April 25, 2008

คุยกับธงชัย วินิจจะกูล : “การคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้”

ฟ้าเดียวกัน

โดย กองบรรณาธิการฟ้าเดียวกัน
ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารฟ้าเดียวกัน
ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ม.ค.-มี.ค. 2551

แม้จะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าสถาบันกษัตริย์มีความสำคัญต่อสังคมการเมืองไทยมหาศาล กล่าวเฉพาะในแวดวงการศึกษาก็จะพบว่ามีการผลิตงานเขียนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทยออกมามากมายมหาศาลเช่นกัน ทว่างานเขียนเหล่านั้นกลับเป็นไปในทิศทางเดียว ขณะที่การศึกษาประเด็นดังกล่าวอย่างหลากหลายและรอบด้านแทบไม่เคยปรากฏ ยังไม่รวมถึงการเสนอข่าวสารหรือการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ในการประชุมไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 10 ซึ่งปีนี้จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2551 มีการบรรจุหัวข้อสัมมนาเรื่อง “พระมหากษัตริย์: องค์ประกอบข้างเคียง, กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และหนังสือหนึ่งเล่ม” (The Monarchy : Accessories, Lèse Majesté, and One Book) เป็นส่วนหนึ่งของงานดังกล่าว  ในวงสัมมนานั้นมีการพูดถึงตั้งแต่เรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ภาพลักษณ์ของกษัตริย์, องคมนตรี และหนังสือเล่มร้อนแรงที่สุดแห่งปี The King Never Smiles

งานดังกล่าวได้รับความสนใจตั้งแต่ก่อนเริ่มเมื่อผู้จัดการออนไลน์ได้กล่าวหาว่างานนี้เป็นการจัดขึ้นเพื่อ “บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์” (ดูใน “ผนึกกำลังต่อต้านการทำลายชาติ”, 5 ธันวาคม 2550) ขณะที่สื่อมวลชนก็รายงานข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตางานนี้อย่างใกล้ชิด แต่ทว่างานดังกล่าวก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

-ฟ้าเดียวกัน- ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร. ธงชัย วินิจจะกูล ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ในฐานะผู้ประสานงาน (organizer) จัดงานสัมมนาดังกล่าวมาพูดคุยในประเด็นที่ว่าด้วยสถานภาพไทยศึกษาจากสายตา “คนนอก”, การศึกษาเรื่องสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทย ข้อวิจารณ์ต่อหนังสือ The King Never Smiles  ธงชัยย้ำว่าทั้งหลายทั้งปวงก็เพื่อต้องการบอกว่า การคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณชนในสังคมไทยเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพูดกันอย่างวิพากษ์วิจารณ์

 

ฟ้าเดียวกัน : ในฐานะที่อาจารย์ติดตามความเคลื่อนไหวของทั้งโลกวิชาการภาษาไทยกับฝรั่ง คิดว่าในปัจจุบันสองโลกวิชาการนี้เป็นอย่างไร แล้วความแตกต่างของสองโลกวิชาการส่งผลอะไรกับการศึกษาสังคมไทยบ้าง

ธงชัย วินิจจะกูล : ฝรั่งศึกษาเรื่องไทย จะดีจะแย่ยังไง ก็เป็นการศึกษามิตรร่วมโลกที่เขาเห็นว่า น่าสนใจและมีอารยธรรมต่างจากตน  ดังนั้นยังไงๆ ก็ไม่ใช่การศึกษาเรื่องของตนเองอย่างที่คนไทยศึกษาเรื่องไทย ผมคิดว่านี่เป็นความแตกต่างมูลฐานของไทยศึกษาในโลกวิชาการของไทยกับของฝรั่งหรือที่อื่นๆ มีผลต่อประเด็นความสนใจ ท่าทีในการศึกษา การเมืองของวิชาการ และอีกหลายแง่ ความต่างอีกอย่างก็คือ โลกวิชาการของไทยกับประเทอื่นมีความแตกต่างกันมากพอควร มีภูมิหลังความเป็นมา จารีตธรรมเนียม กิจกรรม มาตรฐาน คุณภาพ และอีกมากมายหลายแง่ที่ต่างกัน มีผลต่อทั้งปริมาณ คุณภาพของงานวิชาการ มีผลต่อวิถีชีวิตของคนทำงานวิชาการ ความต่างอีกอย่างคือฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องไทยต่างกัน งานวิชาการล้วนแล้วแต่สร้างสมบนฐานความรู้ที่มีอยู่ ฐานที่ต่างกันจึงมีผลต่อทิศทางของวิชาการไม่เหมือนกัน ตัวอย่างง่ายๆ คือ การศึกษาเรื่องไทยในต่างประเทศ แยกไม่ค่อยได้จากการรู้จักทั้งภูมิภาค การเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคหรือในโลกที่มีนัยให้เปรียบเทียบกันได้ แต่การศึกษาเรื่องไทยในประเทศไทยมักตัดขาดจากมิติของภูมิภาคและไม่มีนัยเปรียบเทียบ ผลก็คือปัญหาที่สนใจไม่ตรงกันเสียทีเดียวระหว่างคนละโลกวิชาการ คำถามต่อปัญหานั้นไม่ค่อยจะตรงกัน วิธีการศึกษาและคำตอบที่แสวงหาจึงมักต่างกัน องค์ความรู้จึงไม่ค่อยจะเหมือนกัน

ยกตัวอย่างเช่น กรณีสวรรคตรัชกาลที่ 8 เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในสังคมไทย จนกลายเป็นประเด็นอื้อฉาว หรือ “ขายได้” แต่ในโลกวิชาการภาษาอังกฤษ ประเด็นนี้ไม่มีผลต่อองค์ความรู้เกี่ยวกับเมืองไทยเท่าใดนัก ไม่ว่าจะสรุปผลออกมาอย่างไรก็ตาม

ความต่างเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าฝ่ายหนึ่งก้าวหน้าอีกฝ่ายหนึ่งล้าหลัง ไม่จำเป็นเสมอไป อาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้ ตัวอย่างเช่น การศึกษาเรื่องสยามเผชิญหน้ากับลัทธิล่าอาณานิคม สยามเป็นกึ่งเมืองขึ้น สยามเป็นนักล่าอาณานิคม ประเด็นพรรค์นี้โลกวิชาการภาษาอังกฤษไปไกลกว่าภาษาไทย แต่พอดูเรื่อง 2475 เรื่องบทบาททางการเมืองของฝ่ายขุนนางนิยมเจ้า เราจะพบว่างานของคนไทยภาษาไทยน่าตื่นเต้นกว่าในโลกภาษาอังกฤษมาก

การศึกษาเรื่องที่ถือกันว่าเป็นองค์ประกอบของความเป็นไทย ความเป็นตัวตนของเราเองจะยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน อย่างเช่นเรื่องพุทธศาสนาในสังคมไทย เรื่องชาตินิยมไทย เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น หลายคนชอบพูดว่าฝรั่งจะมาเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ดีกว่าคนไทยได้ยังไงกัน คำกล่าวพรรค์นี้ก็มีส่วนถูกต้องอยู่ คือเหมือนเราเป็นปลาว่ายอยู่ในอ่างใบหนึ่ง คนที่ไม่ได้เป็นปลาอยู่ในอ่างใบเดียวกัน จะมารู้จักชีวิตในอ่างของเราได้ดีกว่าเราคงเป็นไปได้ยาก แต่ความอ่อนแอของความรู้ของเราก็อยู่ตรงที่ความเข้มแข็งนั่นแหละ คือรู้จักชีวิตในอ่างแบบปลาอยู่ในอ่างแค่นั้นแหละ เราจึงมักไม่ค่อยเข้าใจชาตินิยมของตัวเอง การศึกษาเรื่องพุทธศาสนาในสังคมไทยจึงติดกรอบที่ค่อนข้างจำกัด คนไทยเขียนถึงพระมหากษัตริย์เหมือนปลาที่ไม่เคยรู้จักชีวิตแบบอื่นที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในน้ำ และเห็นว่าชีวิตท่ามกลางน้ำในอ่างใบนั้นวิเศษที่สุด

 

ฟ้าเดียวกัน : ความแตกต่างของโลกวิชาการภาษาไทยกับฝรั่งนี้เกี่ยวเนื่องกับกรอบทฤษฎีด้วยหรือไม่

ธงชัย วินิจจะกูล : แน่นอน กรอบคิดทฤษฎีย่อมต่างกันเพราะความต่างทั้งหลายอย่างที่ว่ามานั้นเป็นภูมิหลัง ปัญหาอีกอย่างในเรื่องกรอบคิดทฤษฎีก็คือ เรามักถือว่าตัวเองรู้จักสังคมไทยดีกว่า ดีมากๆ จนถึงรายละเอียดจิปาถะ จนมักคิดว่าทฤษฎีอะไรก็ใช้กับสังคมไทยไม่ได้ ซึ่งอันที่จริงก็ไม่มีทฤษฎีที่ไหนในโลกอธิบายข้อเท็จจริงได้หมดหรอก ไม่ว่าที่ไหนก็เถอะ แต่กลับจำเป็นมากในการอธิบายประเด็นที่ซับซ้อนใหญ่โตเกินกว่าความรู้แบบสามัญสำนึก เราไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของกรอบคิดทฤษฎีหรือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราเข้าใจข้อเท็จจริงที่กระจัดกระจายมากมายเต็มไปหมด ผลในข้อนี้ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถหลุดพ้นกรอบทฤษฎีไปได้ เพราะเราหนีไม่พ้นการเอากรอบคิดบางอย่างมาสร้างความหมายให้กับข้อเท็จจริงที่มีอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด แต่กลายเป็นว่าเราไม่ค่อยตรวจสอบหรือระมัดระวังกรอบคิดทฤษฎีที่เราใช้ บ่อยครั้งใช้อย่างไม่รู้ตัว กลายเป็นสามัญสำนึกด้วยซ้ำไป

 

ฟ้าเดียวกัน : ถ้าเช่นนั้นหนังสือ Siam Mapped ของอาจารย์ก็ถือเป็นผลผลิตของกรอบคิดฝรั่งด้วยหรือไม่ จึงทำให้แตกต่างจากงานศึกษาในประเด็นเดียวกันก่อนหน้านั้นในโลกภาษาไทย

ธงชัย วินิจจะกูล : ใช่ ใครจะบอกว่าผมได้ความคิดมาจากการอ่านงานของฝรั่งผมก็ไม่ปฏิเสธ การศึกษาเรื่องไทยที่เราเชื่อกันว่าเป็นแบบไทยๆ เอาเข้าจริงก็เป็นผลผลิตของกรอบคิดฝรั่งเช่นกัน เยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งที่รู้ตัวและใช้ได้ดี และที่ไม่รู้ตัวและใช้อย่างหละหลวม แถมยังอ้างว่าไม่ได้อิทธิพลฝรั่งเสียอีก ความรู้ที่อ้างว่าเป็นแบบไทยๆ เอาเข้าจริงเป็นผลผลิตของการส่งผ่านแลกเปลี่ยนความรู้กับฝรั่งมาแต่ไหนแต่ไรเป็นร้อยปีแล้ว

ในขณะที่ผมเห็นว่ามีความต่างกันมากพอควร ระหว่างโลกวิชาการและความรู้ที่ผลิตในสังคมไทยกับที่อื่นอย่างที่พูดไปแล้ว ผมกลับเห็นว่า ผลของการแบ่งว่าใคร อย่างไร เป็นฝรั่ง เป็นไทย อย่างที่เข้าใจกัน มักจะผิดมากกว่าถูก และกลายเป็นแค่วาทกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ความคิดของตัวเอง และลดความน่าเชื่อถือของคนอื่นแค่นั้นเอง เป็นโวหารมากกว่ามีสาระอะไรจริงๆ จังๆ

เอาเข้าจริงผมกลับคิดว่าความคิดของผมมีที่มาจากสังคมไทยมากๆ แต่อาจจะไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นเป็น คนที่มักกล่าวว่าผมเป็นฝรั่งมากไป มักจะดูเอาง่ายๆ จากการที่ผมอยู่ต่างประเทศครึ่งชีวิต ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยรู้จักอากาศนอกประเทศไทยเลย ตลอดครึ่งแรกของชีวิต ผมโดนโปรแกรมโดยสังคมไทยไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผมอาจโดนหล่อหลอมโดยสังคมไทยต่างจากคนอื่น ตรงนี้ต่างหากที่ปัจเจกบุคคลมีสิทธิที่จะแตกต่างกันได้ท่ามกลางปัจจัยที่ใกล้เคียงกัน ความต่างตรงนี้แหละที่ทำให้ผมมักถูกกล่าวหาว่าไม่ค่อยเป็นไทย สังคมไทยไม่ค่อยรู้จัก ไม่ค่อยยอมรับการที่คนในสังคมตัวเองเป็น “คนนอก” คือเกิดระยะห่างที่มองกลับมาดูตัวเอง สังคมตัวเอง ต่างไปจากปลาอยู่ในอ่าง เป็นระยะห่างทางปัญญามากกว่าในเชิงกายภาพ มีคนอย่างนี้อยู่เยอะแยะไป แต่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ทั่วๆ ไป ก็เลยโดนผลักให้กลายเป็นอื่น เป็นฝรั่งไปเสียเลย ผมรู้ตัวและยอมรับว่าตัวเองเป็นคนนอกในแง่นี้ ซึ่งเป็นผลผลิตของสังคมไทยเอง เป็นผลผลิตของภูมิหลังประสบการณ์ที่ผมได้รับจากครึ่งแรกของชีวิตในสังคมไทยเอง ดังนั้นแทนที่ผมจะโดนโปรแกรมให้เป็นเหมือนคนอื่นๆ กลับเกิดระยะห่างทางปัญญาให้ผมมองสังคมไทยจากมุมมองที่ไม่ใช่ปลาอยู่ในอ่าง ผมขอย้ำนะครับว่านี่ไม่ใช่กรณีประหลาด มีคนแบบนี้อีกมากมายในดีกรีต่างๆ กัน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโลกทางปัญญา เพราะระยะห่างดังกล่าวเป็นเรื่องทางปัญญามากกว่าเรื่องกายภาพ

“ช้างน้อย” เคยเรียกผมเป็น “ผี” คืออยู่ในสังคมไทยเดียวกันกับคนอื่นๆ แต่เหมือนอยู่คนละภพภูมิ คุณจะจัดประเภทตามแบบไตรภูมิหรือตามแบบจิตวิทยาก็เชิญ สิ่งที่เหมือนกันคือ สังคมไทยหล่อหลอมให้ผมมีระยะห่างในการมองย้อนกลับมาดูความเป็นไทย ชาตินิยมไทยและอะไรไทยๆ ทั้งหลาย ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่เคยปลอดพ้นจากอิทธิพลของความเป็นไทย ชาตินิยมไทยเหล่านั้นเลย จึงต่างจากฝรั่งที่อยู่นอกสังคมไทยจริงๆ ที่มาศึกษาเรื่องไทยตรงนี้แหละ

ผมคิดว่าสภาวะทางปัญญาแบบนี้ต่างหากที่มีส่วนสำคัญ เป็นฐานของความคิดของผมในการศึกษาเรื่องไทย หนังสือหนังหากรอบคิดทฤษฎีต่างๆ เป็นแค่เครื่องมือที่ “คนนอก” อย่างผมหยิบฉวยมาใช้ ไม่ต่างจากที่นักวิชาการคนไทยอื่นๆ ก็ฉวยใช้ แต่ใช้ในแบบของเขา ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องกรอบคิดทฤษฎีฝรั่งมากเท่ากับเรื่องตำแหน่งแห่งที่ทางปัญญาที่ใช้มองสังคมไทย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องกอดคัมภีร์ฝรั่งไม่รู้จักสังคมไทยอย่างที่กล่าวหากันอย่างมักง่าย ไร้สาระ แต่เป็นเรื่องของการคิดมาจากมุมคนละแบบ ปัญญาชนไทยไม่น้อยที่คิดแบบปลาอยู่ในอ่างก็เป็นอย่างนี้แหละ ชอบผลักไสความแตกต่างให้กลายเป็นฝรั่งต่างชาติไปเสียเลย ง่ายดี

ผมเองรู้ตัวและพอใจกับการมีระยะห่างทางปัญญากับสังคมไทย ยิ่งบวกกับระยะห่างโดยประสบการณ์และกายภาพยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ เพราะสภาวะแบบนี้ช่วยให้ผมมีคำถามกับสังคมฝรั่งจากมุมมองของคนนอกได้แทบทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง และมีคำถามกับสังคมไทยจากมุมมองของคนนอกไปอีกแบบได้ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้งเช่นกัน ผมกลับดีใจว่าผมโตมากับสังคมไทยมากพอ มีประสบการณ์ที่ต้องถือว่าหาได้ยาก ซึ่งหล่อหลอมฐานทางปัญญาของผมในแบบที่อาจจะต่างจากอีกหลายๆ คน แล้วยังมีโอกาสได้มาอยู่ท่ามกลางเงื่อนไขทางปัญญาอีกแบบที่ช่วยให้ผมสามารถคิดข้ามวัฒนธรรมเป็นชีวิตประจำวัน ผมเคยคิดจะเขียนเรื่องนี้หลายครั้ง เก็บโน้ตไว้เต็มไปหมด ทั้งเรื่องโลกวิชาการข้ามวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมองจากข้ามวัฒนธรรม ไปจนถึงชีวิตประจำวัน การเมือง และสารพัดเรื่องจากมุมมองข้ามวัฒนธรรม แต่ลงท้ายผมไม่ได้เขียนสักที เพราะแค่นี้ก็โดนหาว่าเป็นฝรั่งไม่รู้จักสังคมไทยมากพอแล้ว

ออกนอกเรื่องมายืดยาว ขอตอบข้อนี้ปิดท้ายว่า เพื่อนฝรั่งที่ศึกษาเรื่องไทยมา 30 กว่าปีแล้ว แต่งงานกับคนไทย อยู่เมืองไทยปีละ 2-3 เดือน เคยบอกผมว่า Siam Mapped มีรสชาติ (flavor) ที่รู้ได้ชัดๆ ว่าคนเขียนไม่ใช่ฝรั่ง

 

ฟ้าเดียวกัน : ในการสัมมนาไทยศึกษานานาชาติที่ผ่านมา ในฐานะที่อาจารย์เป็นผู้ประสานงานจัดวงสัมมนาเรื่อง “The Monarchy: Accessories, Lèse Majesté, and One Book” ซึ่งมีทั้งการนำเสนอบทความวิชาการ การเสวนาเกี่ยวกับหนังสือ The King Never Smiles ถ้าให้ประเมินอาจารย์คิดว่าปัจจุบันการศึกษาเรื่องสถาบันกษัตริย์มีความก้าวหน้าหรือจุดเปลี่ยนอะไรบ้าง และจุดเปลี่ยนนั้นๆ มีความสำคัญต่อการศึกษาเรื่องไทยอย่างไร

ธงชัย วินิจจะกูล : ฝรั่งที่ศึกษาเรื่องสถาบันกษัตริย์ก็มี แต่ไม่มาก อาจจะมีเรื่องความกลัวไม่ได้วีซ่าด้วย แต่เราคงต้องย้อนกลับไปถามว่ามีฝรั่งทำเรื่องไทยสักกี่คน ประเด็นเกี่ยวกับเมืองไทยมีตั้งมากมาย แต่คนที่เขียนเรื่องนี้เอาเข้าจริงมีอยู่ไม่เยอะ สังคมไทยเองต่างหากที่มีการเขียนเรื่องพระมหากษัตริย์เยอะมาก แต่เราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเยอะในแบบไหน งานที่ทำในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งน้อยมาก นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า การศึกษาเรื่องไทยแบบไทยๆ แบบปลาอยู่ในอ่าง ไม่ได้แปลว่าเข้าท่าเสมอไป เพราะเราอยู่ในกรอบที่ฝังหัวจนไม่เคยโดนท้าทาย ต่อให้มีผู้วิจารณ์เราก็พยายามแก้ตัวแก้ต่างหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลใหม่ ความคิดใหม่ เพื่อลงกรอบเดิมให้ได้  การจัดวงคุยครั้งนี้ขึ้นมาเพราะผมคิดว่าสังคมไทยน่าจะคุยกันได้ในเรื่องนี้ คุยกันดีๆ เป็นเรื่องเป็นราว 

แน่นอนกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นปัญหา ซึ่งในความเห็นผมกฎหมายนี้ควรจะยกเลิกและเปิดให้คุยเรื่องนี้กันได้ แต่แม้ว่ากฎหมายหมิ่นฯ ยังคงอยู่อย่างปัจจุบันนี้ เราก็ยังคุยเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราวได้มากกว่าที่เราคิด จุดประสงค์ของการจัดวงครั้งนี้ขึ้นมาก็เพื่อบอกว่า การคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ถึงแม้จะมีข้อจำกัด แต่ก็ยังมีเรื่องให้คุยกันมากกว่าที่บอกว่าเราพูดไม่ได้ หมายความว่าเรามีสิทธิและมีช่องทางจะพูดเรื่องนี้มากขึ้น และแน่นอนนี่คือการส่งสัญญาณว่าสังคมไทยควรจะต้องคุยกันเรื่องนี้ คุยเรื่องนี้กันอย่างรับผิดชอบ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับสังคมไทยในระยะยาวมากกว่า ผมเชื่อว่ายิ่งคุยกันมากขึ้น จะยิ่งช่วยให้สังคมไทยตระหนักว่ากฎหมายหมิ่นฯ เป็นอุปสรรค เป็นเรื่องไม่เข้าท่า และควรยกเลิกซะ การคุยกันเรื่องสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องจำเป็นมากๆ เร่งด่วนด้วย เพื่อให้สังคมไทยรู้จักคิดรู้จักปรับตัวท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไป แทนที่จะหลอกตัวเองอยู่ร่ำไปแล้วรอวันที่จู่ๆ ก็เกิดปัญหาที่ตั้งตัวรับไม่ทัน กฎหมายหมิ่นฯ เป็นกฎหมายที่ก่อปัญหาต่ออนาคตของสังคมไทย

ทำไมถึงอยากจัดให้มีการคุยเกี่ยวกับหนังสือ The King Never Smiles ของพอล แฮนด์ลีย์ ก็เพราะผมเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ควรที่จะมาพูดคุยถกเถียง ไม่ใช่มาห้าม ไม่ต้องกลัวว่าคนไทยจะรักเคารพเทิดทูนสถาบันกษัตริย์มากขึ้นหรือน้อยลงเพียงเพราะหนังสือเล่มเดียว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นกรรมของสังคมไทย ที่หนังสือเล่มเดียวสามารถจะก่อผลได้ขนาดนั้น ผมคิดว่าสังคมไทยมีวุฒิภาวะพอที่จะคุยถึงหนังสือเล่มนี้ อาจมีผลไม่พึงประสงค์บ้างก็เป็นเรื่องปกติของการถกเถียงกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่จะดีกว่าถ้าสังคมไทยเผชิญกับเรื่องพวกนี้ เพื่อจะรู้จักปรับตัวรู้จักเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น แทนที่จะเอาแต่ปกปิดกัน หรือทำให้คนกลัว ซึ่งไม่ช่วยให้สังคมไทยมีวุฒิภาวะ

นี่คือจุดประสงค์ของการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ การศึกษาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในบ้านเรามีเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ที่ใช้ได้มีไม่มาก และโดยมากก็เป็นการยืนยันกรอบเดิมๆ อย่างเป็นวิชาการ หรืออย่างมีเหตุมีผลหนักแน่นกว่าการสรรเสริญเยินยอตามธรรมเนียมที่มีอยู่อย่างดาษดื่น แวดวงวิชาการมีการพูดคุยเรื่องนี้น้อยเกินไป ทั้งที่เป็นเรื่องที่ควรจะพูดกัน  อาจารย์สมชาย ปรีชาศิลปกุล ชี้ให้เห็นว่าในวงการนิติศาสตร์แทบไม่มีการถกเถียงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา สิ่งนี้สะท้อนถึงการไม่รับผิดชอบของนักวิชาการ ทั้งที่คุยกันได้ว่ากฎหมายนี้ควรต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร แต่กลับไม่มีการคุยกันเลย

 

ฟ้าเดียวกัน : ในการอภิปรายของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่กล่าวว่าเหตุที่วงวิชาการไทยไม่ศึกษาเรื่องสถาบันกษัตริย์มี 2 ประเด็นคือ หนึ่ง กลัวเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ อีกประเด็นหนึ่งคือ วงการไทยศึกษาไม่คิดว่าเป็นประเด็นหลักของการศึกษาเรื่องไทย อาจารย์นิธิบอกว่า The King Never Smiles มีคุณค่ามหาศาลต่อการศึกษาเรื่องการเมืองไทย เพราะเป็นการท้าทายต่อกรอบคำอธิบายเดิมๆ ที่ใช้กันมานาน อาจารย์เห็นด้วยหรือไม่

ธงชัย วินิจจะกูล : ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นิธิในข้อนี้ และเป็นประเด็นสำคัญมาก สถาบันกษัตริย์เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นไปทางสังคมมากมหาศาล แต่เรากลับเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง และยกออกไปไม่นำมาพิจารณาในการวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง อย่างนี้ถ้าไม่ใช่ความมืดบอดทางปัญญา ก็ต้องเรียกว่ารู้แต่กลับไม่รับผิดชอบ

สังคมไทยปล่อยให้ชีวิตของสังคมผูกติดกับความเป็นไปของสถาบันกษัตริย์มากเกินไป เรื่องนี้ก็นับว่าแย่มากแล้ว แต่ซ้ำกลับหลอกตัวเอง ไม่ศึกษา ไม่ยอมให้มีการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีการยกระดับวุฒิภาวะให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง อันนี้แย่มากๆ และอันตราย สังคมที่มีวุฒิภาวะพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงคือสังคมที่เปิดให้มีการถกเถียงกัน คนจะค่อยๆ ปรับความคิดปรับตัว รับรู้สิ่งที่ดีสิ่งที่ไม่ดีแล้วตัดสินเอง ผมไม่เชื่อว่าการเปิดให้คุยเรื่องนี้กันแล้วสังคมไทยจะเปลี่ยนความคิดอย่างมหาศาลในเวลาชั่วข้ามคืน

 

ฟ้าเดียวกัน : ในฐานะนักวิชาการคนหนึ่ง มองจุดแข็งของหนังสือ The King Never Smiles เล่มนี้อยู่ตรงไหน

ธงชัย วินิจจะกูล : จุดแข็งคือมันเปิดประเด็นที่สังคมไทยไม่กล้าพูด ไม่ยอมพูด แต่เอาเข้าจริงแฮนด์ลีย์ไม่ใช่คนแรกที่ทำ คนไทยซุบซิบนินทาเรื่องแบบนี้ทุกวี่วัน แต่ไม่เขียนไม่ถกเถียงกันให้เป็นเรื่องราว ทั้งเพราะกฎหมายหมิ่น ทั้งเพราะไม่พยายามทำ ไม่อยากลงแรงหาเรื่องเดือดร้อน

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นิธิ ว่าหนังสือเล่มนี้พยายามเสนอกรอบอธิบายต่างไปจากเดิมที่นักวิชาการไทยทำ เป็นกรอบที่นักวิชาการไทยไม่คิด หรือคิดแต่ไม่สามารถทำออกมาได้ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ประมวลข่าวลือซุบซิบนินทาอย่างที่หลายคนกล่าวหา แต่เป็นการเสนอกรอบความเข้าใจบทบาทของราชสำนัก กลุ่มนิยมเจ้า  พอล แฮนด์ลีย์ พูดถึงเครือข่ายฝ่ายเจ้า (network monarchy) แม้เขาจะไม่ได้ใช้คำนี้โดยตรงดังที่ดันแคน แมคคาร์โก [1] เสนอไว้ก็ตาม หนังสือเล่มนี้พูดถึงกลุ่มคนที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องทางการเมือง เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ และมีบทบาทในการเมืองไทย ถ้าสังคมเชื่อว่าสถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองก็ต้องรู้ด้วยว่าฝ่ายเจ้าเหล่านี้ไม่ได้อยู่เหนือการเมืองเลย เขาเกี่ยวข้องกับการเมืองมาแต่ไหนแต่ไร อาจารย์นิธิไม่ได้ฟันธงว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับหนังสือนี้ แต่เปิดประเด็นให้คุยกันว่าการวิเคราะห์โดยใช้กรอบนี้เข้าท่าไหม จุดอ่อนจุดแข็งอยู่ตรงไหน ซึ่งก็เป็นจุดประสงค์หนึ่งที่จัดวงพูดคุยนี้ขึ้นมา

ย้อนกลับไปอีกวงสัมมนาที่ อาจารย์สมชาย ปรีชาศิลปกุล และเดวิด สเตร็กฟัสส์ เสนอเรื่อง “The Lèse Majesté Law in Thailand: Its Prosecution, Victims and Implications of Its Use on Politics and History” ผมชอบมากที่วิทยากรทั้งสองท่านสรุปว่ามีทางออกเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 4 ข้อ [2] ใน 4 ข้อนั้น เขาไม่ได้บอกว่าข้อไหนเป็นทางออก เขาบอกว่าสังคมไทยควรจะคุยกันว่าใน 4 เรื่องนี้จะเอาอย่างไร แต่ละเรื่องก็คุยกันได้จมเลย ส่วนการตัดสินว่าจะเลือกข้อไหนก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องหาคำตอบกันเอาเอง

หนังสือของพอล แฮนด์ลีย์ ถือว่าเปิดกรอบมุมมองต่อเรื่องสถาบันกษัตริย์ที่เคยพูดกันมาบ้างออกมาอย่างเป็นชุด มีข้อมูลสนับสนุน ผมคิดว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่ดีกว่าหนังสือที่เขียนมาก่อนหน้า แม้กระทั่ง The Revolutionary King ของวิลเลียม สตีเวนสัน [3] ซึ่งมีโอกาสไปสัมภาษณ์ในหลวง บางคนคิดว่านั่นเป็นจุดแข็ง แต่ผมว่าหนังสือไม่ค่อยมีคุณภาพ ไม่มีสาระสำคัญที่น่าสนใจเลย ถึงแม้พอล แฮนด์ลีย์ไม่ได้สัมภาษณ์ ผมกลับคิดว่าหนังสือเล่มนี้มีสาระให้ขบคิดอะไรใหม่ๆ ดีกว่าหนังสือของสตีเวนสันมากมาย

 

ฟ้าเดียวกัน : แล้วจุดอ่อนของหนังสือเล่มนี้มีอะไรบ้าง

ธงชัย วินิจจะกูล : ผมคิดว่าบทแรกๆ ที่อธิบายความคิดเรื่องธรรมราชาโดยย้อนกลับไปสุโขทัยโน่น อธิบายไม่ดีเท่าไหร่ แถมยังอธิบายแบบประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมเปี๊ยบเลย ความคิดธรรมราชามีมาแต่โบราณ แต่ไม่ใช่อย่างที่ประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยมอธิบาย การอธิบายแบบนั้นเป็นผลผลิตของภูมิปัญญาฝ่ายเจ้าสมัยใหม่ ที่ก่อรูปก่อร่างราว 150 ปีมานี้เอง และค่อนข้างลงตัว 60 ปีมานี้เอง ไม่ใช่เรื่องโบร่ำโบราณสมัยสุโขทัย

ผมชอบการอธิบายช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก แต่ช่วงหลังของหนังสือเอาข่าวลือต่างๆ มาเล่าประกอบมากเหลือเกิน ซึ่งหลายแห่งก็ไม่จำเป็น เพราะสามารถสร้างข้อถกเถียงได้โดยไม่ต้องใช้ข่าวลือพรรค์นั้น แต่ผมต้องยอมรับว่า เขาไม่ได้ใช้ข่าวลือเป็นฐานการวิเคราะห์ แต่ใช้อย่างยอมรับได้ด้วยซ้ำไป คือระบุชัดเจนว่าเป็นข่าวลือ รายละเอียดเชื่อถือไม่ค่อยได้ แต่สะท้อนอะไร ซึ่งมีข้อเท็จจริงสนับสนุนต่างหากอย่างไร

ข้อวิจารณ์ของแอนเนต แฮมิลตัน ในการสัมมนาก็น่าคิด คือแฮนด์ลีย์ทำให้คนไทยดูเป็นพวกล้าหลังงมงายกับสถาบันกษัตริย์อย่างไม่น่าเชื่อ ตรงนี้คุณคิดเอาเองแล้วกันว่าแฮนด์ลีย์เป็นฝรั่งที่ดูถูกคนไทย หรือเขาพูดถูกเพราะคนไทยเป็นอย่างนั้นจริงๆ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ดูเหมือนงมงายก็ต้องการคำอธิบายว่าทำไมจึงกลายเป็นอย่างนั้นไปได้ อีกประเด็นสำคัญคือ ในช่วงครึ่งแรกของหนังสือ ผมว่าเขาอธิบายเครือข่ายของพวกฝ่ายเจ้าได้ดีมาก แต่ช่วงหลังที่ใกล้สมัยปัจจุบันเข้ามากลับกลายเป็นเรื่องของบุคคลมากเข้าทุกที แฮนด์ลีย์ให้เหตุผลว่า เพราะยิ่งนานวันบุคคลยิ่งมีบทบาทสำคัญที่สุดของเครือข่ายทั้งหมด ผมคิดว่าต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง ความสำคัญของเครือข่ายฝ่ายเจ้าในฐานะกลุ่มผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรสนใจอยู่ดี ผมไม่ค่อยเชื่อว่าเครือข่ายในฐานะกลุ่มผลประโยชน์นี้ขึ้นต่อหรืออยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลไปหมด แฮนด์ลีย์เองก็ตระหนักข้อนี้ ดูจากการที่เขาสะสมข้อมูลเกี่ยวกับองคมนตรี สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ด้วย แต่เรื่องพวกนี้กลับจางลงไปในช่วงท้ายๆ ของหนังสือ

