July 21, 2008

บทบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับ “ขวาไทย”

ฟ้าเดียวกัน

บทบรรณาธิการ
ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2551

ขวาไทย

คล้ายกับว่าการเคลื่อนไหวของขบวนการ “ภาคประชาชน” ในนาม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และแนวร่วม จะขับเคลื่อนผลักดันสังคมการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่พลันเมื่อพิจารณาทั้งเนื้อหาและท่วงทำนองจนครบถ้วนแล้ว ก็ประจักษ์ชัดว่าพวกเขากำลังบ่อนเซาะทำลายประชาธิปไตยอย่างถึงราก

คล้ายกับว่าการเคลื่อนไหวโจมตีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในกรณีบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลาคม 2519 จะนำไปสู่การชำระสะสางประวัติศาสตร์บาดแผลที่เรื้อรังมากว่า 3 ทศวรรษ แต่พลันเมื่อพลพรรคพันธมิตรฯ พากันปิดตาอีกข้าง บอดใบ้ต่อเครือข่ายฆาตกร 6 ตุลาฯ ที่ร่วมสังฆกรรมกันอยู่ ซ้ำยังฉวยใช้อุดมการณ์ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์มาทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของตนอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศแบบขวาพิฆาตซ้ายก็พัดหวนคืนมา คลอเคลียไปกับเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ “เราสู้”

คล้ายกับว่าข้อเสนอ “การเมืองใหม่” ของกลุ่มพันธมิตรฯ จะชี้ทิศนำทางให้การเมืองไทยข้ามพ้นข้อจำกัดของประชาธิปไตยตัวแทนแบบเสรีนิยม แต่พลันที่พวกเขาเปลือยความคิดออกมา “การเมืองขวาใหม่” ก็ปรากฏให้เห็นแจ่มชัดอยู่เบื้องหน้า

ด้านหนึ่ง การเมืองขวาไทย ณ พ.ศ. 2551 ช่างทาบทับกับการเมืองของฝ่ายขวา ณ พ.ศ. 2519 ได้อย่างพอเหมาะพอดี ทั้งในแง่อุดมการณ์ชี้นำและอาวุธทางการเมือง ณ วันนี้เราจึงยังพบข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกลื่อนกล่นไปทั่ว เราจึงยังได้ยินเพลงปลุกใจประเภท “หนักแผ่นดิน” อยู่เนืองๆ เราจึงยังได้เห็นกระบวนการปลุกเร้ากระแสราชาชาตินิยมอย่างรุนแรง เราจึงยังได้เป็นประจักษ์พยานแก่การป่าวร้องให้ทหารหาญก้าวออกมาแทรกแซงการเมืองเพื่อเป็นราชพลี

ทว่าอีกด้านหนึ่ง ในความเก่าย่อมมีความใหม่ มีพลวัต ไม่หยุดนิ่งตายตัว ซ้ำยังพลิกกลับหัวกลับหางเสียใหม่ในบางลักษณะ

พิจารณาเฉพาะปรากฏการณ์พื้นผิวที่ปรากฏต่อสาธารณชน จาก 2519 ถึง 2551 พลพรรคขวาไทยได้เคลื่อนย้ายศัตรูจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไปเป็นขบวนการสาธารณรัฐ พวกเขามิได้สดุดีระบบทุนนิยมเป็นพระเจ้าแข่งกับเศรษฐกิจสังคมนิยมอีกต่อไปแล้ว พวกเขาผลิตวาทกรรม ทุนนิยมสามานย์ขึ้นมาพร้อมกับเชิดชูเศรษฐกิจพอเพียงให้สูงเด่น ลักษณะหน้าตาของผู้นำขบวนการฝ่ายขวาได้เปลี่ยนจากขุนศึกไปเป็นนักสื่อสารมวลชนและนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนเสียแล้ว

