<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: ตำรับแห่งกามารมณ์และความหลงลืม</title>
	<atom:link href="http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Jan 2010 02:29:44 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>By: pichet</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-1229</link>
		<dc:creator>pichet</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 May 2008 19:06:38 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-1229</guid>
		<description>คุณภควดีครับ เข้ามาอ่านไม่ใช่เพราะเปิดบล็อคด้วยเรื่องเพศนาครับ 555 แต่ประเด็นน่าสนใจครับ โดยเฉพาะเรื่องความหลงลืม เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์จึงไม่มีความหมายไงครับ เราถูก (อะไร?) สอนให้หลงลืมมากกว่าจดจำ ความเห็นของท่านหนึ่งที่พูดถึงโลกของมวยปล้ำ ก็น่าสนใจ ผมว่าใช้มองเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งมันชวนให้นึกถึง อ.นิธิ ที่เคยเขียนถึงทำนองว่า (ถ้าจำไม่ผิด) มันเหมือนกับเราดูลิเกนั่นแหละ  เหมือนจริงแค่ไหนไม่สำคัญเท่าบทบาท หรือการเล่นได้ตามบทบาท หรือได้อารมณ์เพียงใด  คนดูไทยต้องการแบบนั้น  ผมคิดว่าข้อเขียน อ.นิธิ ชิ้นนี้อาจทำให้ผู้สร้างละครไทย มีใบอนุญาต หรือมีใบรับรองเป็นทางการที่จะสร้างละครให้เหมือนลิเกเข้าไปทุกวันๆ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คุณภควดีครับ เข้ามาอ่านไม่ใช่เพราะเปิดบล็อคด้วยเรื่องเพศนาครับ 555 แต่ประเด็นน่าสนใจครับ โดยเฉพาะเรื่องความหลงลืม เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์จึงไม่มีความหมายไงครับ เราถูก (อะไร?) สอนให้หลงลืมมากกว่าจดจำ ความเห็นของท่านหนึ่งที่พูดถึงโลกของมวยปล้ำ ก็น่าสนใจ ผมว่าใช้มองเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งมันชวนให้นึกถึง อ.นิธิ ที่เคยเขียนถึงทำนองว่า (ถ้าจำไม่ผิด) มันเหมือนกับเราดูลิเกนั่นแหละ  เหมือนจริงแค่ไหนไม่สำคัญเท่าบทบาท หรือการเล่นได้ตามบทบาท หรือได้อารมณ์เพียงใด  คนดูไทยต้องการแบบนั้น  ผมคิดว่าข้อเขียน อ.นิธิ ชิ้นนี้อาจทำให้ผู้สร้างละครไทย มีใบอนุญาต หรือมีใบรับรองเป็นทางการที่จะสร้างละครให้เหมือนลิเกเข้าไปทุกวันๆ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ภัควดี</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-657</link>
		<dc:creator>ภัควดี</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 May 2008 04:24:55 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-657</guid>
		<description>ในที่สุด ฟ้าเดียวกันออนไลน์ก็กลับมาแล้ว  ตอนแรกต๊กใจหมด  นึกว่าไอซีทีแผลงฤทธิ์เสียอีก

ได้ข่าวว่าเกาหลีซื้อละครเรื่อง &quot;โนดาเมะ&quot; ของญี่ปุ่นไปรีเมก  เราได้แต่อิจฉาจนควันออกหู

สำหรับคนที่ไม่ทราบ  &quot;โนดาเมะ&quot; เป็นละครญี่ปุ่นเกี่ยวกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยดนตรี  นางเอกน่ารักมากแบบต๊อง ๆ   พระเอกเรียนเป็นคอนดักเตอร์  เรื่องนี้มีโมสาร์ท เบโธเฟน ฯลฯ ให้ฟังแบบจุใจ   อิทธิพลของละครเรื่องนี้ทำให้เด็กญี่ปุ่นหันมาเรียนดนตรีคลาสสิกกันเป็นประวัติการณ์

เกาหลีเลยซื้อบทมารีเมกเสียเลย  (อย่าลืมว่า  ตามปรกติ  สองชาตินี้ไม่ถูกกัน  แต่ถ้าเป็นวงการบันเทิง  ดูจะเข้ากันได้ดี  นักร้องญี่ปุ่นบางคนก็ไปอยู่เกาหลี  นักร้องเกาหลีก็ไปดังที่ญี่ปุ่น)  คงอยากโปรโมทดนตรีคลาสสิกในเกาหลีมั้ง

ของไทยเราก็มีนะ  เช่น  เรื่อง Season Change  ความจริงเอามาทำละครก็ได้  มีตอนหนึ่งที่นางเอกในเรื่องเต้นตามจังหวะดนตรีคลาสสิก  น่ารักมาก ๆ  ทำให้รู้สึกว่า้ดนตรีคลาสสิกไม่ใช่ของสูงอะไรเลย

กลัวอย่างเดียวว่า  ถ้าขืนเอามาสร้างจริง  อาจมีฉากตบกลาง ม.มหิดล  แบบ  &quot;สงครามนางฟ้า&quot;  ประมาณนั้น  :(</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ในที่สุด ฟ้าเดียวกันออนไลน์ก็กลับมาแล้ว  ตอนแรกต๊กใจหมด  นึกว่าไอซีทีแผลงฤทธิ์เสียอีก</p>
<p>ได้ข่าวว่าเกาหลีซื้อละครเรื่อง &#8220;โนดาเมะ&#8221; ของญี่ปุ่นไปรีเมก  เราได้แต่อิจฉาจนควันออกหู</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่ทราบ  &#8220;โนดาเมะ&#8221; เป็นละครญี่ปุ่นเกี่ยวกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยดนตรี  นางเอกน่ารักมากแบบต๊อง ๆ   พระเอกเรียนเป็นคอนดักเตอร์  เรื่องนี้มีโมสาร์ท เบโธเฟน ฯลฯ ให้ฟังแบบจุใจ   อิทธิพลของละครเรื่องนี้ทำให้เด็กญี่ปุ่นหันมาเรียนดนตรีคลาสสิกกันเป็นประวัติการณ์</p>
<p>เกาหลีเลยซื้อบทมารีเมกเสียเลย  (อย่าลืมว่า  ตามปรกติ  สองชาตินี้ไม่ถูกกัน  แต่ถ้าเป็นวงการบันเทิง  ดูจะเข้ากันได้ดี  นักร้องญี่ปุ่นบางคนก็ไปอยู่เกาหลี  นักร้องเกาหลีก็ไปดังที่ญี่ปุ่น)  คงอยากโปรโมทดนตรีคลาสสิกในเกาหลีมั้ง</p>
<p>ของไทยเราก็มีนะ  เช่น  เรื่อง Season Change  ความจริงเอามาทำละครก็ได้  มีตอนหนึ่งที่นางเอกในเรื่องเต้นตามจังหวะดนตรีคลาสสิก  น่ารักมาก ๆ  ทำให้รู้สึกว่า้ดนตรีคลาสสิกไม่ใช่ของสูงอะไรเลย</p>
<p>กลัวอย่างเดียวว่า  ถ้าขืนเอามาสร้างจริง  อาจมีฉากตบกลาง ม.มหิดล  แบบ  &#8220;สงครามนางฟ้า&#8221;  ประมาณนั้น  <img src='http://www.sameskybooks.org/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: fatwindblow</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-611</link>
		<dc:creator>fatwindblow</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Apr 2008 13:22:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-611</guid>
		<description>มุข จ้า มุข 
แหม ... คุณภัคฯ ไม่ช่วยรับมุขเลย ... หล่นกระจายยยยยย 
5 5 5

