การเมืองใหม่ในละตินอเมริกา
ภัควดี วีระภาสพงษ์บทความประกอบงานเสวนา “ทางแพร่งประชาธิปไตยกับการเมืองที่ใหม่กว่า”
ณ ห้องประชุมสมาคมนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ดาวน์โหลดเอกสาร PDF ที่นี่ ![]()
สายลมจากซีกโลกใต้
เหตุใดปัญญาชนและนักเคลื่อนไหวสังคมจำนวนมากจึงหันไปมองละตินอเมริกาในปัจจุบัน?
หลังจากได้รับฉายานามอันน่าเศร้ามาหลายทศวรรษว่า “หลังบ้านของสหรัฐอเมริกา” ละตินอเมริกาในยามนี้ได้รับขนานฉายาใหม่อย่างน่าระทึกใจ ไม่ว่าจะเป็น “ความหวังใหม่” “ห้องทดลองขบวนการสังคมใหม่” หรือ “สังคมนิยมแห่งศตวรรษที่ 21″ ความปั่นป่วนทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคนี้ดำเนินมายาวนานและไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงง่าย ๆ กระนั้นก็ตาม ท่ามกลางความอลหม่านทั้งหมดนี้ การดำเนินการทางการเมืองแบบใหม่ได้เกิดขึ้นและสร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลก
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ละตินอเมริกาสร้างแรงบันดาลใจเพราะนี่เป็นภูมิภาคหนึ่งที่ยากจนที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเป็นภูมิภาคที่เป็นห้องทดลองของมหาอำนาจเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นการล่าอาณานิคม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แรงงานทาส การทำไร่เกษตรขนาดใหญ่ (plantation) จนกลายเป็นธุรกิจเกษตร (agribusiness) ในปัจจุบัน การปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหาร ภัยสยองโดยรัฐ (state terrorism) ระบอบประชาธิปไตย การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกหรือที่เรียกกันว่า shock therapy ระบบเสรีนิยมใหม่และข้อตกลงเขตการค้าเสรี เกือบทั้งหมดนี้เริ่มทดลองในละตินอเมริกาอย่างเข้มข้นก่อนจะนำไปใช้ที่อื่น
ไม่น่าแปลกใจที่คำว่า ลัทธิเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) เป็นคำที่แพร่หลายมากที่สุดในละตินอเมริกาจนแทบจะเป็นคำพูดในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เพราะผลกระทบของลัทธิเสรีนิยมใหม่เป็นสิ่งที่ชาวละตินอเมริกาคุ้นเคยมากที่สุดนั่นเอง
แต่ท่ามกลางความยากจนและการกดขี่ ชาวละตินอเมริการากหญ้ากลับสร้าง “การเมืองใหม่” เพื่อต่อสู้กับลัทธิเสรีนิยมใหม่ วิธีการต่อสู้และแนวความคิดของพวกเขาแผ่อิทธิพลไปสู่ปัญญาชนและนักเคลื่อนไหวชาวตะวันตก จนทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ขบวนการสังคมใหม่” หรือ “ขบวนการความยุติธรรมโลก”
แต่ไหนแต่ไรมา แนวความคิดทางการเมืองและสังคมมักแผ่จากโลกที่หนึ่งสู่โลกที่สาม จากซีกโลกเหนือสู่ซีกโลกใต้ อาทิเช่น ลัทธิชาตินิยม ลัทธิคอมมิวนิสต์ เป็นต้น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่การถ่ายทอดเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือ สายลมแห่งความคิดพัดจากแหล่งกำเนิดในซีกโลกใต้ไปสู่ซีกโลกเหนือ จากโลกที่สามไปสู่โลกที่หนึ่ง นี่จึงถือว่าเป็นสิ่งที่ถึงรากถึงโคนที่สุดของขบวนการสังคมใหม่ในปัจจุบัน
ภูมิหลังโดยสังเขป
เมื่อครั้งที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเดินทางไปถึงดินแดนที่จะกลายเป็นภูมิภาคละตินอเมริกาในปัจจุบัน เขาบรรยายถึงชาวพื้นเมืองชนชาติอาราวักที่พบเจอว่า “พวกเขาเป็นคนดีที่สุดในโลกและอ่อนโยนที่สุดด้วย พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรคือความชั่ว จึงไม่รู้จักฆ่า ไม่รู้จักขโมย….พวกเขารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเองและพูดจาไพเราะที่สุดในโลก…” ด้วยเหตุนี้ โคลัมบัสจึงสรุปว่า “คนเหล่านี้น่าจะเป็นข้าทาสที่ดี แค่เรามีคนสักห้าสิบคน ก็คงสามารถกำราบพวกเขาและสั่งให้พวกเขาทำทุกอย่างตามที่เราต้องการได้” (1)
หลังจากโคลัมบัส “ค้นพบ” ทวีปอเมริกาเพียงหนึ่งปี มหาอำนาจในยุโรปยุคนั้นคือ สเปนและโปรตุเกสก็จัดการขีดเส้นแบ่งโลกออกเป็นสองซีก สเปนได้ดินแดนซีกตะวันตกไปทั้งหมด ส่วนโปรตุเกสครอบครองโลกซีกตะวันออก (เนื่องจากบราซิลอยู่ใต้อำนาจของโปรตุเกส ชาวบราซิลจึงพูดภาษาโปรตุเกส ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ในละตินอเมริกาพูดภาษาสเปน) หลังจากนั้น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเป็นระบบก็เริ่มต้นขึ้น
เหล่าคอนควิสตาดอร์เรียงหน้าเข้าไปทำลายอารยธรรมโบราณ เอร์นัน คอร์เตสทำลายอาณาจักรแอซเทค ฟรานซิสโก ปิซาร์โรทำลายอาณาจักรอินคา แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือความตายของประชาชนจำนวนมากมายมหาศาล ตะวันตกมักสร้างภาพมายาว่าทวีปอเมริกาคือดินแดนรกร้างที่มีชาวพื้นเมืองล้าหลังอาศัยอยู่เพียงน้อยนิด แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ในสมัยที่ชาวสเปนเดินทางไปถึงทวีปอเมริกานั้น น่าจะมีชาวพื้นเมืองอยู่ประมาณ 90-112 ล้านคน (เฉพาะในดินแดนแถบเม็กซิโกก็มีถึง 25 ล้านคน เทียบกับสเปนและโปรตุเกสสมัยนั้นที่มีประชากรราว 10 ล้านคนเท่านั้น)
คอนควิสตาดอร์ปราบชาวพื้นเมืองลงได้ด้วยปืนและม้า แต่อาวุธสำคัญที่คร่าชีวิตประชาชนไปจำนวนนับไม่ถ้วนคือ เชื้อโรค (2) ชาวพื้นเมืองไม่มีภูมิต้านทานเชื้อโรคของชาวยุโรป โรคต่าง ๆ อย่างไข้ทรพิษ คอตีบ ไข้รากสาดใหญ่ ไข้รากสาดน้อย ฯลฯ ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นเบือ นักประวัติศาสตร์ประเมินจำนวนคนตายต่างกันไปตั้งแต่ 20% จนถึง 85-95% ของประชากรทั้งหมด ชาวพื้นเมืองจำนวนน้อยที่เหลืออยู่จึงตกเป็นทาสและแรงงานในไร่นา แต่สิ่งที่โคลัมบัสคาดผิดก็คือ ชาวพื้นเมืองที่นี่ไม่ใช่ข้าทาสที่ดี จึงมีการนำทาสผิวดำมาจากอัฟริกาจำนวนมาก การผสมผสานข้ามชาติพันธุ์จึงเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนในละตินอเมริกามีทั้งสายเลือดชาวพื้นเมือง ชาวอัฟริกันและชาวยุโรป (3)
แต่ใช่ว่าชาวพื้นเมืองไม่เคยลุกขึ้นต่อสู้กับมหาอำนาจอาณานิคม ชาวพื้นเมืองที่ลุกขึ้นสู้มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ชื่อซึ่งเป็นที่จดจำกันมากคือ ทูปัก อามารู (Túpac Amaru) ทูปัก อามารูคนแรกคือคือกษัตริย์คนสุดท้ายของอาณาจักรอินคา พระองค์เป็นผู้นำในการต่อสู้สงครามครั้งสุดท้ายกับทหารสเปน แต่ไม่สามารถต้านทานปืนใหญ่ของชาวยุโรปได้ ทูปัก อามารูถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะโดยไม่ยอมเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ตามที่ชาวสเปนพยายามบังคับ (4)
ล่วงมาถึงศตวรรษที่ 18 ทูปัก อามารูที่สองเป็นเหลนของทูปัก อามารู แม้ว่าเขาได้รับการศึกษาแบบยุโรปและได้สืบทอดตำแหน่งผู้ปกครองชาวพื้นเมืองภายใต้อาณานิคมสเปน แต่ความเห็นอกเห็นใจต่อชาวพื้นเมืองที่ถูกกดขี่อย่างทารุณ ทำให้เขาสลัดเสื้อผ้าแบบยุโรป หันมาแต่งกายแบบชาวพื้นเมืองและเป็นผู้นำกบฏครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองศตวรรษ ทูปัก อามารูที่สองถูกประหารชีวิตด้วยการใช้ม้าแยกสังขาร แต่ก็ยังฆ่าเขาไม่สำเร็จ ชาวสเปนจึงใช้วิธีชำแหละเขาเป็นชิ้น ๆ ในจัตุรัสกลางเมืองกุสโก สถานที่เดียวกับที่ปู่ทวดของเขาถูกตัดศีรษะ ชื่อของทูปัก อามารูกลายเป็นชื่อของ “ขบวนการปฏิวัติทูปักอามารู” ซึ่งเป็นกองทัพจรยุทธ์คอมมิวนิสต์ในประเทศเปรูในปัจจุบัน อีกทั้งยังกลายเป็นชื่อของ Tupamaros หรือขบวนการเอกราชแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่มีบทบาทในช่วง ค.ศ. 1960-1970 ในประเทศอุรุกวัย (5)
หลังการก่อกบฏของทูปัก อามารูที่สองเพียงปีเดียว ทูปักอีกคนหนึ่งก็ก่อกบฏขึ้นในประเทศโบลิเวีย เขาใช้ชื่อว่าทูปัก คาตารี (Tupak Katari) และเป็นผู้นำกบฏบุกล้อมนครหลวงลาปาซเอาไว้ ทูปัก คาตารีมีชื่อจริงว่า ฆูเลียน อาปาซา (Julian Apaza) เขาเป็นสามัญชน ขายใบโคคาและทอผ้าเลี้ยงชีพ เขาได้รับแรงบันดาลใจจากคนสองคน คนแรกคือโทมัส คาตารี (Tomás Katari) ผู้สืบเชื้อสายจากราชวงศ์กษัตริย์อินคาและพยายามต่อสู้เพื่อล้มเลิกการกดขี่ของอาณานิคมสเปน คนที่สองคือทูปัก อามารูที่สอง ซึ่งมีคำขวัญในการสู้รบว่า “ชาวนาทั้งหลาย! ท่านจะไม่ต้องเลี้ยงดูเจ้านายด้วยความยากจนอีกต่อไป!” ทูปัก คาตารีลงเอยด้วยการถูกประหารหั่นร่างเป็นชิ้น ๆ แต่ก่อนตายเขาให้สัญญาว่า “ข้าจะกลับมา และข้าจะกลับมาเป็นล้าน ๆ คน” (6)
หลังจากการก่อกบฏของทูปัก คาตารีอีกหนึ่งปี นายทหารชื่อ ซีโมน โบลิวาร์ (Simón Bolivar) ก็พยายามปลดแอกละตินอเมริกาจากประเทศสเปน เขาสามารถก่อตั้งสาธารณรัฐแห่งโคลอมเบีย (ปัจจุบันคือเอกวาดอร์, โคลอมเบีย, ปานามาและเวเนซุเอลา) ขึ้นมาในช่วงเวลาสั้น ๆ และทิ้งความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่เอาไว้ นั่นคือการรวบรวมดินแดนในละตินอเมริกาเพื่อก่อตั้งเป็น “The Gran Colombia” ที่กินอาณาเขตไปถึงเปรูกับโบลิเวีย อุดมการณ์ของโบลิวาร์เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ “การปฏิวัติโบลิวาร์” ในประเทศเวเนซุเอลาขณะนี้
ประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกาปลดแอกและเป็นเอกราชจากยุโรปได้สำเร็จในช่วงศตวรรษที่ 19 แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นต้นมา ภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ก็กลายเป็น “หลังบ้าน” และสนามทดลองของสหรัฐฯ บรรษัทข้ามชาติของสหรัฐฯ เข้าไปมีผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ กระทั่งมีอิทธิพลต่อระบอบการปกครองของหลาย ๆ ประเทศ
สภาพยากจนของประชากรส่วนใหญ่ทำให้ลัทธิมาร์กซ์-เลนินและลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา มีกองกำลังจรยุทธ์และกองทัพปฏิวัติที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปเป็นสังคมนิยมจำนวนนับไม่ถ้วน ขบวนการที่โด่งดังและยังอยู่มาจนถึงปัจจุบันมีอาทิ ขบวนการ Shining Path ในประเทศเปรู ขบวนการ FARC ในประเทศโคลอมเบีย เป็นต้น แนวคิดของลัทธิมาร์กซ์และสังคมนิยมยังคงมีอิทธิพลอย่างสูงในละตินอเมริกาจนถึงทุกวันนี้
แนวคิดอีกประการหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ในการทำความเข้าใจการต่อสู้ของประชาชนในภูมิภาคนี้ก็คือ สำนักเทววิทยาเพื่อการปลดปล่อย (7) ซึ่งเป็นสำนึกหนึ่งในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก แนวคิดของสำนักนี้นำเอาลัทธิมาร์กซ์มาผสมผสานกับคำสอนของศาสนาคริสต์ พระและบาทหลวงของสำนักนี้เดินทางไปในหลาย ๆ พื้นที่ที่ยากจน และทำงานจัดตั้งประชาชนชาวพื้นเมืองให้รวมตัวกันเป็นชุมชนรากหญ้า ซึ่งนอกจากจะอ่านพระคัมภีร์ไบเบิลแล้ว ก็ยังมีการร่วมกันทำความเข้าใจต่อสภาพสังคมเศรษฐกิจโดยใช้ลัทธิมาร์กซ์เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ด้วย ต่อมาในภายหลัง ฐานจัดตั้งของสำนักเทววิทยาเพื่อการปลดปล่อยจะกลายเป็นฐานจัดตั้งของ 3 ขบวนการสำคัญในละตินอเมริกา กล่าวคือ ขบวนการซานดินิสตาในนิการากัว ขบวนการซาปาติสตาในเม็กซิโก และขบวนการแรงงานไร้ที่ดินหรือ MST ในบราซิล
