September 26, 2008

ณัฐพล ใจจริง : “ความชอบด้วยระบอบ” วิวาทะว่าด้วยอำนาจของ “รัฏฐาธิปัตย์” ในคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญ (๒๔๗๕-๒๕๐๐)

ฟ้าเดียวกัน

สำเนาจากศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม พ.ศ. 2550

ณัฐพล ใจจริง*

*ขอบคุณหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่อนุเคราะห์ภาพหายาก รศ.ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ผศ. ธเนศ วงศ์ยานนาวา ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ ดร. ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ดร. เกษม เพ็ญภินันท์ อาจารย์ศิวพล ละอองสกุล อาจารย์จีรพล เกตุจุมพล อาจารย์ทวีศักดิ์ เผือกสม ที่ให้คำแนะนำและมิตรภาพ สำหรับความตื้นเขินที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน บทความนี้ตัดทอนบางส่วนมาจากการค้นคว้าอิสระของข้าพเจ้า ชุด รัฐธรรมนูญ และสถาบันทางการเมืองกับปัญญาชนของไทย (พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๕๐๐) บทความนี้ขอเป็นส่วนหนึ่งในวาระของการก้าวสู่ปีที่ ๗๕ ของปฏิวัติ ๒๔๗๕ และการมีรัฐธรรมนูญในประเทศไทย

“อำนาจสูงสุดของประเทศนั้น เป็นของราษฎรทั้งหลาย”

(มาตรา ๑, พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม (ชั่วคราว) ๒๔๗๕)

การหายไปของ “คำถาม” ในคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

หากเริ่มต้นที่การปฏิวัติ ๒๔๗๕ ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการมีรัฐธรรมนูญเป็น “สัญญาประชาคม” หรือข้อตกลงรากฐานเบื้องแรกในการจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมืองต่างๆ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับรั{ธรรมนูญตั้งแต่ ๒๔๗๕-๙๕ จำนวน ๖ ฉบับที่ผ่านไป หาได้เป็นเพียงการเปลี่ยนในทางจำนวนเท่านั้น แต่หากพิจารณาให้ลึกลงไปจะพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับประมุขของรัฐที่เพิ่มจำนวนมาตรามากขึ้นตามลำดับ

คำถามจึงมีว่าเกิดอะไรขึ้นกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกับสถานะของพระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขของรัฐภายใต้ระบอบการเมืองในช่วง ๒๕ ปีแรกหลังการปฏิวัติและรวมถึงมีผลอย่างไรต่อความเปลี่ยนแปลงของเจตจำนงปฐมบทของการปฏิวัติที่บัญญัติว่า “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย”

โดยทั่วไปแล้วงานศึกษารัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมืองที่ผ่านมาของไทยส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญแต่เพียงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเท่านั้น แต่มิได้พิจารณาความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่สืบเนื่องกันต่อ ทำให้ความเข้าใจพัฒนาการของสาระสำคัญขาดเป็นห้วงๆ ไม่ต่อเนื่อง ดังนั้น การศึกษาที่มุ่งเน้นความต่อเนื่องจะทำให้ภาพที่ฉายออกมานั้นมีความยาวนานเพียงพออันทำให้เห็นถึงขั้นตอนและวิธีการในเชิงความเป็นมาได้ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญของไทยทุกฉบับมีมาตราที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่หลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕ แต่กลับยังไม่มีการศึกษาบทบัญญัติหมวดพระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญไทยเชิงประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ของคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับการให้เหตุผลทางกฎหมายถึงประเด็นดังกล่าวในคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญที่แพร่หลายอยู่จำนวนมาก (๒๔๗๕-๒๕๐๐) ตลอดจนการพินิจถึงสาระของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่มีผลกระทบต่อเจตจำนงปฐมบท อันอาจทำให้เข้าใจความย้อนแย้ง (irony) ที่เกิดขึ้นกับความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของประชาชนและระบอบการเมืองในสมัยต่อมาได้

กล่าวอย่างกระชับแล้ว ภาวะความขัดแย้งหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕ มิได้มีแต่เพียงการต่อสู้กันภายในสถาบันการเมืองเท่านั้น แต่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์นั้นได้เปิด “สนามรบ” ให้กับเหล่าปัญญาชนนักกฎหมายร่วมนิยามและให้ความหมายต่อสภาพการณ์การเมืองในระบอบใหม่ที่ควรจะเป็นผ่านตำราคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตอำนาจของพระมหากษัตริย์หลังการปฏิวัติ โดยการโต้แย้งระหว่างนักกฎหมายทั้ง ๒ สำนักนั้นหาได้สิ้นสุดแต่เพียงในตำราเท่านั้น แต่หมายรวมถึงความตั้งใจของพวกเขาที่จะ “พูด” ถึงหลักการทางการเมืองต่อสังคมการเมืองในวงกว้างด้วย

ในที่นี้ ขอแยกสำนักคิดทางกฎหมายสำคัญออกเป็น ๒ สำนัก คือ “สำนักจารีตประเพณี” (Traditionalism) ประกอบขึ้นจากชนชั้นนำทางจารีตและปัญญาชนนักกฎหมายที่จบจากอังกฤษเป็นส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดเจ้านาย สำนักนี้เชื่อว่า สถาบันกษัตริย์มีฐานะสมบูรณ์และมีความเป็นสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดที่สะท้อนถึง “ความสมบูรณ์” ที่ต่อเนื่องนั้นมีลักษณะเช่นใด นอกจาก “เรื่องเล่า” ที่ไม่สามารถให้รายละเอียดของความต่อเนื่องได้มากกว่าความเชื่อ กับ “สำนักรัฐธรรมนูญนิยม” (Constitutionalism) ซึ่งเป็นนักกฎหมายที่สำเร็จการศึกษาจากภาคพื้นทวีปยุโรปและส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ ๒๔๗๕

ทั้ง ๒ สำนักนี้ได้ทิ้งร่องรอยของคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยวางหลักการและการกล่าวข้อความที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางอำนาจของพระมหากษัตริย์หลังการปฏิวัติ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ สำนักแรกเชื่อว่า สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นมีพระราชสถานะและอำนาจมาแต่โบราณและดำรงอยู่เหนือบริบท ในขณะที่สำนักหลังซึ่งเน้นการจำกัดอำนาจรัฐ การแบ่งแยกอำนาจและการสร้างกลไกการตรวจสอบอำนาจทุกสถาบันทางการเมืองนั้นได้ให้คำอธิบายที่สามารถมองเห็นขั้นตอนวิธีการในการปรับตัวของสถาบัน ในบริบทที่สามารถพิจารณาความเปลี่ยนแปลงผ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ได้

ดังนั้น การพิจารณาการสร้างคำอธิบาย เหตุผลของการโต้แย้ง การวางหลักของทั้ง ๒ สำนักทำให้เข้าใจถึงเหตุผลที่แต่ละฝ่ายให้กับความชอบธรรมและขอบเขตอำนาจของพระมหากษัตริย์ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วย

การศึกษานี้มุ่งพิจารณาพัฒนาการของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตั้งแต่พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม (ชั่วคราว) จนถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไข พุทธศักราช ๒๔๙๕ ในหมวดพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิธีการอธิบายและการให้เหตุผลทางกฎหมายในตำราคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับวิธีการศึกษาใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์กับแนวการศึกษากฎหมายและสถาบันการเมืองตามแนวทางรัฐธรรมนูญศึกษา (Constitutional Studies) ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ อันมีความยืดหยุ่นกว่าแนวกฎหมายและสถาบันที่มุ่งแต่ตัวบทกฎหมาย แนวทางใหม่นี้เปิดโอกาสให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นทั้งมุ่งวิเคราะห์พฤติกรรมของสถาบันการเมืองที่มีเป้าประสงค์ในการแสวงหาความอยู่รอดไม่ว่าการนั้นจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม รวมทั้งการกำหนดลักษณะของตัวสถาบัน อีกทั้งเปิดโอกาสให้มีการตีความปรากฏการณ์ทางการเมืองควบคู่ไปกับตัวบทกฎหมาย ตลอดจนการแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่มีผลต่อนัยทั่วไปและแนวโน้มของพัฒนาการรัฐธรรมนูญ โดยมีฐานคติว่ารัฐธรรมนูญเป็นข้อเสนอหรือผลรวมของผลประโยชน์ทางการเมืองที่ถูกผลักออกมาจากองค์กร กลุ่มการเมือง หรือแม้กระทั่งปัจเจกชน (๑) นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้สามารถเข้าใจเหตุผลหรือการตีความที่อยู่รายล้อมบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่แห้งแล้งให้กลับมามีชีวิตชีวาได้มากขึ้น

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การศึกษา ควรกล่าวด้วยว่าการศึกษาครั้งนี้ได้ใช้แนวความคิดของนิติปรัชญาทางเลือก ซึ่งเห็นว่า กฎหมายมิใช่สิ่งที่ปลอดจากคุณค่า หรือมีความเป็นกลาง แต่ “กฎหมาย คือ การเมือง” ซึ่งในตัวมันเองไม่มีความเป็นกลาง นั่นหมายความว่า กฎหมายไม่สามารถอยู่เหนือการเมืองและการต่อสู้ทางสังคม (๒) เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายรากฐานของการกำหนดระบอบการเมือง การจัดที่มาและความสัมพันธ์ทางอำนาจของสถาบันทางการเมืองอันเป็นผลผลิตของการขับเคี่ยวทางความคิดและการต่อสู้ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ รัฐธรรมนูญย่อมหนีไม่พ้นไปจากข้อเสนอที่ว่า กฎหมายคือการเมือง ไม่เพียงแต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเท่าที่กำหนดและจัดความสัมพันธ์ของสถาบันทางการเมืองต่างๆ เท่านั้น ทว่า สิ่งหนึ่งที่หล่อเลี้ยงบทบัญญัติเหล่านั้นให้มีชีวิต คือ การให้เหตุผลในทางกฎหมายหรือคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย

ดังนั้น การให้เหตุผลหรือให้คำอธิบายต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕ ของเหล่านักกฎหมายทั้ง ๒ สำนักย่อมมีผลต่อการจัดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมืองเก่าและใหม่ในขณะนั้นและต่อมาในภายหลัง ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืน เหตุผลและอุดมการณ์ทางการเมืองของเหล่านักกฎหมายเช่นกัน