 

ฟ้าเดียวกัน : อาจารย์คิดอย่างไรต่อข้อวิจารณ์ของอาจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ในหนังสือ พระผู้ทรงปกเกล้าฯ ประชาธิปไตย [4] ซึ่งแม้จะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าเขียนมาโต้หนังสือ The King Never Smiles ก็ตาม นั่นคืออาจารย์นครินทร์ชี้ว่าแนวคิดที่ว่ากษัตริย์อยู่เบื้องหลังทุกอย่างทางการเมือง ทำให้สถาบันกษัตริย์มีอิทธิพลเกินจริง

ธงชัย วินิจจะกูล : อาจารย์นครินทร์ต้องเถียงออกมาว่ากษัตริย์ไม่ได้อยู่เบื้องหลังอย่างที่แฮนด์ลีย์เสนอ จะอธิบายว่าเป็นเรื่องของเครือข่ายฝ่ายเจ้าแต่ไม่ใช่องค์พระมหากษัตริย์เอง หรือจะอธิบายว่าไม่ใช่ทั้งนั้น ทั้งบุคคลและเครือข่ายไม่ได้เกี่ยวเลย อธิบายออกมาเลยครับ จะได้มีข้อถกเถียงกันได้ แต่หนังสืออาจารย์นครินทร์ไม่ได้อธิบายตรงนี้ กลับโบ้ยไปอธิบายประวัติศาสตร์การเมืองแบบเดิมๆ คือสถาบันกษัตริย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ยกเว้นเมื่อประเทศชาติวุ่นวาย แล้วทรงกอบกู้ประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติได้ ผมต้องถือว่าอาจารย์นครินทร์ผลิตงานตามกรอบเดิมๆ อีกชิ้น โดยไม่ได้วิจารณ์ตอบโต้แฮนด์ลีย์เลยสักนิด

ผมกลับคิดด้วยว่ากฎหมายและวาทกรรมเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้คนฉลาดอย่างอาจารย์นครินทร์ที่อยากจะออกมาตอบโต้แฮนด์ลีย์กลับไม่สามารถทำได้ถนัด ผมเชื่อว่าอาจารย์นครินทร์รู้และอยากจะพูดอยากจะเขียน อยากจะฉะกับแฮนด์ลีย์อย่างตรงไปตรงกว่านี้ แต่กลับไม่สามารถทำได้อย่างที่คิด เพราะการอภิปรายเชิงวิพากษ์วิจารณ์แม้จะลงท้ายเป็นการสรรเสริญเชิดชูก็ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ คุณดูตัวอย่างงานของอาจารย์กอบเกื้อ สุวรรณทัต-เพียร [5] ก็ได้ ผมคิดว่าให้อาจารย์กอบเกื้อเขียนเป็นภาษาไทยก็คงไม่ง่ายนัก ทั้งๆ ที่เป็นงานที่มีนัยตรงข้ามกับแฮนด์ลีย์ลิบลับ กลายเป็นว่าคนที่อยากจะยกย่องเชิดชูเจ้าอย่างวิพากษ์วิจารณ์ก็เกร็งเพราะกลัวจะล้ำเส้นเช่นกัน งานของอาจารย์นครินทร์ก็เลยออกมาเป็นงานวิชาการสำนัก “กษัตริย์นิยมประชาธิปไตย” 2550 ทำนองเดียวกับอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิชและอีกหลายคนที่ออกมาช่วงประมาณปี 2510 ต้นๆ

 

ฟ้าเดียวกัน : ในงานวิจัยชิ้นล่าสุด “6 ตุลาในความทรงจำของฝ่ายขวา: จากชัยชนะสู่ความเงียบ (แต่ยังชนะอยู่ดี), 2519-2549″ ทำให้ความเข้าใจเรื่องฝ่ายขวาไทยของอาจารย์เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง มีอะไรที่เข้าใจมากขึ้น หรืออะไรที่ยังไม่เข้าใจ

ธงชัย วินิจจะกูล : งานเรื่องความทรงจำของฝ่ายขวาที่ผมนำเสนอเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 เป็นส่วนหนึ่งในหัวข้อใหญ่เรื่องความทรงจำเกี่ยวกับ 6 ตุลา ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาฝ่ายขวา ความเงียบเกี่ยวกับ 6 ตุลา มีหลายแบบหลายประเภท ฝ่ายขวาเป็นแบบหนึ่ง ประเภทหนึ่ง แต่ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับฝ่ายขวาเป็นสาระสำคัญที่สุด ผมตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องแวดล้อมกับความเงียบของพวกเขา ทำไมพวกเขาเงียบไป ทำไมไม่พูด เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา พวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไร ทำไมจึงถูกทำให้เงียบลงไป แน่นอน ผมได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับฝ่ายขวา แต่มีหลายแง่หลายมุมสำคัญที่ผมยังไม่ได้แตะเลยถ้าหากประเด็นใหญ่เป็นเรื่องของฝ่ายขวาโดยเฉพาะ แม้กระทั่งการเลือกว่าจะสนใจใคร คุยกับใคร ก็ถือเอาเป้าหมายเรื่องความทรงจำเป็นสำคัญ ถ้าผมต้องการศึกษาฝ่ายขวาเป็นเรื่องใหญ่โดยเฉพาะ ผมต้องเลือกคนอีกแบบ คำถามอีกแบบ

 

ฟ้าเดียวกัน : พอพูดถึงงานในซีกที่ศึกษาขวาไทยที่ไม่ได้ศึกษาในฐานะเป็นปกติ ยังมีประเด็นที่น่าทำอีกเยอะ แล้วในความเห็นของอาจารย์ ถ้าจัดลำดับก่อน-หลังของความจำเป็น (priority) มีประเด็นอะไรน่าทำมากๆ ที่จะเปิดพื้นที่การศึกษาเรื่องนี้

ธงชัย วินิจจะกูล : ผมยังไม่ได้คิด ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่นเรื่องสถาบันกษัตริย์ เรายังศึกษากันน้อย เรายังวิพากษ์วิจารณ์กันน้อย แต่ผมไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้ศึกษาเผยแพร่ข่าวลือทั้งหลายซึ่งไม่เป็นเรื่องเป็นราว ย้อนกลับมาที่งานสัมมนาไทยศึกษา ตอนผมได้อ่านงานศึกษาเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ [6] ปรากฏว่ามันน่าตื่นเต้นมาก แล้วถามว่างานศึกษาเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินฯ เรื่องเดียวเพียงพอแล้วหรือ ไม่พอแน่นอน หรือเรื่องการผลิตเรื่องกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างลัทธิเสด็จพ่อ ร.5 เกี่ยวข้องอย่างไรกับสถาบันกษัตริย์ทั้งหมด โดยเฉพาะปัจจุบัน [7] เราก็ไม่ค่อยได้คิด จริงอยู่มีการพูดเรื่องลัทธิเสด็จพ่อ ร.5 มาพักหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังสามารถตั้งคำถามใหม่ๆ ได้ อีกตัวอย่างหนึ่งในวงสัมมนา มีการเสนอบทความของแฮนด์ลีย์เรื่ององคมนตรี [8] ตัวบทความทำหน้าที่บอกข้อมูล ข้อมูลเหล่านั้นทำให้เราคิดอะไรได้อีกมากมายที่เอาไปศึกษาได้

ตัวผมเองสนใจเรื่องความคิด ภูมิปัญญา ผมสนใจเรื่องชาตินิยมของไทย ความเป็นไทย เพราะผมคิดว่าภูมิปัญญาพรรค์นี้เป็นฐานของฝ่ายอนุรักษนิยมที่ดูเหมือนจะอยู่ต่อไปอีกนาน ความเข้าใจที่ว่าชาตินิยมที่อันตรายและไม่ดีคือความคิดแบบเชื้อชาตินิยมนั้น ผมว่าไม่พอ ผมไม่ค่อยแน่ใจด้วยซ้ำว่าเชื้อชาตินิยมของไทยเป็นเรื่องของเชื้อชาติจริงๆ ผมคิดว่าชาตินิยมของไทยดูคล้ายกับเป็นเรื่องของเชื้อชาติ แต่ที่จริงมีองค์ประกอบอื่นที่ไม่ใช่เรื่องเชื้อชาติ เพราะความรู้เรื่องเชื้อชาติแบบฝรั่งคิดกันไม่เคยมีฐานในสังคมไทยเลย ความรู้มานุษยวิทยากายภาพมีน้อยมากในสังคมไทย วาทกรรมเชื้อชาติในสังคมไทยจึงไม่ใช่เรื่องเชื้อชาติเสียทีเดียว แต่เป็นเรื่องวัฒนธรรมมาตลอด ชาตินิยมไทยเป็นชาตินิยมเชิงการเมืองวัฒนธรรมมาตลอด แต่การต่อสู้ช่วงชิงความหมายชาตินิยมเชิงวัฒนธรรมก็มีมาตลอดเช่นกัน ผมคิดเรื่องนี้มา 20 กว่าปี แต่ยอมรับว่ามีอีกหลายประเด็นที่ยังคิดไม่ชัดเจนอยู่ดี ที่เพิ่งกล่าวไปก็ยังฟังดูชอบกล คงต้องค่อยว่ากันอีกทีในโอกาสอื่น

 

ฟ้าเดียวกัน : แล้วหนังสือ The King Never Smiles ทำไมต้องรอให้ฝรั่งมาเขียน ทั้งที่หลายเรื่องก็เป็นสิ่งที่สังคมไทยรู้กันอยู่มิใช่หรือ

ธงชัย วินิจจะกูล : นั่นน่ะสิ เวลาคนชอบว่าฝรั่งไม่เข้าใจสังคมไทย ผมอยากจะตอบอย่างที่คุณถาม คุณก็เขียนสิ กล้าที่จะเขียน กล้าที่จะค้นสิ ถ้าคุณไม่กล้าที่จะค้น ไม่กล้าที่จะเขียน หรือทำไม่ได้ คุณก็อย่าไปต่อว่าฝรั่งที่เขาคิด เขาค้นแล้วเขาเขียนออกมา ความรู้เป็นของใครก็ได้ แล้วการที่คนอื่นเขาค้น เขาเขียน คุณไม่เห็นด้วย คุณก็เขียนโต้ออกมาสิ คุณก็เถียงเขาไปสิ ความรู้จากมุมข้างนอกจากมุมข้างใน เราเห็นต่างกัน ก็เขียนออกมาสิ ถามว่าเขียนได้ยังไง เดือดร้อนเปล่าๆ ผมว่ายังมีประเด็นและช่องทางให้เขียนได้อีกมากมายโดยไม่เดือดร้อน และยิ่งพูดยิ่งทำก็จะยิ่งท้าทายกฎหมายหมิ่นฯ เรื่องอะไรจะปล่อยให้กฎหมายหมิ่นฯ เป็นฝ่ายกระทำต่อเราอยู่ข้างเดียว เราน่าจะสู้ push the limits ท้าทายกฎหมายหมิ่นฯ ด้วยในระดับที่ทำได้แล้วค่อยๆ เขยิบมากขึ้น

 

เชิงอรรถ 

[1] ดูเพิ่มเติม Duncan McCargo, “Network monarchy and legitimacy crises in Thailand,” Pacific Review, 18: 4 (December 2005), pp. 499-519.

[2] ข้อเสนอต่อกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 4 ข้อนั้นคือ  1. ให้กฎหมายหมิ่นฯ ไม่ครอบคลุมการแสดงออกตามเจตนาของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ  2. ให้ยกเลิกความผิดฐาน ‘ดูหมิ่น’ ซึ่งมีความหมายและกระบวนการพิสูจน์ความผิดต่างจากความผิดฐาน ‘หมิ่นประมาท’  3. ให้จำกัดอำนาจการฟ้องร้องและผู้ฟ้องตามกฎหมายนี้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้เสียหายหรือสำนักพระราชวัง เป็นต้น 4. ให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ดูเพิ่มเติมใน กองบรรณาธิการฟ้าเดียวกัน, “รายงาน : ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ในการประชุมไทยศึกษานานาชาติที่ธรรมศาสตร์,” ประชาไท, 21 มกราคม 2551)

[3] William Stevenson, The Revolutionary King: The True-life Sequel to The King and I. (Robinson Publishing, 2001)

[4] นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, พระผู้ทรงปกเกล้าฯ ประชาธิปไตย: 60 ปี สิริราชสมบัติกับการเมืองการปกครองไทย (กรุงเทพฯ: มติชน, 2549)

[5] Kobkua Suwannathat-Pian, Kings, Country and Constitutions: Thailand’s Political Development 1932-2000 (London: Routledge Curzon, 2003)

[6] Porphant Ouyyanont, “How did the Crown Property Bureau Survive the 1997 Economic Crisis?,”

[7] Irene Stengs, “Celebrating Kingship, Worrying about the Monarchy,”

[8] Paul Handley, “Princes, Politicians, Bureaucrats, Generals: The Evolution of the Privy Council under the Constitutional Monarchy,” นำเสนอโดย Chris Baker

แท็ก:

โพสต์ในกลุ่ม ฟ้าเดียวกันออนไลน์, สัมภาษณ์
แสดงความเห็น (215) 

215 ความคิดเห็น »

  1. พวกมิงจะจุดประเด็นเบื้องสูงทำไมหรือ

    จุดประเด็นโคตรเหง้าสักกะหลาดมิงดีกว่า

    กุจะเกณฑ์คนมาช่วยออกความเห็นให้

    ความเห็นจาก พวกมิงก็แค่กากเดน — April 25, 2008 @ 4:15 pm

  2. ฝรั่งมากินน้ำพริกบอกเผ็ดแล้วมานั่งวิจารย์ว่า น้ำพริกเนี่ยเผ็ดเกินไป ไม่อร่อย

    ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสังคมที่อยู่ ผมอยู่เมืองไทยผมย่อมรู้สึกว่าน้ำพริกที่กินมันไม่เผ็ดเท่าไหร่นี่หว่า คนทั้งประเทศเห็นตรงกัน

    อย่างพวกคุณถ้าชอบอาหารฝรั่งคุณก็ไปอยู่บ้านเมืองเค้าซะสิ อย่ามาอยู่เมืองที่กินน้ำพริกจะได้ไม่กระดากลิ้น

    อยากรู้จริงๆว่าพวกคุณรู้เรื่องเกี่ยวกับคนไทยซักแค่ไหนเชียว ถึงได้กล้านั่งเทียนเขียนหนังสือบ้าบออะไรพวกนี้

    หนังสือห่วยๆนี่ก็เป็นเพียง การมองจากภายนอก ที่ไม่เคยเอาตัวแปรอื่นๆมาคิดด้วย ในหนังสือเคยเขียนไหมว่า ใครเป็นผู้เปลี่ยนภาคอีสานที่เคยแห้งแล้ง

    — เป็นเพียงหนังสือชั้นเลวของฝรั่ง ก็เท่านั้น —

    ความเห็นจาก กูอยู่สูงกว่าพวกมึง — April 25, 2008 @ 4:23 pm

  3. เป็นคำวิจารณ์ที่น่าสนใจ

    ความเห็นจาก Prometheus — April 25, 2008 @ 4:54 pm

  4. เรียนมาจากที่ไหนกันอะ พวกคุณ สงสัยเรียนที่พม่ากันหรอถึงได้คิดกันอย่างนี่

    ความเห็นจาก EveAnglekiki — April 25, 2008 @ 5:00 pm

  5. ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรกันอยู่

    คุนควรตระหนักตัวเองไว้ว่า คุณเป็นใคร แล้ว พระมหากษัตริย์ เป็นอย่างไร
    ผมว่าคุณอยู่ ต่างประเทศมากไปหรือเปล่า จึงลืมว่าคนไทยส่วนใหญ่คิดแบบไหน

    คุณเป็นใคร คุณทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง มีแต่ความคิดแตกต่าง

    พระมหากษัตริย์ ท่านมีประคุณกับคนทั้งประเทศ

    เอาคนอย่างคุณซักล้านคน ยังเทียบท่านไม่ได้ อย่า คิดที่จะ ทำอะไร ขอร้อง

    ภัยจะมาถึงตัวคุณ

    ความเห็นจาก BoyzoneX — April 25, 2008 @ 5:12 pm

  6. ไอ้ พวกคลั่งจ้าว!!! มันเต้นกันดิ้นพล่านเลยว่ะ โชติศักดิ์เขาเป็นเสียงส่วนใหญ่ของโลกใบนี้

    พวกมืงนั่นแหละที่เป็นชนกลุ่มน้อย คนบนโลกนี้เขารักเสรี กันเป็นส่วนใหญ่ของโลกโว้ย มีแต่ พวกมืงส่วนใหญ่ในประเทศไทยนี่แหละ ที่ชอบเป็นทาส

    ฟายเอ้ย พวกมืง รีบทำงาน หาตังแล้วเก็บเงินสร้างยานอวกาศไปอยู่ บนดาว

    อังคารเลยนะ คนบนโลกนี้ไม่ต้องการ สัตว์ที่มีสมองเซลเดียว อย่างพวกมืง

    ออกไปจากโลกนี้เลยไอ้พวก ที่มาด่า โชติศักดิ์พวกมืงมันชนกลุ่มน้อย

    ของโลกใบนี้ ออกไป!! ออกไป!! ออกไป!! ไปสร้างประเทศใหม่บนดาวอังคารเลยนะพวกมืงอ่ะ ออกไป!!!

    ความเห็นจาก เสียงส่วนใหญ่ของโลก — April 25, 2008 @ 5:50 pm

  7. ไอ้ พวกคลั่งจ้าว!!! มันเต้นกันดิ้นพล่านเลยว่ะ โชติศักดิ์เขาเป็นเสียงส่วนใหญ่ของโลกใบนี้

    พวกมืงนั่นแหละที่เป็นชนกลุ่มน้อย คนบนโลกนี้เขารักเสรี กันเป็นส่วนใหญ่ของโลกโว้ย มีแต่ พวกมืงส่วนใหญ่ในประเทศไทยนี่แหละ ที่ชอบเป็นทาส

    ฟายเอ้ย พวกมืง รีบทำงาน หาตังแล้วเก็บเงินสร้างยานอวกาศไปอยู่ บนดาว

    อังคารเลยนะ คนบนโลกนี้ไม่ต้องการ สัตว์ที่มีสมองเซลเดียว อย่างพวกมืง

    ออกไปจากโลกนี้เลยไอ้พวก ที่มาด่า โชติศักดิ์พวกมืงมันชนกลุ่มน้อย

    ของโลกใบนี้ ออกไป!! ออกไป!! ออกไป!! ไปสร้างประเทศใหม่บนดาวอังคารเลยนะพวกมืงอ่ะ ออกไป!!!.

    ความเห็นจาก เสียงส่วนใหญ่ของโลก — April 25, 2008 @ 5:52 pm

  8. ไอ้ พวกคลั่งจ้าว!!! มันเต้นกันดิ้นพล่านเลยว่ะ โชติศักดิ์เขาเป็นเสียงส่วนใหญ่ของโลกใบนี้

    พวกมืงนั่นแหละที่เป็นชนกลุ่มน้อย คนบนโลกนี้เขารักเสรี กันเป็นส่วนใหญ่ของโลกโว้ย มีแต่ พวกมืงส่วนใหญ่ในประเทศไทยนี่แหละ ที่ชอบเป็นทาส

    ฟายเอ้ย พวกมืง รีบทำงาน หาตังแล้วเก็บเงินสร้างยานอวกาศไปอยู่ บนดาว

    อังคารเลยนะ คนบนโลกนี้ไม่ต้องการ สัตว์ที่มีสมองเซลเดียว อย่างพวกมืง

    ออกไปจากโลกนี้เลยไอ้พวก ที่มาด่า โชติศักดิ์พวกมืงมันชนกลุ่มน้อย

    ของโลกใบนี้ ออกไป!! ออกไป!! ออกไป!! ไปสร้างประเทศใหม่บนดาวอังคารเลยนะพวกมืงอ่ะ ออกไป!!!..

    ความเห็นจาก เสียงส่วนใหญ่ของโลก — April 25, 2008 @ 5:52 pm

  9. มีแต่ความหยาบบคายแบบไร้สติ

    ความหยาบคายแบบนี้ละที่เมื่อเป็นข่าวแล้วเสียหาย

    แต่ก็มีคนหน้ามืดตามัวเข้ามาหยาบคายไปเรื่อยๆโดยไม่สนความจริงข้อนั้น

    ความเห็นจาก กร — April 25, 2008 @ 5:53 pm

  10. ดิฉันไม่ว่สให้คนที่เขาแตะของสูงและไม่ได้ตำหนิกลุ่มที่ไม่ยอมให้แตะ
    บอกจากใจว่า เป็นคนที่อ่านประวัติศาสตร์มาแค่เสี้ยวหนึ่งและดิฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อให้เห็นของสูงประเทสอิ่น แน่นอน บริบทและรากเหง้าความเป็นมามันต่างกันแน่ แต่ดิฉันไม่เชื่อทุกคำพูดของนักประวัติศาสตร์นะคะ เพราะอะไร มีความรู้ประวัติศาสตร์หลายอย่างที่ ดิฉันไม่ได้อ่านจากข้อเท็จจริง
    มันเป็นการเขียนจากพื้นฐานความเป็นวีรบุรุษของกษัตริย์ เห็นใจเราเองที่แตะไม่ได้ อ่านไม่ได้ อย่าลืมนะคะ เรามีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก ท่าน ก็เป็นอย่างเรา
    ให้ท่านเป็นอย่างมนุษย์ ท่านจะสบายใจ ถ้าเรากำหนดให้ท่านวิเศษอย่างพระพุทธเจ้า เวลาที่เราเจออะไรที่มนุษย์ก็ทำผิดได้ เราจะผิดหวัง
    ลองถามตัวเองบ้างไหม ประเทศเกาหลี นำเสนอภาพของราชบัลลังค์อลังการ มีข้อคิด แต่ทำไมระบบที่ว่าอยู่ไม่ได้ กระทั่งประเทศจีน ทำไมของเราอยู่ได้ โลกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สิทธิมนุษย์เท่าเทียมกันนะ แต่เราต้องเคารพเพราะต้องเคารพเราก็ทำ บางครั้ง ความไม่เข้าใจของเราเองคือพวกเราไปสร้างความยุ่งยากใหท่านซะเอง …

    ความเห็นจาก คนแม่มูล — April 25, 2008 @ 5:56 pm

  11. เวลาโต้ตอบอะไรในเว็บ คนไทยแสดงความหยาบคายพอๆกับนักการเมือง เถียงกันด้วยคำพูดหยาบๆ มัน…เห็แล้วอยากร้องไห้ ประเทศไทยสร้างบุคลากรให้เป็นแค่นักด่า นักเถียง เลิกเถอะครับ …..เร่งสร้างชาติไทยของเราดีกว่าอีก 10ปี หวังว่ารถไทยชือ หนุมาน 1 จะออกขายซะที หรือคนไทยได้เหรียญโอลิมปิกติด 1ใน 10 ประเทศก้าวหน้า

    ความเห็นจาก คนแม่มูล — April 25, 2008 @ 6:01 pm

  12. กบฏ

    ความเห็นจาก gf — April 25, 2008 @ 6:13 pm

  13. ที่มิงด่าว่าคลั่งจ้าว มิงระยำตำช้านรกสิ่งมาเกิดความคิดสมองหมาปัญญาควาย
    มิงที่ด่านายหลวงคือสัตว์นรก

    ความเห็นจาก gf — April 25, 2008 @ 6:17 pm

  14. เพิ่งรู้ว่าอัตลักษณ์ที่แสดงความเป็นไทย ก็คือ

    1) แสดงความถ่อยสถุนเข้าไว้
    2) พูดจาหยาบคาย
    3) สอพลออำนาจ
    4) นิยมความรุนแรง
    5) สำนึกแบบหมาหมู่

    ป.ล. ตอนนี้คิดได้เท่านี้ สำหรับการวิเคราะห์ความเป็นไทย …รอเกรียนมาตอบจะได้นำมาวิเคราะห์ต่อ

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:22 pm

  15. คนไทยเขียนถึงพระมหากษัตริย์เหมือนปลาที่ไม่เคยรู้จักชีวิตแบบอื่นที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในน้ำ และเห็นว่าชีวิตท่ามกลางน้ำในอ่างใบนั้นวิเศษที่สุด

    จริงครับอาจารย์ …เห็นภาพ เห็นภาพ

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:25 pm

  16. ” ผมกลับเห็นว่า ผลของการแบ่งว่าใคร อย่างไร เป็นฝรั่ง เป็นไทย อย่างที่เข้าใจกัน มักจะผิดมากกว่าถูก และกลายเป็นแค่วาทกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ความคิดของตัวเอง และลดความน่าเชื่อถือของคนอื่นแค่นั้นเอง เป็นโวหารมากกว่ามีสาระอะไรจริงๆ จังๆ”

    อาจารย์ยิ่งพูดยิ่งโดนใจ

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:32 pm

  17. “ผมเชื่อว่ายิ่งคุยกันมากขึ้น จะยิ่งช่วยให้สังคมไทยตระหนักว่ากฎหมายหมิ่นฯ เป็นอุปสรรค เป็นเรื่องไม่เข้าท่า และควรยกเลิกซะ การคุยกันเรื่องสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องจำเป็นมากๆ เร่งด่วนด้วย เพื่อให้สังคมไทยรู้จักคิดรู้จักปรับตัวท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไป แทนที่จะหลอกตัวเองอยู่ร่ำไปแล้วรอวันที่จู่ๆ ก็เกิดปัญหาที่ตั้งตัวรับไม่ทัน กฎหมายหมิ่นฯ เป็นกฎหมายที่ก่อปัญหาต่ออนาคตของสังคมไทย”

    มันเห็นๆแล้วครับ …พอพูดก็หาว่าไม่ใช่คนไทยอีก เฮ้อ กรูล่ะกลุ้ม

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:36 pm

  18. “สังคมไทยปล่อยให้ชีวิตของสังคมผูกติดกับความเป็นไปของสถาบันกษัตริย์มากเกินไป เรื่องนี้ก็นับว่าแย่มากแล้ว แต่ซ้ำกลับหลอกตัวเอง ไม่ศึกษา ไม่ยอมให้มีการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีการยกระดับวุฒิภาวะให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง อันนี้แย่มากๆ และอันตราย สังคมที่มีวุฒิภาวะพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงคือสังคมที่เปิดให้มีการถกเถียงกัน คนจะค่อยๆ ปรับความคิดปรับตัว รับรู้สิ่งที่ดีสิ่งที่ไม่ดีแล้วตัดสินเอง ผมไม่เชื่อว่าการเปิดให้คุยเรื่องนี้กันแล้วสังคมไทยจะเปลี่ยนความคิดอย่างมหาศาลในเวลาชั่วข้ามคืน”

    จะทำยังไงดีล่ะครับ แค่ไม่ยืนมันก็ด่าพ่อล่อแม่เราแล้ว อย่าว่าแต่พูดวิจารณ์เลย

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:41 pm

  19. “หนังสืออาจารย์นครินทร์ไม่ได้อธิบายตรงนี้ กลับโบ้ยไปอธิบายประวัติศาสตร์การเมืองแบบเดิมๆ คือสถาบันกษัตริย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ยกเว้นเมื่อประเทศชาติวุ่นวาย แล้วทรงกอบกู้ประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติได้ ผมต้องถือว่าอาจารย์นครินทร์ผลิตงานตามกรอบเดิมๆ อีกชิ้น โดยไม่ได้วิจารณ์ตอบโต้แฮนด์ลีย์เลยสักนิด”

    อาจารย์นครินทร์เนี่ย คงเป็นปลาทองตัวเอ้ เลยใช่ไหมครับ?

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:45 pm

  20. “ท้าทายกฎหมายหมิ่นฯ ด้วยในระดับที่ทำได้แล้วค่อยๆ เขยิบมากขึ้น”

    เฮ้อ ..ความเป็นไทยในแบบถ่อยสถุนคงอยู่ไปอีกนานครับ

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 6:49 pm

  21. Homo erectus คุณคิดว่าคนไทยโง่เเล้วตนเองฉลาดเพิ่งคนเดียว
    ทำไมไม่ถามตัวเองว่าตัวคุณมีการปรับตัวโลกจริงๆได้มากเค่ไหนคนไทยผูกพันธุ์กษัตริย์ เป็นเเบบนี้มาช้านานจะว่าล้าหลังไม่ทันสมัยไม่ได้คนสมัยนี้มันไม่เห็นบุญคุณของท่านท่าคุณคิดเทียมเท่าเเล้วคุณเองทำไมไม่ดูตัวเอง เคยทำผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติบางหรือยัง ญี่ปุ่น ก็ยังรักกษัตริย์เหมือนๆกับเราดั่งเดิมหมดทุกอย่างทำไมบ้านเค้าถึงเจริญทำอย่างตัวเองดีรู้ดีไปหมดคุณอะ
    จะเปลี่ยนเเปลงตอนนี้ดีไหม คนฉลาดผู้เเสนฉลาดที่สุด

    ความเห็นจาก gf — April 25, 2008 @ 7:03 pm

  22. ไอ้พวกเหรี้ยทั้งสถาบัญ ไอ้ชนนกลุ่มน้อย สวะแผ่นดิน!

    ไม่สำนึกบุญคุณแผ่นดิน ไม่ดิ สัตว์มันรู้คุณ รู้บุญคนพ่อ แม่มันที่ให้เกิดมา

    แต่พวกมืงมัยยิ่งกว่าสัตว์หว่ะ

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 7:04 pm

  23. ไอ้สัตว์ gf

    กบฎ แผ่นดิน

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 7:05 pm

  24. อย่ามาพูดจาดูถูกทางอ้อมพูดอะไรไว้ควรระวังคนไทยรักกษัตริย์นั่นไม่ได้หมายความว่าโง่หรือยึดติดของเดิมๆกษัตริย์คือประมุขของเราพวกคุณยอมไม่เข้าใจความดีงามของท่านหรอกเเละพวกคุณไม่ต่างอะไรกับ บัวใต้น้ำ ผมงดความถ่อย สถุน ความคิดเเย่เเบบนี้ ถือว่าคุณเป็นกฏบทรยศชาติ เเล้วอย่ามาหาว่าผมผูกติดเเบบเรื่องเดิมๆเลยครับระวังคำพูด ไม่เห็นความดีงามที่ท่านได้ทำไว้กับประเทศชาติไว้ความกระจ่างของคุณก็ไม่มีทางให้เห็นหรอกคับ ท่าตัวเองฉลาด มีมันสมอง พูดออกมาสิ จะมีความรู้ได้นานเท่าไรนายหลวงของราชวงค์กษัตริย์ปันจุบันทำความดีไว้ให้ลูกหลานลูกบางตัว เอ่ย บางคนยังจะไม่เห็นคุณค่าของท่านกลับด่าว่าคนไม่ศึกษา หลอกตัวเองอย่างนู้นอย่างนี้ ชีวิตของคุณนั่นจะมีคุณค่าอะไรกับคนบนโลกนี้บางไหมครับ

    ความเห็นจาก gf — April 25, 2008 @ 7:12 pm

  25. กบฏคือพวกคุณ หรือเปล่าไม่ทราบผมรู้คุณพ่อเเม่ที่ให้กำเนิดเเละรู้บุญกษัตริย์ด้วยไม่เหมือนใครบางคน ด่าไอสัสgfกบฏเเผ่นดินไม่ได้หนักหัวใครคุณโตจนหมาเรียตูดไม่ถึงละสิ โถ๋เด็กน้อย ไม่พอใจอะไรเช่ญด่าตามอัธยาสัยถือว่าที่ด่าผมมันด่าเข้าพ่อเข้าเเม่ตัวเอง ผมเป็นสัตว์ประเสริฐครับไม่น่าเข้าเว๊ปกบฏเลยปล่อยให้กบฏเห่าต่อไปเล่นๆ

    ความเห็นจาก gf — April 25, 2008 @ 7:16 pm

  26. คุณ gf กำลังจับประเด็นผิด ไม่ได้มีใครใส่ใจสนใจว่าคุณจะรักนิยมหรือไม่นิยม เพราะนั่นมันเสรีภาพของคุณ

    ปัญหามันอยู่ที่การยึดติดจนเกิดลักษณะที่สามารถกระทำความรุนแรงต่อผู้อื่นได้ คุณเคยได้ยินข่าวที่มีคนบ้าทุบเทวรูป แล้วโดนรุมประชาทัณฑ์สินะครับ?

    ผมอยากถามคุณว่า นั่นคือ ความรัก ความชอบธรรม ของมนุษย์ผู้มีความดีงามมีจริยธรรม คุณธรรม ที่กระทำต่อผู้อื่นได้งั้นหรือ??

    กรณีคุณโชติศักดิ์ เขาให้ความเคารพผู้อื่น โดยการนั่งอย่างสงบ ปัญหาอยู่ที่เขาหรือคนที่ใช้ความรุนแรงกับเขากันแน่ครับ??

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 7:32 pm

  27. คุณ gf ครับ

    ผมว่าคุณ……ที่ด่าคุณข้างบนน่ะ ก็คือ พวกคลั่งไร้สติที่เริ่มมีอาการ “ด่า” ไม่เลือกโดยไม่อ่านเนื้อหาเสียแล้วล่ะ

    คุณคิดว่าคนในสังคมเราควรจะเป็นอย่างนี้น่ะเหรอครับ??

