March 21, 2008

บทสนทนาอันไม่รู้จบ

ฟ้าเดียวกัน

cover-fah-v21.gif

วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชหัตถเลขาช่วยจำเกี่ยวกับปัญหาบางประการของสยามแก่ ฟรานซิส บี. แซยร์ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหารือในปัญหาที่ราชอาณาจักรสยามกำลังเผชิญอยู่หลังพระองค์ทรงครองราชย์มาได้ไม่กี่เดือน

ในพระราชหัตถเลขาดังกล่าว พระปกเกล้าฯ ทรงตั้งคำถามไว้ทั้งหมด 9 ข้อ

สองข้อแรกเกี่ยวพันกับปัญหาการสืบราชสันตติวงศ์

ส่วนสองข้อต่อมานั้น เป็นปัญหาสืบเนื่องจากพระราชฐานะอันตกต่ำของกษัตริย์ในรัชสมัยที่เพิ่งสิ้นสุดไป ดังนั้นเพื่อหาทางป้องกันพระเจ้าแผ่นดินที่ไม่ทรงพระปรีชาและให้ราชวงศ์จักรีดำรงอยู่ต่อไปได้ พระองค์จึงทรงหารือแซยร์ว่า

“ประเทศนี้ควรจะมีการปกครองระบบรัฐสภาในวันหนึ่งหรือไม่ และการปกครองระบบรัฐสภาของพวกแองโกลแซกซอนเหมาะสมกับคนตะวันออกหรือไม่” และ “ประเทศนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะมีการปกครองแบบมีผู้แทน”

แต่สำหรับประเด็นนี้ พระองค์ทรงมีคำตอบชัดเจนในพระราชหฤทัยอยู่แล้ว ดังที่ทรงเขียนต่อท้ายคำถามไว้ด้วยว่า “ตามความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าขอย้ำว่าไม่”

ความเห็นประการนี้ของพระองค์สอดคล้องกับโลกทัศน์ของชนชั้นนำสยามโดยทั่วไปที่เห็นว่า ระดับความคิดอ่านของราษฎรนั้นยังไม่พร้อมสำหรับการปกครองระบอบใหม่ และถึงที่สุดแล้ว ระบอบประชาธิปไตยโดยตัวมันเองก็ไม่เหมาะกับสังคมตะวันออกอย่างเช่นสยาม

อย่างไรก็ดี อีกเพียง 6 ปีต่อมา ชนชั้นนำสยามก็มิอาจต้านทานกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อคณะราษฎรก่อการปฏิวัติ เพื่อนำพาสยามไปสู่ระบอบใหม่ที่ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” แทนที่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ทว่า การสถาปนาระบอบใหม่ก็เต็มไปด้วยอุปสรรค แรงต้านสำคัญมาจากกษัตริย์และกลุ่มกษัตริย์นิยมนั่นเอง ขบวนการ “คว่ำปฏิวัติ—โค่นคณะราษฎร” จะเข้มข้นและซ่อนเร้นเช่นไรนั้น ขอเชิญผลิกไปอ่านผลงานของณัฐพล ใจจริง

ผลจากต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายปฏิวัติ 2475 กับขบวนการต่อต้านการปฏิวัติย่อมส่งมอบมรดกมายังปัจจุบันอย่างมิต้องสงสัย

ฉะนั้น พึงตระหนักไว้ด้วยเถิดว่า ปัญหาความเน่าเฟะพิกลพิการของการเมืองไทยนั้น มิได้เป็นผลมาจาก “นักการเมืองเลวๆ” เพียงลำพัง หากแต่มีรากปัญหาทางประวัติศาสตร์แฝงฝังอยู่ด้วยอย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหาคือว่า ท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคม ณ ขั้นตอนปัจจุบัน—ซึ่งดูเหมือนจะผลักให้เพื่อนมิตรผู้รักเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพหลายฝ่ายดำรงอยู่ในสภาวะระหว่างเขาควาย เขาหนึ่งคือระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน เขาหนึ่งคือ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”—เราจะฝ่าข้ามไปเช่นไร

จะฝ่าข้ามไปเช่นไรนั้น ขอให้ช่วยกันสังเคราะห์บทเรียนของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และแนวร่วมต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยา เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ภารกิจสำคัญมิใช่การทำให้การเมืองเป็นเรื่องสกปรกด้วยการผลิตซ้ำอุดมการณ์แบบชนชั้นนำ—ที่ยกตนเป็นผู้เปี่ยมไปด้วยศีลธรรมจรรยา อยู่เหนือการเมืองกเฬวรากของนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งจากไพร่ฟ้าผู้มีปัญญาไม่พอเพียง—หากแต่เป็นการสร้างให้การเมืองเป็นเรื่องของสามัญชน ผู้ถูกผิดดีเลวไปตามสภาพเงื่อนไขแวดล้อมของตน เป็นการเมืองที่อนุญาตให้เราทุกคนมีพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นชนชั้น เพศ เชื้อชาติ หรือมีอุดมการณ์ใด

“ประเทศนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะมีการปกครองแบบมีผู้แทน”… คำตอบของคุณคืออะไร?

