติง ประชาชนจะไม่สามารถถูกครอบงำจากพวกนักการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวงได้โดยง่าย
    คุณดูตัวอย่างพฤษภาทมิฬ คนที่ออกมาระงับความวุ่นวายคือใคร ถ้าหากไม่มีสถาบันกษัตริย์ ใครจะออกมาห้ามเวลาเผด็จการสั่งยิงประชาชนหรือครับ
    ดังนั้นคุณหันตราอย่าอคติเหมือนเป็นคนบ้า หัดมองโลก และยอมรับความเป็นจริงบ้างครับ

    ———————————————

    ที่ออกมาห้าม น่ะหรอ

    แล้ว เหตุการณ์ ทั้งหมด ที่เกิด เกิดมาจากไหนละคะ

    ความเห็นจาก เยาวชน คนหนึ่ง — October 26, 2008 @ 1:39 am

  105. ท่านทั้งหลาย……
    มีเรื่องกันไปทำไม อยู่สงบๆ ไม่ดีหรือ เลิกสร้างอำนาจโดยการใช้เงิน
    ให้พูดกันแต่ความจริง สถาบันมีความผิดอะไรหรือ แจงออกมาเลย
    อย่าเอาแต่ด่าสถาบัน ต้องแจ้งด้วย ถ้าไม่บอก ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อคุณได้อย่างไร
    1. ให้คิดถึงความดีเลวของทักษิณและพวกแล้วคิดดูว่า ดีหรือเลวมากกว่ากัน คุณจะอยู่ข้างดีหรือข้างเลว แต่คุณต้องคิดอย่างยุติธรรมนะ อย่าหลอกตัวเอง
    2. ให้คิดถึงความดี-เลวของสถาบัน แล้วคิดดูว่า ดีหรือเลวมากกว่ากัน
    แต่คุณต้องคิดอย่างยุติธรรมนะ อย่าหลอกตัวเอง
    คนทุกคน มีดีมีเลวทั้งนั้น แต่ดีหรือเลวมากกว่ากันเท่านั้น…คุณล่ะ?????

    ความเห็นจาก Kon Dee — October 26, 2008 @ 12:00 pm

  106. ฟ้าเดียวกันน่าจะนำเสนอเกี่ยวกับเหตุการณ์ช่วงเขมรแตกบ้างนะ ปัจจุบันมีหนังสือหลายเล่มที่ให้ข้อมูลจากประสบการณ์จริงหลายๆด้าน
    ของชาวเขมรในช่วงเวลานั้น

    ปัจจุบันนายกเขายังตั้งตัวเป็นสมเด็จ เพราะอะไร

    รักได้ แต่อย่าหลง

    ชังได้ แต่อย่าปิดหูปิดตา

    ความเห็นจาก เพียงออ — October 26, 2008 @ 9:56 pm

  107. ไอ้ที่ไม่ปรับตัวนั่นนะมันประชาชนครับ
    ไม่เคยได้รู้เท่าทันอำนาจใดๆเลย

    ประวัติศาสตร์ของคนธรรมดาๆ ไม่เคยถูกจารึก
    เพราะมันเป็นตัวเบี้ยอันไร้ค่า….ไร้ความหมาย

    ปู่ย่าตาทวดของคุณเมื่อสมัย 2325 ทำอะไรอยู่คุณรู้หรือครับ
    เผลอๆ อาจเป็นคนที่กำลังคอยกอบโกยบ้านเมืองแบบทักษิณอยู่ก็ได้

    เรื่องบางอย่างห้ามคนไทยพูดครับ
    ไม่งั้นถูกหาว่าไม่ใช่คนไทย

    อยากเป็นคนไทย……….ก็ต้องสงบปากสงบคำ

    ………………………………………….
    พ.ศ. ๒๓๕๒*
    ได้ริเริ่มให้มีการสอนพระปริยัติธรรมในพระบรมมหาราชวัง ตลอดจนตามวังเจ้านายและบ้านเรือนของข้าราชการผู้ใหญ่ ทรงตรากฎหมายคณะสงฆ์ขึ้น เพื่อจัดระเบียบการปกครองของสงฆ์ให้เรียบร้อย ทรงโปรดเกล้าฯให้มีการสอบพระปริยัติธรรม ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสถาปนาพระสังฆราช
    …………………………………………..

    นี่ก็เป็นการใช้อำนาจควบคุมอย่างหนึ่งครับ แบบรวมศูนย์ผ่านสถาบันทางศาสนา พระก็มีการเมืองครับ ลองสักเกตดูครับ ไม่กล้าพูดมากกลัวโดนหาไม่ใช่ชาวพุทธอีก

    ความเห็นจาก redwing — October 27, 2008 @ 1:03 am

  108. แปลกแต่จริง ดีใจกับงานที่น้าสมัครจัด คืองานวันพ่อถึงวันแม่ ตอนคับขันก็จัดงานช่วย เพื่อสยบความเคลื่อนไหว ต้องพึ่งบารมีพ่อหลวงของกูแต่พอเปลี่ยนนายกใหม่ ไม่รู้ข่าวคราวไอ้พวกวิ่งธงเฉลิมพระเกียรติ์เลย ไม่รู้ว่าวิ่งไปถึงไหนแล้ว รักเจ้าอย่างจริงใจต้องช่วยประชาสัมพันธ์หน่อย…….. งานวันปิยมหาราชอีกอย่าง ไม่ประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร รัฐบาลนี้อ่อนในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันไปเสียแล้ว อย่าแสดงให้ออกนอกหน้านัก….

    ความเห็นจาก รักพ่อหลวง — October 27, 2008 @ 10:53 am

  109. ไอ้พวกหนักแผ่นดินทั้งหลาย ฟังคำชี้แจง

    ตามที่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2551 และได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในลำดับแรกของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดนั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ชี้แจงว่า บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริงมิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่นที่บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวย เพราะทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ

    สำนักงานทรัพย์สินฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ที่ดิน” ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนใหญ่หน่วยงานราชการ องค์กรสาธารณะกุศลเป็นผู้ใช้ประโยชน์ และจัดให้ประชาชนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย รวมทั้งชุมชนอีกกว่าหนึ่งร้อยแห่งเช่าในอัตราที่ต่ำ มีเพียงส่วนน้อยประมาณร้อยละ 7 ของที่ดินที่จัดให้เอกชนเช่าและจัดเก็บในอัตราเชิงพาณิชย์

    กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนเพิ่มเติมว่า บทความพิเศษดังกล่าวยังได้พาดพิงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯว่าทรงเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2549 ซึ่งไม่ถูกต้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงไม่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติดังกล่าวแต่อย่างใด การที่ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เป็นเพียงหน้าที่ขององค์พระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังนิตยสาร Forbes ด้วยแล้;

    ทัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นทรัพย์ของแผ่นดินถ้าทักษิณมีบุญบารมีพอได้เป็นเจ้า ทรัพย์สินพวกนี้จะตกทอดต่อไป แต่ว่า กลัวแต่ จไม่มีบุญแล้ว ทักษิณ ยังต้องสิ้นบุญก่อนนะสิ และระวังโกงเอาไว้มากมาย ทรัพย์สอนของทักษิณจะต้องตกเป็นของแผ่นดิน

    ส่วนเรื่องการเสียภาษีนั้นเจ้าที่ไหนว่ะต้องเสียภาษี ในเมือเป็นเจ้าแผ่นดิน จะต้องเสียให้ใครอีก เพราะแผ่นดินประเทศไทยทั้งหมดเป็นของบูรพกษัตราธิราชได้รวบรวมไว้ถือว่าเป็นมรดกโดยชอบธรรมของพระองค์ท่าน

    ไอ้พวกหนักแผ่นดินทั้งหลาย น่าจะไปเกิดในแผ่นดินของจิ๋นซีฮ่องเต้นะ จะได้ไปช่วยสร้างกำแพงเมืองจีนจนตายคาบุ้งกี๋ คาจอบ ไม่น่ามาเกิดในแผ่นดินอันร่มเย็น มีอิสรเสรีมากมายเช่นในสมัยพระภัทรมหาราชนี้เลย ไอ้พวกหนักแผ่นดิน จัญไร ขายชาติ

    ความเห็นจาก ถึงไอ้พวกหนักแผ่นดิน — October 27, 2008 @ 1:34 pm

  110. หันตรา รึ หีตรา ห่ะค่ะ อย่าพิมพ์ภาษาไทยเลย เพราะว่าคนอย่างคุณไม่น่าเกิดบนผืนแผ่นดินไทยหรอก น่าจะเกิดเอธิโอเปียแดกขี้เป็นอาหาร ไม่รู้มาผุดมาเกิดเป็นคนได้ไง ตายไประวัง คำว่านรกไว้ให้ลึกซึ้ง นะ หันตรา หีตรา แหวะ อีเลวระยำ สัตว์นรก เปรต ผีศาจ น่ารังเกียจนัก อีหันตรา หีตรา

    ความเห็นจาก aw — October 27, 2008 @ 2:16 pm

  111. การพัฒนา…ต้องมองไปถึงวันข้างหน้า มิใช่ย่ำอยู่กับที่ สถาบันกษัตริย์มีทั้งผลดี และผลเสีย ไม่เชื่อลองหยั่งคิดให้ลึกซึ้ง การที่ประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้ สถาบันจะต้องไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัจจุบันมองง่ายๆคือ ประชาชนไม่มีความเท่าเทียมกับคนที่อยู่เคียงข้างท่าน ระบบชนชั้น ขุนนาย คนของเบื้องสูง ผู้ดีตีนแดง ทั้งๆที่ล้วนเป็นมนุษย์ ไม่ได้บอกว่าท่านไม่ดีนะ แต่ระบบที่เป็นแบบนี้ไม่ดีต่ออนาคต การเมืองไทยควรมีประสิทธิภาพอยู่ได้ด้วยความเจริญทางประชาธิปไตยโดยแท้จริง ไม่ใช่รอให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนตัดสิน หรือเป็นความเชื่อความศรัทธาทั้งหมดที่มี เพราะหากวันหนึ่งไม่มีแล้วชาติจะอยู่อย่างไร ดวงใจของคนไทยควรยึดถือและเชื่อมั่นในความชอบธรรมที่บังเกิดให้เห็นจริง ไม่ใช้ยึดมั่นกับคนหนึ่งคนที่เราเชื่อว่าเค้าคือเจ้า เขาคือเทพของเรา ถ้าเรารู้จักคำว่ายืนด้วยตัวเอง ยึดถือสิทธิที่ตนเองพึงมี และความเข้าใจในประชาธิปไตยร่วมกัน ไม่ใช่ลมหายใจเข้าออกคือการอยู่ใต้บารมีของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ไม่มีทาส ไม่มีเจ้าชีวิต ไม่ต้องมีผู้นำที่เป็นชาตินักรบ แต่ต้องการผู้นำที่นำชาติไปสู่ความเจริญทัดเทียมอารยะประเทศ ไม่มีการเอาเปรียบขู่เข็ญ หรือสั่งสอนให้เจียมตัวเป็นอวิชามนุษย์ต่อไป คนไทยควรเริ่มปรับทัศนะให้ได้ และควรเริ่มศรัทธาประชาธิปไตยอย่างจริงจัง ไม่ใช่ศรัทธาบุคคล (ไม่อยากบอกให้เปรียบเทียบกับประเทศยุโรป แต่ก็ต้องเปรียบเทียบแล้วล่ะ เป็นกบในกะลาครอบแบบทุกวันนี้ ไม่ดีเท่าไร)
    เดิม…จุดมุ่งหมายของการรวมชาติคือความมั่นคงและยิ่งใหญ่เกรียงไกร สถาบันเป็นสิ่งที่ทุกคนยึดถือ เพราะทำให้เราอยู่รอด ท่านเสียเลือดเสียเนื้อ ประชาชนที่ร่วมรบหรือเป็นคนของท่านสมควรได้รับการเชิดชู กราบไหว้และตอบแทนอย่างเหลือล้น แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปกลับไม่ใช่อย่างนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องการคือคุณภาพชีวิตที่ดี ความเท่าเทียม ความพออยู่พอกิน ความสุขสบาย ไม่ใช่การเป็นเบี้ยล่างของชนชั้น มองเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องแต่ต้องยอมรับเพราะเป็นคนของท่าน คนชั้นสูง มีหลายต่อหลายครั้งที่คนใหญ่คนโตหลุดจากกรอบของกฏหมาย และสังคมก็ต้องเงียบเฉยไป มันสมควรจริงหรือ

    เราก็แค่ประชาชนคนหนึ่ง ที่อยากจะศรัทธาประชาธิปไตย อยากจะเห็นความเท่าเทียมบังเกิด และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง หากมันจะทำให้ประเทศชาติพัฒนาขึ้น ขอย้ำเราก็แค่ประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น…หวังว่าจะไม่ผิดที่ขอคิดแบบนี้ หวังว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น สิ่งที่เหมาะสมกับประเทศจริงๆจะปรากฏ

    ความเห็นจาก ประชาชน..ประชาธิปไตย — October 27, 2008 @ 3:48 pm

  112. ผมติดตามผลงานทางด้านข้อเสนอที่ดีๆของนักวิชาการท่านต่างๆของฟ้าเดียวกันมาโดยตลอด อยากจะแลกเปลี่ยนด้วยสักคนหนึ่งถึงเรื่องที่นำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดที่เป็นประโยชน์ ถึงเรื่องประชาธิปไตยในประเทศไทยอันที่รักยิ่งของเรา แต่เนื่องจากผมเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งมีภูมิปัญญาน้อยแต่อย่าจะแลกเปลี่ยนความคิดถึงเรื่องนี้ซึ่งผมคิว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นระบบจึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศของเรา ผมมีข้อเขียนของนักการเมืองท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เป็นแนวทางการเมืองที่ผมยึดถืออยู่ ถ้าจะตัดต่อข้อเขียนของท่านผมกลัวว่าจะทำให้เสียเนื้อหาได้ จึงส่งมาให้ท่านพิจารณาซึ่งผมเห็วว่ายังทัสมัยและใช้ได้กับสังคมไทยเราซึ่งกำลังเกิดการขัดแย้งทางความคิดในขณะนี้ ข้อเขียนของท่านที่ผมนับถืออาจจะยาวสักหน่วย ต้องขออภัยด้วย ครับ
    รายละเอียด : แนวคิดทางการเมือง การสร้างระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมในประเทศไทย

    กระผมขอขอบคุณสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้เกียรติเชิญกระผมมาบรรยาย เรื่อง ของคำบรรยายที่ตั้งให้นี้ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาวิชาการ กระผมจึงต้องขออภัยถ้าคำบรรยายต่อไปนี้ ดูไปแล้วจะแก่วิชาการไปสักหน่อย เรื่องนี้กระผมขอบรรยายในปัญหาเหล่านี้ คือ 1. ระบอบประชาธิปไตยคืออะไร 2. ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตย 3. เครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย 4. วิธีสร้างระบอบประชาธิปไตย 5. เครื่องรักษาระบอบประชาธิปไตย
    1. ระบอบประชาธิปไตยคืออะไร ก่อนที่จะพูดถึงการสร้างระบอบประชาธิปไตยจะต้องมาทำความรู้จักกับระบอบประชาธิปไตยกันก่อน ถ้าไม่รู้ว่าระบอบประชาธิปไตยคืออะไรก็ไม่ต้องพูดถึงการสร้างระบอบประชาธิปไตย เหมือนเด็กทารกที่ยังไม่รู้ว่าบ้านคืออะไร เขาก็ไม่สามารถจะพูดกันถึงการสร้างบ้าน
    คนไทยในระยะหลังๆ ไม่รู้ระบอบประชาธิปไตยกันมาก โดยเฉพาะในหมู่ปัญญาชนก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ปัญญาชนบ้านเรารู้ระบอบประชาธิปไตยกันพอสมควรหลังเปลี่นแปลงการปกครอง ด้วยการปลูกฝังของ “คณะราษฎร” ทำให้ความรู้ประชาธิปไตยของปัญญาชนค่อยๆ สับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ทั้งๆ ที่มีการพูดกันมากที่สุด บรรยายเรื่องประชาธิปไตยกันมากที่สุด อภิปรายเรื่องประชาธิปไตยกันมากที่สุด สัมมนาเรื่องประชาธิปไตยกันมากที่สุด จนกล่าวได้ว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะพูดประชาธิปไตยกันมากเท่าประเทศไทย แต่ยิ่งพูดดูเหมือนจะยิ่งไม่รู้ว่าระบอบประชาธิปไตยคืออะไร และหลักฐานข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ไม่รู้ระบอบประชาธิปไตยมากกว่าใครๆ คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้
    หลักฐานข้อเท็จจริงสดๆ ร้อนๆ คือ กรณีทหารพรานไปชุมนุมประท้วง มรว. คึกฤทธิ์ ทัศนะต่อกรณีนี้เป็นเครื่องวัดความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย ถ้าเข้าใจว่า มรว. คึกฤทธิ์ ผิดทหารพรานถูก แสดงว่ารู้ระบอบประชาธิปไตย ถ้าเข้าใจว่าทหารพรานผิด มรว. คึกฤทธิ์ถูกแสดงว่าไม่รู้ระบอบประชาธิปไตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่มีทัศนะว่าทหารผิด มรว. คึกฤทธิ์ถูก ถึงกับเสนอญัตติและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างครึกโครมยิ่งกว่าในวงการใดๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่รู้ระบอบประชาธิปไตยยิ่งกว่าปัญญาชนในวงการอื่นๆ
    ปัญหาเสรีภาพของบุคคล เป็นปัญหาพื้นฐานที่สุดปัญหาหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าความหมายโดยย่อของระบอบประชาธิปไตยก็คือ “อำนาจอธิปไตยของปวงชนและเสรีภาพบริบูรณ์ของบุคคล” การไม่เข้าใจอำนาจอธิปไตยของปวงชนก็ดี การไม่เข้าใจเสรีภาพบริบูรณ์ของบุคคลก็ดี จึงเป็นเครื่องวัดความไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย
    เสรีภาพของบุคคล เป็นองค์ประกอบของการปกครองทุกระบอบ แต่เสรีภาพบริบูรณ์ของบุคคลเป็นลักษณะพิเศษของระบอบประชาธิปไตย
    แม้ว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2521 ว่าด้วยเสรีภาพทางการเมือง จะมีข้อบกพร่องอย่างมากก็ตาม แต่ก็ได้บรรจุสารสำคัญของเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยไว้ คือ มาตรา 45 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ให้เป็นปฏิปักษ์ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และรัฐธรรมนูญมิได้”
    กระผมว่า เรื่องนี้ให้บุคคลในแวดวงของท่านอธิบายเองดีกว่ากระผมอธิบาย บังเอิญกระผมได้ไปเห็นเอกสารฉบับหนึ่ง ลงชื่อโดยอดีต ส.ส.เป็นคำอธิบายปัญหานี้ที่ชัดเจน (แจกแก่ผู้ฟังทุกคน)
    เอกสารฉบับนี้ แสดงถึงความเข้าใจเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งแสดงถึงการเข้าใจความหมายของระบอบประชาธิปไตยด้วย และเป็นหลักฐานให้เห็นว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ในสภาชุดนี้ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย ถ้าเข้าใจก็จะต้องพากันคัดค้านการกระทำของ มรว. คึกฤทธิ์ ไม่ใช่ส่งเสริมกันใหญ่อย่างที่เสนอญัตติและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่
    ในที่นี้ กระผมจะขออธิบายระบอบประชาธิปไตยโดยย่อ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ หลักการปกครอง (Principle of government) และรูปการปกครอง (Form of government)
    หลักการปกครองของระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญมี 5 ประการ คือ 1. อำนาจอธิปไตยของปวงชน (Sovereignty of people หรือ Popular sovereignty) หมายถึงอำนาจอธิปไตยของคนทั่วไปหรือคนทั้งหมด
    2. เสรีภาพของบุคคล (Freedom of the person) หมายถึง เสรีภาพบริบูรณ์ของบุคคล ทั้งเสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพส่วนบุคคลเอกชน
    3. ความเสมอภาค (Equality) หมายถึงความเสมอภาคทางกฎหมายและความเสมอภาคทางโอกาส
    4. หลักนิติธรรม (Rule of law) หมายความว่ากฎหมายในระบอบประชาธิปไตยทั้งกฎหมายหลัก (คือรัฐธรรมนูญ) และกฎหมายสามัญ ต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม
    5. รัฐบาลจากการเลือกตั้ง (Elected government) หมายถึง การเลือกตั้งตามหลักนิยมของระบอบประชาธิปไตย คือ Free vote และ one man one vote
    หลักการปกครอง 5 ประการของระบอบประชาธิปไตยนี้ หลักอำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นหัวใจ แม้ว่ามีหลักอื่นๆ แต่ถ้าไม่มีอำนาจอธิปไตยของปวงชน ก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้ามีอำนาจอธิปไตยของปวงชน แม้ว่าจะขาดหลักอื่นๆ ไปบ้าง ในบางสภาวการณ์ก็เป็นระบอบประชาธิปไตย เช่น เมื่อสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวยให้ทำการเลือกตั้งทั่วไปแต่มีอำนาจอธิปไตยของปวงชน ก็ยังคงเป็นระบอบประชาธิปไตย
    รูปการปกครองของระบอบประชาธิปไตยที่สำคัญมีอยู่ 2 รูป คือ ระบอบรวมอำนาจ (Fusion of Powers) และระบบแยกอำนาจ (Separation of Powers) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ระบบรัฐสภา (Parliamentary system) และระบบประธานาธิบดี (Presidential system)
    ระบบรวมอำนาจหรือระบบรัฐสภา หมายถึง อำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารรวมกัน โดยมีสภาผู้แทนราษฎรเป็นสถาบันหลัก เช่นในอังกฤษ
    ระบบแยกอำนาจหรือระบบประธานาธิบดี หมายถึง อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารแยกกัน คานกันและถ่วงดุลย์กัน โดยมีประธานาธิบดีเป็นสถาบันหลัก เช่น ในสหรัฐอเมริกัน
    แต่ในปัจจุบันมีระบบกึ่งแยกอำนาจ (Semi – Separation of Powers) หรือระบบกึ่งระบบประธานาธิบดี (Semi – Presidential system) เกิดขึ้น คือในฝรั่งเศส
    รูปการปกครองของระบอบประชาธิปไตยนี้ ไม่ว่าระบบรวมอำนาจหรือระบบแยกอำนาจไม่ว่าระบบรัฐสภาหรือระบบประธานาธิบดี ระบอบเผด็จการมักจะนำไปใช้ เพื่อหลอกประชาชนว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย อย่างเช่นระบอบเผด็จการบ้านเรา นอกจากจะใช้รูปพิเศษต่างๆ ภายหลังการทำรัฐประหารแล้ว มักจะใช้รูประบบรัฐสภาหรือระบบรวมอำนาจเป็นรูปการปกครอง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย อย่างเช่นระบบรวมอำนาจหรือระบบรัฐสภาในปัจจุบันของเราพูดกันอย่างถึงที่สุดแล้วก็เป็นรูปหนึ่งของระบอบเผด็จการ ซึ่งเราเรียกกันว่าระบอบประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์บ้าง ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบบ้าง และที่เราต้องมาพูดเรื่องการสร้างระบอบประชาธิปไตยกัน ก็เพราะยังไม่เป็นระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง
    ฉะนั้น การทำความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย ส่วนสำคัญจึงต้องทำความเข้าใจ Principle of government ถ้าทำความเข้าใจแต่ Form of government แต่ไม่ทำความเข้าใจ Principle of government แล้ว ก็จะไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย บ้านเรามักจะสนใจแต่ Form of government แต่มองข้าม Principle of government
    2. ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบของประชาชน ฉะนั้นกล่าวโดยทั่วไป ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตย ก็คือประชาชน แต่ถ้ากล่าวโดยรูปธรรมผู้สร้างระบอบประชาธิปไตย คือ พรรคประชาธิปไตย พรรคประชาธิปไตย ก็คือ พรรคที่เป็นผู้แทนของประชาชนนั่นเอง
    พรรค (Party) หรือ พรรคการเมือง (Political Party) ไม่หมายถึงแต่เฉพาะพรรคตามกฎหมายพรรคการเมืองบ้านเราในปัจุบันเท่านั้น ที่สำคัญหมายถึงพรรคตามธรรมชาติซึ่งได้แก่คณะบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายใต้นโยบายเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนส่วนน้อย หรือกลุ่มชนส่วนใหญ่ หรือประชาชนทั่วไป คณะบุคคลที่เป็นผู้แทนทางการเมืองของประชาชน คือพรรคประชาธิปไตย
    ไม่ว่าในประเทศไทยหรือในนานาประเทศ ผู้สร้างระบอบประชาธิปไตย คือพรรคประชาธิปไตยทั้งสิ้น พรรคอื่นๆ ไม่สามารถสร้างระบอบประชาธิปไตยได้ เช่น พรรคคอมมิวนิสต์โฆษณาว่าจะสร้างระบอบประชาธิปไตย แท้จริงเป็นการหลอกประชาชนเพื่อนำไปสร้างระบอบคอมมิวนิสต์
    เมื่อก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 มีพรรคประชาธิปไตยอยู่ 2 พรรค คือ พรรคของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประกอบด้วยรัชกาลที่ 7 กับผู้ร่วมงานไม่กี่คนขอเรียกง่ายๆ ว่า “พรรค ร.7” และพรรคราษฎร ซึ่งเรียกชื่อว่า “คณะราษฎร” พรรค ร.7 มีอำนาจรัฐอยู่ในกำมือ คณะราษฎรไม่มีอำนาจรัฐและพยายามจะยึดอำนาจ
    แต่พรรค ร.7 ดำเนินการช้าไป คณะราษฎรยึดอำนาจเสียก่อน ดังพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2475 ตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าตั้งใจดีต่อราษฎร และได้คิดที่จะให้พระธรรมนูญการปกครองแผ่นดินแก่ราษฎรอยู่แล้ว หากแต่ล่าช้าไปไม่ทันกาล”
    รัชกาลที่ 7 ทรงร่วมมือกับคณะราษฎรอย่างเต็มที่ เพราะทรงมีพระราชดำริอยู่ก่อนแล้วว่าที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตย แต่แล้วก็ทรงทราบว่าหลักการไม่ตรงกัน ดังพระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งว่า “ครั้นเมื่อข้าพเจ้ากลับไปกรุงเทพฯ แล้ว และได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่หลวงประดิษฐ์ฯ ได้นำมาให้ข้าพเจ้าลงนาม ข้าพเจ้าก็รู้สึกทันทีว่า หลักการของผู้ก่อการกับหลักการของข้าพเจ้านั้น ไม่พ้องกันเสียแล้ว” ต่อมาจึงเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่าง ร.7 กับคณะราษฎร และไม่สามารถตกลงกันได้ ในที่สุดต้องทรงสละพระราชสมบัติ จากนั้นคณะราษฎรจึงดำเนินการสร้างระบอบประชาธิปไตยตามนโยบายของตนโดยลำพัง
    3. เครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย พรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยนั้นจะต้องมีเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย และเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตยก็คือนโยบายประชาธิปไตยของพรรคผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง
    คำว่านโยบายของพรรคการเมืองในภาษาไทยนั้น ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Program หรือ Platform หมายถึงโครงการ หรือความมุ่งหมายของพรรคที่ทำเป็นข้อๆ ไม่ใช่นโยบายซึ่งตรงกับ Policy ฉะนั้น ถ้าจะหมายถึง Program หรือ Platform ของพรรคการเมือง ต้องพูดให้เต็มว่า “นโยบายของพรรคการเมือง” ถ้าพูดว่า “นโยบาย” เฉยๆ จะตรงกับ Policy ไปและนโยบายของพรรคประชาธิปไตยนี่เอง คือ เครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย
    เมื่อพูดถึงเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย บ้านเรามีความเข้าใจผิดที่สำคัญที่จำเป็นต้องแก้ไข มิฉะนั้นแล้วจะเป็นอุปสรรคร้ายแรงต่อการสร้างระบอบประชาธิปไตย คือ ความเข้าใจผิดที่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย
    กระผมสังเกตเห็นว่า ส.ส. ส่วนมากมีความเข้าใจผิดเช่นนี้ แต่ก็มี ส.ส.อย่างน้อยท่านหนึ่งได้ให้คำอธิบายไว้ว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่เครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย ส.ส.ท่านนั้นคือ ดร. เกษม ศิริสัมพันธ์ ซึ่งได้เขียนไว้ในคอลัมน์ “เทศกาลบ้านเมือง” ของ นสพ. “สยามรัฐฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม 2521 ว่า
    “คนไทยเรา ด้วยการปลูกฝังของคณะราษฎร ทำให้เชื่อมั่นว่า “รัฐธรรมนูญ” เป็นของคู่กับประชาธิปไตย และเชื่อว่าเราสามารถสร้าง “ประชาธิปไตย” ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญ…คณะราษฎรท่านเชื่อว่า ท่านจะใช้รัฐธรรมนูญสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาให้ได้ ซึ่งความคิดเช่นนี้ก็ได้สร้างความล้มเหลวในทางการเมืองตลอดมา อย่างที่เห็นกันอยู่แม้จนทุกวันนี้… บ้านเรามีความเข้าใจผิดในเรื่องประชาธิปไตย เพราะเชื่อกันว่ารัฐธรรมนูญเป็นเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่เป็นความจริง รัฐธรรมนูญมีได้ทั้งในระบอบเผด็จการและระบอบประชาธิปไตย”
    แต่ ดร.เกษม ก็ไม่ได้บอกว่า เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ใช่เครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตยแล้ว อะไรคือเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย
    เครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย คือ นโยบายของพรรคประชาธิปไตยที่ดำเนินการสร้างระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต่อไปนี้เพื่อความสะดวกกระผมก็ขอเรียกว่า Program
    Program ของพรรค ร.7 โดยสารสำคัญ คือ การทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนตามพระราชหัตถเลขาซึ่งจารึกอยู่ ณ ฐานพระราชอนุสาวรีย์ ที่ท่านทั้งหลายเดินผ่านอยู่ทุกวันว่า “ข้าพเจ้าสมัครใจจะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป…”
    Program ของคณะราษฎร คือ หลัก 6 ประการ ประกอบด้วย
    (1) หลักเอกราช
    (2) หลักความปลอดภัย
    (3) หลักเศรษฐกิจ
    (4) หลักความเสมอภาค
    (5) หลักเสรีภาพ
    (6) หลักการศึกษา
    Program ของคณะราษฎร ไม่มีหลักอำนาจอธิปไตยของปวงชน ต่างกับ Program ของพรรค ร.7 ซึ่งยกเอาอำนาจอธิปไตยของปวงชนเป็นหลักการสำคัญอันดับแรก ตามที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาไว้ว่า หลักการของคณะราษฎรกับของพระองค์ท่านไม่พ้องกันเสียแล้วนั้น โดยสารสำคัญหมายถึงหลักการข้อนี้เอง
    จึงเห็นว่า Program ของพรรค ร.7 เป็นเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง Program ของคณะราษฎรเป็นเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ขาดหัวใจของหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงขาดความสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้น ระบอบประชาธิปไตยที่สร้างโดยคณะราษฎร และรับช่วงสืบทอดต่อๆ กันมาโดยพรรคต่างๆ จนถึงปัจจุบันจึงเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ หรือเป็นระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งกล่าวตามพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 7 ว่าเป็นระบอบเผด็จการทางอ้อมๆ แต่ถ้าพูดอย่างถึงที่สุดก็คือ ระบอบเผด็จการดีๆ นี้เอง แต่ใช้ระบอบรัฐสภาเป็นรูปการปกครอง ผู้คนจึงเข้าใจผิดไปว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย ที่จริงแล้วควรจะเรียกระบอบปัจจุบันว่าเป็นระบอบเผด็จการรัฐสภา
    ไม่ว่าในประเทศใดๆ ถ้าพรรคประชาธิปไตยผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยมี Programประชาธิปไตยที่ไม่ถูกต้องการสร้างระบอบประชาธิปไตยในประเทศนั้นๆ ก็จะล้มเหลว ในประเทศเราคระราษฎรมีนโยบายประชาธิปไตยไม่ถูกต้อง ซึ่งต่อเนื่องสืบทอดโดยพรรคอื่นๆ เป็นลำดับมา ทั้งที่ได้อำนาจด้วยการทำรัฐประหารและด้วยการเลือกตั้ง การสร้างระบอบประชาธิปไตยจึงล้มเหลวตลอดมา