พลพรรคขวาใหม่ยังคงแลเห็นประชาชนส่วนใหญ่ว่าโง่เง่า ไม่พร้อมที่จะเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถูกนักการเมืองซื้อด้วยเงินบ้างหรือผลประโยชน์เฉพาะหน้าในรูปอื่นบ้าง แม้พวกเขาไม่วางใจในประชาชน แต่ขณะเดียวกันก็กลับเรียกร้องประชาธิปไตยทางตรงหรือกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมือง บ่อยครั้งก็แอบแฝงทำลายหลักการประชาธิปไตยด้วยโวหารทางการเมืองที่ก้าวหน้าชวนหลงใหล

ถึงที่สุด “การเมืองใหม่” ของขวาไทย ณ พ.ศ. 2551 นั้น ย่อมไม่ใช่เค้าโครงทางการเมืองที่หันกลับไปหาของเก่า หากเป็นการเมืองประดิษฐ์ใหม่ในนาม “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งยังประกอบสร้างไม่แล้วเสร็จ อิหลักอิเหลื่อ และไม่แน่ว่าจะไปสิ้นสุดที่ใด

คำถามชวนคิดต่อมาก็คือว่า สิ่งใดเล่าเป็นเนื้อดินที่คอยหล่อเลี้ยงให้ขวาไทยดำรงต่อเนื่องมา เติบโต และวิวัฒนาการสืบไปในสังคมไทย เหตุใดสังคมการเมืองไทยยังคงอนุญาตให้กระแสความคิดฝ่ายขวาสามารถโลดแล่นได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะพรั่งพรูออกมาจากนักวิชาการชั้นนำ จากแกนนำภาคประชาชน จากราษฎรอาวุโส จากผู้นำกองทัพ จากสื่อมวลชน จากปัญญาชนสาธารณะ จากอดีตคอมมิวนิสต์ จากสถาบันจารีตและบริวาร

แน่นอนว่า หนทางการสัประยุทธ์กับกระแสขวาใหม่ย่อมมิใช่การหลบเลี่ยงหรือปฏิเสธปัญหาของระบบเศรษฐกิจการเมืองที่พันธมิตรฯ และแนวร่วมหยิบยกขึ้นมาจุดชนวนการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดของระบบประชาธิปไตยตัวแทนแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองที่ฉ้อฉลไม่เป็นธรรม

หากต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองให้ถึงรากอย่างแท้จริง ตามเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย ตามพละกำลังที่เป็นจริง

ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้การเคลื่อนไหวนั้นๆ กลับช่วยทำนุบำรุงเนื้อดินของ “การเมืองของสัตว์พิเศษ” ให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป

โพสต์ในกลุ่ม ฟ้าเดียวกัน, วารสาร/หนังสือ


มี 35 ความคิดเห็น สำหรับ “บทบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับ “ขวาไทย””

»

หน้า: « 1 [2]

  1. 21
    วิทยาศาสตร์
    2 August 2008 เมื่อ 4:35 am

    ทั้งซ้ายทั้งขวาก็มีวิวัฒนาการ สามสิบปีผ่านไปไม่มีใครอยู่ที่เดิม นอกจากคนที่มีปัญหาทางจิตยึดมั่นถือมั่นกะสิ่งที่ผ่านไปแล้วถึงสามสิบปี

    ผมเบื่อมากที่หลายคน”แอบอ้าง”ว่า”คนไทยส่วนใหญ่”ต้องการอย่างโน้นอย่างนี้ ตราบใดที่ไม่ทำประชามติก็ไม่มีใครพูดได้ว่า”คนไทยส่วนใหญ่”"ต้อง”หรือ”ไม่ต้อง”มี”อะไร” ความคิดเห็นนึงก็เสียงนึง จะมาอ้างว่ารู้ใจคนทั้งประเทศได้ยังไง

    ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันคร้บว่าอีกกี่ร้อยปีประชาชนไทยจะอยากทำประชามติแบบนั้น ผมคงแก่ตายก่อน ตอนนี้ผมก็สอนลูกหลานไม่ให้เป็นเหยื่อรัฐและสื่อกระแสหลักผมก็พอใจแล้ว ผมก็ทำได้แค่นี้ ประเทศไทยไม่ใช่ของผมคนเดียวครับ

    ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันที่ช่วยเป็นสื่อทางเลือก ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่าน ไม่เห็นต้องด่าไม่ต้องบังคับให้คนอื่นเลิกอ่านครับ เวลาคุณไปซื้อสินค้าคุณก็เลือกยี่ห้อที่คุณชอบ ไม่เห็นต้องประนามยี่ห้อที่คุณไม่ชอบนี่ครับ ถ้าสินค้ามันห่วยจริงสุดท้ายก็หายไปเอง

  2. 22
    Nuttapol N.
    3 August 2008 เมื่อ 2:47 pm

    มีความพยายามล้มล้าง สถาบันกษัตริย์ เพราะ้สังคมอันเสื่อมทรามขึ้นทุกวัน การสั่งสอนของพ่อแม่ สภาพชีวิตวัยเด็ก ความแร้นแค้น การโดนกลั่นแกล้ง การมองโลกในแง่ร้าย แยกไม่ออกระหว่างความดีเลว กล่าวหาให้ร้าย สังคมมีปัญหารอบด้าน ยาเสพติด ค้าประเวณี คอรัปชั่น อินเตอร์เนต สื่อลามก ความโลภ ความเห็นแก่ได้ อยากเป็นแบบประเทศเสรี ที่มีความฟอนเฟะ ในด้านสังคม จริยธรรม มีผู้นำที่เอาประโยชน์เข้าหาประเทศตนอย่างบ้าคลั่ง อยากเลือกผู้นำด้วยตนเอง แต่หารู้ไม่ว่า คนในประเทศนี้ยังเลือกเองไม่เป็นเสียส่วนใหญ่ ความเสรีแบบแท้จริง แบบที่โลกนี้เป็นหนึ่ง มันยังคงอีกยาวนาน ทุกประเทศทุกระบอบการปกครองมันมีข้อเสีย เราควรทำประโยชน์ให้ตัวเองมีค่าก่อน ขยับสมองต้องขยับร่างกายด้วย ทำเพื่อตัวเองก่อน แล้วค่อยทำเพื่อคนอื่น

  3. 23
    b
    6 August 2008 เมื่อ 9:44 am

    เวปนี้ เมื่อไหร่จะลง นรกไป

  4. 24
    ttt
    8 August 2008 เมื่อ 12:41 am

    กูจะสาปจะแช่งพวกฉิบหาย ให้มึงตายไร้แผ่นดินมากลบหน้า
    ไอ้เลวระยำตำกว่าหมา อย่างมึงหน้าไม่อายอาศัยแผ่นดินไทยอยู่
    กูหนึ่งเสียงไม่ยอมกระทำระยำอยู่ ให้มึงรู้กูก็ไทยไอ้ฉิบหาย
    มึงจะแยกแผ่นดินฟ้าหน้าไม่อาย ขอให้มึงตายทั้งโครตไอ้ห่ากิน

  5. 25
    kibza
    14 August 2008 เมื่อ 10:01 pm

    อย่าเอาระบอบประชาธิปไตยมาอ้าง
    อย่าเอาสิทธิเสรีภาพมาอ้าง

    เพียงเพื่อที่พวกคุณๆ บางกลุ่ม บางพวก
    จะได้คิดจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ได้เหมือน
    ว่าตัวเองไม่ผิด

    ความรู้สึกก็เหมือนกับเราๆ ที่ได้รู้ว่า
    พวกฝรั่งมันเอาเศียรพระไปทำปู้ยี้ปู้ยำ
    เราชาวพุทธรู้สึกอย่างไรก็เหมือนกัน

    สถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่คนไทยเถิดทูน
    และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมานานแสนนาน
    พึงสำนึกไว้ด้วย

