วิถีระนาบ Horizontalidad
June 30th, 2008วิถีระนาบ Horizontalidad
Horizontalidad เป็นศัพท์ภาษาสเปน ตรงกับภาษาอังกฤษว่า horizontalism และแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “วิถีระนาบ” ในที่นี้ขอใช้ศัพท์ภาษาสเปนเป็นหลัก เพื่อให้เกียรติแก่ขบวนการประชาชนชาวละตินอเมริกาที่พูดภาษาสเปน ซึ่งเป็นผู้ให้ความหมายใหม่และทำให้คำคำนี้กลายเป็นความจริงในทางปฏิบัติ
คำว่า Horizontalidad มีทั้งความหมายแคบและความหมายกว้าง ในความหมายแคบนั้นหมายถึง “การจัดตั้งองค์กรแนวระนาบ” ซึ่งแตกต่างตรงกันข้ามจากการจัดตั้งองค์กรแบบพีระมิด การจัดตั้งองค์กรแบบพีระมิดคือการมีผู้นำเดี่ยวหรือผู้นำที่เป็นคนกลุ่มน้อย มวลชนที่เหลือมีลำดับชั้นลดหลั่นกันลงไป และมีสายการบังคับบัญชาแนวดิ่ง ส่วน “การจัดตั้งองค์กรแนวระนาบ” คือการกระจายอำนาจอย่างเท่าเทียม เน้นการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนระหว่างปัจเจกบุคคลที่เป็นสมาชิกองค์กร มีการตัดสินใจด้วยกระบวนการแสวงหาฉันทามติ ใช้ระบบประชาธิปไตยทางตรงความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกบุคคล กลุ่ม และองค์กรต่างๆ มีลักษณะแบบเครือข่ายใยแมงมุมในระนาบเดียวกัน โดยไม่มีปัจเจกบุคคล กลุ่ม หรือองค์กรใดมีอำนาจตัดสินใจสูงสุด
การจัดตั้งแนวระนาบมีความเชื่อมโยงและได้รับอิทธิพลมาจากแนวทางอนาธิปไตย(anarchism)กลุ่มเครือสหาย (Affinity Group) [1] และหลายกลุ่มองค์กรในขบวนการสังคมใหม่ใช้วิธีการจัดตั้งแบบนี้ แต่ก็มีหลายองค์กรที่ยังใช้การจัดตั้งองค์กรแบบพีระมิด อย่างไรก็ดีการผนึกกำลังเป็นเครือข่ายของขบวนการสังคมใหม่จะใช้วิธีการจัดตั้งแนวระนาบเป็นหลัก
ในความหมายกว้างนั้น Horizontalidad หมายถึง “วิถีระนาบ” ซึ่งเป็นแนวทางของขบวนการประชาชนหลายขบวนการที่ผุดขึ้นมาในอาร์เจนตินาช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจใน ค.ศ. 2001 “วิถีระนาบ” ของชาวอาร์เจนตินาไม่ได้เกิดมาจากลัทธิความคิดใดๆ ไม่ได้มาจากแนวทางอนาธิปไตยหรือแม้กระทั่งขบวนการซาปาติสตาในเม็กซิโกแต่เกิดจากปฏิกิริยาโดยธรรมชาติที่ต้องการตอบโต้ต่อความล้มเหลวของระบบในประเทศรวมทั้งแสวงหาหนทางแก้ไขและข้ามพ้นระบบดังกล่าว
ความหมายของ “วิถีระนาบ” ในขบวนการสังคมอาร์เจนตินา
ไม่มีใครรู้ว่าแนวคิด “วิถีระนาบ” เริ่มต้นที่ไหนหรือโดยใครในอาร์เจนตินาก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ คำคำนี้ไม่เคยมีอยู่ในศัพทานุกรมการเมืองที่ใช้ในวงกว้าง กระทั่งวันที่ 19 และ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2001 เมื่อประชาชนอาร์เจนตินาหลายแสนคนออกมาชุมนุมตามท้องถนน เคาะหม้อกระทะและตะโกนว่า “Que se vayan todos” (ไล่พวกมันไปให้หมด) รวมทั้งขับไล่ประธานาธิบดีออกไปถึง 4 คน ภายในเวลาแค่สองสัปดาห์ จู่ๆ คำว่า Horizon-talidad ก็กลายเป็นคำสามัญที่ประชาชนใช้กันทั่วไป
กลุ่มประชาชนชาวอาร์เจนตินาที่นำแนวคิด “วิถีระนาบ” มาใช้ในทางปฏิบัติ ทั้งในด้านการจัดตั้งองค์กรและ การดำเนินชีวิตส่วนใหญ่เป็นขบวนการที่มักเรียกรวมๆ ว่าขบวนการอัตตาณัติ (autono-mous movements) ซึ่งเป็นขบวนการประชาชนจำนวนมากที่เกิดขึ้นมาในช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ขบวนการเหล่านี้ต้องการเป็นอิสระจากรัฐให้มาก