    แต่ในปัจจุบัน บังเกิดมี Program ประชาธิปไตยที่ถูกต้องเกิดขึ้นแล้ว คือ นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ซึ่งเสนอและยึดถือโดยกองทัพบก มีผลให้กองทัพบกซึ่งเป็นกลไกหลักของรัฐได้มีลักษณะพรรคประชาธิปไตย และแสดงบทบาทของพรรคประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ Program ประชาธิปไตยที่ถูกต้องซึ่งกองทัพบกยึดถือปฏิบัติอยู่นี้ ก็คือ Program ประชาธิปไตยที่ถูกต้องต่อเนื่องจาก Program ประชาธิปไตยที่ถูกต้องของพรรค ร.7 นั่นเอง โดยสารสำคัญก็คือ การขยายอำนาจอธิปไตยของปวงชน ตามที่กองทัพบกประกาศอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
    ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีพรรคประชาธิปไตยเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนบ้างแล้ว ซึ่งมี Program สอดคล้องกับนโยบาย 66/23 โดยพื้นฐานก็ตาม แต่ลักษณะพรรคประชาธิปไตยที่เข้มแข็งยังคงอยู่กับกองทัพบก ฉะนั้น กองทัพบกจึงต้องเข้าแบบภาระของผู้สร้างระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน โดยมีนโยบาย 66/23 ซึ่งก็คือ Program ประชาธิปไตยที่ถูกต้องเป็นเครื่องสร้างระบอบประชาธิปไตย เงื่อนไขดังกล่าวนี้คือ หลักประกันความสำเร็จของการสร้างระบอบประชาธิปไตย
    4. วิธีสร้างระบอบประชาธิปไตย วิธีสร้างระบอบประชาธิปไตย คือ การปฏิวัติหรือ Revolution ซึ่งจะใช้คำพูดว่าอะไรก็แล้วแต่ ความหมายก็คือ การปฏิวัติ หรือ Revolution นั่นเอง เช่น คณะราษฎรใช้คำว่า “เปลี่ยนแปลงการปกครอง” ก็มีความหมายอย่างเดียวกันดังบันทึกการประชุมครั้งแรกของคณะราษฎรที่กรุงปารีส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 ว่า “วัตถุประสงค์ของคณะราษฎรคือ เปลี่ยนระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีศัพท์สมัยใหม่ว่า “ปฏิวัติ” หรือ “อภิวัฒน์” เพื่อถ่ายทอดคำฝรั่งเศส อังกฤษ Revolution ดังนั้น เราจึงใช้คำศัพท์ธรรมดาว่า “เปลี่ยนการปกครองของกษัตริย์เหนือกฎหมาย มาเป็นการปกครองที่มีกษัตริย์อยู่ใต้กฎหมาย” ซึ่งหมายถึงปฏิวัติ หรือ Revolution นั่นเอง
    การสร้างระบอบประชาธิปไตยประกอบด้วย 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือ การยกเลิกระบอบเผด็จการ อีกด้านหนึ่งคือ การสร้างระบอบประชาธิปไตย ต้องดำเนินการไปด้วยกันทั้ง 2 ด้าน จึงจะเป็นการสร้างระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง
    เพราะว่าปัญหาพื้นฐานของการปฏิวัติ ก็คือการยกเลิกระบอบเก่า และสถาปนาระบอบใหม่ขึ้นแทน นัยหนึ่ง ยกเลิกอำนาจอธิปไตยของชนส่วนน้อย และสถาปนาอำนาจอธิปไตยของปวงชนขึ้นแทน เช่น มหาปฏิวัติฝรั่งเศส (Great French Revolution) “The fall of the Bastille meant the end of the old order, and established the sovereignty of the people” (จาก A History of Europe vol. IV ของ D.B .Horn)
    ระบอบเก่า คือระบอบเผด็จการ ซึ่งมี 2 แบบ คือ ระบอบเผด็จการแบบเก่า เรียกว่า ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และระบอบเผด็จการแบบใหม่เรียกว่า ระบอบเผด็จการ ระบอบคณาธิปไตย ระบอบเผด็จการทหาร ระบอบฟาสซิสต์ ระบอบเผด็จการรัฐสภา เป็นต้น การยกเลิกระบอบเก่า หมายถึงการยกเลิกระบอบเผด็จการทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ทุกรูป
    การปฏิวัตินั้น กล่าวกว้างๆ คือ การทำให้ดีขึ้น แต่กล่าวให้ชัดเจนขึ้นไปหมายถึง การยกเลิกสิ่งไม่ดีและการสร้างสรรค์สิ่งดี เพราะการสร้างสรรค์สิ่งดีไม่สามารถเป็นไปได้โดยไม่ยกเลิกสิ่งไม่ดี เช่น การปฏิบัติธรรม ต้องมีทั้งปหานะ และภาวนา ปหานะคือละอกุศลกรรม ภาวนาคือเจริญกุศลกรรม การเจริญกุศลกรรมโดยไม่ละอกุศลกรรมย่อมเป็นไปไม่ได้ การทำดีโดยไม่ละชั่วเป็นไปไม่ได้ เหมือนการทำนาต้องกำจัดวัชพืช
    ฉะนั้น การปฏิวัติทางการเมืองจึงหมายถึง การยกเลิกระบอบเผด็จการ และสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นแทน นัยหนึ่ง ยกเลิกอำนาจอธิปไตยของชนส่วนน้อย และสถาปนาอำนาจอธิปไตยของปวงชนขึ้นแทน
    เมื่อพูดถึงการปฏิวัติทางการเมือง ควรเข้าใจด้วยว่า ในยุคปัจจุบันมีการปฏิวัติ 2 ชนิด คือ การปฏิวัติของพรรคประชาธิปไตย และการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์
    การปฏิวัติของพรรคประชาธิปไตย เรียกว่า การปฏิวัติประชาธิปไตย (Democratic revolution) การปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ เรียกว่า การปฏิวัติสังคมนิยม (Socialist revolution)
    แต่การปฏิวัติสังคมนิยมมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกพรรคคอมมิวนิสต์ยืมชื่อจากพรรคประชาธิปไตยไปใช้ จึงเรียกว่า การปฏิวัติประชาธิปไตยเหมือนกัน ขั้นตอนหลังเรียกว่าการปฏิวัติสังคมนิยม ฉะนั้น การปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์ ก็คือการปฏิวัติสังคมนิยมนั่นเอง แต่เป็นขั้นต้นของการปฏิวัติสังคมนิยม จึงต้องระวัง อย่าเอาการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปไตย กับการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์ไปปะปนกัน เพราะถึงแม่จะมีชื่อตรงกัน แต่ลักษณะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
    การปฏิวัติที่กองทัพบกกำลังทำอยู่ เป็นการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปไตย แต่มีบางคนพยายามบิดเบือนใส่ร้ายว่าเป็นการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น การประดิษฐ์สภาเปรซิเดียมขึ้นมาโดยใส่กระผม เลยกลายเป็นการเปิดตัวเอาอย่างโจ่งแจ้งแดงแจ๋ว่าเป็น “แนวร่วม” ชั้นวิเศษสุดของ พคท.
    ที่กระผมกล่าวว่า ในยุคปัจจุบันมีการปฏิวัติ 2 ชนิด คือ การปฏิวัติประชาธิปไตยและการปฏิวัติสังคมนิยม นัยหนึ่ง การปฏิวัติของพรรคประชาธิปไตย และการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์นั้น หมายถึงแต่เฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา (Under developed country) เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประเทศกำลังพัฒนา (Developing country) และประเทศพัฒนา (Developed country) เพราะว่าประเทศกำลังพัฒนานั้น ทำการปฏิวัติทางการเมืองเสร็จแล้วจึงไม่ต้องทำการปฏิวัติทางการเมืองอีก ภารกิจจึงมีแต่เพียงการพัฒนาเศรษฐกิจให้สมบูรณ์เท่านั้น ส่วนในประเทศพัฒนาไม่มีการปฏิวัติ เพราะปฏิวัติเสร็จแล้วทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ
    ประเทศด้อยพัฒนา คือประเทศที่ยังไม่ได้ทำการปฏิวัติทางการเมือง หรือทำการปฏิวัติทางการเมืองยังไม่เสร็จ จึงต้องทำการปฏิวัติให้เสร็จ ซึ่งแย่งชิงกันอยู่ระหว่างการปฏิวัติ 2 ชนิด คือ ระหว่างการปฏิวัติของพรรคประชาธิปไตยกับการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ สถานการณ์เช่นนี้มีอยู่ในทุกประเทศด้อยพัฒนา
    ตัวอย่างที่ชัดเจนและใกล้บ้านเรา คือประเทศจีน พรรคประชาธิปไตย (พรรคก๊กมินตั๋งหรือพรรคชาตินิยม ซึ่งคนไทยนิยมเรียกจีนคณะชาติ) ทำการปฏิวัติเมื่อ พ.ศ. 2454 แต่ไม่เสร็จ ทำได้เพียงยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และสถาปนาระบบประธานาธิบดีเท่านั้น แต่ไม่บรรลุถึงระบอบประชาธิปไตย ครั้นต่อมา 10 ปี ถึง พ.ศ. 2464 บังเกิดพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้น ซึ่งมุ่งทำการปฏิวัติสังคมนิยม ในรูปการปฏิวัติประชาธิปไตยขั้นต้น แข่งกับการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรคก๊กมินตั๋ง ปัญหาจึงมีว่าใครจะปฏิวัติเสร็จ พรรคก๊กมินตั๋งหรือพรรคคอมมิวนิสต์ ถ้าพรรคก๊กมินตั๋งปฏิวัติเสร็จ ประเทศจีนก็จะเป็นประชาธิปไตย ถ้าพรรคคอมมิวนิสต์ปฏิวัติเสร็จ ประเทศจีนก็จะเป็นคอมมิวนิสต์
    ในสมัยที่ ดร.ซุนยัตเซ็น ผู้นำของพรรคก๊กมินตั๋งมีชีวิตอยู่ การแข่งขันอยู่ในรูปการร่วมมือระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ ดร. ซุนยัตเซ็น สังเกตเห็นด้วยความห่วงใยถึงความอ่อนแอของพรรคก๊กมินตั๋ง เกรงว่าจะไม่สามารถนำการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคก๊กมินตั๋งไปบรรลุผลสำเร็จ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ก็จะทำการปฏิวัติสำเร็จและทำประเทศจีนเป็นคอมมิวนิสต์ ฉะนั้น ก่อนถึงแก่กรรม ดร. ซุนยัตเซ็น จึงมอบพินัยกรรมเป็นกลอนให้แก่พรรคก๊กมินตั๋งไว้ว่า เก๊อะมิ่ง ซ่างเว่ย เฉิงกง ถ่งจื้อ ย่งซู หนู่ลิ แปลว่า การปฏิวัติยังไม่เสร็จ สหายทั้งหลายจงพยายามต่อไป
    แต่เจียงไคเช็คซึ่งรับช่วงการนำของพรรคก๊กมินตั๋งต่อจาก ดร. ซุนยัตเซ็น มิได้ปฏิบัติพินัยกรรมนี้ ทั้งยังสร้างระบอบเผด็จการอันรุนแรงขึ้นในประเทศจีน เหตุนี้หลังจาก ดร. ซุนยัตเซ็น มอบพินัยกรรม 22 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ทำการปฏิวัติสำเร็จ ประเทศจีนจึงเป็นประเทศคอมมิวนิสต์อย่างที่เห็นกันอยู่
    ไม่ว่าในประเทศใดๆ ถ้าพรรคประชาธิปไตยไม่ทำการปฏิวัติให้เสร็จ พรรคคอมมิวนิสต์ก็จะทำการปฏิวัติเสร็จอย่างแน่นอน เช่นในรัสเซียและจีน ฯลฯ และถ้าพรรคประชาธิปไตยทำการปฏิวัติเสร็จ พรรคคอมมิวนิสต์ก็หมดโอกาสที่จะทำการปฏิวัติต่อไป เช่น ในอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ ฉะนั้น วิธีทำลายการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์จึงมีอย่างเดียว คือ พรรคประชาธิปไตยทำการปฏิวัติให้เสร็จ พูดง่ายๆ คือ เอาการปฏิวัติปรามการปฏิวัติ ทำนองหนามยอกเอาหนามบ่ง นั่นเอง
    ประเทศไทยเกือบไป เราทำการปฏิวัติเมื่อ พ.ศ. 2475 ห้าสิบกว่าปีไม่เสร็จ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้โอกาสทำสงครามปฏิวัติขึ้นทั่วประเทศ กองทัพบกไหวทันชิงทำการปฏิวัติโดยออกนโยบาย 66/23 พคท. จึงแพ้สงคราม แต่เปลี่ยนยุทธวิธีการต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นยุทธวิธี “แนวร่วม” ซึ่งได้ผลอย่างใหญ่หลวงถึงขนาดจะฟื้นฟูสงครามขึ้นได้อีก เหตุสำคัญเพราะกองทัพบกย่อหย่อนการปฏิบัติ 66/23 คือย่อหย่อนการปฏิวัติ เหตุนี้กองทัพบกจึงต้องเร่งรีบทำการปฏิวัติให้เสร็จ ดังที่ได้ประกาศและดำเนินการอยู่
    การปฏิวัตินั้น ไม่ว่าการปฏิวัติของพรรคประชาธิปไตยหรือของพรรคคอมมิวนิสต์ มี 2 วิธีคือ วิธีรุนแรงและวิธีสันติ
    วิธีรุนแรงคือใช้อาวุธ วิธีสันติคือไม่ใช้อาวุธ
    ตัวอย่าง การปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปไตยในฝรั่งเศส ซึ่งเรียกว่ามหาปฏิวัติฝรั่งเศส เพราะถือกันว่าเป็นแบบฉบับของการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปไตย ตามที่คัดลอกมาว่า “The fall of the Bastille” นั้น เป็นวิธีรุนแรง แต่การปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปไตยในญี่ปุ่นและอินเดีย เป็นวิธีไม่รุนแรง
    การปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์ในรัสเซียและในจีน เป็นวิธีรุนแรงและการปฏิวัติสังคมนิยมในรัสเซียก็เป็นวิธีรุนแรง แต่การปฏิวัติสังคมนิยมในจีน ในรูมาเนีย ในเชคโกสโลวาเกีย ฯลฯ เป็นวิธีไม่รุนแรง
    ในประเทศไทย การปฏิวัติของคณะราษฎรเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 เป็นวิธีรุนแรง (ใช้กำลังอาวุธยึดอำนาจ) แต่การปฏิวัติของพรรค ร.7 เป็นวิธีไม่รุนแรง (พระราชหัตถเลขาฉบับเดียวกันตอนหนึ่งว่า “ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้รับสืบราชสมบัติจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ข้าพเจ้าก็ได้คิดการที่จะบันดาลให้การเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นไปได้โดยราบรื่นที่สุดที่จะเป็นไปได้”) การปฏิวัติ พคท. แนวทางอาวุธเป็นวิธีรุนแรง โดยเฉพาะคือ ทำสงครามกลางเมืองถึง 10 ปี การปฏิวัติของกองทัพบกเป็นวิธีไม่รุนแรง
    การปฏิวัติจะเป็นวิธีรุนแรงหรือวิธีไม่รุนแรง ขึ้นอยู่กับลักษณะพิเศษของประเทศนั้นๆ และกับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ กล่าวโดยทั่วไป การปฏิบัติของพรรคที่ไม่มีอำนาจรัฐเป็นวิธีรุนแรง เพราะต้องยึดอำนาจ เช่นการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปไตยฝรั่งเศส การปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฯลฯ การปฏิวัติของพรรคที่มีอำนาจรัฐอยู่แล้วเป็นวิธีไม่รุนแรง เช่น การปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคพระจักรพรรดิญี่ปุ่น การปฏิวัติสังคมนิยมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (เพราะ พคจ.กุมอำนาจอย่างเข้มแข็งอยู่แล้ว) ฯลฯ
    แต่ก็มีกรณีพิเศษ เช่น การปฏิบัติประชาธิปไตยของพรรคคองเกรสในอินเดีย ซึ่งไม่มีอำนาจรัฐ แต่เป็นวิธีไม่รุนแรง การปฏิวัติสังคมนิยมของพรรคบอลเชวิค ซึ่งได้อำนาจรัฐแล้วแต่ก็เป็นวิธีรุนแรง (เพราะฝ่ายต่อต้านใช้กำลังเข้าทำลายการปฏิวัติอย่างใหญ่โตมาก)
    ในประเทศไทย ถ้าพรรค ร.7 มีโอกาสทำการปฏิวัติ โดยคณะราษฎรไม่ชิงทำเสียก่อนก็จะเป็นวิธีไม่รุนแรง เพราะพรรค ร.7 มีอำนาจรัฐอยู่แล้ว การปฏิวัติของกองทัพบกเป็นวิธีไม่รุนแรงอย่างแน่นอน เพราะกองทัพบกมีอำนาจมากที่สุดในบรรดาไกรัฐทั้งปวง
    ฉะนั้น ตามที่บางคนกล่าวว่า การปฏิวัติไม่รุนแรงจะเป็นไปได้อย่างไรนั้น ไม่มีหลักฐานและเป็นคำกล่าวของพวกที่ต้องการไม่ให้มีการปฏิวัติ กับพวก พคท. แนวทางอาวุธที่กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้ทำการปฏิวัติอย่างรุนแรงเท่านั้น
    การปฏิวัติที่กองทัพบกทำอยู่ เป็นการปฏิวัติตามวิถีทางประชาธิปไตยแนวทางสันติตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชหัตถเลขาว่า “ข้าพเจ้าก็ได้คิดการที่จะบันดาลให้การเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นไปได้โดยราบรื่นที่สุดที่จะเป็นไปได้”
    นักการเมืองและนักวิชาการบ้านเรามักจะเข้าใจกันว่า การสร้างระบอบประชาธิปไตยจะทำได้โดยไม่ต้องทำการปฏิวัติ พวกเขาอยากสร้างระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ต้องการเห็นการปฏิวัติ พยายามหลีกเลี่ยงการปฏิวัติ กระทั้งแม้แต่คำว่า “ปฏิวัติ” ก็ไม่อยากจะได้ยิน ฉะนั้น เมื่อกองทัพบกพูดถึงการปฏิวัติจึงฮือฮากันใหญ่โต ซึ่งผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านของเราคงจะแปลกใจกันมากทีเดียว โดยเฉพาะชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งประธานาธิบดีหญิงสถาปนารัฐบาลปฏิวัติขึ้นด้วยความสนับสนุนอยย่างท่วมท้นของชาวฟิลิปปินส์ ทั้งๆ ที่กระผมก็ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลปฏิวัติของฟิลิปินส์นั้น เป็นรัฐบาลปฏิวัติที่แท้จริวหรือไม่
    การสร้างระบอบประชาธิปไตยโดยไม่ทำการปฏิวัตินั้น จะทำได้อย่างไร เพราะการสร้างระบอบประชาธิปไตย คือการยกเลิกรับอบเผด็จการและสถาปนาระบอบประชาธิปไตยซึ่งหมายความว่า การสร้างระบอบประชาธิปไตยก็คือ การปฏิวัตินั่นเอง จะเอาระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เอาการปฏิวัติ มันอะไรกันท่าน ส.ส. ที่เคารพรัก
    5. เครื่องรักษาระบอบประชาธิปไตย เมื่อพรรคประชาธิปไตยทำการปฏิวัติเสร็จแล้ว ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สร้างระบอบประชาธิปไตยเสร็จแล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องรักษาระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคง มิฉะนั้นแล้วระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะระบอบประชาธิปไตยอันเยาว์วัยจะถูกทำลายลง เพราะว่า ถึงแม้พวกคอมมิวนิสต์และพวกเผด็จการซึ่งเป็น “แนวร่วม” จะพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่ก็ยังคงใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะทำลายการปฏิวัติของพรรคประชาธิปไตย จึงต้องรักษาระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงไว้
    เครื่องรักษาระบอบประชาธิปไตยอันสำคัญที่สุด คือ รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ก็คือภาพสะท้อนของผลสำเร็จในการปฏิบัติ Program ประชาธิปไตยในรูปของกฎหมายซึ่งประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตาม ผู้ทำลายรัฐธรรมนูญมีโทษถึงตาย
    รัฐธรรมนูญกับ Program มีเนื้อหาตรงกัน ต่างกันตรงที่ว่า Program พูดถึงสิ่งที่จะทำ แต่รัฐธรรมนูญพูดถึงสิ่งที่กระทำแล้ว เช่น P