  6. 26
    คนไทย
    16 August 2008 เมื่อ 2:22 am

    ขอร้องหละ….เลิกบ้าได้แล้ว
    ลัทธิแบบนี้ ไปทำประเทศอื่นเถอะ

    เด็กๆ..อย่าไปเชื่อมารพวกนี้
    ฟังสนุก แต่อย่าเชื่อ

  7. 27
    คนเมืองลุง
    16 August 2008 เมื่อ 10:35 am

    สนับสนุน “ฟ้าเดียวกัน”

  8. 28
    คนเมืองลุง
    16 August 2008 เมื่อ 10:40 am

    เห็นด้วยกับ บทบรรณาธิการ มาก
    ตามหลัก วัตถุนิยมประวัติศาสตร์แล้ว “กงล้อ” จะบดขยี้
    ทุกสิ่งทุกอย่างที่ กีดขวาง “ทุนนิยม” ต้องชนะ Feudalism
    วันยังค่ำ เพียงแต่ว่า จะช้าน้อยหรือช้ามาก เท่านั้นเอง

  9. 29
    เกลียดทุนนิยม
    19 August 2008 เมื่อ 4:03 pm

    อ่านแล้วผมเข้าใจเลยว่า คุณต้องการให้คนอ่านบางคนเข้าใจไปในแนวทางไหน

    แต่ยังไงๆ ผมก็ยังรักระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อย่างน้อยก็ทำให้คนไทยสามัคคีและก้าวผ่านประวัติศาสตร์อันเลวร้ายที่ผ่านมาไปได้ด้วยดี ถ้าลองไม่มีสิ… ป่านนี้เมืองไทยคงตกเป็นเมืองขึ้นของพวกฝรั่งไปนานแล้ว

    ทุนนิยมแบบไม่มีความพอเพียงยังไงก็ยังเป็นการผลาญทรัพยากรแบบเอารัดเอาเปรียบอยู่ดีนั่นแหละ จะโทษระบบFeudalismไปได้ไง ลองมองดูสิว่าทรัพย์สินส่วนใหญ๋ของประเทศตกไปอยู่ในระบบFeudalism หรือระบบทุนนิยม ผมมองเห็นแต่พวกนายทุน คนรวยก็รวยขึ้นทุกวันเหยียบหัวคนชนชั้นกลางให้จมลงดินลงไปทุกที SMEs ล้มหายตายจาก มีแต่บริษัทข้ามชาติมาลงทุนแล้วกอบโกยเงินกลับประเทศ นักการเมืองมีแต่โกงกินบ้านเมือง

    โลกเราวันนี้ร้อนขึ้นทุกวันๆก็เพราะมนุษย์เราเดินไปข้างหน้าแบบไม่ระมัดระวัง ไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล หลงไหลแต่วัตถุนิยม หลงไหลแต่นักการเมือง นายทุน พวกหน้าเหลี่ยม หน้าเลือด เป็นผู้นำแล้วยังโกงกิน ทุรจริตโกงภาษี สงสารประเทศไทย คนไทย และตัวผมเองด้วย ที่ต้องมาเจอนักการเมืองลุแก่อำนาจชอบความรุนแรงเยี่ยงนี้ เซ็ง!…..