การที่แนวคิดแบบ “ฝ่ายซ้าย” แพร่หลายในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ทำให้ชนชั้นนำและรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สบายใจ ความเชื่อเกี่ยวกับ “แอปเปิลเน่าลูกเดียวในตะกร้า” และ “ทฤษฎีโดมิโน” ทำให้สหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซงทางการเมืองและการทหารในภูมิภาค เริ่มต้นจากการโค่นล้มรัฐบาลอัลเยนเดในชิลีเมื่อ ค.ศ. 1973 สนับสนุนให้รัฐบาลเผด็จการของปิโนเชต์ขึ้นครองอำนาจ พร้อมกับส่งนักเศรษฐศาสตร์สำนักชิคาโกเข้าไปเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ ชิลีคือสนามทดลองแห่งแรกของลัทธิทุนนิยมเสรี ส่วนในประเทศอื่น ๆ นั้น รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารและภัยสยองโดยรัฐ เพื่อปราบปรามประชาชนไม่ให้หันเข้าหาลัทธิคอมมิวนิสต์ พร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ของบรรษัทข้ามชาติสหรัฐฯ ไปด้วย (8)
แต่เมื่อขั้นตอนของระบบทุนนิยมก้าวไปสู่ลัทธิเสรีนิยมใหม่ ซึ่งมีลักษณะเด่นอยู่ที่ “ความยืดหยุ่นในการสะสมทุน” และ “การสะสมทุนด้วยการปล้นชิง” (accumulation by dispossession) กลุ่มทุนจึงต้องการให้ประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่แน่นอนและเหมือน ๆ กันทั้งหมด ซึ่งสิ่งนี้จะบรรลุผลได้ก็ต้องอาศัยระบอบการปกครองที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา เราได้เห็นหลาย ๆ ประเทศเปลี่ยนจากการปกครองระบอบเผด็จการมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทั้งในภูมิภาคละตินอเมริกาและในส่วนอื่น ๆ ของโลก
จากการเป็นอาณานิคมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้ละตินอเมริกามีระบบเศรษฐกิจที่ผูกพันแนบแน่นกับระบบเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา อเมริกากลางและอเมริกาใต้คือแหล่งแรงงานค่าแรงถูก เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิ้นส่วน เป็นแหล่งอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออก ธุรกิจเกษตรข้ามชาติ และส่งออกแรงงานราคาถูกให้แก่อเมริกาเหนือ ถึงแม้คนจนจำนวนมากจะต้องเข้าไปขายแรงงานในเมือง จนทำให้เกิดเมืองสลัมขนาดใหญ่รายล้อมรอบเมืองหลวงและเมืองใหญ่ ๆ กระนั้นก็ตาม ชาวพื้นเมืองที่ยากจนก็ยังมีอิสระจากระบบเศรษฐกิจโลกในระดับหนึ่ง ยังมีการเพาะปลูกเพื่อยังชีพ แต่เมื่อระบบทุนนิยมขยายกลายเป็นลัทธิเสรีนิยมใหม่ การทุ่มตลาด การแย่งชิงทรัพยากร การแปรรูป ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวพื้นเมืองและคนยากจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การเมืองใหม่” ในละตินอเมริกาก็คือการลุกขึ้นต่อต้านขัดขืนลัทธิเสรีนิยมใหม่ โดยมีชาวพื้นเมืองและคนจนเป็นหัวหอกสำคัญ
โพสต์ในกลุ่ม คอลัมนิสต์ออนไลน์
เข้ามาอ่านครับ ได้รับความรู้ดีและเห็นด้วยเกือบทั้งหมด ยกเว้นแต่
รู้สึกท่านผู้เขียน จะประเมินผลกระทบจากเรื่องของพันธมิตรมากเกินจริง
ผมไม่คิดว่า การต่อสู้ของพันธมิตรจะมีอิทธิพลต่อสังคมไทยมากถึงขนาดจะฟื้นฟูกลุ่มอำนาจเก่าๆได้เหมือนเดิม
กลุ่มพันธมิตรเป็นการรวมตัวกันแค่เพื่อต่อต้านเฉพาะกลุ่มทุนของทักษิณที่ถือว่าเป็นศัตรูร่วมในเวลานี้ เท่านั้นเอง
เป็นการสมานฉันท์แบบมีเงื่อนไข ของกลุ่มต่างๆชั่วคราว
ยังมองไม่เห็นทางว่า จะกลายเป็นกลุ่มมวลชนเพื่อฐานอำนาจให้กับกลุ่มใดๆ
ถึงขนาดจะกลายเป็น ฟาสซิสต์ ยิ่งเป็นไปไม่ได้
อีกอย่างที่ท่านผู้เขียนได้วิเคราะห์ เรื่องเสรีนิยมใหม่กับสังคมไทย ในบทความนี้รู้สึกว่าจะมองในแง่ร้ายจนเกินไป
ความเห็นจาก ประมุขตง — September 26, 2008 @ 10:07 am
ผมว่าพันธมิตรไม่ได้มีหัวคิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกครับ ควมชัดเจน แนวคิดต่างๆก็ไม่มี ได้แต่อ้างเหตุผลต่างๆนาๆให้ดูโก้หรูอยู่ไปวันๆ แต่ถ้าบทความนี้จะเพียงแค่เทียบขบวนการต่างๆในละตินอเมริกากับพันธมิตรก็เข้าใจครับ ว่าพันธมิตรโดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ฝูงชนที่ขาดเหตุผล ถูกปลุกปั่นโดยกระแสราชาชาตินิยม-คลั่งศีลธรรม ที่ได้รับการปลูกฝังมานาน กับกลุ่มผู้นำที่วันนี้ค่อนข้างชัดว่านำจริงๆแค่คนสองคน แล้วก็จุดมุ่งหมายคือ นำเอาชนชั้นนำกลุ่มเดียวกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีก ก็แค่นั้น……….
ความเห็นจาก มาช้าแต่มาแล้ว — September 26, 2008 @ 8:13 pm
ลัทธิใหม่กับการเมืองใหม่ ทำอะไรก้ได้ที่ตรวจสอบ แสดงคมโปร่งใส มีธรรมภิบาล เพราะถ้ามีรัฐบาล ที่โกงกินชาติอย่างไอ้ทักษิณ หรือไอ้ยุทธตู้เย็น ประเทศก็แย่ ทำอะไรก้อยู่ใต้อำนาจมัน มันอยู่ในชั้นปกครองแต่ไม่ใช่ว่าครอบครอง ประเทศ แต่พวกมัน
ความเห็นจาก uiui — September 27, 2008 @ 1:54 pm
มาช้าแต่มาแล้ว
26 September 2008 เมื่อ 8:13 pm
ผมว่าพันธมิตรไม่ได้มีหัวคิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกครับ ควมชัดเจน แนวคิดต่างๆก็ไม่มี ได้แต่อ้างเหตุผลต่างๆนาๆให้ดูโก้หรูอยู่ไปวันๆ แต่ถ้าบทความนี้จะเพียงแค่เทียบขบวนการต่างๆในละตินอเมริกากับพันธมิตรก็เข้าใจครับ ว่าพันธมิตรโดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ฝูงชนที่ขาดเหตุผล ถูกปลุกปั่นโดยกระแสราชาชาตินิยม-คลั่งศีลธรรม ที่ได้รับการปลูกฝังมานาน กับกลุ่มผู้นำที่วันนี้ค่อนข้างชัดว่านำจริงๆแค่คนสองคน แล้วก็จุดมุ่งหมายคือ นำเอาชนชั้นนำกลุ่มเดียวกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีก ก็แค่นั้น……….
***************
ความเห็นนี้มีความขัด
ความเห็นจาก BMW F1 — September 28, 2008 @ 1:48 am
มาช้าแต่มาแล้ว
26 September 2008 เมื่อ 8:13 pm
ผมว่าพันธมิตรไม่ได้มีหัวคิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกครับ ควมชัดเจน แนวคิดต่างๆก็ไม่มี ได้แต่อ้างเหตุผลต่างๆนาๆให้ดูโก้หรูอยู่ไปวันๆ แต่ถ้าบทความนี้จะเพียงแค่เทียบขบวนการต่างๆในละตินอเมริกากับพันธมิตรก็เข้าใจครับ ว่าพันธมิตรโดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ฝูงชนที่ขาดเหตุผล ถูกปลุกปั่นโดยกระแสราชาชาตินิยม-คลั่งศีลธรรม ที่ได้รับการปลูกฝังมานาน กับกลุ่มผู้นำที่วันนี้ค่อนข้างชัดว่านำจริงๆแค่คนสองคน แล้วก็จุดมุ่งหมายคือ นำเอาชนชั้นนำกลุ่มเดียวกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีก ก็แค่นั้น……….
***************
ความเห็นนี้มีความข
ความเห็นจาก BMW F1 — September 28, 2008 @ 1:48 am
มาช้าแต่มาแล้ว
26 September 2008 เมื่อ 8:13 pm
ผมว่าพันธมิตรไม่ได้มีหัวคิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกครับ ควมชัดเจน แนวคิดต่างๆก็ไม่มี ได้แต่อ้างเหตุผลต่างๆนาๆให้ดูโก้หรูอยู่ไปวันๆ แต่ถ้าบทความนี้จะเพียงแค่เทียบขบวนการต่างๆในละตินอเมริกากับพันธมิตรก็เข้าใจครับ ว่าพันธมิตรโดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ฝูงชนที่ขาดเหตุผล ถูกปลุกปั่นโดยกระแสราชาชาตินิยม-คลั่งศีลธรรม ที่ได้รับการปลูกฝังมานาน กับกลุ่มผู้นำที่วันนี้ค่อนข้างชัดว่านำจริงๆแค่คนสองคน แล้วก็จุดมุ่งหมายคือ นำเอาชนชั้นนำกลุ่มเดียวกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีก ก็แค่นั้น……….
***************
ถ้าพันธมิตรไม่มีอะไ
ความเห็นจาก BMW F1 — September 28, 2008 @ 1:52 am
รอคุณ BMW F1 คอมเม้นอยู่ครับ ……. ขาดๆหายๆระทึกใจ
ลุ้นครับว่าเมื่อไหร่ท่านจะพิมพ์เสร็จซะทีงะ (-_-’)
ความเห็นจาก มาช้าแต่มาแล้ว — September 28, 2008 @ 2:18 pm
ขอลุ้นด้วยใจระทึกไปพร้อมๆกับคุณ มาช้าฯ ตื่นเต้นดี ค่อยๆดผยทีละนิด อิอิ
ความเห็นจาก ลุ้นด้วย — September 30, 2008 @ 12:32 am
การเมืองใหม่เป็นสิ่งที่ดีเพราะปัจจุบันนี้มีแต่นักการเมืองที่ซื้อเสียงอย่างพรรคพลังประชาชน(ไทยรักไทยเดิมพรรคโกงชาติ)ใช้วิธีการโดยไปสำรวจว่าสส. คนไหนที่มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งก็รีบซื้อตัวคนนั้นมาสังกัดพรรคตัวเองทำแบบนี้ทุกจังหวัด (แต่สส.ที่ดีมีจริยธรรมไม่สามารถซื้อได้)แล้วใช้เงินซื้อเสียงอีก โดยเฉพาะที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งมีระบบอุปถัมป์คนก็จะเลือกตามผู้ที่อุปถัมป์แนะนำ (ระบบอุปถัมป์คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการชี้แนะเพื่อโน้มนาวให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกสส.ตามที่ตัวเองต้องการ ใช้เงินในการหลอกใช้คนอื่น ผู้อุปถัมป์จะนำเงินไปให้คนในหมู่บ้านนั้นใครอยากได้เงินไปซื้ออะไรก็มาขอ แล้วถึงเวลาเลือกตั้งผู้อุปถัมป์เหล่านี้จะมาชี้นำให้ผู้ที่ได้รับการอุปถัมป์เลือกตามที่ตัวเองต้องการ ผู้ที่ได้รับการอุปถัมป์คิดว่าผู้อุถัมป์มีบุญคุณเคยช่วยเหลือเลยเหลือกตามผู้อุปถัมป์ต้องการ)
ความเห็นจาก รักในหลวงห่วงลูกหลานร่วมกันต้านรัฐบาลขายชาติ — October 4, 2008 @ 8:16 am
การเมืองใหม่เป็นสิ่งที่ดีเพราะปัจจุบันนี้มีแต่นักการเมืองที่ซื้อเสียงอย่างพรรคพลังประชาชน(ไทยรักไทยเดิมพรรคโกงชาติ)ใช้วิธีการโดยไปสำรวจว่าสส. คนไหนที่มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งก็รีบซื้อตัวคนนั้นมาสังกัดพรรคตัวเองทำแบบนี้ทุกจังหวัด (แต่สส.ที่ดีมีจริยธรรมไม่สามารถซื้อได้)แล้วใช้เงินซื้อเสียงอีก โดยเฉพาะที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งมีระบบอุปถัมป์คนก็จะเลือกตามผู้ที่อุปถัมป์แนะนำ (ระบบอุปถัมป์คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการชี้แนะเพื่อโน้มนาวให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกสส.ตามที่ตัวเองต้องการ ใช้เงินในการหลอกใช้คนอื่น ผู้อุปถัมป์จะนำเงินไปให้คนในหมู่บ้านนั้นใครอยากได้เงินไปซื้ออะไรก็มาขอ แล้วถึงเวลาเลือกตั้งผู้อุปถัมป์เหล่านี้จะมาชี้นำให้ผู้ที่ได้รับการอุปถัมป์เลือกตามที่ตัวเองต้องการ ผู้ที่ได้รับการอุปถัมป์คิดว่าผู้อุถัมป์มีบุญคุณเคยช่วยเหลือเลยเหลือกตามผู้อุปถัมป์ต้องการ)
การเมืองใหม่เป็นการเลือกตั้งที่ปราศจากนักเมืองซื้อเสียงและนักเมืองนำเน่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแต่เสนอตัวมารับใช้รับประชาชน
เหมือนอย่างบรรหาร ศิลปอาชา เมื่อถึงคราวเลือกตั้งรับปากประชาชนในพื้นที่ว่าจะพัฒนาให้เป็นจังหวัดที่มีถนนสวยงามพัฒนาจริงแต่เมื่อร่วมรัฐบาลกลับไม่ทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง อยากให้ประชาชนโปรดเลือกสส.และพรรคการเมืองที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติมากกว่าการเลือกนักเมืองที่ทำเพื่อรักษาฐานเสียงของตัวเองอย่างแต่ไม่ทำเพื่อประเทศอย่างแท้จริง
ความเห็นจาก รักในหลวงห่วงลูกหลานร่วมกันต้านรัฐบาลขายชาติ — October 4, 2008 @ 8:27 am
พ่อคือพ่อของแผ่นดินหยาดเหงื่อหยดน้ำลงดินก็เพื่อลูกๆ ยามใดเมื่อลูกมีทุกข์พ่อยิ่งทุกข์ระทมหลายเท่า…พวกเราคือลูกของพ่อเกิดบนแผ่นดินของพ่อภูมิใจที่ได้เฝ้ารอเฉลิมพระชนษ์แปดสิบพรรษา… เวลาพาโลกเปลี่ยนไปพ่อเรายิ่งใหญ่เหรือการเวลาขอทรงพระเกษมสำราญคุ้มชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ทรงพระเจริญอยู่ยิ่งยืนนาน
โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจาก พระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติหรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน จากพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอนับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จนตราบเท่าทุกวันนี้ ทรงพบเห็นว่าภาวะแห้งแล้ง ได้ทวีความถี่ และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เพราะนอกจากความผันแปรและคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติแล้ว การตัดไม้ทำลายป่า ยังเป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ในทุกภาคของประเทศ ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจโดยรวมของชาติเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี
ความเห็นจาก ทรงพระเจริญ — October 4, 2008 @ 8:43 am
ลักษณะของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีอยู่มากมายหลายสาขาหลายประเภทมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ดังนี้คือ
- โครงการตามพระราชประสงค์ หมายถึง โครงการซึ่งทรงศึกษาทดลองปฏิบัติเป็นส่วนพระองค์ ทรงศึกษาหารือ กับผู้เชี่ยวชาญในวงงาน ทรงแสวงหาวิธีทดลองปฏิบัติ ทรงพัฒนาและส่งเสริมแก้ไขดัดแปลง วิธีการเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อดูแลผลผลิตทั้งในพระราชฐานและนอกพระราชฐาน ซึ่งต้องทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการดำเนินงาน ทดลองจนกว่าจะเกิดผลดี ต่อมาเมื่อทรงแน่พระราชหฤทัยว่าโครงการนั้น ๆ ได้ผลดี เป็นประโยชน์แก่ประชาชน อย่างแท้จริงจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐบาลเข้ามารับงานต่อในภายหลัง
- โครงการหลวง พระองค์ทรงเจาะจงดำเนินการพัฒนา และบำรุงรักษาต้นน้ำลำธารในบริเวณป่าเขา ในภาคเหนือ เพื่อบรรเทาอุทกภัยในที่ลุ่มข้างล่าง ด้วยเหตุที่พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตแดนชาวไทยภูเขา จึงทรงมีโอกาสพัฒนาชาวเขา ชาวดอย ให้อยู่ดี กินดี ให้เลิกการปลูกฝิ่น ด้วยเป็นการผิดกฏหมาย เลิกการตัดไม้ทำลายป่าทำไร่เลื่อนลอย และเลิก การค้าไม้เถื่อน ของเถื่อน อาวุธยุทโธปกรณ์นอกกฏหมาย ทรงพัฒนาช่วยเหลือ ให้ปลูก พืชหมุนเวียนที่มีคุณค่าสูง ขนส่งง่าย ปลูกข้าวไร่ และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค รวมคุณค่า ผลผลิต แล้วให้ได้คุ้มค่าแทนการปลูกฝิ่น ทั้ง ๆ ที่งานของโครงการนี้ จะกินเวลา ยาวนาน กว่าจะเกิดผล ก็เป็นเวลานานนับสิบปี การดำเนินงานจะยากลำบากสักเพียงใด ก็มิได้ ทรงท้อถอย การพัฒนาค่อย ๆ ได้ผลดีขึ้น ชาวเขา ชาวดอยจึงมีความจงรักภักดี เรียกพระ องค์ว่า “พ่อหลวง” และเรียกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถว่า “แม่หลวง” โครงการของทั้งสองพระองค์ จึงเรียกว่า “โครงการหลวง”
- โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ หมายถึง โครงการที่พระองค์ได้พระราชทานข้อแนะนำ และแนวพระราชดำริให้เอกชนไปดำเนินการด้วยกำลังเงิน กำลังปัญญาและ กำลังแรงงาน พร้อมทั้ง การติดตามผลงานให้ต่อเนื่องโดยภาคเอกชน เช่นโครงการพัฒนาหมู่บ้านสหกรณ์เนินดินแดง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสโมสรโรตารีแห่งประเทศไทย เป็นผู้จัด และดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ โครงการพจนานุกรม โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เป็นต้น
- โครงการตามพระราชดำริ โครงการประเภทนี้ เป็นโครงการที่ทรงวางแผนพัฒนาทรงเสนอแนะให้รัฐบาล ร่วมดำเนินการตามพระราชดำริ โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ร่วมทรงงานกับหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร โครงการตามพระราชดำรินี้ในปัจจุบัน เรียกว่า”โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”มี กระจายอยู่ทั่วทุก ภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะที่เป็นโครงการพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในระยะสั้น และระยะยาว ที่มีเวลามากกว่า 5 ปี ขณะเดียวกันก็ มีลักษณะที่เป็นงานด้านวิชาการ เช่น โครงการเพื่อการศึกษา ค้นคว้าทดลอง หรือ โครง การที่มีลักษณะเป็นงานวิจัย เป็นต้น
พระราชประวัติ
ของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาล เมานท์ออเบอร์น (Mount Auburn) เมืองเคมบริดจ์ (Cambridge) รัฐแมสสาชูเซตต์ (Massachusetts) สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีเถาะ นพศก จุลศักราช ๑๒๘๙ ตรงกับวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ มีพระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช เป็นพระโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี) และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์
ซึ่งภายหลังทั้งสองพระองค์ได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธย เป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ ณ เมืองไฮเดลแบร์ก ประเทศเยอรมนี
เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๑ ได้โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา กลับประเทศไทย ประทับ ณ วังสระปทุม ต่อมาในวันที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๗๒ สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงเจริญพระชนมายุได้ไม่ถึง ๒ ปี และเมื่อมีพระชนมายุได้ ๕ ปี ได้ทรงเข้ารับการศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพฯ จึงถึงพุทธศักราช ๒๔๗๖ จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมือง โลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เพื่อทรงศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนเมียร์มองต์ (Mieremont) ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ จากนั้นทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ณ เอกอล นูแวล เดอ ลา ซืออิส โรงมองต์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) ตำบลแชลลี (Chailly) เมืองโลซานน์ เมื่อทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากยิมนาส กลาซีค กังโตนาล (Gymnase Classique Cantonal) แห่งเมืองโลซานน์แล้ว ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ โดยทรงเลือกศึกษาในแขนงวิชาวิศวกรรมศาสตร์
ความเห็นจาก ทรงพระเจริญ — October 4, 2008 @ 8:52 am
พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
พระราชทานในการเสด็จฯ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย
วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓
ข้าพเจ้ายินดีมาก ที่ได้มาเยี่ยมพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย และได้มาพบกับท่านทั้งหลายในโอกาสนี้ ทั้งขอขอบใจที่จัดการต้อนรับเป็นพิเศษอย่างที่ไม่มีใครเคยทำ แต่การที่จะต้องพูดกับที่ประชุมนี้ ด้วยเรื่องของพระพุทธศาสนา มีข้อทำให้ลำบากใจอยู่มาก เพราะพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งสูงสุด สำคัญที่สุด และไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำมาอภิปรายให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนแม้แต่น้อยด้วยประการใดๆ จึงจำเป็นต้องแถลงแต่ต้นว่า สมาคมเกณฑ์ให้แสดงโอวาทแก่ผู้ที่นับว่าเป็น “ผู้รู้” ต่อหน้าพระมหาเถระ และไม่รับรู้ในหัวข้อที่ให้พูดถึง เฉพาะแต่การเผยแพร่หลักธรรมแก่เยาวชน เพราะมีความรู้สึกอยู่ว่า การเผยแพร่พระพุทธศาสนานั้น มุ่งให้เกิดประโยชน์แก่มหาชน และเมื่อหลักธรรมเข้าถึงมหาชนแล้ว ก็ย่อมแผ่ถึงเยาวชนด้วย
คำว่า “ศาสนา” ตามที่ใช้ทุกวันนี้ เป็นที่เข้าใจกันว่าใช้ตรงกับคำว่า Religion ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึงคำสั่งสอนที่มาจากเบื้องบน ส่วนวิธีการสั่งสอนก็คือ “สั่ง” และ “สอน” ให้ปฏิบัติ โดยถือว่าคำสั่งสอนนั้นมาจากเบื้องบน ยุติได้ว่าถูกต้องเที่ยงแท้แล้ว จึงทำตามได้ทีเดียว ถ้าว่าตามนี้ พระพุทธศาสนาก็ไม่เข้าหลักเป็นศาสนา เพราะเนื้อหาสาระและกฏเกณฑ์ของพระพุทธศาสนา เกิดขึ้นจากการค้นคว้าหาความจริงของชีวิตด้วยปัญญามนุษย์ พระพุทธศาสนาแสดงความจริงของชีวิต แสดงทางปฏิบัติที่จะให้บรรลุความสุขสูงสุดของชีวิต มีวิธีการสั่งสอนที่ยึดหลักเหตุและผลว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ผู้ประกอบเหตุอย่างไรเพียงใดก็ได้ผลอย่างนั้นเพียงนั้น หากจะถามว่าพระพุทธศาสนาเป็นอะไร ก็ต้องตอบว่าโดยเนื้อหาเป็นเรื่องความจริงของชีวิต พระพุทธศาสนาเป็นปรัชญาโดยวิธีการสอนที่ยึดหลักเหตุผล พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์ หรือพูดให้ชัดเจนลงไปอีก็เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นว่า การสอนพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง คือการสอนให้คนสามารถพิจารณาขุดค้นหาหลักธรรมจากชีวิต และนำหลักธรรมนั้นมาปฏิบัติให้เป็นประโยชน์
เรื่องวิธีการสอนธรรมะ หรือที่พุทธสมาคมได้คำว่า “เผยแพร่หลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนา” ให้เข้าถึงบุคคลประเภทต่างๆ นั้น ความจริงมีปรากฏอยู่อย่างสมบูรณ์ในคัมภีร์ มีทั้งที่กล่าวไว้โดยตรงและโดยอ้อม ทั้งที่กล่าวโดยสรุปและโดยละเอียดพิสดาร ซึ่งเชื่อว่าท่านทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นหลักวิชา ที่นำมาปฏิบัติให้ได้ผลจริงๆ ได้อย่างแน่นอน
ผู้มีปัญญาปรารถนาจะช่วยผู้อื่น จะต้องพยายามศึกษาพิจารณาเลือกสรรวิธีการนั้นๆ จากตำรา นำมาใช้นำมาสอนให้เหมาะสมแก่บุคคล แก่กาลสมัย และแก่สภาพการณ์ในปัจจุบัน คนที่เรียกว่าเป็นคนสมัยใหม่นั้น ยึดหลักเหตุผลเป็นสำคัญ การสอนคนสมัยใหม่จะต้องนำเหตุผลที่มีอยู่ในคัมภีร์มาพิจารณา และหยิบยกแต่เฉพาะเนื้อหามาอธิบาย การสอนให้ปฏิบัติตามแบบฉบับเฉยๆ โดยปราศจากเหตุอันสมควรจะทำให้เกิดความรู้สึกว่า “ถูกอบรม” และ “ถูกบีบบังคับ” จนหมดความสนใจ
หน้าที่ของท่านในการเผยแพร่หลักธรรมในพระพุทธศาสนา จึงอยู่ที่การเลือกเฟ้นข้อธรรมะและเลือกเฟ้นหลักธรรมะและเลือกเฟ้นวิธีการสอน การใช้คำพูดที่เหมาะ อธิบายหลักธรรมะเทียบเคียงกับตัวอย่างที่เป็นของจริง จนเห็นชัดเจนได้ตามสภาพจิตของคนสมัยปัจจุบัน เพื่อช่วยให้แต่ละคนสามารถค้นหาและเข้าใจข้อธรรมะ ซึ่งจะนำมาใช้เป็นหลักการในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามฐานะของตน
ข้าพเจ้าขอฝากให้ที่ประชุมนำข้อคิดทั้งนี้ ไปวิเคราะห์และวิจารณ์ต่อไป ขออวยพรให้กิจการของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นปึกแผ่นมั่นคง สามารถทำประโยชน์จรรโลงพระศาสนาและชาติบ้านเมืองได้โดยกว้างขวางและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.