นอกจากนี้ ปัญหาที่น่าสนใจคือบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนไปมีความสัมพันธ์เพียงใดกับการดำรงอยู่และการสูญหายไปของคำอธิบายจาก ๒ สำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแพร่หลายของคำอธิบายจากสำนักรัฐธรรมนูญนิยมที่เคยวางหลักการเกี่ยวกับบทบาทของพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่น่าสนใจหลายประการ ได้เลือนหายไปจากการรับรู้ของปัญญาชนนักกฎหมายและนักรัฐศาสตร์รุ่นต่อๆ มา หรือคำอธิบายประเภทนี้ไม่สามารถ “ส่งเสียง” หรือตั้งคำถามในคำอธิบายรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาได้? กล่าวอีกอย่างคือ คำอธิบายจากสำนักรัฐธรรมนูญนิยมเหล่านั้น “สิ้นเสียง” ลงพร้อมๆ กับการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองจากกลุ่มคณะราษฎรและนักกฎหมาย “คณะราษฎร” ไปสู่การเถลิงอำนาจใหม่ของกลุ่มเผด็จการอำนาจนิยมอนุรักษ์และนักกฎหมาย “รอยัลลิสต์” อย่างเด็ดขาดตั้งแต่หลัง ๒๕๐๐ เป็นต้นไป นับแต่นั้นเป็นต้นมา “ความเงียบ” ก็ได้เข้าครอบคลุมคำอธิบายของสำนักรัฐธรรมนูญนิยมอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้ามกับปรากฏการณ์ที่เร่ง “เสียง” ของคำอธิบายที่มุ่งรื้อสร้างความหมายการปฏิวัติ ๒๔๗๕ ให้สิ้นความหมายโดยพวก “รอยัลลิสต์” ยังคงดังกึกก้องต่อไป เพื่อการวางรากฐานคติและการผนึกอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญด้วยความยึดมั่นแต่เพียง “ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ” แต่มิได้ตั้งคำถามถึง “ความชอบด้วยระบอบ” ตามหลักการปกครองสากลอีกต่อไป

การก่อตัวของคำอธิบายว่าด้วย “ความชอบธรรม” ของรัฏฐาธิปัตย์ไทย

ในส่วนแรกที่จะกล่าวถึงเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของปัญญาชนสำนักจารีตประเพณีซึ่งอธิบายว่า ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์พระมหากษัตริย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความชอบธรรมที่สุด มีความเป็นมาอย่างยาวนานและเป็นแหล่งสะสมความรู้ทางวัฒนธรรม พระมหากษัตริย์จึงเปรียบได้กับ “ศีรษะ” ของบ้านเมือง โดยที่มาของสถาบันพระมหากษัตริย์แต่เดิม พัฒนามาจากระบบพ่อปกครองลูก บางช่วงได้รับอิทธิพลจากเขมรจึงเน้นเทวราชา แต่เมื่อเข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์อันย่างเข้าสู่ยุคใหม่ ท่านเหล่านั้นได้ให้คำอธิบายว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ปรับตัวไปตามแนวคิดทางพุทธศาสนา คือ แนวคิด “อเนกนิกรสโมสรสมมติ” ที่เน้นว่าพระมหากษัตริย์ไทยทรงขึ้นครองราชย์โดยความเห็นชอบของชุมชนทางการเมือง พระองค์ทรงอยู่เหนืออาณาประชาราษฎรเพียงคนเดียว ในขณะที่คนอื่นๆ ทุกคนอยู่ในระนาบเดียวกันหมด หากจะมีการแบ่งชั้นในสังคมเป็นเพียงการแบ่งงานกันทำ และสามารถแบ่งกลุ่มได้เพียงกลุ่มที่จงรักภักดีกับไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (๓)

ความเคลื่อนไหวทางปัญญาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและกลุ่มของพระองค์ ได้ผลักดันและสร้างสรรค์แนวคิด “อเนกนิกรสโมสรสมมติ” ขึ้นอย่างจริงจังในการอธิบายพระราชสถานะของพระองค์ว่า ทรงได้ขึ้นครองราชย์โดยมติความเห็นชอบของชุมชนทางการเมือง โดยทรงอธิบายด้วยการเน้นคติทางพุทธศาสนาและแนวทางธรรมราชาขึ้นอย่างโดดเด่น อำนาจของพระมหากษัตริย์เป็นอำนาจที่ผูกพันอยู่กับผู้คนในสังคมการเมืองและนับเนื่องจากพระมหากษัตริย์จนถึงประชาชนทั่วไปต่างมีหน้าที่ที่พึงปฏิบัติในสังคมการเมืองร่วมกันเพื่อความเจริญก้าวหน้าและสงบสุขของชุมชนทางการเมือง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ทรงสืบต่อและพัฒนาคำอธิบายดังกล่าว โดยทรงมีคำวินิจฉัยว่า ลักษณะการเมืองการปกครองของไทยมีลักษณะเป็นสถาบัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเอาอย่างธรรมเนียมของคนในยุโรปหรืออื่นใด (๔)

ในขณะที่ สำนักรัฐธรรมนูญนิยมเป็นความคิดจากตะวันตก ความคิดรากฐานก่อตัวขึ้นมาจากแนวคิดของนักปรัชญาการเมืองกลุ่มทฤษฎี “สัญญาประชาคม” (social contract) ที่เห็นว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้น การใช้อำนาจของรัฐต้องถูกจำกัดด้วยกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการจำกัดอำนาจของรัฐด้วยกฎหมาย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างอำนาจของรัฐกับสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกชนและเพื่อกำหนดกลไกอันเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการจัดองค์กรของรัฐ (๕) ความคิดนี้เฟื่องฟูอยู่ในกลุ่มนักกฎหมายที่สำเร็จจากภาคพื้นทวีปยุโรป

เค้าความคิดเรื่องรัฐธรรมนูญนิยมที่กล่าวถึงรูปแบบของรัฐนี้พบต้นเค้าได้จากคำอธิบายกฎหมายปกครอง (๒๔๗๔) ของหลวงประดิษฐมนูธรรม นักกฎหมายคนสำคัญที่ต่อมาเป็นแกนนำในคณะราษฎรในการทำการปฏิวัติ ๒๔๗๕ โดยได้อธิบายรัฐบาลตามความหมายอย่างกว้างว่า

“รัฐบาลคือบุคคลหรือคณบุคคล ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุดของประเทศทั้งสามชะนิด คืออำนาจนีติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ตามแนวความหมายอย่างกว้างนี้ เราอาจแนกรัฐบาลออกเป็น ๔ ชนิด ๑ รัฐบาลซึ่งราษฎรได้ใช้อำนาจสูงสุดนั้นเองโดยตรง ๒ รัฐบาลซึ่งได้ใช้อำนาจสูงสุดนั้น โดยมีผู้แทนอันเพิกถอนไม่ได้จนกว่าพ้นระยะเวลาที่ได้แต่งตั้งไว้ ๓ รัฐบาลซึ่งได้ใช้อำนาจสูงสุดนั้น โดยมีผู้แทนอันเพิกถอนได้ตามความพอใจ ๔ รัฐบาลซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอำนาจเต็มในการที่จะใช้อำนาจสูงสุดของรัฐ” (๖)

สำหรับตามความหมายอย่างแคบนั้น หลวงประดิษฐฯ ได้อธิบายว่า รัฐบาลแบ่งได้เป็นรัฐบาลราชาธิปไตยและประชาธิปไตย โดยแบ่งจากบุคคลผู้เป็นหัวหน้าอำนาจบริหารว่าเป็นของพระมหากษัตริย์หรือบุคคลธรรมดา ทั้งนี้ รัฐบาลราชาธิปไตยนั้นแบ่งได้เป็น ๕ ชนิด คือ

“๑. รัฐบาลราชาธิปตัยอำนาจไม่จำกัด (Monarchie absolute) คือพระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจทำการใดๆ โดยไม่จำกัด และใช้อำนาจด้วยพระองค์เอง เช่น ประเทศสยาม

๒. รัฐบาลราชาธิปตัยอำนาจจำกัด (Monarchie limitee) ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินไม่มีอำนาจในการแผ่นดินนอกจากอำนาจในการพิธีและลงพระนาม และยอมให้อ้างพระนามในกิจการต่างๆ แต่พระองค์มิได้ใช้อำนาจด้วยตนเอง อำนาจทั้งหลายในการบริหารตกอยู่ในนามคณเสนาบดี เช่นในประเทศอังกฤษ เพราะเหตุที่พระเจ้าแผ่นดินทำอะไรไม่ได้นี้เอง จึ่งมีสุภาษิตอังกฤษอยู่ว่า King can do no wrong พระเจ้าแผ่นดินไม่อาจกระทำผิด ถ้าจะพูดกลับอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทำอะไรไม่ได้ ก็ทำผิดไม่ได้อยู่เอง

๓. รัฐบาลราชาธิปตัยอำนาจจำกัดเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน แต่อัครมหาเสนาบดีมีอำนาจเกือบเต็มที่ในทางบริหาร เว้นไว้แต่ในบางกรณีย์ต้องได้รับปรึกษาจากสภาการแผ่นดิน…

๔. รัฐบาลราชาธิปตัยซึ่งพระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจร่วมกับอัครมหาเสนาบดีซึ่งเป็นคณทหารเช่นสเปญ…

๕. รัฐบาลราชาธิปตัยมีอำนาจจำกัดเล็กน้อย คือกิจการบางชนิดต้องปรึกษาคณเสนาบดี แต่ไม่ต้องปรึกษาสภาเลยก็ได้…” (๗)
คำอธิบายรูปแบบของรัฐ การแบ่งแยกอำนาจและการจำกัดอำนาจรัฐในวิชาการกฎหมายปกครองที่ถูกสอนเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนกฎหมายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น ได้เปิดโลกทรรศน์และตอบสนองความตื่นตัวทางการเมืองให้กับเหล่านักเรียนในขณะนั้นมาก และนักเรียนส่วนหนึ่งได้ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมกับการปฏิวัติในเวลาต่อมา

หน้า: 1 2 3 4

โพสต์ในกลุ่ม บทความเผยแพร่
แสดงความเห็น (59) 

59 ความคิดเห็น »