สารบัญฟ้าเดียวกัน ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มีนาคม 2551)

 

ปฏิกิริยา 
บทตอบปฏิกิริยา อ่านผิดหรือมายาคติบังตา ? 
บุญเลิศ วิเศษปรีชา

คำขบวน
Horizontalidad วิถีระนาบ
ภัควดี วีระภาสพงษ์

ปีกซ้ายไร้ปีก
ลาว : สำรองพลังทางเศรษฐกิจเพื่อความจำเริญของไทย
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

เงินเดินดิน
หนี้ – วงจรอุบาทว์หรือปีศาจจำเป็น?
สฤณี อาชวานันทกุล

รายงานพิเศษ
ความรุนแรง: “ซ่อน-หา”  สังคมไทย

ถาม-ตอบกับ ธงชัย วินิจจะกูล
“การคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้”
ท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ต่อเนื่องมาถึงกระแสเสื้อเหลือง สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันกษัตริย์มีความสำคัญต่อสังคมไทยมหาศาล แต่เหตุใดการคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ในทางสาธารณะจึงกลายเป็นสิ่งต้องห้าม พบกับ ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการ “คนนอก” จะมาไขปริศนาดังกล่าวพร้อมตอบคำถามว่าด้วยสถานภาพไทยศึกษาในปัจจุบัน การศึกษาเรื่องสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทย และข้อวิจารณ์ต่อหนังสือเล่มร้อนแรงที่สุดแห่งปี

ทัศนะวิพากษ์
“คว่ำปฏิวัติ-โค่นคณะราษฎร” : การก่อตัวของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”  
ณัฐพล ใจจริง
หลังการปฏิวัติ 2475 ของคณะราษฎร การสถาปนาระบอบใหม่มิได้เป็นไปอย่างราบรื่น ณัฐพลได้ปะติดปะต่อให้เราเห็นภาพของ “ขบวนการต่อต้านการปฏิวัติ” ของกษัตริย์และกลุ่มกษัตริย์นิยม ในด้านการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมือง ทั้งในและนอกกฎหมาย เพื่อกลับคืนสู่อำนาจ และในด้านปฏิบัติการทางการเมืองวัฒนธรรมผ่านการช่วงชิงความหมายและสร้างเรื่องเล่า เพื่อบ่อนทำลายความชอบธรรมของการปฏิวัติ 2475 กระทั่งนำไปสู่การสถาปนา “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ซ้อนเร้นอยู่ในรูปของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”

หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 
สมชาย ปรีชาศิลปกุล
กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการเซ็นเซอร์ตัวเองของหนังสือพิมพ์กระแสหลัก 
ประวิตร โรจนพฤกษ์
แม้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะถือกำเนิดจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เมื่อระบอบการเมืองเปลี่ยนกฎหมายหมิ่นฯ กลับหาได้ลดความสำคัญลงไม่ ยิ่งในสมัยเผด็จการทหารจะพบว่ามีการเพิ่มโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้รุนแรงขึ้น จวบจนวันนี้กฎหมายหมิ่นฯ ได้กลายมาเป็นทั้งเครื่องมือทางการเมืองและอุปสรรคสำคัญต่อแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งแน่นอนย่อมต้องเผชิญการต่อต้าน สมชาย ปรีชาศิลปกุล และประวิตร โรจนพฤกษ์ จะแสดงให้เห็นกำเนิด ปฏิบัติการ และการต่อต้านกฎหมายดังกล่าว 

“บทบาทของรัฐในด้านการศึกษา: โจทย์หลักและบทวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง”
วิโรจน์ ณ ระนอง
ทำไมเราต้องสร้าง “รัฐสวัสดิการ” ในสังคมไทย?
เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

วิพากษ์หลักหมายไทยศึกษา
การอ่านและการวิจารณ์ ตั้งคำถามกับ ปากไก่และใบเรือ
วีรศักดิ์ กีรติวรนันท์