    หากคุณยอมรับเคารพเสรีภาพคนอื่น คุณต้องยอมรับเสรีภาพในการเห็นต่างด้วย

    ความเห็นจาก Homo erectus — April 25, 2008 @ 7:34 pm

  28. เมิงคิดของเมิงเอาเอง ไอ่ธงชัย ไอ่ด๊อกตวยหัวเค่อ ไอ้มะกัน ในหลวงเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นพ่อของแผ่นดิน ท่านรักประชาชนคนไทยทำทุกอย่างเพื่อคนไทย แผ่นดินไทย เมิงอยู่เมืองไทยหรือป่าว เรียนหนังสือที่เมืองไทยหรือป่าว พ่อแม่เมิงสอนเมิงมาอย่างนี้เหรอไอ่ธงชัย ริยำจิงจิง

    ความเห็นจาก คนไทยรักในหลวง — April 25, 2008 @ 8:26 pm

  29. ฟ้าเดียวกันพิมพ์ผิดหรือเปล่า เพราะข้างบนสุดเขียนว่าบทสัมภาษณ์นี้ตีพิมพ์ในฉบับปี 2550 แต่บทสัมภาษณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2551 หลัง Thai Studies Conference ไม่ใช่หรือ

    ความเห็นจาก little miss sunshine — April 25, 2008 @ 8:29 pm

  30. ผู้ใหญ่ แต่ความคิดยิ่งกว่าเด็กอีก เด็กยังคิดได้

    สะวแผ่นดินเอ้ย

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 10:28 pm

  31. ไอ้ gf ทำมามีวิชาการ สมองความคิดมัน โครตเด็กเลย

    เด็ก ป4 ยังรู้บุญคุณแผ่นดิน ไม่ควายเหมือนพวกมืง กบฎ

    ใช้คำสุภาพกับพวกนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ ไอ้พวกกบฎแผ่นดิน

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 10:30 pm

  32. อ่อ รู้สึกจะด่าผิดคนแฮะ โทษที gf ผมงง

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 10:32 pm

  33. งั้นเปลี่ยนไปเป็นพวก ไอ้ โชติสัตว์ ละกัน ระบุชื่อชัดเจน

    สวะแผ่นดิน

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 10:33 pm

  34. พอดีเขอ นิสัยแบบไอ้ โชสัตว์เข้าไปมึนเลย

    ไม่นึกว่าจะมีคนกล้าทำตัวเป็นสวะแผ่นดินอีก

    ความเห็นจาก ........... — April 25, 2008 @ 10:37 pm

  35. ……..พูดดีหน่อยนะ คุณเเหละสมองเหมือนเด็กป1 หรืออนุบาล1ด้วยซ้ำไม่ได้ทำมาเป็นวิชาการไม่ทำตัวเด่นหรอกคุณสมองหัดเเยกเเยะให้ถูกว่าพูดถึงอะไรฟังไม่ศัพท์จับมากระเดียด

    ความเห็นจาก dfk[^dhk — April 25, 2008 @ 11:01 pm

  36. ชัยชนะ ของ โมนาซิ คือการล้างสมองประชาชน โดยการสร้างปอบปาแกนดาและ สตาเตรจี้ ต่างๆ จึงอย่าแปลกใจถ้าคนไทยจะกราบหมู 5 ขา ท่อนไม้ ท่อนซุง หรือกระทั่งแผ่นลดไข้

    ความเห็นจาก เกรียน — April 25, 2008 @ 11:20 pm

  37. พวกมรึงทั้งโคตร ไปตายไป เชื่อดิ มรึงคงหางานทำยากอ่ะ
    แล้วอย่าไปเดินที่ซี้ ซั้ว นะ เดี๋ยวจะโดน ฆ่า เอา

    พวกกบฏ อีกไม่นาน พวกมรึง คงตายไปยก ครอบครัว

    ท่ามรึงไม่เคารพ กษัตรย์ ของ พวกเรา ก็ไปที่ประเทศ อื่น

    ดูพวก มรึงแล้วไม่มีเงา หัวแล้ว

    ไม่นาน คง ตาย คา ตีน พวกเราจำไว้

    พวกเรา รัก ในหลวง สู้เพื่อในหลวง

    แล้วภาษา ไทยที่มรึงใช้ เขียน ที่เสื้อมรึง ก็ไม่สมควรใช้

    จำไว้ พวกสมองหมา คงไม่มีโอกาศ ทางสังคมให้พวกมรึง กลับตัวหลอก

    ไม่ต้อนรับ พวก กบฏ

    ความเห็นจาก bank — April 26, 2008 @ 12:11 am

  38. คนเรามีหลายประเภท
    กบฏผมว่ามันหมดไปแล้วนะ (หรือซ่อนเงียบ)
    ผมขอแสดงความคิดว่า
    บทวิจารณ์ของท่านอาจารย์เขาเกิดประโยชน์มากมาย
    เพราะมันเป็นมุมมองที่กล้าเปิดเผย
    แต่ประชาชนคนไทยเคารพพระมหากษัตริย์
    เพราะท่านฝักใฝ่งานอย่างจริงจังจนแก้ปัญหาต่างๆมามาก
    ถ้าใครกล้าถามว่า “ในหลวงครับถ้าจะเลือกเกิดจะเกิดเป็นกษัตริย์ไหม”
    ผมรับรองได้ว่า ไม่อยาก เพราะงานมันเยอะและเหนื่อยและต้องทำงาน
    ให้สมกับตำแหน่ง สู้เป็นรากหญ้ามีข่าวกินติดตามข่าวสารปรับ
    ตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจแล้วก็ตายเพราะความแก่ มันสบายกว่า
    มีคนกลุ่มนึงต่อต้านระบอบนี้ ผมก็ไม่เ้ข้าใจว่าชิงชังอะไรขนาดนั้น
    เวลาให้แสดงความคิดเห็น บางท่านบอกว่า ‘ทาส’
    ผมคิดว่าทาส มันจบไปอย่างเปิดเผยตอน ร.5 ไปแล้ว (แต่ก็ัยังมีซ่อน)
    ในกรณีนี้ผมว่าไม่ได้เป็นทาสหรอก ถ้าเป็นทาสก็ทาส รมน. และ
    รัฐบาล และครับ
    เรื่องเคารพเพลงในโรงหนัง ผมว่ามันเป็น บรรทัดฐานจิตสำนึกอย่างหนึ่ง
    อย่าน้อย ‘เราลุกขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ท่าน เพราะท่านเป็นตัวอย่างที่ดีในตอนนี้’
    มิใช่เราลุกขึ้นเพราะ มันบังคับ
    มันไม่ผิดหรอกที่ไม่ลุก แต่มันอยู่ที่จิตใจคุณเองว่าสลดมากน้อยแค่ไหน
    เปรียบเทียบง่าย คล้ายทักทายผุ้หลักผู้ใหญ่ คุณไม่ต้องไหวก็ได้
    แต่ไหว้เพราะธรรมเนียมและลึกไปกว่านั้น ‘เขาเป็นคนดี’
    มิฉะนั้นคงไม่มีคำพูดที่ว่า ‘คนไม่ดีอย่าไปไหว้มัน’ อย่างนั้น

    ผมว่าอย่างนี้นะ

    ความเห็นจาก 111 — April 26, 2008 @ 12:27 am

  39. อย่า เห่าแต่ในเวป ไอ้ควาย แน่จริงมืงก็ไปยิงมันเด้

    กล้าป่าว ไอ้ควายเอ้ย !!กูล่ะเบื่อ คนอย่างพวกมืงนี่แหละ

    เวลาพม่าบุกมา ได้แต่เกี่ยงกันรบ มืงดูไอ้โชติศักดิ์ดิว่ะ

    ถึงมันจะทำไม่ถูกต้อง แต่กูว่ามันยังไม่ใจหีมดเท่าพวกมืง

    มันรู้ว่ามันทำแบบนี้แล้วต้องตาย มันก็ยังใจกล้าที่จะทำ

    ไม่เหมือนพวกมืงหรอกว่ะ อ้างแต่รักในหลวง แต่เสือก

    เห่าได้แค่ในเวป เก่งจริง มืงสมัครไปรบที่ใต้สิวะ

    ไอ้ควายเอ้ย แค่นี้ ไทยกับไทย มันก็ รบกันเองจะแย่อยู่แล้ว

    มืงยังจะฆ่าคนไทย เพราะเรื่องแค่นี้เหรอว่ะ

    มึงให้อภัยกันไม่เป็นหรือไงว่ะ

    มืงคิดว่า ถ้ามืงฆ่า ไอ้โชติศักดิ์แล้ว ในหลวง ท่านจะเห็นด้วย

    กับมืงหรือไง ไอ้ควาย ในหลวงท่าน บอก กล่าวพวกมืงอยู่ทุกวี่

    ทุกวัน ว่าไทย จะมาฆ่า ไทยด้วยกันเองไม่ได้

    ไอ้ควายเอ้ย กูเห็นด่ากันมาหลายเวปและ กูก็รู้ว่าพวกมืงโกธแค้นมัน

    เพราะรักในหลวง แต่ขอโทษเถอะ ใครๆก็รักในหลวงทั้งนั้นแหละว่ะ
    กูก็รักในหลวงไม่น้อยไปกว่าพวกมืงหรอก

    ส่วนไอ้โชติศักดิ์มันจะรักหรือไม่รัก ก็ช่างหีแม่มัน

    ยิ่งมืงไปทำมัน ก็ยิ่งจะเหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟ

    มืงอยากให้ พวกNGO ต่างประเทศ โจมตีไทย

    โจมตีสถาบัน แล้วหาเรื่อง คว่ำบาตรไทยหรือไงว่ะ

    พวกมืงเอานั้นแหละ ที่จะ ทำลายชาติทางอ้อม หัดคิดซะมั่ง

    ตอนนี้สื่อต่างประเทศมัน จ้องไทยอยู่ ว่า ราชการไทยจะทำไง

    กับไอ้โชติศักดิ์ หัดคิดมั่ง ควายเอ้ย

    ความเห็นจาก กูคนไทยรักในหลวงเหมือนกัน — April 26, 2008 @ 12:58 am

  40. อย่า เห่าแต่ในเวป ไอ้ควาย แน่จริงมืงก็ไปยิงมันเด้

    กล้าป่าว ไอ้ควายเอ้ย !!กูล่ะเบื่อ คนอย่างพวกมืงนี่แหละ

    เวลาพม่าบุกมา ได้แต่เกี่ยงกันรบ มืงดูไอ้โชติศักดิ์ดิว่ะ

    ถึงมันจะทำไม่ถูกต้อง แต่กูว่ามันยังไม่ใจหีมดเท่าพวกมืง

    มันรู้ว่ามันทำแบบนี้แล้วต้องตาย มันก็ยังใจกล้าที่จะทำ.

    ไม่เหมือนพวกมืงหรอกว่ะ อ้างแต่รักในหลวง แต่เสือก

    เห่าได้แค่ในเวป เก่งจริง มืงสมัครไปรบที่ใต้สิวะ

    ไอ้ควายเอ้ย แค่นี้ ไทยกับไทย มันก็ รบกันเองจะแย่อยู่แล้ว

    มืงยังจะฆ่าคนไทย เพราะเรื่องแค่นี้เหรอว่ะ

    มึงให้อภัยกันไม่เป็นหรือไงว่ะ

    มืงคิดว่า ถ้ามืงฆ่า ไอ้โชติศักดิ์แล้ว ในหลวง ท่านจะเห็นด้วย

    กับมืงหรือไง ไอ้ควาย ในหลวงท่าน บอก กล่าวพวกมืงอยู่ทุกวี่

    ทุกวัน ว่าไทย จะมาฆ่า ไทยด้วยกันเองไม่ได้

    ไอ้ควายเอ้ย กูเห็นด่ากันมาหลายเวปและ กูก็รู้ว่าพวกมืงโกธแค้นมัน

    เพราะรักในหลวง แต่ขอโทษเถอะ ใครๆก็รักในหลวงทั้งนั้นแหละว่ะ
    กูก็รักในหลวงไม่น้อยไปกว่าพวกมืงหรอก

    ส่วนไอ้โชติศักดิ์มันจะรักหรือไม่รัก ก็ช่างหีแม่มัน

    ยิ่งมืงไปทำมัน ก็ยิ่งจะเหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟ

    มืงอยากให้ พวกNGO ต่างประเทศ โจมตีไทย

    โจมตีสถาบัน แล้วหาเรื่อง คว่ำบาตรไทยหรือไงว่ะ

    พวกมืงเอานั้นแหละ ที่จะ ทำลายชาติทางอ้อม หัดคิดซะมั่ง

    ตอนนี้สื่อต่างประเทศมัน จ้องไทยอยู่ ว่า ราชการไทยจะทำไง

    กับไอ้โชติศักดิ์ หัดคิดมั่ง ควายเอ้ย

    ความเห็นจาก กูคนไทยรักในหลวงเหมือนกัน — April 26, 2008 @ 1:00 am

  41. เดี่ยววันไหน UN ใส่หมวกฟ้า กับทหารไอ้กันใส่ลายพรางเข้ามาในไทย

    วันนั้นแหละ สิ้นชาติสิ้นแผ่นดินของจริง จำไว้ อย่าทำตัวล่อเป้า

    ให้มันเข้ามาสิว่ะ

    ความเห็นจาก กูคนไทยรักในหลวงเหมือนกัน — April 26, 2008 @ 1:02 am

  42. ความเห็นจาก bank — April 26, 2008 @ 12:11 am

    จะทำเรื่องไม่ดี ผิดกฏหมายก็ไม่ต้องเอาในหลวงมาอ้างให้เสื่อมเสียหรอก

    คนรักในหลวงที่ไม่หยาบคาย คงเอือมระอากับพวกรักในหลวงแต่เอาในหลวงมาอ้างในการทำผิดกฏหมายเหล่านี้มากๆๆ

    ความเห็นจาก กร — April 26, 2008 @ 1:11 am

  43. **********
    **********
    จะให้กรูพูดตรงๆนะ
    Homo erectus
    มรึงจะรีบทำประแสงดาบอะไรครับ
    รีบแก้กฏหมาย จะรีบแก้ทำด๋อยอะไร ณ ปัจจุบันนี้ หา….!!!
    ทำเป็นกระต่ายตื่นตูม…
    กรูเข้าใจพวกมรึงเตรียมพร้อม กรูรู้สาด แต่เหรี้ยเอ้ย…..อย่ายัดเยียดให้มาก
    มึงจะให้คนทุกคนในชาติเห็นพ้องกับมึง ณ ตอนนี้ ใช้สมองน้อยๆคิดดูก่อนว่าความเป็นไปได้อยู่ที่เท่าไหร่ ไม่ใช่เอะอะกูจะทำ แผนกูดีแล้ว (สรุปว่าชาวบ้านโง่ หรือมึงโง่)
    กูรู้มึงฉลาดสัดๆ…แต่ทุกอย่างมันขึ้นกับเวลา ลองหากฏ Space & Time มาอ่านมั่งสาด….กาละ (เวลา)เทศะ (สถานที่) การกระทำบางอย่างเหมาะกับบางเวลา การกระทำบางอย่างยังไม่เหมาะเวลานี้เมิงจะอดทนรอไม่ได้เลยเหรอสาดดด กลัวจะตายก่อนรึไง…..
    กูเข้าใจว่าบางสิ่งต้องมีการเปลี่ยนกูรู้ กูเข้าใจ แล้วกูรู้ว่าอีกไม่เกิน 30 ปี(ชัวร์) มึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบสุดๆแน่ แต่ใจเย็นแล้วรอจังหวะ สาดเอ้ย….ควายจริง

    ความเห็นจาก กูอยู่สูงกว่าพวกมึง — April 26, 2008 @ 3:51 am

  44. Thongchai, you will to die.
    Now Thai people and me in America. We are combine our money for make you and your friends to die.
    Now we have ten million dollar of America.
    You will to bie with your family.
    What the help! Thongchai, you and your family are bad than the dog.

    Thai people in America!

    ความเห็นจาก Thai people in America — April 26, 2008 @ 3:54 am

  45. Thongchai, you will to d.i.e.
    Now Thai people and me in America. We are combine our money for make you and your friends to d.i.e.
    Now we have ten million dollar of America.
    You will to b.i.e with your family.
    What t.h.e h.e.l.p! Thongchai, you and your family are b.a.d than the d.o.g.

    Thai people in America!

    ความเห็นจาก Thai people in America — April 26, 2008 @ 3:58 am

  46. คนส่วนใหญ่ หรือฝรั่งที่คุณเชื่อ ที่คุณอ้าง หมายถึงไอ้พวกที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกน่ะหรือ

    ความเห็นจาก คนไท — April 26, 2008 @ 11:57 am

  47. ถ้าจะเปลื่ยนกฎหมายหมิ่นฯ ควรเพื่อโทษ เป็นประหารชีวิต ไม่ควรจำคุกเพราะจะต้องเลี้ยงมันอีกเสียข้าวสุกให้หมาดีกว่า

    ความเห็นจาก เรารักในหลาง — April 26, 2008 @ 4:18 pm

  48. ไม่อยากยืนก็ไม่ต้องยืนครับ
    เพราะผมคิดว่าถ้าหมามันเข้าโรงหนัง มันก็ไม่ยืนหรอกครับ
    มันก็คงนอนเกาขี้เรื้อนของมันไปเรื่อย เมื่อยก็หยุด…คันก็เกาต่อ…

    เพราะหมามันไม่มีวัฒนธรรม ไม่มีอะไรที่มันต้องเคารพศรัทธา
    มันก็อยู่แค่ กิน ขี้ ปี้ นอน เต็มไปด้วยเสรีภาพ แบบหมาๆ
    ไม่ต้องถูกใครบังคับ อยากเอาลูกเมียใครก็ได้เต็มที่
    จะเอาลูกตัวเองก็ยังได้ เพราะมันไม่ถือขนบหรือประเพณีใดๆ

    ผมว่าคุณโชติศักดิ์เต็มที่เลยครับ
    อยากจะทำอะไรก็ทำ ทำไปเลย
    ไม่ต้องไปฟ้องมันหรอกครับศาล มีไว้ทำไมไม่เห็นจำเป็น
    ทำไมต้องเคารพศาล ศาลมันดีตรงไหน
    ทำไมศาลตัดสิน แล้วหมาอย่างคุณต้องเชื่อ เต็มสูบไปลยครับ

    ….สนับสนุนคนอยากเป็นหมา…
    หมาให้เต็มสูบไปลยครับ

    ความเห็นจาก com — April 26, 2008 @ 7:24 pm

  49. เพราะหมามันไม่มีวัฒนธรรม ไม่มีอะไรที่มันต้องเคารพศรัทธา
    มันก็อยู่แค่ กิน ขี้ ปี้ นอน เต็มไปด้วยเสรีภาพ แบบหมาๆ
    ไม่ต้องถูกใครบังคับ อยากเอาลูกเมียใครก็ได้เต็มที่
    จะเอาลูกตัวเองก็ยังได้ เพราะมันไม่ถือขนบหรือประเพณีใดๆ

    …………. พวกหยาบคายด่าว่าที่เห็นจำนวนมากๆ ที่ประกาศตนว่าจะทำตัวเหนือกฎหมาย รวมถึงคนที่ขว้างปาทำร้ายผู้อื่นในโรงหนัง
    ก็ไม่เคารพกฏหมายยิ่งกว่า ควรจะนำถ้อยคำเหล่านี้ไปพิจารณาดู
    ซึ่งน่าแปลกที่คน อ้างเสรีภาพในการด่า ในการทำร้ายคนอื่นจำนวนมหาศาลเหล่านี้ ล้วนแต่เข้าข่ายนี้ทั้งสิ้น ไม่ถูกพูดถึง

    ความเห็นจาก กร — April 26, 2008 @ 9:31 pm

  50. เค้าไล่หมาให้ออกจากโรงหนังครับ

    ความเห็นจาก กูอยู่สูงกว่าพวกมึง — April 26, 2008 @ 11:35 pm

  51. พวกมึงก็แค่พยาธิ สิทธิความเสมอภาคห่าเหวอะไร คนเราเกิดมามึงยังไม่เหมือนกันเลย มึงเรียกร้องให้พระเจ้าทำให้ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันได้มั้ยล่ะ
    พวกมึงก็ได้แค่เห่าเหมือนหมาเห่าใบตองแห้งละวะ น่าสงสารพ่อแม่พวกมึงจริงๆ สมสู่กับหมามารึเปล่า รึว่าพวกมึงมีปมด้อยอะไรในตอนเด็กโดนกดขี่ทางเพศรึเปล่า อย่างเช่น โดนพ่อตัวเองข่มขืน พอโตขึ้นก็เรียกร้องหาความเสมอภาคของมนุษย์ เช่น มึงก็คิดว่ามึงสามารถสมสู่กับแม่มึงได้

    ความเห็นจาก ธุลีดิน — April 27, 2008 @ 12:20 am

  52. อนาถกับความเห็นของคนบางคน ที่ไม่ยอมรับความแตกต่างและเอาแต่ด่าทออย่างหยาบคาย
    คุณกำลังแสดงให้คนอื่นเห็นว่าระดับสติปัญญาและวุฒิภาวะของคุณมีแค่ไหน มันคนละ class กับ อ.ธงชัยและฝ่ายสนับสนุนอ.ธงชัยเลยครับ ผมว่ารากฐานของสังคมอารยะที่เจริญแล้วคือ 1.เสรีภาพในการแสดงความเห็น (freedom of expression) 2. ความอดทนอดกลั้น (tolerance) ต่อความคิดต่าง และ 3. การแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติและไม่ยอมรับความรุนแรง ผมว่าพวกคุณสอบตกหมดทั้ง 3 ข้อเลย อย่างนี้แล้วจะให้คนอื่นเขามองปลาในน้ำอย่างพวกคุณว่าอย่างไร?

    ความเห็นจาก Socratis — April 27, 2008 @ 12:28 am

  53. ท่าน Socratis ผู้เจริญครับ คุณยังกินข้าวอยู่รึเปล่า ถ้ายังกินอยู่ก็อย่าคิดว่าตัวเองเจริญทางความคิดกว่าคนอื่น เพราะ 1. ทุกคนกำลังใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็น
    2. คุณเองก็ไม่มีความอดทนอดกลั้น (tolerance) ต่อความคิดต่างดั่งที่คุณได้กรุณาออกความเห็น
    3. ในโลกนี้มีสังคมไหนบ้างที่มีแต่แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติและไม่ยอมรับความรุนแรง (ถ้ามีก็ควรย้ายตูดไปอยู่ที่นั้นซะอย่ามาอดทนอยู่ในสังคมนี้เลยครับ)
    ปล. คุณก็สอบตกหมดทั้ง 3 ข้อ

    ความเห็นจาก ธุลีดิน — April 27, 2008 @ 12:58 am

  54. เสรีภาพ อะไรก็เสรีภาพ คุณคิดว่าประเทศไหนมีเสรีภาพมากที่สุด คุณแหกตาดูซิ ถ้าคุณคิดว่าเป็นพวกประเทศต่างชาติ แบบอเมริกา เค้ายังให้ความเคารพด้วยการยืนเลย คุณบอกเป็นสิทธิ์ส่วนบุคลที่จะพูดถึงเบื้องสูง มันต้องมีความเสมอภาคกัน คุณคิดได้ยังไง แสดงว่าคุณไม่ได้อยากเป็นคนไทยเลยล่ะซิ เรียนมาก็ไม่ใช่น้อยๆ เสียดาย ดูเหมือนมีความรู้ สมองหมา ปัญญาควาย เสียดายที่พ่อ แม่ ขายวัว ส่งควายเรียน (ขอโทษ หมา และควายด้วย ที่เอาพวกนี้ซึ่ง ต่ำกว่า ไปเปรียบเทียบ ) ท่องเวปมาตั้งนาน ส่วนมากดูแต่เวปโป๊ แต่ไอ้เวปนี่ มันหาค่าอะไรไม่ได้เลย รูปภาพโป๊ 1 รูปยังมีค่ามากกว่า ไอ้คนไม่รู้บุญคุณแผ่นดิน

    ความเห็นจาก เอ้ ยาลิส — April 27, 2008 @ 7:36 am

  55. ประทับใจกับข้อคิดของอ.มากๆครับ

    โดยเฉพาะในส่วนที่เปรียบเทียบสังคมไทยกับปลาที่ว่ายในอ่าง…

    มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ สังคมไทยมักปิดกั้นตัวเองออกจากภายนอก โดยอ้างว่าไม่มีใครจะมาเข้าใจ”ความเป็นไทย” อะไรทั้งหลายแหล่นี่ได้ และสิง่ที่เราเป็นอยู่มันเป็นสิ่งดีที่วิเศษเสียเหลือเกิน

    แต่เราก็ไม่เคยมองดูว่าถ้าหากเรายังหลงอยู่ในอ่างปลานี้ เราก็จะไม่มีวันได้พบกับมหาสมุทรที่มันช่างกว้างใหญ่กว่ามากมายนัก

    หลายคนอาจเถียงว่าในอ่างมันดีอยู่แล้ว ไม่อยากไปไหน แต่คุณก็ไม่เคยมองอะไรที่มันพ้นขอบอ่างไปเลยไม่ใช่เหรอ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรดีหรือไม่ดี

    ผมจะมองข้ามหลายๆความเห็นที่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย แสดงถึงภูมิปัญญาทั้งหลายออกมา ด้วยถ้อยคำที่กักขฬะและรุนแรง ไม่ใช้เหตุผล และตามกระแสอย่างหน้ามืดตามัวโดยไม่คิดพิจารณาในหลายๆแง่มุมด้วยใจเป็นกลาง

    หลายคนเทียบคนที่คิดเห็นไปในทางเดียวกับอ. ว่าทำตัวแย่ สุนัขยังทำดีกว่า แต่แนวคิดแบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้ในปัจจุบันมีสุนัขรับใช้อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เพราะเรามองตัวเราเองว่าต่ำต้อย เป็นเพียงเศษละอองฝุ่นผงถ้าเทียบกับบางคน แล้วความคิดของคนในบ้านเมืองนี้มันจะไปพัฒนาได้อย่างไรกัน

    สถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่ควรจะนำมาวิพากษ์วิจารณ์ได้ ไม่ใช่นำมาด่าทอ แต่ถ้าเราสามารถเอ่ยถึงสถาบันในแง่มุมต่างๆได้ จะทำให้เราสามารถเห็นความจริงได้อย่างถ่องแท้ และเป็นรูปธรรม มากกว่าที่จะหลบไปซุบซิบนินทาสถาบันกันแบบหลบๆซ่อนๆ ทีไม่รู้ว่าจริงไม่จริง อย่างที่เป็นอยู่ (ใครที่ไม่เคยได้ยินข่าวลือเสื่อมๆทั้งหลายเลยผมว่าคงไม่มี)

    และตัวการที่ทำให้เป็นเช่นนี้ คือไอ้กม.หมิ่นอะไรนี่แหละ ที่ทำให้ความเสื่อม กำลังจะเดินทางมาถึงสถาบันอันเป็นที่รักของพวกคุณอย่างช้าๆ ท่ามกลางเปลือกนอกที่เปล่งปลั่งสุกสกาว แต่ความจริงเป็นอย่างไร…ถึงจะรู้กันก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาได้

    ถ้าหากเราเลือกที่จะ”เปิด” กันมากกว่านี้แค่เล็กน้อย มันอาจทำให้เราพบจุดที่ลงตัวในการอยู่ร่วมกัน ภายใต้กฏหมายที่เป็นสื่งสูงสุดที่ไม่มี “ใคร” สามารถอยู่เหนือมันได้

    จริงอย่างที่หลายคนในนี้ว่าไว้ว่าเรายังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในเวลานี้ ถูกแล้ว มันต้องใช้เวลาและการศึกษาอีกมากนัก แต่ผมคิดว่ามันก็เหมือนกับประกายเทียนเล็กๆในความมืดมิด ที่ถ้าไม่มีใครเริ่มต้น เราก็คงไม่มีทางได้พบกับแสงสว่าง

    แด่ปัญญาชนทุกคนที่ใจรักความเป็นเสรี…

    ความเห็นจาก โจโฉ2008 — April 27, 2008 @ 2:56 pm

  56. ไอ้พวกเหี้ยพวกมึงไปให้พ้นประเทศไทยมึงไม่รักในหลวงแต่”กูรักในหลวง”โว้ย!!เข้าใจไหมสัดอีดอกทองช้างเย็ดราชวงศ์ไทยต้องอยู่ตลอดไปไอ้ชิบหายระบบกษัตริย์เป็นที่รักของปวงชนโว้ย

    ความเห็นจาก kuloveking@hotmail.com — April 27, 2008 @ 4:20 pm

  57. พวกสมองหมาปัญญาควายวันๆทำแต่เรื่องเลวๆ

    ความเห็นจาก ดุกดิก — April 27, 2008 @ 8:44 pm

  58. ไอ้พวกกบฎ อยากเสรีนัก เท่านี้ยังไม่พอหรอ

    หรืออยากโดนยิงเป้านัก กฎแบบที่พวกมืงคิดขึ้นมาเองแหละ
    ไอ้พวกควาย ทำมามีวิชาการ

    อยากเสรีนัก ออกไปเลย ออกไปจากประเทศนี้เลย ความเสรีรอพวกมึงอยู่
    ออกไปจากประเทศเลย ออกไปจากที่แคบๆนี้เลย

    ไม่พอใจไรอย่าเปลี่ยนแปลง คนเขาอยู่มา 100 1000ปี
    เขาอยู่ได้กัน นี่พวกมืง ร้อนตน 55555+

    พวกไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดิน เกิดมาหนักแผ่นดิน

    ผมก็ เสรี แต่อย่าเสรีเกินขอบเขตดิ ยังไงๆ มันก็ต้องมีขอบเขต

    อย่าทำเป็นตัว ตั้งระบบเปลี่ยนแปลงประเทศเองดิ ไม่สำเร็จหรอก

    บ่นใว้ เผื่อหมาบางตัวจะสะดุ้งขึ้นมาจาก หลุมเล็กๆบ้าง

    ความเห็นจาก เกลียดพวก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา — April 27, 2008 @ 9:55 pm

  59. ถ้าคนส่วนใหย๋ว่า ระบบอะไรของมืงเนี่ยดี ป่านนี้คงเปลี่ยนระบบไปนานแล้วหละ

    มีคนประมานซัก 10คนใน 60ล้านเองมั้ง ที่คิดหมาๆแบพวกมืง

    ปัจจุบัน ยังสุขไม่พอหรอ ยังมีของใช้ มีรถขับ มีเน็ตเล่น ยังไม่พอหรอ

    จะเอาไรอีก ป่านนี้แผ่นดินยังสุขไม่พอหรอ

    **หรือพวกมืงอยากเป็ฯผู้นำแผ่นดิน เลยอยากจะลบลางระบบเดิม**

    ไอ้ควาย!!!! มืงทำไม่ได้หรอก แค่นี้ก็รู้แล้วว่าสมองมืงคิดควายๆ
    ควายยังดีกว่าพวกมืง รักเจ้าของ รักแผ่นดินที่ให้เกิดมันมา

    เด็กยังรู้เลย สวัต์บางตัวยังรู้ดีกว่าพวกมืงเลย

    ความเห็นจาก เกลียดพวก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา — April 27, 2008 @ 9:58 pm

  60. เข้ามาใหม่ ทำไมเว็บนี้อุบาว์ทแบบนี้

    คือทำไมไม่ทำเป็นเว็บปิด ให้เฉาะพวกเดียวกันอ่านวะ

    แต่ละความเห็นที่พิมพ์ก็เสียดสีสถาบันซะจนเหี้ย แทนที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบก็น่าจะพูดดีๆ นี่มีประชดประชัน

    มีเจตนายุยงให้คนไทยแตกแยก ชัดๆ อุบาทว์ว่ะ มีดีกันแต่หน้าคีย์บอร์ด โชว์เกรียนโชว์กร่างกันแค่นี้ หาสมาชิกเพิ่มโดยเปิดเป็นเว็บอิสระ

    เอาลิงค์โน่นนี่มาอ่าน พ่อแม่มึงเองอ่ะ วิเศษนักเหรอ เห็นกราบใหว้กันอยู่ได้ ไมไม่คิดให้ได้แบบนี้มั่งวะ ปู่ย่าตายายที่ตายๆไปอ่ะ อย่าไปใหว้เลย ก็แค่คนธรรมดานี่แหละ ไม่ใช่เทพโลงศพ ที่ฝังศพ เถ้ากระดูกอ่ะ ขุดให้หมาแดกเหอะ ถ้าคิดแบบนี้ ทำไมไม่ทำล่ะ หรือว่าดีแค่กร่างกับของใกลตัว

    อยากจะเปลี่ยนระบบการปกครองกันตัวสั่นสินะ หวังไปเหอะ กรูว่าต่อให้พวกมึงตายห่าไป 4 – 5 รุ่น ก็ไม่สมหวังหรอก ฝันเฟื่องกันอยู่ในเว็บนี่แหละดีแล้ว เห่ากันไปดีๆละกัน ในกรง

    ——————–

    ผมก็เห้นใจท่านสมาชิกที่ anti เหมือนกัน เก่าไปก็ใช่ว่าจะเก๋า ก็แค่เก่าอยู่ที่เดิม ไมได้พัฒนา เก่าเพื่อจะรอวันตายให้อุดมการมันตายตามไป สงสารเหมือนกัน ต้องมาทนกับระบบการปรกครองที่ตัวเองไม่ใช่ ตัวเองไม่ชอบ แต่ก็ไม่มีปัญญาที่จะทำอะไร ได้แต่กัดเห่าไปวันๆ หวังว่าซักวันจะมีเพื่อนร่วมอุดมการมาช่วยเห่า เผื่ออะไรจะดีขึ้นบ้าง น่าสงสารและสมเพชที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาแผ่นดินที่ตัวเองหวังอยู่ ต้องมาทนซุกหัวนอนร่วมกับประเพณีที่คนอีกเป็นแสนเป็นล้านเขาโง่งมงายทำกัน อยากจะเอาความฉลาดความรู้ และสิ่งที่ตัวรู้ไปประกาศ แต่ก็ทำไม่ได้ กลัวกฏหมายเล่นงานกลัวลูกเมียอดตาย เลยต้องมาเป็นหมาลอบกัดในเว็บแบบนี้ เปิดเว็บอิสระ รอคนเข้ามาอ่าน แล้วก็หลงเป็นพวกเพื่อเห่ากันต่อไปน่าสมเพช