  1. ก่อนที่จะ “ปฏิรูปฝ่ายการเมือง” ต้อง ปฏิรูปฝ่ายตุลาการ ก่อน

    ความเห็นจาก ชนะ รักนิ่ม — September 29, 2008 @ 8:52 am

  2. เท่าที่ดูฝ่ายตุลาการไม่มีอะไรเสียหาย มีความเป็นกลางดี
    อย่างข่าวทนายคนที่หนีคดีอยู่ที่ลอนดอน
    ยัดถุงขนม 2 ล้านให้ศาลฎีกา
    ถูกสั่งจำคุกทันที
    นี้เป็นจุดที่ทำให้ผมเชื่อมั่นในตุลาการไทย
    กระบวนการยุติธรรมที่ต้องยกเครื่องอย่างเร่งด่วน
    ต้องเป็นตำรวจกับอัยการมากกว่า

    ความเห็นจาก BMW F1 — September 30, 2008 @ 11:43 pm

  3. ฟ้าเดียวกัน กรุณาแก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดด้วยครับ

    ในย่อหน้า (เวบเพจหน้าที่ 1 ของบทความนี้)
    “๑. รัฐบาลประชาธิปตัยอำนาจไม่จำกัด (Monarchie absolute) คือพระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจทำการใดๆ โดยไม่จำกัด และใช้อำนาจด้วยพระองค์เอง เช่น ประเทศสยาม”

    ต้องแก้เป็น

    “๑. รัฐบาลราชาธิปตัยอำนาจไม่จำกัด (Monarchie absolute) คือพระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจทำการใดๆ โดยไม่จำกัด และใช้อำนาจด้วยพระองค์เอง เช่น ประเทศสยาม”

    คือแก้คำว่า ประชาธิปตัย เป็น ราชาธิปตัย

    ความเห็นจาก ฟ้าเดียวกัน กรุณาแก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดด้วยครับ — October 2, 2008 @ 9:52 am

  4. องค์มนตรีกับพระมหากษัตริย์มีอำนาจในฝ่ายบริหารอย่างไรรึยกเว้นแต่ในนาม จขกท ช่วยยกตัวอย่างให้ดูสักอย่าง เช่น เลือก ครม
    เองได้หรือ ถึงมีส่วนทำให้เกิดความเสียหายอย่างที่อ้าง แล้วตัวอย่าง
    ครม สมชายที่กัดกันอยู่ตอนนี้ตามกฎหมายใครรับผิดชอบอะ

    ความเห็นจาก สุดมั่ว — October 3, 2008 @ 7:12 pm

  5. เมื่อไหร่ Web.นี้มันจะปิดสักทีว๊ะ..มีแต่เรื่องเงี้ยๆ..
    และพวกควา..เข้ามาหมิ่นเบื้องสูง..ปิดมันสักที
    ปิดๆๆๆๆ..

    ความเห็นจาก PP — October 6, 2008 @ 3:17 pm

  6. ขอเชิญโครตเหง้าของเมิงไปตายโหนตรายโหนตรายห่านกับบิดาของเมิงที่ใหนก็ไปเพราะนีคือประเทศไทย ประเทศไทยมีเอกราชขึ้นมาใด้ก็เพราะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือพวกเมิงเป็นคนที่กอบกู้ประเทศไทย

    ความเห็นจาก ดูมันทำ — October 13, 2008 @ 10:49 am

  7. เว็บนี้ต้องการอะไร อ่ะ เพิ่งเข้ามาอ่าน ไม่รู้เลยว่ามีคนแบบนี้อยู่ด้วย ถ้าต้องการประเทศกันน่ะนะ ก็ไปเอาเงิน ที่ลอนดอน ดิ แล้วไปซื้อ เกาะที่ว่างๆ แถวขั้วโลกใต้ ปกครองกันเองไปเลย สนุกดี แต่ถ้าไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังงัย ให้ไปเล่น Sim City นะ

    ความเห็นจาก ท้ากตวยหัวสิน — October 15, 2008 @ 7:30 am

  8. กำหมายเขาเอาควบคุมคนไม่มีกำที่ดีที่สุดคือจิตสำนึก
    คำว่าสามสีในธงมีไว้ให้เคารพบรูชาและรักษาเห็นมีเรื่องทะเลาะกันเพราะอำนาจวาสนาของคนกลุ่มๆหนึ่งไม่ว่ากี่ครั้งกกี่ครั้งก้กล่าวถึงประชาธิปไตยก้คือกำที่มนุษยืตั้งขึ้นเองสมุติเองทั้งนั้นเราสงบสุขมาหลายร้อยหลายพันปี(มีบ้างบางช่วงเหตุการณืคล้ายแบบนี้)พวกที่กล่าวถึงสามสีในธงสำนึกคิดไตร่ตรองดูท่านทำหรือเคยทำประโยชนือันใดให้แผ่นี้นี้บ้าง
    ผมนึกถึงสมัยทวดบอกว่าอย่าพุดเดียวขี้กลากขึ้นหัวจะคันปากปากเท่าใบบอน
    คนไทยมันเสรีภาพจนเกินขอบเขต

    ขอสาบเซ่งคนที่เอาสามสีในธงมาพุดถึงในแง่ร้ายให้มีอันเป็นไปถึงชั้นลูกชั้นหลานโคตรวงษ์วานเหล่าตระกูลอย่าได้เจริญเพราะท่านทำคุณอะไรให้แผ่นดิน
    เหตุการณ์เวลานี้ทำให้ผมนึกถึงประเทศข้างเคียงที่เขาเสียอธิปไตยให้แก่มหาอำนาจหรือสมัยตอนผมเด้กๆลอยรัล่องตามลำาน้ำมาเป็นแพ(คน)ทุกๆวันทุกเวลาที่ไปเล่นน้ำจะเห็นแล้วก็คนในประเทศก็หลบหนีไปประเทศที่3ผมอยากถามพวกท่านทั้งหลายอยากเป็นเฃ่นนั้นรือแล้วประเทศก็เป็นรัฐหรือสังคมนิยมตามเจรตนาของคนมีอำนาจในสังคมการเมือง

    ความเห็นจาก done — October 15, 2008 @ 9:36 pm

  9. สังคมแตกแยกเพราะคนอย่างพวกคุณ

    ปิดได้แล้ว

    ความเห็นจาก ขอร้อง — October 17, 2008 @ 4:07 pm

  10. มีความคิดแบบนี้ออกมาจากสมองได้อย่างไร

    วีรชนที่เค้าหลั่งเลือดกว่าจะเป็นแผ่นดินไทยจนทุกวันนี้ คิดกันเป็นไหม

    ทำไมคนคิดเว็บนี้เห็นแก่ตัวจัง น่าสมเพช คงจะมีใครยอมหรอก

    ไปอยู่เขมรนู่นไป ไอ่ควาย สัดเอ๊ยยย

    ความเห็นจาก I'm PAD — October 17, 2008 @ 4:12 pm

  11. เขียนคอลัมแบบนี้ได้งัย ปิดเว็บแม่งเลย

    ความเห็นจาก คนไทย — October 17, 2008 @ 4:41 pm

  12. ขอเรียกร้อง รัฐบาล 3 ข้อ
    1.สนับสนุนให้รัฐบาล ให้โอกาศ คุนหญิงพจมาร ได้มีโอกาศติดคุก เมืองไทย เพื่อจะได้เป็น เกียจ แก่ ท่านอดีตนาย ก และ ลูกๆ
    2.สนับสนุนให้รัฐบาล ให้โอกาศ ท่านผู้นำ ตายในต่างแดน 3 คนติดกัน
    3.สนับสนุนให้รัฐบาล ยกเลิกรายการ ค.วายจริง วันนี้ ของ ตุด ผีขนุน nbt เพราะ ยิ่งฟัง ยิ่งโง่ แถว เหนือ กะ อิสาน จะแดรกหญ้า แทนข้าวกัน หมดแล้ว
    4.สนับสนุน ให้รัฐบาลให้โอกาศ นปช เข้าสลายม็อบ ตะรวด

    ความเห็นจาก ก้อแล้วแต่ว่ะ — October 17, 2008 @ 6:30 pm

  13. ฟ้าเดียวกัน ถ้าจะไปเป็น โรบินฮูด ที่เมืองนอก เมืองนา นาน เลยคิดว่าตัวเองหัวแดง ลองเอากระจกส่องตัวเองอีกสักครั้ง และมองตั้งแต่หัวจรดตีน ซิ ถ้าหัวยังดำอยู่ ก็หัดสำนึกเสียบ้างว่าอยู่ประเทศไหน แต่ถ้าคิดว่าตัวเองหัวแดง เชิญ ไปอยู่กับนายใหญ่ meng

    คนอย่างนี้ เขาเรียกว่า กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา

    ถ้าไม่มีความละอาย ก็ไม่มีเกียรติ

    ความเห็นจาก faraway — October 18, 2008 @ 8:58 am

  14. ไม่ว่าท่านจะมีวาระแฝงเร้นอะไรหรือไม่
    ไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็นที่เอียงซ้ายสุดขอบ
    หรื่อท่านจะเอียงขวาจนสุดๆ
    ไม่ว่าท่านจะทำเพื่อสนองแนวความคิดและค่านิยมทางการเมืองในรูปแบบใดก็ตาม

    สิ่งที่ท่านพยายามจะนำเสนอนี้มันไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเศษขยะความคิดเลยหากเรื่องของจริยธรรม ไม่ได้ถูกนำมาสำเหนียกเสียตั้งแต่ต้น

    ช่างน่าสงสารประเทศชาติและประชาชนผู้ต้องมาติดกับดักอยู่ในสังคมที่มีผู้นำที่ละเลยเรื่องของจริยธรรมที่ดีงาม ปล่อยให้สิ่งที่ด้อยคุณค่าที่สุดก็คือเงินตราเข้ามามีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด ทำราวกับว่าถ้ายิ่งมีมากก็จะทำให้ผู้นั้นกลายเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ โดยหลงลืมไปว่า เมื่อสิ้นลมหายใจไปแล้วนั้นเงินตราก็จะหมดค่าไปในทันที มีเพียงความ(กรรม)ดี เท่านั้นแหละ ที่ยกยอดไปใช้ในภพถัดไปได้