ในกระแส
พรรคต่อต้านทุนและการรวมกำลังแนวร่วมในฝรั่งเศส
ปิยะมิตร ลีลาธรรม

หน้าซ้ายในประวัติศาสตร์ 
ปฏิวัติ 2475 ในสายตา “คณะคอมมูนิสต์สยาม”
ธนาพล อิ๋วสกุล  ชัยธวัช ตุลาฑล
ในบรรดางานเขียนเกี่ยวกับ 2475 ถ้าไม่เป็นงานเขียนที่มุ่งยกย่องคณะราษฎรในฐานะผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสยามให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยก็มักจะเป็นงานเขียนที่ประณามคณะราษฎรที่ “ชิงสุกก่อนห่าม” “หน้าซ้ายในประวัติศาสตร์” ขอแนะนำใบปลิวของคณะคอมมิวนิสต์สยาม 2 ชิ้นที่แสดงจุดยืน “2 ไม่เอา”-ไม่เอาทั้งคณะราษฎรและฝ่ายนิยมเจ้า

 

โพสต์ในกลุ่ม ฟ้าเดียวกัน, วารสาร/หนังสือ


มี 23 ความคิดเห็น สำหรับ “บทสนทนาอันไม่รู้จบ”

»

หน้า: [1] 2 »

  1. 1
    fallingangels
    21 March 2008 เมื่อ 12:24 pm

    โดนมากครับ ฉบับนี้ จะตั้งหน้าตั้งตารอทีเดียว

    ด้วยความเคารพ

  2. 2
    siamcollective.com
    21 March 2008 เมื่อ 12:47 pm

    ฟ้าเดียวกันออนไลน์ » บทสนทนาอันไม่รู้จบ…

    ฟ้าเดียวกันฉบับใหม่

    วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพร…

  3. 3
    มนต์รักยานอนหลับ
    21 March 2008 เมื่อ 10:02 pm

    น่าสนใจมากๆครับ

    แต่ไม่ทราบว่า ที่เชียงใหม่ มีแผงหนังสือไหนวางขายบ้างครับ

    ทราบที่เดียว คือ ร้าน”เล่า” แต่เป็นเล่มเก่ากึ๊กเลยอะครับ ไม่มีเล่มใหม่ๆ

  4. 4
    Homo erectus
    22 March 2008 เมื่อ 10:09 am

    ต่อไปก็จะเรียกฉบับนี้ ฉบับ “แบล๊ก เลเบิล”

  5. 5
    สยามมัธยัสถ์
    22 March 2008 เมื่อ 2:55 pm

    ชอบน่าปก ออกแบบได้ดี..

  6. 6
    Canazei
    22 March 2008 เมื่อ 9:59 pm

    หน้าปกเจ๋งมาก

    อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ร้านเล่ามีแต่เล่มเก่าๆ

  7. 7
    ฟ้าเดียวกัน
    23 March 2008 เมื่อ 12:28 am

    ทางฟ้าเดียวกันอาจจะคุยกับทางร้านเล่า เพื่อวางแผงวารสารให้เร็วที่สุด

  8. 8
    Sionaidh Douglas
    23 March 2008 เมื่อ 11:49 am

    ออกแบบปกได้ดี เนื้อหาน่าสนใจมากๆ

  9. 9
    มนต์รักยานอนหลับ
    23 March 2008 เมื่อ 1:47 pm

    ขอบคุณ ฟ้าเดียวกัน มากครับ

  10. 10
    sleepwalker
    24 March 2008 เมื่อ 9:31 am

    ชอบหน้าปกเหมือนกัน
    เนื้อหาก็โดน….
    จะติดตามครับ

    เจอกันที่งานสัปดาห์หนังสือ

  11. 11
    spalding
    24 March 2008 เมื่อ 1:22 pm

    โอ้โห้ ปกสุดจ๊าบ

    โค้ก แบล๊ก เมาเร็วนะคะ งวดหน้าคงต้องมี โซดา อิๆ รออ่านเลยค่ะ

  12. 12
    nobody knows everything
    2 April 2008 เมื่อ 3:50 pm

    ร้าน ‘เล่า’ ที่เชียงใหม่ก็มีเล่มใหม่ๆขายนะครับ
    อาจจะวางแผงหลังกรุงเทพนิดหน่อย
    จะวางอยู่ที่โต๊ะติดเคาท์เตอร์คิดเงินเลย
    แต่ถ้าเข้าไปแล้วไม่เจอที่โต๊ะนั้น แสดงว่า “หมด”
    ส่วนที่อยู่ด้านใน(ทางขึ้นเกสต์เฮ้าส์)เป็นเล่มเก่าๆทั้งหมด (ยกเว้น “โค้ก”)

    ลองถามพนักงานดูนะครับ
    เพราะผมก็ไปซื้อที่นั่นเป็นประจำ

    อีกร้านก็คือ ร้านแซงแซวบุ๊ค หน้าม.ช.
    ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเอามาขายอยู่หรือเปล่า แต่ฉบับก่อนๆผมก็เคยไปซื้อที่นั่นเหมือนกัน