ความเห็นจาก ทรงพระเจริญ — October 4, 2008 @ 8:57 am
Che Guevara
ความเห็นจาก Nookie666 — October 7, 2008 @ 3:05 am
ประชาธิปไตยระยะพัฒนา ปี 2551
นับตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง ตามประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเสมือนปูแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมานานแสนนาน เช่น ประโยคที่ว่า ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า เป็นสังคมที่ไม่มีความซับซ้อนเหมือนในปัจจุบันจึงสามารถปกครองแบบพ่อปกครองลูกได้แบบงอกงามและสมบูรณ์แบบ โดยกษัตริย์ที่มีทศพิธราชธรรม แต่ก็เป็นระยะที่สั้นเพียงชั่วอายุคนของผู้ที่มีทศพิธราชธรรม มิอาจวางใจในระยะยาวได้ ซึ่งหากมีความขัดแย้งก็เหมือนสร้างธนาคารสงครามไว้ให้ชนรุ่นหลัง เรื่อยมาจนกระทั่งสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น ในสมัยพระนารายณ์มหาราช เจริญสัมพันธไมตรี และเปิดการค้าขายเสรีกับทุกเชื้อชาติ ฯลฯ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบประชาธิปไตย พ.ศ.2475 จนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่สังคมซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน ยิ่งสังคมซับซ้อนมากขึ้นการพัฒนาประชาธิปไตยที่ให้เสรีภาพที่ถูกต้องและเป็นธรรมสมควรต้องพัฒนาตามเวลา และแก้ไขข้อบกพร่องตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น แต่คงความเป็นประชาธิปไตยที่ใช้สิทธิเสรีภาพอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกคนโดยเท่าเทียมกัน
การเลือกตั้งไม่ได้ออกมาสวยงามเสมอไป ประชาธิปไตยถูกนำมาสร้างเป็นข้อมูลเพื่อหาเหตุผลหักล้างซึ่งกันและกันในสภาฯ นี่คือการเลือกของประชาชน นี่คือสิทธิของประชาชน นี่คือพลังของประชาชน ที่เรียนรู้จากข้อมูลที่มีอยู่ หรือแนวทางที่สามารถทำได้ของประชาชน และแนวทางที่เสนอได้ของผู้นำเสนอสู่ประชาชน ไม่ว่าจะขาวสะอาดหรือไม่
ประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยมาอย่างยาวนานจากไม่ปรากฏรูปแบบจนปรากฏรูปแบบหลังจาก พ.ศ.2475 มีปรากฎทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกคือประชาธิปไตยถูกรับมาหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์เต็ม ด้านลบคือสภาวะการผลักดันของประชาธิปไตยเพื่อผ่านมาสู่การกระทำเพียงห้าสิบเปอร์เซนต์ ผ่านชนชั้นกลางยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ผ่านหัวคิวชนชั้นล่างเจ็ดจุดห้าเปอร์เซ็นต์ ลงมาถึงประชาชนเพียงหนึ่งถึงสามจุดเจ็ดห้าเปอร์เซ็นต์ แนวทางของประชาธิปไตยสามารถพัฒนาและเบ่งบานได้เต็มพิกัด อาจจะมากกว่าสองร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับเสียงข้างมากในสภาชั้นที่ 1 และอีกหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับเสียงข้างน้อยในสภาชั้นที่ 2 และอีกหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์คือการประกันความเสี่ยงที่ประชาชนเลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่ในสภาซึ่งจะมีหน้าที่ตรวจสอบการทำของผู้ที่ตนเลือกทุก 2 ปี ชั้นที่ 3 และในสภาวะเช่นนี้ผู้เขียนมิอาจที่จะกล่าวถึงภาพของความจริงได้จึงได้นำแนวย่อของสถานการณ์มาให้ขบคิด
การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ได้ เป็นเพราะพื้นฐานเดิมแน่น แน่นอน มั่นคง สง่างาม สร้างสรรค์ สร้างเสริม ขจัดมุมมืด ข้อบกพร่องได้แล้วต่างหาก จากฟากฟ้าถึงรากหญ้าคือความชุ่มชื่นของผู้นำและผู้ตาม ไม่ใช่ความขัดแย้งที่อยู่บนความเดือดร้อนใฝ่ฝันแต่ความสมบูรณ์ ผลประโยชน์จากภาษีประชาชน ภาษีประชาชนถึงไม่คืนตอนเป็น ก็ต้องคืนตอนตายไม่มีใครหนีพ้น
ถ้ามีโอกาสจะส่งมาใหม่
ความเห็นจาก คนไทย — October 10, 2008 @ 3:50 pm
สัตว์ มนุษย์ มียีนต์แตกต่างจาก ลิง นิดเดียว
และเป็นญาติ ใกล้ชิดกับสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอืน ๆ
จึงถูกจัดให้อยู่ใน ไฟลัม เดียวกัน…….
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างสัตว์ในไฟลัม นี้คือ ออกลูก
เป็นตัว ตายเป็นปุ๋ยคืนสู่ ดิน
ที่เหลือคือสิ่งที่ถูกสัตว์มนุษย์ สมมุติขึ้นมาทั้งนั้น
( เพราะ เราไม่รู้ ภาษาของสัตว์อื่น ๆ )
สิ่งสำคัญ คือ
ลิงเกิดมาต้องเป็นลิง
หมาเกิดมาต้องเป็นหมา
สัตว์มนุษย์ เกิดมาต้อง เป็นสัตว์มนุษย์
มันก็แค่นั้น ครับ
ไม่เชื่อ ลอง เอาหมา กับคน มาฝังพร้อม ๆ กัน
ซัก 1 ปี ดูแล้วจะเห็นว่าไม่ได้แตกต่างกันเลย
เพราะฉะนั้น ทำใจให้สงบครับ ทุกเรื่องมีเหตุและผล
ของมัน
ขอทาน นักร้อง นักการเมือง ข้าราชการ พระมหากษัตริย์
ล้วนมีหน้าที่ของตัวเอง……………..
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เป็นสัตว์มนุษย์ เช่นเดียวกัน
ผมศรัทธาใน พระมหากษัตริย์ ไทย ที่ทรง ทศพิศราชธรรมครับ.
ความเห็นจาก รักในหลวง — October 14, 2008 @ 7:25 pm
ผมมองถึงเรือง การมีพันธมิตร และการ มี นปช เป็น ส่งที่ดี ในสังคมระบอบประชาธิไตยครับ หากการให้ประชาชนเป็นใหญ่ ร่วมใจกันดูแล ตัวเอง ใครถูกว่าดี ใครผิดก็ ว่าไม่ดี อีกอย่าง ความคิด ที่ว่า กลุ่มพันธมิตร นั้น ที่ว่ามีไม่ดี่คนนั้น น่าจะประเมินผิด ความจริงคือทุกคน เขาว่าด้วยใจ แต่ สังคมก็ เหมือนทั่วไปแหละ ต้องมี กลุ่มคนที่นำ ถึงแม้จะพูดวาจา หยาบคาย ไปบ้าง แต่น่าจะมองถึงได้ในเจตนาที่ไม่ซับซ้อน มีความจริงใจและตรงไปตรงมามากกว่า คำปากหวาน ก้นเปรี้ยว คนที่ไป ก็ เสียสละเป็นส่วนมากถึงมากที่สุด ส่วนทาง นปช ท่านก็ดูสิ เขาด้วยใจที่ใฝเงินหรือ อุดมการณ์ที่ดี ถ้าไม่มีอคติต่อกันนะ น่าจะ หันน่า มายอมรับความคิด การพัฒนาประชาธิไตย เพราะ หากเป็นไปตาม ที่ พันธิมิตร อยากให้เห็นสิงที่ดีๆ กระผมว่า การตรวจสอบ นักการเมืองน่าจะทำได้ง่าย ขึ้น ดีกว่า อดีตที่ผ่านมา ข้าราชการ นักการเมือง ดูเหมือนจะดูว่า มีความเป็นใหญ่กว่าประชาชน น่าจะลองหาทางออกได้นะครับ ถ้าลอดทิฐิมานะ อีกอย่าง ตอนนี้ทักษิณก็ไม่อยู่แล้ว น่าจะหันมา เอาคนที่อยู่ ลุกหลานของเรา ดูแล คนที่อยู่ เขาก็รวยมากแล้ว มาดูแลรักษากันเองก็ดีกว่า
ความเห็นจาก เกษม แพรมณี — October 18, 2008 @ 10:02 am
นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ตราบจนปัจจุบันเป็นเวลาถึง ๖๐ ปีแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเพื่อขจัดทุกข์แก่ประชาราษฎรโดยมิได้ทรงย่อท้อต่ออุปสรรคและความยากลำบาก ตรากตรำพระวรกาย
ด้วยความรักของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อเหล่าพสกนิกร ของพระองค์ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งต่อสากล ดังปรากฏว่าองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาและรางวัลต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ดังเช่นในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ สหประชาชาติได้ทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ที่ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญประโยชน์นานัปการ..เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยตลอดมา
นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี ของนิตยสารไทม์เอเชียก็ได้เทิดทูนพระเกียรติคุณให้พระองค์เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของเอเชียในรอบ ๖๐ ปีที่ผ่านมา โดยทรงได้รับคัดเลือกให้เป็น “หนึ่งในวีรบุรุษแห่งเอเชีย (TIME Asia’s Heros) สาขาผู้เป็นแรงบันดาลใจ” ซึ่งพสกนิกรต่างปลาบปลื้ม เทิดทูนพระเกียรติคุณไว้เหนือเกล้า ดังนั้น เพื่อเป็นการเชิดชูพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในหลวงของชาวไทยทรงตรากตรำพระวรกาย มากมายขนาดไหนลูกหลานไทยย่อมรู้ดี หากตอนนี้ท่านยังทรงมีพระวรกายแข็งแรง และพระชนม์พรรษาน้อยกว่านี้ พระองค์ท่านต้องลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับราษฎรแล้ว มีใครทำได้ดังที่พระองค์ท่านทรงทำมั้ย
ไอ้พวกที่ต่อต้านและหมิ่นสถาบันทั้งหลายยังมีหัวใจเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ ถึงได้มีความคิดที่ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ที่ไม่เคยสำนึกในบุญคุณของใครๆเลย
ความเห็นจาก E PEN'S DAD — October 21, 2008 @ 1:09 am
ไม่ใช่พวกเจิมศักดิ์นะ อย่าเข้าใจผิด 555555555
การเมืองใหม่ของพาลทะมิด ไม่ใช่การเมืองใหม่แบบลาตินแน่นอน
แช่แป้ง
แต่เป็นการเมืองใหม่แบบบิดามัน อ่ะฮ้าฮฮฮฮ
ความเห็นจาก ขอคิดด้วยคน — October 21, 2008 @ 11:55 pm
คุณภัควดีที่นับถือ ตามอ่านงานคุณมานาน คุณมองทุนนิยมติดลบเกินไป และมองพันธมิตรดีเกินไป ถ้าจะมองเศรษฐศาสตร คุณต้องใจกว้า มากกว่านี้ ต้องก้าวให้พ้น อารมณ์ศิลปิน แบบนักอักษรศาสตร์ออกมา แล้วจึงจะเจอกับความจริงของโลก
เคยมีประสบการณ์ ใกล้ชิด พวกลาตินนี่ ขี้เกียจมาก ดื่มเก่งอย่างเดียว คนเอเชีย อย่างเรา ศักยภาพดีกว่าเยอะ ลาตินพัฒนายาก แม้จะใก้อเมริกา คุณอย่ามองด้านเดียวซีว่า อเมริกาดูด ทุกอย่างไปหมด ทุกอย่างมีได้ มีเสีย คุณต้องใช้สายตาแบบ พ่อค้า มอง ไช่สายตาของนักภาษาศาสตร์
ความเห็นจาก redmaple — October 23, 2008 @ 8:01 pm
ข้ออ้างของการต่อต้านทุนสามานย์และลัทธิเสรีนิยมใหม่ จึงไม่ใช่ข้ออ้างที่ชอบธรรมในตัวมันเอง ยาที่พันธมิตรคิดจะใช้เยียวยาความป่วยไข้ในสังคมไทยนั้น เกรงว่าจะสร้างผลข้างเคียงที่เลวร้ายปางตายยิ่งกว่าโรค ดังที่ผู้เขียนยกตัวอย่างไปข้างต้นแล้วว่า “กระแสต้าน” ระบบตลาดเสรีนั้น มีทั้งรูปแบบที่ลดทอนความเป็นมนุษย์และกอบกู้ศักดิ์ศรีของมนุษย์
.
.
——>ลองคิดกลับกันดูนะ อีดอกกกก<——-
ข้ออ้างของการต่อต้านสถาบันและปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นข้ออ้างที่ชอบธรรมในตัวมันเอง ยาที่พันธมิตรคิดจะใช้เยียวยาความป่วยไข้ในสังคมไทยนั้น จะสร้างการเมืองที่ต่อต้านการโกงบ้านกินเมือง “กระแสต้าน” ไอ้พวกทรราช กับพวกลิ่วล้อ และพวกที่มีเวปหมิ่นทั้งหลายที่มี ความคิดวิปริต ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์และยังโง่ช่วยทรราช แทนที่จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของคนไทยกลับมา ยังเสือกจ้องจะล้มสถาบันอีก พาโจรเข้าบ้านแล้วยังช่วยโจรขนของตัวเองออกบ้าน โอว์ว์ว์ โง่จ๊าดง่าว
.
.