  10. 30
    จากละอองธุลีเป็นแผ่นฟ้าเดียวกัน
    19 August 2008 เมื่อ 8:32 pm

    ผมเป็นคนหนึ่งที่ศึกษาประวัติศาสตร์ ผมขอสนัสนุน ฟ้าเดียวกัน ต่อไปครับ

  11. 31
    เจอจะตบให้คว่ำ
    22 August 2008 เมื่อ 4:07 pm

    ถึง ค.ห.30

    ศึกษาประวิติศาสตร์ไทย แต่ไม่รู้หรอว่าที่ “ไทย” ยังเป็น “ไท” ทุกวันนี้

    เป็นได้เพราะใคร น่าไปอยู่ เขมรหรือพม่า นะ อย่าศึกษาเลยนะเสียเวลา

  12. 32
    คนบ้านนอก
    30 August 2008 เมื่อ 11:59 pm

    ถ้าคุณเป็นคนบ้านนอก ปู่ย่าไม่ใช่ข้าราชการและแกยังไม่ตาย ลองถามดูเถอะค่าว่ารู้จักไหมประเทศสยามน่ะ ฉันเคยถามแล้ว คำตอบคือ “ไม่รูจัก” รู้แต่ว่า”หลวง”น่ะ แปลว่า”ใหญ่” พวกเจ้าขุนมูลนาย มีแต่มารีดมาไถมาเรียกเก็บภาษี มีลูกหลานก็พยายามดิ้นรนส่งเสียให้เรียนจะได้เป็นเจ้าคนนายคน (เพราะมันสบาย..หมื่นพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง)แต่ที่ไหนได้ หนี้สิ้นท่วมหัว เสียไร่เสียนา อย่างดีก็ได้เป็นข้าราชการผู้น้อยธรรมดา(ถ้าไม่รู้จักตีหลายหน้า..เลียแข้งขาเจ้านาย) เงินเดือนน้อย จ่ายเยอะ แค่ค่าชุดสารพัดสำหรับออกสารพัดงานที่ต้องไปเดินแห่ สารพัดสินค้าที่เบื้องบนสั่งให้ซื้อเพื่อการกุศล และซองงานบุญต่างๆ ก็แทบจะไม่เหลือเงินยังชีพแล้ว แล้วไอ้ที่ว่า ไทย ยังเป็น ไท ทุกวันนี้น่ะ มันดียังไง (ภาษีที่จ่ายไป ทำให้คนไทยมีสวัสดิการหรือคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างไรบ้างล่ะ)

  13. 33
    ไปลอกเขามา
    7 September 2008 เมื่อ 5:22 am

    แม่เจ้าโว้ย ! พ่อมดหมอผีแวปนี้ ไปลอกฟามคิดเขาทั้งน้าน

    อยากจะเป็นสาธารณรัฐที่มีประทานาติ๊บบ่อดีไม่มีระบบเจ้า

    หัดมีฟามคิดเป็นของตัวเองก่อนเถ้อะ น่าสงสาร

    เจ้ากับพ่อค้านายทุน ใครจะรักชาติรักแผ่นดินมากกว่ากัน ?

    เด็กประถมมันก็ตอบได้ ไม่ต้องใช้ตรรกะอะไรมากหรอก

    เวทนาน่างสงสารใครบอกว่าชาวบ้านขายตัว นักวิชาการขายตัวก็เพียบ

    ขายให้ทุนนิยมสามานย์ที่จะมานั่งบนหัวกดขี่คนไทยเราต่อไปอีก

  14. 34
    คนไทยรักในหลวง
    18 October 2008 เมื่อ 8:21 am

    เลวทรามมาก เอารูปพระพุทธเจ้าหลวง มาวางบนปกแล้วทำเป็นลายแผนนี้ ความคิดชั่วๆ แบบนี้ พวกแกยังใช้แผ่นดินไทยทำมาหากิน ไม่สำนึกบ้างหรือว่ากำลังทำอะไรอยู่ หากแก ต่อต้านราชวงศ์ ก็ไปขุดหลุด หรือไปอยู่กับไอ้พวกเขมร ซิ แล้วประกาศเป็นฝ่ายตรงข้ามเลย ของให้ทหาร ออกมายุติให้โดยเร็ว กววดล้างไอ้พวกระยำ ทำกับชาติแบบนี้ให้หมดสิ้นแผ่นดินไทย แ้ม้แต่ผงธุลี ก็อย่าได้หลงเหลือไว้ในแผ่นดินไทย