    ความเห็นจาก ชาติ — October 27, 2008 @ 6:52 pm

  113. ขอสาปแช่ง ผู้ดูแลและจัดทำเวปไซด์นี้

    ให้อยู่อย่างทุกข์กายทุกข์ใจ

    ถึงมีเงินล้นเหลือ ก็อย่าได้มีความสุขเลย

    กินข้าวให้ติดคอ ของดีๆกินก็ไม่อร่อย

    นอนก็ให้ฝันร้ายทุกวันทุกคืน

    ขอเผาพริกเผาเกลือสาปส่งไอ้พวกจัญไรพวกนี้ให้มันบรรลัยและพินาศในเวลาอันใกล้นี้ด้วย

    ความเห็นจาก หายใจเข้าแช่ง หายใจออกแช่ง — October 27, 2008 @ 8:57 pm

  114. ทรัพย์สินส่วนพระองค์? ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์?

    ผมยัง งง งง อยู่ครับว่าอันหลังนี่เป็นของกษัตริย์หรือเป็นของรัฐกันหว่า
    ถ้าเป็นของรัฐก็เอาเข้ากระทรวงการคลังไปเลย
    ถ้าเป็นของในหลวงก็น่าจะให้เป็นส่วนพระองค์ไปเลย
    จะได้ไม่งง………และรู้ว่าเป็นของใครกันแน่

    ………………………………………..

    เบื่อจริงๆ กับพวกที่ชอบแช่งคนอื่นๆ สงสัยหวังพึ่งแต่อำนาจพิเศษจนเคยตัว

    ………………………………………..

    ขำพวกไอ้เสื้อแดงวะ…มี ตีนตบ ออกมาแข่งกับ มือตบ ของพวกไอ้พวกเสื้อเหลืองที่มัฆวาน
    ถ้ามีสติ๊กเกอร์….รูปทักษิณแปะด้วยละก็…..จะงามมาก

    บ้านเมืองนี้มันจะฮาไปกันใหญ่แล้วครับท่าน อีกเดี๋ยวคงมีอวัยวะอื่นตามมาอีก

    ความเห็นจาก redwing — October 27, 2008 @ 11:35 pm

  115. เออ อยากรู้ว่า หน้าปกหนังสือเล่มนี้
    ไปเกี่ยวอะไรกับ คดีของทักษิณ และพจมาน

    สงสัยพวกลิ้มจะมาโพสเอง

    ไม่ก็young pad ใช่ป่าว

    ความเห็นจาก the social — October 28, 2008 @ 12:23 am

  116. เข้ามาอ่านตามที่ทราบข่าวว่าเวปนี้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อ่านข้อความคุณหันตราแล้วเศร้าใจมาก ไม่คิดว่าจะมีคนที่มีความคิดเห็นรุนแรงน่ากลัวต่อสถาบันได้เพียงนี้ ขัดกับการเป็นคนไทยที่มีรากเหง้าของความเป็นชาติที่มีพระมหากษัตรย์ที่ต่อสู้เสียสละ ทำให้เราเป็นชาติไทยอยู่ได้ถึงปัจจุปัน ไม่ต้องแสดงความคิดเห็นอีกเลย ไม่มีใครเชื่อคุณหรอก ขอให้พระสยามเทวาธิราชลงโทษ

    ความเห็นจาก praew — October 28, 2008 @ 8:36 am

  117. ประเทศไทยถ้าเราสังเกตุดูดีๆก็จะเห็นว่า พวกอุบาทว์ชาติชั่วนี่มันจะอยู่สบายนะพี่น้อง ถ้าคุณอยากอยู่สบายบนโลกนี้ก็โปรดจงสร้างความ อุบาทว์ชาติชั่วเอาไว้ให้มากๆแล้วคุณจะพบกับความสบาย ตัวอย่างก็ดูได้จากหลายๆฝ่าย ทั้ง พธม ทั้ง ทักษิณ ไอ้พวกนี้คือพวกอุบาทว์ชาติชั่วทั้งนั้น วันๆมันไม่มีอะไรทำ มันก็ไปล้างสมอง ปชช ผู้ที่ไม่รู้เรื่องถึงการกระทำอันอุบาทว์ๆของพวกมันทั้งสอง มันล้างสมองให้ ปชช ฆ่ากันเองเพื่อสุดท้ายมันจะได้กอบโกยอำนาจแต่เพียงผู้เดียว นี่ละครับพี่น้อง นี่คือความอุบาทว์ของพวกมัน แล้วไอ้ตัวที่อุบาทว์ชาติชั่วจริงๆแล้วก็คือ ไอ้ตัวการใหญ่ที่หนุนอยู่ข้างหลังของไอ้พวกทั้งสองฝ่ายนั่นเอง ตัวการใหญ่นี่ละคือตัว จัณไร ตัวกาลีบ้านกาลีเมือง สูบเลือดผู้บริสุทธิ์ มันฆ่าคนได้เป็นหมื่นๆ มันก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะการฆ่าคนของพวกจัณไรนี้ มันไม่เคยคิดเลยแม้แต่นิดว่า ชีวิตมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ก็คือมนุษย์เหมือนกับพวกมันเช่นกัน สังเกตุได้เลยว่าพวกอุบาทว์จัณไรพวกนี้ สมองของพวกมันจะพิกลพิการ ก็เพราะเวรกรรมที่มันสร้างความอับปรีกับคนบริสุทธิ์ ใครก็แล้วแต่ที่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันก็คือ มนุษย์อุบาทว์ชาติชั่วนั่นเอง

    ความเห็นจาก เหลือทนพวกอมนุษย์ — October 28, 2008 @ 3:08 pm

  118. นอกจาก หันตรา (ขอไม่ใช้คำว่าคุณ จริงๆอยากเรียกไอ้)
    ประชาชน..ประชาธิปไตย
    ยังมีอีก หลายชื่อ แต่คงไม่กี่คน
    รวมทั้ง redwing ที่ทำตัวเป็นกลาง แต่ที่โพสมา สมองมีแต่สีแดงเต็มตัว

    ผมคงไม่แช่ง เพราะคนพวกนี้ไม่เจริญอยู่แล้ว
    ผมไม่พูดกับคนพวกนี้เช่นกัน เพราะมันคงไม่อ่าน หรืออ่านก็ไม่เข้าใจ
    ผมจะบอกกับพวกคุณที่อ่านเว็บนี้กันอยู่ว่า

    คนพวกนี้ หวังผลบางอย่างจากการดิสเครดิสสถาบัน
    ซึ่งคนที่จะได้ประโยชน์ มีคนเดียวในโลก คนที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา
    นอกนั้นเป็นลิ่วล้อ ที่รับผลประโยชน์ อีกทอดจากเจ้านายมัน

    เราคงไม่ไปโจมตีสิ่งที่คนอื่นรักและศรัทธา
    ผมคงไม่ว่าๆ ศาสนาอื่น สอนไม่ดี
    ถึงแม้ว่าความเชื่อจะต่างกัน

    เท่าที่อ่านมาผมยังไม่เห็นว่าท่านด่างพร้อยยังไง

    กรณียกิจของพวกท่าน ยังไม่พอ ให้รักท่าน อีกหรือ
    ชั่วชีวิตของคนในประเทศนี้ คนไหนก็ได้ มีความดีเทียบเท่าซักหนึ่งในร้อย ของท่านหรือไม่

    สำหรับผม ผมคิดว่า สถาบันมีสิทธิ์ทำผิดอะไรก็ได้
    แม้แต่เทพกรีก หรือเทพฮินดู เรายังเห็นว่าเทพยังทำความผิดพลาดประจำ

    ยังไงก็ตาม ประเทศนี้เป็นของท่าน ถ้าใครอยากวิจารณ์ ควรให้ออกไปจากประเทศไทย และไม่ต้องใช้ภาษาไทย

    รู้จักคำว่าธรณีสูบไหมครับ
    ผมคิดว่าเป็นคำเปรียบเทียบของ ประชาทัณฑ์ นะ

    ความเห็นจาก momit — October 28, 2008 @ 3:11 pm

  119. พระเจ้าอยู่หัวเป้นที่รักของประชาชนชาวไทยทุกคนรวมแม้แต่ฝรั่งที่อยู่ในอเมริกาก็รู้จักท่าน ว่าท่านเป็นking of Thailand ท่านทำแต่สิ่งดีๆๆให้กับประเทศไทยมาช้านาน ส่วนไอ้พวกคุณๆที่เขียนpost เรื่องที่บอกได้ว่าคุณมันเป้นพวกไร้สำนึกในความรักชาติตัวเองขนาดไหน ถ้าคิดว่าแผ่นดินไทยนี้ไม่ดีก้ออพยพไปอยู่ประเทศอื่นไป๊ ไอ้ประเทศที่มีประธานาธิบดีที่คิดว่ามันช่วยคุณได้อ่ะ ปายซะ ไอ้หนักแผ่นดิน

    ความเห็นจาก นักเรียนไทยในอเมริกา — October 29, 2008 @ 3:33 am

  120. ดิฉันไม่เคยนึกเลยว่าจะได้มาเห็นหรือมาอ่านสิ่งที่post อยู่ในเว๊บไซค์คุณนี่ อ่านแล้วสามารถบ่งบอกได้เลยว่าพวกคุณขาดจิตสำนึกที่ดี คุณไม่ได้รักผืนแผ่นดินไทยแผ่นนี้ที่ให้คุณเกิดและคุณอาศัยเลยแม้แต่น้อย คำพูดที่คุณพูดนั้นนอกจากจะเป็นคำพูดของคนที่ดูเหมือนไม่มีการศึกษาแล้วยังดูเหมือนกับต้นกำเหนิดคุณจะไม่อบรมบ่มนิสัยคุณดีพอ ถึงมีนิสัยก้าวร้าวและกักขฬะดูถูกแม้แต่ชาติบ้านเมืองตัวเอง และที่สำคัญคือพ่อหลวงของคนไทยทุกคน ถ้าพวกคุณคิดว่าไอ้ประธานาธิบดีที่พวกคุณไฝ่ฝันว่าอยากจะมีหน่ะ ก้อขอให้ลาออกจากความเป็นคนไทยซะ (ทั้งที่จริงพวกคุณก้อไม่มีชาติกำเนิดอยู่แล้ว) ไปหาประเทศตั้งเองซะใหม่ เอาพวกไอ้คนเลวๆๆอย่างพวกคุณไปอยู่ด้วยกันให้หมดประเทศไทยจะได้เจริญขึ้นเพราะไม่มีคนหนักแผ่นดินอย่างพวกคุณอยู่
    ฉันไม่ได้อยู่ฝั่งไหนทั้งสิ้นแต่รักที่จะให้บ้านเมืองนี้มีแต่ความสงบและความเจริญ เงินทองที่โกงชาติบ้านเมืองมาหน่ะ ผลสุดท้ายชีวิตเหลืออะไร ไม่มีแม้แต่ผืนแผ่นดินไทยจะให้อยู่ ดูแล้วมันน่าสมเพชมั๊ยหล่ะ คิดดูก่อนให้ดีว่าก่อนตายพวกคุณทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้านเมืองบ้างแล้วหรือยัง !!!!!!!!

    ความเห็นจาก คนไทยในอเมริกา — October 29, 2008 @ 9:14 am

  121. What happen to King Rama VIII. No one in Thailand dares to discuss about the alleged murder.

    ความเห็นจาก Aon — October 29, 2008 @ 1:21 pm

  122. อยากจะบอกตรงๆว่าคุณหันตราเขียนโดยใช้อคติจริงๆ
    แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับว่าที่เขียนด่า เขียนแช่งนั้น ก็
    กระทำไป อคติ ด้วยความโกรธ ความเกลียดชังอย่างไร้เหตุผล
    ไม่มีเหตุอันใดเลยที่จะมองข้ามความจริงบางอย่าง และมองเหตุผล
    ของคนที่คิดต่างเป็นความชั่วร้าย ความผิด ไม่สมควรเกิดเป็นคนไทย

    เพราะเหตุนี้แหละบ้านเมืองจึงไม่รู้จักความสงบ เพราะ
    ผู้คนขาดความเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น

    แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

    ความเห็นจาก ไม่รุสิครับ — October 29, 2008 @ 8:22 pm

  123. เรารักพระเจ้าอยู่หัว

    และจะรักท่านด้วยความศรัทธาและเคารพ

    แต่พวกที่เกาะบารมีท่าน

    ใช้อำนาจที่ได้ไม่สมไม่ควร

    เราเชื่อว่า

    สักวัน

    สิ่งที่พวกเค้าเหล่านั้นทำลงไป

    ก็จะได้รับกรรม

    ตั้งแต่ชั้นสูงสุด

    สู่ชั้นต่ำสุด

    ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนรากหญ้า

    แต่เราก็ศรัทธา

    พระเจ้าอยู่หัวของเรา

    ที่ได้สร้างคุณูประการแด่พวกเรา

    แต่คนที่ใช้ท่านมาอ้าง

    ทำบางสิ่งบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อแผ่นดิน

    คุณจะนับถือใคร

    ระหว่างคนที่ตายเพื่อคนทั้งประเทศที่ชาติแดน

    กับคนที่ตายเพื่อคนบางกลุ่มที่กลางพระนคร

    สมเด็จพระเทพฯ

    ให้สัมพาทย์เกี่ยวกับความรุ้สึกถึงสถานการณ์บ้านเมือง

    พระองค์ตอบอย่างไม่ต้องสงสัยว่า

    พวกเค้าเหล่านั้นทำเพื่อตัวเค้าเอง

    (ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบใต้เบื้องพระยุคลบาท ที่ต้องทำให้บารมีต้องเคลื่อนคลอย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ….)

    ความเห็นจาก Freedom of thick — October 29, 2008 @ 10:33 pm

  124. เฮ้อออ

    เคยสงสัยไหมว่า ทำไมพวกเรายังไม่พัฒนาซะที

    มันนานแล้วนะ

    จนชาติอื่นๆ เขาเจริญไปหมดแล้ว

    ศักดินา ที่ถ่วงดุล ชาวนา กรรมการ ให้อดยาก
    ปล่อยให้ขุนนางและพวกตน ได้ใช้ภาษี เพื่อไปเที่ยวและรักษาร่างกาย
    ที่ยุโรปเท่านั้นหรือ

    ขณะที่ คนชราที่ริมนา ไม่มีแม้แต่กระท่อมจะหลบฝน
    ไม่มีอาหารจะกิน ไม่มีโอกาสจะได้รับการเยียวยารักษาเลยหรือ

    อย่าเรียกร้องความยุติธรรมเลย
    เพราะแม้แต่ความเสมอภาคยังไม่มิได้ในแผ่นดินนี้

    ผมมองไปข้างหน้า
    ว่า ประเทศที่ผมใฝ่ฝัน ไม่ประเทศที่เจริญ
    ที่มีเทคโนโลยีสูง ที่มีรายได้มาก ที่มีอำนาจการเมืองสูง

    แต่ผมต้องการให้ประชาชน พี่น้องราษฎร มีความผาสุก
    มีอาหารกิน
    เพราะที่ผ่านมา เหล่าคนกรุงเทพ และผู้เป็น วัวลืมตีน
    ได้คิดว่า กรุงเทพคือประเทศไทย บ้านนอกนั้นไม่ใช่
    คนบ้านนอกนั้นต้อยต่ำ
    คนกรุงเทพและวัวลืมตีนเหล่านี้ วันๆ คิดแต่ว่า วันนี้จะกินอะไรกันดี

    แต่ในขณะที่ ราษฎรที่อดยาก คิดเพียงว่า วันนี้จะมีอะไรกิน

    คุณลืมและทอดทิ้ง ใครไป หรือไม่ คุณเคยจะเหลียวแลดูไหม

    การเหยียดย่ำชนชั้นคนอื่น
    เป็นทำลายตัวเองทั้งนั้น

    คนที่มองคนไม่ใช่คนหาใช่คนไม่

    การมีระดับชนชั้นนี้ละ คือปัญหาของประเทศไทย
    ที่ฉุดรั้งให้คนที่สูงกว่าเหยียดย่ำทำร้ายดูดเลือดคนที่ทำงานหนัก
    คนที่เป็นชาวนา ปลูกข้าวให้คุณเลือกกินและเก็งราคา
    คนที่ทำงานก่อสร้าง คนที่สร้างตึกระฟ้า แต่ถูกดูถูกดังไม่ใช่คน
    คนที่เป็นคนขุดแร่ทอง เพื่อให้เศรษฐีมาใส่ขว้างเล่นหรือเก็งกำไร

    คุณอยากให้ คำว่า ชนชั้น มาถ่วงความเจริญประเทศนี้อีกหรอ
    คุณไม่คิดจะเห็นใจบรรพบุรุษ และ ผู้เสียสละ เหล่านี้เลยหรือ

    ผม ตอบว่า คงไม่หรอก เพราะ คนมองคนไม่ใช่คนหาใช่คนไม่

    ความเห็นจาก the social — October 29, 2008 @ 11:01 pm

  125. เพ้อเจ้อ เลื่อนลอย
    ประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่มี
    มีแต่จะก่อให้เกิดความแตกแยก
    ขอด่าหน่อยเหอะ สิทธิผมเหมือนกัน

    ความเห็นจาก jugend — October 30, 2008 @ 5:26 am

  126. แตกต่างเรื่องแบบนี้
    มันทำให้แตกแยก
    โง่หรือแกล้งโง่ครับ ใต้ฟ้าเดียวกัน

    ยังไงก็ขออยู่กันคนละฟ้านะครับ บ๊าย บาย

    ความเห็นจาก jugend — October 30, 2008 @ 5:45 am

  127. ทำไมถึงทำกันแบบนี้ครับ คุณไม่ให้ความเคารพก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ถ้าผมเอารูปคนที่คุณเคารพนับถือ มาทำแบบนี้บ้าง คุณจะคิดเช่นไร
    คุณอาจจะไม่คิดเพราะคุณไม่มีหัวใจ ไม่มีวัฒนธรรม
    สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริงนะครับ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อีกไม่นาน พวกคุณจะได้รับผลกรรมจากสิ่งที่คุณทำเอาไว้แน่นอน แล้วุถึงตอนนั้นอย่าคิดเสียใจทีหลังแล้วกัน

    ความเห็นจาก MaChao — October 30, 2008 @ 9:33 am

  128. เปลี่ยนชื่อไปมา สุดท้ายก็เป็นไอ้คนเดิมนั่นแหละ
    สำนวนเดิม

    ชนชั้นในสังคมไทยมีแน่ๆ
    มี มนุษย์ (ที่รู้จักผิดชอบชั่วดี)
    กับอีกชั้นเป็นไอ้พวกชิงหมาเกิด (สุนัขมันยังรู้จักบุญคุณคน)