โอ้ย ละครเขาจะโดนหั่นไม่โดนหั่น ผมไม่รู้หรอก 
รู้แต่ว่ามัน S&amp;M เหลือเกิน 
มันยิ่งกว่า melodrama เท่าที่ทราบ คนอ่านละครเขาก็ไม่ happy เพราะสคริปต์รอบนี้ เปลี่ยนไปจากเดิมมาก 

แต่เท่าที่ฟังนะ (ไม่ค่อยได้ตั้งใจดู ได้ยินแต่เสียง) 
ถึงแม้ว่าสคริปต์จะ adapted ไปเยอะ แต่ก็เป็นละครที่สนุก 
เป็นละครเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ผู้กำกับฯมีฝีมือ 
(เฮ้ย ... หรือว่าเราจะติดเป็นพวก S&amp;M ไปแล้ว(วะ)เนี่ย ? 5 5 5)

ถ้าให้ comment เชิงลึก
ผมมองว่า เป็นเพราะคนไทยไม่ค่อยพอใจกับสภาพชีวิตที่เป็นอยู่
ไม่ว่าจะเป็นพล็อต ตบ/จูบ หรือ พระเอกโง่/สาวๆรุมแย่ง 
ทั้งหลายทั้งปวง เรื่องราวส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นในคฤหาสน์หรูหราที่คนธรรมดาแบบเราๆไม่มีปัญญาเข้าถึง 
ไม่พระเอก ก็นางเอก ต้องรวยในระดับ amazing 
เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยความมันส์ แต่ฉาก/props ล้วนมีกลิ่นอายของ ความหรูหรา ฟู่ฟ่า ...สร้างบรรยากาศ escapist หลีกเร้นจากโลกธรรมดาๆ 

บางทีก็งงๆเหมือนกัน ว่า เออนะ - คนเราจะหาความสุขเอาจากความธรรมดาๆ ไม่โลดไม่โผน ฯลฯ บ้างไม่ได้หรือไร ? 

อย่างไรก็ตาม
ดีไซน์+คัลเจอร์ เล่มต่อไป คงมีเรื่อง&quot;ไทยๆ&quot;แบบยาวเหยียดแหงๆเลยครับ 
สำหรับท่านผู้อ่านที่จับพลัดจับผลู อ่านมาถึงบรรทัดนี้ 
ขอโปรโมทให้เลยนะครับ ดีไซน์+คัลเจอร์ เล่มนี้ เยี่ยมมากๆ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>มุข จ้า มุข<br />
แหม &#8230; คุณภัคฯ ไม่ช่วยรับมุขเลย &#8230; หล่นกระจายยยยยย<br />
5 5 5</p>
<p>โอ้ย ละครเขาจะโดนหั่นไม่โดนหั่น ผมไม่รู้หรอก<br />
รู้แต่ว่ามัน S&amp;M เหลือเกิน<br />
มันยิ่งกว่า melodrama เท่าที่ทราบ คนอ่านละครเขาก็ไม่ happy เพราะสคริปต์รอบนี้ เปลี่ยนไปจากเดิมมาก </p>
<p>แต่เท่าที่ฟังนะ (ไม่ค่อยได้ตั้งใจดู ได้ยินแต่เสียง)<br />
ถึงแม้ว่าสคริปต์จะ adapted ไปเยอะ แต่ก็เป็นละครที่สนุก<br />
เป็นละครเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ผู้กำกับฯมีฝีมือ<br />
(เฮ้ย &#8230; หรือว่าเราจะติดเป็นพวก S&amp;M ไปแล้ว(วะ)เนี่ย ? 5 5 5)</p>
<p>ถ้าให้ comment เชิงลึก<br />
ผมมองว่า เป็นเพราะคนไทยไม่ค่อยพอใจกับสภาพชีวิตที่เป็นอยู่<br />
ไม่ว่าจะเป็นพล็อต ตบ/จูบ หรือ พระเอกโง่/สาวๆรุมแย่ง<br />
ทั้งหลายทั้งปวง เรื่องราวส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นในคฤหาสน์หรูหราที่คนธรรมดาแบบเราๆไม่มีปัญญาเข้าถึง<br />
ไม่พระเอก ก็นางเอก ต้องรวยในระดับ amazing<br />
เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยความมันส์ แต่ฉาก/props ล้วนมีกลิ่นอายของ ความหรูหรา ฟู่ฟ่า &#8230;สร้างบรรยากาศ escapist หลีกเร้นจากโลกธรรมดาๆ </p>
<p>บางทีก็งงๆเหมือนกัน ว่า เออนะ &#8211; คนเราจะหาความสุขเอาจากความธรรมดาๆ ไม่โลดไม่โผน ฯลฯ บ้างไม่ได้หรือไร ? </p>
<p>อย่างไรก็ตาม<br />
ดีไซน์+คัลเจอร์ เล่มต่อไป คงมีเรื่อง&#8221;ไทยๆ&#8221;แบบยาวเหยียดแหงๆเลยครับ<br />
สำหรับท่านผู้อ่านที่จับพลัดจับผลู อ่านมาถึงบรรทัดนี้<br />
ขอโปรโมทให้เลยนะครับ ดีไซน์+คัลเจอร์ เล่มนี้ เยี่ยมมากๆ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ภัควดี</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-603</link>
		<dc:creator>ภัควดี</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Apr 2008 02:41:32 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-603</guid>
		<description>อ้าว พี่อ้วนลมโชย  เรื่องสวรรค์เบี่ยงนี่ถูกเซ็นเซอร์เหรอ?

เรื่องนี้ภัคไม่ได้ดูหรอก  แต่เห็นในพันทิพ  มีกระทู้สวรรค์เบี่ยงประมาณร้อยกระทู้  ว่าด้วยฉากข่้มขืนล้วน ๆ  เห็นว่ายาวนานมาก  หรือที่จริงยังมีมากกว่านั้น  แล้วถูกตัดออก?