    ความเห็นจาก Ethical Crisis — October 20, 2008 @ 2:40 pm

  15. การที่ประชาชนรักในหลวง ก็เพราะตระหนัก ดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรัก และห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อย่างที่สุด เห็นได้จากพระปฐมบรมราชโองการที่ พระราชทานไว้ว่า “เราจะครองแผ่นดิน โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน ชาวสยาม” สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า พระบาท-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรักอาณาประชาราษฎร์ ได้แก่ภาพที่เจนตาและประทับใจพสกนิกร ชาวไทยเสมอมา คือ ในหลวงของประชาชน ยามเสด็จไปทรงงานในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ อุปกรณ์ทรงงานที่ติดพระองค์ อยู่ตลอดเวลา ได้แก่ แผนที่ เอกสารข้อมูล กล้องถ่ายรูป และกล้องส่องทางไกล พระบาท-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราช-กรณียกิจต่างๆ เพื่อบ้านเมือง โดยไม่เห็นแก่ ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกายนับตั้งแต่ ขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนาน ถึง ๖๐ ปี “พระองค์รับสั่งกับข้าราชบริพารว่า “การเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นต้องเป็น ๒๔ ชั่วโมง พระองค์ทรงอยู่บนยอดปิรามิดของสังคม แต่ปิรามิดในประเทศไทยนั้นเป็น ปิรามิดหัวกลับ หมายความว่า พระองค์ท่าน ทรงอยู่ด้านล่าง เพื่อรองรับปัญหาทุกๆ อย่างของประชาชน“ และทรงตักเตือนบรรดา บุคคลที่ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทใน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ อยู่เสมอว่า “ความทุกข์ของประชาชนนั้น รอไม่ได้”
    ในหลวงของเราทรงอุทิศเวลาและ น้ำพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ในทุกถิ่นที่และทุกเวลาโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริทั้งหมดมีมากกว่า ๓,๐๐๐ โครงการ ซึ่งได้รังสรรค์ความผาสุขร่มเย็น บนผืนแผ่นดินไทย ขจัดปัดเป่าปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ปัญหาที่ทำกิน การเสื่อมสูญ ทรัพยากรธรรมชาติ การให้โอกาสทาง การศึกษา พัฒนาอาชีพ กระจายรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตและปรับปรุงมาตรฐาน การใช้เทคโนโลยีให้ก้าวทันกระแสโลก พระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชาติไทยนั้น ยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้น
    จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อชาติและประชาชน ทำให้พสกนิกร ชาวไทยได้พร้อมใจกันแสดงความรักในหลวง แม้จะแสดงออกโดยคำพูด การสวมสายรัด ข้อมือ หรือสวมเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ การครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี หรือ ข้อความว่า “เรารักในหลวง” เท่านั้นยังไม่เป็น การเพียงพอ ประชาชนคนไทยจะต้องนำ ความรักความศรัทธาที่มีต่อพระองค์มาเป็น พลังในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่อสังคม เพราะคนไทยทุกคนล้วนแล้วแต่จงรักภักดี ต่อในหลวงด้วยกันทั้งนั้น

    เป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ทำให้คนไทยทุกคนพร้อมยอมแลกด้วยชีวิต หากแม้นมันผู้ใดหมิ่นพระองค์ท่าน นั่นคือความจงรักภักดีที่มอบให้พระองค์ท่านเท่านั้น ที่ทำให้ต้องออกมาต่อต้านพวกคุณ หากแม้นกฎหมายทำอะไรพวกคุณไม่ได้ แต่เชื่อเถอะ กฎแห่งกรรมมันมีจริง พวกที่จาบจ้วงพระองค์ท่าน มันต้องได้รับกรรมอย่างสาสมที่สุด ไม่เฉพาะตัวมันที่ต้องรับมันคงไม่เพียงพอหรอกกรรมนี้มันจะตามตกไปยังชั่วลูก ชั่วหลานของพวกคุณเลยทีเดียว จงจำไว้ผู้ที่จงรักภักดีมีเกินกว่าครึ่งประเทศ พวกคุณมีเพียงเศษเสี้ยวทุลีดิน แน่จริงก็ลองดูพวกกูยอมแลกด้วยชีวิต

    ความเห็นจาก E PEN'S DAD — October 21, 2008 @ 1:34 am

  16. คุณต้องการซ้ายอย่างรัสเซีย เวียดนาม ลาว เขมร อย่างนัี้้นหรือ

    ความเห็นจาก มน — October 25, 2008 @ 12:16 am

  17. 5555

    พวกนี้ก็ชอบเขียนเข้าข้างตัวเอง …. คิดเข้าไปเยอะๆนะ ว่าคราวหน้าจะเอามุกไหนว่าว่าพระราชวงศ์อีก… ไม่เป็นไร เอ็งว่าออกมาอย่างไร เมื่อไหน

    ก็จะยิ่งมีคนมาด่าบุพการีของพวกเมิงมากเท่านั้น ดีๆๆๆๆ

    ความเห็นจาก สมองของพวกกบฏมีแค่นี้หรอ — October 25, 2008 @ 8:45 pm

  18. ไอ้พวกนักวิชาเกิน และพวกนักเขียนล่อคุกเข้าตัว เงาหัวหลุดขากบ่าไปแลว เวรกรรมจริงๆ พวกนี้มาอยู่แผ่นดินสยามกันทำไม? ปิดเวปมันเลย หรือแสดงตัวว่าเป็นใคร ถ้าเจอตัว ตื๊บมันเลบ ไอ้พวกเศษคน

    ความเห็นจาก คนเขิน — October 28, 2008 @ 7:52 pm

  19. ถ้าพวกคุณ หรือเจ้าของเวปแห่งนี้ คิดว่าประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ดี ก็ย้ายออกไปจากประเทศไทยสิครับ หรือว่าตอนนี้คุณอยู่ที่อังกฤษ คุณเคยทำความดีต่อประเทศชาติบ้างหรือเปล่า ที่มีแผ่นดินอยู่ มีฝนเทียม มีไบโอดีเซล มีอะไรอีกหลายอย่าง ไอรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งหนะ มันเคยทำอะไรอย่างนี้มั้ย มีแต่พวกทุนนิยม เอาเงินหนุนคนจน มันก็ยังจนอยู่ดี ไหนบอกคนจนจะหมดไปจากประเทศไทย ก็ยังเห็นเกลื่อนเมือง
    ถ้าคุณคิดว่าตัวเองดีก็กลับมาสู้คดีสิ ไหนบอกมีประชาชนเลือกคุณตั้งเยอะไม่ใช่หรือ แถมน้องเขยยังเป็นนายก คุณจะกลัว!อะไร ถ้าไม่ใช่ความชั่วที่คุณทำเอาไว้

    ความเห็นจาก amak — October 28, 2008 @ 10:54 pm

  20. ผู้ที่มีใจเร้าร้อน..คือความทุกข์..คนที่มีเจตนาไม่ดี..แสดงว่าเขามีใจเร้าร้อนเผาไหม้ตัวเอง..ถ้าเขาเหล่านั้นมีจิตเป็นอคติ…ไม่ช้าผลแห่งการกระทำ(กรรม) ย่อมตอบสนองเขาเหล่านั้น..ในมนุษย์โลก พระมหากษัตริย์ที่ทรงธรรมถือเป็นเทวดาโดยสมมุติ..คนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆ ควรให้ความเคารพ..ในหลวงท่านถือเป็นเทวดาในโลกมนุษย์ ..คนที่รู้เท่าไม่ถึงการ(เขลา)ควรที่จะหันกลับไปทบทวนสิ่งที่ไม่ดีแล้วหันมาทำความดีเพื่อสนองพระองค์ท่าน…อย่าเป็นคนอันธพาล(มืด-บอด) ด้วยมิจฉาทิฏฐิเลย..จงเป็นสัมมาทิฏฐิ..เสียตั้งแต่วันนี้ชีวิตท่านจะพบกับแสงสว่าง..ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้..