    Long Live The King

  15. 35
    คนไทยรักในหลวง
    18 October 2008 เมื่อ 8:37 am

    ถึงคุณ คนบ้านนอก, จากละอองธุลีเป็นแผ่นฟ้าเดียวกัน

    ความคิดก็ เป็นคนบ้านนอกที่ไร้ ซึ่งการศึกษาเข้าถึงจริงๆ สวิตเซอร์แลนด์ เก็บภาษี 30% ซึ่งมากมายกว่าคนไทยหลายเท่า แต่การตอบแทนคือการดูแลสวัสดิการให้กับประชาชน โดยผ่านทางภาครัฐ ประเทศนี้ถือว่ามีความเจริญเป็นอันดับต้นๆของโลก เค้าก็มีราชวงศ์ แต่ประเทศไทย ราชวงศ์คือศูนย์รวมใจ แต่รัฐบาลต่างหาก ที่เอาเปรียบประชาชน ก็พวกคุณเห็นแค่เศษเงิน แล้วเลือกกันเข้ามา แล้ววันนี้จะมาเรียกร้องหาอะไรกัน วันนี้เป็นบทเรียน ก็จงกลับไปนอนคิดหรือคบหาคนที่คิดเป็นปรึกษาเอาก็ได้ ว่าถ้าคราวต่อไปไม่สนใจเศษเงิน แล้วเลือกคนดีเข้าสู่การเมืองยุคใหม่ ขจัดเศษเดนแ่ผ่นดินที่จะมาทำนาบนหลังคน มันจะดีกว่าหรือไม่ ราชวงศ์เคยเอาเปรียบคนไทยหรือไม่ลองกลับไปคิดดีๆ แผ่นดินไทยที่ยังคงอยู่ ชาวนาชาวเขา ที่มีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเพราะว่าราชวงศ์ หรือนักการเมืองลองกลับไปคิดดู หรือไปบวชก็ได้ จะได้ไม่ตกนรก

    จากละอองธุลีเป็นแผ่นฟ้าเดียวกัน

    หวังว่าคนไทยจะไม่มีนักประวัติศาสตร์แบบคุณนะเป็นห่วงประเทศจะล่มจม ราชวงศ์ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามก็ยังยั่งยืน เช่น สเปนเคยมีราชวงศ์ ก็เปลี่ยนเป็นประธานาธิบดี แต่วันนี้ก็ขอเปลี่ยนกลับมาเป็นราชวงศ์ ซึ่งยืนยาวมาจนทุกวันนี้

    ผมเป็นคนสุโขทัย รุ่งอรุณแ่ห่งความสุข นักประวัติขี้คอกอย่างคุณ ไม่สมควรหรอก คุณยังไม่รู้จักคำว่าประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ำไป ฝรั่งทั่วโลกชื่นชมว่าประเทศไทยมีราชวงศ์ที่คนไทยรักที่สุด แต่พวกคุณมาต่อต้านแนะนำให้ฆ่าตัวตาย หรือออกไปจากดินแดนสยามซะ ตระกูลของคุณจะได้ไม่เสื่อม ทุกวันนี้คุณมีชีวิต มีลมหายใจ ยังอยู่ได้บนแผ่นดินสยาม อย่าพยายามเป็นทรราช วันนี้พวกคุณใกล้ถึุงจุดจบแล้ว และผมก็ไม่เชื่อว่ารากหญ้า จะไม่ปกป้องราชวงศ์ คุณยังไม่เคยสัมผัสกับรากหญ้าอย่างแท้จริง ว่าเค้ารักราชวงศ์กันแค่ไหน

    ผมมีแฟนเป็นคนสวิส เ้ค้าก็พูดเสมอว่า คุณจะต้องเป็นคนดีต่อประเทศ รักในราชวงศ์ ทุกอย่างในประเทศไทยเป็นสิ่งที่ดี แต่กลับทางยุโรป มีแต่สิ่งจอมปลอม แข่งขันกันไปวันๆ หลอกว่าความเจริญจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งไม่จริงเลย คนที่ศึกษาประวัติศาสตร์จริงๆ จะรู้ว่าประเทศไทยน่าอยู่ที่สุดในโลกแล้ว คุณไม่ต้องเปลี่ยนอะไร ราชวงศ์ดีแล้ว แต่เปลี่ยน รัฐบาลชั่วๆ กับนักการเมืองเลวๆ ให้ออกไปจากประเทศให้เร็วที่สุด

หน้า: « 1 [2]

ร่วมแสดงความเห็น