    ปลายทางอุดมการณ์ของพวกมึงสุดท้ายแล้วมันก็ไปอยู่ในถังขยะ หรือไม่ก็เผาไปกับพวกมึงตอนตายนั่นแหละ

    อ่อ กรูละสงสารไอโง่นั่นที่ไม่ยืนจริงๆ รูปชั่วตัวดำแล้วเสือกอยากดัง
    ————————————————
    ขอบคุณ quesz

    ความเห็นจาก ธุลีดิน — April 28, 2008 @ 1:14 am

  61. คนๆหนึ่งถ้าได้ทำแต่ความดีมาตลอดชีวิต มีหรือจะกลัวการถูกวิพากษ์วิจาร์ณ มนุษย์นะไม่มีหรอกที่จะ perfect ไปทุกเรื่อง คนที่ดี คนที่มีมันสมองซิ จะยินดีกับคำติชม หรือคำวิพากษ์จากผู้อื่น จะได้นำมาใช้ในการปรับปรุงตนเอง คนๆหนึ่งถ้าอยู่แต่ในโลกของความฝัน ก็เปรียบเหมือนคนๆนั้น ไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่อยู่ในโลกตัวคนเดียว ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเขาไปกันถึงไหนแล้ว กลับเพ้อฝันว่า ทุกคนในโลกรักตน ถ้าลองเปิดใจให้กว้าง ฟังความคิดเห็น คำวิจาร์ณจากผู้อื่นบ้าง เราจะได้นำมาปรับปรุง เฉกเช่นเดียวกับ คนเป็นเถ้าแก่ วันๆด่าแต่ลูกน้อง คิดแต่ว่าลูกน้องโง่ ไม่มีใครฉลาดกว่าตัวแกเอง ทั้งๆที่แกอยู่ได้ด้วยแรงงานและมันสมองของลูกน้อง แกก็จะไม่ได้รับความคิดใหม่ๆ คนเก่งๆดีๆก็จะหนีไปอยู่ที่อื่นหมด เหลือไว้แต่คนที่มีความหนามากกว่าคนอื่น เลียเก่งกว่าคนอื่น และคนที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่านั้น

    ฉนั้นไม่ว่าคนจะมาจากไหน สูงต่ำอย่างไร ก็ควรจะต้องรับฟังความเห็นจากผู้อื่น ควรจะรู้จักปรับตัวสู้กับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในโลก เพราะโลกเราทุกวันนี้ ไม่ว่าอยู่วงการไหน ล้วนแล้วแต่ต้อง รู้จักพลิกสถานการ์ณให้อยู่เหนือกว่าคนอื่น การฝืนความรู้สึกผู้อื่น การยัดเยียด การขู่เข็ญ การบังคับ นั้นทำได้ แต่มันมีขีดจำกัด มันไม่ได้ชนะผู้คนด้วยความรู้สึกที่ดี มันไม่ยั่งยืน เหมือนขงเบ้ง รบชนะเบ้งเฮก ต้องชนะและปล่อยถึง 10 กว่าหน กว่าเบ้งเฮกจะยอมแพ้จนหมดรูป และเคารพขงเบ้งไปจนตาย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ใหญ่แค่ไหน กฏข้อนี้ไม่มียกเว้น พรรคการเมืองก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าแก่ขนาดไหน ถ้าไม่รู้จักการตลาด การปรับตัว เล่นแต่บทเดิมๆที่เคยใช้ได้ผล ปชชไม่ได้โง่ตลอด อาจหลอกเขาได้หนสองหน แต่จะหลอกเขาตลอดไปไม่ได้ จะอยู่รอดได้หรือไม่ ก็อยู่ที่การรู้จักปรับตัว รู้จักให้กับปชชในสิ่งที่ได้สัญญา นักการเมืองที่เล่นลิ้น หากินกับการพูดที่ไพเราะหู หากินกับการใส่ร้ายป้ายสี หากินกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา แต่ทำงานไม่เป็น สักวันหนึ่งปชชก็จะไม่เลือกพรรคนั้นหรือคนๆนั้น

    ความเห็นจาก กฏธรรมชาติ — April 28, 2008 @ 8:59 am

  62. ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาว่ากล่าว ล้วนไม่แสดงเหตุผล มีแต่ถ้อยคำผรุสวาทที่รุนแรง บ่งบอกถึงวุฒิภาวะ อคติ การไม่คิดพิจารณาเหตุผลใดๆ การยกเสียงส่วนใหญ่มากล่าวอ้าง และต้องการทำลายเสียงส่วนน้อยให้แหลกสลาย ฯลฯ

    ไม่มีการตอบโต้ด้วยเหตุผลอย่างที่คนมีวิจารณญาณเค้าทำกัน

    สงสารสังคมไทยจริงๆ

    ผมจึงอยากจะเปลี่ยนมันยังไงล่ะ…

    ความเห็นจาก โจโฉ2008 — April 28, 2008 @ 3:17 pm

  63. ถึงท่านผู้เจริญ โจโฉ2008 การที่เหยียดหยามคนที่ไม่เห็นแล้วใช้ถ่อยคำรุนแรงว่า สติปัญญาน้อย วุฒิภาวะต่ำ นี่หรือที่บอกว่าทุกคนมีความเสมอภาค ทุกคนมีเสรีภาพ พวกมึงก็พยายามแบ่งชนชั้นเหมือนกันนั้นแหละวะ ระบบประชาธิปไตยยังไงก็คือการฟังเสียงส่วนใหญ่อยู่แล้ว แสดงว่ามึงก็ดูถูกคนไทยส่วนใหญ่ว่าด้อยพัฒนา ไปเถอะพ่อคุณ ไปแสวงหาสังคมอย่างที่นึกฝันไว้เถอะ อย่าอยู่ประเทศนี้เลย พวกมึงก็เหมือนเหลือบที่อาศัยแผ่นดินไทยอยู่ อย่ามัวแต่เห่าหอนอยู่ในรูเลย ตราบใดที่ประเทศนี้ดวงอาทิตย์ยังสีเหลือง ต่อ จิตร ภูมิศักดิ์ กลับชาติมาเกิดในแผ่นดินนี้ มันก็ต้องตายอีกรอบ

    ความเห็นจาก ธุลีดิน — April 28, 2008 @ 7:55 pm

  64. คนรักในหลวงและสถาบันพระมหากษัตริย์ชนะขาดเศษความคิดแบบวัยรุ่นอยากแตกต่างแพ้ราบแค่เกิดมาบนแผ่นดินนี้มรึงก็ผิดแล้วนะพรรคพวกโชติศักดิ์*0*

    ความเห็นจาก เพื่อในหลวง — April 28, 2008 @ 8:37 pm

  65. ที่พูดมาถูกทั้งหมดแต่เมิงไม่ต้องกลับมาบนแผ่นดินของกูอีกไปอยู่กับไอ่พวกฝรั่งมังค่าและพวกจ้องจะเขมือบประเทศของกรูไป ตราบใดที่ยังมีในหลวงองค์นี้เมิงคงคิดการไม่สำเร็จหรอก ความฉิบ____ จงมีแต่โคตะระเง้าของพวกเมิง

    ความเห็นจาก 88 — April 28, 2008 @ 9:53 pm

  66. เห็นด้วยข้างบน อย่างมากHomo erectusท่ามิงบอกว่าคนไทยกำลังศรัทธานายหลวงมากไปเเล้วบอกว่าเป็นเรื่องอันตรายผมเนะนำไปอยู่ที่อื้นซะเว๊ปกบฏ
    เว๊ปมาสเตอร์ชั่วๆไปไหนหมด ออกมาโผล่หัวหน่อย

    ความเห็นจาก dfk[^dhk — April 28, 2008 @ 11:25 pm

  67. คนไทยรึป่าว
    ทุกวันนี้อยู่แผ่นของไค
    ท่าทางคุนจะไม่ใช่คนไทย
    แล้วคอมเม้นที่หาว่าคนที่เคารพกษัตริย์เปนพวกชนกลุ่มน้อย
    หมายถึงคุณรึป่าว
    แมร่งไม่ใช่คนไทยแล้วพวกมึงอ่า
    ไปกราบฝรั่งไป ถ้าเขาให้ที่มึงอยู่สบายกว่านี้
    เลวจิงๆ

    ความเห็นจาก ผมคนไทย — April 29, 2008 @ 12:24 am

  68. การวัดว่าประทเศ ไหนเจริญ ไม่เจริญ ไม่ได้เกี่ยวกับ ระบบกษตริย์ หรอก ครับแต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ฝ่ายบริหาร และแนว คิดของประชาชน
    ดู อย่างญี่ปุ่น อังกิด เป็น ต้น ประเทศ เค้าเจริญ ได้ เพราะระบบบริหารดี ประชาชนใส่ใจในการทำงานของ ฝ่ายบริหารเลือกเอา คนดี เข้ามาทำงาน

    อีกอย่างนะครับ การที่ ผม หรือ หลายๆคน ไม่พอใจในการ ดูหมิ่น สถาบันพระมหากษตริย์ ไม่ไช่เพราะ คลั่งเจ้า หรือ อาะไรหร่อครับ แต่เพราะ ว่า ในหลวงทำอะไรให้คนไทยมามาก พอเห็นคน ไม่รู้คุณคนมาพูด ดูถูก คนที่ทำเพื่อ เรามากว่า60 ปีแล้ว มัน อารมขื้นครับ

    ความเห็นจาก เด็กโง่ — April 29, 2008 @ 12:37 am

  69. สมควรที่จะให้ทุกคนเท่าเทียมกัน อยากเป็นไพร่ก็แล้วแต่บุคคล

    ความเห็นจาก bb_m — April 29, 2008 @ 2:23 am

  70. ผมมองว่าทุกชนชาติที่มีประวัตอศาสตร์นั้นย่อมมีความเป็นเอกลักษณ์อยู่ในตัวถ้าจะออกมาวิจารณ์ว่า ดีไม่ หรือไม่ดีนั้น ก็ต้องมองว่าเราเปรียบกับใคร? และอะไร? เปรียบกับชนชาติที่กำเนิดโดยนักเดินเรือ หรือชาติที่มีที่มาและที่ไปคล้ายกับประเทศของเรา

    การนำเสนอแนวความคิดนั้นเป็นสิ่งถูกแต่ควรย้อนถามตัวเราก่อนว่านับจากวันที่เราลืมตาเกิดมานั้นเราทำคุณงานความดีอะไรให้ประเทศชาติของเราบ้าง? เราเกิดมา สูบกิน ขับถ่าย ทำลายสภาพแวดล้อม เผาผลาญทรัพยากรณ์แล้วเราให้อะไรกลับคืนไปบ้าง? เราเคยมั๊ยที่จะทำอะไรให้ดีขึ้นเป็นรูปธรรม? ถ้าไม่เคยก็ทำซ๊ะทำไปจนสุดกำลังที่มีอยู่แล้วเมือนั้นแหละคุณจะรู้ว่าการคุณเลือกที่จะทำให้สังคมนั้นดีได้ด้วยการปฏิบัติดี ทำความดี แต่การมาอวดภูมิจากการอ่านตำราที่คนอื่นเขียนแล้วเอามาพูดต่อนั้นมิได้เกิดประโยชน์ในนามธรรมแถมยังเป็นการสร้างมลพิษทางอารมณ์เสียด้วยซ้ำ

    ท่านนักวิชาการ ทั้งหลายที่ไปร่ำเรียนต่างประเทศ ที่คิดว่าตนนั้นได้ออกจากกกะลาแล้วแต่แท้ที่จริงท่านหล่าวนั้นก็ยังคงวนเวียนอย่ในกะลา แต่เป็นกะลาใบใหม่ที่นักวิชาการ ผมทอง เอามาครอบ แล้วก็ทนงว่าตนนั้นรู้มากสอนคนต่างชาติได้ แต่สิ่งที่ตนเองกำลังทำนั้นคือการ copy กะลาของคนอื่นแล้วก็เอาไปครอบให้คนต่อไป บางทีท่าน ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน คงลืมไปแล้วกระมังว่า “ตีน” ของตนนั้นอยู่ที่ไหน?

    อุดม

    ความเห็นจาก อุดม — April 29, 2008 @ 9:15 am

  71. สุนัขที่หาว่าคลั่งเจ้าระวังปากไว้นะ อายุจะสิ้นเอาไม่ช้าก็เร็ว ว่าไรนะบอกให้ทำงานเก็บเงินไปอยู่ดาวอังคารคุณหรือเปล่า ผมเเนะนำนะว่าคุณสมควรไปอยู่ขุมนรกมากกว่านะ

    ความเห็นจาก dfk[^dhk — May 2, 2008 @ 4:43 pm

  72. กฏหมายธรรมชาติมิงไม่รักนายหลวงด้วยคนหรอ

    ความเห็นจาก dfk[^dhk — May 2, 2008 @ 4:46 pm

  73. นักวิชาการที่ผลิตยาแก้โง่ในประเทศนี้ทำไมน้อยจัง ….เราจึงเห็นพวกคลั่งเจ้า ถ่อย สถุล เต็มเว็บไปหมด (อาจจะเป็นโดยสันดาน หรือเพราะต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก็ตาม ) ได้แต่หวังว่าประชาชนจะเลิกโง่ ให้คนอื่นหลอกใช้เสียที

    ความเห็นจาก เมื่อไหร่จะตื่น — May 2, 2008 @ 9:15 pm

  74. เรปบนหาว่าคลั่งจ้าวเเละประชาชนโง่ คุณละ? ฉลาดพอเเล้วหรือยัง ทำสอพอเป็นใครจากไหนไม่ทราบหรอหรือประชาชนธรรมดาๆตัวหนึ่ง ผมตื่นเเล้วเเละผมไม่คลั่งเจ้าเเต่เครพคุณงามความดีของท่านคนที่ไร้สำนึกไม่ต่างอะไรกับสัตว์ที่ต่ำกว่าสัตว์ประเสริฐหลายเท่าตัว เครพความเป็นความดีคนที่คนบางคนยังไม่ได้ทำทำได้ไหม นักวิชาการสมควรผลิตยาเเก้โง่ให้กับมากกว่าไหมอย่าทำมาเป็นหัวกบฏมากนักท่าผมโง่จริง คงฉลาดกว่าคุณหลายเท่าตัว เรปบน คุณนี้เเหละเมื่อไรสมองจะตื่น สำนึกบุญคุณไม่มีบางหรือไง

    ความเห็นจาก nm — May 2, 2008 @ 11:21 pm

  75. ผมไม่อยากบอกตรงๆว่า ผลิดยาเเก้โง่ให้กับ ….

    ความเห็นจาก nm — May 2, 2008 @ 11:23 pm

  76. ยาเเก้โง่ หาว่าคนไทยคลั่งเจ้ารำลึกคุณงามความดี ก็หาว่าคลั่งเจ้าเอ๊ะอะอะไรก็หาว่าคลั่งเจ้า ที่คุณพูด คุณเคยทำอะไรที่มีคุณประโยชน์มหาศาลบางไหม
    เมื่อไรจะตื่น คุณนั่นเเหละสมองคุณตื่นบางหรือยัง

    ความเห็นจาก ปากดี — May 2, 2008 @ 11:25 pm

  77. เห็นด้วยเรปบน อะไรๆก็หาว่าคลั่งจ้าวๆ พูดไปทำคุณละประโยชน์มหาศาลเเค่สำนึกบุญคุณท่านก็หาว่าคลั่งเจ้า มันจะหยาบคายต่ำก็เรื่องคุณสิพอหยาบคายก็หาว่าคลั่งเจ้าๆ มีบุญคุณดีเครพบุญคุณมีบางไหม

    ความเห็นจาก fg — May 3, 2008 @ 9:30 am

  78. บุญคุณ รู้จักไหมไอที่หาว่าคลั่งเจ้า อยากเห็นคุณหน่อย กบฏเอ๋ยอยู่ที่ไหน

    ความเห็นจาก fg — May 3, 2008 @ 9:32 am

  79. คุณโจโฉ2008 ดูเหมือนจะเป็นผู้มีปัญญาสูงส่งมากเลยนะครับ…

    ถ้าคุณคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่ได้ในขณะที่คนส่วนใหญ่เค้าภูมิใจที่จะมีแบบนี้ทำไมคุณไม่โอนสัญชาติ
    แล้วย้ายไปอยู่ประเทศอื่นเลยหละครับ??

    ผมสงสัยจริงๆว่าคุณเคยอ่านประวัติศาสตร์ชาติสยามมามากน้อยแค่ไหน
    แต่คาดว่าคุณคงไม่ได้ศึกษาหรอก เด็กสมัยนี้ลืมกันไปหมดแล้วว่าเราสรา้งชาติมาด้วยวีรบุรุษและนักรบ ไม่ใช่ปล้นมาจากชนพื้นเมืองเหมือนบางประเทศที่พวกคุณภูมิใจ

    ผมคงไม่ด่าหรือว่าคนที่หมิ่นพระบรมหรอกครับแต่ผมอยากถามคุณแค่นี้แหละว่า

    “ภูมิใจหรือที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินสยามแล้วคิดแบบนี้?”

    ผมเชื่อในพระสยามเทวาทิราช ผมเชื่อในพระแก้วมรกต
    ผมเชื่อในพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    และทุดท้ายผมเชื่อในเรื่องกรรมและนรกครับ

    ความเห็นจาก ธุลีดิน(ตัวจริง) — May 3, 2008 @ 11:43 pm

  80. “ทุกวันนี้สังคมนี้เป็นอะไร อยากอวดอ้างความคิดกันนักเหรอ แผ่นดินที่คุณยืนอยู่นี้อยู่รอดปลอดภัยมาเพราะใคร สำนึกกันบ้าง ไอ้โชติศักดิ์เป็นใคร เป็นคนๆหนึ่งที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ที่ไม่ถูกต้อง มึงจะเอาเสรีภาพขนาดไหนอีก มีชีวิตอยู่และออกมาวิจารณ์ได้ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะมีเสรีภาพไม่ใช่เหรอ จะให้ประเทศนี้มีเสรีภาพกว่าไหนอีก หรือว่าใครอยากทำอะไรก็ทำ..สังคมต้องมีหลักมีกฎเกณฑ์ มีจารีต สถาบันกษัติรย์ เป็นของสูง สมัยโครตเหง้าศักราชแทบจะไม่ได้มองหน้าด้วยซ้ำทุกวันนี้เห็นเป็นอะไรอยากพูดก็พูดอยากวิจารณ์ก็วิจารณ์เกินไปแล้ว มีคนคิดแบบไอ้โชติศักดิ์ประเทศนี้คงล่มจม อยากได้สิทธิ์พอได้เป็นไงละ โกงกินบ้านโกงกินเมือง…อย่าพูดนะว่าไม่จริง ถ้านักการเมืองทำงานเท่าครึ่งหนึ่งของในหลวงป่านนี้ประเทศนี้เจริญไปถึงไหนแล้ว ความเป็นประเทศอยู่ได้ด้วยสถาบัน ถ้ามีลัทธิเสรีนิยมเกินเหตุแบบไอ้โชติศักดิ์ ต่อไปลูกก็จะด่าพ่อแม่ ลูกศิษย์จะล้างครู หนุ่มสาวจะเสพสมกันไม่เลือกที่ เมื่อนั้นคนก็ไม่ต่างจากสัตว์ที่ไม่มีแม้กระทั้งวัฒนธรรมของตน…ขอย้ำว่าความคิดล้มล้างเป็นความคิดที่ชั่วช้าเลว ขอให้แผ่นดินเป็นพยานไอ้คนที่มันทรยศแผ่นดินของให้กรรมตามสนองให้เร็วที่สุด..ทำอย่างไรได้อย่างนั้น

    ความเห็นจาก ผู้จงรักภักดี — May 4, 2008 @ 1:12 am

  81. ธงชัย หนึ่งในนั่นด้วยเคยเป็นนักศึกษาต้านเผด็จการ6 ตุลามาก่อน เอออันนี้ยอมรับเเต่มันพูดเรื่องนายหลวงไม่เห็นด้วยว่ะ

    ความเห็นจาก fg — May 4, 2008 @ 11:49 am

  82. ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้นำในการรักษาชาติมาทุกสมัย นับตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงราชวงศ์จักรียุคปัจจุบัน ถ้าหากในหลวงรัชกาลที่ 5 ไม่คุ้มกะลาหัวเอาไว้ คนไทยตกเป็นขี้ข้าฝรั่งเศสกันหมดแล้ว นี่คือพระมหากรุณาธิคุณที่สถาบันพระมหากษัตริย์มีให้คนไทย ส่วนที่ว่า”คลั่งเจ้า”มีความหมายว่ากูเถียงด้วยความจริงไม่ได้แล้วกูก็เลยด่ามึง”คลั่งเจ้า”ไว้ก่อน เป็นการแสดงออกทางปมด้อยอย่างนึง ถ้าพวกนี้ฉลาดจริง เหตุไฉนยังอยู่เป็นชนส่วนน้อยในประเทศที่คนยังรักสถาบันมากกว่าเล่า

    ความเห็นจาก ... — May 4, 2008 @ 5:03 pm

  83. ถูกนายนวมินทร์ วิทยากุล จากข่าวบางข่าวบอกว่าไม่ได้แจ้งข้อหาหมิ่น กับคนที่ไม่ยืนในโรงหนังแต่แรกไม่ใช่หรือ แต่เพราะเขาแจ้งความว่าทำร้ายร่างกาย เลยบอกว่า จะแจ้งเหมือนกันข้อหาหมิ่น ถ้าเป็นแบบนี้จริง ผมว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าตำหนิมากๆ คือถ้าเห็นว่านายโชติศักดิ์ทำไม่ดีไม่ถูกต้องจริง ไม่เห็นต้องเกี่ยวเลยว่าเขาจะแจ้งตนเองที่ไปทำร้ายร่างกายขว้างปา

    เหมือนเอาเบื้องบนมาเป็นข้อต่อรอง ว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องเพื่อปกป้องตนเอง
    คนทำพฤติกรรมแบบนี้สมควรตำหนิไหม

    ความเห็นจาก กร — May 4, 2008 @ 8:01 pm

  84. เราเข้าใจนะว่า บนโลกนี้มีนักคิดมากมาย ที่วันๆ นั่งคิด คิดไปเรื่อยเปื่อย คิดนอกกรอบ ในกรอบ
    คิดแล้วก็พ่นออกมา น่านหละ นิสัย นักวิชาการสันดานหมา
    เราก็อยู่ในมหาลัย ทำงานในมหาลัย เบื่อพวกนี้มากๆ
    แปลกนะ ชอบจัง กับการยอมรับความคิดฝรั่ง ไม่ได้บอกว่าผิดนะ แต่จะบอกว่า บริบทมันต่างกัน อย่าไปเชื่อมันมาก
    เมืองไทย มีกษัตริย์ช่วยเหลือประเทศ เหมือนพ่อดูแลลูก แล้วพอลูกโตพอจะคิดไรได้ ก็จะฆ่าพ่อทิ้งนั้นหรือ เวรกรรม ตกนรกนะ
    เราก็ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์มาพอตัว เราว่า มันก็เรื่องจริงๆ นะ ที่ท่านช่วยเหลือประเทศ ไม่สำนึกกันบ้างหรือไงครับท่าน
    เราว่า ให้ไอ้คนที่มันคิดเก่งๆ ลองมาทำประโยชน์เพื่อประเทศบ้างเนี่ย จะทำเป็นบ้างไหม ลองไปกวาดถนน เก็บขยะ สร้างห้องสมุดให้หมู่บ้านห่างไกล
    คนดีๆ เค้าทำ ไม่พูด ทำสิ่งดีๆ ให้ประเทศ แต่ไม่ออกมาพูด
    คนเลวๆ วันๆ เอาแต่พูด คิดเพ้อเจ้อไปเรื่อย เกลียดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไอ้พวกเนี้ย
    แล้วเป็นไงหละ แนวคิดห่วยแตก ก่อปัญหามากมายในประเทศ เพราะมีพวกเก่งแต่เลวเอาไปปฏิบัติจนเป็นเรื่อง
    มีประเด็นเยอะแยะ ที่จะช่วยกันแก้ไขให้ประเทศ ทำไมไม่เอาเวลาไปคิดว่ะ คิดแต่เรื่องไร้สาระ

    แค่นี้ ประเทศก็จะฉิบหาย อยู่แล้ว ไม่อยากมีแผ่นดินอยู่หรือไง

    เอาให้ประเทศดีขึ้นก่อนเถอะ แล้วค่อยมาเพ้อเจ้อกันต่อ ดีมั้ย

    ความเห็นจาก บังเอิญผ่านมา — May 5, 2008 @ 1:19 pm

  85. ขอขอบคุณค คุณสัญญา โศภาอรุณรุ่ง (ศิษย์เก่า มธ.) เป็นอย่างสูงครับ
    ‘อย่าคิดว่าสิ่งที่เราทำเพื่อกษัตริย์มากมาย เป็นการให้อภิสิทธิ์แก่ท่าน แต่โปรดรับรู้ไว้ว่า สิ่งนั้นคือการเทิดทูนยกย่องคนดี ด้วยความต็มใจ เป็นแบบอย่างให้อนุชนได้รับรู้ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’ แค่นี้แหละชัดเจนแล้ว

    ความเห็นจาก พิเชฐ — May 5, 2008 @ 7:30 pm

  86. คนไทย generation นี้ ถูกโปรแกรมสมองตั้งแต่เกิด
    ผมว่านะ นายหลวงท่านเป็นคนดีมาก
    ท่านอยู่ในใจเราเสมอ
    ท่านคือสิ่งที่คนไทย ภาคภูมิใจ รวมทั้งผมด้วย
    แต่ผมก็ไม่สนับสนุนให้กษัตริย์ อยู่เหนือกฏหมาย
    มีอำนาจ แต่ ไม่ต้องรับผิดชอบ
    ท่านไม่เคยผิด หรือ..?
    ผมว่านายหลวงไม่อยากให้เป็นอย่างนี้หรอกครับ
    แต่พวกคนชั่ว พวก อำมาตย์ อาศัยความดีของนายหลวงเป็นเกราะกำบัง…
    ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนรักนายหลวงเพราะเชื่อว่านายหลวงรักคนไทย
    ผมเชื่อว่านายหลวงไม่ต้องการอำนาจเหนือกฎหมาย…
    เพราะฉะนั้น อย่ากลัวเลยที่จะเปลี่ยนแปลง
    ผมว่าพระองค์ท่านจะสนับสนุนพวกเรา
    เพราะท่านไม่ต้องการให้คนชั่วทำลายประเทศแห่งนี้

    ความเห็นจาก tt — May 6, 2008 @ 4:20 pm

  87. ไอ้พวกที่พูดๆ กันเนี่ยเคย คิดสร้างอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศมั๋ย
    เคยคิดฝนเทียมบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนมั้ย
    เคยทำให้ชาวเขาที่ปลูกฝิ่นกลับมาปลูกอะไรที่เป็นประโยชน์ได้หรือป่าว
    ทั้ง ตอนที่คนไทยฆ่ากันเอง ถ้าไม่มีท่านเหตุการณ์จะสงบมั๊ย
    ถ้าพวกคุณ ทำอะไรให้ประเทศได้ครึ่งที่ท่านทำ

    พวกคุณเป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า จิตสำนึกที่ดีมีบ้างมั้ย
    เพราะโลกมีแต่พวกไม่มีสำนึกที่ดีอย่างพวกคุณมันถึงได้วุ่นวายอย่างนี้

    ความเห็นจาก เด็ก — May 6, 2008 @ 5:12 pm

  88. จะคิดเห็นยังไงก็ตามเถอะ ผมก็ยังศัทราและเทิดทูลพระมหากษัตริและราชวงค์ส่วนใหญ่ เพราะคุณความดีและคุณูประการที่มีมากเกินกว่าคนทั่วไปจะทำได้มันเป็นความชาญฉลาดของคนโบราณที่สร้างศุนย์รวมจิตใจของชุมชนเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มชนนั้นๆให้สงบสุข หากกษัตริย์องค์ใดลุแก่อำนาจก็จะล่มสลายไปเองดังจะเห็นในหลายๆประเทศกลไกของสังคมจะทำงานเองที่เราเคารพนับถือเพราะความดี เพราะความเสียสละพระองค์ทรงทำ ไม่เพียงแค่ดำริสิ่งเหล่านี้เกิดจากใจ เพราะตัวผมเองก็มีความเลวอยู่บ้างไม่เลิศประเสริฐศรีที่ทำไปทุกวันนี้บอกตรงๆเพื่อความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัวที่ได้กับประเทศชาติก็ทางอ้อมจากหน้าที่การงานเท่านั้น ผมเคารพในความคิดเห็นของท่าน อาจมีเคืองบ้างธรรมดาของคนเมื่อเรารู้สึกถูกดูหมิ่นสิ่งที่เราเคารพ แต่ก็นั่นแหละคนทุกคนย่อมมีเหตุผล ของตน เพราะพื้นฐานทางความคิดก็มาจากพื้นฐานทางครอบครัว และสภาพแวดล้อม ลองถามตัวเองสิครับว่าทำไม คนไทยส่วนใหญ่ถึงรักและหวงแหนในหลวงขนาดยอมที่จะตายแทนได้แล้วท่านหละจะทำให้คนสักพันคนรักท่านได้หรือเปล่า จะทำให้คนไม่ตำหนิท่านแม้ทำผิดเพียงเล็กน้อย ได้หรือเปล่า บางทีท่านคิดว่าทำถูกยังโดนตำหนิเลย แล้วมีใครบ้างจะตายแทนท่านได้ ลองถามตัวเองดู โลกวุ่นวายทุกวันนี้เพราะคนไม่เคารพความคิดของคนอื่น มันเป็นระบบหนึ่งของการอยู่ร่วมกันหนะ ไม่ว่าจะปธานาธิบดี ประทานพรรค เลขาณุการพรรค นายก มันก็เป็นกลไกหนะพอจะเข้าใจไหม๊ ไม่มีอะไรเลย เหมาเจ๋อตุงสร้าอะไร ทำไมคนจีนยกย่อง มหาตะมะคานธี เช แม่ชีเทเรซ่า ทำอะไร เราทำอะไร เลิกทะเลาะกันเถอะเราเชื่อก็ไม่จำเป็นที่ใครจะต้องเชื่อตามเรานี่ คนเคยเชื่อว่าโลกแบน เดี๋ยวนี้บอกกลม แล้วเชื่อเหรอว่ามันกลม ทำไม

    ความเห็นจาก wee — May 6, 2008 @ 10:34 pm

  89. เผื่อจะไม่เข้าใจเรื่อง่ายๆ นะครับ สมมติคุณเป็นแฟนลิเวอร์พูล แข่งกับ แมนยู แล้วเกิดชนะ คุณไปแสดงความดีใจอย่างสุดขั้ว ในกลุ่มแมนยู ทั้งๆที่ความจริงก็ทีมคุณชนะหนะ คุณคุณมีสิทธิที่จะแสดงออก ที่ไหนก็ได้ ก็ความจริงเป็นอย่างนั้น หนะ สิทธิ หนะ สิทธิ เข้าใจไหม๊ครับ เออแล้วผลจะเป็นยังไงแฟนแมนยู คงมาจับมือแสดงความยินดีด้วย ผมอาจไม่เข้าใจก็ได้ ไม่ต้องเชื่อ เพราะผมจบแค่ ปวส.อิเล็คๆ อยู่ในอ่างอาจไม่เป็นอย่างผมคิดก็ได้ มันตื้นไปคนนะไม่ใช่ปลา มีศรัทรา ไม่แปลว่าไม่พัฒนา

    ความเห็นจาก wee — May 6, 2008 @ 11:11 pm

  90. อีกตัวอย่าง เผื่อยังไม่เข้าใจอีก มีสาวฝรั่งอเมริกันคนหนึ่งไปเที่ยวแถบอาหรับ ด้วยความที่เธอเชื่อมั่นในชาติเธอว่ายิ่งใหญ่มีอิสระเสรี ไปใส่กางเกงขาสั้น เดินในเมืองกับเพื่อนอาหรับของเธอแล้วถามเพื่อนเธอว่า ทำไม่เธอต้องคลุมหน้า
    เพื่อนตอบว่า มันเป็นหลักศาสนา เธอถามอีกว่าทำไมใส่ชุดคลุม รุงรังอย่างนี้ไม่อึดอัดเหรอ เพื่อนตอบว่ามันเป็นหลักศาสนา เธอก็บอกว่าประเทศเธอแย่จังไม่มีอิสระเลย ฉันโชคดีมากที่เกิดเป็นอเมริกัน ขอบคุณพระเจ้า อีกอทิตย์ต่อมาเธอก็กลับประเทศของเธอ แต่ได้กลับแค่หัว คุณจะด่าใครดีย คนที่ทำร้ายเธอ โหดร้ายป่าเถื่อน หรือยกย่องความศรัทราในสิทธิ์ของเธอ อนิจา ซ้ำร้ายกว่านั้น เพื่อนเธอ ก็โดนฆ่าตายโหดร้ายไม่แพ้กันเลย อันนี้เป็นเรื่องบนโลกนี้นะ ไม่ใช่ดาวอังคาร ไม่ได้อยู่ในอ่างปลาด้วย

    ความเห็นจาก wee — May 6, 2008 @ 11:30 pm

  91. ใครเป็นดอกเตอร์ช่วยตอบคำถามหน่อย เอาแบบจบเมืองนอกนะ ในไทยอย่าสะเออะตอบ ความรู้ไม่ถึงหรอก ถามว่าสองเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ตอบได้ ถือว่าไม่เสียทีที่ไปเรียนเมืองนอกไม่เสียเงินเสียเวลาเปล่า อะ ให้บรรณาธิกรฟ้าเดียวกันช่วยตอบ ได้ หนึ่งสิทธิ์ อะๆ ทีมงานด้วย ช่วยหน่อย