    ความเห็นจาก kkk — October 29, 2008 @ 1:22 am

  21. “ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญแด่ปวงชนชาวไทย สืบนานเท่านานด้วยเทอญ” เศรษฐกิจพอเพียง เท่านั้นจะพาประเทศไทยอยู่ได้ด้วยตนเองและเข็มแข็งมากที่สุด คือการผลิต ส่งเสริม คิดค้น ใช้วัตถุดิบของคนไทยเป็นหลัก ในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน ( มันจะตรงข้ามกับพวกระบบทุนนิยมอย่างแน่นอน หรือพวกไม่รู้จักพอ โลภมากจนไม่คิดจะเผื่อแผ่ให้กับคนที่ไม่มีโอกาส ทุนมากกลืนทุนน้อย ทุนกลืนประเทศ เจ้าของทุนคือเจ้าของทุกสิ่ง มันคือการล่าอาณานิคมสมัยใหม่ มันจะเข้ามาในลักษณะความสัมพันระหว่างประเทศ โดยอ้างการช่วยเหลือต่างๆนาๆ เพื่อแอบอิงขอผลประโยชร์ทางการค้าเพื่อขยายสินค้าที่ประเทศตัวเองหรือทุนของตัวผลิตไว้มากๆเพื่อจะนำเข้ามาค้าขายในประเทศของเราซึ่งเป็นสินค้าที่ทันสมัย เครื่องจักรกล แฟชั่น เทคโนโลยี ฯลฯ โดยการกดขี้ค่มเหงของพวกทุนนิยมพวกนี้มันจะมาทางนักการเมืองช่อฉลหรือ สส ตัวดีของพวกเรานี้แหละ ปากบอกว่าประชาธิปไตร มีเสรีภาพ แต่ปิดหูปิดตาไม่ให้ออกข่าว(บางเรื่อง และไม่พูดความจริง )ที่แน่ๆ ชาวนาชาวไร่ยังจนเหมือนเดิม 80% ของประเทศด้วย คือว่ารัฐบวมส่งเสริมอาชีพนั้น สินค้านี้ แต่เสือกดันไปเจรจา FTA กับต่างชาติให้ต่างชาติเอาสินค้ามาขายแข่งกับประเทศเราอีกที่สำคัญมันเป็นสินค้าการเกษตรที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเอามาพูดถึง ยอมให้มีอุตสาหกรรมการลงทุนในประเทศมากๆเพื่อสรางงานทำให้เราเป็นลูกจ้างเขาเต
    มตัว มันสร้างงานก็จริงแต่ทำไมมันต้องมาทำที่ประเทศเราล่ะเพราะว่า มันโดนปัญหาสิ่งแวดล้อมบ้านมันเสียหมดเลยอ่ะ น้ำเสีย น้ำเน่า วัสดุเคมีที่เป็นอันตรายไม่มีที่ทิ้ง ซึ่งเป็นอันตรายกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นไอ้คนที่ทำงานดันเป็นโรคที่เกิดจากสารพิษในโรงงานของตัวเองอีก เหตุผลอีกอย่างแรงงานบ้านมันแพงกว่าบ้านเรา อันสุดท้ายมันน่าจเป็นข้อตัดสินใจสุดท้ายนะ ก็เลยเป็นหนุ่มโรงงานซะงั้น แต่รัฐไม่เคยที่จะสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างจริงจัง ควรจะลดการนำเข้าของบางอย่างที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมส่งที่เราทำเองได้ทั้งของกินเกษร ผลิตภัณฑ์ แล้วบ้านเขามีการปฏิวัติอุสาหกรรมทำไมเราไม่สนันสนุน ท่านดอกเตอร์ทั้งหลายของบ้านเราเยอะแย่ะหรือคนเก่งทำเครื่องจักรมาขายเองบ้างล่ะ งานวิจัยก็เยอะแยะไมไม่สนับสนุนออกมาใช้ในประเทศเราบ้าง อ้างแต่พวกค้าขายระหว่างประเทศจะเสีย(ไอ้พวกชนกลุ่มน้อย เอาใจแต่มัน แต่คนไทยส่วนใหญ่รอท่านอยู่ เพื่อให้ประเทศของเราลืมตาอ้าปากได้ อยากเห็นประเทศของเราเจริญด้านเทคโนโลยีบ้าง ไม่ใช่มีแต่ซื้อ ซื้อ เหมือนคนประเทศคิดทำไม่เป็น และที่แน่ๆไอ้พวกทุนนิยมมันไม่เคยมีนโยบายคุมกำเนดเลย มีแต่สนับสนุนให้กินใช้อยู่ตลอดเวลา เสพกันเข้าไป มีแต่ปัญหาสังคม คนว่างงาน ฯลฯ ก็เพราะคนมันเยอะนี้แหละถึงต้องกินต้องใช้ จึงต้องผลิตมาให้พอ ยิ่งทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติให้หมดไปเร็ว “เศษฐกิจพอเพียง ความพอดี ความไม่โลภ ความสมถะ ความอยู่ได้ด้วยตนเอง ความไม่เบียดเบียนผู้อื่นและไม่ให้ผู้อื่นเบียดเบียน “มันคือคำตอบ และเป็นแนวทางการแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เพียงกล้าที่จะทำ.

    ความเห็นจาก kkkit — October 30, 2008 @ 3:08 am

  22. คนที่ออกความเห็นให้ปิดเว็บ ผมคิดว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาปิดกั้นคนอื่นที่อยากเรียนรู้ เรื่องการทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ นอกจากพระมหากษัตริย์แล้วหลวงประดิษฐฯก็ทำคุณมากมายให้กับประเทศไทย เช่น ประเทศไทยเป็นประเทศที่ชนะสงครามก็ท่านนี้แหละที่เป็นหัวเรียวหัวแรง และท่านยังเป็นผู้วางรากฐานในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยให้กับประเทศด้วย
    บทความนี้ผมเห็นด้วยในหลักการ

    ความเห็นจาก Rakthai — November 2, 2008 @ 11:09 am

  23. มันเขียนคนเดียวทั้งเวป
    อย่าไปหลงกลมันครับ
    สร้างกระแส
    ไม่รู้มีลูกสาว ลูกชายรึป่าว
    เวรกรรมก็ตกเป็นของลูกมันแน่ๆ

    ความเห็นจาก ควย — November 2, 2008 @ 11:19 am

  24. เวปไซต์เหี้ยๆ อย่างฟ้าเดียวกันเมื่อไหร่จะปิดวะ

    มีแต่พวกสัตว์นรกกลายพันธุ์ ทั้งนั้นที่เข้ามาจาบจ้วงสถาบัน
    พวกมึงทำไมไม่ตายห่า ไปจากสายพันธุ์คนไทยเสียทีวะ
    แน่จริงพวกมึงที่จาบจ้วงทั้งหลาย เปิดเผยตัวตนออกมาเลยซิวะ
    กูจะล้างเผ่าพันธุ์พวกมึงเอง ไม่ต้องให้ถึงมือกฏหมายหรอก…ไอ้พวกสัตว์นรก

    ความเห็นจาก ข้าราชการ — November 2, 2008 @ 2:33 pm

  25. พวกที่หมินพระบรมเดชานุภาพทั้งหลายจงตระหนักไว้เสมอว่าแผ่นดินที่ท่านเหยียบอยู่ทุกวันนี้เป็นแผ่นดินที่ท่านผู้ซึ่งพวกมึงหมิ่นอยู่เป็นผู้สร้าง หรือว่าสำนึกไม่มีแล้วหลงเหลือแต่ความด้าน ความโง่เขลา อยู่ในตัว

    ความเห็นจาก คนไทย — November 6, 2008 @ 4:03 am

  26. ออกไปจากประเทศไทยซะ พระมหากษัติรไทยสุดประเสริฐที่สุดในโลกแล้วและยังไม่มีนายกคนไหนหรือนักการเมืองคนไหนทำให้กับประเทศได้แม้ครึ่งเดียวของพระองค์ท่าน อย่าได้คิดลดทอนพระราชอำนาจ พวกนักการเมืองเลวๆทั้งหลายอย่าคิดทำอำนาจบาดใหญ่ ระวังการต่อต้านพวกคุณที่จะรุนแงขึ้นอย่าแตะต้องพระองค์ท่านพวกสารเลว

    ความเห็นจาก หัวใจไทย — November 8, 2008 @ 11:37 am

  27. ได้เข้าไปอ่านในหลายๆเว็ปเห็นแล้วตกใจมากที่พธม.พูดว่ามีคนจาบจ้วงสถาบันและต้องการเปลี่ยนการปกครองดูจะเป็นจริง มีการเปรียบเทียบระหว่างในหลวงกับปรีดี และปรีดีกับทักษิณ และคนเหล่านี้ยกย่องปรีดีกับทักษิณอย่างมากแล้วโจมตีเบื้องสูงชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนไทยเนรคุณชาติเพื่อทักษิณได้ขนาดนี้ และใครก็ตามที่เป็นไม้เป็นมือให้ทักษิณคิดว่าการที่สร้างความแตกแยกเพื่อประโยนช์ในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกลบเกลื่อนความเลวของทักษิณและกลุ่มนักการเมืองชั่วๆ อย่าได้ทำชั่วกันอีกต่อไปเลยก่อนที่จะไม่มีแผ่นดินกลบหน้า เวรกรรมมีจริงบุญแล้วที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยที่อยู่ใต้ร่มพระบารมี และยังมีโอกาสสร้างความร่ำรวยขนาดนี้แล้วจงพอใจคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังยากจน บุญบารมีไม่มีอย่าได้แข่งเลย

    ความเห็นจาก รักสถาบัน — November 13, 2008 @ 8:21 am

  28. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ และการปฏิบัติหน้าที่ของครูอาจารย์เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการให้มีพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ได้บัญญัติให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคลกำหนดให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกของคุรุสภา ให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ในการให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไป ควบคุมและสอดส่องจรรยา มารยาท และวินัยของครู พิทักษ์สิทธิครู รักษาผลประโยชน์และส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ และพัฒนาความรู้ความสามารถและประสิทธิภาพของครู และยังได้กำหนดให้การบริหารบุคคลของข้าราชการครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการข้าราชการครู (ก.ค.)

    ความเห็นจาก ชาวเหนือ — November 14, 2008 @ 11:39 am

  29. เข้าใจว่าคุณต้องการอะไร แล้วคนไทยทั้งประเทศ ส่วนใหญ่จะเข้าใจแบบคุณเหรอ คนเรายังมีการศึกษาน้อย กว่าจะได้อย่างนั้นมันต้องใช้เวลา ที่สำคัญ มันไม่เห็นเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์เลย ไปแก้สิที่ผู้นำแต่ละท่านที่ถูกเลือกสรรมาด้วยน้ำเงินนั้น มุ่งสร้างประชาธิปไตยจะจุดเริ่มต้นสิ ทำไมจะทำไม่ได้ ตอนที่ ร.7 เปลี่ยนระบอบให้ ท่านทัดทานว่ายังไม่พร้อมเพราะคนไทยยังไม่มีความรู้เท่าต่างประเทศ แต่ตอนนั้นก็เรียบทำกัน เห็นไหมว่าสถาบันก็ไม่ใช่ว่าจะยึดการปกครองไว้คนเดียวนี่นา ท่านให้แล้ว แล้วทำได้เหมือนต่างชาติเขาหรือปล่าว ทำไมประชาธิปไตยกับสถาบันถึงจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ คุณมีสมองก็ต้องหาทางได้สิ หรือว่าสมองข้างขวาจะมีหนักข้างซ้ายจริงๆ

    ความเห็นจาก ่joey boy — November 15, 2008 @ 7:17 pm

  30. ขอให้คนที่ทำเวบนี้และผู้เกี่ยวข้องที่หมิ่นเบื้องสูงและทำการหมินเหม่ทั้งหมดจงไร้สิ้นแผ่นดินอยู่โดนธรณีสูบ ตกนรกขุมชั้นที่ลึกที่สุด เกิดมาชาติหน้าขอให้พิกลพิการซ้ำซ้อนและตายอย่างสุนัขข้างถนน ครอบครัวจงพินาศบรรลัย ขอให้บ้านไฟไหม้เป็นโรคที่คนรังเกียจชีวิตนี้อย่าได้พบได้เจอความสุขอีกเลย
    สาธุ

    ความเห็นจาก pipo — November 17, 2008 @ 10:25 am

  31. ครับ ผมว่าประเทสไทยต้องมีกการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่แล้วหละ
    เพราะจะให้คนมั้ยกี่คน มาตัดสินใจแทนตัวแทนของประชาชนเลือกได้อยางไรกัน