ที่สุดระดับความยุ่งเกี่ยวกับรัฐของแต่ละขบวนการมีความแตกต่างกันไป ขบวนการดังกล่าวประกอบด้วยขบวนการแรงงานไร้งานปีเกเตโรส์ (piqueteros) [2] เช่น กลุ่ม MTD Solano, MTD la Matanza ฯลฯ ซึ่งมีความคิดก้าวหน้าทางการเมืองชนชั้นกลางในสมัชชาละแวกบ้าน (neighbourhood assem-blies) [3] สถานประกอบการที่แรงงานกอบกู้ (recuperated workplaces) [4] โรงงานเซรามิกซานอง โรงพิมพ์ชีลา-เวิร์ต โรงแรมบาวเอน ฯลฯ กลุ่มสื่อนอกกระแส กลุ่มศิลปิน และชุมชนอัตตาณัติ (autonomous communities) ซึ่งเป็นชุมชนพึ่งตนเองที่ไม่ต้องการให้รัฐเข้ามาแทรกแซง เช่น กลุ่มคนที่ยึดตึกร้าง (โดยเฉพาะธนาคารร้าง) มาทำเป็นศูนย์สังคม หรือกลุ่มคนที่ออกไปสร้างนิคมอิสระของตัวเอง เป็นต้น
Horizontalidad หรือ “วิถีระนาบ” คือขั้วตรงกันข้ามกับ caudillismo หรือลัทธิผู้นำ/วีรบุรุษที่แพร่หลายในละติน อเมริกา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งหรือผู้นำเผด็จการทหาร ชาวอาร์เจนตินารู้สึกว่าคนเหล่านี้ล้วนแต่ทรยศต่ออุดมการณ์และโวหารของตัวเอง “วิถีระนาบ” จึงเป็นปฏิกิริยาตอบโต้โดยสัญชาตญาณเป็นการแสดงความผิดหวังต่อระบบผู้นำเดี่ยวรวมทั้งระบบเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยด้วย
แนวคิดเกี่ยวกับ “วิถีระนาบ” ในอาร์เจนตินาจึงเกิดมาจากการปฏิบัติจริงมากกว่าจากทฤษฎี เป็นการตอบโต้ระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทน (representative democracy) ด้วยประชาธิปไตยทางตรง (direct democracy) และเปลี่ยนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในการตัดสินใจทางการเมือง
ความหมายของ “วิถีระนาบ” ในขบวนการสังคมใหม่ของอาร์เจนตินา พอประมวลได้ดังนี้
ประการแรก “วิถีระนาบ” คือรูปแบบความสัมพันธ์ของมนุษย์ ซึ่งครอบคลุมมากกว่าแค่วิธีการจัดตั้งองค์กร “วิถีระนาบ” คือการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมอย่างเท่าเทียม โดยไม่ยอมตกอยู่ภายใต้กรอบของเงื่อนไขเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ สถานะ วัยวุฒิ คุณวุฒิ ฯลฯ มันเป็นวิธีการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันแบบประชาธิปไตยทางตรง และเชื่อมโยงขบวนการต่างๆ เป็นเครือข่าย
ประการที่ 2 “วิถีระนาบ” คือการจัดรูปแบบความสัมพันธ์ในเชิงอำนาจเสียใหม่ โดยปฏิเสธแนวคิดของ “อำนาจเหนือ” (power-over) กล่าวคือการมีอำนาจเหนือผู้อื่นหรือการจัดตั้งที่ผู้นำมีอำนาจเหนือสมาชิก “วิถีระนาบ” หันมาเน้นการมี “อำนาจร่วมกัน” (power-with) ของสมาชิกองค์กร มีเป้าหมายในการสร้างอำนาจให้สมาชิกและหมู่คณะ โดยเฉพาะอำนาจในการตัดสินใจ “วิถีระนาบ” ไม่มุ่งยึดอำนาจรัฐแต่มุ่งสร้าง “อำนาจอีกแบบหนึ่ง” ขึ้นมาด้วยความสัมพันธ์ทางสังคม
ประการที่3 “วิถีระนาบ” เป็นทั้งวิธีการและเป้าหมายในตัวมันเอง “วิถีระนาบ” ให้ความสำคัญแก่กระบวนการมากเท่าๆ กับเป้าหมายคำถามเท่าๆ กับคำตอบเน้นการเรียนรู้และการทดลองใหม่ๆ
ประการที่ 4 “วิถีระนาบ” เน้นความหลากหลายเท่าๆ กับความเป็นหมู่คณะ “วิถีระนาบ” ยอมรับว่าสมาชิกแต่ละคนแตกต่างกัน มีความคิดแตกต่างกัน แต่ “วิถีระนาบ” ปฏิเสธลัทธิปัจเจกบุคคลนิยม “วิถีระนาบ” มุ่งสร้างความเป็นหมู่คณะของสมาชิก ความเป็นหมู่คณะเท่านั้นที่สามารถรองรับความเป็นอัตตาณัติ (autonomy) ของกลุ่ม