  13. 13
    สิงห์ขาวซมซาน
    5 April 2008 เมื่อ 3:38 pm

    ถามทีมงานหน่อยครับ ลองเทียวหาเล่มใหม่มาหลายร้านใน ‘เชียงใหม่’ แล้ว [แต่ร้านเล่ายังไม่ได้ไปนะครับ] เค้าว่ายังไม่มี ไม่แน่ใจว่าสายส่งๆ มาถึงที่นี่รึยัง และเป็นไปได้หรือไม่ที่ร้านเล่าจะมีวางขายก่อนหลายอื่นๆ เพราะฉบับก่อนๆ ผมได้จากร้านอื่น ก่อนที่ร้านเล่าจะมีวางเสียอีก

  14. 14
    มช
    7 April 2008 เมื่อ 3:08 pm

    เชียงใหม่หาได้ที่ไหนบ้างครับ

  15. 15
    manit
    7 April 2008 เมื่อ 3:22 pm

    i always support u.

  16. 16
    funkywahwah
    8 April 2008 เมื่อ 4:27 pm

    สุราษฏร์ธานี จะหาซื้อได้ที่ไหนบ้างคับ

  17. 17
    สิงห์ขาวซมซาน
    16 April 2008 เมื่อ 9:32 am

    ผมได้มาแล้วนะครับ เมื่อวานนี้เองจาก ‘ร้านเล่า’ ถนนนิมมานที่ ‘เจียงใหม่’

  18. 18
    j1968
    15 May 2008 เมื่อ 12:42 pm

    ที่นี่เป็น website พวกคอมมิวนิสต์ใช่ไหมครับ

  19. 19
    TumMM
    15 May 2008 เมื่อ 3:52 pm

    ผมว่าประเทศเราก้าวกระโดดเรื่อง ประชาธิปไตยมากเกินไป พวกนักศึกษาหัวใหม่(คณะราช)ที่รวมตัวกันเรียกร้องคำว่า
    “ประชาธิปไตย” พวกเค้าเข้าใจกันอยู่เพียงแค่หยิบมือ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดความเข้าใจตามไปด้วย
    เมื่อพวกเข้าได้ ประชาธิปไตยเข้ามาอยู่ในมือตอนแรก สุดท้ายก็ทำเพื่อประโยชน์ของพวกเขาจนเกิดการ
    คอรัปชั่นขึ้น และแน่นอนมันก็ยืดมาจนถึงปัจจุบัน

    คำว่าประเทศเรายังไม่พร้อมกับระบบผู้แทน เห็นด้วยในกระบิหนึ่งว่ายังจริงๆ เพราะว่า”ผู้แทน” ในตอนนี้
    คือ “ผู้ที่ให้ผลประโยชน์แก่ฉัน” ไม่ใช่ “ผู้ที่ให้ผลประโยคแก่สังคมของฉัน” พูดกันตรงๆว่าใครให้เงิน
    ท่านก็เลือก แน่นอนครับมันไม่ได้เกิดขึ้นทั่วประเทศ มันเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ประชาชนท้องหิว (เช่นภาคอีสาน)
    พวกเขาไม่ผิดที่เลือกหนทางที่จะทำให้รอดจากความหิว จากความตาย มันคือสามัญสำนึกของมนุษย์ปกติ

    “อย่าถามถึงประชาธิปไตยในพื้นที่ที่ประชาชนยังต้องกินข้าวกรอกหม้อ” เพื่อนผมเคยพูด

    เราเองยังไม่พร้อมที่จะรับประชาธิปไตยมาอยู่ในมือของคนที่ยังไม่มีความรับผิดชอบเพียงพอ
    แต่แน่นอนที่คำว่าคอมมิวนิสต์ยิ่งไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง

    ผมว่าเราอาจจะรับคำว่าประชาธิปไตยมาเร็วไปสัก 30 ปี ถ้าเป็นปี 2505 แทนที่จะเป็น 2475
    โดยระหว่างนั้นสนับสนุน “ดุสิตธานี” พื้นที่ทดลองประชาธิปไตยของร.7 ให้ค่อยๆขยายตัว
    ให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยที่แท้จริงให้กว้างขวางกว่า ณ เวลานั้น
    ผลลัพธ์ ณ วันนี้คงจะมีอะไรที่ก้าวเกิน “ความเลอะเทอะทางการเมือง” ไปกว่านี้เยอะก็ได้

    แต่ก็นั่นแหละผมจะไปรู้อะไร ผมนำหน้าชื่อด้วย “นาย” หาใช่ อ. หรือ ศจ. ไม่

  20. 20
    postmun club
    18 May 2008 เมื่อ 12:06 pm

    ไม่มีให้ดาวน์โหลดฟรีเหรอ

หน้า: [1] 2 »

ร่วมแสดงความเห็น