    ความเห็นจาก รักชาติ ห่วงประชาธิปไตย — November 18, 2008 @ 2:55 pm

  32. เราไม่ใช่ฝรั่ง วัฒนธรรมก็ต่างกัน บางอย่างเขาดีบางอย่างก็ไม่ดี เราก็ควรเลือกให้เข้ากับสังคมไทยของเรา การปกครองของเขาก็เหมาะกับสังคมของเขา เราไปเอาของเขามาทั้งหมดบางอย่างมันก็ยังไม่เหมาะกับประเศไทยเราแต่สิ่งสำคัญที่สุดเราไม่เคยได้นักการเมืองที่ดีต่างหาก ไม่ใช่เพราะการยังคงมีองคมนตรี ในเมื่อประเทศไทยมีในหลวงที่ทรงทศพิศราชธรรมเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีนักการเมืองมาเป็นเหลือบคอยกัดกินเงินงบประมาณแผ่น หากวันนี้ในหลวงมีอำนาจมากๆคงจะดีคงมีเงินมาพํฒนาประเทศชาติได้มากกว่านี้แลประเทศคงไม่มีหนี้สินมากมาย พระองค์ทุ่มเททดลองทำโครงการทางด้านเกษตรเพื่อช่วยคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ และสนับสนุนการศึกษาเพื่อพัฒนาคน แต่นักการเมืองไม่ได้พัฒนาหัวใจของชาติคือการพัฒนาคนก่อนแล้วการพัฒนาด้านอื่นๆก็จะตามมา เห็นมีแต่เน้นมอมเมาแต่การบริโภคที่ฟุ่มเฟือยส่งเสริมเศษฐกิจโดยให้คนเอาเงินมาใช้จ่ายทั้งๆบางคนไม่ควรที่จะถือบัตรเครดิตได้รัฐบาลยุคทักษิณก็ให้มีได้ ทักษิณเก่งจริงฉลาดจริงแต่ฉลาดแกมโกงจะให้ชมว่าดีคงไม่ และที่ไม่ดีมีไม่ใช่น้อย ความดีของในหลวงและพระราชินีพร้อมด้วยพระบรมวงค์ศานุวงค์ก็มีมากมายทำมายาวนานเพียงแค่นักการเมืองพรรคหนึ่งใช้นโยบายประชานิยมด้วยเงินภาษีของคนไทยเองเพื่อซื้อความนิยมของคนไทยส่วนใหญ่ที่เขาขาดข้อมูลที่แท้จริง ใช้เงินโดยไม่คำนึงถึงสภาวะการเงินของประเทศแม้แต่น้อย ในแต่ละโครงการถูกสูบไปจากนักการเมืองเหล่านี้จนร่ำรวย แต่เมื่อมีการตรวจพบไม่เคยที่จะเอาผิดคนเหล่านี้ได้ ใช้อำนาจแทรกแทรงทุกกระบวนการที่จะมาจัดการพวกเขา และยังมีกระบวนการใส่ร้ายเบื้องสูงอยู่เต็มไปหมด ทั้งที่ท่านทำเพื่อคนไทยมาจนถึง60ปีภารกิจเหล่าทำไมยังไม่ทำให้คนไทยอีกกลุ่มหนึ่งทราบซึ้งได้และคนที่กระทำอย่างนี้เขาทำอะไรให้กับประเทศชาติ ในเมื่อมีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งออกมาปกป้องและเรียกร้องให้มีความยุติธรรมทางด้านสังคมและการเมือง แต่ที่เห็นเป็นอยู่ในขณะนี้รู้สึกว่า ฝ่ายรัฐบาลจะเป็นฝ่ายผู้ร้ายเสียเองใช้อำนาจบีบบังคับทุกๆด้าน ส่วนฝ่ายรัฐบาลผิดชัดๆหลายเรื่องก็ไม่มีใครฝ่ายใดออกมาจัดการได้ มีความรู้สึกว่าเป็นเหมือนโจร ไม่ได้เป็นพธม.กำลังตัดสินใจว่าจะเป็น เพราะรู้สึกอึดอัดมาก ทำคนในรัฐบาลถึงทำได้น่าเกลียดได้ขนาดนี้ ความผิดของรัฐบาลมีมาก กว่าที่พธม.เขายึดทำเนียบแค่เรื่องเขาพระวิหารก็เสียความรู้สึกมากแล้ว แต่ทำเนียมก็ยังเป็นของเราๆฟื้นฟูได้ เขาพระวิหารเป็นเรื่องที่เรียกร้องกลับมาได้ยาก ยังมีความเลวๆของฝ่ายณัฐบาลอีกมากมายหากคูณคิดจะมอง ในเมื่อ ร7.ท่านทรงอำนาจมาบริหารแล้วก็ไม่เห็นใครมีความมั่นคงซื่อสัตย์ในการบริหารประเทศที่ฉิบหายหายนะกันก็เพราะการบริหารของพวกนี้ที่ลุแก่อำนาจทั้งนั้น

    ความเห็นจาก WIN — November 19, 2008 @ 9:59 pm

  33. ถึงคุณRakthai หากว่าเว้ปนั้นเป็นเรื่องสร้างสรรไม่สร้างความแตกแยกอันนั้นก็ควรน่าเผยแพ่รทำไมจะต้องเผยแพ่รความคิดที่สร้างให้คนแตกแยกเข้าใจไปในด้านที่ต้องการให้เป็น เพื่อเป็นแนวร่วมสนับสนุนทางการเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง ยกคนๆหนึ่งขึ้นมายกย่องคุณความดีเกินความเป็นจริงมากเกินไปไม่ใช่คนๆนั้นไม่ดีนะ แต่คำพูดทีสรรเสริญโฆษณาในเชิงชวนเชื่อและแอบแฝงเพื่อหวังผลในทางที่กลุ่มคนในเวปนี้กำลังทำอยู่เป็นกระบวนการ ในกลุ่มนี้กระทำการที่ไม่บังควรหลายเรื่อง ถ้าคนที่คอยติดตามอยู่จะรู้ได้ว่าเป้าหมายคือบั่นทอนสถาบันเบื้องสูงและหนักข้อขึ้นทุกวัน ชัดเจนขึ้นทุกวันและมีแนวโน้มว่าสนับสนุนทักษิณ แล้วถ้าเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดเสียหายรุนแรงไม่เป็นผลดี มันก็ไม่ควรจะมีเรื่องแบบนี้ ในเว้ปหากหวังดีกับบ้านเมืองก็ควรเสนอเรื่องดีๆ

    ความเห็นจาก ta to ta — November 21, 2008 @ 4:29 pm

  34. วันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด
    เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่”
    เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้ เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย” เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่ เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา จะทรงเสียพระทัยเพียงใด?
    แล้วสิ่งที่เราทำไปในวันเฉลิมพระชนมพรรษาคืออะไร การที่เราใส่เสื้อเหลือง สายรัดข้อมือ ที่ว่า Long life The King เราทำเพื่ออะไร มันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าคุณรักพระมหากษัตริย์เพียงใดเท่านั้นนะเหรอ
    80 ชันษาของพระองค์ท่าน หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์ พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อม ด้วยข้าราชบริพาร หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความ พอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่? หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา?

    ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — November 23, 2008 @ 8:15 am

  35. ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ราษฎร ขอพระบารมีปกเกล้า
    ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สถิตย์สถาวรอยู่เป็นมิ่งขวัญพสกนิกรชาวไทยอยู่ตราบนานเท่านาน เทอญ.ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
    เรารักพระเจ้าอยู่หัว
    ไม่มีวันไหนที่ตื่นมาและรู้สึกเสียใจที่เกิดมาเป็นคนไทย

    ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — November 23, 2008 @ 8:17 am

  36. การปกครองและการบริหารประเทศ พระมหากษัติรย์ได้ยินยอมให้อำนาจประชาชนได้ปกครองตนเองมานานแล้ว แต่เพราะอะไรประเทศไม่ก้าวหน้าแต่แล้วมีคนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความเห็น กล่าวหาว่าสถาบันเป็นตัวถ่วงความเจริญ เขาเอาสมองส่วนไหนคิด แท้ที่จริงประเทศโดนพวกที่มีโอกาสเข้าไปบริหารบ้านเมืองแต่ละยุคแต่ละสมัยทำปู้ยี่ปู้ยำประเทศ ไม่เข้าใจทั้งที่เห็นอย่างชัดเจนในการกระทำของผู้บริหารและหน่วยงานต่างๆของรัฐ ที่ทำกับประชาชนอย่างรุนแรงถึงชีวิต เราเป็นประชาธิปไตย แล้วไหนละ แค่ใช้สิทธิที่มีในรัฐธรรมนูญ โดนปราบปราบ แต่อยากจะถาม ที่รัฐบาลทำประเทศเสียหายมากมายถึงขั้นเสียอธิปไตย ไม่รู้สึกเจ็บปวดบ้างหรือไงไม่คิดจะรักษาประเทศไว้ให้คนรุ่นหลังเลยเหรอ ทรัพยากรกำลังถูกทำลายเพื่อผลประโยนช์ของนักการเมืองที่มีอำนาจ เมื่อถูกต่อต้านก็ใช้อำนาจจัดการทุกวิถีทาง และกระบวนการรับใช้คนพวกนี้ถึงกับเนรคุณบังอาจทำลายสถาบันเบื้องสูงด้วยวีธีตำช้าที่สุด หากไม่ใช้เพราะเงินแล้วเพราะอะไร อุดมการณ์.. คนที่มีอุดมการณ์เขามักจะยึดมั่นความเป็นธรรมคุณความดีนั่นแหละถึงจะเรียกอุดมการณ์ นอกนั้นแล้วก็เป็นอีกซีกที่เรียกว่าทรราชแล้วเพราะมีแต่ความชั่วร้ายเลวทราม นักวิชาการทั้งหลายมันไม่สับซ้อนอะไร ไม่ต้องอ้างตามหลักที่คุณร่ำเรียนมาหรอก ประชาชนต้องการความถูกต้อง โปร่งใส จริยธรรมเพียงแค่นี้หากนักการเมืองมีแล้วประเทศเจริญแน่นอน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรับกันได้การเมืองแบบนี้ ทักษิณไม่ไดเป็น หาคนมาเป็นนอมีนี ต่อมาน้องเขยเป็น อนาคตพี่ชายอีกคนจ่อคิวจะเป็น น้องสาวกำลังจะเป็นคิวต่อไป หรือพจมานเป็น แล้วพวกคุณก็ยังจะสนับสนุนอยู่อีกหรือไง แล้วกรณีที่ในหลวงโดนกระบวนการที่กระทำการหมิ่นอยู่ทุกวัน นักวิชาการคุณจะอยู่เฉยๆอีกหรือประเทศจะไม่วุ่นวายหากไม่มีคนที่บ้าอำนาจ จริงๆก็มีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีก็อยู่ร่วมกระบวนการกับเขาเหมือนกัน