คงเป็นเพราะจำเลยรักดังมาก  สวรรค์เบี่ยงเลยต้องแรงกว่าเพื่อให้ดังกว่า  ตอนนี้ก็เลยกำลังรอดูว่า  เรื่องต่อไปจะให้แรงขนาดไหนเพื่ีอความดังของละคร

ว่าแต่ S&amp;M นี่คืออะไรอ่ะ?????

ดีไซน์+คัลเจอร์ดีมากค่ะ  ช่วยโฆษณาให้  อ่านแล้วเราคงมีคัลเจอร์กันขึ้นมาบ้าง  หลังจากถูกละครบั่นทอนไปเยอะ 555</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อ้าว พี่อ้วนลมโชย  เรื่องสวรรค์เบี่ยงนี่ถูกเซ็นเซอร์เหรอ?</p>
<p>เรื่องนี้ภัคไม่ได้ดูหรอก  แต่เห็นในพันทิพ  มีกระทู้สวรรค์เบี่ยงประมาณร้อยกระทู้  ว่าด้วยฉากข่้มขืนล้วน ๆ  เห็นว่ายาวนานมาก  หรือที่จริงยังมีมากกว่านั้น  แล้วถูกตัดออก?</p>
<p>คงเป็นเพราะจำเลยรักดังมาก  สวรรค์เบี่ยงเลยต้องแรงกว่าเพื่อให้ดังกว่า  ตอนนี้ก็เลยกำลังรอดูว่า  เรื่องต่อไปจะให้แรงขนาดไหนเพื่ีอความดังของละคร</p>
<p>ว่าแต่ S&amp;M นี่คืออะไรอ่ะ?????</p>
<p>ดีไซน์+คัลเจอร์ดีมากค่ะ  ช่วยโฆษณาให้  อ่านแล้วเราคงมีคัลเจอร์กันขึ้นมาบ้าง  หลังจากถูกละครบั่นทอนไปเยอะ 555</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: fatwindblow</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-601</link>
		<dc:creator>fatwindblow</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Apr 2008 00:33:06 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-601</guid>
		<description>ตามหาหนังสือ ดีไซน์+คัลเจอร์ แต่มาเจอบล็อกคุณภัควดี เขียนเรื่องจำเลยรัก 5 5 5

จบไปสักพักแล้วนะครับ จำเลยรัก ไม่ค่อยได้ดูหรอก... แต่ได้ยิน 
เคยนึกเล่นๆเหมือนกัน ว่าพล็อตละครดราม่า มันมี 2-3 อย่าง คือ 
1.ตบ/จูบ 
2.พระเอกโง่ แต่จะมีผู้หญิงมารุมแย่ง 
มีอยู่ช่วงนึง ละครช่อง 3 ทั้ง 3 เรื่อง เป็นเรื่องผู้หญิงแย่งพระเอกโดยพร้อมเพรียงกัน 

ตอน จำเลยรัก เวอร์ชั่น 2008 ก็ว่าเข้าใกล้ S&amp;M ไปทุกขณะ 
มาช่วงนี้เจอ สวรรค์เบี่ยง โห -เป็น Perfect S&amp;M ไปเลย 
มีฉากพระเอกตบนางเอกดังเพียะ นำไปสู่ฉากขืนใจที่เขาอาจจะถ่ายทำกันไว้นะ แต่เจ๊เบียบคงเก็บไว้ดูคนเดียว เลยไม่ได้ออกอากาศ(ฮา)
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนดูคงนึกภาพตามได้ไม่ยาก 

อีกประเด็นที่น่าพูดถึง คือ ฉากคาวีถูกต่อยนี่จะกระตุ้นให้คนดูอยากตามเข้าไปกระทืบซํ้าในทีวี 
ตรงนี้ผมว่าเป็นการจุดประกายความรุนแรงในสังคมนะ
เกรงว่าหากการประท้วงอะไรช่วงนี้เกิดบานปลาย หากต่างฝ่ายต่างมองอีกฝ่ายเป็น&quot;คาวี&quot; สถานการณ์จะน่าเป็นห่วง อิ อิ อิ

นอกเหนือจากพล็อต ตบ/จูบ  พระเอกโง่
ผมว่า ...อีกไม่นาน อาจจะมีซับพล็อต เป็นประเภทพระเอก หรือ นางเอก โกงแล้วได้ดี กฎหมายเอาผิดไม่ได้ เนื้อเรื่องหลักว่าด้วยการต่อสู้คดีโกงๆ
ตอนจบได้กับนางเอก สังคมให้อภัย เพราะหลักฐานอ่อน/อัยการสั่งไม่ฟ้อง

หรือไม่ก็ประมาณ  พระเอกฆ่าคนตายแล้วพ่อแม่ช่วยวิ่งเต้นคดีให้ เนื้อเรื่องว่าด้วยความลำบากตอนอยู่ในคุก สุดท้ายสังคมให้อภัย กลับมาครองรักกับนางเอกจนกาลปาวสาน 
5 5 5

สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งนอกเหนือเนื้อหาซํ้าซาก คือ production + การทำงาน ที่สุกเอาเผากินมากขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆว่า -ไม่เนี้ยบเลย- น่ะครับ
ไม่เฉพาะแต่แวดวงละคร แต่มันลามไปในทุกประเภทรายการ 
.... เป็นความเป็นจริงที่น่าเป็นห่วง 