    ความเห็นจาก wee — May 6, 2008 @ 11:39 pm

  92. ผมไม่ให้กำลังใจคุณหรอก พวกคุณมันก็แค่ คนที่ไม่มีที่ยืนในสังคม เป็นตัวน่ารังเกียจของสังคมไทยนี้
    ความคิดคุณมันใช้ไม่ได้ในประเทศไทยนี้ และ ณ เวลานี้ เพราะประเทศไทยเรามี พ่อหลวง ที่ประพฤติพระองค์ดี เป็นประโยชน์ต่อ ประเทศ และ ชาวโลก

    พวกคุณลองย้อนมองดูตัวเองซิ ว่า ทำได้ถึง 0.00000005 ส่วน 1,000,000 ของพระองค์ท่านหรือเปล่า

    ผมขอนิยามพวกคุณว่า เป็นพวก “ลิง ปิดหู ปิดตา ปิดจมูก ตัวเอง” จนไม่ยอมรับ ว่า พ่อหลวงเรานั้น ทำเพื่อประชาชนมาเท่าไหร่(แต่ต่างชาติ กลับ รับรู้)

    พวกคุณนั้นเป็นอะไรไม่ได้เลยในแผ่นดินไทย แม้แต่ ขี้ฝุ่นที่เล็กที่สุด คุณก็ยังไม่ใช่

    พวกคุณไม่ยืน แต่พวกผมยืน – พวกคุณไม่เคารพ แต่ พวกผมเคารพ รัก ครับ

    ผมขอยอมเป็นทาส ในใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาท ยังดีกว่าเป็นพวกเจ้าความ(สิ้น)คิด แบบ พวกคุณ

    นี่แหละ ความคิดของผม ที่คิดต่างจากคุณ

    ความเห็นจาก I_Love_My_King — May 9, 2008 @ 4:57 pm

  93. อาจารย์เขาพูดถึงกษัตริย์ในความหมายสถาบันกษัตริย์ ไม่ใช่ตัวบุคคล และต้องการการปรับตัวเพราะบุคคลนั้นไม่ยั่งยืน อย่างที่เรากำลังจะเผชิญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งมันทั้งน่าคิดและก็น่ากลัวเพราะถ้าบุคคลที่จะมาสวมบทสถาบันในอนาคต ไม่สามารถถูกตรวจสอบได้ ด้วยเราตั้งกฏเพื่อปกป้องพระบารมีกันอย่างงมงายล้าหลังล็อคตัวเองไว้อยู่ ถ้าสถาบันนั้นไม่มีบทบาทใดๆทางสังคมได้จริงก็แล้วไป แต่ก็เห็นๆอยู่ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นกันมากี่สิบปีแล้ว เอาแค่ระยะที่ผ่านมาสั้นๆก็เห็นกันอยู่
    เขียนและคุยต่อไปครับอาจารย์ คนที่อ่านแล้วไม่อยากคิดส่วนใหญ่จะโผล่มาพูดจาหยาบคายกันแค่เฉพาะในเวบกันแบบนี้แหละ เพราะอารมณ์ครอบงำปัญญาจนหน้ามืด เลยสำรอกเขียนอะไรกันได้มักง่ายเฉพาะในนี้ เพื่อนๆที่อ่านแล้วคิดต่อยังมีอีกหลายคนครับแต่ขี้เกียจเขียนในนี้ อีกด้านนึงก็สะท้อนว่าความงมงายที่แปรรูปเป็นความรุนแรงยังสะสมอยู่ในคนไทยตัวอย่างหลายคนบนคอมเมนต์นี้ เราก็สนใจพวกเขาครับว่าสถาบันนี้หล่อหลอมคนพวกนี้ขึ้นมาได้อย่าไร โดยไม่ต้องมีการคงอยู่ของสมาคมลูกเสือชาวบ้าน หรือกระทิงแดง

    ความเห็นจาก ๙๙๙๙ — May 10, 2008 @ 6:10 am

  94. ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นประชาชนของพระองค์ท่านจนชีวิตจะหาไม่

    ความเห็นจาก แผน — May 10, 2008 @ 1:19 pm

  95. บันทึกของเสด็จในกรมหลวงชุมพร เขตรอุดมศักดิ์

    เจอบันทึกนี้ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรู้ว่า
    “กูกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์”
    ผู้เป็นโอรสของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกรับรู้ไว้ว่า
    แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษ ได้เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตแลกไว้
    อีมันผู้ใด คิดชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
    ฤา กระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม
    จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว
    ก่อนที่ที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม
    อันเป็นที่รักของกู
    ตราบใดที่คำว่า “อาภากร”
    ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู
    ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา
    มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
    แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข
    มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น

    จากหนังสืออนุสรณ์พระนคร ‘39

    ความเห็นจาก คนไทย — May 10, 2008 @ 5:23 pm

  96. คุณพยายามที่จะสร้างความแตกแยกในสังคมให้กับคนไทย เรื่องมี 100 เรื่อง ไม่เห็นจำเป็นต้องวิจารณ์หมดซะทุกเรื่องก็ได้

    ความเห็นจาก I don't like this article — May 10, 2008 @ 6:07 pm

  97. ผมว่าเขาแค่เป็นคนที่อาจไม่มีที่ยืนในสังคม อยากเด่นมากกว่าเหมือนไอ้โชติสาด มันไม่ดูรากเหง้ามันเลย หรือไม่มันก็สมควรที่ลาออกจากการเป็นคนไทยแล้วไปเป็นพลเมืองประเทศอื่นแทนดีกว่า .

    ความเห็นจาก I don't like this article — May 10, 2008 @ 6:16 pm

  98. มึงอยู่ต่างประเทศมากไปป่าว ไปโอนสัญชาติเลยนะ

    เลยไม่รู้ว่าคนในสังคมเค้ามีแนวคิดยังไง

    ความเห็นจาก ยอดมนุษย์ — May 11, 2008 @ 12:49 am

  99. Garbage .

    ความเห็นจาก fair — May 11, 2008 @ 2:17 pm

  100. พวกมึงมันเลวจริงแน่จริงโทรมาคุยกับกูดีกว่า0894525225

    ความเห็นจาก ชายชาญลูกพระเจ้าตาก — May 11, 2008 @ 9:51 pm

  101. rep.61

    ก็พ่อทักกี้คุณเขาเล่นบทใหม่เลยหลอกคุณได้ล่ะสิครับ…หลอกผมไม่สำเร็จหรอก อย่ามาอ้างศักดินาโน่นนี่หรือทำตัวเป็นซ้ายตกขอบเลย…พวกคุณก็แค่เกาะกระแสจังหวะที่เขาเอาเรื่องศักดินามาอ้างแล้วก็เนียนแทรกเรื่องสังคมเสรีภาพบ้าบออะไรของคุณเข้ามาก็แค่นั้นเอง ไอ่ทักกี้ก็ทำตัวศักดินา ไปไหนมาไหน แมร่งคุ้มกันแห่แหนยังยิ่งกว่างานบวชลูกผู้ว่า ไปตามมันมาขึ้นศาลซะดีๆก่อนดีกว่ามั้ย…วัดน่ะไม่ต้องไปถึง 99 วัดหรอก กุต่อให้ไหว้ 999 วัดก็ไม่หายหรอกความซวย ในเมื่อคนมันยังเหรี้ย…ทำความเดือดร้อนอยู่อย่างนี้

    ความเห็นจาก olo — May 12, 2008 @ 1:57 pm

  102. สถานภาพไทยศึกษาจากสายตา “คนนอก”

    พวกมึงก็ช่วยออกไปมองนอกประเทศไทยด้วยครับ

    ความเห็นจาก ส้นตีนกูจะไปอยู่บนหน้ามึง — May 12, 2008 @ 7:32 pm

  103. สาดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเหี้ยนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เนรเทศมันออกไปจากประเทศกู

    ความเห็นจาก รักในหลวง — May 14, 2008 @ 11:01 am

  104. สิ่งที่กลุ่มคุณคิดและทำอยู่ คูรก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี
    เช่นเดียวกับคนที่รักสถาบันฯ ก็ทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีเช่นกัน
    อ่านมาก ศึกษามาก ก็เริ่มบ้า
    เห็นฝรั่งทำ อยากทำตามผรั่ง
    ประเทศไม่พัฒนาเพราะสถาบันฯ หรือคนไทยโง่ๆ หลายๆ คนกันแน่

    ลองไปคิดให้ดี

    ความเห็นจาก Sun — May 14, 2008 @ 6:44 pm

  105. ฉลาดเหลือเกิน.. ไอ้เหี้ย !!!! ฉลาดแบบฝรั่งเนี้ยประเสริฐเหลือเกิน.. ศึกษาวิถีปกครองแบบตะวันออกบ้างอาจารย์ ฉลาดเหี้ยๆ แบบนี้อย่าอยู่เมืองไทย.. ไอ้สาดดดดดดด กตัญญูรู้คุณแผ่นดินเนี้ย.. ฝรั่งพ่อมึงมันสอนไหม จัญไร จัณฑาล… ไล่แม่งออกไปจากเมืองไทย..ไอ้เหี้ย

    ความเห็นจาก คนไท — May 15, 2008 @ 8:26 am

  106. บุคลที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตอุทิศตนเพื่อประชาชน ให้ความรู้ ให้อาชีพ ช่วยให้ประชาชนมีอาชีพทำกิน มีกินมีใช้จนถึงทุกวันนี้ สมควรจะได้รับการสรรเสริญ ยอมรับนับถือมากกว่า บุคคลบางพวกที่เอาประชาธิปไตยบังหน้าแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องมากนัก

    ความเห็นจาก เล็ก — May 15, 2008 @ 9:57 am

  107. มีแต่พวกตามืดบอด หลงตามกระแส

    ได้อ่านงานของอ.จริงๆจังๆหรือเปล่า บางอย่างมันเป็นสิ่งที่สมควรแก่เวลา

    ตอนนี้อาจยังไม่เห็น เพราะมีภาพมายาและการหล่อหลอมทัศนคติที่วางแผนกันมาเกินกว่าคนทั่วไปจะได้รับรู้

    รออีกไม่กี่ปี เดี๋ยววันนั้นทุกคนจะได้รู้กัน ว่าอะไรควรจะเป็นอะไร

    อยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อให้คนส่วนใหญ่ตาสว่าง

    แต่เห็นข้อความต่างๆแล้วเหนื่อยใจ คิดว่ายังไม่เกิดประโยชน์ในช่วงนี้

    คนไทยมักเป็นซะอย่างนี้ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา…

    ความเห็นจาก โจโฉ2008 — May 15, 2008 @ 2:14 pm

  108. ไค่ฮากขนาด ฮ่ากิ๋นตับนี่ หัวฝาหรั่ง มิแซ่บว่า ชื่อไทยหรือเปล่า ไม่ไปตั้งชื่อฝาหรั่งไปเลยล่ะ อย่ามาตายบนแผ่นดินนี้เลย เปลืองดินกลบหน้า เปลืองเตาเผา
    เรื่องร้อยแปดพันเก้า ไปศึกษามาแบ่งปันสิ สะหลิดอยากรู้อยากแสดงความฉลาด ว่าง ๆ เอาสมองไปวิจารณ์วิถีชีวิตแม่ตัวเองมาเสนอมั่งนะว่า ทำไมถึงยอมทิ้งขี้เถ้ายัดปาก ปล่อยให้หลุดออกมากินไก่สดแบบนี้

    ความเห็นจาก ป้าสมจิตร — May 15, 2008 @ 2:55 pm

  109. ไม่เข้าใจ ทำไมคุณๆถึงดิ้นรนอยากจะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์กันเหลือเกิน
    คือด้วยหัวข้อของข้อความเนี่ย ก็พอจะเห็นด้วยว่าไม่ใช่เรื่องผิด การพูดถึงสถานบันฯต่อ
    สาธารณะชน แต่ในความหมายที่ท่านเขียนมา มันไม่ใช่การ”พูดถึง” มันจะคือ
    การ “ชำแหละ” สถานบันฯ ต่อสาธารณชนมากกว่า โดยส่วนใหญ่สิ่งที่คุณๆอยาก
    จะวิพากษ์ มันแทบจะไม่มีมูล หรือที่มา หรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ทั้งสิ้น

    คนส่วนใหญ่(ที่ไม่ชอบสถาบันฯ) ที่ผมคุยด้วย มันจะมีเรื่องมาวิพากษ์ที่เป็นเรื่อง
    ไม่ดีเกี่ยวกับสถานบันฯ พอผมถามว่าเอามาจากไหน “ก็ในเน็ตเค้าพูดกัน”
    ในเน็ตที่ว่าเนี่ย เค้า “รู้” จริงๆเร้อผมถาม เค้าก็ยืนกรานว่า ก็ในเน็ตเค้าพูดกันทั้งนั้น
    แล้วมันมาจากไหนครับไอ้ในเน็ตเนี่ย คิดว่าคนที่เค้า “รู้” เรื่องจริงๆจะลดตัวลงมา
    ป่าวประกาศอะไรกันเน็ตเหรอครับ มีแต่คนที่ คิดไปเอง แปลความเอาเองทั้งนั้น

    กล่าวคือเป็นสิ่งที่คุณๆเหล่านั้นอยากให้เป็นมากกว่าที่เป็นความจริงไงครับ
    คนที่มีชื่อขึ้นต้นว่า อ. ศจ. ดร. แปลได้ว่าเค้าเหล่านั้น “ฉลาด” แต่ไม่ได้
    แปลว่าเค้าเหล่านั้น “รู้จริง” นะครับ

    ความเห็นจาก TumMM — May 15, 2008 @ 3:15 pm

  110. ทุนสามาน
    ครอบงำเศรฐกิจ การเมืองประเทศไทย
    ดูเอาเองเถอะตอนนี้พวกที่มีทรัพย์สินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน
    มีตระกูลอะไรบ้าง
    แล้วคนไทยต้องใช้น้ำมันแพง ข้าวสารแพง น้ำตาลแพง
    เงินเข้ากระเป่าของพวกทุนสามานทั้งนั้น
    แล้ววันนี้พยายามเบี่ยงประเด็นเพื่อปกปิดความชั่ว
    และจะครองอำนาจเพื่อกระทืบคนไทยต่อ
    วันใดที่พวกทุนสามานนี้เข้าคุก
    สังคมไทยคงจะพ้นจากวิกฤตนี้ไปใด้

    ความเห็นจาก หมาน — May 15, 2008 @ 11:11 pm

  111. The issue here is readers are grouping Sameskybks and Prachatai and the “Chotisak/Chotsak” issue.
    Readers feel that all these sites are the “same”. There are differences.

    Now while there is clearly overlap in modes of thought between these sites and forums there needs to be a separation between different so-called “leftists”. Some call them “new” or “old” leftist groups depending on which generation they emerged from. However, I’d like to say a more accurate label would be “moderate” leftists, many are academics and now “new” leftists who are agent provocateurs who adopt the facade of being a progressive but has either an intentional or unintentional side-effect of benefitting the Thaksin/Jakrapop movement.

    Prof. Thongchai seems to me to be a moderate, middle of the road academic. However the response he is getting reflects the “awakening” of many Thais to what they, rightly, assess as an anti-monarchy movement which has exploded all over the internet. Some of these “cloned” sites even adopt an academic “tone” (very poorly). Prof. Thongchai needs to see the technology as his friend so he is aware of what is REALLY GOING ON.

    I think all these websites, sameskybks, prachatai have good intentions. However, there is no denial that some external members who are not part of the original organizing team are using these sites for political purposes for the sake of Thaksin (the new emerging sakdina).

    I respectfully submit to Prof. Thongchai and his associates to study how their work is being protrayed in the mass media. No, ASTV/Manager is not your enemy (I noted recent articles which praised and sympathized with the old prachatai site)—your enemy is the man who will benefit from the anti-monarchy movement which currently borrows youra academic work like how a parasite lives off a host.

    In a free Thailand, one can acknowledge that the monarchy is a symbol which can manipulate people, and people can manipulate the monarchy! This is my honest conclusion.

    ASTV/Manager is using the monarchy more as a shield for itself. Do not say ASTV/Manager is the starting point for these issues. Many online Thai papers are reporting the -exact- same concerns.
    Again, if you don’t use technology, then your eyes and ears are closed.

    Whereas Thaksin/Jakrapop Penkair are using the monarchy as a way to gain western approval. Say “democracy” or “down with monarchy or patronage” then the westerners perk up their ears and applause without understanding WHO Thaksin is and his plans for Thailand (nevermind what he has -already- done to the country).

    I hope people will stop misunderstanding Prof. Thongchai.

    Take Care.

    With highest respects,
    Ms. Stillwater

    ความเห็นจาก Ms. Stillwater — May 16, 2008 @ 5:32 am

  112. 8o8 Says:
    May 16th, 2008 at 12:57 am
    กูเคยเดินผ่านบู๊ทร้านหนังสือพวกมึงที่ศูนย์สิริกิจมึงไม่เคารพสถาบันมึงเอาไปขายที่นั่นทำเหี้ยอาไรพวกมึงก็ไม่สมควรจะอยู่ในแผ่นดินนี้ด้วยงานคราวหน้าพวกมึงเตรียมรอไว้ได้เลยหลายเข็มแน่ๆกูเล่นทั้งหญิงและชายพวกเหี้ยหนักแผ่นดิน
    พวกมึงก็หาแดกกับสถาบันละว่ะไอ้พวกเหี้ย
    —————————————————-
    Above is a good example of the new low-cost information warfare.

    We don’t know who 8o8 is. Is he/she really a supporter of Pantamit? Who knows.

    Not all the people who post here are “who” they are. Currently there are agent provocateurs on many sites. You don’t know who they are, where they are from but they are good at one thing: pretending to be someone ELSE.

    Use your common sense…they post the same message over and over again all over the place. Go look all over Samesky…same messages, same usernames. By representing a certain group in a certain light—their mission is accomplished.

    For example, I can go to manager.co.th and pretend to support sameskybooks and say bad things. Who will be blamed? Samesky. Do you understand this very simple trick? It’s child’s play!

    This is the strategy to create disunity.

    Everyone is falling for this trap: the loyal/royalists, the “left” who are being used to serve the capitalist sakdina (Thaksin).

    Everyone fails unfortunately.

    ความเห็นจาก Ms. Stillwater — May 16, 2008 @ 9:12 am

  113. ฝรั่งเขาเป็นพ่อมึงเหรอถึงเชื่อเขาทุกเรื่องเปลี่ยนชาติไปเลยมึงน่ะ อยากจะรู้จริงๆโคตรเหง้ามึงเป็นอะไรมา ไม่ได้รักชาติ หมิ่นเบื้องสูงตลอด ระวังโดนตีด้านหลังนะมึง

    ความเห็นจาก wankub — May 16, 2008 @ 12:06 pm

  114. นายธงชัย วินิจจะกูล อยู่เมืองนอกจนลืมประเพณีปฏิบัติของคนไทยไปหมดแล้วหรือ คุณก็มีสิทธิ์จะคิดต่าง แต่ขออย่าง อย่าใช้สัญชาติไทยต่อไปเลย รีบไปโอนสัญชาติเป็นชาติหมาจะดีกว่า…

    ไอ้หน้าโรคจิตเอ้ย

    ความเห็นจาก ไม่บอก — May 17, 2008 @ 1:47 am

  115. I have been living in the US for about 37 years and have received a Ph.D. degree from a highly credible university in the US. I have also read The King Never Smiles. In my view, many people who live or have been educated abroad have been misled by Western thinking. I have issues with those who see no values in what His Majesty the King has done for Thailand. In no way is he a perfect king, but he is far better than other monarchs that I know. He genuinely has the country and the people’s best interest at heart. It is outright offensive that นิตยสาร ฟ้าเดียวกัน is unfairely critical of the King.

    ความเห็นจาก Siam Legend — May 17, 2008 @ 2:07 am

  116. กูคุยกับนักธุรกิจต่างชาติมาตั้งเยอะ

    พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

    “เพราะเรามีในหลวง ประเทศเราจึงสงบสุข” แตกต่างกับประเทศอื่น ๆ ที่มีแต่ทะเลาะเบาะแว้งชิงดี

    แล้ว “ธงชัย วินิจจะกูล” คุณเป็นใคร? เคยทำความดีให้ชาติบ้านเมืองเป็นชิ้นเป็นอัน หรือ มีแต่ความคิด ทฤษฏีที่เข้าข้างตัวเองเพียงอย่างเดียวหรือไง

    รีบ ๆ ไปตายซะเหอะนะ ให้ยกมากี่ร้อยหลักการและเหตุผล ยังไงพวกเราก็รักในหลวง และจะไม่จาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันอันที่เคารพรักนี้เด็ดขาด

    โปรดจำใส่กระโหลกไว้ ศรัทธามันมีอะไรมากกกว่าหลักการ

    ผมไมได้ศรัทธาคุณ ไม่ได้เชื่อหลักความคิดคุณ เพราะคุณไม่ได้มีผลงานอะไรให้ชาติบ้านเมืองที่ค้ำจุณบ้านเมือง

    เราจึงไม่เชื่อคุณและไม่จำเป็นต้องให้ราคาแก่ความคิดของคุณให้มาก

    เพียงแต่อยากให้คุณหยุดเพราะความเป็นชาติ ความเป็นแผ่นดิน มันมีอะไรที่มากกว่าหลักการ

    ความเห็นจาก นิวคาสเซิล — May 17, 2008 @ 2:25 am

  117. ตายซะเมืองนอกเลย อย่าเข้ามาตายในประเทศนี้ล่ะ

    ความเห็นจาก NGO — May 17, 2008 @ 1:47 pm

  118. คุณอ่านแต่ละความคิดเห็นคิดว่าใครที่สนับสนุนบทความของคุณบ้าง พิจารณาตัวเองหน่อยนะ

    ความเห็นจาก ฟ้าเดียวกันช่างโง่เขลาเบาปัญญา — May 17, 2008 @ 3:08 pm

  119. คุณจงจำใส่หัวไว้เลยว่าคนไทยเกือบ100%เทิดทูลในหลวงและสถาบันกษัตริย์ ด้วยใจซึ่งมันมีประวัติ การเสียสละ มาแต่โบราณ ส่วนนี้คุณคงมองข้ามผ่านมันไป คุณเกิดมาในแผ่นดินนี้ควรรู้จักการเคารพต่อความเชื่อ ความเคารพ สิ่งที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของคนทั้งชาติ คูณไปตายแล้วไปเกิดใหม่ในสังคมอื่นเถิด ที่นี่คงไม่เหมาะกับพวกคุณ….ทุกที่…ทุกสังคม…มีลักษณะการดำรงค์อยู่ที่แตกต่างกัน…จงอย่าเอาลักษณะของสังคมหนึ่ง…มาเป็นมาตรฐานกับสังคมอื่นๆ…สำหรับที่นี่…ประเทศไทย…เรามีในหลวงเป็นศูนย์รวมของคนทั้งชาติ

    ความเห็นจาก jabbb — May 17, 2008 @ 3:15 pm

  120. อ่านแล้วแปลกๆเหมือนยกย่องคนต่างประเทศว่าเค้าทำถูกต้องทุกอย่าง แล้วพวกผรั่งทำอะไรให้ประเทศไทยบ้างนอกจากกอบโกย กฏหมายหมิ่นผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับที่จะมี ควรมีการวิพากษ์วิจารณ์กษัตย์ได้แต่ของให้วิพากษ์ตามความเป็นจริง หากมีหลักฐานต่างๆก็แสดงออกมา ใช่อ้างคำพูดของคนนู้นคนนี้แล้วเอามาปะติดปะต่อ แล้วพระองค์ไม่มีโอกาศจะชี้แจงสิ่งที่พวกคุณได้วิพากษ์วิจารณ์ได้เลย พวกคุณพูดออกมาฝ่ายเดียว เพราะถ้าจะมาตอบคำถามจากพวกคุณทุกคนทุกคำถาม แล้วคิดหรือว่าคนๆหนึ่งอายุก็ปาเข้าไป 80ปีแล้วจะมานั่งตอบคำถามของทุกคน พระองค์ควรจะได้พักผ่อนได้แล้ว และอีกอย่างคนไทยด้วยกันเองย่อมรู้คนไทยด้วยกันเองใช่คนนอกอย่างคุณหรือผรั่งที่คุณยกย่องเทิดทูล และผมยอมรับตรงนี้ครับว่าผมรักและเทิดทูลพระองค์มากเกินกว่าจะเปลี่ยนใจได้ แม้นแต่ชีพก็สละได้เพื่อพระองค์ สุดท้ายผมขอฝากคำพูดนี่ไว้นะครับ “เสรีอย่างมีขอบเขตถึงจะเรียกว่ามีอารยชน”

    ความเห็นจาก Apiruck — May 17, 2008 @ 4:01 pm

  121. ที่เถียงๆกันมานี่เพราะยึดมั่นกับฐานความคิดของตัวเองฝ่ายเดียว

    ถึงผมไม่ได้เป็นสมาชิก(อยากจะเป็นถ้ามีเวลา)
    ก็เห็นด้วยตรงที่ว่าเว็บไซต์ต้องแยกระหว่าง
    คนที่คุยบนพื้นฐานเดียวกันได้กับคนที่คุยกันไม่ได้เพราะพื้นฐานต่างกัน
    (ทั้งไม่ต้องการเปิดรับความเห็นที่แตกต่างของฝ่ายอื่น)
    ไม่เช่นนั้นก็จะมี “พวกหลับหูปิดปัญญา” หรือ คนไทยแบบ
    ปลาที่ไม่เคยรู้จักชีวิตแบบอื่นที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในน้ำ
    และเห็นว่าชีวิตท่ามกลางน้ำในอ่างใบนั้นวิเศษที่สุด
    เข้ามาพ่นไม่หยุดหย่อน

    ความเห็นจาก ภานุวัฒน์ — May 17, 2008 @ 4:26 pm

  122. หลับหูปิดปัญญาหรือ ที่คุณภานุวัฒน์เสนอมานั้นน่ะหลับหูปิดปัญญาเลยละ แต่ไม่ขัดนะถ้าจะไปสุมหัวกัน คุยกันเองระหว่างคนไร้รากเหง้า จนต้องเอารากตัวเองไปดูดกากปัญญาคนอื่นมา แล้วก็อย่าให้คนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกเข้ามาอ่านเว็บได้ หรือเผยแพร่ข้อมูลไปสู่สาธารณะล่ะ เพราะถ้าคุณแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ คุณก็ต้องให้สาธารณะเข้ามาแสดงความเห็นได้ เพราะเขาเดือดร้อนรำคาญใจ

    ความเห็นจาก ฟ้าเดียวกันไฉนแบ่งแยกกัน — May 17, 2008 @ 11:49 pm

  123. ผมอยากจะบอกว่า กฏหมายหรือว่าหลักการต่าง ๆ ที่ทำให้ดูเหมือนว่า
    นี้กษัตริย์ดูเหมือนอยู่เหนือประชาชนมากๆ จริง ๆ แล้วมาจากประชาชน
    ประชาชนเทิดทูญกษัตริย์ มีความจงรักภักดีในสถาบันกษัตริย์มากๆ
    และในขณะเดียวกัน กษัตริย์ก็ทรงพระปรีชาสามารถมาก ทุกครั้งที่เรา
    เห็นเหตุการณ์ที่ประจักษ์ต่อสายต่อประชาชนทั้งประเทศ ก็มีแต่นักการเมือง
    ที่เหลิงอำนาจตีกันจะยึดอำนาจกัน คอรับชั่น เผด็จการณ์มั่ง และก็มีเยอะแยะ
    ก็มีแต่สถาบันกษัตริย์ที่พระองค์ทรงออกมายับยั้งสถานการณ์ที่แย่ ๆ ทั้งหลาย
    แต่ว่าในขณะเดียวกันพระองค์ก็ไม่แทรกแทรงประชาชน พระองค์ทรงอยู่ใน
    ทศพิธราชธรรมเสมอ แม้กระทั่งถูกอดีตนายกบางคนหมิ่นพระบรมฯ อย่างมาก
    ท่านก็มิได้ทำอะไร มีแต่พระมหากรุณาธิคุณ จนบุคคลที่อยู่รอบข้างพระองค์ทนไม่ได้
    ต้องออกมาต่อว่าเอง อันนี้เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ผมพูดได้เลยว่า
    ถ้าประเทศไทยไม่มีสถาบันกษัตริย์ดังปัจจุบันจะไม่มีพระเทศไทยคงอยู่อย่างนี้
    แน่นอนผมขอยืนยัน

    ผมว่าเวปนี้
    ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังที่มีความคิดที่ไม่ดีต่อระบอบการปกครองไทยแน่ ๆ เชื่อไหม หึหึ

    ความเห็นจาก TuGy — May 19, 2008 @ 12:29 pm

  124. ภานุวัฒน์ คุณคิดคนไทยไม่ลืมหูลืมตาขนาดนั่นเลยหรอถามจริง ยกย่องความดีคน มันถึงขั่นมาว่าคนชาติเดียวกันจมปรักอยู่เเต่สิ่งดิมเเล้วตัวคุณละ เคยทำอะไรที่บุญคุณต่อประเทศเเล้วหรือยัง ที่คุณพูด คุณคิดว่าความคิดคุณดีมากเลยหรือไงครับ อยากจะรู้ สติปัญญาคุณฉลาดมากเลยหรอ อยากเห็นความสามารธคุณเลยเกิน ที่คุณน่าจะใช้กับตัวคุณมากกว่า พูดอะไรเเสดงความคิดอะไร ดูตัวเองด้วย คุณหรือเปล่าที่โง่ มองคนชาติเดียวกัน พวกหลับหูปิดปัญญา คุณหรือเปล่า

    ความเห็นจาก อยากจะรู้ — May 20, 2008 @ 10:47 am

  125. ภานุวัฒน์ สมองคุณ จะเก่งไปได้สักน้ำ ทำอะไรบางหรือยังที่ประโยชน์มหาศาลต่อประเทศ คิดต่อต้าน ว่ากล่าวคนไทย ผมสมมุติ ท่านายหลวงไม่ได้ทรงทำไรอะไรเลยกับประเทศไทยเรา คนไทยส่วนใหญ่ที่รักท่านไหม พวกหลับหูปิดปัญญา คือตัวคุณเอง เเสดงความโง่เขลาเบาปัญญาให้คนได้เห็น สุนัขยังรู้จักว่าบุญคุณเล้วตัวคุณเอง เป็นสัตว์ประเสริฐ หรือสัตว์นรก ละ? สมองคุณจะเก่งได้นานเท่าไรก็ออกมาพูดสิ อีกสิ ยังจะรู้ไม่ทราบว่า คุณจะอวดความคิดที่ฉลาดได้เท่าไร อยากรู้เท่านั่นเอง

    ความเห็นจาก อยากจะรู้ — May 20, 2008 @ 10:53 am

  126. ความคิดคุณ ภานุวัตน์ มั่นกับฐานความคิดของตัวเองฝ่ายเดียว เช่นกัน คิดว่าตัวฉลาดที่เเท้ยิ่งกว่า …… ไม่เเสดงคำพูดนะครับ

    ความเห็นจาก อยากจะรู้ — May 20, 2008 @ 10:59 am

  127. ผมก็ยังสงสัยว่า ถ้าเราวิพากษ์สถาบันญเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือต้องการล้มล้าง หรือต้องการเห็นสถาบันฯเป็นอย่างไร
    และจำเป็นที่สถาบันต้องเป็นอย่างที่ท่านคิดหรือไม่
    ทำไมเราต้องมาชี้ว่าต้องเป็นอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนี้
    เมื่อความเชื่อพื้นฐานของแต่ละคนแตกต่างกัน ก็เมื่อเห็นแตก ไม่ใช่เรื่องแปลก ก็ป่วยการที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไป ยกเว้นอยากให้เกิดความแตกแยก หรือเพื่อต้องการสื่ออะไรที่ท่านคิดว่าถูก

    เรื่องที่ฝรั่งมองไปย ก็เป็นเรื่องที่นักวิชาการจะต้องตอบเขาไป จะเอ่อออก็ทำไป จะไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป
    ในชีวิตของผมและประชาชนอื่นๆอีกเป็นล้านๆคนก็คงไม่ใส่ใจกับการวิพากษ์สักเท่าไร เพราะไม่ใช่เรื่องปากท้อง
    การมีกษัตริย์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ผมก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ดีกว่าไปยึดตัวบุคคล

    คือบอกตรงๆ ผมไม่เข้าใจอยู่ดีว่า จริงๆ ท่านต้องการจะดำรงสถาบันฯไว้หรือไม่ต้องการ และต้องการอะไร เพราะเหตุใด และเชื่อได้อย่างไรว่าจะดี
    เพราะถึงเวลานั้นก็จะมีนักวิชาการมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่มีอันจบสิ้นแน่นอน เชื่อหัวคุณเรืองเถอะ ฮา

    ความเห็นจาก ผมเอง — May 20, 2008 @ 8:10 pm

  128. (ต้องขออภัยด้วย ที่อาจโพสไว้หลายแห่งบนเว็บไซด์แห่งนี้ ขอบคุณครับ)

    ระหว่างมุ่งไปข้างหน้า .. กับย้อนกลับไปข้างหลัง
    ผมจะเดินไปข้างหน้าแบบไหน .. หรือผมจะย้อนกลับไปอย่างไร มันคือสิ่งที่ผมกำลังถามตัวเองอยู่

    บ่อยครั้งที่หลายคนสนใจเหตุการณ์บ้างเมือง เพราะมันกระทบกับความเป็นไปของสังคม กระทบกับการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต
    ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง เพื่อคนรอบข้าง หรือเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ก็คือเหตุการณ์ที่เราต่างให้ความสนใจ
    บางทีอาจเฝ้าดู บางทีอาจเข้าร่วม บางทีอาจลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง

    คนเรามีความเชื่อเฉพาะตัวไม่ว่าความเชื่อนั้น จะเลวร้ายน่าเหยียดหยามจากความเชื่อที่บุคคลอื่นยึดถือแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็เป็นความเชื่อ ที่แต่ละคนมี หากว่าเราไม่มีความเชื่อแล้วเราจะดำรงอยู่บนโลกนี้ภายในแนวทางใดได้
    แม้ความเชื่อที่ยังไม่เป็นความเชื่อชัดเจน หรือเป็นเพียงการค้นหาแนวความเชื่อ .. ก็เข้าข่ายความเชื่อไม่ต่างกัน เราต่างปรับเปลี่ยนความเชื่อให้เข้าความรู้สึกนึกคิดตามเวลาที่ผ่านไป

    สรุปแล้วถ้ากล่าวในมุมมองหนึ่ง ความเชื่อก็คือสิ่งที่หล่อหลอมบุคคล ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปตามสภาวะการเรียนรู้ การปลูกฝั่ง การบ่มเพราะหรือไม่ก็ตาม

    ความเชื่อ อาจทำให้เราทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน มันเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ .. เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องมีความเชื่อให้ตั้งมั่นอยู่ในความมีตัวตนของแต่ละคน .. เว้นแต่เราจะสามารถละทิ้งตัวตน ซึ่งอาจทำให้เราไม่รู้สึกต่อความเชื่อที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไป .. แต่ความเชื่อก็ยังดำรงอยู่

    ………………………..