    ความเห็นจาก ไม่เข้าใจ — November 24, 2008 @ 8:24 pm

  37. บรรพบุรุษของเราจากการนำของพระมหากษัตริย์ รวมพลังสร้างชาติจนเป็นเอกราชอาณาจักรไทย ยามสุขสบาย ทำไมถึงคิดทำลาย…คุณทำไม่ได้หรอก เพราะผมและพสกนิกรของท่านอีกหลายล้านจะต้านคุณ

    ความเห็นจาก โม — November 25, 2008 @ 4:32 pm

  38. - เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
    - แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะใครเป็นผู้กอบกู้เอกราช
    - ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
    - “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผล
    - คนเราจะรู้รัก สามัคคี ได้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาของในหลวง
    โดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
    - เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
    - เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
    - พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
    - ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
    - ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ จงมีอายุนิ่งยืนนานคู่เมืองไทยตลอดเทอญ
    - “๕ ธันวามหาราช” เราคนไทยร่วมทำแต่ความดี เพื่อถวายในหลวง

    ความเห็นจาก skkp — November 27, 2008 @ 1:43 pm

  39. ๑.แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะองค์พระมหากษัตริย์เป็นผู้กอบกู้เอกราช
    ๒.เนื่องในวัน “๕ ธันวามหาราช” ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
    ๓.เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึ่งของเกษตรกรคนไทย
    ๔.ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
    ๕.เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
    ๖.เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
    ๗.กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
    ๘.โครงการพระราชดำริทำให้ราษฎรที่ยากจนมีรายได้เพิ่มขึ้นและยั่งยืน
    ๙.ร่วมกันต่อต้านยาเสพติดเพื่อถวายแด่ ในหลวงของเรา
    ๑๐.พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วยทุนพระองค์เอง
    ๑๑.พระองค์ฯ ทรงเป็นที่เคารพสัการะแด่คนทั่วโลก
    ๑๒.ใน ๕ ธันวามหาราช เราคนไทยร่วมทำบุญตักบาตรถวายแด่ในหลวง
    ๑๓.พระองค์ฯ ทรงเป็นผู้ทรงคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อแผ่นดินชาวสยาม
    ๑๔.พระองค์ฯ ทรงช่วยเหลือและรับคนป่วยไว้ในพระราชอุปถัมภ์

    ความเห็นจาก รักชาติ — December 2, 2008 @ 11:28 am

  40. ข้าพเจ้าภาคภูมิใจมากที่สุด ที่ได้เกิดเป็นคนไทย….ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ………………ทรงพระเจริญ รักในหลวง ห่วงประเทศ ให้รู้จักอภัยให้กันขอให้พระเจ้าอยู่หัวมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน ใครที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพขอให้ย่อยยับดับสูญ ด้วยสำนึกเสมอว่าเติบโต และได้รับการศึกษาด้วยดี จากแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะใช้ความรู้ที่มี อย่างเต็มความสามารถเพื่อสนองคุณพระองค์ครับ ข้าพเจ้าจะเป็นคนดีของสังคมไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ข้าพเจ้าสำนึกถึงบุญคุณอันล้นพ้นที่พระองค์ท่านมีต่อพสกนิกรชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

    ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 11, 2008 @ 3:01 pm

  41. สิบสองปีที่ผ่านมา…… พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไปในขณะเดียวกันสมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนัก อยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช เช่นกัน เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม พระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวายพระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่ พระอุระและในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่ กรุงเทพฯเพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ยังจำกันได้ ไหม?

    ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 13, 2008 @ 1:50 pm

  42. -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรัก และห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อย่างที่สุด
    -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรักอาณาประชาราษฎร์ ประทับใจพสกนิกร ชาวไทยเสมอมา
    - ในหลวงของประชาชน ยามเสด็จไปทรงงานในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ อุปกรณ์ทรงงานที่ติดพระองค์ อยู่ตลอดเวลา ได้แก่ แผนที่ เอกสารข้อมูล กล้องถ่ายรูป และกล้องส่องทางไกล
    -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อบ้านเมือง โดยไม่เห็นแก่ ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย
    -พระบาทสมเด็จ ฯ ขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนาน ถึง ๖๐ ปี
    -พระองค์รับสั่งกับข้าราชบริพารว่า การเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นต้องเป็น ๒๔ ชั่วโมง -พระองค์ทรงอยู่บนยอดปิรามิดของสังคม แต่ปิรามิดในประเทศไทยนั้นเป็น ปิรามิดหัวกลับ หมายความว่า พระองค์ท่าน ทรงอยู่ด้านล่าง เพื่อรองรับปัญหาทุกๆ อย่างของประชาชน“ และทรงตักเตือนบรรดา บุคคลที่ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทใน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ อยู่เสมอว่า “ความทุกข์ของประชาชนนั้น รอไม่ได้”
    -ในหลวงของเราทรงอุทิศเวลาและ น้ำพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ในทุกถิ่นที่และทุกเวลา
    -โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมดมีมากกว่า ๓,๐๐๐ โครงการ ซึ่งได้รังสรรค์ความผาสุขร่มเย็น บนผืนแผ่นดินไทย ขจัดปัดเป่าปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ปัญหาที่ทำกิน การเสื่อมสูญ ทรัพยากรธรรมชาติ การให้โอกาสทาง การศึกษา พัฒนาอาชีพ กระจายรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตและปรับปรุงมาตรฐาน
    -พระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชาติไทยนั้น ยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้น
    -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อชาติและประชาชน
    -พสกนิกร ชาวไทยได้พร้อมใจกันแสดงความรักในหลวง
    - ความรักความศรัทธาที่มีต่อพระองค์เป็น พลังในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่อสังคม
    - คนไทยทุกคนล้วนแล้วแต่จงรักภักดี ต่อในหลวงด้วยกันทั้งนั้น
    - ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
    -พระองค์เป็นมิ่งขวัญแด่ปวงชนชาวไทย สืบนานเท่านาน
    - เศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ฯ เท่านั้นจะพาประเทศไทยอยู่ได้ด้วยตนเองและเข็มแข็งมากที่สุด
    - พระมหากษัตริย์ไทยสุดประเสริฐที่สุดในโลก
    - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร
    - ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ราษฎร
    - ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
    –ขอพระองค์ทรงสถิตย์สถาวรอยู่เป็นมิ่งขวัญพสกนิกรชาวไทยอยู่ตราบนานเท่านาน
    - เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
    - แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะใครเป็นผู้กอบกู้เอกราช
    - ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
    - “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผล
    - คนเราจะรู้รัก สามัคคี ได้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาของในหลวง
    โดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
    - เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
    - เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
    - พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
    - ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
    - ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ จงมีอายุนิ่งยืนนานคู่เมืองไทยตลอดเทอญ
    - “๕ ธันวามหาราช” เราคนไทยร่วมทำแต่ความดี เพื่อถวายในหลวง
    -ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
    -เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
    -เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
    -กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
    -.แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะองค์พระมหากษัตริย์เป็นผู้กอบกู้เอกราช
    -.เนื่องในวัน “๕ ธันวามหาราช” ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
    -.เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึ่งของเกษตรกรคนไทย
    -.ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
    -.เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
    -.เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
    -.กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
    -.โครงการพระราชดำริทำให้ราษฎรที่ยากจนมีรายได้เพิ่มขึ้นและยั่งยืน
    -.ร่วมกันต่อต้านยาเสพติดเพื่อถวายแด่ ในหลวงของเรา
    -.พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วยทุนพระองค์เอง
    -.พระองค์ฯ ทรงเป็นที่เคารพสักการะแด่คนทั่วโลก
    -.ใน ๕ ธันวามหาราช เราคนไทยร่วมทำบุญตักบาตรถวายแด่ในหลวง
    -.พระองค์ฯ ทรงเป็นผู้ทรงคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อแผ่นดินชาวสยาม
    -.พระองค์ฯ ทรงช่วยเหลือและรับคนป่วยไว้ในพระราชอุปถัมภ์
    - เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
    - แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะใครเป็นผู้กอบกู้เอกราช
    - ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
    - “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผล
    - คนเราจะรู้รัก สามัคคี ได้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาของในหลวง
    โดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
    - เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
    - เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
    - พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
    - ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
    - ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ จงมีอายุนิ่งยืนนานคู่เมืองไทยตลอดเทอญ

    ความเห็นจาก regt_16 — December 15, 2008 @ 2:51 pm

  43. ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์พระมหากษัตริย์ของประเทศไทยและพระบรมวงศานุวงษ์ทุกๆพระองค์ล้วนทรงมีความผูกพันใกล้ชิดกับประชาชนมาก ซึ่งในหลายๆ ประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เหล่านั้นจะมีความผูกพันกับประชาชนก็ยังไม่มากเท่าประเทศไทย ด้วยความผูกพันนี้ทำให้คนไทยทุกคนพร้อมกันขนานนามองค์พระมหากษัตริย์ ไทยว่าเป็น “พ่อของปวงชนชาวไทย”
    องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของชาติไทยลำดับที่ ๙ ในราชวงษ์จักรี ทรงสร้างคุณประโยชน์นานาประการแด่ประเทศชาติและประชาชนทุกคน เป็นเวลากว่า ๖๐ ปีมาแล้วนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงดูแลประชาชนของพระองค์ให้มีความกินดีอยู่ดี มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยทั่วกัน รวมทั้งทรงให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกครั้งเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ทรงสร้างหน่วยงานวิจัยทางเกษตรกรรมเพื่อคิดค้นหาวิธีที่จะทำให้เกษตรกรชาวไทยสามารถทำการเพาะปลูกได้ผลผลิตมากขึ้นและทรงจัดให้มีศูนย์ ฝึกศิลปาชีพ ขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นการฝึกให้กับเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้ศึกษาศิลปะวิชาชีพของไทยและสามารถใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตนเองได้
    ทุกท่านซึ่งเป็นพสกนิกรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเหมือนกับพี่น้องประชาชนอีกกว่า ๖๕ ล้านคนทั่วประเทศ เราจะต้องร่วมมือกันสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พ่อของเรา