ภัควดี วีระภาสพงษ์ หล่อนลอกเอาบทความมาจากไหน ไม่มีปัญญาจะคิดเองหรือไง น่าจะเปลี่ยนนามสกุลเป็น ภควดี เสียชาติเกิด
ความเห็นจาก อะไรกันนักหนาพวกมึง — October 24, 2008 @ 12:04 pm
คุณ Redmaple คะ
คำวิจารณ์ของคุณ ดิฉันยินดีน้อมรับค่ะ จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นในคราวต่อไป (555 ถ้าไม่เป็นไม้แก่ดัดยากเกินไป)
แต่ที่รับไม่ได้คือที่บอกว่า ดิฉันมองพันธมิตรดีเกินไป ดิฉันก็คิดว่าวิจารณ์พันธมิตรได้เจ็บแสบและตรงเป้าที่สุดแล้วนะคะ (เข้าข้างตัวเอง)
ดิฉันคิดว่าตัวเองมองโลกในแง่ร้ายที่สุดแล้ว คือเกรงว่าพันธมิตรจะชนะและประเทศเราจะเสื่อมทรามลงเป็นเผด็จการในรูปแบบบางอย่้าง
หวังว่าคงคิดผิดค่ะ
ความเห็นจาก ภัควดี — October 26, 2008 @ 4:45 pm
[แก้] การเสียดินแดน
ดูบทความหลักที่ การเสียดินแดนของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์
ภาพการรบระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ปากน้ำเมืองสมุทรปราการ ซึ่งนำไปสู่การเสียดินแดนของไทยให้แก่ฝรั่งเศสเป็นจำนวนมาก
พระบรมราชนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ปากน้ำเมืองสมุทรปราการ
[แก้] การเสียดินแดนให้ฝรั่งเศส
ครั้งที่ 1 เสียแคว้นเขมร (เขมรส่วนนอก) เนื้อที่ประมาณ 123,050 ตารางกิโลเมตร และเกาะอีก 6 เกาะ วันที่ 15 กรกฎาคม 2410
ครั้งที่ 2 เสียแคว้นสิบสองจุไท หัวพันห้าทั้งหก เมืองพวน แคว้นหลวงพระบาง แคว้นเวียงจันทน์ คำม่วน และแคว้นจำปาศักดิ์ฝั่งตะวันออก (หัวเมืองลาวทั้งหมด) โดยยึดเอาดินแดนสิบสองจุไทย และได้อ้างว่าดินแดนหลวงพระบาง เวียงจันทน์ และนครจำปาศักดิ์ เคยเป็นประเทศราชของญวนและเขมรมาก่อน จึงบีบบังคับเอาดินแดนเพิ่มอีก เนื้อที่ประมาณ 321,000 ตารางกิโลเมตร วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2431 ฝรั่งเศสข่มเหงไทยอย่างรุนแรงโดยส่งเรือรบล่วงเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า ฝ่ายไทยยิงปืนไม่บรรจุกระสุน 3 นัดเพื่อเตือนให้ออกไป แต่ทางฝรั่งเศสกลับระดมยิงปืนใหญ่เข้ามาเป็นอันมาก เกิดการรบกันพักหนึ่ง ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสนำเรือรบมาทอดสมอ หน้าสถานทูตของตนในกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ (ทั้งนี้ประเทศอังกฤษ ได้ส่งเรือรบเข้ามาลอยลำอยู่ 2 ลำ ที่อ่าวไทยเช่นกัน แต่มิได้ช่วยปกป้องไทยแต่อย่างใด) ฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ไทย 3 ข้อ ให้ตอบใน 48 ชั่วโมง เนื้อหา คือ
ให้ไทยใช้ค่าเสียหายสามล้านแฟรงค์ โดยจ่ายเป็นเหรียญนกจากเงินถุงแดง พร้อมส่งเช็คให้สถานทูตฝรั่งเศสแถวบางรัก
ให้ยกดินแดนบนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและเกาะต่างๆ ในแม่น้ำด้วย
ให้ถอนทัพไทยจากฝั่งแม่น้ำโขงออกให้หมดและไม่สร้างสถานที่สำหรับการทหาร ในระยะ 25 กิโลเมตร ทางฝ่ายไทยไม่ยอมรับในข้อ 2 ฝรั่งเศสจึงส่งกองทัพมาปิดอ่าวไทย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม พ.ศ. 2436 และยึดเอาจังหวัดจันทบุรีกับจังหวัดตราดไว้ เพื่อบังคับให้ไทยทำตาม
ไทยเสียเนื้อที่ประมาณ 50,000 ตารางกิโลเมตร ให้แก่ฝรั่งเศส ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 และฝรั่งเศสได้ยึดเอาจันทบุรีกับตราด ไว้ต่ออีก นานถึง 11 ปี (พ.ศ. 2436- พ.ศ. 2447)
ปี พ.ศ. 2446 ไทยต้องทำสัญญายกดินแดนให้ฝรั่งเศสอีก คือ ยกจังหวัดตราดและเกาะใต้แหลมสิงห์ลงไป (มีเกาะช้างเป็นต้น) ไปถึง ประจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) ดังนั้นฝรั่งเศสจึงถอนกำลังจากจันทบุรีไปตั้งที่ตราด ในปี พ.ศ. 2447
วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 ไทยต้องยกดินแดนมณฑลบูรพา คือเขมรส่วนใน ได้แก่เสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ ให้ฝรั่งเศสอีก ฝรั่งเศสจึงคืนจังหวัดตราดให้ไทย รวมถึงเกาะทั้งหลายจนถึงเกาะกูด
รวมแล้วในคราวนี้ ไทยเสียเนื้อที่ประมาณ 66,555 ตารางกิโลเมตร
และไทยเสียดินแดนอีกครั้งทางด้านขวาของแม่น้ำโขง คืออาณาเขต ไซยะบูลี และ จำปาศักดิ์ตะวันตก ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2450
[แก้] การเสียดินแดนให้อังกฤษ
เสียดินแดน รัฐไทรบุรี รัฐกลันตัน รัฐตรังกานู และรัฐปะลิส ให้อังกฤษ เมื่อ 10 มีนาคม พ.ศ. 2451 (นับอย่างใหม่ พ.ศ. 2452) เพื่อขอกู้เงิน 4 ล้านปอนด์ทองคำอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี มีเวลาชำระหนี้ 40 ปี
ความเห็นจาก คนแท้แท้ — October 31, 2008 @ 5:21 pm
ข้าว่าพวกเอ็งมาต่อต้านกันเอง มีประโยชน์ใด ต่อต้าย ฝรั่งเศส อังกฤษที่มันแย่งชิงดินแดนไทยไปดีกว่า แถมให้ที่พ้กพิงคนโกงชาติอย่างทักษิณด้วย
ความเห็นจาก Kon thai — October 31, 2008 @ 5:26 pm
ดูพระบรมสาทิสลักษณ์พระเจ้าตากสินมหาราชในวิถีพีเดียวแล้ว พระองค์พระพักตร์ซูป พระหนุแหลม ไม่มีใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมเลย เรียกว่าไม่คล้ายคลึงกับพี่เหลี่ยมสักนิด ข้าว่าไอ้เหลี่ยมกุข่าวหลอกชาวเมือง เพ้อฝันว่าเป็นเจ้า ไอ้สาดหลอกคนไทยทั้งประเทศ เหี้ยแท้ๆไม่มีหมาปนเลย ไอ้เหี้ยเหลี่ยม
ความเห็นจาก รักจักรีวงค์ — October 31, 2008 @ 5:47 pm
ฝากถึงซากพวกซ้ายจัดผู้ซึ่งจินตนาการถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่าจะมีความสามารถนำไปสู่
“สังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้น” ได้
ลัทธิเพ้อฝันที่ท่านต้องการนั้น ไม่มีวันเป็นไปได้ในบ้านเมืองนี้ประเทศนี้ หรือแม้แต่โลกปัจจุบันนี้ เพราะถึงหากพวกท่านพาสังคมไปถึงจุดนั้นได้ หลังจากนั้นสังคมนั้นๆก็ต้องแบ่งชนชั้นอยู่ดี
นั่นก็หมายถึง พวกที่สนับสนุนลัทธิซ้ายจัดทั้งหลาย อาจตกเป็นเครื่องมือให้กับบุคคลประเภทซ้ายอกหักที่เป็นตัวตั้งตัวตีหรือผู้ นำของพวกท่านเอง และหนีไม่พ้นที่คณะบุคคลตัวตั้งตัวตีที่ย่อมต้องตั้งตนเป็นหัวหน้าเมื่องาน สำเร็จ
ซึ่งเผลอๆ หลังนั้นอีกไม่นานก็อาจจะกลายเป็นผู้นำเผด็จการเสียเอง
ที่กล่าวมาเพื่อเตือนสติพวกท่าน
ท่านอาจเป็นเครื่องมือของกลุ่มพวกซ้ายอกหัก
ท่านอาจเป็นเหมือนที่ เช พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คิวบาเป็นอิสระจากสหรัฐ แต่ผลลัพธ์คือคิวบากลายเป็นประเทศเผด็จการภายใต้เงื้อมือคาสโตรที่ประชาชน ไม่มีสิทธิเสรีภาพ
ฝากบอกอีกอย่างว่า หากท่านหลงไหลจนไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ที่ต้องการ “ลัทธิสังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้น” ก็มีอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้คือการ “ทำลายล้างโลกซะ”
แล้วปล่อยไปอีกหมื่นล้านปี ให้อะมีบาเจริญพันธุ์จนกลายเป็นมนุษย์ลิง ถึงเมื่อนั้นโลกก็อาจจะได้พบกับ “สังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้น” ซักช่วงสั้นๆ ช่วงหนึ่ง
แต่หากท่านคิดได้ กลับตัวกลับใจเสียใหม่แล้วหากท่านเกรงว่า ที่ผ่านมาตัวท่านอุตส่าห์เสียสละแรงกายแรงใจและสมองไปเพื่อคิดพัฒนาบ้าน เมืองและสังคมจะเสียเปล่าไป
ขอแนะนำว่า ท่านก็จงร่วมคิดอ่านสร้างการเมืองใหม่สำหรับสังคมทุกระดับ โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิการพื้นฐานของประชาชน เช่นให้ไม่อดอยาก ไม่มีหนี้สิน มีที่อยู่ ได้รับการศึกษา ได้รับการรักษาพยาบาล มีรายได้ขั้นต่ำ
ท่านอาจสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นต้องใช้งบประมาณมหาศาลจะเอาเงินมาจากไหน
ท่านก็เอาเงิน 30% ที่จะไม่โดนโกงกินทุกๆปีมาใช้
อย่างนี้จึงจะเป็นประโยชน์ต่อท่านและสังคมไทยอย่างแท้จริง
ความเห็นจาก กลับตัวกลับใจ สังคมยังให้อภัย — October 31, 2008 @ 6:29 pm
เข้ามาอ่านเว็บจัญไรของพวกมึงหน่อย ยังไงพวกกูก็ชนะพวกมึงแน่ คอยดู มึงไม่เชื่อมึงคอยดู แล้วอย่าลืมกลับมาอ่านที่กูพูด คอยดู
ความเห็นจาก กูนี่แหละพันธมิตรหนองคาย — November 5, 2008 @ 11:54 am
ช่วยด้วย อธิบายให้ฟังหน่อยดิ ว่าทุนนิยมดี และ ไม่ดี อย่างไร และ พันธมิตรดีและไม่ดีอย่างไร
สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมีคือ ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป
ความเห็นจาก สายฝน สวัสดิผล — November 14, 2008 @ 8:47 am
555
ความเห็นจาก กูเอง — November 17, 2008 @ 1:47 pm
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความเห็นจาก อย่ากันแล้ว อีอ้อก็เหงาหี ไม่มีควยเย็ดนะสิ เสียดาย ให้กูทำแทนก็ได้นะอีคุณหญิงอ้อ กูจะค่อ — November 18, 2008 @ 1:16 pm
รักพระองค์มากๆ ทรงพระเจริญ
ความเห็นจาก ช.พัน.1 รอ.ร้อย1 — November 18, 2008 @ 1:17 pm
เห็นมีแต่ลอกความคิดต่างชาติ ไม่เห็นมีใครคิดในบริบทของคนไทย ที่โดยเนื้อแท้ไม่ชอบที่จะตัดสินใจเอง เพราะกลัวผิด ต้องรอให้มีคนบอกหรือชี้นิ้วสั่ง เมื่อผิดแล้วจะได้โทษคนอื่นได้ ไม่ใช่เราคิดผิดเอง ในบริบทนี้ประชาธิปไตยแบบตะวันตกจะเหมาะกับคนไทยหรือ น่าจะพัฒนาตามรากฐานของคนไทยเอง ไม่ต้องไปลอกจากฝรั่งมาใช้ ไม่ดีกว่าหรือ
ความเห็นจาก People — November 19, 2008 @ 2:56 pm
ขออนุญาตนำกระแสพระราชดำรัชของพระบาทเจ้าอยู่หัวฯ มาเล่าสู่กันฟัง ครับ
เมื่อวันศุกร์ผมได้มีโอกาสได้เข้าค่ายที่ศูนย์ฝึกทหารของค่ายนเรศวร วันแรกที่เข้าไปก่ะบรรยากาศครึ้มๆ
ผมก็ว่าเอ… แปลกๆนะ ทำไมอากาศอบอ้าวเหมือนจะมีฝนแต่ก็คิดว่าคงเป็นไปตามสภาพอากาศ
พอไปถึงก็ทำกิจกรรมจนได้เข้าหอประชุมตอนดึกใกล้เวลานอนมากแล้ว อาจารย์เอกราช ท่านได้มาพูดถึงเรื่องของฝนที่ตกนี้ว่า
“ก่อน หน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านทรงให้คณะทำงานเกี่ยวกัยฝนเทียม รีบทำฝนเทียมเพื่อเป็นแนว กันลมพายุดีเปรสชั่นซึ่งตอนั้นยังไม่เกิดขึ้น
แต่พระองค์ทรงเหมือนกับเทวดาองค์นึงที่ทราบเรื่องนี้ก่อน ถามว่าตอนนั้นกรมอุตุรู้เรื่องนี้ไม๊ …
ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดพายุที่ประเทศเมียนม่า(พม่า)ด้วยซ้ำ พอคณะทำงานด้านฝนเทียมทำงานเสร็จ ด้วยความสำเร็จ…
ผล งานที่พระองค์ได้ทำ ก็ก่อให้เกิดผล เกิดพายุอย่างที่พระองค์ตรัสไว้ที่พม่า และพายุนี้ก็ได้สร้างความเสียหาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศเมียนมาร์(พม่า)
จนทำให้เกิดความสูญเสียอันมหาศาลกับประเทศอันเคยเป็นอริกับเรา …
แต่สำหรับประเทศไทย แนวกำแพงฝนเทียมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงสร้างไว้ก็ทำให้เกิดฝนตกเพียงเล็กน้อย
ถ้าเทียบกับพายุที่จริงๆแล้วสามารถสร้างความเดือดร้อนกับประเทศได้มาก ” พอผมได้ทราบผมถึงกับอึ้งขนลูกซู่
กับ สิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้ให้กับประเทศของเรา ถึงแม้นจะเป็นเรื่องที่ดีที่ทราบเรื่องนี้ แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมสะเทือนใจกับสิ่งที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้
วัน ที่2ที่เข้าค่าย ครูฝึกได้เปิดวีซีดีเกี่ยวกับพระองค์ให้ดู ผมก็ดูไปเรื่อยๆจนถึงตอนนึงที่เค้าตัดเอาตอนที่พระองทรงเสด็จพระราชดำเนิน
เพื่อไปส่งเหล่ากษัตริย์จากต่างประเทศ คณะทูตที่มาเข้าเฝ้าในงานฉลองศิริราชสมบัตครบ60พรรษา
ภาพที่ทำให้ผมปวดจี๊ดขึ้นมาในหัวใจก็คือตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินลงบันได(ขอโทษครับพอดีไม่ทราบว่าเขียนยังไง)
พระองค์เกือบหกล้ม ดีที่ทหารรักษาพระองค์ที่เดินนำหน้าคอยประคองพระองค์ไว้ พอพระองค์ทรงยืนได้
ก็ปัดมือออก ผมไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสตรงนั้นทันทีไม๊ หรือตรัสกับคนสนิทในภายหลัง ว่า
” ไม่ต้องมาพยุงเรา เราจะเดินให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า เราเดินได้ ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าเราสามารถปกครองคน64ล้านคนด้วยตัวของเราเองได้
” ถึงตอนนี้แล้ว …น้ำตาผมคลอเบ้า คนที่ดูกันก็สะอึ้นกันไปหลายคน ทุกๆคนในที่นั้นเงียบหมดกับคำพูดที่พระองค์ได้ตรัสไว้
ผมได้ยินเสียงกระซิบจากเพื่อนข้างๆว่า สงสารพระองค์ที่ต้องมาทรงงานอย่างหนัก ถึงแม้นจะอายุเยอะแล้ว
แต่พระองค์ก็ยังทรงรักและเป็นห่วงลูกๆหลานขอพระองค์ ลูกๆหลานๆที่อยู่ในประเทศนี้
ท่านทรงงานทุกอย่างเพื่อให้คนในประเทศได้สบาย เพื่อคนในประเทศได้อยู่ดีกินดี
อาจารย์ ได้บอกกับพวกเราเมื่อวีซีดีจบว่า พระองค์เหมือนฝนที่ทำให้ประเทศร่มเย็น เหมือนเทวดาที่ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ไหนที่นั่นจะชุ่มฉ่ำ
ที่ๆพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปจะพบแต่ความสงบสุข มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร
ท้ายสุดนี้ผมอยากจะบอกพระองค์หากแม้นมีใครผ่านมาอ่าน ถึงจะเป็นคำพูดที่อาจจะได้ยินมาบ่อยๆ แต่ผมก็ไม่สามารถจะคัดกรองคำพูดใดๆมาพูดได้อีกนอกจาก
“ขอพระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชา เป็นร่มโพธิ์ทองของเหล่าปวงชนชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญตราบนานเท่านาน “
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — November 21, 2008 @ 4:26 pm