แล้วจะมาแจมใหม่ ครับ : )</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ตามหาหนังสือ ดีไซน์+คัลเจอร์ แต่มาเจอบล็อกคุณภัควดี เขียนเรื่องจำเลยรัก 5 5 5</p>
<p>จบไปสักพักแล้วนะครับ จำเลยรัก ไม่ค่อยได้ดูหรอก&#8230; แต่ได้ยิน<br />
เคยนึกเล่นๆเหมือนกัน ว่าพล็อตละครดราม่า มันมี 2-3 อย่าง คือ<br />
1.ตบ/จูบ<br />
2.พระเอกโง่ แต่จะมีผู้หญิงมารุมแย่ง<br />
มีอยู่ช่วงนึง ละครช่อง 3 ทั้ง 3 เรื่อง เป็นเรื่องผู้หญิงแย่งพระเอกโดยพร้อมเพรียงกัน </p>
<p>ตอน จำเลยรัก เวอร์ชั่น 2008 ก็ว่าเข้าใกล้ S&amp;M ไปทุกขณะ<br />
มาช่วงนี้เจอ สวรรค์เบี่ยง โห -เป็น Perfect S&amp;M ไปเลย<br />
มีฉากพระเอกตบนางเอกดังเพียะ นำไปสู่ฉากขืนใจที่เขาอาจจะถ่ายทำกันไว้นะ แต่เจ๊เบียบคงเก็บไว้ดูคนเดียว เลยไม่ได้ออกอากาศ(ฮา)<br />
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนดูคงนึกภาพตามได้ไม่ยาก </p>
<p>อีกประเด็นที่น่าพูดถึง คือ ฉากคาวีถูกต่อยนี่จะกระตุ้นให้คนดูอยากตามเข้าไปกระทืบซํ้าในทีวี<br />
ตรงนี้ผมว่าเป็นการจุดประกายความรุนแรงในสังคมนะ<br />
เกรงว่าหากการประท้วงอะไรช่วงนี้เกิดบานปลาย หากต่างฝ่ายต่างมองอีกฝ่ายเป็น&#8221;คาวี&#8221; สถานการณ์จะน่าเป็นห่วง อิ อิ อิ</p>
<p>นอกเหนือจากพล็อต ตบ/จูบ  พระเอกโง่<br />
ผมว่า &#8230;อีกไม่นาน อาจจะมีซับพล็อต เป็นประเภทพระเอก หรือ นางเอก โกงแล้วได้ดี กฎหมายเอาผิดไม่ได้ เนื้อเรื่องหลักว่าด้วยการต่อสู้คดีโกงๆ<br />
ตอนจบได้กับนางเอก สังคมให้อภัย เพราะหลักฐานอ่อน/อัยการสั่งไม่ฟ้อง</p>
<p>หรือไม่ก็ประมาณ  พระเอกฆ่าคนตายแล้วพ่อแม่ช่วยวิ่งเต้นคดีให้ เนื้อเรื่องว่าด้วยความลำบากตอนอยู่ในคุก สุดท้ายสังคมให้อภัย กลับมาครองรักกับนางเอกจนกาลปาวสาน<br />
5 5 5</p>
<p>สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งนอกเหนือเนื้อหาซํ้าซาก คือ production + การทำงาน ที่สุกเอาเผากินมากขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆว่า -ไม่เนี้ยบเลย- น่ะครับ<br />
ไม่เฉพาะแต่แวดวงละคร แต่มันลามไปในทุกประเภทรายการ<br />
&#8230;. เป็นความเป็นจริงที่น่าเป็นห่วง </p>
<p>แล้วจะมาแจมใหม่ ครับ : )</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ภัควดี</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-160</link>
		<dc:creator>ภัควดี</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Apr 2008 14:06:37 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-160</guid>
		<description>อย่านะ  อย่านะ  มาชวนคุยเรื่องละครเกาหลี  เดี๋ยวได้คุยกันอีกยาว

เพราะตอนหลังดูละครเกาหลีเหมือนกัน  (โดยเฉพาะจูมง)  ดูไปก็ถอนใจไปเมื่อนึกเปรียบเทียบกับละครไทย

ละครเกาหลีมีเหตุผลอย่างที่คุณว่า
และเน้นค่้านิยมของการแสวงหาความรู้  การทำงานเป็นทีม
การใส่ใจประชาชน  การยึดมั่นอุดมการณ์  การถ่อมตัว  โดยเฉพาะไม่มีละครเรื่องไหนที่ผู้หญิงไม่เก่ง  5555

แต่ละครเกาหลีเป็นแบบนี้  คนเกาหลีเป็นหรือเปล่า  ดิฉันไม่แน่ใจ

ดิฉันเดาเอาเองว่า  เกาหลีกำลังทำแบบญี่ปุ่น  ว่ากันว่าญี่ปุ่นสร้างชาติด้วยมังงะ  เกาหลีน่าจะกำลังสร้างชาติด้วยละครประวัติศาสตร์

เขาคงพยายามสร้างตัวอย่างให้ดูว่า  คนเกาหลีในอุดมคติควรเป็นอย่างไร

ส่วนละครไทย  เราก็สร้างภาพในอุดมคติเช่นกัน  คนในอุดมคติของเราควรรวยเหลือล้น  บริโภคไร้ขีดจำกัด  อ่อนไหวฟูมฟาย  ตบกันไม่เลือกที่  ความดีไม่ต้องมี  มีวาสนาอย่างเดียวเป็นพอ!

ละครไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงในสังคมหรอกมั้งคะ  มันสะท้อนค่านิยมมากกว่า</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อย่านะ  อย่านะ  มาชวนคุยเรื่องละครเกาหลี  เดี๋ยวได้คุยกันอีกยาว</p>
<p>เพราะตอนหลังดูละครเกาหลีเหมือนกัน  (โดยเฉพาะจูมง)  ดูไปก็ถอนใจไปเมื่อนึกเปรียบเทียบกับละครไทย</p>
<p>ละครเกาหลีมีเหตุผลอย่างที่คุณว่า<br />
และเน้นค่้านิยมของการแสวงหาความรู้  การทำงานเป็นทีม<br />
การใส่ใจประชาชน  การยึดมั่นอุดมการณ์  การถ่อมตัว  โดยเฉพาะไม่มีละครเรื่องไหนที่ผู้หญิงไม่เก่ง  5555</p>
<p>แต่ละครเกาหลีเป็นแบบนี้  คนเกาหลีเป็นหรือเปล่า  ดิฉันไม่แน่ใจ</p>
<p>ดิฉันเดาเอาเองว่า  เกาหลีกำลังทำแบบญี่ปุ่น  ว่ากันว่าญี่ปุ่นสร้างชาติด้วยมังงะ  เกาหลีน่าจะกำลังสร้างชาติด้วยละครประวัติศาสตร์</p>
<p>เขาคงพยายามสร้างตัวอย่างให้ดูว่า  คนเกาหลีในอุดมคติควรเป็นอย่างไร</p>
<p>ส่วนละครไทย  เราก็สร้างภาพในอุดมคติเช่นกัน  คนในอุดมคติของเราควรรวยเหลือล้น  บริโภคไร้ขีดจำกัด  อ่อนไหวฟูมฟาย  ตบกันไม่เลือกที่  ความดีไม่ต้องมี  มีวาสนาอย่างเดียวเป็นพอ!</p>
<p>ละครไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงในสังคมหรอกมั้งคะ  มันสะท้อนค่านิยมมากกว่า</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: แชมป์</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-152</link>
		<dc:creator>แชมป์</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2008 06:50:48 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-152</guid>
		<description>ขออีกเรื่องเหอะ    ทำไมตัวละครไทย ไม่ค่อยทำมาหาเลี้ยงชีพกัน
ไม่เป็นนักศึกษาที่ว่างมากๆ ก็เป็นเจ้าของกิจการรวยๆ หรือไม่ก็ลูกท่านหลานเธอ วันๆไม่ต้องทำอะไร ให้เงินทำงาน  เข้าไป sign เอกสารแล้วไปไหนต่อไหนเรื่อยเปื่อย คนดูที่หาเช้ากินค่ำ ที่ว่าเหนื่อยในชีวิตจริง แล้วมาดูละครคลายเครียด น่ะ ไม่รู้สึกว่าพระเอกนางเอกเหล่านี้ ก็คือชนชั้นหรือกลุ่มคนที่ขี่ที่เบียดเบียนพวกเขาอยู่หรือ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขออีกเรื่องเหอะ    ทำไมตัวละครไทย ไม่ค่อยทำมาหาเลี้ยงชีพกัน<br />
ไม่เป็นนักศึกษาที่ว่างมากๆ ก็เป็นเจ้าของกิจการรวยๆ หรือไม่ก็ลูกท่านหลานเธอ วันๆไม่ต้องทำอะไร ให้เงินทำงาน  เข้าไป sign เอกสารแล้วไปไหนต่อไหนเรื่อยเปื่อย คนดูที่หาเช้ากินค่ำ ที่ว่าเหนื่อยในชีวิตจริง แล้วมาดูละครคลายเครียด น่ะ ไม่รู้สึกว่าพระเอกนางเอกเหล่านี้ ก็คือชนชั้นหรือกลุ่มคนที่ขี่ที่เบียดเบียนพวกเขาอยู่หรือ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: แชมป์</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-151</link>
		<dc:creator>แชมป์</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2008 06:43:53 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-151</guid>
		<description>พอดีนึกไปถึงละครเกาหลี  นึกเปรียบเทียบระหว่างเรื่องที่ชอบและไม่ชอบ
เลยสรุปความเหมือนและแตกต่างที่เป็นลักษณะร่วมกับละครไทยคือ
1) ละครเกือบทั้งหมดสะท้อนแนวคิด ขนบธรรมเนียมประเพณี และชนชั้น
2) ละครเกาหลี จะอธิบายที่มา และสาเหตุแห่ง นิสัยและบุคลิกภาพของตัวละคร โดยเฉพาะตัวร้ายว่าทำไมถึงร้าย ร้ายเพราะแค้น เพราะอ้างว้างถูกทอดทิ้ง หรือสังคมบีบคั้นอย่างไร หรือถูกตามใจเกินเหตุ  ซึ่งในละครไทย จะไม่ค่อยแสดงที่มาที่ไป อยู่ๆก็ร้ายอย่างไม่มีเหตุผล แถมร้ายแบบติงต๊องตลกโปกฮาซะส่วนใหญ่ อันนี้มองได้สองทางคือ คนดูของเขามีความคิดเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า หรือ ไม่ก็ผู้ผลิตละครมีจิตสำนึกในการปลูกฝังการคิดเป็นเหตุเป็นผล ช่วยชี้นำทิศทางสังคมไปในทางที่ดี
2) * ไม่ชอบ ละครที่ตัวร้ายใช้เงื่อนไขในข้อ 1) กระทำการเบียดเบียนตัวเอกและผู้อื่นตลอดเวลา และตัวเอกฝ่ายดีก็ไม่มีปัญญาหรือกระตือรือร้นตอบโต้ ทำตัวใสซื่อ แต่สุดท้ายด้วยความใสซื่อน่ารักของตัวเอก ทำให้คนดีที่มีปัญญาพอ เข้ามาช่วยแก้ไข ช่วยเหลือ จนสุดท้ายตัวร้ายพ่ายแพ้ไป หรือไม่ก็แพ้ภัยตัวเอง
   ** ชอบ เรื่องที่ตัวเอกมีมานะ และรู้จักยืดหยุ่นตามสภาพการณ์ แต่ไม่ทำเรื่องขัดแย้งอุดมการณ์และจริยธรรม ตอนไหนเจออุปสรรค เจออำนาจเถื่อน ก็ถอยตั้งหลัก หรือหลบเลี่ยงอย่างมีสติ แล้วแก้ไขต่อไปด้วยความอุตสาหะ จนประสบความสำเร็จ happy ending
อย่าง แดจังกึม หมอโฮจุน อิมซังอ๊ก ที่แฟนละครไทยแรกๆเห็นคำนำเรื่องแล้ว จินตนาการไปว่ามันจะน่าเบื่อสักแค่ไหน แต่เขาก็ทำออกมาได้สนุก แม้จะไม่ได้แนบเนียน 100% คือมีการใช้ความ &quot;บังเอิญ&quot; มาช่วยให้เรื่องดำเนินไปได้อยู่หลายหน แต่ก็ไม่มากไปนัก</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีนึกไปถึงละครเกาหลี  นึกเปรียบเทียบระหว่างเรื่องที่ชอบและไม่ชอบ<br />
เลยสรุปความเหมือนและแตกต่างที่เป็นลักษณะร่วมกับละครไทยคือ<br />
1) ละครเกือบทั้งหมดสะท้อนแนวคิด ขนบธรรมเนียมประเพณี และชนชั้น<br />
2) ละครเกาหลี จะอธิบายที่มา และสาเหตุแห่ง นิสัยและบุคลิกภาพของตัวละคร โดยเฉพาะตัวร้ายว่าทำไมถึงร้าย ร้ายเพราะแค้น เพราะอ้างว้างถูกทอดทิ้ง หรือสังคมบีบคั้นอย่างไร หรือถูกตามใจเกินเหตุ  ซึ่งในละครไทย จะไม่ค่อยแสดงที่มาที่ไป อยู่ๆก็ร้ายอย่างไม่มีเหตุผล แถมร้ายแบบติงต๊องตลกโปกฮาซะส่วนใหญ่ อันนี้มองได้สองทางคือ คนดูของเขามีความคิดเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า หรือ ไม่ก็ผู้ผลิตละครมีจิตสำนึกในการปลูกฝังการคิดเป็นเหตุเป็นผล ช่วยชี้นำทิศทางสังคมไปในทางที่ดี<br />
2) * ไม่ชอบ ละครที่ตัวร้ายใช้เงื่อนไขในข้อ 1) กระทำการเบียดเบียนตัวเอกและผู้อื่นตลอดเวลา และตัวเอกฝ่ายดีก็ไม่มีปัญญาหรือกระตือรือร้นตอบโต้ ทำตัวใสซื่อ แต่สุดท้ายด้วยความใสซื่อน่ารักของตัวเอก ทำให้คนดีที่มีปัญญาพอ เข้ามาช่วยแก้ไข ช่วยเหลือ จนสุดท้ายตัวร้ายพ่ายแพ้ไป หรือไม่ก็แพ้ภัยตัวเอง<br />
   ** ชอบ เรื่องที่ตัวเอกมีมานะ และรู้จักยืดหยุ่นตามสภาพการณ์ แต่ไม่ทำเรื่องขัดแย้งอุดมการณ์และจริยธรรม ตอนไหนเจออุปสรรค เจออำนาจเถื่อน ก็ถอยตั้งหลัก หรือหลบเลี่ยงอย่างมีสติ แล้วแก้ไขต่อไปด้วยความอุตสาหะ จนประสบความสำเร็จ happy ending<br />
อย่าง แดจังกึม หมอโฮจุน อิมซังอ๊ก ที่แฟนละครไทยแรกๆเห็นคำนำเรื่องแล้ว จินตนาการไปว่ามันจะน่าเบื่อสักแค่ไหน แต่เขาก็ทำออกมาได้สนุก แม้จะไม่ได้แนบเนียน 100% คือมีการใช้ความ &#8220;บังเอิญ&#8221; มาช่วยให้เรื่องดำเนินไปได้อยู่หลายหน แต่ก็ไม่มากไปนัก</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: แชมป์</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-150</link>
		<dc:creator>แชมป์</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2008 06:24:21 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-150</guid>
		<description>ไม่รู้จะดูไปทำไม เพราะในโลกความเป็นจริง ผมก็มีความสุขดีอยู่ แล้ว เมื่อใจไม่ยึดถือยึดมั่น ก็มิอาจมีสิ่งใดมาทำให้ทุกข์ได้