ประการสุดท้าย “วิถีระนาบ” ไม่ใช่อุดมการณ์ ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป ไม่มีวิถีทางที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว เช่น ไม่มีแนวคิดสำเร็จรูปว่าอะไรคือ การประชุม “ที่ถูกต้อง” “วิถีระนาบ” ต่อต้านการถูกครอบงำด้วยอุดมการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง และตัวมันเองไม่ต้องการเป็นอุดมการณ์ด้วย
“วิถีระนาบ” ของชาวอาร์เจนตินาได้รับความสนใจจากผู้คนในขบวนการสังคมใหม่ในโลกที่หนึ่ง มีนักกิจกรรมสังคมจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปเข้าไปศึกษา “วิถีระนาบ” และมีบทความจำนวนไม่น้อยเขียนถึงขบวนการอัตตาณัติ โดยเฉพาะสถานประกอบการที่แรงงานกอบกู้ รวมทั้งมีภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับขบวนการต่างๆ ในอาร์เจนตินา อาทิเช่น Argen-tina: Hope in Hard Times (2004) และที่โด่งดังก็คือภาพ-ยนตร์สารคดีเรื่อง The Take (2004) ของนาโอมี ไคลน์ และ อาวี ลูอิส
อ้างอิง
[1] ดูความหมายของ “กลุ่มเครือสหาย” ได้ที่ ภัควดี วีระภาสพงษ์, “Affinity Group-กลุ่มเครือสหาย,” ฟ้าเดียวกัน, ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย. 2549), หน้า 38-41 -ฟ้าเดียวกัน
[2] ปีเกเตโรส์เป็นขบวนการของคนงานที่ว่างงานหรือกึ่งว่างงาน ใช้ยุทธวิธีปิดถนนหรือสะพานสกัดเส้นทางการขนส่งสินค้าเพื่อสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาของคนว่างงาน ดูเพิ่มเติมใน ภัควดี วีระภาสพงษ์, “อรุณรุ่งในอาร์เจนตินา,” A Day Weekly, ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 (11-17 มิถุนายน 2547)-ฟ้าเดียวกัน
[3] สมัชชาละแวกบ้าน คือ สภาชุมชนที่ประชาชนผู้อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันจัดตั้งกันขึ้นเอง เพื่อแสวงหาความช่วยเหลือซึ่งกันและกันรวมทั้งให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางการเมือง-ฟ้าเดียวกัน
[4] สถานประกอบการที่แรงงานกอบกู้ คือ สถานประกอบการที่ล้มละลายแล้วถูกคนงานเข้าไปยึดมาดำเนินกิจการโดยคนงานเอง; ดูเพิ่มเติมใน Benjamin Dangl, ภัควดี วีระภาสพงษ์ (แปล), “ยึด ยืนหยัด ผลิต: สหกรณ์คนงานในบูเอโนสไอเรส,” บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 616 (19 ก.ค. 2548), http://ecurriculum.mv.ac.th/library2/library/midnightuniv/document9603.html; Esteban Magnani, ภัควดี วีระภาสพงษ์ (แปลและเรียบเรียง), “จุดเปลี่ยนของความคิด การกอบกู้โรงงานในอาร์เจนตินา,” บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 881 (4 เม.ย. 2549), http://ecurriculum.mv.ac.th/library2/library/midnightuniv/document95101.html และ Marie Trigona, ภัควดี วีระ- ภาสพงษ์ (แปล), “การสวนกระแสตรรกะทุนนิยม: กิจการที่คนงานกอบกู้ในอาร์เจนตินา,” บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 1443 (23 ธ.ค. 2550), http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999484.html-ฟ้าเดียวกัน
ข้อมูลประกอบการเขียน
Sitrin, Marina. 2005. “Horizontalidad in Argentina,” Interactivist Info Exchange (26 July).
http://info.interactivist.net/article.pl?sid=05/07/26/1417232.———. 2006. Horizontalism: Voices of Popular Power in Argentina. Oakland: AK Press.
Wikipedia. “Horizontalidad.” http://en.wikipedia.org/wiki/Horizontalidad.

