วารสารฟ้าเดียวกัน

ปีที่ 7 ฉบับที่ 4 : นิติรัฐกับความยุติธรรม
book บทบรรณาธิการ
ความไม่พอเพียงของนิติรัฐ

จดหมายจากสนนท. ถึงรุ่นพี่ “สุริยะใส”

May 19th, 2008

ถึง พี่สุริยะใส  อดีตเลขาธิการ สนนท. และ รุ่นพี่ สนนท.

พี่ครับ นับตั้งแต่พี่ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับพันธมิตรฯ โดยออกมาในนาม ครป. ซึ่งองค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นโดยมีเจตนารมณ์พิทักษ์ประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร คัดค้านรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะทหารและไม่เป็นประชาธิปไตย เรียกร้องนายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง จนเกิดการนองเลือด ในเดือนพฤษภาคม 2535 แต่ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวที่พี่ร่วมกับพันธมิตรฯ เป็นการถอยหลัง ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์จิตวิญญาณการต่อสู้เมื่อเดือนพฤษภาคมดังจะกล่าวต่อไป เช่น การขอนายกฯ มาจากการแต่งตั้ง การสนับสนุน และเปิดทางให้คณะเผด็จการทหารเข้ามารัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ ปี 40 ที่เกิดจาการต่อสู้ และได้มาจากการสูญเสีย เลือดเนื้อ และชีวิตของคนเป็นจำนวนมากมาย

การที่ทหารใช้อำนาจเผด็จการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยใช้กฎอัยการศึกคุกคามฝ่ายที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหาร การออกกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพที่ออกโดย สนช. ซึ่งบทบาทของ ครป. และพี่รวมทั้งพันธมิตรฯ ไม่เคยออกมาปกป้อง และคัดค้านการกระทำดังกล่าวเลย หรือออกมาแสดงจุดยืนในฐานะนักประชาธิปไตยเลย กลับทำตัวเสมือนเป็นโฆษกให้กับคณะทหาร แล้วกล่าวหาพวกผมที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหาร เป็นพวกคลื่นใต้น้ำ เป็นพวกทักษิณบ้าง อย่างกรณีลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ พี่ก็ออกมาพูดเองว่ารัฐธรรมมีข้อบกพร่องทั้งที่มา และเนื้อหาแต่ต้องรับไปก่อนเพื่อจะได้มีการเลือกตั้งทำให้บรรยากาศเป็นประชาธิปไตยแล้วค่อยแก้ไข แต่ตอนนี้พี่กลับประณามพวกที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าเป็นพวกทักษิณแก้เพื่อที่จะให้ทักษิณพ้นผิด

พี่ครับ พี่ต้องแยกแยะให้ออกระหว่างตัวบุคคลกับกฎ ระเบียบ อย่างรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ

การเคลื่อนไหวของพี่ในนามพันธมิตรฯ ซึ่งพี่นิยามว่าเป็นการเคลื่อนไหวของขบวนการภาคประชาชนแต่ที่ผ่านมายิ่งทำให้ภาคประชาชนอ่อนแอ ซึ่งการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่ได้พัฒนากระบวนการประชาธิปไตย และขบวนการภาคประชาชนเลย ดูจากข้อเสนอของการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ด้วยการอิงกับพระราชอำนาจ หรือ สู้เพื่อในหลวง และใช้วิธีการอะไรก็ได้เพื่อไล่ทักษิณ ไม่ได้พัฒนาจิตสำนึกของมวลชนเพื่อนำไปสู่คุณภาพได้เลย ยิ่งทำให้พลังฝ่ายขวาที่ใกล้จะสูญพันธ์กลับมามีอำนาจมากขึ้น

อย่างกรณีสื่อในเครือผู้จัดการกระพือข่าว สร้างข่าวเท็จเพื่อที่จะทำลายฝ่ายตรงข้ามเหมือนสมัย 6 ตุลา 2519 พี่ก็รู้ว่าโศกนาฏกรรมดังกล่าว สื่อฯ ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการฆ่าหมู่นักศึกษา แต่พี่ก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ครป. กับพี่ต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อฯ ด้วยซ้ำ และต้องออกมาปกป้องคนที่ถูกละเมิดจากสื่อฯ ด้วย 

ผมอดเป็นห่วงพี่ไม่ได้ในการเคลื่อนไหวของพี่ ทั้ง สนนท. เองก็มีส่วนในการก่อตั้ง ครป. พวกผมเป็นคนรุ่นหลังต้องพิทักษ์เจตนารมณ์ของการตั้ง ครป. ไม่ให้มันบิดเบือนจากประวัติศาสตร์การต่อสู้จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่พี่กลับใช้ ครป.เข้าไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ซึ่งการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่มีการพูดถึงคนชั้นล่างในการเข้าถึงระบอบประชาธิปไตย เช่น ให้รัฐกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯรวมทั้งระบบสวัสดิการที่มากกว่านโยบายประชานิยม การเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า หรือถ้านำเสนอย่างนี้กลัวว่าชนชั้นกลางในเมืองที่มาไล่ทักษิณจะไม่เข้าร่วมหรือเปล่าพี่? 

เพื่อที่จะไม่ให้ ครป.มัวหมองไปมากกว่านี้ พี่ต้องทบทวนบทบาทตัวเองแล้วนะครับ ด้วยการลาออกจาก ครป. หรือไม่พี่ต้องกลับตัวแล้วออกจากพันธมิตรฯ ผมว่าดวงวิญญาณของวีรชนเดือนพฤษภา และพี่น้องนักต่อสู่เพื่อประชาธิปไตย คงจะให้อภัยกับคนที่ทำผิดแล้วยอมรับกับสิ่งที่ตนทำ กลับมาเถอะพี่ พวกน้องๆ ใน สนนท.ก็หวังว่าพี่จะกลับมา 

 

รักและคิดถึงพี่เสมอ                                    

พงษ์สุวรรณ สิทธิเสนา                                 
เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2550 (ปัจจุบัน)