แทนที่จะทำละครแบบที่ผู้ชมกระแสหลักในสังคมคาดหวัง สะท้อนสังคม สังคมแย่อย่างไร ก็สะท้อนและตอกย้ำความแย่ๆเหล่านั้นออกมา โดยไม่จุดประกายหนทางที่ดีกว่าให้สังคม สะท้อนอย่างนี้กันอยู่ทุกวี่ทุกวันไปใย

ไม่ว่าในแง่ธุรกิจ หรือในเชิงวัฒนธรรมและจริยธรรม การจะทำละครที่แปลกไปจากเดิมๆ แต่สามารถทำให้ผู้ชมดูแล้วรู้สึกว่า &quot;โอ แบบนี้ดีนะ ไม่เคยได้ดูแบบนี้มาก่อนเลย&quot; เพราะระดับปัญญาผู้ชมเหล่านั้นไม่เคยจินตนาการ ละครแบบนี้ออกมาได้เลย

ลองเทียบวงการธุรกิจผลิตสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวของเครื่องใช้ โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ มีลักษณะที่ต้องทำของใหม่ๆออกมาเสมอ ไม่งั้นแพ้คู่แข่ง 

อย่างไรก็ตาม ก็สามารถพบเห็นการผลิตละครหรือรายการอื่นๆในเชิงสร้างสรรค์ ได้อยู่ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการผลิตละครแบบไม่สร้างสรรค์ โดยหวัง rating และเิงินเยอะๆนั้น อาจเป็นไปเพื่อหล่อเลี้ยงบริษัทโดยรวมให้อยู่รอด  ก็หวังว่าถ้าไม่เดือดร้อนการเงินเกินไปก็อย่าทำออกมาอีกเลย ทำละครที่พี่ป้าน้าอาดูแล้วฉลาดขึ้น หรือดูแล้วไม่ปล่อยชีวิตตัวเองไปตามยถากรรมจะดีกว่า</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่รู้จะดูไปทำไม เพราะในโลกความเป็นจริง ผมก็มีความสุขดีอยู่ แล้ว เมื่อใจไม่ยึดถือยึดมั่น ก็มิอาจมีสิ่งใดมาทำให้ทุกข์ได้</p>
<p>แทนที่จะทำละครแบบที่ผู้ชมกระแสหลักในสังคมคาดหวัง สะท้อนสังคม สังคมแย่อย่างไร ก็สะท้อนและตอกย้ำความแย่ๆเหล่านั้นออกมา โดยไม่จุดประกายหนทางที่ดีกว่าให้สังคม สะท้อนอย่างนี้กันอยู่ทุกวี่ทุกวันไปใย</p>
<p>ไม่ว่าในแง่ธุรกิจ หรือในเชิงวัฒนธรรมและจริยธรรม การจะทำละครที่แปลกไปจากเดิมๆ แต่สามารถทำให้ผู้ชมดูแล้วรู้สึกว่า &#8220;โอ แบบนี้ดีนะ ไม่เคยได้ดูแบบนี้มาก่อนเลย&#8221; เพราะระดับปัญญาผู้ชมเหล่านั้นไม่เคยจินตนาการ ละครแบบนี้ออกมาได้เลย</p>
<p>ลองเทียบวงการธุรกิจผลิตสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวของเครื่องใช้ โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ มีลักษณะที่ต้องทำของใหม่ๆออกมาเสมอ ไม่งั้นแพ้คู่แข่ง </p>
<p>อย่างไรก็ตาม ก็สามารถพบเห็นการผลิตละครหรือรายการอื่นๆในเชิงสร้างสรรค์ ได้อยู่ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการผลิตละครแบบไม่สร้างสรรค์ โดยหวัง rating และเิงินเยอะๆนั้น อาจเป็นไปเพื่อหล่อเลี้ยงบริษัทโดยรวมให้อยู่รอด  ก็หวังว่าถ้าไม่เดือดร้อนการเงินเกินไปก็อย่าทำออกมาอีกเลย ทำละครที่พี่ป้าน้าอาดูแล้วฉลาดขึ้น หรือดูแล้วไม่ปล่อยชีวิตตัวเองไปตามยถากรรมจะดีกว่า</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: run</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-144</link>
		<dc:creator>run</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Apr 2008 19:29:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-144</guid>
		<description>ในบทพระเอกโง่ นิพัทธ์พร เสนอว่า พระเอกหนังไทยจะเหมือนพระพุทธเจ้า คือ จะต้องถูกยั่วยวนด้วยกิเลสตัณหาต่างๆ ซึ่งจะมาในรูปแบบของนางร้าย ซึ่งจะยั่วยวน ใช้เล่ห์กล หลอกพระเอกต่างๆ นานา แต่พระเอกก็ยังคงบื้ออยู่ และไม่เคยคิดจะด่าว่าตัวร้าย เลยดูเหมือน พระเอกหนัง-ละครไทยเลยโง่ 

ไม่แน่ใจว่า คำอธิบายนี้จะพอครอบคลุมถึงหนังละครอินเดียหรือไม่

แต่ก็แปลกอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะว่า การแสดงความเข้มแข็งทางจิตใจ ก็เหมือนกับการพยายามจะบอกใบ้ว่า พระเอกเป็นคนดีมาก ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ใดๆ  