    ความเห็นจาก loy — December 18, 2008 @ 3:43 pm

  44. ขอบคุณในข้อเขียนความคิดในสาระของประชาธิไตยที่ไม่ค่อมีใครเขียนมาก

    อยากให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะมันเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง ขอบข่ายความหมายของการหมื่นมีปัญหา จึงเป็นได้เพียงเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้น อยากให้รัฐบาลหรือรัฐสภาตรากฎหมายยกเลิก

    ความเห็นจาก Walaya — December 30, 2008 @ 12:35 am

  45. เราเกิดมาเป็นคนดีทุกวันนี้ ขอให้เราคิดอยู่เสมอว่า อย่างน้อยต้องทำตัวเราให้มีคุณค่า เพราะเราเกิดมาในแผ่นดินของในหลวง ได้ฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ทรงสอนมาตลอด ตลอดจนพระบรมราโชวาท เนื่องในงานพิธีต่างๆ ดังนั้นเราต้องเป็นคนดีเพื่อพระองค์ท่าน

    ความเห็นจาก นายซ่อม23 — December 30, 2008 @ 1:17 am

  46. แม่ยังกล่าว เล่าความ ตามที่รู้ เมื่อฤดู เปลี่ยนปรับ ราษฎร์สับสน
    พระติดตาม ถามไถ่ ไทยทุกคน ร้อนหนาวฝน สนพระทัย ใจทุกดวง

    ความเห็นจาก รักชาติ 163 — January 1, 2009 @ 1:34 pm

  47. **แม่ยังกล่าว เล่าความ ตามที่รู้ เมื่อฤดู เปลี่ยนปรับ ราษฎร์สับสน
    พระติดตาม ถามไถ่ ไทยทุกคน ร้อนหนาวฝน สนพระทัย ใจทุกดวง

    ความเห็นจาก รักชาติ 163 — January 1, 2009 @ 1:38 pm

  48. - ในหลวงทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดินไทยตลอดกาล
    - ขอให้พระองค์ฯ ทรงอายุยิ่งยืนนาน
    - เราคนไทยควรนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ
    - เศรษฐกิจพอเพียงทำให้เกิด ความรัก สามัคคีของคนทั้งชาติ
    - โครงการแก้มลิง เหมาะกับเกษตรกร และได้ประโยชน์เหลือล้น
    - โครงการพระราชดำริ ทำให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น วิถีชีวิตดีขึ้น
    - พระองค์ฯ ทรงสละทรัพย์สร้างโรงเรียนให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน
    - กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
    - ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญ
    - โครงการพระราชดำริ ทำให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่างาน
    - พระองค์ท่าน ช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนอย่างสม่ำเสมอ ทรงพระเจริญ
    - พระองค์ฯ รับคนป่วยไว้ในพระอุปถัมภ์ หาที่สุดมิได้ ทรงพระเจริญ
    - พระองค์สละทรัพย์ช่วยเหลือมวลมนุษย์ชาติทั่วโลก ทรงพระเจริญ
    - พระองค์ฯ ปกครองแผ่นดินโดยธรรม
    - เรายึดมั่นใน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวงของเรา

    ความเห็นจาก รักชาติ 163 — January 8, 2009 @ 9:40 am

  49. - ในหลวงทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดินไทยตลอดกาล
    - ขอให้พระองค์ฯ ทรงอายุยิ่งยืนนาน
    - เราคนไทยควรนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ
    - เศรษฐกิจพอเพียงทำให้เกิด ความรัก สามัคคีของคนทั้งชาติ
    - โครงการแก้มลิง เหมาะกับเกษตรกร และได้ประโยชน์เหลือล้น
    - โครงการพระราชดำริ ทำให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น วิถีชีวิตดีขึ้น
    - พระองค์ฯ ทรงสละทรัพย์สร้างโรงเรียนให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน
    - กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
    - ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญ
    - โครงการพระราชดำริ ทำให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่างาน
    - พระองค์ท่าน ช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนอย่างสม่ำเสมอ ทรงพระเจริญ
    - พระองค์ฯ รับคนป่วยไว้ในพระอุปถัมภ์ หาที่สุดมิได้ ทรงพระเจริญ
    - พระองค์สละทรัพย์ช่วยเหลือมวลมนุษย์ชาติทั่วโลก ทรงพระเจริญ
    - พระองค์ฯ ปกครองแผ่นดินโดยธรรม
    - เรายึดมั่นใน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวงของเรา

    ความเห็นจาก นักรบ — January 8, 2009 @ 9:42 am

  50. พวกรับความจริงกันไม่ได้ ว่าเจ้าของเวปกันใหญ่เลย
    รู้ไหมว่ากำลังดูละครกันอยู่ หัดคิดกันซะบ้าง
    “ทำกับข้าวถูกปลด หนีทหารไม่มี สด.43 เสือกไม่ติดคุกแถมได้เป็นนายกอีกต่างหาก” เซ็งDuck…

    ความเห็นจาก หัดยอมรับความจริงกันซะมั่ง — January 9, 2009 @ 10:28 am

  51. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นมิ่งขวัญของชาวไทย เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งประเทศ เป็นเรื่องปกติที่คนไทย รักและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด

    ความเห็นจาก คนกลาง — February 6, 2009 @ 10:02 am

  52. ในหลวงทรงงานหนักมาตลอดชีวิต ทุกยุคทุกรัฐบาล ไม่เคยมีข้อยกเว้น หากไม่มีในหลวงประเทศไทยคงไม่พัฒนามาได้จนปัจจุบัน ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

    ความเห็นจาก turbo — February 6, 2009 @ 10:07 am

  53. ขอให้ทำด้วยความตั้งใจและซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ
    และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ให้ได้

    ความเห็นจาก Cobra1 — March 6, 2009 @ 10:55 am

  54. พระมหากษัตริย์ไทย
    ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติอันยาวนานถึง ๖๐ ปี ได้ทรงเสียสละพระองค์ให้แด่ปวงชนชาวไทยโดยทรงอุทิศพระวรกายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยมาโดยตลอด มิได้ทรงนึกถึงความเหนื่อยยากพระวรกาย ทรงสะความสุขสลายส่วนพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนทุกที่ ไม่เว้นแม้พื้นที่อันตราย พื้นที่ทุรกันดาร แค่ไหนก็ตาม ทำให้พระองค์ได้ทรงทราบปัญาความทุกข์ยากได้อย่างแท้จริงและทรงสามารถแก้ปัญหาให้พสกนิกรของพระองค์ได้อย่างถูกต้องโดยเฉพาะหลักปรัชญาอันทรงคุณค่าที่ปวงชนชาวไทยและชาวโลกได้รู้จักกันคือหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ขอให้ปวงชนชาวไทยเคารพรักสถาบันพระมหากษัตรย์ให้มาก ๆ นะครับ

    ความเห็นจาก วิท — March 6, 2009 @ 2:38 pm

  55. webนี้ ชั่วจังเลย

    ความเห็นจาก itti — March 6, 2009 @ 7:14 pm

  56. เมื่อคุณคิดว่าการอยู่บนแผ่นนี้ แล้วไม่มีสิทธิ เสรีภาพ ไม่มีความสุข แล้วคุณจะอยู่ทำไม ไม่เข้าใจพวกคุณเลย ทำไมไม่เก็บตังค์แล้วไปอยู่ในประเทศที่คุณคิดว่าตัวคุณหรือครอบครัว อยู่แล้วมีความสุขล่ะ มาทนทุกข์เพราะบอกว่าไม่มีเสรีภาพอยู่ทำไม น่ารำคาญ แต่สำหรับผมการเกิดอยู่บนแผ่นดินไทยนี้ ประเสริฐที่สุดแล้วเพราะสงบสุขที่สุดแล้ว ไม่มีภัยสงคราม ไม่มีความอดยาก ก็เพราะเรามีผู้ปกครองที่ดีไง ลองกลับไปคิดดูนะ ( ไม่เชื่อลองกลับไม่ถามบรรพบุรุษของคุณดูก็ได้ ) โปรดจงอย่าเห็นแก่เงินของคนโกง มาทำลายความสงบสุขของประเทศผมเลย ผมขอร้องแหล่ะ

    ความเห็นจาก ชีวิตคน — March 7, 2009 @ 12:17 pm

  57. อย่าเลียนเเบบทักษิณ โกงกินอับเฉา
    ผลาญเงินสูญเปล่า เอาเเต่โกงกิน
    ทักษิณเถ้าเเก่ คิดเเต่ปล้นปลิ้น
    รวยเกินขนาด โกงฃาติโกงกิน
    รวยเเล้วโบยบิน ผินหน้าลี้ภัย
    กลับมาวันหน้า จับมาตัดไข่
    ทักษิณจัญไร ตัดไข่โยนเล

    ความเห็นจาก รักในหลวง — March 7, 2009 @ 2:23 pm

  58. พวกที่โพสหมิ่น….

    ต้องการอะไรกัน

    ได้เสียไรมั่งป่าว

    ความเห็นจาก แอม — March 12, 2009 @ 3:02 pm

  59. ส่วนมาก คนจะโพสต์มาด่า สะท้อนว่าไม่เคยมีวิสัยทัศน์ทางด้าน ระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยมองสภาพความจริง เอาโมหะ กิเลส ความลุ่มหลง มาด่าท่อ และปิดกันตัวเองทางความคิด นี่คือ คำวิจารณ์ของความเห็นนี้ ถ้าคนที่เคยโพสท์กลับมาอ่านข้อความนี้ ขอให้ได้ส่วนบุญส่วนกุศลที่แผ่ให้ ว่าจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด และไปเกิดใหม่ ( ทางความคิด ) ซ่ะที
    สัตว์โลกเอ๋ย

    ความเห็นจาก sukkum — March 14, 2009 @ 11:45 am

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

ร่วมแสดงความเห็น