การเรียกร้องของพธม.ชัดเจนมากที่สุด ไม่ใช่ไม่มีอะไร หากมีใจเป็นธรรมจะไม่คิดแบบนี้ รํฐบาลทำผิด เขาออกมาติง เขาเรียกร้องไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญควรบริหารประเทศแก้ไขเศรษฐิกก่อนรัฐธรรมนูญเพิ่งจะใช้ แต่รัฐบาลมุ่งจะแก้และทำทุกอย่างเพื่อฟอกผิดให้ทักษิณและกลุ่นักการเมืองของพวกเขาอันี้ก็เป็นเรื่องจริง รํฐบาลไม่ได้บริหารประเทศเพื่อประชาชน มุ่งแต่พวกพ้องแย่งชิงตำแหน่งกันวุ่นวาย ไม่มีเกียรติพอที่จะอยู่ในสภาอันทรงเกียรติสำหรับบางคน ถ่อยมากๆรับไม่ได้ ความล้าหลังของประเทศอยู่ที่ตัวบุคคลไม่ใช่รัฐธรรมนูญ นักการเมืองในบางส่วนไม่มีศักยภาพ ต้องพัฒนาที่ตัวนักการเมืองนั่นแหละประเทศถึงจะพัฒนาได้ดีก็ต้องได้นักการเมืองดีมีคุณธรรมและมีความซื่อสัตย์สุจริตนั่นแหละสำคัญที่สุด ไม่ได้เป็นที่กฏหมายรัฐธรรมนูญ อยู่ที่จิตสำนึกของเราเอง ควรรักชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์ ไม่ใช่รักทักษิณ ก็เพราะรักทักษิณมิใช่หรือที่วุ่นวายอย่างนี้ เมื่อรัฐบาลจริงใจทำเพื่อบ้านเมืองและมีความยุติธรรมเมื่อนั้นบ้านเมืองก็สงบเองไม่เห็นจะอยากตรงไหนเลยทำแค่นี้ไม่ได้หรือไง
ความเห็นจาก KID KID — November 21, 2008 @ 9:22 pm
“กษัตริย์ยอดกตัญญู…”
ในหลวง..เดินประคองแม่.. คนเห็นแล้ว …เขาประทับใจ ถ่ายรูป…เอามาทำปฏิทิน …เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพ…กราบไหว้… ลองหันมาดูพวกเรา…ส่วนใหญ่ เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้… ลูกชาย..แต่งตัวโก้… ลูกสาว..แต่งตัวสวย… แต่เวลาเดิน…ไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้…กลัวไม่สวย ข้าราชการ…แต่งเครื่องแบบเต็มยศ… ติดเหรียญตรา…เหรียญกล้าหาญ…เต็มหน้าอก… แต่เวลาเดิน…ไม่กล้าประคองแม่… กลัวไม่สง่า…กลัวเสียศักดิ์ศรี… ประคองแม่ …. เป็นเรื่องของ…คนใช้… หลายคน…ให้ประคองแม่.. ไม่กล้าทำ อาย… เวลาทำดี..ไม่กล้าทำ…อาย เวลาทำชั่ว…กล้า….ไม่อาย… ใครเห็นภาพนี้ที่ไหน…กรุณาซื้อใส่กรอบ… แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน…เอาไว้สอนลูก เห็นภาพชัดเจนไหมครับ? เท่านั้น …ยังน้อยไป…มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น… หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า…เสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขา..ของสมเด็จย่า… มาแถลงในที่ประชุม…ต่อหน้าสื่อมวลชน…ว่า… ก่อนสมเด็จย่า จะสิ้นพระชนม์..ปีเศษ…ตอนนั้นอายุ 93 ในหลวง..เสด็จจากวังสวนจิตร.. ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน ไปทำไมครับ….? ไปกินข้าวกับแม่… ไปคุยกับแม่…ไปทำให้แม่..ชุ่มชื่นหัวใจ… พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง.. โฮ้โห….ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่… สัปดาห์ละกี่วัน…ทราบไหมครับ ? พวกเราทราบไหมครับ…สัปดาห์ ละกี่วัน ? 5 วัน…… มีใครบ้างครับ….? ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่ …สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก……… ในหลวง มีโครงการเป็นร้อย…เป็นพันโครงการ… มีเวลาไปกินข้าวกับแม่..สัปดาห์ละ 5 วัน พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก..พลตรี…อธิบดี..ปลัดกระทรวง ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่….บอกว่า…งานยุ่งแม่บอกว่า…ให้พาไปกินข้าวหน่อย.. บอกว่า ไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ… ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว… แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ…เห็นตัวเองหรือยัง ..? พ่อแม่..พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง… ฝนตก…น้ำเซาะ..อีกไม่นานโค่น… พอถึงวันนั้น…เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว… ในหลวงจึงตัดสินพระทัย… ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ…93สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วัน ไปไหนครับ ….? ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์…องคมนตรี บอกว่า…. ในหลวง…ถือศีล 8 วันพระ ถือศีล 8 นี่ยังไง…? ต้องงดข้าวเย็น… เลยไม่ได้ไปหาแม่…วันนี้เพราะ ถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลือ… อาจจะกินข้าวกับพระราชินี..กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วัน….ให้แม่ เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม…? ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว… ทุกครั้ง…ที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า… ในหลวงต้องเข้าไปกราบ ที่ตัก… แล้วสมเด็จย่า…ก็จะดึงตัวในหลวง… เข้ามากอด..กอดเสร็จก็หอมแก้ม… ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวงบ้าง…? ภาพนี้…ถ้าใครมี…ต้องเอาไปใส่กรอบ เป็นภาพความรักของแม่…ที่มีต่อลูก..อย่างยอดเยี่ยม ตอนสมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวง…อาจารย์คิดว่า แก้มในหลวง…คงไม่หอมเท่าไร ..เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไม…สมเด็จย่าหอมแล้ว…ชื่นใจ… เพราะท่านได้กลิ่นหอม…
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — November 24, 2008 @ 6:25 am
คนที่เชียร์พธม สู้ๆๆไม่มีใครอีกแล้วที่จะกล้าสู้อำนาจเผ็ดจการได้ในขณะนี้ อีกคนหนึ่งที่ชอบความโปร่งใส ไม่เอาเผด็จการรัฐสภา อยากได้การเมืองใหม่และนักการเมืองที่มีจริยธรรม ไม่ใช่ทำทุกอย่างเพื่อคนๆเดียว หน้าด้านและไม่ชอบธรรมหลายประการทำไมถึงยอมให้รัฐบาลชุดนี้บริหารต่อได้ ศักดิ์ศรีประเทศก็ไม่เหลือให้ฮุนเซนมาขู่ฟ่อๆ อยู่ได้ จ้องสวาปามงบประมาณแผ่นดินอย่างหน้าไม่อาย ประชาชนออกมาเรียกร้องก็ไม่ฟัง เราก็คนไทยที่บอกว่ารัฐบาลอย่าเพิ่งทำ อย่าเพิ่งแก้ อย่าเพิ่งสร้าง ปีหน้าเศษรฐกิจโลกแย่เราควรตั้งรับ อย่าเพิ่งทำเม็กกะโปรเจ็ก เพราะการคลังเราไม่ค่อยดี รัฐบาลใช้งบมากไป ให้ทบทวน อย่าให้ทักษิณโฟนอิน 7 ต.ค.ต้องมีคนรับผิดชอบ อย่าแทรกแทรงสื่อ อย่าให้เขมรขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว ในหลายๆเรื่องรัฐบาลนี้รับผิดชอบเรื่องใดบ้าง มีอยู่อย่างเดียวประชานิยมขึ้นรถฟรี น้ำไฟฟรีไม่ปลื้มเลยรู้ทัน รัฐบาลเสียงข้างมากเราได้อะไร นอกจากนั่งคำว่าผมมาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย และช้ำใจมองดูเขากลืนกินบ้านเมืองอย่างตะกละตะกราม แล้วมันแตกต่างจากเผ็ดจการทหารอย่างไรหากเป็นทหารเขาคงไม่ด้านอย่างนี้ แต่นี่รัฐบาลพ่อค้ามันทั้งเห็นแก่ตัวและใจดำอำมหติยิ่งกว่าเสียอีก
ความเห็นจาก การเมื่องใหม่โปร่งใส — November 28, 2008 @ 12:21 am
เบื่อนักสังคมศาสตร์กลุ่มเที่ยงคืนเมื่อไหร่จะโผล่หัวมาดูเที่ยงวันบ้าง
เช็ดบ้านตัวเองบ้างนะ ช่วยอัปเปหินักวิชาการสองคนในกลุ่มนี้ที่ทำเรื่องบัดสีสิ้นดี……ขอโทษวันก่อนผลัดหลงไปอ่าน web ของนิธิกับชู้วิวาทะว่าด้วยรักบริสุทธิ์ โอ ท่านที่นับถือ อ่านแล้วสะอิดสะเอียนสิ้นดี เปลืองยา plasil กันอาเจียนไปสองเข็มยังไม่หายคลื่นไส้ จะเป็นชู้ก็อยู่ในห้อง อย่ามาสร้างมลภาวะในอินเตอร์เน็ตเล๊ยยยย เหมือนข่มขืนให้ฉันฟังเพลง คนเลวที่รักเธอภาคนักวิชาการ
นักสังคมอย่างพวกคุณนี่ส่วนใหญ่เป็นพวกคิดมาก พูดมาก ทำน้อย
ฉันรอพวกคุณตอบปรากฎการณ์สังคมไทยแต่ไม่เคยเห็น ไม่เคยมีข้อเสนอที่ชี้นำสังคม ชอบถอดกางเกงผายลม พวกปากคาบคัมภีร์….
คิดแบบง่ายๆแบบคนปกติ ว่าพวกคุณอยากมีคนอย่างสมชาย ทักษิณ ไอ้เหลิม ไอ้หมัก ไอ้ไชยา ไอ้บรรหาร ไอ้สมศักดิ์ และสารพัดสัตว์นรกเป็นรัฐบาลหรือไง หรือจะเอาชัยสิทธิ์ เยาวลักษณ์ เยาวภา ที่พวกมันเตรียมจะปประเคนให้ได้ลงคอหรือไงฟ๊ะ
หรือไม่อยากได้การเมืองใหม่ที่พันธมิตรเสนอตุ๊กตา พวกคุณไม่ชอบ ช่าย มันไม่ซับซ้อนพอ ก็ช่วยคิดต่อสิ หน้าที่พวกคุณไง บทบาทนักสังคมคือ ออกแบบสังคมที่ดีเป็น function ของคุณ นั่นคือความหมายของภาษีอากรที่ฉันจ่ายให้คุณไปเรียนเมืองนอก ไม่ใช่วิจัยสนองตัณหาเฉพาะเรื่องที่ in ช่วยหยุด intellectual masturbation ไปวันๆก่อนได้ไหม สังคมเขาไม่เคยรับรู้ความมีตัวตนของคุณนะ เพราะไร้ผลงานสิ้นดีกับทุกเรื่องในสังคมไทย
คุณจงสำเหนียกว่า สถานะของสถานบันคือทุนชาติ เป็นกาวสมานใจคนในชาติ
ไม่ใช่ทุนสามานย์ ทุนข้ามชาติที่ไอ้ทักษิณมันชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน
รู้ประวัติอาร์เจนตินา โบลิเวียดี อย่าทำเป็นทัพพีไม่รู้รสแกง
คุณวิเคราะห์อเมริกาใต้ได้ดี ยกเว้นที่จับแพะชนแกะกับพันธมิตร บ้าวิชาหรือไงโยงกันได้ มั่วนิ่มซะไม่มี
สายวิทยือย่างฉันยังรู้ว่าทุนข้ามชาติทำอะไรกับประเทศในอเมริกาใต้ ทำไมพวกเขาต้อง neomarxism…neoliberalism ทำไมต้องปิดประเทศ ทำไมต้องรบกับทุนข้ามชาติ
ต้องขอโทษ รู้ว่าคุณอาจไม่ชอบ แต่วันนี้บ่จอย ไปรบกับพันธมิตรที่ดอนเมืองกับสุวรรณภูมิไม่ได้ ติดแหงกเพราะดอนเมืองปิด อ่านหน้าเน็ตคุณเล่น รู้เช่นเห็นชาติมากๆ ขอแจมหน่อย
ถ้าอยากมีเรื่องต่อเชิญ pphakthongsuk@gmail.com งุงิ งุงิ
หมอพิชญา ม.สงขลานครินทร์
ความเห็นจาก พิชญา พรรคทองสุข — November 29, 2008 @ 11:56 am
ความทรงจำ…อันล้ำค่า
เรา… คือความทรงจำอันล้ำค่า ความทรงจำอันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากทุกความคิดที่เรามี ทุกความจริงที่เราเรียนรู้ และทุกทักษะที่เราได้มา ผสมผสานกันเป็นเส้นทางอันยาวไกลของความทรงจำแห่งชีวิต การเก็บรวบรวมเหตุการณ์ที่พิเศษ เหตุการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืมเลือน เช่น วันแรกที่ไปโรงเรียน วันจบการศึกษา วันแต่งงาน ลูกคนแรก และเหตุการณ์ต่างๆ อีกมากมาย ความทรงจำเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่าน และทุกทุกชีวิต
ชีวิต…ยิ่งยาวนาน ความทรงจำก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว และชีวิตที่พิเศษสุดอย่างแท้จริง คือชีวิตที่สร้างรอยบันทึกแห่งความทรงจำในชีวิตผู้อื่น ภาพสะท้อนของชีวิตหนึ่งที่สร้างความแตกต่างมากมายให้กับบุคคลอื่น ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของการให้ ชีวิตที่ก่อให้เกิดผลสะท้อนในดวงใจและจิตวิญญานของผู้คนมากมาย
ดังนั้นเราขอเชิญชวนร่วมแบ่งปันความทรงจำของท่าน ที่เกี่ยวเนื่องถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย โปรดเล่าถึงทุกความทรงจำอันมีค่าที่ท่านมีที่เกิดขึ้นจากแรงจูงใจที่ได้รับจากพระองค์
จากการรวบรวมเรื่องราวและความทรงจำเหล่านี้จากผู้คนรอบโลก เราต้องการหลักฐานยืนยันถึงชีวิตที่พิเศษสุดของบุคคลที่พิเศษสุดในแนวทางที่สุดพิเศษ ภายใต้คำพูดของท่านที่ออกมาจากใจของท่าน รวบรวมไว้ออนไลน์เป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่มีแด่พระเจ้าอยู่หัวฯ พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย เรื่องราวทั้งหมดจะแสดงให้เห็นว่า ผลกระทบที่พระองค์ทรงสร้างความแตกต่าง ในด้านต่างๆของชีวิต และในเวลาที่แตกต่างกันไป และเพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติชีวิตที่พิเศษสุด ชีวิตที่ไม่สามารถถวายพระเกียรต ิได้เพียงแค่คำพูดเพียงอย่างเดียว ต้องแสดงออกด้วยการกระทำ และเพียงเรื่องเดียวไม่สามารถทำให้เห็นภาพทั้งหมดได้
เราเชื้อเชิญท่านให้ร่วมแบ่งปันเรื่องราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้ามาสู่ชีวิตท่าน โอกาสที่ท่านได้เข้าเฝ้า ได้ถวายงาน กับพระองค์ โอกาสแห่งความซาบซึ้งประทับใจ เขียนด้วยคำพูดของท่านบอกถึงลักษณะที่สำคัญอย่างแท้จริง ของพระองค์ที่มีต่อตัวท่านเองและผู้คนที่อยู่รอบตัวท่าน และท่านสามารถสร้างความพิเศษ ได้จากการแสดงภาพส่วนตัวของท่าน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าเป็นเรื่องของท่านเองแล้ว ยังเป็นการทำให้การรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดนี้มีความโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งยังเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติอีกด้วย
กรุณาแบ่งปันเรื่องราวของท่าน ทุกช่วงเวลาสำคัญในชีวิตที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวฯ ไม่ว่าจะเป็น พระราชดำรัสของพระองค์ทางโทรทัศน์ที่ก่อให้ท่านเกิดแรงดลใจ บทความหรือหนังสือที่ได้อ่าน บทเพลงพระราชนิพนธ์ พระราชดำริหรือการคิดค้นของพระองค์ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของท่าน โครงการหลวงที่ท่านได้เข้าไปมีส่วนร่วม เขียนเรื่องราวของท่าน และร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของห้องสมุดดิจิตอลแห่งแรก ที่รวบรวมเรื่องราวเพื่อเป็นการถวายความคารวะ และความจงรักภักดี แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย
โปรดลงทะเบียน ณ บัดนี้ เพื่อเริ่มต้นการเขียนของท่าน เรามี Templates ที่ได้ออกแบบไว้มากมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเขียนของท่าน และที่มากกว่านั้นยังมีห้องสมุดภาพสามารถใช้ประโยชน์ได้