แต่เมื่อไรก็ตาม ที่พระเอกอยู่กับนางเอก พระเอกที่ไร้กิเลสตัณหาก็ดูเหมือน จะกลายเป็นคนบ้าราคะขึ้นมาทันที ทำได้แม้กระทั่ง ข่มขืนนางเอก (ช่วงหลังๆ นี่ ข่มขืนบ่อยมาก) 

แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็น พระเอกอินเดียขมขืนนางเอกในหนังหรือละครสักที 

สงสัยงานนี้ พระเอกไทยคงมี &quot;เชิงชาย&quot; มากกว่า พระเอกอินเดีย ครับ 5555</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ในบทพระเอกโง่ นิพัทธ์พร เสนอว่า พระเอกหนังไทยจะเหมือนพระพุทธเจ้า คือ จะต้องถูกยั่วยวนด้วยกิเลสตัณหาต่างๆ ซึ่งจะมาในรูปแบบของนางร้าย ซึ่งจะยั่วยวน ใช้เล่ห์กล หลอกพระเอกต่างๆ นานา แต่พระเอกก็ยังคงบื้ออยู่ และไม่เคยคิดจะด่าว่าตัวร้าย เลยดูเหมือน พระเอกหนัง-ละครไทยเลยโง่ </p>
<p>ไม่แน่ใจว่า คำอธิบายนี้จะพอครอบคลุมถึงหนังละครอินเดียหรือไม่</p>
<p>แต่ก็แปลกอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะว่า การแสดงความเข้มแข็งทางจิตใจ ก็เหมือนกับการพยายามจะบอกใบ้ว่า พระเอกเป็นคนดีมาก ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ใดๆ  </p>
<p>แต่เมื่อไรก็ตาม ที่พระเอกอยู่กับนางเอก พระเอกที่ไร้กิเลสตัณหาก็ดูเหมือน จะกลายเป็นคนบ้าราคะขึ้นมาทันที ทำได้แม้กระทั่ง ข่มขืนนางเอก (ช่วงหลังๆ นี่ ข่มขืนบ่อยมาก) </p>
<p>แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็น พระเอกอินเดียขมขืนนางเอกในหนังหรือละครสักที </p>
<p>สงสัยงานนี้ พระเอกไทยคงมี &#8220;เชิงชาย&#8221; มากกว่า พระเอกอินเดีย ครับ 5555</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ภัควดี</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-132</link>
		<dc:creator>ภัควดี</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Apr 2008 02:33:18 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-132</guid>
		<description>คุณสังเกตไหมคะว่า  ในหนังอินเดียหรือ MV เพลงอินเดียหลาย ๆ อันที่ดิฉัีนเคยดู

ฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายยั่วผู้ชาย  แล้วผู้ชายต้องแสดงความเข้มแข็งของจิตใจด้วยการปฏิเสธ

คิดว่าเป็นลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมมาก ๆ 

ถ้าเป็นประเทศอื่น  ผู้ชายปฏิเสธคงเสียเชิงชาย  5555</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คุณสังเกตไหมคะว่า  ในหนังอินเดียหรือ MV เพลงอินเดียหลาย ๆ อันที่ดิฉัีนเคยดู</p>
<p>ฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายยั่วผู้ชาย  แล้วผู้ชายต้องแสดงความเข้มแข็งของจิตใจด้วยการปฏิเสธ</p>
<p>คิดว่าเป็นลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมมาก ๆ </p>
<p>ถ้าเป็นประเทศอื่น  ผู้ชายปฏิเสธคงเสียเชิงชาย  5555</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: run</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-117</link>
		<dc:creator>run</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Apr 2008 06:02:52 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-117</guid>
		<description>ผมขอเห็นต่างนิดหนึ่งนะครับ 

ที่พูดถึง &quot;เพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า&quot; ในละครไทย นั้น ผมกลับไม่ได้มองว่า เขาแปลกหน้ากันจริงๆ ครับ เพราะ หลังจากตัวละครเจอกันตอนแรก อาจจะเกลียดกัน ไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่ในใจลึกๆ แล้ว ตัวละครนางเอกกบพระเอกมักจะแอบชอบพอกันอยู่เงียบๆ ครับ จะเห็นได้จาก ก่อนจะถึงฉากเพศสัมพันธ์ จะต้องมีฉากประมาณว่า 

- ตัวอิจฉา (หรือภาษาชาวบ้านเรียก นางกะแหร่ง (ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกหรือเปล่า)มาอี๊อ๋อออเซาะพระเอกต่อหน้านางเอก ก็จะมีฉากนางเอกไม่ค่อยพอใจ งอนออกมาบ้าง

หรือ 
- ผู้ชายที่มาพัวพันกับนางเอก (ที่ไม่ใช่พระเอก)ขับรถมารับนางเอก มาเยี่ยมนางเอกที่บ้าน หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ต้องให้พระเอกเห็น เพื่อให้พระเอกหึง 

สองฉากนี้ก็ถือเป็นฉากมาตราฐานหลักของละครไทยเช่นกัน เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า นางเอกกับพระเอกต่างมีใจให้แก่กัน ก่อนจะไปสู่ความสัมพันธ์ทางเพศ หรือ การบอกรักในตอนจบ 

ดังนั้น ผมจึงว่า พระเอกกับนางเอก แม้จะเพิ่งรู้จักกัน แต่เขาก็ตกหลุมรักกันมาตั้งแต่ตอนแรกๆ ของละครแล้วครับ เพียงแต่ว่ายังไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาเท่านั้น 

นอกจากนี้ ในแง่คนดู คนดูทุกคนรู้อยู่แล้วว่า ใครเป็นพระเอกกับนางเอก ดังนั้นพฤติกรรม ชิงสุกก่อนห่าม ของนางเอกกับพระเอก จึงเป็นที่ยอมรับได้ เพราะคนดูรู้อยู่แก่ใจดีว่าคนทั้งคู่ได้ถูกชะตาฟ้าลิขิตให้มาคู่กันอยู่แล้ว 

ส่วนเรื่อง คนแปลกหน้า กับ sexual fantasy อันนี้ ก็เห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะถ้ามองดูจากหนังโป๊ ก็ชอบใช้พล็อตการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า แต่ขณะเดียวกัน ผมก็สังเกตได้ว่า คนแปลกหน้าเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่ดูดี เซ็กซี ล่ำ คือ สรุปว่าแม้เขาจะแปลกหน้า แต่หน้าของเขาจะไม่แปลกครับ 