    ชาตินี้อยากทำเลวอะไรก็รีบทำซะ ชาติหน้าไม่ได้เกิดเป็นคนหรอก
    อ้อ.. นี่คงคิดว่าชาติหน้าไม่มีจริงด้วยล่ะสิ

    เกิดเป็นคนต้องรู้จักกตัญญู เราเกิดในประเทศไทยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นมงคลชีวิตที่สุดแล้ว

    ประเทศในภูมิภาคนี้ เริ่มต้นความสัมพันธ์กับยุโรป ในฐานะที่เสียเปรียบ
    นี่ต่างหากสาเหตุที่ทำให้เราสู้เศรษฐกิจของ ฝรั่งไม่ได้ ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ก็เสียเปรียบฝรั่งแบบนี้เหมือนกัน
    แต่เรายังมีต้นทุนอื่นอีกเยอะ โดยไม่ต้องไปผูกกับระบบทุนของฝรั่ง
    ตอนนี้น่าจะเห็นว่าฝรั่งยังไม่รอดล้มเป็นแถบๆ แต่พี่ไทย ยังสบาย

    เปิดดูรายการปราชญ์เดินดิน จะเห็นตัวอย่างของคนที่มีเศรษฐกิจยั่งยืน หากินบนลำแข้งของตัวเอง ซึ่งตรงกันข้ามกับระบบฝรั่งที่ประกอบด้วย ตลาดหุ้น การโฆษณา เครดิต พอภาพลวงหายไป ก็ไม่รอด

    เด็กน้อยบางคนเกิดมา เห็นคนๆนึง ได้สัมปทานจากรัฐ แล้วร่ำรวย
    เลยเห็นเป็นของอัศจรรย์ ยกให้เป็นเทพเจ้า
    ทำไมจะไม่รวย การค้าขายที่ตัวเองผูกขาด มันต้องรวยอยู่แล้ว
    ยิ่งผูกขาด ก็ยิ่งขูดรีด

    ผมขอเปลี่ยนข้างต้นใหม่
    มีอยู่สองชนชั้น
    1. คือคนไทย
    2. คือลิ่วล้อเหลี่ยม

    ความเห็นจาก momit — October 30, 2008 @ 10:17 am

  129. ไอ้ทักษินและสมุนลิ่วล้อ พวกมึงจงลงนรกไปซะ อยู่ไปก้หนักแผ่นดิน

    ความเห็นจาก ทักษินส้นติน — October 30, 2008 @ 11:06 am

  130. คนไทย ประกอบด้วย
    1.คนไทยแท้? จากเทือกเขาอันไต
    2.ลูกเจ๊กกลายพันะธุ์เป็นนายทุน
    3.ชาวนาอดีตไพร่ อยากได้ผัวฝรั่ง
    4.คนเมืองที่นับถือหลายศาสนา
    5.คนแบบอนันดา เอฟเวอริ่งแฮม
    6.คนที่ไม่สนใจการเมือง สนใจแต่เซ็ก
    8.ฝรั่งพูดไทย ไทยไม่พูดไทย
    9.กลุ่มเจ้าเก่าที่ไม่ชอบพลเอกเปรม
    10.ชายรักชาย แต่ไม่รักทักษิณ
    11.เด็กทารกที่ไม่มีสิทธิ์เลือกสัญชาติ
    12.นักโทษ คนพิการ ชาวเขา หมอผี

    …………………………………………

    เฮ้ยมึงจำแนกอะไรของมึงเนี้ย ทำไมไม่มีกูรวมอยู่ด้วย

    อ้าว….ก็มึงไม่ใช่คนไทยนี่หว่า

    ความเห็นจาก redwing — October 30, 2008 @ 12:43 pm

  131. King Taksin die for free. King Rama VIII die for free. Everyone in Thailand is blind. No one care to investigate. Should we not bring those responsible to face trial in the court? Or is Thai not fair, and politically motivated?

    ความเห็นจาก Bon — October 30, 2008 @ 3:37 pm

  132. คห. momit 128
    ฮ่าๆๆๆ ขำดี ** อ้อ.. นี่คงคิดว่าชาติหน้าไม่มีจริงด้วยล่ะสิ **
    คุณไปมาแล้วเหรอคับ ไปรถอะไรละ หรือว่านั่งเครื่องไป ว่าแต่มันเป็นยังไงเหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆ แค่อยากรู้
    อ่อ.. แค่อยากรู้น่ะ อย่าเหมาว่าผมไม่รักพระเจ้าอยู่หัวละ ผมก็รักพระเจ้าอยู่หัวแล้วก็เคารพพระเจ้าอยู่หัวเหมือนคุณนั่นละ แต่แค่อยากรู้ว่า ชาติหน้ามันเป็นยังไง ? ท่าทางคุณจะไปมาแล้วแน่ๆ เล่าให้ฟังหน่อยดิ ฮ่าๆๆ อยากรู้ๆๆๆงะ
    อ่อ.. ลืมบอกไปว่า แต่ผมก็รักตัวผมเองเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ และผมคงจะไม่คิดที่จะไปฆ่าใครสักคน ฮ่าๆๆๆ ผมคงไม่บ้าพอที่จะไปฆ่าคนๆหนึ่งเพื่อใครคนหนึ่งแน่ๆ งูกำลังจะกลืนเขียด คุณจะตีงูให้ตายเพื่อช่วยเขียด ?
    ฮ่าๆๆ ผมไม่มีศาสนา ผมเป็นคนเลว ? ผมไม่เชื่อเรื่องชาติหน้าก็เป็นคนเลว ?
    ผมคิดไม่เหมือนคุณผมก็เลว ? ฮ่าๆๆๆๆๆ แหย่เล่นนะ อย่าโกรธจนควันออกหูละ โกรธทีไรมองเห็นถึงชาติหน้าเลยนะ หุหุหุหุ
    ว่าแต่นั่งรถอะไรไปมาละนั่น ชาติหน้าน่ะ รถไฟ รถส่วนตัว เครื่องบิน เรือ หรือว่า ขี่ควายไปมาละ ? ฮ่าๆๆๆ สงสัยจะขี่ควายแน่ๆ ฮ่าๆๆ แหย่เล่นนะ
    ** อ้อ..นี่คงคิดว่าชาติหน้าไม่มีจริงด้วยล่ะสิ ** ชอบงะมุกนี้ ยืมนะ หุหุหุ

    ความเห็นจาก ไปมาแล้วชาติหน้า ? — October 30, 2008 @ 5:29 pm

  133. ทุกวันนี้ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระปิยะมหาราชเจ้ายังทรงเฝ้าดูแลประเทศไทยอยู่ ผมขอประณามคนที่ลบหลู่พระองค์ท่านในภาพนี้ และขอบอกเลยว่าชีวิตคุณจากนี้ไปไม่ได้สงบสุขแน่นอน ถ้าสำนึกผิดก็จงรีบลบภาพและขอขมาพระองค์ท่าน ไม่งั้นเทวดารักษาบ้านเมืองไม่ปล่อยไว้แน่

    ความเห็นจาก sawadi2486 — October 30, 2008 @ 6:27 pm

  134. ผมขอเปลี่ยนข้างต้นใหม่
    มีอยู่สองชนชั้น
    1. คือคนไทย
    2. คือลิ่วล้อเหลี่ยม

    ผมเกลียดประโยคนี้มาก

    คุณมาแบ่งชนชั้นก็ได้

    แล้วสักวันจะรู้สึก คนเมือง อยุ่ในกทมมันนี้ละให้จมน้ำไปเลย
    เอาทำเนียบเป้นบ้านไปเลย เอาอะไรเอาไปให้หมดเลย

    อยากแยกประเทศแล้วโว้ย ดูดิว่า ถ้ากทม มันอยุ่โดดเดี่ยว
    เหล่าเจ้าเหล่าชนชั้นกลาง จะเอาข้าวที่ไหนมากินกันสบายๆ
    ข้าวปลาก้มาจากชนบททั้งน้านแระ

    เป็นลาวก็เป้นคนนะ เป็นคนจนก็เป้นคนนะ

    ผมเกลียดการแบ่งชนชั้นมาก

    มายกตัวข่มคนอื่นได้ไงเนี่ย
    ประเทศจะไม่ดีก็เพราะแบบนี้ไง

    ผมว่าคุนmomit นะ เป้นนาซีรึป่าว
    บ้าระบบฟาสซิสเป็นทุนนิยมมากหรือชาตินิยมจัด ขวามากๆขวาตกขอบ

    เฮ้อ จำไว้นะ ถ้าคุนด่าคนอื่นได้ คนอื่นก็ด่าคุนได้
    ถ้าคุนฆ่าคนอื่นได้ คนอื่นก็ฆ่าคุนได้

    ความเห็นจาก the social — October 30, 2008 @ 8:47 pm

  135. ถึงแม้ว่า…

    ชาวอีสานได้เรียกตนว่าเป็นคนไทยในปัจจุบัน

    แต่ในอดีตนั้น…

    ชาวอีสานก็หาได้เรียกตัวเองว่าเป็นคนไทย

    แต่ชาวอีสานกับมีความภาคภูมิใจที่จะเรียกตนเองว่าเป็นคนลาว(หรือไม่)

    สำเนียง..คำพูด..วิถีชีวิต..วัฒนธรรมประเพณี

    เหล่านี้ ก็ล่วนมีมาแต่อดีตกาล

    มีเป็นของตนเอง

    หาได้หยิบยืมมาจากชาติใด

    อยากทราบว่า

    ในสมัยก่อน…

    ท่านผู้ที่ตีเมืองนั้นเมืองนี้มาเป็นประเทศ

    ท่านได้ถามความสมัครใจของพวกเค้าไหม

    เค้าเต็มใจที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของท่านไหม

    ชาวอีสาน…ต่างก็มีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย

    ตามแบบฉบับของคนเชื้อสายลาวทั้งสิ้น

    ไม่แปลกใจที่ชาวอีสานมีความสุข

    ถึงแม้จะอยู่บนพื้นที่ที่มีความลำบาก กันดาล ยากแคล้น

    เรามีการอบรม การดำเนินชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ

    โดยไม่ฝืนธรรมชาติ

    แต่หลังจากที่เราต้องถูกปกครองจากเมืองหลวง

    เมืองที่มีวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง

    เราชาวอีสานกลับทำอะไรได้ยากมากขึ้น

    เราเคยดูแลตนเอง

    ปกครองกันเอง

    สิ่งที่เราได้คือคำว่า คนไทย

    ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ

    ยายผมเป็นคนลาวแท้ๆ

    ไม่ได้มาจากลาวฝั่งซ้าย

    แต่ยายยังยืนยันว่ายายเป็นคนลาว

    ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินลาว

    พูดภาษาลาว

    แต่คนไทยเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเรา…

    มันยุติธรรมแล้วหรือที่เราถูกเปลี่ยน

    มันถูกหรือเปล่าที่เราต้องรับผิด

    โดยที่เราไม่ได้ทำความผิดอะไร

    คนอีสานยากจน เราคือชนรากหญ้า

    แต่อย่าดูถูกเรา

    เพราะคนอีสานไม่ชอบ

    ไม่ต้องแปลกใจที่มีคนอีสานไปร่วมชุมนุมกันมาก

    เพราะคำพูดของพวกท่านทั้งหลาย ทำให้เราต้องออกมาตอบโต้

    เรารักคนที่ทำคุณประโยชน์ต่อเรา

    เราเกียจคนที่ดูถูกเยียดหยามเรา

    เพราะอีกไม่นาน

    เราจะเป็นก้อนหินเล็กๆ

    ที่ไม่มีความสำคัญ

    จะสะกิดให้ภูเขาที่เทียมฟ้าต้องถล่มทลาย

    เราไม่ได้เห็นแก่ตัว

    เราขอเป็นคนบาป บาปที่ว่า…

    ไม่สำนึกต่อความเป็นไทย

    แต่เราขอยืนยันเลยว่าแผ่นดินที่ท่านได้ไป

    มันเป็นแค่วัตถุ

    แต่ท่านไม่สามารถเอาจิตวิญญาณของคนลาวอย่างเราไปได้

    อย่าโกรธ อย่าด่าเรา

    เพราะท่านไม่ใช่เรา ไม่เข้าใจเรา

    สุดท้าย…

    ขอให้สถาบันที่พวกท่านเคารพจงอยู่คู่บ้านคู่เมืองตลอดไป…

    ความเห็นจาก คนนอีสาน บ้านอุดร — October 30, 2008 @ 9:02 pm

  136. เราขอแบ่งเป็น รัฐอีสาน

    ถึงจะดูโง่ในสายตาคนอย่างพวกคุณ

    แต่มันก็ยุติธรรมสำหรับพวกเรา

    เราขอใช้ชีวิตอย่างสงบและสันติ

    พวกคุณก็ใช้ชีวิตที่มีแต่ความขัดแย้งกันไป

    เรามีเพียงคนชนชั้นเดียว

    เราทัดเทียม

    เสมอภาคซึ่งกันและกัน

    สิทธิจะมีค่าอะไร

    หากเราไม่คำนึงถึงหน้าที่ที่ดีของตนเอง

    ความเห็นจาก คนอีสาน บ้านอุดร — October 30, 2008 @ 9:10 pm

  137. เป็นคนไทยถ้าไม่คิดที่จะรักประเทศไทย
    ก็ขอให้ไปเกิดใหม่ซะนะครับ
    อย่ามาพยายามทำตัวรู้มากวางตัวเป็นนักวิชาการเพราะจริงๆแล้วสุดท้ายคุณมันก็แค่หมาที่เขาหลอกใช้ให้ร่วมลัทธิ… ผมจะพยายามช่วยผลักดันให้ระบบการศึกษาไทยดีขึ้นและเข้าถึงระบบรากมากกว่านี้
    เพราะส่วนใหญ่จะเป็นรากฝอย(ที่วันวันเอาแต่คิดคุยโวเรื่องโง่ไม่สร้างสรรค์)
    ให้เป็นรากแก้วที่ช่วยกันหล่อเลี้ยงและสร้างให้ลำต้นแข็งแรง

    เคยเสียสละอะไรบ้างไหมเพื่อคนอื่นอย่าว่าแต่ประเทศเลย
    ผมว่าแค่พ่อแม่คุณ…มันก็ยังไม่คิด

    ความเห็นจาก ชายไทย — October 31, 2008 @ 12:13 am

  138. ตามรัฐธรรมนูญระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ตามหลักความชอบธรรมแล้ว อำนาจอธิปไตยที่แท้จริงในประเทศนี้ควรจะต้องเป็นของ “สถาบันพระมหากษัตริย์และชาวไทยที่จงรักภักดีในสถาบัน”จะไม่มีสิทธิ์เป็นของกลุ่มคนนอกเหนือจากนี้โดยเฉพาะขบวนการที่จ้องจะทำลายสถาบัน เพราะเหตุใดที่ขบวนการนี้ถึงแม้จะเป็นคนที่มีสัญชาติไทยแต่ไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยร่วม เป็นได้แค่ผู้อยู่อาศัย เพราะพิจารณาตามหลักในกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินของจอห์น ล็อก นักปราชญ์ชาวอังกฤษ

    “ผู้ใดได้อาศัยแรงกาย เคลื่อนย้าย หรือกระทำต่อสิ่งนั้น สิ่งนั้นถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาโดยชอบธรรม”

    เป็นที่รู้แจ้งกันไปทั้วว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นับแต่โบราณกาลออกสู้อริราชศัตรูโดยพระองค์เอง และบ้านเมืองนั้นก็ได้พระมหากษัตริย์เป็นผู้พัฒนาให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นี้เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อพิจารณาจากหลักกรรมสิทธิ์แล้ว ถ้าสถาบันเป็นผู้ปกป้องและได้พัฒนาแผ่นดินนี้ แผ่นดินนี้จึงถือเป็นกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรมของสถาบันพระมหากษัตริย์ ใครก็ตามที่คิดจะล้มล้าง จึงไม่มีความชอบธรรมโดยประการทั้งปวง เพราะนั่นคือการปล้นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น
    อย่างไรก็ตามสถาบันไม่สามารถพัฒนาแผ่นดินได้หากปราศจากประชาชน ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ขบวนการจ้องทำลายจะใช้เป็นข้ออ้างโดยอาศัยตรรกะที่ว่า “แผ่นดินนี้สถาบันไม่ได้พัฒนาคนเดียว แต่เป็นแรงกายของประชาชน”
    เพราะแท้จริงแล้วประชาชนที่ปกป้องชาติ กอบกู้ชาติและพัฒนาชาติร่วมกับสถาบัน ก็คือประชาชนที่มีใจจงรักภักดีกับสถาบัน ประชาชนกลุ่มนี้ได้เคียงบ่าเคียงไล่รบกับข้าศึกร่วมกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้แสดงออกในเจตจำนงค์ที่จะให้มีพระมหากษัตริย์เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองพวกเขา นี่คือเจตจำนงค์ร่วมของประชาชนที่เคียงบ่าเคียงไล่กับสถาบันในการกอบกู้ชาติ
    ดังนั้น อำนาจอธิปไตยของประเทศนี้จึงเป็นกรรมสิทธิ์”ร่วม”ของ”สถาบันพระมหากษัตริย์และชาวไทยที่จงรักภักดีในสถาบัน”

    เราย้อนกลับมาดูคนที่จ้องทำลายบ้าง คนเหล่านี้พวกเขาได้พัฒนาชาติอะไรไว้บ้าง? คนเหล่านี้เขาได้มีส่วนในการกอบกู้ชาติหรือไม่?
    ถ้าหากไม่เคยแล้ว คนเหล่านี้จะมาอ้างถึงความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้วคิดจะปล้นเอากรรมสิทธิ์ของผู้อื่นได้อย่างไร?

    http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=479

    ความเห็นจาก BMW F1 — October 31, 2008 @ 1:58 am

  139. **************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************

    ความเห็นจาก ไอ้เว็บเฮงซวยล่มไปเลยไป — October 31, 2008 @ 11:20 am

  140. เวบบัดซบ คนทำหน้สซ้นตีน มึงอยากรู้มั๊ยว่าใครมาป่วนกระทู้มึง มารบกับกูทางเทคโนโลยีกันม๊า