โครงการนี้เป็นโครงการที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อนที่จะแบ่งปันเรื่องราวโปรดทำการลงทะเบียน และทางทีมงานสงวนสิทธิ์ในการยุติ ระงับข้อเขียน หรือบทความที่ไม่เหมาะสมในทุกกรณี
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 3, 2008 @ 3:03 pm
เห็นด้วยกับ คุณ กลับตัวกลับใจ สังคมยังให้อภัย
เป็นเรื่องจริงตามนั้น
เพราะมีอยู่วิธีเดียวที่ทำให้นักการเมืองเลวๆ ที่ว่ากันนั้นหมดไปจากบ้านเมืองเรา
คือ ฆ่าพวกมันให้หมดหรือเนรเทศมันออกไปนอกประเทศซะ
แต่ถ้ากฏหมายไม่สามารถเนรเทศพวกมันได้ ก็ไม่สามารถฆ่าพวกมันได้เช่นกัน
ฉะนั้นแล้วสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ ก็จะยังคงอยู่ต่อไปในสังคมเราๆ ท่านๆ นี้
นั่นคือ กฎ ระเบียบ บทลงโทษต่างๆ ในสังคมนั้นๆ ก็ต้องถูกนำมาใช้ โดยให้
มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อควบคุม ป้องปราม ทุกคนให้อยู่ร่วมกันได้อย่าง
มีความสุข
แต่ถ้าเมื่อใด เราละเมิดกฎ ระเบียบ นั้นๆ แล้ว ก็จะอย่าไปหวังที่มันผู้ใด จะ
ต้องมาเคารพกฎ หรือระเบียบใดๆ อีก ตราบเท่าที่ยังมีคนละเมิดกันเอง
โดยอ้างถึงสิ่งที่ดีที่สุด โดยใช้วิธีที่เลวร้ายที่สุด
ซึ่งที่สุดแล้ว มันก็ไม่สามารถที่จะเป็นเช่นนั้นได้ ตราบที่ความโลภยังมีอยู่ใน
ตัวทุกผู้ทุกนาม
ฉะนั้นแล้ว จึงเป็นบทสรุปมาสู่ที่ว่า ควรหรือไม่ควร ที่จะมีกฎหมาย ระเบียบต่างๆ
และควรหรือไม่ควรที่จะต้องปฎิบัติตาม ไม่ว่าจะเกิดเหตุหรือผลใดๆ ขึ้น
ถ้าคำตอบคือ ควร แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้ช่องทางตามกฎ หรือระเบียบนั้นๆ เล่า
ถ้ายังตะแบงบอกว่า มันไม่สามารถทำได้ตามช่องทาง จึงต้องใช้วิธีนอกกฎ
ถ้าเช่นนั้นแสดงว่ามันก็ไม่สมควรต้องเคารพ กฎ หรือสร้างกฎใดๆ ไว้อีก
ถ้าคำตอบว่า ไม่ใช่ ก็จะต้องวนกลับไปสู่ข้อความสามบรรทัดข้างบนใหม่
…แล้วคุณจะเรียกร้องหาความยุติธรรมทำไม ถ้าคุณสามารถหยุดหรือระงับ
กฎหรือระเบียบชั่วคราวได้…
ความเห็นจาก ค่อยๆ พิจารณาดู — December 8, 2008 @ 10:53 am
พสกนิกรอุ่นใจไทยทั่วหล้า พระบารมีปกเกล้า สองพระหัตถ์ปัดเป่าบรรเทาทุกข์ สองพระบาทดั้นบุกทุกแห่งหน สองพระเนตรแลไกลดุจสายชล หนึ่งพระทัยเปี่ยมล้นพระกรุณา ดุจโคมประทีปส่องฟ้า ส่องผสุธาสว่างไสว พ่อหลวงของชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย บรรดาลให้ในหลวงอยู่คู่แผ่นดินไทยไปด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ขออำนาจแห่งพระรัตนตรัยและพระสยามเทวาธิราช โปรดปกป้องอภิบาลในหลวง ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ปวงชนชาวไทยตลอดไปข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริจต่อชาติบ้านเมืองจนกว่าชิวิตจะหาไม่ และทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้คนชั่วขึ้นมามีอำนาจ ขอให้พระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยเบิกบาน เกษมสำราญด้วยสัมฤทธิผลแห่งพระราชปณิธาณที่ทรงตั้งไว้ทุกประการ
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 11, 2008 @ 3:09 pm
เรารักในหลวง
ความเห็นจาก คนไทยด้วยกัน — December 13, 2008 @ 5:47 pm
เราคนไทยรักในหลวงคับ
ความเห็นจาก คนไทยด้วยกัน — December 13, 2008 @ 5:52 pm
-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรัก และห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อย่างที่สุด
-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรักอาณาประชาราษฎร์ ประทับใจพสกนิกร ชาวไทยเสมอมา
- ในหลวงของประชาชน ยามเสด็จไปทรงงานในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ อุปกรณ์ทรงงานที่ติดพระองค์ อยู่ตลอดเวลา ได้แก่ แผนที่ เอกสารข้อมูล กล้องถ่ายรูป และกล้องส่องทางไกล
-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อบ้านเมือง โดยไม่เห็นแก่ ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย
-พระบาทสมเด็จ ฯ ขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนาน ถึง ๖๐ ปี
-พระองค์รับสั่งกับข้าราชบริพารว่า การเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นต้องเป็น ๒๔ ชั่วโมง -พระองค์ทรงอยู่บนยอดปิรามิดของสังคม แต่ปิรามิดในประเทศไทยนั้นเป็น ปิรามิดหัวกลับ หมายความว่า พระองค์ท่าน ทรงอยู่ด้านล่าง เพื่อรองรับปัญหาทุกๆ อย่างของประชาชน“ และทรงตักเตือนบรรดา บุคคลที่ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทใน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ อยู่เสมอว่า “ความทุกข์ของประชาชนนั้น รอไม่ได้”
-ในหลวงของเราทรงอุทิศเวลาและ น้ำพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ในทุกถิ่นที่และทุกเวลา
-โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมดมีมากกว่า ๓,๐๐๐ โครงการ ซึ่งได้รังสรรค์ความผาสุขร่มเย็น บนผืนแผ่นดินไทย ขจัดปัดเป่าปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง ปัญหาที่ทำกิน การเสื่อมสูญ ทรัพยากรธรรมชาติ การให้โอกาสทาง การศึกษา พัฒนาอาชีพ กระจายรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตและปรับปรุงมาตรฐาน
-พระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชาติไทยนั้น ยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้น
-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อชาติและประชาชน
-พสกนิกร ชาวไทยได้พร้อมใจกันแสดงความรักในหลวง
- ความรักความศรัทธาที่มีต่อพระองค์เป็น พลังในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่อสังคม
- คนไทยทุกคนล้วนแล้วแต่จงรักภักดี ต่อในหลวงด้วยกันทั้งนั้น
- ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
-พระองค์เป็นมิ่งขวัญแด่ปวงชนชาวไทย สืบนานเท่านาน
- เศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ฯ เท่านั้นจะพาประเทศไทยอยู่ได้ด้วยตนเองและเข็มแข็งมากที่สุด
- พระมหากษัตริย์ไทยสุดประเสริฐที่สุดในโลก
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร
- ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ราษฎร
- ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
–ขอพระองค์ทรงสถิตย์สถาวรอยู่เป็นมิ่งขวัญพสกนิกรชาวไทยอยู่ตราบนานเท่านาน
- เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
- แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะใครเป็นผู้กอบกู้เอกราช
- ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
- “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผล
- คนเราจะรู้รัก สามัคคี ได้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาของในหลวง
โดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
- เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
- เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
- พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
- ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
- ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ จงมีอายุนิ่งยืนนานคู่เมืองไทยตลอดเทอญ
- “๕ ธันวามหาราช” เราคนไทยร่วมทำแต่ความดี เพื่อถวายในหลวง
-ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
-เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
-เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
-กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
-.แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะองค์พระมหากษัตริย์เป็นผู้กอบกู้เอกราช
-.เนื่องในวัน “๕ ธันวามหาราช” ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
-.เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึ่งของเกษตรกรคนไทย
-.ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
-.เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
-.เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
-.กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
-.โครงการพระราชดำริทำให้ราษฎรที่ยากจนมีรายได้เพิ่มขึ้นและยั่งยืน
-.ร่วมกันต่อต้านยาเสพติดเพื่อถวายแด่ ในหลวงของเรา
-.พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วยทุนพระองค์เอง
-.พระองค์ฯ ทรงเป็นที่เคารพสักการะแด่คนทั่วโลก
-.ใน ๕ ธันวามหาราช เราคนไทยร่วมทำบุญตักบาตรถวายแด่ในหลวง
-.พระองค์ฯ ทรงเป็นผู้ทรงคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อแผ่นดินชาวสยาม
-.พระองค์ฯ ทรงช่วยเหลือและรับคนป่วยไว้ในพระราชอุปถัมภ์
- เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
- แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะใครเป็นผู้กอบกู้เอกราช
- ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
- “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผล
- คนเราจะรู้รัก สามัคคี ได้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาของในหลวง
โดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
- เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
- เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
- พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
- ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
- ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ จงมีอายุนิ่งยืนนานคู่เมืองไทยตลอดเทอญ
ความเห็นจาก regt_16 — December 15, 2008 @ 2:55 pm
ขอบคุณครับสำครับบทความ
ได้เปิดหูเปิดตาอย่างมากเลย เท่าที่อ่านบทความมา สิ่งที่้้เห็นคือ
การเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง สังคม ในประเทศ ลิตินอเมริกา
ไม่ได้เริ่มมาเำพียงแค่ เมื่อวานหรือวันนี้ แต่สั่งสมมาจากภูมิปัญญา
คนในท้องถิ่น จาก การที่ถูกกดขี่ มาตั้งแต่สมัยอาณานิคม
และ ตกผลึกจนกลายเป็นการรวมตัวกันเพื่อมวลชน
ซึ่งอาจจะเทียบได้ยากกับบ้านเราซึ่ง เราอยู่อย่างเป็นเอกราชมา
อย่างยาวนาน ที่หล่อหลอม สังคม ลักษณะนิสัยคน ทุกๆอย่าง
ให้อยู่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยภายใต้ที่นำเนินอยู่้จนถึงทุกวันนี้
ในลักษณะเปรียบเทียบกับบ้านเรากับทั่งสองฝ่ายที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้
ผมมองเห็นแค่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต่างใช้มวลชนเผื่อประโยชน์ของตัวเอง
สิ่งที่้เกิดขึ้นนี้ผมไม่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
มีแต่หนทางที่รั่งจะนำไปสู่้ความแตกแยกทางความคิด และ การใช้กำลัง
torn
ความเห็นจาก torn — December 17, 2008 @ 2:43 am
๑. ความสามัคคีวิชาการคือ การประสานความรู้ และทักษะของผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ มากมาย เพื่อส่งผลสำเร็จในด้านต่าง ๆ มาสู่ประเทศ
ความสามัคคีในจิตใจเป็นลักษณะของการปรองดองกัน โดยเกิดจากความเมตตากรุณากันและกัน มีจิตใจผูกพันที่จะช่วยเหลือกันและกัน เพื่อให้งานนั้น ๆ บรรลุเป้าหมาย
คำว่า “สามัคคี” แปลว่า ความพร้อมเพรียง ได้แก่ ความพร้อมเพรียงกันทางกายวาจา และใจ พร้อมเพรียงช่วยกันทำกิจที่บังเกิดผลเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม พร้อมเพรียงกันทำงานในหน้าที่ของตน ใครมีหน้าที่อย่างไร ก็ทำอย่างนั้น ตั้งใจทำให้เต็มกำลัง เต็มความสามารถของตน อย่างนี้เรียกว่า “สามัคคี”
๒. พ่อหลวงของเราพระองค์ทรงงานหนักมาตลอดเพื่อให้ลูกของพระองค์อยู่กันอย่างมีความสุข เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นทางภาคใต้ ที่มีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นเขาจะรู้ไม่ว่าพ่อหลวงของเขาไม่สบายใจที่ลูกเกิดการแย่งชิงกัน เราเกิดบนแผ่นดินเดียวกันทำไหมไม่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขทำให้พ่อของเรามีความสุข
๓. ความสุขของพระมหากษัตริย์
…..หนึ่งปีที่ผ่านมา……
เราใส่ เสื้อเหลือง
เราใส่ สาย รัดข้อมือสีเหลือง
คนนับแสน ไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาทีวันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเชื่อศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อ สัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 18, 2008 @ 3:05 pm
๔. เราสร้างค่านิยมผิดๆว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด เราโกง ทุก ครั้งที่มีโอกาส
เราเรียก ร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ ” สิทธิ” แต่ลืมคำว่า ” หน้าที่” เรากำลัง ฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้
เรา สร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย”
เราเดิน ขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย
เราก้าว ร้าวต่อกัน เราแตกแยกกันและทั้งโลกกำลัง จับตามองเราอยู่ เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะทรงเสียพระทัย เพียงใด?