    สังคมจะเป็นอย่างไรต่อไป … เราอาจเป็นผู้สังเกต ผู้เข้าร่วม ผู้ดำเนินการ หรือเราอาจเป็นผู้เปลี่ยนแปลง .. สิ่งที่เรียกว่า กฎหมาย และรัฐธรรมนูญของประเทศ

    ……………..

    แต่บางครั้ง ในที่เหินห่าง .. จากเรื่องราวความขัดแย้งวุ่นวาย
    คนบางคนก็แค่มุ่งมั่นเดินสวนทาง .. จากเส้นทางแห่งความเจริญที่ได้เคยพบมา
    เข้าไปสู่หนทางที่ลำบาก ยาวไกล ..
    คงไม่ต้องกล่าวว่าพวกเขาทำอะไรให้กับส่วนไหนของสังคม

    คำถามของผมก็คือ… ถ้าคุณไม่ได้รักประเทศที่ในหลวงทรงดำเนินและเหยียบย่างเข้าไปเพื่อแก้ไขความลำบากของประชาชน
    ในชนบททุกย่อมหญ้าแล้ว ..
    คุณเคยเหยียบย่ำลงบนพื้นโคลนของชนบทไทย หรือสัมผัสคุณค่าแห่งการให้ กับส่วนที่ยังขาด .. ในที่ใดที่หนึ่งบทผืนแผ่นดินไทยบ้างหรือไม่?

    ผมรักในหลวง ไม่ใช่เพราะพระองค์ทำอะไรให้กับผม
    ผมเคารพในหลวง ไม่ใช่เพราะพระองค์เป็นกษัตริย์ของผม
    ผมเทิดทูนพระองค์ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ตามกฎหมายบอกให้ผมทำ
    ผมอยากให้พระองค์ ยังอยู่อีกยาวนาน ไม่ใช่เพราะเป็นคำพูดที่ผมสมควรพูด

    แต่เพราะพระองค์เป็นกษัตริย์ในแบบที่ต่อให้เราได้เกิดมาเป็น ก็ไม่อาจเป็นได้
    พระองค์อาจจะไม่ได้ดีเลิศสมบูรณ์ แต่ก็ดีมากพอที่ผมจะยอมรับได้ว่าเหนือกว่าบุคคลทั่วไป

    มันจะเกี่ยวกันไหมกับประเด็นที่เราถกเถียงกันมา .. ผมก็ไม่อาจคาดเดาได้ ..
    ผมแค่กำลังตัดสินใจ .. จะเดินไปข้างหน้า หรือย้อนกลับไปข้างหลังดี

    ผมภูมิใจที่เกิดในประเทศไทย .. แม้ไม่ยิ่งใหญ่ .. ไม่เกรียงไกร .. ไม่ร่ำรวยกว่าประเทศไหน
    อาจมีปัญหามากมาย มีเรื่องให้ต้องดิ้นรน ขบคิด ฝ่าฟัน
    แต่เรามีทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องมี

    ผมกำลังอยู่ในประเทศที่ร่ำรวยและน่าอยู่แห่งหนึ่งบนโลก .. แต่ผมพูดได้เต็มปาก และเต็มรูหูว่า ..
    ไม่มีที่ไหนที่มีคุณค่า และมีความหมายเท่าแผ่นดินไทยที่ผมได้เกิดมา .. และจะต้องตายลงเลย

    ความเห็นจาก ลมกังหัน — May 21, 2008 @ 12:03 am

  129. คุยเรื่องสถาบันกะคนไทย ก็เหมือนคุยเรื่องศาสนา เป็นเรื่องความเชื่อ เอาเหตุผลมาพูดกันลำบาก เพราะล้างสมองกันมาแต่เล็กแต่น้อย

    ความเห็นจาก hippie — May 22, 2008 @ 7:19 am

  130. อืม ไม่ค่อยเข้าใจคนที่ด่าฝรั่งเพราะไม่เห็นด้วยกะบทความนี้ ด่าฝรั่งมากแล้วใช้มันทำไมไอ้อินเตอร์เนตเนี่ย ฝรั่งมันคิดนะ ไม่ใช่คนไทย
    อ้อ แล้วพวกคนชั้นสูงที่เมืองไทยทำไมไม่ไปเรียนโรงเรียนวัดล่ะ เรียนทำไมโรงเรียนฝรั่ง เมืองนอกน่ะส่งลูกมาเรียนทำไม เอะอะก็ด่าฝรั่ง อาวุธที่เอาออกมาทำร้ายคนหรือปฎิวัติก็ทำเมืองฝรั่งนะ เมืองไทยทำได้เหรอ แหมด่าฝรั่งก้นจัง ก็ไม่ได้เห็นฝรั่งเป็นพ่อ แต่ว่าเกลียดฝรั่งนักแต่ทำไมยังเอาของฝรั่งมาใช้ยังส่งลูกหลานมาเรียนฝรั่งอีก คุยกันให้ตรงประเด็นหน่อย เอะอะก็ด่าฝรั่ง

    ความเห็นจาก เบื่อพวกด่าฝรั่ง — May 22, 2008 @ 7:26 am

  131. I find Comment #115 by Siam COmment very obnoxious. You have a Ph.D., then what? Does a Ph.D. make you “correct”? Who cares about your Ph.D.?

    ความเห็นจาก To SIam Legend — May 22, 2008 @ 7:41 am

  132. คห.130
    มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่า ถ้าใช้อินเตอร์เน็ทแล้วห้ามด่าฝรั่ง งั้นแปลว่า เราสามารถให้ฝรั่งย่ำยีได้ทั้ง การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพียงเพราะว่าเราใช้อินเตอร์เน็ทและเอาลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติอย่างนั้นรึ อ้างอะไรเหมือนเด็ก ๆ ทะเลาะกัน ผมอ่านแล้วคิดว่าคุณน่าจะอายุไม่เกิน 18 (ขวบ)ได้มั้ง

    เราจำเป็นต้องเลือกสิ่งดี ๆ เข้ามาประเทศและอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามเอาไว้ ที่จริงแล้วเรายังจำเป็นที่ต้องมีสถาบันนี้ไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ในหลวงของเราท่านทรงงานหนักมาโดยตลอด และเราเห็นว่าไม่ควรที่จะนำเรื่องสถาบันมาพูดเล่นติดตลกหรือจาบจ้วง เพราะท่านคือศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ ซึ่งไม่มีประเทศไหนมีแบบนี้ และนี่คือความเป็นไทย ถ้าวันนึงรัฐบาลหรือนักการเมืองคนใดเกิดเหิมเกริมยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ค้ำอำนาจ แก้รัฐธรรมนูญให้ตัวเองได้สัก 20 ปี แล้วคนไทยอย่าง ๆ เรา ๆ จะไปหวังพึ่งใคร??

    จะให้หวังพึ่งพวกคุณอย่างนั้นหรอ “ฟ้าเดียวกัน”สิ่งที่พวกคุณกำลังทำแน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นการทำลายชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

    ความเห็นจาก นิวคาสเซิล — May 23, 2008 @ 10:11 am

  133. 130
    เบื่อพวกด่าฝรั่ง Says:
    May 22nd, 2008 at 7:26 am
    อืม ไม่ค่อยเข้าใจคนที่ด่าฝรั่งเพราะไม่เห็นด้วยกะบทความนี้ ด่าฝรั่งมากแล้วใช้มันทำไมไอ้อินเตอร์เนตเนี่ย ฝรั่งมันคิดนะ ไม่ใช่คนไทย
    อ้อ แล้วพวกคนชั้นสูงที่เมืองไทยทำไมไม่ไปเรียนโรงเรียนวัดล่ะ เรียนทำไมโรงเรียนฝรั่ง เมืองนอกน่ะส่งลูกมาเรียนทำไม เอะอะก็ด่าฝรั่ง อาวุธที่เอาออกมาทำร้ายคนหรือปฎิวัติก็ทำเมืองฝรั่งนะ เมืองไทยทำได้เหรอ แหมด่าฝรั่งก้นจัง ก็ไม่ได้เห็นฝรั่งเป็นพ่อ แต่ว่าเกลียดฝรั่งนักแต่ทำไมยังเอาของฝรั่งมาใช้ยังส่งลูกหลานมาเรียนฝรั่งอีก คุยกันให้ตรงประเด็นหน่อย เอะอะก็ด่าฝรั่ง

    ที่คุณพูดมันคิดว่าตรงประเด็นนั่นหรอครับ ไม่อยากจะยักกะรู้ หมายความว่าอะไรตีความให้ถูก อายุเท่าไรกับครับ

    ความเห็นจาก อยากจะรู้ — May 23, 2008 @ 11:02 am

  134. ประเด็นมันก็อยู่ทีว่านิยามของคำว่า “ความเป็นไทย” คืออะไร

    สำหรับหลายคน การด่าฝรั่งเป็นการแสดงความเป็นไทย นั่นก็คือประเด็นที่คุณที่เบื่อพวกที่ด่าฝรั่งนำเสนอ
    สำหรับหลายคน “ความเป็นไทย” คือชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เพราะโดนสอนมาแต่ปอ.หนึ่ง
    ก็แตกต่างกันไป เราก็ไม่เห็นว่าพวกที่ประกาศรักความเป็นไทยจะซาบซึ้งกะวัฒนธรรมมากกว่าพวกที่ประกาศเลย

    สำหรับเรา ความเป็นไทยก็แปลว่าเราเป็นคนไทย พูดภาษาไทย นับถือพ่อแม่ตัวเอง ไม่นับถือพ่อแม่คนอื่น ใครมาหลอกให้เรียกพ่อแม่ก็ไม่เอาด้วย ฮ่าๆๆ ทำประโยชน์ให้คนรอบข้าง ทำมาหากินสุจริต จ่ายภาษี ไม่โกงภาษี เคารพกฎ เท่านั้นไม่พอเหรอ ต้องคลั่งชาติคลั่งศาสนาคลั่งสถาบันถึงเป็นคนไทยได้เหรอ อย่างนั้นควรเรียกว่ารัฐศาสนาได้แล้วล่ะ

    ความเห็นจาก ความเป็นไทย — May 24, 2008 @ 5:49 am

  135. เราก็ยังไม่คิดว่าแค่สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันสำนักพิมพืเดียวจะมาบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์อย่างที่คุณ”นิวคาสเซิล”เขียนนะ
    เท่าที่รู้ก็เห็นเกือบร้อยสำนักพิมพ์ส่งเสริม”ความเป็นไทย”แนวเดียวกะที่กระทรวงศึกษาธิการไทยอบรมเด็กมาไม่ใช่เหรอ คุณนิคาสเซิลจะไปกลัวทำไม
    ว่าแต่ว่าชื่อคุณไม่เปลี่ยนให้มันเป็นไทยซักหน่อยเหรอ เอาเป็นชื่อ “ประสาทใหม่”ดีไหม ไทยดี

    จะไปกลัวทำไม พวกทำฟ้าเดียวกันเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคมไทยไม่ใช่เหรอ จะไปสู้อะไรได้กะตำราเรียนของคุรุสภาเมืองไทย

    การมีฟ้าเดียวกันอาจจะทำให้รัฐบาลไทยดูดีในสายตาประชาคมโลกก็ได้นะ ทำให้ดูมี”ทางเลือก”นิดหน่อย อย่ากลัวไปเลย

    ความเห็นจาก ความเป็นไทย — May 24, 2008 @ 5:57 am

  136. คุณ “อยากจะรู้” ขาดความยึดเหนี่ยวทางจิตใจขนาดนั้นเลยเหรอ พ่อแม่พี่น้องครอบครัวเพื่อนฝูงนี่เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจไม่พอเหรอ ที่สำคัญ พระพุทธเจ้าสอนว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จะไปยึดเหนี่ยวอะไรกันมากมาย แต่ก็เข้าใจว่านี่เป็นส่งที่คนไทยได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่จำความได้ ว่าเราคนไทยนี่มันช่างโง่เง่าเต่าตุ่นนัก พึ่งตัวเองไม่ได้แม้พระพุทธองค์จะสอนว่าอย่างนั้น ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวไปชั่วกัลปาวสาน

    ก็แล้วแต่จะเชื่อ ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล บังคับกันไม่ได้

    ความเห็นจาก ความเป็นไทย — May 24, 2008 @ 6:09 am

  137. “ควย !!!” เว็ปนี่ บทความที่นี่…คำเดียวเลย “ควย!!!!”

    ความเห็นจาก คนไทย — May 25, 2008 @ 3:59 pm

  138. ถึง พวกที่ต่อต้านสถาบันสูงสุดที่คนส่วนใหญ่ในชาติให้ความเคารพ แต่ดันมีความคิดจัญไรนับถือไอ้ทากสิง…

    นี่ปัญญาอ่อน โง่ ควาย หรือ คิดจัญไรเท่านั้น ถึงได้คิดว่าไอ้ทากสิงนั่นมัน คือ พระเจ้าตากกลับชาติมาเกิด

    โถ ๆ ๆ ๆ ๆ น่าสมเพชเวทนาเสียนี่กระไร คนจัญไรหน้าหม้อล่อไม่เลือกแบบนั้น จะเคยเป็นพระเจ้าตากได้งัยรึคร้าบ
    แล้วเอาอะไรมาพิสูจน์มิทราบ

    สมองหมาปัญญาควายอย่างนี้นี่เอง คนจัญไรมันถึงได้จูงจมูกได้ง่ายนัก เคยเห็นไอ้เวรนั่นมันเสียสละอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองมั่งรึเปล่า
    เงินที่มันเอาไปให้ชาวบ้านน่ะ เงินแผ่นดินทั้งนั้น ไม่ใช่เงินมันสักบาท ภาษีมันยังไม่อยากเสียให้เร้ย

    คนที่เขาเทิดทูนในหลวงน่ะ เพราะพระองค์ทรงทำเพื่อพสกนิกรให้เห็นเป็นรูปธรรม

    ไม่ใช่ให้หมอผีมาบอกว่าตัวเคยเป็นพระเจ้าตาก อย่างไอ้จัญไรนั่นแค่บังเอิญชื่อเขียนภาษาอังกฤษคล้ายกันกับพระเจ้าตากท่าน…เหล่าควายทั้งหลายก็เชื่อ ?? ยังงี้ชื่อผมสะกดคล้ายชื่อพ่อคุณ นั่นก็หมายถึงว่าผมเป็นพ่อคุณด้วยสินะคร้าบบบบ โฮะ โฮะ โฮะ

    คนอาไร้โง่ได้ขนาดนี้ จากการวิเคราะห์จิตคนความคิดจัญไรอย่างพวกนี้ ผลออกมาว่า ชีวิตพวกนี้ไม่เคยได้รับการยอมรับจากสังคม มีปมด้อยในใจอย่างรุนแรง ชีวิตไร้ค่า ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี หรืออาจมาจากความล้มเหลวของครอบครัว ทำให้คน เอ..หรือสัตวนรกหว่า เอาเป็นว่าพวกเอ็งนั่นแหละกลายเป็นพวกมีจิตใจอิจฉาริษยาอย่างรุนแรงต่อบุคคลที่ได้รับการยอมรับทางสังคม และยังต่อต้านสังคมดีงามทั้งหลาย…

    อุปนิสัยของคนแบบนี้มักไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะใจอันมืดบอดของตนจึงไม่กล้าเปิดรับเพื่อนดี คนดีเข้ามาในชีวิต หน้าตาดูประหลาด ดูตระหนกกับโลกตลอดเวลา สายตาเสียอย่างรุนแรง จึงมักใส่แว่น (อันเนื่องมาจากดวงตาอันมืดมัวด้วยความชั่ว ส่งผลร้ายสู่สายตา)

    คนแบบนี้เป็นคนที่ไร้ค่าต่อสังคม ทำให้สังคมอันสงบสุขเกิดความวุ่นวาย แต่ท้ายที่สุดพวกมันก็ต้องพ่ายแพ้แก่ความจัญไรของตน ตายตกนรกไปตามกัน…

    ความเห็นจาก โฮะ โฮะ โฮะ — May 25, 2008 @ 4:41 pm

  139. ถึงความเป็นไทย 134

    ผมก็คนไทยคร้าบบ พูดภาษาไทย นับถือพ่อแม่ตนเองเหมือนกัน

    แต่ถ้าผมเจอพ่อเจอแม่คุณ ผมคงจะตบกะโหลก หรือ เดินข้ามหัวเล่น ๆ สักหน่อย หรือเบาะ ๆ อาจจะหาเรื่องจิกหัวด่าเล่น ๆ เรียกอีแก่ไอ้แก่แก้เซ็งสักนิด เพราะไม่ใช่พ่อใช่แม่ผม ผมคงไม่ต้องเคารพใช่มั้ยคร้าบบ ?? โฮะ โฮะ โฮะ

    *** ขอเตือนว่าอย่าเอาความคิดถ่อย ๆ ของตนมาเป็นเหตุผลทุเรศ ๆ ตะแบงเถียงคนที่เขาจิตใจปรกติอีก ***

    ความเห็นจาก โฮะ โฮะ โฮะ — May 25, 2008 @ 4:49 pm

  140. ความเป็นไทย คิดว่าตัวคุณมันฉลาดมากนักหรอ หรือโง่ดักดานไร้สมอง ส่องกระจกบางนะ

    ความเห็นจาก อยากจะรู้ — May 25, 2008 @ 9:31 pm

  141. ทุกครั้งที่ผมไปดูหนัง ผมจะมองหาคนอย่างไอ้โชติศักดิ์ตลอด ว่ามีมั้ย ถ้าผมเจอ ผมไม่แค่ด่ามันหรอก หรือว่าให้คนในโรงช่วยกันประนาม ผมจะเอาให้คลานแทบไม่ได้เลย เก่งๆกันทั้งนั้น แสรด สหายดอก อีกตัว ถ้าใครมีรูป มันส่งมาให้ผมหน่อยเถอะ จะจัดให้งามๆเลย เก่งกันจังหน้าคียบอร์ดเนี่ย ผมเจอมาเยอะและ เจอจริงๆ นี่หยั่งกับลูกหมา กำหมัดยังไม่เป็นเลย อย่าบอกว่าปัญญาชนเค้าไม่ใช้กำลัง คนเก่งจริง เค้าต้องเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ไม่ใช่ในทางไม่สร้างสรรค์อย่างพวกเมิง แทนจะเอาวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมา ที่มีอยู่มาช่วยกันพัฒนาประเทศ นี่อะไร หยั่งกับเด็กๆ เมิงดูซิเสียงส่วนมากอะ คนรักเท่าไหร่ คนไม่รักอย่างพวกเมิงมีเท่าไหร่ แค่เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์มันก็ไม่ได้แล้ว เค้าบอกคนเราชอบมองแต่ด้านเสียของคนอื่น ไม่เคยมองด้านดีของเค้าแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น มัวแต่จับผิดคนอื่น นี่ผมแทบจะยังไม่เห็นข้อเสียของท่านเลย ถึงมีก็เถอะ เมิงลองเอาความดีทั้งหมดที่ท่านทำมาบวกลบคุณหาร ว่ามันมากน้อยกว่าข้อเสีย ซักเท่าไหร่กัน แทบจะเทียบกันไม่ได้เลย แล้วไอ้ที่พวกข่มขืน ปล้น จี้เค้า ไม่ยิ่งกว่าเหรอ เมิงคิดดูดีๆ ที่พวกมึงทำๆ กันเนี่ย เพื่ออะไร ไม่รู้ข้อความจะถูกลบหรือเปล่าว่ะ

    ผมว่าถ้าพวกคุณไม่อยากทำตามคนส่วนใหญ่ หรือไม่รู้สึกสำนึกอะไรขึ้นมา คุณออกไปอยู่ประเทศอื่นไป ถ้าไม่มีเงินก็ไปประเทศเพื่อนบ้านเราใกล้ๆนี่ก็ได้ อย่ามาอ้างว่าสิทธิกู กูจะอยู่ใครจะทำไม ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าพวกญาติคุณนี่เค้าจะอยู่กันยังไง เสียชื่อเสียงวงศตระกูลมั้ย ที่ทำนี่ไม่ต่างอะไรจากเกรียนเลย สงสัยไว้รอให้มีลูก จะบอกลูกว่าพอเคยเป็นเกรียนมาก่อนนะเนี่ย เท่ห์เปล่า ควายเอ้ย ว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นแล้วนะ

    คุณเข้าบ้านเค้า คานมันต่ำ คุณหัวสูง ถ้าคุณไม่ก้ม คนอื่นเค้าก้ม คุณก็หัวโขกคนเดียว ก้มในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเราต้องจำยอม แต่ทุกคนเต็มใจ ถึงมีคนไม่เต็มใจ แต่จะซักเท่าไหนเชียว คุณลองล่ารายชื่อมาให้ดูหน่อยสิ ถ้าคุณหัวสูง ทำยังไง มันก็สูง คุณก็ไสหัวคุณไปอยู่บ้านหลังใหม่ซะ ก็สิ้นเรื่อง อย่าทำให้ปลาเน่าตัวเดียว ต้องเหม็นทั้งเข่งเลย เชื่อผมสิ แหม ตอนจบอุตส่าห์พูดดีด้วยแล้วนะ

    ถ้าอยากคุย ทิ้งเบอร์ไว้ เดี๋ยวโทรกลับ จะเอาให้หายเกรียนเลย อย่าเป็นนักเลงคียบอร์ด เก่งแต่พิมพ์ กูเซ็ง

    ความเห็นจาก คนจริง — May 26, 2008 @ 3:37 pm

  142. ถึง โฮะ โฮะ โฮะ อยากด่าพ่อแม่เราก็ด่าไปเถอะ พ่อแม่เราไม่ถืออยู่แล้ว ไม่ได้ขอคุณกิน ไม่เดือดร้อน วันๆถ้ามานั่งกลัวคนไม่ชอบก็ไม่ต้องทำมาหากิน

    ความเห็นจาก ความเป็นไทย — May 27, 2008 @ 8:19 am

  143. ถึง ความเป็นไทย

    ดีครับ ที่รู้จักทำมาหากิน เพราะชีวิตไร้ค่าของพวกคุณจะได้พอมีค่าขึ้นมาบ้าง
    แล้วอีกอย่าง คนความคิดจัญไรอย่างคุณไปขอใครกิน เขาคงไม่ให้ ถ้าจะให้ก็คงถ่มน้ำลายให้มากกว่า

    ดีครับ คิดได้อย่างนั้นก็ดี เพราะชีวิตพวกคุณคงมีคนรังเกียจมากจนนับไม่ถ้วน ฝึกไว้ครับจะได้ชิน คนใจอัปรีย์อย่างคุณคงหาคนคิดดีหวังดีด้วยยาก
    ต่อให้เศษดินกลบหน้าคุณไปแล้ว ก็คงยังหาคนคิดดีต่อคุณไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ดีช่วยไปตายนอกแผ่นดินไทยก็ดีนะครับ
    เพราะคนส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ เขาคงไม่อยากให้ซากศพคนความคิดจัญไรคุณมาเน่าอยู่บนแผ่นดินที่เขารักและอยู่กันมาอย่างร่มเย็นเป็นสุข

    อ้อ..แล้วที่ชีวิตคุณมันไร้ค่า ไร้ความหมาย ไม่มีใครในสังคมเขายอมรับน่ะ ไม่ได้เป็นความผิดของสถาบันสูงสุดที่คนในประเทศนี้เขารักเคารพนะครับ
    หวังว่าคุณของพอจะคิดได้เองมั่งนะครับ ว่ามันเกิดจากความผิดปรกติและความอิจฉาริษยาอย่างรุนแรงในใจของคุณนั่นเอง

    หรือถ้าจะให้พูดแบบเรื่องเวรเรื่องกรรม ก็คงเป็นเพราะกรรมชั่วจากความคิดชั่ว ๆ ของคุณนั่นเอง แล้วเชื่อผมมั้ยล่ะครับว่า
    หากคุณยังมีความคิดจัญไรแบบนี้อยู่ในกระโหลกของคุณอีกต่อไป ชีวิตคุณต้องพบวิบากแห่งกรรมอีกจนแทบรับไม่ไหวเลยล่ะครับ โฮะ โฮะ โฮะ

    ความเห็นจาก โฮะ โฮะ โฮะ — May 27, 2008 @ 5:12 pm

  144. ถึง ความเป็นไทย มึงเป็นเหี้ยไรมากป่าวสัตว์ กูดูมาหลายวันเเล้ว ไอ้เหี้ยความเป็นควยเเล้วมึง อย่าเอาความเป็นไทยมาอ้างสิ เฮ้ยกูถามมึงจริงๆพ่อแม่มึงรู้เรื่องป่าวที่มึงคิดอย่างนี้ เพราะไม่ใช่สถาบันพระมหากษัติรย์หรอกหรือ ที่ทำให้มึงมีแผ่นดินทีมึงอยู่อย่างสบาย มีที่ซุกหัวนอน ทำมาหาเเดกอย่างสบายบนแผ่นดินนี้ เป็นผู้เป็นคนมันไม่ดีใช่ไหม เฮ้ยเปิดตัวหน่อยว่ะแน่จริงป่าวสัตว์ ไม่ได้ขอใครกินก็จริงเเต่โคตรเหง้ามึงอ่ะทำมาหาแดกบนแผ่นดินผืนนี้หรือป่าว
    เเละช่วยบอกหน่อยเเผ่นดินนี้ให้อะไรกับมึงบ้าง ปะไอ้สัตว์ปะไปอยู่แผ่นดินอื่นไป ที่มีสิทธิเทาเทียมกันไปสัตว์ไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ที่มึงคิดว่ามีความสุขพอไป..เเล้วอย่ามาเห่าอีกล่ะ แน่จริงเปิดตัวเลย กูคนคลองเตยเว้ย กูจะดีจะเหี้ยยังไง เเต่กูจะอยู่ใต้ฝ่าละอองทุลีพระบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดจนชีวิตจะหาไม่

    ความเห็นจาก กูคนไทย — May 27, 2008 @ 9:15 pm

  145. อย่างน้อยคุณโชติศักดิ์ก็ไม่ได้พูดจาหยาบคายกะผู้อื่นเช่นหลายๆคนที่แสดงความเห็นบนเว็บนี้ ยกตนข่มท่านแต่พูดจาหยาบคายเหลือเกิน อ้างบุญกรรมแต่การใช้ภาษาก็บ่งบอกระดับสติและภาวะจิตใจ

    ความเห็นจาก ภาษาพ่อขุน — May 28, 2008 @ 8:06 am

  146. คุณคนจริง เมืองไทยทำไงก็ไม่พัฒนาหรอก ตราบใดที่ยังไม่เก็บภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน แล้วก็ปฎิรูปที่ดิน คุณก็พัฒนาไปตามประสาคุณแล้วกัน คุณว่าคุณเป็นคนจริงมากล่ะก็ ก็ขายผ้าเอาหน้ารอดทำโครงการพัฒนาไปวันๆ อีกหน่อยก็แข่งกะพม่ากะเขมรแล้วกัน

    ความเห็นจาก ถึงคนจริง — May 28, 2008 @ 8:16 am

  147. ไอ้ ธงชัย กูบอกให้ ว่าหน้าเหี้ยๆอย่างมึงอ่ะเด็กปัญาอ่อนเเถวบ้านกูอย่างคิดดีกว่ามึงอีก ถ้ากูเจอมึงที่ไหนมึงรีบเซฟหน้าให้ไวที่สุดเลยนะ เพราะว่าซะตามึงโดนส้นตีนเเน่

    ความเห็นจาก กูคนไทย — May 28, 2008 @ 8:57 am

  148. ธงชัย!คุณเชื่อจริงๆหรือว่าที่ประเทศไทยไม่เจริญเพราะเรายังมีกษัตริย์ คนสวยคิดว่าคุณฉลาดกว่านั้นนะเป็นเพราะคุณซ้อมค้างหรือปล่าว?ก่อนคุณหลับตาแต่ละคืนถ้าคุณไม่โกหกตัวเองคุณรู้ใช่ไหมว่าคุณต้องการเติมอะไรลงไปในสังคมเรา ในหลวงท่านไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องน้ำตาลแพง ท่านไม่เกี่ยวกับน้ำมันแพง ท่านไม่เกี่ยวกับหุ้นตก ท่านไม่เกี่ยวกับโจร ฉก ชิง วิ่งราว คนที่เกี่ยวคือนักการเมืองโกงกิน นักวิชาการอย่างคุณ ทหารตำรวจขี้ฉ้อบางกลุ่ม เยาวชนอย่างคนสวยคนนี้ จะไม่เถียงกับคุณเชิงวิชาการ เดี๋ยวเกิดแอนตี้ ธีสิส คุณได้ คุณจะเสียเซ้วล์ซะเปล่าๆ แต่อยากจะบอกคุณอย่างใจกรุณาว่าการที่คุณคิดเรื่องด่าทอศูนย์รวมจิตใจคนไทยไม่ทำให้คุณได้อะไรขึ้นมาหรอกนำความฉลาดของคุณลอง มาเขียนแผนพัฒนาประเทศสักแผน เอาด้านสังคม หรือด้านการศึกษาก็ได้ แล้วแพคกระเป๋าทิ้งเงินเดือนแพงๆที่ไอ้ตาน้ำข้าวมันเจียดให้ทีมันก็เรียกเราว่าเยลโลวที กลับมาลงแรงกับแผ่นดินเกิดพลิกสังคมของเราให้มันดีด้วยมือเราเอง แล้ววันนั้นคุณจะรู้ว่าบางครั้งและบ่อยครั้งด้วยว่าสถาบันเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ไทยยังไม่แตกเป็นเสี่ยง คุณลงมือทำคุณก็จะชอบธรรม คุณอย่าโทษสถาบันกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณเลย อ้อหนังสือคิงไม่ยิ้มนะอ่านแล้วนะอ่านนานแล้วด้วยคุณอย่าไปอมน้ำลายฝรั่งเลยมันไม่ใช่อย่างที่มันมองหรอกเพียงแต่มันได้อย่างใจคุณเท่านั้นแหละคุณเลยเห็นงามขยายความเขาไปเดี๋ยวลูกศิษย์ลูกหาคุณจะมาโวยว่าคนสวยไม่อ่านงานอย่างลึกซึ้ง นะ นะ เก็บกระเป๋ากลับมานะแหมมีแต่คนไล่คุณนะ มีแต่คนสวยอย่างหนูนี่และที่รอคุณกลับมาจะไปรับถึงบนเครื่องเลยรับรองว่าจะดูแลความปลอดภัยให้อย่างดีแต่ต้องมีแผนพัฒนาชาติกลับมาด้วยนา ม่ายงั้นหมอฟันของคุณก็ยังจำคุณไม่ได้

    ความเห็นจาก คนสวย — May 30, 2008 @ 5:09 am

  149. คุณคนสวย อย่ามั่ว ประเทศมีปัญหาแน่นอนว่าคนคนเดียวแก้ไมได้ ประเด็นมันอยู่ทีระบบ ไม่ใช่ที่ตัวคนคนเดียว ถ้าคุณไม่คิดว่าระบบการปกครองของเมืองไทยเกี่ยวข้องกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมนี่คุณคิดว่าอะไรจะเกี่ยวล่ะ ไอ้เรื่องเขียน”แผนพัฒนา”นี่จริงๆมีแต่สังคมนิยมกะ”เผด็จการ”เค้าทำกันนะ ระบบเสรีเค้าเลิกทำกันไปนานแล้ว แล้วอาจารย์เค้าก็เป็นอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ ไม่ได้มีหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ คุณจะไปให้เค้าวางแผนอะไรล่ะ ไม่ต้องพูดจาภาษาวิชาการหรอก แต่คุณพูดให้มันสมเหตุสมผลหน่อย บทความนี้หรือหนังสือคิงไม่ยิ้มนี่ไม่ได้บอกว่าให้เลิกมีกษัติรย์นี่คุณ เค้าบอกแค่ว่าระบบมีปัญหาและต้องแก้ไขปรับปรุง ไม่ได้บอกให้ยกเลิก คุณมาด่าเค้าปาวๆอยางนี้มันก็เกินไป

    ความเห็นจาก อย่ามั่ว — May 30, 2008 @ 11:39 pm

  150. ไอ้อย่ามั่วแม่งมั่วได้ทุกทีเลย เบื่อคนไม่มีมันสมองอย่างไอ้อย่ามั่ว หัวเเม่งมีไว้ให้เส้นผมขึ้น

    ความเห็นจาก กูคนไทย — May 31, 2008 @ 4:46 pm

  151. กูว่ามันคงเอาแม่มันทำเมียด้วยนะเนี๊ยะ ขนาดแผ่นดิน มันยังไม่รู้คุณเลย แสรดดดดด