    ความเห็นจาก &&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&& — October 31, 2008 @ 11:23 am

  141. ข่มขืนลูกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ข่มขืน ลูกชายนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อยากมาก

    ความเห็นจาก อยากข่มขืนลูกสาวนายกสมชาย — October 31, 2008 @ 11:27 am

  142. เปลี่ยนชื่อไปมา สุดท้ายก็เป็นไอ้คนเดิมนั่นแหละ
    สำนวนเดิม

    ชนชั้นในสังคมไทยมีแน่ๆ
    มี มนุษย์ (ที่รู้จักผิดชอบชั่วดี)
    กับอีกชั้นเป็นไอ้พวกชิงหมาเกิด (สุนัขมันยังรู้จักบุญคุณคน)

    ชาตินี้อยากทำเลวอะไรก็รีบทำซะ ชาติหน้าไม่ได้เกิดเป็นคนหรอก
    อ้อ.. นี่คงคิดว่าชาติหน้าไม่มีจริงด้วยล่ะสิ

    เกิดเป็นคนต้องรู้จักกตัญญู เราเกิดในประเทศไทยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นมงคลชีวิตที่สุดแล้ว

    ————————————————-

    ไอ้ข้อความข้างบนผมตั้งใจว่าไอ้พวกชิงหมาเกิด ซึ่งถ้าชาติหน้ามีจริงคงไม่ได้เกิดเป็นคน
    ไม่นึกว่าจะมีคนออกมาแย้งอะไร ตลกดี

    คุณไปมาแล้วชาติหน้า ? ที่คุณแย้งมา ผมไม่โกรธ เพราะเป็นเรื่องจริง ชาติหน้าผมไม่เคยไปครับ (ถ้าไปแล้วคงไม่ได้กลับมา ใครๆก็รู้) แต่ผมรู้ว่าถ้ามีชาติหน้าจริงผมจะได้เกิดใหม่เป็นคนไทย
    และจะขอเกิดเป็นคนไทยทุกชาติ ไม่เหมือนบางคนที่คงไปเกิดเป็นเห็บสุนัขอยู่ในยุโรป
    (ถ้่าท่านคิดว่าชาติหน้าไม่มีจริง ความเห็นของผมก็ตกไป แค่นั้น)

    ส่วนท่านอื่นๆที่แย้งมาเรื่องที่ผมจัดคนในแผ่นดินไทยเป็นสองชนชั้น
    1. คือคนไทย
    2. คือลิ่วล้อเหลี่ยม

    ผมไม่ได้่จัดใครไปอยู่ฝั่งไหน แต่่ถ้าคุณแย้ง แสดงว่าคุณได้จัดตัวเองไปอยู่ประเภทที่สองเรียบร้อย

    แล้วไงไม่ภูมิใจเหรอครับ เห็นด่าว่าสังคมไทยไม่ดีอย่างงั้นอย่างงี้
    ขอให้ร่ำรวย แล้วไปอยู่ที่อื่นเถอะนะครับ อย่ามาทนอยู่เมืองไทยเลย

    ความเห็นจาก momit — October 31, 2008 @ 11:56 am

  143. [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
    [[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[

    ความเห็นจาก กูได้ทางเข้าเจอ ftp เว็บมึงเมื่อไหร่ กูบุกข้อมูลเซิริ์ฟเวอร์มึงแน่ พันธมิตรมาแล้วโว้ย เอ้า — October 31, 2008 @ 12:18 pm

  144. คนอีสาน บ้านอุดร

    ยายคุณมาจากลาว แล้วจะแบ่งรัฐอีสาน (คิดได้ยังไง)

    คุณถามคนอีสานทั้งหมดรึยัง มีคนที่หัวใจเป็นไทย
    อยู่กว่า 90%

    คุณแบ่งคนอีสานออกจากคนกรุงเทพฯ ได้ยังไง
    ก็ในเมื่อคนส่วนนึงของกรุงเทพ คือคนอีสาน

    การเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน ไม่ได้ทำให้คนอีสานเปลี่ยนสัญชาติ
    เพียงแต่เขา้เลือกตั้งคนที่เขาศรัทธา ไม่ได้บอกว่าจะพาเขาแยกประเทศ

    อย่าใช้ ตรรกะ ตลกๆ มาสร้างความแตกแยก
    คนอีสาน เป็นคนไทยพอๆกับคนภาคกลาง ใต้ เหนือ

    ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นลาว คุณก็เป็นคนลาว
    คุณจะอยู่เมืองไทยก็ได้ เมืองไทยไม่กีดกั้น
    แต่ถ้าคุณจะแยกประเทศ กรุณาถามพลเอกอนุพงศ์

    ความเห็นจาก momit — October 31, 2008 @ 12:24 pm

  145. เส้นแบ่งพรมแดนเป็นนวตกรรมเก่าสมัยล่าอาณานิคม
    เป็นยุทธศาสตร์ที่ฝรั่งไม่ได้สนใจมากแล้ว
    เห็นได้จาก การรวมยุโรป

    นวตกรรมแบบใหม่คือ บรรษัทแบบข้ามชาติ เครื่องมือคือทุน
    ปกครองด้วยความภักดีต่อ….แบรนด์ ที่ทำให้คนใหลหลง
    ควบคุมด้วยการครอบครองจินตนาการ แข่งขันด้วยภาพลักษณ์

    ตัวอย่างเช่น ธนาคารต่างๆ ที่มีสีประจำของตนเอง เช่น สีเขียว
    สีม่วง สีชมพู สีน้ำเงิน ฯลฯ แล้วสร้างภาพลักษณ์ให้เราจำ

    คำว่า ไทย มันมาไกลกว่านั้นมากครับ “สีไทย”

    สีไทยคุณภาพ ต้องทัปเปอร์แวร์ศรีไทย ว้าวว….ว ไปนั่น

    ความเห็นจาก redwing — October 31, 2008 @ 12:47 pm

  146. ตามรัฐธรรมนูญระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย BUT อำนาจในประเทศเป็นของ “สถาบันพระมหากษัตริย์”

    ชาวไทยที่จงรักภักดีในสถาบัน ไม่มีสิทธิ์ โดยเฉพาะคนจน

    ความเห็นจาก Con — October 31, 2008 @ 1:31 pm

  147. คนจน มีศักดิ์ศรี ทำมาหากิน ใช้ชีวิตพอเพียง

    คนชั้นกลางบางคน ขายศักดิ์ศรี ขายตัว ขายชาติ

    อย่าอ้างคนจน

    ความเห็นจาก คนจนไม่จนใจ — October 31, 2008 @ 2:42 pm

  148. ช่วยหาให้หน่อยครับ

    – ประเทศอะไรที่อยู่กันแบบไม่มีชนชั้น

    – หมายถึง รวยเท่ากัน รายได้ใหม่เท่ากัน เมียสวยเท่ากัน กินอยู่เหมือนกัน ขับรถยี่ห้อเดียวกัน

    – ประเทศอะไรครับที่มีแต่เจ้าทั้งประเทศ ทุกคนเป็นเจ้าหมดนั่งในที่เท่ากัน

    – ประเทศอะไรครับที่มีแต่ประชาชน ไม่มีชนชั้นปกครอง

    – ประเทศอะไรที่ไม่ต้องมีพระ หรือสิ่งศักดฺสิทธิ์ให้ไหว้ เพราะเท่ากันต้องไหว้กันทำไม

    เคยไปประเทศจีนที่ว่ามีการแบ่งชนชั้นน้อยที่สุด คุณรู้ไหม หมูอยู่ร่วมบ้านเดียวกับคน เพราะมันไม่แบ่งที่ดินให้ ไอ้คนรวยก็ล้นฟ้า ไอ้คนจนก็ไม่มีอะไรเลย เดี๋ยวนี้เขาก็อยากเป็นอิสระว่ะ เพราะเบื่อเท่ากัน ใครหามากได้มาก ไมหาก็ไมมี

    เห็นมีอีกแห่ง ที่ไม่มีฐานันดรศักดิ์ อยู่ในเมืองไทยนี่แหละ ที่…. ที่… ที่…เรือนจำว่ะ แต่ก็อดมีเจ้าพ่อไม่ได้ หากเจ้าพ่อติดคุก มันก็มีอิทธิพลในคุกอีกแหละ

    เมืองไทยคงจะดีที่สุดแล้วมั้งใครใคร่ค้าชางค้า ใครใคร่ค้าวัวค้าควายค้านักการเมืองหน้าใส ประชาชนหน้าดำ ไอ้ที่เห้ย ๆ มันคือชนช้นบริหารมากกว่าเช่นไอ้พวก ร.ม.ต.ทั้งหลาย ที่มันวุ่นวายก็เพราะกฏหมายกำหนดระยะเวลา หากเป็นสมัคร ส.ส. ได้เป็นตลอดชีพมันคงไม่มีปัญหาเพราะไม่มีก้างขวางคอ
    สรุปแล้ว เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไม่ได้มีปัญหากับใคร พระองค์ท่านไม่ได้ขัดกับใคร มีแต่ไอ้พวกบริหารอยากใญ่ที่สุดก็ว่ามา

    ความเห็นจาก ขุนพลเก่า — October 31, 2008 @ 5:02 pm

  149. ในคุก ไม่มีชนชั้นเลยว่ะ อยากอยู่เท่าเทียมกันแนะนำ ในคุกครับพี่น้อง

    ความเห็นจาก รักเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน — October 31, 2008 @ 5:06 pm

  150. ฝากถึงซากพวกซ้ายจัดผู้ซึ่งจินตนาการถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่าจะมีความสามารถนำไปสู่
    “สังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้น” ได้

    ลัทธิเพ้อฝันที่ท่านต้องการนั้น ไม่มีวันเป็นไปได้ในบ้านเมืองนี้ประเทศนี้ หรือแม้แต่โลกปัจจุบันนี้ เพราะถึงหากพวกท่านพาสังคมไปถึงจุดนั้นได้ หลังจากนั้นสังคมนั้นๆก็ต้องแบ่งชนชั้นอยู่ดี

    นั่นก็หมายถึง พวกที่สนับสนุนลัทธิซ้ายจัดทั้งหลาย อาจตกเป็นเครื่องมือให้กับบุคคลประเภทซ้ายอกหักที่เป็นตัวตั้งตัวตีหรือผู้ นำของพวกท่านเอง และหนีไม่พ้นที่คณะบุคคลตัวตั้งตัวตีที่ย่อมต้องตั้งตนเป็นหัวหน้าเมื่องาน สำเร็จ
    ซึ่งเผลอๆ หลังนั้นอีกไม่นานก็อาจจะกลายเป็นผู้นำเผด็จการเสียเอง

    ที่กล่าวมาเพื่อเตือนสติพวกท่าน
    ท่านอาจเป็นเครื่องมือของกลุ่มพวกซ้ายอกหัก
    ท่านอาจเป็นเหมือนที่ เช พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คิวบาเป็นอิสระจากสหรัฐ แต่ผลลัพธ์คือคิวบากลายเป็นประเทศเผด็จการภายใต้เงื้อมือคาสโตรที่ประชาชน ไม่มีสิทธิเสรีภาพ

    ฝากบอกอีกอย่างว่า หากท่านหลงไหลจนไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ที่ต้องการ “ลัทธิสังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้น” ก็มีอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้คือการ “ทำลายล้างโลกซะ”
    แล้วปล่อยไปอีกหมื่นล้านปี ให้อะมีบาเจริญพันธุ์จนกลายเป็นมนุษย์ลิง ถึงเมื่อนั้นโลกก็อาจจะได้พบกับ “สังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้น” ซักช่วงสั้นๆ ช่วงหนึ่ง

    แต่หากท่านคิดได้ กลับตัวกลับใจเสียใหม่แล้วหากท่านเกรงว่า ที่ผ่านมาตัวท่านอุตส่าห์เสียสละแรงกายแรงใจและสมองไปเพื่อคิดพัฒนาบ้าน เมืองและสังคมจะเสียเปล่าไป

    ขอแนะนำว่า ท่านก็จงร่วมคิดอ่านสร้างการเมืองใหม่สำหรับสังคมทุกระดับ โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิการพื้นฐานของประชาชน เช่นให้ไม่อดอยาก ไม่มีหนี้สิน มีที่อยู่ ได้รับการศึกษา ได้รับการรักษาพยาบาล มีรายได้ขั้นต่ำ
    ท่านอาจสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นต้องใช้งบประมาณมหาศาลจะเอาเงินมาจากไหน
    ท่านก็เอาเงิน 30% ที่จะไม่โดนโกงกินทุกๆปีมาใช้
    อย่างนี้จึงจะเป็นประโยชน์ต่อท่านและสังคมไทยอย่างแท้จริง

    ความเห็นจาก กลับตัวกลับใจ สังคมยังให้อภัย — October 31, 2008 @ 6:26 pm

  151. Let me tell you a story. Once upon a time there was a king who swear to protect every square inch of Siam. However he is a chicken. He is too afraid to fight becuase he knew that he will loose all his wealth and power. He did not even try to defence Siam. The british came and took away land for Malaya & Burma. The French can and took away land for Laos and Khmer. He is so greedy, he sold it to them. A win-win. He retain his power and wealth and given a lot of gold and money. The Farang got what they wanted. The looser are the subjects; the Siamese buffalo (ไอ่ควาย). This is what I really call ขายชาติขายบ้านขายเมืองขายลูกขายเมีย. Strangely the subject still think he is GOD, because he sell his country instead of defending every square inches he swear he would do.

    Now you know my IP address. Come and arrest me in London if you dare.

    ความเห็นจาก Farher of Thaksin — October 31, 2008 @ 7:18 pm

  152. เวปชั่ว

    ความเห็นจาก เวปชั่ว — October 31, 2008 @ 8:47 pm

  153. FUCK FOR YOU ฟ้าเดียวกัน

    ความเห็นจาก your mom — October 31, 2008 @ 9:07 pm

  154. the social คือเจ๊เพ็ญ ชัวร์

    ความเห็นจาก รักพ่อหลวง — October 31, 2008 @ 10:31 pm

  155. ผม ก็เขียนคนเดียว ใช้ชื่อนี้ชื่อเดียว

    ไม่ได้ใช้ชื่ออื่น ผมเล่นlaptop ของผมอ่า
    ผมไม่ได้แอบเปลี่ยนชื่อนะ

    คำว่า เท่าเทียมไม่ใช่เท่ากัน นะ
    อย่าเข้าใจผิดดิ

    เท่าเทียม คือ ได้รับสิทธิ์ ที่เหมือนกัน
    ไม่มีการลำเอียง ไม่ถูกดูถูกเหยียดหยาม ไม่ถูกกระทำดังสัตว์
    ให้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ไม่ให้มีการบังคับในการนับถือศาสนา

    เออ ถ้าผมอยุ่ในคุก แล้วคุนจะอยุ่ในคุกกับผมไหมละ เท่าเทียมกันดี
    เอาไหมละ โดนซ้อมเหมือนกัน กินข้าวเหมือนกัน กล้าไหมละ
    อย่าพูด แล้วไม่ทำละ

    การมีชนชั้นปกครองนะ มันดูดีแล้วหรอ
    มันคงดีนะถ้าคุนได้เป้นชนชั้นปกครอง
    แล้วคนที่ไม่ใช่ชนชั้นปกครองละ เขาคืออะไรในสังคม
    ถ้าคุนเป้นชนชั้นอื่นในชนชั้นปกครองละ
    คุนจะกล้าพูดแบบนี้ไหมว่า ประเทศอะไร มีแต่ประชาชน ไม่มีชนชั้นปกครอง

    ผมหัน บรรพบุรุษเราในอตีด ก่อนจะเป้นอาณาจักรนะ
    มันมีชนชั้นรึยังละ เขายังอยุ่กันได้เลย ยังปกครองดูแลชุมชนกันได้เลย

    ผมชมคุน คนอีสานบ้านอุดรนะ

    ลองไปดูประวัติศาสตร์สิ
    เรื่องกบฎของเจ้าเมืองในอุบลราชธานี
    ที่ไม่ยอมรับการปกครองแบบระบบราชการของร.5
    เพราะเป้นการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง

    เจ้าอุบลราชธานีเห้นว่า บ้านเมืองเขามีข้าวมีน้ำ ไม่ต้องพึ่งสยามก็อยุ่ได้

    สุดท้ายก็ถูกปราบ

    พี่น้องชาวล้านนาก้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของสยาม
    จนถูกกลืนวัฒนธรรมเป้นไทยไปหมด
    วัฒนธรรมล้านนา ภาษาล้านนาที่มี ก็ค่อยๆหายไป

    พี่น้องอิสลามในอตีด ที่เคยเป็นรัฐสุลต่าน ก็ถูกดึรวมไปเข้าเป้นของสยาม
    คุนเคยถามความสมัครใจของเขาไหม
    เขาโดนเหยียดหยาม ไม่ได้รับความเท่าเทียมในการประกอบศาสนพิธี

    ลองคิดดู แต่ชาวพุทธถูกห้ามใส่บาตรห้ามกราบไหว้พระพุทธรูป
    ถูกห้ามบวชเป็นภิกษุ ถูกห้ามพูดถึงพระพุทธเจ้า และธรรมะต่างๆ

    คุนจะอดทนไว้หรอ หรือว่าปกติคุนก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วนะ

    ถ้าคุนยังยอมรับคนอื่นไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะยอมรับคุนเลย

    เออ ชื่อผมนะ ไม่ใช่เจ๊เพ็ญหรอก

    แต่ผมว่าคุน รักพ่อหลวง นะคือ สนธิ ลิ้มทองกุลใช่ป่าว

    ส่วนmomit คือ อภิสิทธิ์แห่งพรรคอนุรักษ์เพื่อขุนนางใช่ไหมละ

    ความเห็นจาก the social — October 31, 2008 @ 10:35 pm

  156. คุณกล่าวอ้าง “มหาชนชาวไทยมิได้จินตนาการถึง “ชาติ” แบบ “เดียวกัน” อีกต่อไปแล้ว” จริงเหรอ คุณแค่หยิบมือเดียว อย่าบังอาจอ้างมหาชนชาวไทย เชิญฝันต่อไป ฝันไปปปปปปปปปปปป อย่าลืมเช็ดน้ำลายนะ