๕. 80 ชันษา ของ พระองค์ท่าน หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแล และระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่ อย่างใดแต่กลับ เป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษา ของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการ ดูแลของคณะแพทย์พระองค์ต้องรับ ทุกข์ของคนไทยทั้งชาติความสุข ของพระมหากษัตริย์พระองค์ นี้ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ ล้อมด้วย ข้าราชบริพารหากแต่ ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความพอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง
แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่? หรือนี่คือการ แสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของ เรา?
๖.วันนั้นนิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชนในขณะที่นิสิตนัก ศึกษาก็เผาสถานที่ราชการเกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้าคนไทยฆ่าคนไทยด้วยกัน เอง คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคน ว่า “คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน”และ ทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลันหลังจากนั้นไม่นานมีฝรั่งคนหนึ่ง มาถาม ว่า “เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆเดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้ง ประเทศได้อย่างนั้น?”ผมไม่ได้ ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยค ที่ มรว. คึกฤทธิ์ปราโมชฯ ได้ให้ สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น ‘SOULOF THE NATION’ หรือ “จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ”
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 18, 2008 @ 3:06 pm
๗. ยามใดไทยแตกร้าว วุ่นวาย
คำพ่อสอนผ่อนคลาย สร่างเศร้า
เย็นยิ่งสามฝนปราย โปรยสู่ปวงชน
รักแห่งอธิราชเจ้า เหนี่ยวรั้งไทยสถาน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ววัน ขอให้พระองค์มีพระวรกายที่แข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรของปวงชนชาวไทย และขอให้พระองค์มีพระชนม์ยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
๘. เทิดไท้องค์ราชันย์ ชาวประชา รู้รักสามัคคี กันไว้นะครับ งานหนักนะครับช่วงนี้ ทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วย ๆกัน รักษาประเทศชาติ บ้านเมืองด้วย วุ่นวายไปหมดแล้ว
๙. ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
มีพระพลานามัยแข็งแรง
อยู่เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทย
ขอให้ปวงชนชาวไทยทั้งหลาย..อย่าทำอะไรให้พระองค์ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยพระทัยอีกเลยขอร้องล่ะ
๑๐. พ่อเป็นผู้ชายคนเดียวที่รักคุณอย่างบริสุทธิ์
และรักคุณอย่างจริงใจและมากที่สุด
รักผู้ชายคนนี้ให้มากๆนะ
ความเห็นจาก รักกันไว้เถิด — December 18, 2008 @ 3:08 pm
โครงการหลวง พระองค์ทรงเจาะจงดำเนินการพัฒนา และบำรุงรักษาต้นน้ำลำธารในบริเวณป่าเขา ในภาคเหนือ เพื่อบรรเทาอุทกภัยในที่ลุ่มข้างล่าง ด้วยเหตุที่พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตแดนชาวไทยภูเขา จึงทรงมีโอกาสพัฒนาชาวเขา ชาวดอย ให้อยู่ดี กินดี ให้เลิกการปลูกฝิ่น ด้วยเป็นการผิดกฏหมาย เลิกการตัดไม้ทำลายป่าทำไร่เลื่อนลอย และเลิก การค้าไม้เถื่อน ของเถื่อน อาวุธยุทโธปกรณ์นอกกฏหมาย ทรงพัฒนาช่วยเหลือ ให้ปลูก พืชหมุนเวียนที่มีคุณค่าสูง ขนส่งง่าย ปลูกข้าวไร่ และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค รวมคุณค่า ผลผลิต แล้วให้ได้คุ้มค่าแทนการปลูกฝิ่น ทั้ง ๆ ที่งานของโครงการนี้ จะกินเวลา ยาวนาน กว่าจะเกิดผล ก็เป็นเวลานานนับสิบปี การดำเนินงานจะยากลำบากสักเพียงใด ก็มิได้ ทรงท้อถอย การพัฒนาค่อย ๆ ได้ผลดีขึ้น ชาวเขา ชาวดอยจึงมีความจงรักภักดี เรียกพระ องค์ว่า “พ่อหลวง” และเรียกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถว่า “แม่หลวง” โครงการของทั้งสองพระองค์ จึงเรียกว่า “โครงการหลวง”
ความเห็นจาก ghrftyjjk — December 24, 2008 @ 12:55 pm
เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
ความเห็นจาก lou — December 24, 2008 @ 1:00 pm
พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วยทุนพระองค์เอง
ความเห็นจาก gghjf — December 24, 2008 @ 1:02 pm
…… หนึ่งปีที่ผ่านมา ……
เราใส่เสื้อเหลือง
เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง
คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมง ๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
….. แค่เพียงไม่กี่นาที …..
วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธา
ในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
…… เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่า …….
มีประเทศเล็ก ๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติ
ยังซื่ื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี
และพระมหากษัตริย์ อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย
…..สิบสองปีที่ผ่านมา……
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจ
…… เพราะทรงงานหนักเกินไป ……
ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนัก
อยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน
เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนี
ไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย
พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่ี่พระอุระ และ
ในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ
…… เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ……
ยังจำกันได้ไหม ?
….. 34 ปีที่ผ่านมา…..
วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516
เป็นครั้งแรกในรัชกาล
ที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด
วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสน
เดินขบวนประท้วงรัฐบาล
…… เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ……
………………………………………………….
…… คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง …….
…… คืนนั้น ……
สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง
ถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส
…… กับคนไทยทุกคนว่า ……
“คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้”
“ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน”
……. และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน …….
หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า
“เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียว
จะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น ?”
ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่
มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ
ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า
…… พระองค์ทรงเป็น ……
“SOUL OF THE NATION”
….. หรือ …..
“จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ”
ยังจำกันได้ไหม ?
แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
…… เราสร้างค่านิยมผิด ๆ ว่า ……
คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด
…………………………………………………..
เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ”
แต่ลืมคำว่า “หน้าที่”
เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้
เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย”
เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย
เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน
และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่
…… เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า …….
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ?
80 ชันษาของพระองค์ท่าน
หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่
ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก
หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด
…… แต่กลับเป็นว่า ……
ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่าน
ยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้ง ๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์
พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม
แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร
หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
…… คือ ……
เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน
รู้จักความพอเพียง และมีสติ–เพียงเท่านี้เอง
แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
…. หรือนี่คือ ….
การแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ??
ความเห็นจาก สมพล สมรัก — December 26, 2008 @ 11:31 am
๑.แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะองค์พระมหากษัตริย์เป็นผู้กอบกู้เอกราช
๒.เนื่องในวัน “๕ ธันวามหาราช” ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
๓.เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึ่งของเกษตรกรคนไทย
๔.ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยงจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
๕.เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป
๖.เรายึดมั่นใน “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อถวายในหลวง
๗.กองทุนแม่ทำให้ราษฎรแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน
๘.โครงการพระราชดำริทำให้ราษฎรที่ยากจนมีรายได้เพิ่มขึ้นและยั่งยืน
๙.ร่วมกันต่อต้านยาเสพติดเพื่อถวายแด่ ในหลวงของเรา
๑๐.พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วยทุนพระองค์เอง
๑๑.พระองค์ฯ ทรงเป็นที่เคารพสักการะแด่คนทั่วโลก
๑๒.ใน ๕ ธันวามหาราช เราคนไทยร่วมทำบุญตักบาตรถวายแด่ในหลวง
๑๓.พระองค์ฯ ทรงเป็นผู้ทรงคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อแผ่นดินชาวสยาม
๑๔.พระองค์ฯ ทรงช่วยเหลือและรับคนป่วยไว้ในพระราชอุปถัมภ์
๑๕. เราคนไทยพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
๑๖. แผ่นดินเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะใครเป็นผู้กอบกู้เอกราช
๑๗. ทุกโครงการพระองค์ท่าน ล้วนแต่นำมาแก้ไขให้ทันกับสภาวะในปัจจุบัน
๑๘. “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหลักวิชาการที่แยบยล เมื่อปฏิบัติตามแล้วได้ผล
๑๙. คนเราจะรู้รัก สามัคคี ได้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามหลักปรัชญาของในหลวง
โดยไม่ต้องพึงต่างประเทศ
๒๐. เราจะปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ เพราะเป็นที่พึงของเกษตรกรคนไทย
๒๑ เราคนไทยจงภูมิใจที่มี “พ่อหลวง” เป็นที่รู้จักทั่วโลก
๒๒. พระองค์ฯ ทรงสละเวลา เพื่อพบปะประชาราษฎร์ ทุกหนทุกแห่งที่ประสบภัย
๒๓. ขอให้พระองค์ฯ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยตลอดกาลเทอญ
๒๔ ขอให้พระองค์ทุกพระองค์ จงมีอายุนิ่งยืนนานคู่เมืองไทยตลอดเทอญ
๒๕. “๕ ธันวามหาราช” เราคนไทยร่วมทำแต่ความดี เพื่อถวายในหลวง
๒๖.พระองค์ ฯ จะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
๒๗.พระองค์ ฯ ไม่ละทิ้งประชาชน
๒๘.ทรงเป็นกษัตริย์ผู้สร้างพลังสามัคคี
๒๙.นำพาประเทศเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง
๓๐.ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
๓๑.ขอพระองค์ ฯทรง มีพระเกษมสำราญ
๓๒.ขอพระองค์ ฯ ทรงมีมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์
๓๓.ขอพระองค์ ฯ ทรงมีพระชนม์ยิ่งยืนนาน
๓๔.พระองค์ ฯ ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย
๓๕.สถาบันกษัตริย์จะนำพาแสงสว่างและอนาคตมาสู่ประเทศ
๓๗.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเมตตา มีการช่วยเหลือคนไทย
๓๘.พระองค์ทรงได้รับการยกย่องในฐานะ นักดนตรี จิตรกร
๓๙.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหาแนวทางยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
๔๐.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีอย่างสมเกียรติ
๔๑.พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก
๔๒.ประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับความนิยมมาก
๔๓.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมในทุกๆด้าน เช่น ทรงชี้แจงให้ประชาชนมีอาชีพตามแบบอย่างของตัวเอง
๔๔.ท่านทรงเป็นห่วงราษฎรในทุกๆภาค
๔๕.พระองค์ทรงเสด็จไปเยี่ยมเยือนประชาชนในท้องถิ่นชนบท จนทำให้ราษฎรอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง
ความเห็นจาก regt_16 — December 29, 2008 @ 10:35 am
คนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจในความเป็นไทย คือเป็นพลเมืองของชาติที่มีเอกราชมามากกว่า 700ปี นักเรียนไทยทุกคนจะสนองคุณ ชาติบ้านเมืองได้ในขณะที่อยู่ต่างประเทศก็โดย การวางตนเป็นผู้แทนที่ดีของประเทศ…\\”
ความเห็นจาก piroj_1962@hotmail.com — January 21, 2009 @ 6:50 am
** ไม่มีพระราชา ชาติไหน ที่ทรงดำเนินท่องไปตาม ภูเขา ลำเนาไพร ตามที่ทุรกันดาร ในมือซ้าย ถือแผนที่ สะพายกล้อง เพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร ถามถึงปัญหาสารทุกข์ ทั้งเหนือใต้ ออก ตก รวมกันเป็นหนึ่งเดียว กลมเกลียวกันไว้ ทำความดีถวายให้แด่ในหลวง
ความเห็นจาก รักชาติ 163 — January 26, 2009 @ 7:33 am
ขอพระองค์ทุกพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ความเห็นจาก รักชาติ 163 — January 26, 2009 @ 2:47 pm
** แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
**เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
** ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
**ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
**. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
**พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
** จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดีด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
** เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
**. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหายผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
** ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
ความเห็นจาก รักชาติ 163 — March 18, 2009 @ 7:14 am
ธ ทรงเป็นพระมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่ ธ ทรงเป็นหลักชัยอันสูงค่า ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ไทรในนภา ธ ทรงเป็นพระราชาของข้าไทย
นับเป็นบุญอันประเสริฐของประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยที่มี”พระพ่อของแผ่นดิน”ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณอย่างอเนกอนันต์ทรงป ฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงพสกนิกรเสมือนหนึ่งเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรและร่มเกล้าของชาวไทยพร ะองค์ทรงทุ่มเทพระพละกำลัง และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ ด้วยพระราชปณิธานที่มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นมาโดย ตลอด
ขอให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นพลเมืองของพระองค์
เรารักในหลวงเรารักประเทศไทยจงร่วมใจกันให้เป็นดินแดนที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ความเห็นจาก รักชาติ 163 — April 28, 2009 @ 3:09 pm
ยามใดไทยแตกร้าว วุ่นวาย
คำพ่อสอนผ่อนคลาย สร่างเศร้า
เย็นยิ่งสามฝนปราย โปรยสู่ปวงชน
รักแห่งอธิราชเจ้า เหนี่ยวรั้งไทยสถาน…….ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ความเห็นจาก รักชาติ 163 — April 29, 2009 @ 1:38 pm
ขอให้พันธมิตรฯ คิดและทำการเมืองใหม่โดยเร็ว เพราะมีคนรอคอยพวกเราอยู่และประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปการเมืองอย่างแน่นอน ด้วยการเมืองใหม่
ความเห็นจาก คนไทย — May 8, 2009 @ 8:35 pm
soma mattress…
buy soma online without rx. soma cube directions. soma overnight cheap. soma waterbed mattress. …
Trackback จาก buy soma 120 no prescription — June 16, 2009 @ 1:33 am
tramadol no prescription…
side effects for tramadol. tramadol withdrawal symptoms. tramadol. …
Trackback จาก snort tramadol — June 16, 2009 @ 3:01 am
amatuer sex videos…
side effects for tramadol. tramadol withdrawal symptoms. tramadol. public sex videos. free forced sex videos. ebony sex videos. free teen sex videos. free granny sex videos. free amateur sex videos. hardcore sex videos. young sex videos. …
Trackback จาก videos of people having sex — June 16, 2009 @ 3:02 am
canine tramadol…
tramadol 100 mg fed ex delivery. tramadol side effects. tmj and tramadol. tramadol for dogs. …
Trackback จาก no prescription tramadol — June 21, 2009 @ 4:58 pm
cost of tamiflu…
tamiflu for parvo. dosage tamiflu. tamiflu and rumsfeld. …
Trackback จาก tamiflu elderly side effects — June 22, 2009 @ 12:53 am