    ความเห็นจาก ทนดูมานานละ — May 31, 2008 @ 4:52 pm

  152. คุณกูคนไทย หัวเราจะมีไว้ทำอะไร อย่างน้อยก็ไม่ได้มีไว้โดนล้างสมองอย่างคุณแล้วกัน ขอให้สนุกสนานกะการคลั่งเจ้าต่อไป

    ความเห็นจาก อย่ามั่ว — May 31, 2008 @ 11:09 pm

  153. ผมอยู่บังคลาเทศ คนที่ บังคลาเทศ บอกว่า

    คนไทย โชคดี มี พระมหากษัตรย์

    ผม ปลื้ม ได้ทั้งวัน

    นักวิชาการ เขียนเพื่อทำลาย ก็มี

    ดังนั้น จงอย่า เชื่อ คนที่ไม่เคยทำความดี ให้ คนไทย อย่าง นักวิชาการคนนี้เลย

    ความเห็นจาก Paro — June 1, 2008 @ 1:57 am

  154. ตามสันดารเลยคุณอย่ามั่ว คุณมีปัญญามาล้างสมองของผมก็เชิญ ผมล่ะสงสารคุณจับใจจริงเลย ไม่รู้จะช่วยยังไงเเล้วความคิดบ้องตื้นอย่างคุณ

    ความเห็นจาก กูคนไทย — June 3, 2008 @ 1:28 pm

  155. คุณกูคนไทย เราล้างสมองคุณไม่ได้หรอก ก็อย่างที่ศาสนาพุทธ(ที่ไม่ใช่นิกายบุญบารมีนิยม)สอนว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ปัญญาเป็นเรื่องส่วนบุคคล

    ความเห็นจาก อย่ามั่ว — June 4, 2008 @ 7:05 am

  156. โหหน้านี้ก็เจอคุณอย่ามั่ว กินเกลือเถอะคุณ ผมสงสารจริงๆนะครับ

    ความเห็นจาก กูคนไทย — June 6, 2008 @ 11:41 pm

  157. ผมขอพิมย์ในแบบที่ผมพอเข้าในนะครับผมแบบวิชาการไม่เป็นผมไม่ใช้นักวิชาการ)
    ผมขอถามใครก็ได้ที่พอจะตอบผมได้นะครับ(ถ้าคำถามผมมันไร้สาระก็ลบทิ้งไปครับ) ผมเคารพในคำสอนและในตัวพระเจ้าอยุ่หัวอย่างมากและมากกว่าชีวิตอีกนะครับ 1.ผมอยากรู้ว่าจุดประสงค์จริงๆคืออยากให้ศึกษาข้อเท็จจริงเพื่อเป็นข้อโต้แย้งในคำพูดบิดเบือนที่ต่อว่าพระมหากษัตร์ไทย ใช้หรือไม่ครับเพราะผมไม่เชื่อว่าจะมีใครมาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตร์ไทยได้ ผมคิดถูกหรือผิด 2.คือผมเคยได้ศึกษาเรื่องราวสมัยของพระมหากษัตร์รัชกาลที่7มาบ้างนิดหน่อยนะครับ ช่วงเปรียนแปลงการปกครอง คือประมาณว่ายังมีกลุ่มผู้มีอำนาจที่อาศัยเชื่อสายของพระมหากษัตร์ไทยในการโกงกินชาติ และการที่เรียกร้องให้ศึกษา เพื่อที่จะควบคุมบุคคลเหล่านี้ใช้หรือเปล่าครับ เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ทำร้ายเชื่อสายพระมหากษัตร์ 3.ในความเห็นส่วนตัวนะครับผมมองประเทศไทยพัฒนาเร็วเกินไปคือมันเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปจากเดิมที่เป็นอยู่(ความรู้สึกจากการศึกษาเรื่องราวในสมัยรัชกาลที่7นะครับ) แต่อยากถามว่า การศึกษาของพวกท่านนักวิชาการ ผมคิดว่ามันจะเสี่ยงกับการทำลายประเพณีและความเคารพของคนทั้งชาติและชาติจะเสียมากกว่าได้หรือเปล่าครับ คือจะทำให้เหมือนประเทษอังกฤษหรือเปล่าครับ คือมันละเอียดอ่อนมาก และผมเป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง สามารถเข้าไปโต้แย้งตามความเข้าใจกับพวกท่านนักวิชาการได้หรือเปล่า (การศึกษาผมไม่สูงนะครับ)เพราะผมมีความรู้สึกว่า ในอนาคตที่จะถึง มันจะเกิดเรื่องราวที่ใหญ่หลวงกับคนไทยทั้งชาติ ผมขอถามแค่3ข้อก่อนนะครับ ลบกวนคนที่ศึกษาและมีใจเป็นกลางที่ยังไม่ใช้อารมณ์ หรือเจ้าของเว๊ปไซด์ก็ได้ครับ มาตอบคำถามผมที (ส่วนของผมไม่มีใครมาสามารถล้างสมองหรือทำให้ผมเลิกเคารพในตัวพระองค์พระมหากษัตย์ของผมได้ครับและถ้าผมแสดงความคิดเห็นที่อาจทำให้ใครไม่พอใจผมต้องขออภัยด้วยครับ ผมเป็นคนด้อยปัญญาอยากได้คำตอบเพื่อศึกษา)

    ความเห็นจาก ด้อยปัญญา — June 8, 2008 @ 9:19 pm

  158. อย่าเถียงกันครับพี่น้อง ค้าบบบบบ เราจะเจ็บแค้นทำไมกานนน เชื่อดิ มันก็แค่คำวิจารณ์ธรรมดาๆ
    ตราบใดที่ ฝรั่ง มันไม่มีภาพ “มาการ์เร็ตฯ อมกระดอ เยซู” ตราบนั้นก็ไม่มีทางที่คนวิจารณ์จะไม่กราบตีนในหลวง

    ความเห็นจาก ทนดูมานานละ — June 8, 2008 @ 9:43 pm

  159. โถ๋ๆๆๆๆๆ คุณอย่ามั่ว เอ๊ะอะอะไรก็คลั่งจ้าวๆ หน๋อ สมองคุณโง่ยังอวดฉลาด อีก เครพบุญคุณคนก็หาว่าคลั่งเจ้ายังไม่เคยทำให้ประเทศเจริญเลยไปว่าคนดีๆเสียหมด สมองเท่ากับขี้ไก่ โง่จริง

    ความเห็นจาก ds — June 9, 2008 @ 7:03 pm

  160. สมองคุณ เก่งเเต่สมองส่วนหลังส่วนหน้าไม่ทำงาน สงสัยกินอาหารไม่ครบห้าหมู่ ก็เลยไม่สมประกอบโง๊โง่

    ความเห็นจาก ds — June 9, 2008 @ 7:04 pm

  161. หน้าตาเชี่ย แล้วยังความคิดเลวอีก เลว

    ความเห็นจาก fair — June 11, 2008 @ 12:25 am

  162. เราว่าพวกนักวิชาการมันก็โง่เหมือนกันนั่นแหละ
    มันก็โดนล้างสมองมาเหมือนกัน
    อยากเห็นจริงๆ ว่าใครบ้างไม่เอาสถาบัน
    อยากให้แสดงตัวออกมาเลย

    แล้วเดี๋ยวส้นตีนจะอุดปากมันนั่นแล
    อย่างไอ้โชติ นั่นประลัย ใกล้ตายแล้ว

    ความเห็นจาก นปก — June 11, 2008 @ 11:34 am

  163. ทำไม?ประเทศไทยจะทำอะไรต้องเอา(พระมหากษ้ตริย์)เข้ามาเกี่ยวข้อง ในเมื่อท่านอายุมากเเล้ว.ควรให้ท่านได้พักผ่อนอยู่อีกยี่สิบปีขึ้นไป.
    เราเลือกนายกขึ้นมาปรกครองประเทศในเมื่อประเทศไทยเดินหน้าไปไม่มีความเดือดร้อน. ก็คือการต่ออายุให้ท่าน”"(เหมือนพ่อเเม่ของเราพูดไว้
    นอนตายตาหลับ)ก็คือหมดห่วง.ทุกวันนี้ใครมีความจริงใจบ้าง? การเดินขบวนประกาศว่าฉันรักนายหลวง? สิ่งนี้หรือคือความรัก?สื่งนี้หรือที่หมอบ
    ให้พ่อเเละเเม่ของเราในยามเเก่เถ้า? เเปดสิบปีเเล้วพ่อของเราเหนื่อยมามากเเล้ว!!!

    ความเห็นจาก เเก่ทันสมัย — June 27, 2008 @ 6:50 pm

  164. สังคมไทยควรมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุมีผล และยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง
    การเป็นประเทศอารยะ(อย่างที่คิดว่าเมืองไทยเป็น)ย่อมต้องมีความแตกต่างทางความคิด ซึ่งไม่จำเป็นต้องแตกแยก
    และความแตกต่างก็ไม่ได้เป็นสิ่งผิด

    ในสมัยก่อนเราเชื่อว่าโลกแบน จนเมื่อมีคนออกมาบอกว่าโลกกลม
    คนๆนั้นก็ถูกแบนอย่างหนัก

    แต่ปัจจุบัน
    แทบจะไม่มีใครบอกว่าโลกแบนอีก

    ความแตกต่างทางความคิด
    เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้อีกมากมาย
    อยู่ที่เราเลือกที่จะฟังหรือไม่

    ความเห็นจาก Mick — June 28, 2008 @ 8:39 am

  165. คุณธงชัย.(คุยกันได้สถาบันกษัตริย์)สิ่งใหนที่เขาปิดบังพวกเราชาวสามัญชนยิ่งหยากรู้.เพราะโลกมันกลม เมื่อก่อนเราเป็นเด็ก
    เราคิดว่าโลกเเบน.เราจะเดินยังไงให้ไปถึงสุดขอบฟ้า.พอเราได้เรียนหนังสือ.ครูบอกโลกมันกลม”หมุนรอบตัวเองสิ่งที่เราไม่รู้มัน
    ก็ให้เรารู้เราเห็น”เมื่อเรายังเล็กๆคนเเก่ตามบ้านนอกเขาจะพูดว่า(พระเจ้าแผ่นดิน.ต่อมาพระเจ้าอยู่หัว.ต่อมาพระมหากษัตริย์)
    ในเมื่อทุกวันนี้กษัตริย์องค์ใดทั่วโลกไม่ถูกหยิบขึ้นมาเขียนบ้าง?ในเมื่อเราก็รู้ท่านร่ำรวยติดอันที่ห้าของโลกทำไม?
    Don`t Smiles!!!

    ความเห็นจาก เเก่ทันสมัย — June 28, 2008 @ 6:16 pm

  166. ต่อ.เมื่อตอนดิฉันประมาณห้าหกขวบพระเจ้าอยู่หัวใส่ชุดสีกากี. พระราชินีใส่ชุดสีขาวเห็นท่านยิ้ม.พอท่านหันไปหาคนเเก่.
    มีคนลากเเขนฉันออกมา!!ออ้,ลืมบอกไปพ่อของฉันเป็นครูคือครูบ้านนอกจบเเค่ป.4 พอดิฉันอยู่ป.3 พ่อก็เล่าให้ฟัง.
    (พระเจ้าอยู่หัวได้หมอบตราคุรตให้ข้าราชการเพื่อช่วยก้นรักษาผืนเเผ่ดิน)เเต่ช้าราชการอัปปรีย์เอาตราครุตไปถางป่าตัดต้นไม้
    จับจองที่เป็นของตัวเองเเปลงเป็นน.ส.3!!! ที่ป่าที่เขาไม่มีเหลือ.ปลูกเมนไว้สำหรับครอบครัว!!คือพระยาครุตเป็นเจ้าเเผ่นดิน
    เเล้วจะโทษใคร?จะโทษพระยาครุต? หรือพระเจ้าเเผ่นดิน?เพราะฉนั้น.

    ความเห็นจาก เเก่ — June 29, 2008 @ 4:18 am

  167. ก็คือ?ที่มีคนพูดว่ามือมืดที่มองไม่เห็น.จะทำยังไงในเมื่อปลาตัวเดียวอยู่ในฝุงปลาเน่าทั้งหมด.ตัวใหญ่รอบในเเถมตัวกลางอีก
    ยังไม่พอยังมีบริวาณตัวเล็กตัวน้อยไม่ให้ได้หลุดออกมา.(เเล้วจะให้ยิ้มได้ยังไง)พอตัวใหญ่เผลอก็มีเจ้าทองเเดงมาช่วยให้ลืม
    ว่าอยู่ในฝุงปลาเน่าทั้งหมด!!?ความคิดของคนป.4 แต่พยายามให้มันทันสมัยตามลูกหลาน.แต่ลูกหลานบาางคนมันเหมือน
    แตงไทแตงโม.พอมันออกลูกจะไม่ให้มันอยู่กับดินเก็บขึ้นพาดมันก็หลุดลงมาอยู่กับดิน.I.can’t smiles!!!

    ความเห็นจาก แก่ทันสมัย — June 30, 2008 @ 4:30 pm

  168. ประเทศไทยมีทางเลือกอยู่สองทาง
    1 เผด็จการแบบโบราณ
    2 เผด็จการทุนนิยม
    ไม่เหลือที่ทางไว้ให้ความหลากหลายบ้างเลย
    แถมโดนยัดเยียดความเป็นไทยจากคนที่มองความเป็นไทยอย่างคับแคบ
    ที่ขาดการตรวจสอบและวิจารณ์ เหมือนโดนข่มขืนด้วยด้ามขวาน
    ในฐานะมนุษย์เหมือนๆกัน ก็น่าจะวิจารณ์กันและกันได้
    ไม่ว่ากษัตริย์องค์ใดในโลกก็เคยถูกวิจารณ์กันมาแล้วทั้งนั้น
    การไม่ได้มีพื้นที่สาธารณะก้มิได้หมายความว่าสยบยอมแต่อย่างไร
    มันเป็นเพียงสัญลักษณ์นิดหน่อยเท่านั้นเอง

    ความเห็นจาก redwing — July 2, 2008 @ 3:57 am

  169. เสียชาติเกิด สถาบันกษัติย์เป็นสถาบันที่ที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของคนไทยที่เหลืออยู่
    ล่ำเรียนมามีความรู้สูงแต่จิตใจต่ำ คุณรู้ใหมคุณกำลังเล่นกับอะไรรู้ใหมว่าคนไทย
    เทิดทูญสถาบันกษัติย์แค่ใหนคนจิตใจอย่างคุณอาจจะไม่เข้าใจ ถ้าเป็นรัฐบาลอื่น
    ที่ไม่ใช่นอมินีทักษิณป่านนี้เว็ปนี้ต้องโดนลงโทษสถานหนัก และบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง

    ความเห็นจาก koo aeng — July 2, 2008 @ 8:29 am

  170. มาอีกเเล้วครับท่าน มาอีกเเล้ว ไอ้พวกคอมมิวนิสต์ เเบบไอ้หน้าเหี้ย redwimg มันต้องเเดกส้นตีนครับท่าน

    ความเห็นจาก กูคนไทย — July 2, 2008 @ 4:41 pm

  171. คุณกูคนไทยคุณเหมือนสมัครเมื่อสามสิบปีที่แล้วเลยครับ….เที่ยวด่าคนอื่นว่าเป็นคอมมิวนิส
    คุณเป็นนอมินีของทักษิณหรือเปล่าครับ

    คอมมูนิสสุดโต่งในโลกนี้ไม่มีอีกแล้วครับ หมดสมัยไปแล้ว สูญพันธุ์ไปแล้ว
    หากสมมติว่ายังมีเหลืออยู่ ศัตรูหมายเลขหนึ่งคือทักษิณตางหากครับ ไม่ใช่สถาบันกษัตริย์

    ทุนนิยมสามานกลืนกินทุกระบอบไปเรียบร้อยแล้ว
    ทั้งประชาธิปไตย ราชาธิปไตย สังคมนิยม รวมถึงเผด็จการด้วย
    เงินซื้อได้ทุกอย่างครับ

    เหตุผลหลักเพราะเราขาดการตรวจสอบวิภาควิจารณ์กันนี่แหละครับ
    ผมหมายถึงทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายนะครับ จึงไม่มีข้อยกเว้นกับสถาบันกษัตริย์ด้วย
    ไม่คุยกันแล้วมันจะอยู่กันได้หรือครับ เปิดฉากก็ด่ากันแล้วครับ
    ไอ้แบบนี้แหละครับที่จะทำให้เราไปไม่รอด
    คุยกันให้มากๆ แล้วด่ากันให้น้อยๆ จะดีกว่านะครับ

    ความเห็นจาก redwing — July 3, 2008 @ 2:18 am

  172. redwing มันเกี่ยวไรกับทักษิณ ไม่เกี่ยวกัน คุณจะวิจารณ์ทักษิณหรือสมัครมันก็เรื่องของคุณ เเต่อย่าเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาข้องเกี่ยวสิ

    ความเห็นจาก กูคนไทย — July 3, 2008 @ 8:00 am

  173. ผมว่าการวิจารณ์ควรจะเปิดกว้างครับ
    ใคร หรือกลุ่มใหนก็แล้วแต่ ที่มีอำนาจนำในการชี้เป็นชี้ตายประเทศ
    ควรได้รับการตรวจสอบทั้งนั้น เราในฐานะคนไทยก็มีพันธะในการตรวจสอบเช่นกัน การพุดคุยกันทำให้เราได้ข้อมูลรอบด้าน
    ผมเข้าใจว่าคนไทยรักในหลวงพระองค์นี้ นั่นก็เป็นสิทธิ์ของทุกคน
    แต่ในทางประวัติศาสตร์ทั้งเก่าใหม่ที่ผ่านมา
    สามารถบอกได้ครับว่าสถาบันกษัตริย์ผูกพันกับผลประโยชน์ของประเทศ
    การมีอำนาจของกษัตริย์นั้นไม่ได้มาจากพระองคืล้วนๆ
    แต่มาจากการสนับสนุนของกลุ่มก้อนผลประโยชน์จากชนชั้นนำในสมัยนั้นๆเช่นกัน เช่นในบางสมัยที่กลุ่มขุนนางมีอำนาจบารมีมากจนกษัตริย์แกรงใจ
    เพราะต้องพึ่งพาอาศัยในการจัดการบ้านเมืองร่วมกัน

    พอถึงสมัยยุคปัจจุบัน จะบอกว่าพระมหากษัตริย์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองก็ไม่ได้ครับ เพราะถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ในบทบัญญัติแรกๆเลย
    การวิภาควิจารณ์ทำให้เราได้ข้อมูลรอบด้านมากขึ้นครับ
    ดีกว่าที่เราจะถูกสื่อซึ่งมาจากปากใครบ้างก้ไม่รู้ มาชักจูงเราให้เชื่อ
    โดยขาดการตรวจสอบ

    การอยู่ในกลุ่มอำนาจนำ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ต้องเจอแรงเสียดทานเยอะ
    บางเรื่องพูดได้ บางเรื่องพูดไม่ได้ ดังนั้นเราคนไทยนี่แหละครับที่จะต้องนำสิ่งเหล่านี้มาพูดกัน ในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจตามหลักประชาธิปไตย
    ตัวละครหลักๆทางการเมืองมีไม่เยอะหรอกครับ
    แต่เบื้องหลังนั้นมีเพียบ

    ความเห็นจาก redwing — July 4, 2008 @ 1:41 pm

  174. เรียนสูงเลยไม่รู้ว่า วัฒนธรรม จรืยธรรม คืออะไร แต่ละชาติมีความเชื่ออย่างไร ถ้ารับไม่ได้กับวัฒนธรรมไทยที่มีมาแต่โปราณก็ไปอยู่ประเทศอื่นซะ

    ความเห็นจาก i-saddddddd — July 14, 2008 @ 2:02 pm

  175. โดนครอบงำหมดนนั่นแหละ พวกที่ออกมาโวยวาย คุณก็แค่ถูกทำให้เชื่อ(มากกว่าเชื่อโดยไตร่ตรอง)โดยที่ไม่ได้ตระหนักคิดจริงๆจังเลยว่า ทุกคนมีเสรีภาพ ความคิดคนอื่นก็มีค่าพอๆกับความคิดคุณ

    ปล.ทำไมเพลงสรรเสริญต้องเปิดตอนก่อนดูหนัง ทั้งๆที่ทุกงานต้องเปิดตอนจบแสดงว่ามันมีมูล….

    ความเห็นจาก หัวเอียง — July 19, 2008 @ 2:50 pm

  176. การศึกษาเรื่องพุทธศาสนาในสังคมไทยจึงติดกรอบที่ค่อนข้างจำกัด คนไทยเขียนถึงพระมหากษัตริย์เหมือนปลาที่ไม่เคยรู้จักชีวิตแบบอื่นที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในน้ำ และเห็นว่าชีวิตท่ามกลางน้ำในอ่างใบนั้นวิเศษที่สุด……

    ปทปรมะ Do you know mean?

    ความเห็นของอาจานค่อนข้างแคบและมีกลิ่นอายเหมือนคนเด็กร้อนวิชาและใกล้เกลือกินด่างขาดความลึ
    KING IS THAI SPIRIT BECAUSE HE(your majesty) HAVE DHRAMA. or you have any opinion.Man…

    ความเห็นจาก พบ — July 21, 2008 @ 6:19 pm

  177. ปทปรมะDo you know mean? อาจารย์อย่าคุยในเรื่องของท่านเลยครับถ้าท่านมีเจตนา…เก็บความคิดของอาจารย์เอาไว้อ่านหนังสือของสมเด็จญาณฯบ้างเมื่อมีเวลา ก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไป

    ความเห็นจาก พบ — July 21, 2008 @ 6:34 pm

  178. การได้ไปเรียนที่ อังกฤษ หรือ อเมริกา แค่มีเงินก็ไปได้
    การได้คุย ได้พูดกับฝรั่ง คิดแบบฝรั่ง ใครๆ ก็ทำได้
    แต่อยู่ในประเทศไทย เกิดเป็นคนไทย คิดและอยู่อย่างคนไทย ฝรั่งเป็น และทำได้ยาก ความคิดแบบอารยธรรมของฝรั่งบอกมาหน่อยสิว่า แม่งดีกับพวกมึงตรงไหน

    พวกมึงๆทั้งหลายที่อวดอ้างความรู้สารพัด มีการศึกษาสูงยิ่งกว่ายอดไม้ มีอิสระเสรีทางความคิดยิ่งกว่า นกบิน
    แต่กลับไม่เข้าใจและรู้ซึ้งสักนิด ของความเป็นคนไทยและรู้บุญคุณของโคตรเหง้าพ่อแม่ของมึง

    ความเห็นจาก i respect and love my king — July 22, 2008 @ 11:38 pm

  179. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วในโลกนี้

    ความเห็นจาก น้อย11 — November 25, 2008 @ 9:47 am

  180. ถ้าจะพูดถึงตัวคุณธงชัย คงจะต้องถามว่าบรรพบุรุษคุณอบรมสั่งสอนมายังไง ถึงกล้าาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งคนไทยทั้งประเทศยกย่องเทิดทูนไว้เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ทำไมไม่ไปเกิดและอยู่ประเทศอื่นล่ะครับ ไม่ทำตัวให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอน ก็อย่าสร้างปัญหาให้ประเทศ ทำตัวเป็นคนหนักแผ่นดิน

    ความเห็นจาก เต้าหู้ — November 25, 2008 @ 11:45 am

  181. สถาบันไปแหก มดลูก Mom มึงเหรอ เรื่องที่จะวิจารณ์มีเยอะแยะ มึงไปพูดไปคิดไปวิจารณ์เรื่องอื่นได้ป่าว หยักสมองพวกมึงคิดที่จะสร้างสรรค์อย่างอื่นดีกว่ามั้ยเรื่องอะไรที่พูดที่คิดแล้วกระทบความรู้สึกคนส่วนใหญ่มึงจงอย่าคิดอย่าพูด ถ้ามึงไม่ได้พูดเรื่องสถาบันแล้วมึงจะตายมึงบอกกูมึงมาพูดกับกูนี่กูรับได้ทุกอย่างพร้อมที่จะรับฟังพวกมึงว่าทำไมมึงต้องพูดเรื่องพวกนี้
    เรื่องสถาบัน

    ความเห็นจาก กุมาระเต็งแห่งอีศาณปุระ — November 25, 2008 @ 7:36 pm

  182. พวกคุณมีสามัญสำนึกความเป็นคนบ้างรึเปล่า ดูหมิ่นพระเจ้าอยู่หัวอยู่ได้ ที่คุณมีแผ่นดินอยู่ทุกวันนี้เพราะมีพระเจ้าอยู่หัวอยู่ไม่ใช่หรึอ ถ้าพวกคุณไม่ต้องการท่าน พวกคุณก็ออกไปตั้งประเทศใหม่อยู่เองซิ ไม่ต้องมาอยู่ประเทศนี้ ไปอยู่กับไอ้ทักษิณ พ่อของพวกมึงเลย ไปสร้างอาณาจักรของพวกมึง เป็นอาณาจักรสัตว์นรก ไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไอ้พวกสารเลว

    ความเห็นจาก too — November 25, 2008 @ 8:43 pm

  183. ฉันภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และยืนอยู่บนแผ่นดินนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ส่วนคนไทยที่ไปอยู่เมืองนอกนานจนลืมบ้านเกิดลืมกำพืดตัวเอง(สำหรับบางคน)ทำตัวเป็นอย่างฝรังแต่ก็เป็นไม่ได้เพราะไม่ใช่ฝรั่งยังไงเขาก็มองคุณเป็นประชาชนชั้นสอง ฝรั่งดีกว่าไทยก็ไปอยู่กับมัน การพอใจในชาติกำเนิดและยึดถือขนบธรรมเนียบประเพณีไทย ทำไมการรักความเป็นไทยเป็นตัวตนของเราคุณกลับมองว่าโง่ การที่ประเทศเรามีพระมหากษัติรย์นั่นเป้นเอกลักษณ์ไทยสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่เรามีมานานและด้วยความรักความศรัทธา ปัจจุบันการวางตัวของพระองค์ก็ไม่ได้ทรงถือพระองค์ไม่ได้เหมือนในสมัยก่อน พระมหากษัติรย์นี่แหละที่ทำให้คนทั่โลกได้รู้จักประเทศไทย และไม่ว่าพระองค์จะไปที่แห่งใดในต่างแดนก็วางพระองค์ได้อย่างสง่างาม บุคลคลที่อยุในใจที่หนึ่งของฉันก็คือพระเจ้าอยู่หัว และจะอยู่ในใจฉันตลอดไปตราบชีวิตสูญสิ้นและนี่คือสถาบันส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดของไทย ที่ไม่อาจจะแยกออกจากคนไทยได้ และเมื่อใดที่มีปัญหาร้ายแรงกับสถาบันนี้ขอบอกว่าคนที่อยู่เงียบๆอาจจะสามารถกระทำการที่ไม่คาดคิดกับผู้ที่ทำการดังกล่าวได้ชิดที่คุณคาดไม่ถึง กลุ่มคณะที่ศึกษาๆได้ลึกซึ้งแค่ในในการติดตามแล้วเหตุผลที่จะต้องเอาเรื่องคดีหมิ่นมาพูดว่าล้าหลัง มันเป็นความรู้สึกนึกคิดของกุ่พวกคุณเองและหากไม่แก้ไขจะมีปัญหาร้ายแรง กรณีนี้ใครเดือดร้อนๆๆๆ ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วๆไปเขาไม่ได้เดือดร้อนกับกฏหมายนี้ หากมีมันสมองที่ดีควรจะหาวิธีการเสวนากัน เรื่อง คอรัปชั่นทำให้ไทยล้าหลัง ไม่ดีกว่าการมาพูดเรื่องสถาบันฯ สถาบันฯไปกดขี่อะไรพวกคุณ สิ่งที่ประเทศประสบปัญหาอยู่ทุกวันนี้ก็เรื่องนี้ และพฤติกรรมการขาดจริยธรรมของนักการเมืองอันี้ที่บ้านเมืองประสบปัญหาอย่างหนักหน่วง ไปร่ำเรียนมีความรู้อาดอ้างเป็นผู้รอบรู้หลายด้าน มีสติปัญญาแค่นี้เองนะหรือ ข้าราชการ นักการเมืองระดับสำคัญต่อประเทศมีผลต่อการบริหาร และการพัฒนาของประเทศทำไมไม่ศึกษาไม่ติติงอันนี้ต่างหากที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศที่สุด เสียดายไม่น่าไปเรียนเมืองนอก กลับมาไม่มีประโยชน์ให้กับประเทศชาติที่ให้กำเนิดเลย แต่กลับมาสร้างความร้าวฉานในบ้านตัวเอง ทำตัวให้เป็นประโยชน์เสียนะ อาจจะรับว่าเป็นคนไทย ถ้าไม่อยากเป็นว่ามันล้าหลังนักก็ไปอยูที่อื่น เพื่อเขาจะยอมรับ คนที่ดูถูกแม้แต่ชาติกำเนิดตัวเองอย่าหวังว่าจะได้รับการยกย่องจากคนชาติอื่น ปล่อยให้คนอื่นเยียบย่ำความเป็นชาติไทยจะให้เรียกว่าคนไทยได้อย่างไร คลั่งชาติเสียหายตรงไหน ตรงที่ไปก้างของคนเลวหรือไง แล้วที่ยกดินแดนให้เขาไป ทำไมไม่วิจราณ์ว่ามันร้ายแรงยังไง ทำไมไม่ไปว่ารัฐบาล ทำเพืออะไร ทำพื่อใคร อีกตั้งหลายเรื่องที่พวกนี้ทำประเทศฉิบหาย ทำไมไม่พูด ทักษิณเป็นคนทำให้ประเทศแตกแยก ทำไมไม่พูด วิเคราะห์มาสิ แล้วที่มีรัฐบาลนอมีนีร้ายแรงมั๊ย ทำไมไม่มาพูด ตำรวจฆ่าประชาชนจริงไม่จริงไปสืบค้นดูสิ นี่ปัญหาหลักใหญ่ๆของชาติ อย่างนี้ทำไมไมทำ

    ความเห็นจาก อนิจจา — November 25, 2008 @ 9:32 pm

  184. ความคิด 6 7 8 ถ่อยเหลือเกิน ไม่น่าเป็นคนไทย มีความคิดต่ำทรามแบบนี้ คนไทยมีวัฒนธรรมดีงาม รักชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์ เมื่อไม่ชอบไม่อยากได้ ก็ไปอยู่ที่อื่น แผ่นดินนี้ บูรพระมหากษัติรย์และบรรพบุรุษวีรชนปกป้องรักษาไว้ด้วยเลือดเนื้อ แผ่นดินนี้เป็นของราชวงค์จักรีเราผู้อยู่ใต้ร่มพระบารมี ไคณม่มีสิทธิมาด่าใครว่าโง่ หรือควาย สองคำนี้ขอให้ 6 7 8 เอาคืนไป มันเหมาะกับตัวคุณเองนั่นแหละ

    ความเห็นจาก ความคิด 6 7 8 — November 25, 2008 @ 9:45 pm

  185. สถานการณ์ของบ้านเมืองเราจากปีก่อน และต่อเนื่องมาถึงปีที่แล้ว เป็นอย่างไรก็เป็นที่ทราบกันอยู่แก่ใจ แต่อย่างไรก็ตาม เราได้มีรัฐธรรมนูญ และได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว นับว่าประเทศชาติของเรา ได้ผ่านหัวเลี้ยวสำคัญอีกขั้นหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่จะต้องช่วยกันประคับประคอง กิจการของบ้านเมือง ให้ดำเนินไปด้วยดี ให้มีความเป็นปึกแผ่น และร่มเย็นเป็นปกติสุข

    ความเห็นจาก anusak — November 25, 2008 @ 9:55 pm

  186. ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการทำความคิดให้ถูกตรง และแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย แต่ละคน แต่ละฝ่าย จะต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว พยายามโอนอ่อนผ่อนปรนเข้าหากัน ด้วยไมตรีจิตและความเมตตากรุณา อย่าก่อปัญหา และก่อเงื่อนไข อันเป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบ และความแตกแยก

    ความเห็นจาก anusak — November 25, 2008 @ 9:57 pm

  187. ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใด ก็เร่งกระทำให้สำเร็จ ลุล่วงไป ให้ทันการณ์ ทันเวลา ผลงานของทุกคน ทุกฝ่าย จะได้ประกอบส่งเสริมกัน ให้ประเทศชาติ อันเป็นที่อยู่ ที่อาศัยของเรา ดำรงมั่นคงอยู่ ด้วยความผาสุข ร่มเย็น ตลอดไป

    ความเห็นจาก anusak — November 25, 2008 @ 9:58 pm

  188. การที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร คงต้องดูบริบทขอตัวเองว่า ตอนนี้คนส่วนใหญ่คิดเช่นนั้นหรือเปล่า เขาอยากเปลี่ยนหรือไม่ และก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร มีการเตรียมความพร้อมหรือยัง ตอนนี้คนตะวันตกเองเขากลับมาสนใจสิ่งดีดีที่บ้านเขาไม่มี เพราะเขาเองก็ถึงทางตัน ว่า แล้วที่สุดของ..ความสุขที่แท้จริงในชีวิต..คืออะไร ที่บ้านเขายังหาไม่เจอ เลยต้องเข้ามาค้นหาที่บ้านเรา เขาชอบหลายอย่างที่เป็น บ้านเรา อยากมาอยู่บ้านเรา ..แล้วเรายังอยากจะเป็นเหมือนบ้านเขาเหรอ…