    ความเห็นจาก จริงเหรอวะ — October 31, 2008 @ 10:36 pm

  157. พวกคุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมพวกเรายังไม่พัฒนาซะที

    มันนานแล้วนะ

    จนชาติอื่นๆ เขาเจริญไปหมดแล้ว

    ศักดินา ที่ถ่วงดุล ชาวนา กรรมการ ให้อดยาก
    ปล่อยให้ขุนนางและพวกตน ได้ใช้ภาษี เพื่อไปเที่ยวและรักษาร่างกาย
    ที่ยุโรปเท่านั้นหรือ

    ขณะที่ คนชราที่ริมนา ไม่มีแม้แต่กระท่อมจะหลบฝน
    ไม่มีอาหารจะกิน ไม่มีโอกาสจะได้รับการเยียวยารักษาเลยหรือ

    อย่าเรียกร้องความยุติธรรมเลย
    เพราะแม้แต่ความเสมอภาคยังไม่มิได้ในแผ่นดินนี้

    ผมมองไปข้างหน้า
    ว่า ประเทศที่ผมใฝ่ฝัน ไม่ประเทศที่เจริญ
    ที่มีเทคโนโลยีสูง ที่มีรายได้มาก ที่มีอำนาจการเมืองสูง

    แต่ผมต้องการให้ประชาชน พี่น้องราษฎร มีความผาสุก
    มีอาหารกิน มีบ้าน มีชุมชนที่เป้นสุข ได้อยุ่กับบ้านเกิดร่วมกับพี่น้องและพ่อแม่
    เพราะที่ผ่านมา เหล่าคนกรุงเทพ และผู้เป็น วัวลืมตีน
    ได้คิดว่า กรุงเทพคือประเทศไทย บ้านนอกนั้นไม่ใช่
    คนบ้านนอกนั้นต้อยต่ำ
    คนกรุงเทพและวัวลืมตีนเหล่านี้ วันๆ คิดแต่ว่า วันนี้จะกินอะไรกันดี

    แต่ในขณะที่ ราษฎรที่อดยาก คิดเพียงว่า วันนี้จะมีอะไรกิน

    คุณลืมและทอดทิ้ง ใครไป หรือไม่ คุณเคยจะเหลียวแลดูไหม

    การเหยียดย่ำชนชั้นคนอื่น
    เป็นทำลายตัวเองทั้งนั้น

    คนที่มองคนไม่ใช่คนหาใช่คนไม่

    การมีระดับชนชั้นนี้ละ คือปัญหาของประเทศไทย
    ที่ฉุดรั้งให้คนที่สูงกว่าเหยียดย่ำทำร้ายดูดเลือดคนที่ทำงานหนัก
    คนที่เป็นชาวนา ปลูกข้าวให้คุณเลือกกินและเก็งราคา
    คนที่ทำงานก่อสร้าง คนที่สร้างตึกระฟ้า แต่ถูกดูถูกดังไม่ใช่คน
    คนที่เป็นคนขุดแร่ทอง เพื่อให้เศรษฐีมาใส่ขว้างเล่นหรือเก็งกำไร

    คุณอยากให้ คำว่า ชนชั้น มาถ่วงความเจริญประเทศนี้อีกหรอ
    คุณไม่คิดจะเห็นใจบรรพบุรุษ และ ผู้เสียสละ เหล่านี้เลยหรือ

    ผม ตอบว่า คงไม่หรอก เพราะ คนมองคนไม่ใช่คนหาใช่คนไม่
    และผมคิดพวกคุณคงไม่สำนึกหรอก

    ความเห็นจาก the social — October 31, 2008 @ 10:43 pm

  158. ทีพันธมิตรยังทำได้เลย

    ยังอ้างความชอบธรรมจากคนทั้งประเทศได้เลย

    youngpadที่ผมไม่รุ้จัก วันดีคืนดีก็มาเหมารวมว่านักศึกษาไปอยุ่ข้างพธมแล้ว

    พันธมิตรยังอ้างมหาชนชาวไทยได้เลย

    คมช ยังอ้างได้เลยว่า คมช ได้รับความชอบธรรมในการรัฐประหาร
    ทั้งๆที่ มันเป็นเผด็จการถือปืนมาบังคับคนอื่นชัดๆ
    ยกเว้นว่าจะมีคุณบางคนเห้นด้วยนะ เพราะอยากให้ทำ

    ความเห็นจาก the social — October 31, 2008 @ 10:51 pm

  159. ถ้าไม่มีระบบชนชั้นแล้วประเทศจะเจริญขึ้นกว่านี้เหรอ?
    ประเทศเราจะไม่มีขอทานเหรอ?

    อเมริกา แคนาดา อังกฤษ ไม่มีขอทานเหรอ?

    สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ประกอบคุณงามความดีให้กับประเทศนี้อย่างมาก
    มาตั้งแต่อดีต คุณคิดว่าระบบที่คุณคิดฝันให้มีเหมาะกับประเทศนี้แล้วเหรอ
    คุณคิดว่าผู้นำตามความคิดของคุณจะรวมใจคนไทยได้เทียบเคียงกับสถาบันฯ
    เหรอ คิดใหม่เหอะ

    ความเห็นจาก the anti-social — October 31, 2008 @ 11:33 pm

  160. อี the social มึงคงเพ้อไปแล้ว ตายไปกี่แสนร้อยชาติ สังคมอย่างมึงว่าก็ไม่มีทางได้หรอกโว้ย ไอ้คิดแต่เพ้อหลักทฤษฎี แต่หาได้ดูความเป็นจริงมั๊ย ถ้าไม่มีระบบศักดินาถามหน่อยเหอะ มึงจะได้ระบอบประชาธิปไตยล้วนๆ หรือป่าว แม่งคงฝัน ไอ้เจ้าของเวปนี้มันได้เศษเงินจากไอ้ทักษิณถึงอยู่ได้จนทุกวันนี้ และแม่งเหมือนพวกโรคจิตเขียนบทความล้มล้างสถาบันกษัตริย์ รู้นะมีคนด่าแน่ๆ และเยอะด้วยแต่ก็ยังเขียนและยอมให้เขาโพสต์ด่าหน้าตาเฉย เหมือนคนโรคจิตแท้ๆ เลยหว่ะ นั้นซิถึงยังทำเวปเหียๆ อย่างนี้อยู่ได้

    ความเห็นจาก อี the social — October 31, 2008 @ 11:45 pm

  161. ตอบ..THE SOCAIL.
    ความคิดของคุณ น่าสงสารมาก แสดงว่าความคุณยังเด็ก มีความรู้แต่ยังไม่มีประสพการณ์ ผมจะคุยกับคุณดี ๆ ไม่ด่า แบบแลกเปลี่ยนความรู้สึกกันนะ
    รัชกาลแต่ละรัชกาล แผ่นดินไม่เท่ากัน คุณไปดูแผนที่ซิ ตั้งแต่สมัยพ่อขุนราม สมัยพระเจ้าอู่ทอง พระนเรศวร พระนารายณ์ พระเจ้าตากสิน พระพุทธยอดฟ้า พระจุลจอมเกล้า และรัชกาลปัจจุบันเอาตั้งแตยุคสุโขทัยมาเลยนะ กษัตริย์ทุกพระองค์จะแผ่บุญญาธิการโดยการรบเพื่อชิงดินแดน ต้องแสดงความแข็งแกร่งให้ประเทศข้างเคียงเกรงกลัว เพราะเราไม่ตีเขา เขาก็ตีเรา เราจึงเรียกพระมหากษัตริย์ว่า พระเจ้าแผ่นดิน เพราะเป็นผู้รวบรวมแผ่นดิน หากพระเจ้าแผ่นดินองค์ไหนรบเก่ง ประเทศข้างเคียงเกรงกลัว ไม่ต้องรบเลยก็ได้เมือง เพราะเมืองอื่นมาสวามิภักด์ แผนทีในแต่ละรัชกาลจึงไม่เท่ากัน อันนี้จึงถือว่า กษัตริย์มีคุณแก่ประชาราษฎร์ หาแผ่นดินเพื่อมาแบ่งปันแก่พลเมืองของตน คุณต้องคิดให้ไกลๆ

    ความเห็นจาก ขุนพลเก่า — October 31, 2008 @ 11:59 pm

  162. ลองรับฟังกันดีๆนะครับ ฟังก็ฟังหลายๆด้าน

    the social กล่าวได้ดี เค้าก็มีเหตุผลของเค้า

    คนที่เทิดทูนสถาบัน ก็แย้งด้วยเหตุผลกันเป็นบ้างมั๊ย

    ประชาธิปไตยมันคืออะไร ใครไม่ชอบ ไม่เทิดทูน

    ไม่เป็นพวกเดียวกับคุณก็ผิดงั้นหรอ ต้องดูถูกกันหรอ

    คนที่สักแต่ด่าด้วยอารมณ์ กรุณามีเหตุ มีผลหน่อยนะครับ

    เห็นแล้วสมเพช จริงๆ

    ความเห็นจาก โธ — November 1, 2008 @ 12:00 am

  163. รู้ค่ะว่าแต่ละคนต่างมีสิทธิ์ที่จะคิดได้เยี่ยงเช่นความเห็น…หันตรา ถ้าคุณคิดว่าไม่มีสถาบันจะดีกว่าก็ย้ายไปอยู่ที่ประเทศอื่นที่มันนิ่งอย่างที่คุณว่าเช่นเขมร เพราะดิฉันคิดว่าประเทศไทยอยู่ได้มาทุกวันนี้เพราะท่านกษัติย์มาหลายยุคสมัย ท่านทำเพื่อลูกๆ ของท่านคนไทยทุกคน…
    ไม่เหมือนนักการเมืองทั้งหลาย ไม่รู้จะถวายสัตย์ปฏิญาณไปทำไม ทั้งๆ ที่รู้อยู่แกใจว่า โกงบ้านเมือง

    ความเห็นจาก I love the King — November 1, 2008 @ 12:01 am

  164. ถึง SOCIAL
    อยากอธิบายให้คุณเข้าใจว่า แผ่นดินแต่ละรัชกาลไม่เท่า แผนทีประเทศไทยคั้งแต่ สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ มีไม่เท่ากัน เพราะพระเจ้าแผ่นดินแต่ละรัชกาลเก่งไม่เท่ากัน ไทยเรารบกับพม่าเป็นหลัก หากเขาแข็งแกร่ง เราก็เหลือน้อย หากเราแกร่ง เก่งกว่าเขา เขาก็เหลือน้อยเช่นกัน คุณของกษัตริย์ของเราก็คือหาแผ่นดินมาให้เรา

    ความเห็นจาก ขุนพลเก่า — November 1, 2008 @ 12:08 am

  165. ถึง THE SOCIAL
    อีข้อหนึ่งที่คุณอาจคิดไม่ถึง ก็คือชุมชนหรือเมืองขนาดเล็ก เช่นเชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่านลำปาง ลำพูน เมืองเหล่านี้เป็นเมืองเล็ก เขาตั้งอยู่แบบเอกเทศไม่ขึ้นต่อกัน และบางครั้งตีกันเอง แต่พอทัพใหญ่กำลังพลสิบหมื่นเดินทัพผ่าน เมืองที่ว่าเหล่านี้เดือดร้อนไปตามกัน คือนอกจากถูกตีแตกแล้ว ยังต้องส่งทหารร่วมมาในทัพพม่าด้วยเรียกว่าไฟล์บังคับ หรือในบางครั้งก็ต้องถูกเกณฑ์ให้ทำไร่ ทำนาเป็นเสบียงให้ทัพใหญ่

    ความเห็นจาก ขุนพลเก่า — November 1, 2008 @ 12:15 am

  166. ในปัจจุบันนี้ มีชาวเชียงใหม่ 51 เขาต้องการเป็นอิสระไม่ขึ้นกับเมืองไทย ไม่ต้องการไหว้เจ้าไทย คุณรู้ไหมว่า หากไม่ได้กรุงศรีอยุธยายึดเข้าไว้ เชียงใหม่ก็ไม่เป็นอิสระ แน่นอนคือตกเป็นของพม่า แล้วคุณลองคิดดูว่าปัจจุบันให้เลือกว่าจะอยู่กับพม่าหรือไทย คุณจะเลือกใคร ประเทศไทยที่เป็นประเทศเหลือมาทุกวันนี้เพราะเรารวมกันสู้ เมืองเล็กๆ เมืองเดียวต้านทานเขาไม่ได้แน่

    ความเห็นจาก ขุนพลเก่า — November 1, 2008 @ 12:21 am

  167. เมืองเล็กๆอย่างเชียงใหม่ แพร่ ลำพูนและอุบลราชธานีบ้านคุณนั้น เดิมทีก็ให้มีเจ้าครอบครอง แต่หลายๆ เมืองเมื่อมีเจ้าก็สืบทอดทางสายเลือดจึงยุ่งยากเพราะองค์ต่อมาคิดแข็งเมืองเช่นเมืองอุบล กษัตริย์ไทยจึงส่งขุนนางเข้าไปดูแลแทนเป็นเจ้าเมือง เพราะควบคุมดูแลง่าย จึงมีการส่งเจ้าเมืองไปปกครองทุกเมือง จนเจ้าเมืองเหล่านั้นสูญสลายหายไปดังเช่นปัจจุบันคงเหลือแต่นามสกุลเช่น ณ.ลำพูน ณ.เชียงใหม่ ณน่าน ไม่ทราบว่ามี ณ.อุบลหรือเปล่า ไม่เคยได้ยิน

    ความเห็นจาก ขุนพลเก่า — November 1, 2008 @ 12:29 am

  168. ตระกูลจึงรุ่งเรื่องกิจ สนับสนุนทางการเงินแ่ก่นิตยสาร”ฟ้าเดียวกัน”

    ความเห็นจาก สมชาย น้องสมปอง — November 1, 2008 @ 12:41 am

  169. เกลียดพวกมึง
    ไอพวกหมิ่นสถาบันกษัตริย์
    อยากเป็นประธานาธิบดีกันมากเลยรึไงวะ
    แมร่ง!!!
    ไอสารเลว

    เมิงหมิ่นเค้าอ่ะ
    เมิงทำความดีได้อย่างเค้ามั้ย

    พวกเมิงก็ดีแต่หาโอกาสให้ตัวเองได้เป็นใหญ่เป็นโต หาหนทางกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตัวเอง

    ไอชั่ว!!!

    ไอพวกไม่รู้คุณแผ่นดิน
    มึงไม่น่าเกิดมาให้หนักแผ่นดินเลย

    ไปตายซะเหอะพวกมึง

    ความเห็นจาก ด.ญ.XXX — November 1, 2008 @ 1:09 am

  170. ยกตัวบุคคลเท่าฟ้า ไม่สงสารเด็กบ้างเหรอว่าอนาคตไทยจะเป็นอย่างไร

    เด็กรุ่นใหม่มันงงหมดแล้ว ทำไมต้องไหว้ต้องกราบ คนไม่เท่ากันเหรอ เกิดตรงนั้นแล้วมีกินตลอดชาติเหรอ แล้วถ้าเขาเลวล่ะ ตรวจสอบอะไรไม่ได้เหรอ พูดอะไรไม่เลยเหรอ

    รักพ่อรักแม่ ยังไม่ต้องลุกยืนก่อนดูหนัง นี่มันระบบนาซีเก่าเกินไปหรือเปล่า

    ประเทศไทยรวมกันได้เพราะเราคิดใหม่ เอาสิ่งดี ๆ เข้ามาแล้วแก้ไงปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ปิดรับแบบนี้

    คนไทยรวมกันได้เพราะเรากินข้าวผัดกระเพราะเหมือนกัน กินข้าวเหนียวเหมือนกัน กินแกงฮังเลเหมือนกัน มันไม่ได้รวมกันได้เพราะไหว้คนคนเดียวกัน

    ถ้าคนๆนั้นไม่อยู่ล่ะ หรือคนใหม่เลวชั่วล่ะ

    ข้าวกระเพราะมันยังอยู่ รสชาติยังปรับเปลี่ยนได้ ติได้

    สงสารเด็กรุ่นใหม่บ้างเถิดครับ

    ความเห็นจาก He never smiles — November 1, 2008 @ 2:17 am

  171. ก็คิดกันไปได้เนอะ!

    เหอๆ

    เมืองไทยไม่เจริญเพราะนักการเมืองงงงง

    เท่านั้นจริงๆ ให้ตายเหอะ!!!!!!!

    พระเจ้าช่วย!!! ผมว่าในหลวงพยายามช่อยเหลือประชาชน และถ่วงดุลอำนาจการเมืองอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ถึงขั้นยังนึกไม่ออกเลยว่า…ถ้าไม่มีท่านแล้ว วันนี้ประเทศไทยจะเป็นไง

    อย่าลืมนะว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ไม่สงบสุข อย่างที่เปรียบเทียบไม่ได้กะประเทศต่างๆ ที่อ้างมาน่ะ ก็เพราะนโยบายของนักการเมืองไม่ใช่เหรอ?

    ท่านไม่ได้ลงมาวางนโยบายควบคุมอะไรสักหน่อยนิคับ?

    อิอิ

    ด้วยความเคารพนะครับ

    ความเห็นต่างกันก็จริง แต่ความเห็นคุณร้ายแรงต่อประเทศมากครับ

    รักในหลวง!

    ทรงพระเจริญ!