    ความเห็นจาก kot — December 1, 2008 @ 10:21 am

  189. เสียใจที่ได้รับรู้โดยตรง จากเพื่อนบางคนบอกเขาเลือกทักษิณเพราะทำให้ประเทศเจริญและแบ่งมันไปเลยให้เหมือนเกาหลี เราบอกที่เราเห็นด้วยกับพธมมีหลายเรื่องที่ทักษิณและรัฐบาลนอมีนีทำไม่ดี และที่สำคัญเช็คข้อมูลแล้วว่าฝ่ายรักทักษิณไม่เอาเจ้า เขาสวนทันทีว่าเขาก็ไม่เอา ตกใจมาก ว่าทำไมคนไทยมีความคิดแบบนี้จริงๆด้วยเหรอแค่รู้ว่าทักษิณมีความคิดแบบนี้ก็แทบไม่นาเชื่อ ก็อยากจะถามเขาไปว่าหากแบ่งแล้วคุณจะเลือกอยู่เหนือหรือใต้ ในความคิดทักษิณเขาไม่แบ่งหรอดมันจะรวบหมด ทรัพยากรที่สำคัญภาคใต้เยอะนะจะบอกให้ ในเมื่อเป็นแบบนี้เราคงคุยกันไม่ได้ แต่ยังประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียวไม่อาจแบ่งแยกได้ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดนใจให้คนไทยรักกัน การคิดต่างไม่เป็นไร แต่ที่รับไม่ได้คือรับข้อมูลไม่รอบด้านแล้วก็หลงงมงายเชื่อคารมของทักษิณและพวกนักการเมืองชั่ว และขอให้ความจริงปรากฏให้คนไทยได้เห็นว่าอะไรดีอะไรชั่ว

    ความเห็นจาก หนึ่งเดียว — December 1, 2008 @ 10:50 am

  190. คนเสื้อแดงก็ด่าคนเสื้อเหลืองโง่ให้สนธิ ลิ้ม และจำลองหลอก และแกนนำของเสื้อแดง ก็บอกคนเสื้อแดงว่าต้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญ พธมเป็นพวกฟาสซิตศ์เผด็จการภายใต้อำมาตยาและอภิสิทธิ์ชน และที่ทักษิณต้องเป็นอย่างนี้เพราะโดนใบสั่งของคมชและคมชนี่แหละสั่งให้คตสทำข้อมูลเท็จใส่ร้ายทักษิณและมีศาลร่วมด้วยเขาพยายามยกหาเหตุผลมาสนับสนุนในการพูดของเขาหากคนที่ไม่ได้รัข้อมูลหลายๆด้านก็หลงเชื่อตามนั้น และอริตสมันขึ้นพูดที่ลานคนเมือง30พย.บอกพธมม้อบโกเต็กและวันที่สนธิพรมน้ำมนต์ที่ทำเนียบนั้นเชื่อว่าจะต้องมีโกเต็กแช่ในน้ำมนต์พวกพธมถึงได้เชื่อสนธิสั่งให้ทำอะไรก็ได้ ใครก็ตามที่เป็นกลางหรือแดงอยู่ก็ลองเปิดใจรัรู้ข่าวสารของพธมดูบ้างว่าทำไมเขาถึงทนลำบากยืนหยัดได้ขนาดนี้มันต้องมีเหตุผล ตอนนี้มันชัดเจนมากนะว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นนอมีนีทักษิณและทำทุกอย่างเพื่อทักษิณจริงๆและมีการจาบจ้วงคิดล้มล้างจริงๆหากแดงท่านใดรักในหลวงอยู่คุณก็ลองหาข้อมูลอ่านดู พวกนักวิชาการมเที่ยงคืน ประชาไท ฟ้าเดียวกัน Thai e new.ยังมีอีกเยอะเพราะนักวิชาการ ผู้มีชื่อเสียง นักข่าว สื่อบางสื่อ เขายอมทำเพื่อเงิน เขาไม่สนอุดมการณ์และความจงรักภักดี เราคนไทยที่สังสัยและติดตามข้อมูลข่าวสารตลอด จนสามารถบอกได้ว่ารํฐบาลนั่นแหละที่เป็นผู้ร้ายเองเพราะมีอำนาจ และข่มเหงคนที่ต่อต้าน ประชาธิปไตย50เป็นพษกับนักการเมืองเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างเรา การปกครองหากในสังคมมันมีความเป็นธรรมแล้วความวุ่วายไม่เกิดแน่นอน และประชาธิปไตยที่เราได้อยู่มันเป็นเผ็ดจการพลเรือนมั๊ย ไม่สามารถค้านอะไรได้เลย เตือนรัฐฯอย่าใช้งบประมาณมากขนาดนั้นเราไม่มีเงิน เราพัฒนาบนกองหนี้มหาศาล ลูกหลานจะแย่ อย่าสร้างสภาใหม่เลย อย่าเพิ่งแก้รฐนเลย เศรษฐกิจโลกแย่เดี๋ยวเราเป็นปัญหาหนักก่วา40 และทักษิณมีผลประโยชน์แหล่งพลังงานกับเขมรโดยรัฐฯทำให้เราเสียเขาพระวิหาร เราต้องเอางบประมาณเราสร้างถนนเชื่อมเกาะกงรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจเกาะโดยการลงทุนของทักษิณและกลุ่ม มีอกีหลายเรื่องขอให้ดูเยอะๆก่อนแล้วที่พธมเขาทำเขาได้อะไร ในเมื่อเขาก็บอกอยากให้มีการเมืองที่บริสุทธิ์และยุติธรรม เขาไม่ต้องการตำแหน่งแล้วซีกรัฐบาลอ้าปากก็เห็นแล้วว่ารักตัวเองเห็นแก่ตัวรักเงินเตรียมผลาสประเทศ ให้ข้อมูลเท็จ และเกินจริงให้ร้ายพธมจนคนอย่างเรารับไม่ได้เห็นใจพธมที่สุด ขอให้สู้ๆๆจนได้รับชัยชนะ และขอให้ปลอดภัยทุกๆคน

    ความเห็นจาก KID KID — December 1, 2008 @ 11:33 am

  191. ควายยยยยยยยยยยยย มานั่งเจ๋อ ชั่วแบบเมิงเด๋าเตะแว่นแตกเรยไอแว่น

    ความเห็นจาก lotus — December 2, 2008 @ 10:47 pm

  192. ถ้าเมืองไทยเป็นน้ำพริก
    น้ำพริกที่เผ็ด เราก็ต้องบอกว่าเผ็ด
    มีคนบอกว่าเผ็ด ก็เค้าเผ็ด
    คุณอาจจะยอมเผ็ด ทั้งๆที่มันเผ็ด
    เพราะคุณเข้าใจว่ามันไม่เผ็ดมานานแล้ว
    จะโกหกตัวเองไปทำไมกัน

    ความเห็นจาก นิ — December 3, 2008 @ 5:12 am

  193. การพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีหลักและวิธีการสำคัญๆ คือ
    ๑) การพัฒนาแหล่งน้ำจะเป็นรูปแบบใดต้องเหมาะสมกับรายละเอียดสภาพภูมิประเทศเสมอ
    ๒) การพัฒนาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ต้องเหมาะสมกับสภาพแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีแต่ละท้องถิ่นเสมอ
    ๓) พิจารณาถึงความเหมาะสมในด้านเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กัลป์คนกลุ่มหนึ่ง โดยสร้างประโยชน์ให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการลงทุนนั้น จะมีความเหมาะสมเพียงใดก็ตามด้วยเหตุนี้การทำงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุก แห่งจึงพระราชทานพระราชดำริไว้ว่าราษฎรในหมู่บ้านซึ่งได้รับประโยชน์จะ ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน โดยจัดการช่วยเหลือผู้ที่เสียประโยชน์ตามความเหมาะสมที่จะตกลงกันเอง เพื่อให้ทางราชการสามารถเข้าไปใช้ที่ดินทำการก่อสร้างได้โดยไม่ต้องจัดซื้อ ที่ดิน ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายที่มุ่งหวังให้ราษฎรสังคมของตนเอง และมีความหวงแหนที่จะต้องดูแลบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างนั้นต่อไปด้วย

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:11 am

  194. โครงการ พัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริสามารถก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน และประเทศชาติเป็นส่วนรวม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พอสรุปได้ดังนี้
    ๑. ช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้ำอย่างอุดมสมบูรณ์ สามารถทำการเพาะปลูกได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง ช่วยให้ได้ผลิตผลมากขึ้นและสามารถทำการเพาะปลูกครั้งที่สองได้ เป็นการช่วยให้ราษฎรมีรายได้มากขึ้น
    ๒. ในบางท้องที่เคยมีน้ำท่วมขัง จนไม่สามารถใช้ทำการเพาะปลูกได้ หรือไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรโครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เช่น บริเวณขอบพรุ ทำให้พื้นที่แห้งจนสามารถจัดสรรให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองเข้าทำ กินได้ ช่วยให้ไม่ไปบุกรุกทำลายป่าหาที่ทำกินแห่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งเป็นการช่วยรักษาป่าไม้อันเป็นทรัพยากรของธรรมชาติไว้ได้
    ๓. เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ไว้ และมีการปล่อยพันธุ์ปลา ทำให้ราษฎรตามหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงสามารถมีปลาบริโภคภายในครอบครัว หรือมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น
    ๔. ช่วยให้ราษฎรมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่สะอาดอย่างพอเพียงตลอดปี ทำให้ราษฎรมีสุขภาพพลานามัยดีขึ้น และยังช่วยให้มีแหล่งน้ำสำหรับการเลี้ยงสัตว์ด้วย
    ๕. บางโครงการจะเป็นประเภทเพื่อเทาอุทกภัยในเขตชุมชนเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชุมพร ซึ่งช่วยลดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจทั้งภาคเอชนและภาครัฐบาลเป็นอันมาก
    ๖. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ จะช่วยให้ราษฎรที่อยู่ในป่าเขาในท้องที่ทุรกันดารได้มีไฟฟ้าให้สำหรับแสง สว่างในครัวเรือนได้
    ๗. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการรักษาต้นน้ำลำธารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการสร้างฝายเก็บกักบริเวณน้ำลำธารเป็นชั้นๆ พร้อมระบบกระจายจากฝายต่างๆ ไปสู่พื้นที่สองฝั่งของลำธารทำให้พื้นดินชุ่มชื้น และป่าไม้ตามแนวสองฝั่งลำธารเขียวชอุ่มตลอดปี ลักษณะเป็นป่าเปียกสำหรับป้องกันไฟป่าเป็นแนวกระจายไปทุ่งบริเวณต้นน้ำลำธาร ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:30 am

  195. โครงการแก้มลิงเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยการขุดลอกคลองชาย ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นคลองพักน้ำขนาดใหญ่ หรือ “แก้มลิง” แล้วระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยใช้หลักทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก หรือน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันโครงการแก้มลิงยังได้ขยายการดำเนินงานไปที่โครงการบรรเทา อุทกภัยตามพระราชดำริ (แก้มลิงหนองใหญ่) จังหวัดชุมพร และโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอีกด้วย

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:34 am

  196. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สร้างขึ้นเพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ในการเกษตรในฤดูแล้ง และเป็นการป้องกันบรรเทาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างในฤดูน้ำหลากและบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียในกรุงเทพ มหานคร และเมืองใหญ่ในภาคกลาง อีกทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ด้วย

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:37 am

  197. “โครงการ นี้คือสร้างอ่างเก็บน้ำ ๒ แห่ง แห่งหนึ่งคือที่แม่น้ำป่าสัก อีกแห่งหนึ่งที่แม่น้ำนครนายก สองแห่งรวมกันจะเก็บกักน้ำเหมาะสมพอเพียง สำหรับการบริโภค การใช้ในเขตกรุงเทพฯ และเขตใกล้เคียงที่ราบลุ่มของประเทศไทยนี้…”
    “โครงการ นี้เป็นโครงการที่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย แต่ถ้าดำเนินการไปเดี๋ยวนี้อีก ๕-๖ ข้างหน้า เราสบายและถ้าไม่ทำอีก ๕-๖ ปีข้างหน้า ราคาค่าก่อสร้าง ค่าดำเนินการก็จะสูงขึ้น ๒ เท่า ๓ เท่า ลงท้ายก็จะประวิงต่อไป และเมื่อประวิงต่อไป ก็จะไม่ได้ทำ เราก็จะต้องอดน้ำแน่จะกลายเป็นทะเลทรายแล้วก็จะอพยพไปที่ไหนก็ไม่ได้…”

    โครงการ เขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำ นครนายก ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำ รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำใช้ในการเกษตร การอุปโภคบริโภคโดยไม่ขาดแคลน ที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเพาะปลูกอีกด้วย

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:39 am

  198. โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคน้ำเพื่อการเกษตร โดยสามารถส่งน้ำช่วยพื้นที่การเกษตรฤดูฝน 2,200,00 ไร่ พร้อมทั้งสามารถส่งน้ำพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่อีก 174,500 ไร่ เพิ่ม ผลผลิตข้าวนาปรังเฉลี่ยได้ถึง 80- 90 ถัง/ไร่ และช่วยการขาดแลนน้ำ รวมถึงการส่งน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ตลอดจนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการประเมินผลเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่สำนักงาน กปร. ได้มอบหมายให้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ดำเนินการเมื่อเดือนกันยายน 2548 พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางระบบนิเวศของน้ำ กล่าวคือหลังจากการสร้างเขื่อนก่อให้เกิดชนิดของแพลงตอนเพิ่มขึ้น จากเดิม 15 ชนิด เป็น 51 ชนิด พบชนิดพันธุ์ปลามากขึ้นกว่าเดิมถึง 100 ชนิด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนมีรายได้สุทธิจาก การประกอบอาชีพในภาคเกษตร และนอกภาคเกษตร เช่น การทำประมง การแปรรูป การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
    จาก 22,465 บาท/ครัวเรือน/ปี เป็น 44,504 บาท/ครัวเรือน/ปี

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:42 am

  199. 1. ก่อสร้างเขื่อนหัวงานและอาคารประกอบแล้วเสร็จ ความจุ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้เริ่มเก็บกักน้ำเมื่อเดือนตุลาคม 2547
    2. ระบบส่งน้ำและระบบระบายน้ำ
    2.1 ก่อสร้างระบบส่งน้ำและระบายน้ำท่าด่าน พื้นที่ 20,000 ไร่ จะแล้วเสร็จในปี 2551
    2.2 ก่อสร้างระบบส่งน้ำและระบายน้ำนครนายก พื้นที่ 165,000 ไร่ จะแล้วเสร็จในปี 2552
    3. ก่อสร้าง ส่วนประกอบอื่น อาทิ ถางป่าปรับพื้นที่ ล้อมรั้ว ถนนบริเวณหัวงาน ระบบไฟฟ้า-ประปา บ้านพัก และปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านท้ายเขื่อนแล้วเสร็จ

    เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 นายปกรณ์ สัตยวณิช รองเลขาธิการ กปร. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชลฯ จังหวัดนครนายก ได้มอบนโยบายให้เร่งรัดจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ จัดทำแผนและรวบรวมข้อมูลด้านความชื้นของดิน การบรรเทาอุทกภัย การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว และการผลักดันน้ำเค็มของเขื่อนขุนด่านปราการชลฯ ไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:48 am

  200. โครงการพระราชดำริของท่าน
    วันที่ 17 มิถุนายน 2523 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดเพชรบุรีทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานสรุปได้ว่า
    “… ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ริมห้วยแม่ประจันต์ให้มีน้ำใช้เพาะปลูกและอุปโภค-บริโภคได้ตลอดปี นอกจากนั้นยังช่วยระบายน้ำลงมาเสริมให้กับโครงการชลประทานเพชรบุรีในระยะที่ ขาดแคลนน้ำและช่วยเก็บกักไว้ใช้ในฤดูน้ำนอง เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตโครงการเพชรบุรีให้ได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
    วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภคได้เพียงพอตลอดปี
    2. เพื่อระบายน้ำเสริมและช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตโครงการชลประทานเพชรบุรีในช่วงฤดูแล้ง
    3. เพื่อบรรเทาอุทกภัยในบริเวณลุ่มน้ำเพชรบุรีในช่วงฤดูน้ำหลาก
    ผลการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน
    โครงการ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ฯ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2539 ความยาวของสันเขื่อน 2,105 เมตร ความกว้างของสันเขื่อน 8 เมตร ความสูง 21.6 เมตร ความจุปริมาณน้ำที่ระดับกักเก็บ 42.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2549 ปริมาณน้ำ ณ เดือนมิถุนายน 2551 ร้อยละ 12.517 ของปริมาณกักเก็บสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และเป็นแหล่งน้ำช่วยเหลือด้านการเพาะปลูก จำนวน 35,000 ไร่ โดยตั้งแต่ช่วงฤดูแล้งปี 2549 ได้ส่งน้ำลงลำห้วยแม่ประจันต์เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้แก่ราษฎร ในพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำตลอดมา
    เนื่องจากลำห้วยแม่ประจันต์มีสภาพแคบและตื้นเขินมาก ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งได้ กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างฝายทดน้ำ และขุดลอกลำห้วยแม่ประจันต์ในเขตตำบลท่าตะคร้อ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 3 แห่ง คือ ฝายทดน้ำบ้านท่าตะคร้อ ผลงานร้อยละ 90 ฝายทดน้ำบ้านหนองรี ผลงานร้อยละ 30 และฝายทดน้ำบ้านทุ่งเคล็ด ผลงานร้อยละ 30 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งดังกล่าว
    ผลการดำเนินงานจนถึงปี 2549
    งาน ก่อสร้างเขื่อนทำนบดิน ดำเนินงานขุดลอกร่องแกน ปรับปรุงฐานรากและถมดินอัดแน่นด้วยเครื่องจักร งานหินเรียงและหินทิ้ง สรุปผลงานก่อสร้างเขื่อนหัวงาน 94.60 %
    1. งานอาคารท่อระบาย น้ำ ดำเนินงานขุดร่องระบายน้ำ งานท่อระบายน้ำ ก่อสร้างอาคารรับน้ำ อาคารควบคุมการระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องกว้านบานระบาย สรุปผลงานก่อสร้าง 64.58 %
    2. งาน อาคารระบายน้ำล้น ดำเนินงานขุด-ขนย้ายดินและหิน งานคอนกรีตหยาบ งานคอนกรีตเสริมเหล็ก งานหินทิ้ง และงานติดตั้งเครื่องกว้านบานระบาย สรุปผลงานก่อสร้าง 87.54 %
    รวมผลงานตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน ได้ผลงานทั้งโครงการประมาณ ….% คาดว่าจะดำเนินงานแล้วเสร็จภายในปี 2548 ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเก็บกักน้ำได้เต็มปริมาณความจุของอ่างจำนวน 42.20 ล้านลูกบาศก์เมตร ในเดือนพฤศจิกายน 2548 (ในกรณีค่าเฉลี่ยฝนปกติ) ซึ่งส่งผลให้มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำจะถูกน้ำท่วม 2 โรงเรียน ปัจจุบันสำนักงาน กปร. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาในการเตรียมสถานที่เรียน แห่งใหม่เรียบร้อยแล้ว

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:53 am

  201. เมื่อวัน ที่ 4 มีนาคม 2548 พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชีนีนาถ พร้อมด้วย นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ และคณะ ได้เดินทางไปสำรวจข้อมูลสภาพพื้นที่เบื้องต้นบริเวณหมู่ที่ 6 บ้านตุลง ตำบลแม่ลาน อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี พื้นที่ประมาณ 154–3-08 ไร่ ตามที่ราษฎรได้ร่วมกันมอบที่ดิน เพื่อจัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดย มีหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล. 0010.1/2771 ลงวันที่ 19 เมษายน 2548 ให้กรมชลประทานจัดหาแหล่งน้ำและระบบน้ำเพื่อการเกษตรภายในฟาร์มและหนังสือ จังหวัดปัตตานี ที่ กษ. 0819.12/ว. 04217 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี ทำหน้าที่ออกแบบระบบส่งน้ำเพื่อใช้ในฟาร์ม
    ด้าน โครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมโดยเฉพาะด้านชลประทาน ส่วนด้านเพาะปลูกอยู่ระหว่างการเตรียมแปลงดิน ด้านปศุสัตว์ มีการเลี้ยงแพะและเป็ดไข่ ด้านประมงมีการเลี้ยงปลาในกระชังและเลี้ยงกบในนา ซึ่งฟาร์มอำเภอแม่ลานนี้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2546
    1.ทำให้ราษฎรมีรายได้จากการจัดจ้างแรงงาน จำนวน 110 คน จ้างอัตราวันละ 130 บาท
    2.เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรที่ถูกต้อง
    3.สามารถทำให้ราษฎรได้รับความรู้และสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 12:57 am

  202. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน ณ วัดน้ำขาวยะกา ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ในการนี้ ได้พระราชทานพระราชดำริแก่พลอากาศตรีกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนายเทอดศักดิ์ บุ ณยขจร วิศวกรใหญ่ ที่ปรึกษาวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน สรุปความว่า ให้กรมชลประทานพิจารณาจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรให้แก่ราษฎรบ้านฮูแตมาแจ หมู่ที่ 7 ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ตามที่นายวันชัย อีซอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ขอพระราชทานความช่วยเหลือ

    กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างฝายทดน้ำพร้อมอาคารประกอบ ขนาดสันฝายสูง 2.50 เมตร ยาว 15 เมตร พร้อมคันกั้นน้ำ 2 แห่ง คลองส่งน้ำความยาว 2,050 เมตร และอาคารอัดน้ำกลางคลอง จำนวน 4 แห่ง อาคารส่งน้ำเข้านาจำนวน 13 แห่ง อาคารปลายคลองส่งน้ำเข้านา จำนวน 2 แห่ง ปัจจุบันได้ดำเนินงานก่อสร้างผลงานร้อยละ 60 คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 อีกทั้ง ได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำไปแล้วเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2548 โดยได้มีการประชุมกลุ่มเพื่อรับทราบและให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการก่อ สร้าง รวมทั้งการกำหนดระเบียบข้อบังคับและกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการน้ำของ กลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    โครงการ นี้เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของราษฎร 2 หมู่บ้าน ในเขตพื้นที่บ้านฮูแตมาแจ หมู่ที่ 7 และบ้านบือแนฮายี หมู่ที่ 2 ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ทำนา 400 ไร่ ให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการทำนาในฤดูแล้ง

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 4, 2008 @ 1:03 am

  203. ขอวิเคราะห์ชีวิตนายธงชัย วินิจจะกูล
    นามสกุล วินิจจะกูล ตกรหัส ถูกลองกลวง มักจะอาภัพต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องผู้ใหญ่ ชีวิตมักจะกำพร้า ขาดหลักประกันของชีวิตต้องอาศัยญาติผู้ใหญ่เป็นเครื่องเชิดชูการเป็นอยู่ของตนเอง คำว่ากำพร้า
    มี 3 ลักษณะคือ
    1.กำพร้าโดยพ่อแม่ล้มหายตากจากก่อนวัยอันควร
    2.พ่อแม่ต้องเลิกราหย่าร้างกันไป
    3.พ่อแม่แต่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติเช่นลุง ป้า น้า อา หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติ
    ชีวิตจะต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ดี มีความยุ่งยากในชีวิตอยู่บ่อย ๆ มักจะถูกผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเหนือกว่าใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ครอบงำจับผิดอยู่ตลอดเวลา ผู้ใหญ่กดดัน กลั่นแกล้ง ถูกคนอิจฉาริษยา ถูกเอารัด เอาเปรียบ ถูกเบียดบังเอาความดีความชอบ ต้องใส่ใจในเรื่องของการคบคนไว้ให้มาก ๆ จะนำพาความพินาศมาให้ ถู ต้องระวังการคบหาคนไว้ให้มาก ๆ เพราะมันสามารถนำ ความพินาศมาให้ ความล้มเหลวในชีวิตจะเกิดขึ้นจากการได้รับการแนะนำที่ผิด ๆ จากหุ้นส่วนญาติมิตรและหมู่คณะ ถ้าปล่อยตัวปล่อยใจตามอารมณ์ตัวเองเกินไปจะกลายเป็นส่วนผิดพลาดของชีวิต ถึงขั้นมีเรื่องให้เขาติฉินนินทาจะมีปัญหารักสามเส้าเกิดขึ้น
    โรคภัยไข้เจ็บให้ระวัง โรคถุงน้ำดีอักเสบ ตับอักเสบ ไมเกรน (ปวดหัวข้างเดียว ) เจ็บปวดตามกระดูกตามข้อ
    ชื่อ ธงชัย ตกรหัส คิดการใหญ่ 20 ถ้าคิดจะลงมือทำอะไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จต้องหาผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาที่มีความรู้ ความสามารถมีความรอบคอบมาเป็นเพื่อนร่วมงาน หน้าที่การงานก็จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่หากคิดแล้วลงมือทำด้วยตนเอง มักประสบความสำเร็จได้ยาก เพราะสิ่งที่คิดมักจะทำคนเดียวไม่ได้ เพราะเป็นบุคคลที่ชอบคิดฝันแต่ โครงการใหญ่ ๆ โต ๆ
    จะทำอะไรมักจะดีแต่ตอนเริ่มต้น สุดท้ายก็ล้มเหลว เข้าลักษณะต้นดีปลายร้ายนับหนึ่งไม่ถึงสิบ เป็นว่าวที่ขาดลม ชีวิตมักมีอันตรายแอบแฝง ให้ระวังการ ถูกทรยศหักหลังจากผู้อื่นและเพศตรงข้าม เป็นคนที่ต้องสู้กับอุปสรรคอันใหญ่หลวง และมักจะทำคุณ คนไม่ขึ้น หาคนที่มีความจริงใจด้วยไม่มี โรคภัยไข้เจ็บที่ควรระวัง ระบบย่อยอาหารไม่ปกติ ระบบขับถ่ายไม่ปกติ การอักเสบในช่องท้อง และอวัยวะภายใน โรคริดสีดวงทวาร
    ส่วนผลรวมชื่อและนามสกุล ตกรหัส 64 คนมากรัก มีทั้งด้านดีและด้านเสีย บ่งถึงชีวิตอันผาสุก มีความสำเร็จ รอคอย
    อยู่เบื้องหน้า มักมีผู้ชอบพอรักใคร่ มีมิตรสหายมาก เสียตรงที่เป็นคนชอบมีการเปลี่ยนแปลงรสชาติ ของชีวิต ชอบแสวงหาความรัก ( เป็นคนไม่อิ่มรัก ) ชอบแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิตอยู่เสมอ เป็นรหัสอันตรายสำหรับผู้ชาย ทำให้หญิงเยอะ มีเมียหลายคน มีปัญหาเรื่องชู้สาวตามมา จะเสียหายเรื่องผู้หญิง เสียเงินเสียทองเรื่องผู้หญิง ทำให้หน้าที่การงานไม่ยั่งยืน
    ชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ นับหนึ่งไม่ถึงสิบ ช่วงดวงมาวาสนาส่งชีวิตอาจสร้างสรรค์สิ่งได้มากมาย อาจประสบความสำเร็จแบบไม่คาดฝัน เป็นคนที่สังคม ยอมรับให้การยกย่อง แต่ในขณะเดียวกันช่วงดวงตกถึงคราวเคราะห์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างสรรค์มาอาจถล่มทลาย ลงมาก็ได้หมายเลข 10 เป็นกำลังของดาวเสาร์ ชีวิตจะมีความทุกข์ความผิดหวังแอบแฝงอยู่ กลายเป็นคนอมทุกข์ บุคคลหรือบริวารในครอบครัวจะสร้างปัญหาขุ่นข้องหมองใจมาให้ ต้องแบกภาระหน้าที่การงานอย่างใหญ่หลวงถึงขั้นมีหนี้สินอย่างท่วมท้นในบางโอกาส โรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนอย่างทุกข์ทรมาน
    โรคภัยที่ควรระวัง โรคหัวใจทุกรูปแบบ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ มีปัญหาการหมุนเวียนของเลือดมีปัญหา ความดันโลหิตไม่ปกติ อัมพฤกษ์ อัมพาต
    ชีวิตคุณจะต้องมีคดีความเพราะ นามสกุลคุณคือ 8 และ ผลรวมถอดลึกลงไปเป็นกำลังของดาวเสาร์คือ 7 ถ้า 8กับ 7 มาเจอกันมันเป็นดาวคู่มิตรแห่งการทำลายล้าง
    ถ้าคุณธงชัย หมิ่นในหลวงมากๆ ชีวิตคุณจะแย่ลง เพราะมันคือบาป ยิ่งคุณคิดเลวกับในหลวงเท่าไหร่ผลร้ายก็จะเพิ่มมากขึ้นกับตัวคุณ
    ขอยืนยันว่าคนชื่อ ธงชัย วินิจจะกูล เป็นคนที่คิดการใหญ่ และมีแต่ดาวบาปในตัว ถ้ายิ่งคิดเลวยิ่งเพิ่มพลังให้ดาวบาป ทำให้ชีวิตคุณเลวร้าย
    หยุดเถอะนะ การขายชาติ ขายแผ่นดิน พ่อหลวงคือคนดีที่คนไทยควรเป็นแบบอย่าง และในหลวงไม่ได้ทำร้ายพี่ชายของท่านตามคำล่ำลือ คนที่ทำคือคนที่ต้องการล้มล้างบัลลังก์ ถ้าใครเกิดในสมัยที่ในหลวงขึ้นครองราชย์จะเห็นว่า ในหลวงสวมฉัตรเร็วมาก เพราะคนที่สวมฉัตรถือว่าเป็นเทพ ไม่มีใครกล้าทำร้าย แต่ รัชกาลที่ 8 ขึ้นครองราชย์ยังไม่ได้สวมฉัตร จึงมีคนจ้างมาทำร้าย
    พอเถอะนะ อย่าทำลายชื่อเสียงของราชวงศ์อีกเลย นรกสวรรค์มีจริง ความดีความชั่วก็มีจริง ชีวิตคุณคงไม่ดีแน่นอน

    ความเห็นจาก อาจารย์โหราศาสตร์ — December 7, 2008 @ 11:29 am

  204. พระบรมราโชวาทของในหลวง
    1. ความเพียร
    การ สร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนคือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันควรทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีควรต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง
    พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่ 27 ตุลาคม 2516

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:05 pm

  205. พระบรมราโชวาท
    2. ความพอดี
    ใน การสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน
    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ธันวาคม 2540

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:08 pm

  206. พระบรมราโชวาท
    3. ความรู้ตน
    เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน
    พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:10 pm

  207. พระบรมราโชวาท
    4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
    คน เราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้
    พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:12 pm

  208. พระบรมราโชวาทของในหลวง
    5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
    ใน วงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:17 pm

  209. พระบรมราโชวาทของในหลวงของเราชาวสยาม
    6. พูดจริง ทำจริง
    ผู้ หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม
    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:21 pm

  210. พระบรมราโชวาทของในหลวงของเราชาวสยาม
    7. หนังสือเป็นออมสิน
    หนังสือ เป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:24 pm

  211. พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ล้วนเป็นพุทธมามกะ และต่างมีเจตนาที่จะดูแลทำนุบำรุง บ้านเมืองให้เจริญ และพสกนิกรใต้ร่มพระบารมี ให้มีความสุข ตั้งแต่ต้นราชวงศ์จักรี เรื่อยมาจนถึงในหลวงของเรา การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ เพื่อให้ชาวไทยหลอมใจเป็นหนึ่งเดียว เมื่อบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น
    ด้วยพระบารมีของพระองค์ ก็จะสามารถนำพาชาติบ้านเมืองกลับไปสู่ภาวะปกติได้ ดังในอดีตหลายๆเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขอให้พระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

    ความเห็นจาก น้องแว่นการเงินหมวกดำ — December 12, 2008 @ 12:31 pm

  212. ในหลวงคือองค์เหนือหัวของปวงชนชาวไทย

    ความเห็นจาก ข้าหลวง — December 19, 2008 @ 12:14 pm

  213. พระองค์ท่านผู้เสียสละพระวรกายของพระองค์มาโดยตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี ที่ครองราชย์
    เป็นพ่อหลวงผู้ประเสริฐของแผ่นดิน

    ความเห็นจาก ข้าหลวง — December 19, 2008 @ 12:16 pm

  214. ที่พวกเราอยู่ได้อย่างมีความสุขจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเรามีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นของตัวเอง หากไม่มี 3 สิ่งนี้ลองคิดดูว่า ชายไทยจะเป็นเช่นไร

    ความเห็นจาก tawat — January 26, 2009 @ 3:14 pm

  215. ผมกำลังบอกตัวเองว่า ผมผิดเหรอที่เกิดมาในประเทศไทยที่มีระบบพระมหากษัตริย์ ผิดด้วยเหรอที่เป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ ประเทศไทยบอมซ้ำมากพอแล้ว ในหลวงท่านพระชนมายุมากแล้ว อย่าเอาท่านมาทำแบบนี้เลย
    ประเทศไทยเจริญลงเพราะนักวิชาการ นักการเมือง บ้าๆ พวกนี้แหล่ะที่ไม่เคยเข้าใจบริบทสังคม ผมกำลังสงสารตัวเอง สงสารประเทศไทย กฏหมายหมิ่นหรือไม่หมิ่นมันสำคัญตรงที่ใหนในเมือเปิดเน็ตที่ก็ด่าว่ากันทุกที กษัตริย์บ้านอื่นเมืองอื่นเค้าก็เป้นอย่างเค้า มองตัวเราเองให้รอบด้านหน่อยแล้วพยามยามเค้าใจคนรู้น้อย ป.4 แบบผมก้เยอะ อย่าไม่อยากมีกษัตริย์พวกคุณก็ไปอยู่ที่อื่นเถอะประเทศไทยแผ่นดินจะสูงขึ้นกว่านี้ ในหลวงท่านผิดด้วยเหรอที่เป้นในหลวงของคนไทย ประวัติศาสตร์มันแก้ไขได้ด้วยเหรอหัดอยู่กับความจริงบ้างเพราะผลงานวิชาการของพวกที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการนี้แหล่ะทำให้บ้านพังมานับไม่ถ้วนแล้ว

    ความเห็นจาก Thai — February 28, 2009 @ 11:54 pm

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

ร่วมแสดงความเห็น