    ความเห็นจาก แบงค์ — November 1, 2008 @ 2:58 am

  172. ผมรักในหลวง
    (เพราะท่านทำประโยชน์ให้แผ่นดิน)
    แต่ผม ไม่เห็นด้วย กับแนวทางของพันธมิตร
    (เกินกว่าเหตุ)
    แต่ผม เห็นด้วย กับเจตนาของพันธมิตร
    (เพื่อสังคมที่ดี)
    แต่ผม ไม่เห็นด้วย กับเจตนาของผู้ที่ไม่ชอบสถาบัน
    (อกตัญญู เนรคุณ)
    แต่ผม เห็นด้วย กับแนวทางของผู้ที่ไม่ชอบสถาบัน
    (กล้าที่จะพูดในสิ่งที่ตนเองเชื่อ)

    ความเห็นจาก x — November 1, 2008 @ 3:30 am

  173. จาก
    the social
    31 October 2008 เมื่อ 10:43 pm

    พวกคุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมพวกเรายังไม่พัฒนาซะที

    มันนานแล้วนะ

    จนชาติอื่นๆ เขาเจริญไปหมดแล้ว

    ศักดินา ที่ถ่วงดุล ชาวนา กรรมการ ให้อดยาก
    ปล่อยให้ขุนนางและพวกตน ได้ใช้ภาษี เพื่อไปเที่ยวและรักษาร่างกาย
    ที่ยุโรปเท่านั้นหรือ

    ขณะที่ คนชราที่ริมนา ไม่มีแม้แต่กระท่อมจะหลบฝน
    ไม่มีอาหารจะกิน ไม่มีโอกาสจะได้รับการเยียวยารักษาเลยหรือ

    อย่าเรียกร้องความยุติธรรมเลย
    เพราะแม้แต่ความเสมอภาคยังไม่มิได้ในแผ่นดินนี้

    ผมมองไปข้างหน้า
    ว่า ประเทศที่ผมใฝ่ฝัน ไม่ประเทศที่เจริญ
    ที่มีเทคโนโลยีสูง ที่มีรายได้มาก ที่มีอำนาจการเมืองสูง

    แต่ผมต้องการให้ประชาชน พี่น้องราษฎร มีความผาสุก
    มีอาหารกิน มีบ้าน มีชุมชนที่เป้นสุข ได้อยุ่กับบ้านเกิดร่วมกับพี่น้องและพ่อแม่
    เพราะที่ผ่านมา เหล่าคนกรุงเทพ และผู้เป็น วัวลืมตีน
    ได้คิดว่า กรุงเทพคือประเทศไทย บ้านนอกนั้นไม่ใช่
    คนบ้านนอกนั้นต้อยต่ำ
    คนกรุงเทพและวัวลืมตีนเหล่านี้ วันๆ คิดแต่ว่า วันนี้จะกินอะไรกันดี

    แต่ในขณะที่ ราษฎรที่อดยาก คิดเพียงว่า วันนี้จะมีอะไรกิน

    คุณลืมและทอดทิ้ง ใครไป หรือไม่ คุณเคยจะเหลียวแลดูไหม

    การเหยียดย่ำชนชั้นคนอื่น
    เป็นทำลายตัวเองทั้งนั้น

    คนที่มองคนไม่ใช่คนหาใช่คนไม่

    การมีระดับชนชั้นนี้ละ คือปัญหาของประเทศไทย
    ที่ฉุดรั้งให้คนที่สูงกว่าเหยียดย่ำทำร้ายดูดเลือดคนที่ทำงานหนัก
    คนที่เป็นชาวนา ปลูกข้าวให้คุณเลือกกินและเก็งราคา
    คนที่ทำงานก่อสร้าง คนที่สร้างตึกระฟ้า แต่ถูกดูถูกดังไม่ใช่คน
    คนที่เป็นคนขุดแร่ทอง เพื่อให้เศรษฐีมาใส่ขว้างเล่นหรือเก็งกำไร

    คุณอยากให้ คำว่า ชนชั้น มาถ่วงความเจริญประเทศนี้อีกหรอ
    คุณไม่คิดจะเห็นใจบรรพบุรุษ และ ผู้เสียสละ เหล่านี้เลยหรือ

    ผม ตอบว่า คงไม่หรอก เพราะ คนมองคนไม่ใช่คนหาใช่คนไม่
    และผมคิดพวกคุณคงไม่สำนึกหรอก
    ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

    ไอ้น้อง พี่จะบอกให้นะ หลายอย่างที่น้องพูดมันก็จริง
    แต่มันเสียที่เอ็งติดในโลกอุดมคติและมายา

    พี่พนันเลย ว่าน้องเรียนสายสังคม หรือถ้าเรียนวิทย์ก็อ่อนมาก

    เพราะพี่จะวิเคราะห์แนวความคิดขอน้องให้ฟัง

    ว่ามันไม่อิงเรื่องของกระบวนการที่เป็นจริง จับต้องได้ และพิสูจน์ได้
    มันเป็นมายาไปครับ หากเกิดขึ้นได้นั้นมันดี แต่มันเป็นไปไม่ได้ครับ

    พระพุทธเจ้า หรือศาสดาทุกศาสนา ท่านเป็นที่สุดแล้ว พระองค์ก็ยังไม่สามารถทำให้สังคมเป็นอย่างที่น้องพูดได้เลย

    ดังนั้น ถ้าน้องจะมาเหมารวมว่าสถาบันกษัตริย์นั้นไม่ดี
    อย่างนี้ไม่ถูกต้องครับ

    อยู่กับความจริง ยอมรับในความจริง แล้วน้องจะเข้าใจโลกมากกว่านี้ครับ

    ความเห็นจาก x — November 1, 2008 @ 3:45 am

  174. จาก

    111ประชาชน..ประชาธิปไตย
    27 October 2008 เมื่อ 3:48 pm

    การพัฒนา…ต้องมองไปถึงวันข้างหน้า มิใช่ย่ำอยู่กับที่ สถาบันกษัตริย์มีทั้งผลดี และผลเสีย ไม่เชื่อลองหยั่งคิดให้ลึกซึ้ง การที่ประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้ สถาบันจะต้องไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัจจุบันมองง่ายๆคือ ประชาชนไม่มีความเท่าเทียมกับคนที่อยู่เคียงข้างท่าน ระบบชนชั้น ขุนนาย คนของเบื้องสูง ผู้ดีตีนแดง ทั้งๆที่ล้วนเป็นมนุษย์ ไม่ได้บอกว่าท่านไม่ดีนะ แต่ระบบที่เป็นแบบนี้ไม่ดีต่ออนาคต การเมืองไทยควรมีประสิทธิภาพอยู่ได้ด้วยความเจริญทางประชาธิปไตยโดยแท้จริง ไม่ใช่รอให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนตัดสิน หรือเป็นความเชื่อความศรัทธาทั้งหมดที่มี เพราะหากวันหนึ่งไม่มีแล้วชาติจะอยู่อย่างไร ดวงใจของคนไทยควรยึดถือและเชื่อมั่นในความชอบธรรมที่บังเกิดให้เห็นจริง ไม่ใช้ยึดมั่นกับคนหนึ่งคนที่เราเชื่อว่าเค้าคือเจ้า เขาคือเทพของเรา ถ้าเรารู้จักคำว่ายืนด้วยตัวเอง ยึดถือสิทธิที่ตนเองพึงมี และความเข้าใจในประชาธิปไตยร่วมกัน ไม่ใช่ลมหายใจเข้าออกคือการอยู่ใต้บารมีของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว วันนี้ไม่มีทาส ไม่มีเจ้าชีวิต ไม่ต้องมีผู้นำที่เป็นชาตินักรบ แต่ต้องการผู้นำที่นำชาติไปสู่ความเจริญทัดเทียมอารยะประเทศ ไม่มีการเอาเปรียบขู่เข็ญ หรือสั่งสอนให้เจียมตัวเป็นอวิชามนุษย์ต่อไป คนไทยควรเริ่มปรับทัศนะให้ได้ และควรเริ่มศรัทธาประชาธิปไตยอย่างจริงจัง ไม่ใช่ศรัทธาบุคคล (ไม่อยากบอกให้เปรียบเทียบกับประเทศยุโรป แต่ก็ต้องเปรียบเทียบแล้วล่ะ เป็นกบในกะลาครอบแบบทุกวันนี้ ไม่ดีเท่าไร)
    เดิม…จุดมุ่งหมายของการรวมชาติคือความมั่นคงและยิ่งใหญ่เกรียงไกร สถาบันเป็นสิ่งที่ทุกคนยึดถือ เพราะทำให้เราอยู่รอด ท่านเสียเลือดเสียเนื้อ ประชาชนที่ร่วมรบหรือเป็นคนของท่านสมควรได้รับการเชิดชู กราบไหว้และตอบแทนอย่างเหลือล้น แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปกลับไม่ใช่อย่างนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องการคือคุณภาพชีวิตที่ดี ความเท่าเทียม ความพออยู่พอกิน ความสุขสบาย ไม่ใช่การเป็นเบี้ยล่างของชนชั้น มองเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องแต่ต้องยอมรับเพราะเป็นคนของท่าน คนชั้นสูง มีหลายต่อหลายครั้งที่คนใหญ่คนโตหลุดจากกรอบของกฏหมาย และสังคมก็ต้องเงียบเฉยไป มันสมควรจริงหรือ

    เราก็แค่ประชาชนคนหนึ่ง ที่อยากจะศรัทธาประชาธิปไตย อยากจะเห็นความเท่าเทียมบังเกิด และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง หากมันจะทำให้ประเทศชาติพัฒนาขึ้น ขอย้ำเราก็แค่ประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น…หวังว่าจะไม่ผิดที่ขอคิดแบบนี้ หวังว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น สิ่งที่เหมาะสมกับประเทศจริงๆจะปรากฏ

    ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

    นี่ก็อีกคน พวกไม่เคยอยู่เมืองนอกแน่ๆ ผมนะอยู่มานาน อยู่ในสังคมยุโรปเลยหละ ไม่ใช่แค่มาเที่ยว หรือมานั่งมุดหัวอยู่แต่ในหอพักมหาลัย
    คุณก็ช่าง จินตนาการเอาเอง แล้วก็เออเอง

    คุณอย่าติดในอุดมคติ หรือภาพสวยๆนักเลยครับ
    มันมายาไม่ใช่ของจริงครับ

    คุณคิดว่าประเทศไหนในโลกที่ดีที่สุดบ้างสำหรับคุณ
    มันไม่มีครับ มันเป็นโลกในจินตนาการที่คุณสร้างขึ้นมาเองครับ

    ลัทธิสังคมนิยมวันนี้ก็พิสูจน์แล้ว ว่าไปได้แค่ไหน
    ทำได้จริงหรือไม่

    หรือประชาธิปไตยก็เถอะ มันสมบูรณ์แบบหรือป่าว

    คำตอบคือมันไม่มีครับ

    และที่คุณพูดเรื่องในหลวงก็แปลกนะ คุณก็เห็นนี่นา ว่าร.1คือนักรบ
    แต่ร.9 คือนักพัฒนา แล้วมันเป็นไปตามยุคสมัยป่าวหละ

    สมัยอยุธยาเราเปรียบกษัตริย์ เป็นแบบเทวราชา
    แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ครับ มันเป็นเรื่องของความรักล้วนๆครับ

    ฝรั่งถามผมประจำว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวง
    ผมก็ตอบว่า เพราะในหลวงรักประชาชนไง

    ผมรักในหลวงนะ เพราะท่านรักประชาชน
    ผมไม่ได้งมงาย ผมไม่ได้เชื่อว่าท่านเป็นเทพ
    ผมเชื่อว่าท่านเป็นคน เหมือนเราทุกคน แต่พระองค์ท่านทำเพื่อประเทศชาติต่างหาก มันจึงทำให้ผมเคารพและศรัทธาในพระองค์ท่านครับ

    ความเห็นจาก x — November 1, 2008 @ 4:00 am

  175. เข้าใจเจตนาของผู้ที่ทำวารสาร ทำเวปนี้ เข้าใจ ถามว่าการจะออกแบบประเทศชาติท่านจะเอาอะไรมากมายอีกเล่า จะอยากเป็นสาธารณรัฐหรือชาวฟ้าเดียวกัน ประเทศในโลกมีการปกครองสารพัด หลายแบบ แต่ละแบบก็เหมาะกับแต่ละประเทศ ที่ลาวกับเวียดนาม เขาเป็นสาธารณรัฐ เพราะความจำเป็นทางสังคม เงื่อนไขทางสังคม เราเนประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ดีตรงไหน หรือพวกคุณ อยากเป็นพระมหากษัตริย์เอง (แต่อยากเรียกชื่อแบบใหม่)ประเทศไทยมีความเป็นมาแบบนี้ จะให้เป็นเหมือนเขมร เหมือนเวียดหรือ คนอีสาน คนเหนือ กินข้าวเหนียว จะใหไปกินแฮมแบบฝรั่งหรือ กินอะไรมันก็อิ่ม ดีต่อสุขภาพ แต่ให้เหมาะสมกับแต่ละภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
    ประเทศชาติไทยสยาม มีศูนย์รวมใจมันก็ดีแล้ว เราก็ทราบกันอยู่ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยมาจากอะไร คุณอยากให้มันแตกออกเป็น ๓ -๔ ประเทศเหรอ คุณอย่าหวังว่าจะได้เป็นสาธารณรัฐ เรามีแต่จะแตกแยกกัน รบกันไม่จบสิ้น อย่างน้อยใต้กับอีสาน กับเหนือ มันจะสะใจคุณหรือ
    เมื่อเราสร้างประเทศไทยมา เราก็ควรรักษาความเป็นประเทศชาติเราไว้ ประเทศก็เหมือนหมู่บ้าน หมู่บ้านชนเผ่าผู้ไท จะให้เหมือนหมู่บ้านฝรั่งได้อย่างไร การที่หมู่บ้านในชนบทคงความเป็นหมู่บ้านมายาวนานกว่าสังคมเมือง ก็เพราะเขามีสถาบันต่างๆในหมู่บ้าน เช่น ศาลปู่ตา วัดวา ศาสนา ระบบเฒ่าแก่
    ตลอดระยะเวลาแห่งการสร้างประเทศชาติ ในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใครกันหนอที่ทำงานหนัก นักการเมืองสัมปทานก่อสร้าง สัมปทานมือถือ หรือนักวิชาการ
    พระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนัก และทำให้ประเทศชาติรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น ประเทศไทยได้รับการยอมรับ
    ทั้งสองพระองค์ผิดด้วยหรือ ที่จู่ๆเขาก็ไปเชิญมาเป็นพระมหากษัตริย์ ในขณะที่ประเทศชาติมีวิกฤติ ทรงทำงานหนักเพื่อประคับประคองประเทศชาติ ใช่ทักษิณ ใช่สมัคร ใช่บรรหาร ใช่สนธิ ลิ้มไหม ผิดด้วยหรือที่บังเอิญว่า สถาบันภายใต้ระบบเก่า สะสมทรัพย์สินไว้ แล้วเมื่อพระองค์มาอยู่ในสถานะ จะมีทรัพย์มาก เพียงแต่เมื่อมีแล้วก็รักษาไว้ เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นสมบัติคนไทย มิใช่ฝรั่ง หรือมิใช่พวกนายทุนที่จะขายชาติ (ฟ้องฝรั่ง)
    ณ วันนี้ คนไทยทุกคน หากเราต้องการความเป็นชาติไทย อยากเป็นคนไทย รักประเทศชาติ ขอจงรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบันหลักอื่นๆของชาติไว้ มิงั้นแล้ว ความเป็นไทยที่พึ่งสร้างมาเพียง ๑๐๐ ปี หรือ (๒๔๘๒) จะล่มสลายลง
    หรือคุณ (ฟ้าเดียวกัน) ต้องการอย่างนั้น อยากเป็นสาธารณรัฐ อยากให้พวกนายทุนมาเป็นประมุขประเทศ หรืออยากให้บิดา เครือญาติพวกคุณมาเป็น
    หากพวกคุณ รวมตัวกับนายทุนสัมปทาน อย่าว่าแต่จะไม่มีประเทศไทยเลยเลย คนในป่า ในเขา ในบ้านนา จะลุกมาโค่นล้มพวกนายทุน และให้กลับไปต่างคนต่างอยู่ ลาวอยู่ส่วนลาว เจ๊กอยู่ส่วนเจ๊ก แขกอยู่ส่วนแขก
    แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในการกล่าวอ้างว่ารักชาติ

    ความเห็นจาก บักหำน้อย — November 1, 2008 @ 5:30 am

  176. คุณ หันตรา จะยอมรับหรือไม่ล่ะ ว่า ยังมีความรู้ ด้านอื่นอีกในโลกนี้ ที่ คนเรารู้ยังไม่หมด อย่างที่ องค์สัมมาสัมพุทธะ ตรัส ว่า ความรู้แจ้งแทงตลอด หากคุณ ยังมองไม่เห็นว่า ชีวิต และ การเมืองการปกครอง ไม่สามารถ แยกออกจากศาสนาได้ เลย ก็จะทำให้คุณยังคงสัยสัย กังขา และ วิเคราะห์ เกี่ยวกับเรื่องของสถาบัน เหมือนคน น้อยเนื้อต่ำใจ ส่งเหล่านี้คงเริ่มมาจาก คำถามตัวคุณเองว่า ทำไมคนเราเกิดมา ไม่เหมือนกัน มากกว่า แล้วเมื่อเห็นความแตกต่างก็ คิด วิเคราะห์ แบบ คนที่ ไม่รู้ หรือถ้าให้ดี ก็คือคิดอย่างคนพาล ก็ทั้งหมดที่คุณวิเคราะห์ มานั่นที่เดียว ที่เข้าใจเพราะครั้งหนี่งนานจนจำไม่ได้ ข้าพเจ้าเองก็ เคยคิด และสงสัยเยี่ยงคุณ แต่ เพื่อได้ ศึกษา ธรรมะ ของพระพุทธเจ้า รุ้ว่า พระองค์ทรงสอนอะไร โดยเฉพาะ เรื่องของ กฏแห่งธรรมชาติ แล้ว ก็ ไม่มีความ สงสัย ใน สถาบันพระมหากษัตริย์ อีกเลย และ ยินดี ปรีย์ดา ยอมรับ ด้วยความเติมใจในสถาบันนี้ มุมมองเปลี่ยนไป มาก คงยากที่คุณจะเข้าใจและสัมผัสได้ หากคุณ ไม่ ลองดู … การศึกษา ความรู้ จากพระพุทธเจ้า หรือวิชาของพระพุทธเจ้า นั้นมีทั้งปฏิบัติและ ทฤษฏี ต้อง ควบคู่