ดังนั้น เงื่อนไข ของ sexual fantasy ของคนส่วนใหญ่ ทั้งในละคร และหนังโป๊ จึงไม่ได้มีเพียง การอยากจะมีอะไรกับคนแปลกหน้าเท่านั้น แต่ คนแปลกหน้าคนนั้นจะต้องดูดี เซ็กซี่ ล่ำ (เหมือนที่คุณภัควดีว่าไว้ ต้องเป็นคุณอั้ม เท่านั้น ไม่ใช่ คุณโหน่ง)

ชอบที่คุณภัควดีเขียนถึงสัตยาจิต เรย์ ครับ แต่ก็มีข้อสังเกตหนึ่งอย่างก็คือ หากคุณได้มีโอกาสดูหนังบอลลีวู้ด คือหนังอินเดียสำหรับคนอินเดีย (ที่ต้องมีแต่งรำ ร้องเพลง ความยาวมากกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง)จะพบว่า  

จริงอยู่ครับ หนังอินเดียเหล่านี้จะไม่มีฉากจูบระหว่างนางเอกกับพระเอกเลยครับ (เพราะถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างมาก)แต่ ชุดแต่งกายของนางเอกโดยเฉพาะในฉากเต้นรำ ล้วนแล้วแต่แต่งตัวโชว์พุง...เอ้ย... หน้าท้อง หรือสาหรี่แหวกๆ หรือเนื้อผ้าทะลุแสง ให้เห็นขาอ่อนนิดๆ แพลมๆ และท่าทางการเต้น หลายครั้งก็ยังมีลักษณะยั่วยวนออกไปทางเซ็กซ์พอสมควร ดูไปบางทีผมก็แอบคิดว่ามันดูเซ็กซี่กว่าฉากเพศสัมพันธ์แบบเปิดเผยเสียอีก

ซึ่งทำให้ผมพอสรุปได้ว่า ไอ้กามารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในหนังในละครเนี่ยนะครับ มันจะผันแปรไปตามระดับความต้องห้ามของเรื่องเพศในสังคมนั้นๆ ที่ใดก็ตามที่เรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้ามมากๆๆๆ ระดับการซ่อนกามารมณ์ก็จะมีอยู่อย่างสูงๆ 

เพราะอย่างว่าแหละครับ ยิ่งห้ามก็ยิ่ง &quot;เสียว&quot; ที่จะได้แอบดู อันนี้ก็ถือเป็นการตอบสนอง sexual fantasy เหมือนกันครับ 

ขอบคุณมากครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมขอเห็นต่างนิดหนึ่งนะครับ </p>
<p>ที่พูดถึง &#8220;เพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า&#8221; ในละครไทย นั้น ผมกลับไม่ได้มองว่า เขาแปลกหน้ากันจริงๆ ครับ เพราะ หลังจากตัวละครเจอกันตอนแรก อาจจะเกลียดกัน ไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่ในใจลึกๆ แล้ว ตัวละครนางเอกกบพระเอกมักจะแอบชอบพอกันอยู่เงียบๆ ครับ จะเห็นได้จาก ก่อนจะถึงฉากเพศสัมพันธ์ จะต้องมีฉากประมาณว่า </p>
<p>- ตัวอิจฉา (หรือภาษาชาวบ้านเรียก นางกะแหร่ง (ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกหรือเปล่า)มาอี๊อ๋อออเซาะพระเอกต่อหน้านางเอก ก็จะมีฉากนางเอกไม่ค่อยพอใจ งอนออกมาบ้าง</p>
<p>หรือ<br />
- ผู้ชายที่มาพัวพันกับนางเอก (ที่ไม่ใช่พระเอก)ขับรถมารับนางเอก มาเยี่ยมนางเอกที่บ้าน หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ต้องให้พระเอกเห็น เพื่อให้พระเอกหึง </p>
<p>สองฉากนี้ก็ถือเป็นฉากมาตราฐานหลักของละครไทยเช่นกัน เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า นางเอกกับพระเอกต่างมีใจให้แก่กัน ก่อนจะไปสู่ความสัมพันธ์ทางเพศ หรือ การบอกรักในตอนจบ </p>
<p>ดังนั้น ผมจึงว่า พระเอกกับนางเอก แม้จะเพิ่งรู้จักกัน แต่เขาก็ตกหลุมรักกันมาตั้งแต่ตอนแรกๆ ของละครแล้วครับ เพียงแต่ว่ายังไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาเท่านั้น </p>
<p>นอกจากนี้ ในแง่คนดู คนดูทุกคนรู้อยู่แล้วว่า ใครเป็นพระเอกกับนางเอก ดังนั้นพฤติกรรม ชิงสุกก่อนห่าม ของนางเอกกับพระเอก จึงเป็นที่ยอมรับได้ เพราะคนดูรู้อยู่แก่ใจดีว่าคนทั้งคู่ได้ถูกชะตาฟ้าลิขิตให้มาคู่กันอยู่แล้ว </p>
<p>ส่วนเรื่อง คนแปลกหน้า กับ sexual fantasy อันนี้ ก็เห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะถ้ามองดูจากหนังโป๊ ก็ชอบใช้พล็อตการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า แต่ขณะเดียวกัน ผมก็สังเกตได้ว่า คนแปลกหน้าเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่ดูดี เซ็กซี ล่ำ คือ สรุปว่าแม้เขาจะแปลกหน้า แต่หน้าของเขาจะไม่แปลกครับ </p>
<p>ดังนั้น เงื่อนไข ของ sexual fantasy ของคนส่วนใหญ่ ทั้งในละคร และหนังโป๊ จึงไม่ได้มีเพียง การอยากจะมีอะไรกับคนแปลกหน้าเท่านั้น แต่ คนแปลกหน้าคนนั้นจะต้องดูดี เซ็กซี่ ล่ำ (เหมือนที่คุณภัควดีว่าไว้ ต้องเป็นคุณอั้ม เท่านั้น ไม่ใช่ คุณโหน่ง)</p>
<p>ชอบที่คุณภัควดีเขียนถึงสัตยาจิต เรย์ ครับ แต่ก็มีข้อสังเกตหนึ่งอย่างก็คือ หากคุณได้มีโอกาสดูหนังบอลลีวู้ด คือหนังอินเดียสำหรับคนอินเดีย (ที่ต้องมีแต่งรำ ร้องเพลง ความยาวมากกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง)จะพบว่า  </p>
<p>จริงอยู่ครับ หนังอินเดียเหล่านี้จะไม่มีฉากจูบระหว่างนางเอกกับพระเอกเลยครับ (เพราะถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างมาก)แต่ ชุดแต่งกายของนางเอกโดยเฉพาะในฉากเต้นรำ ล้วนแล้วแต่แต่งตัวโชว์พุง&#8230;เอ้ย&#8230; หน้าท้อง หรือสาหรี่แหวกๆ หรือเนื้อผ้าทะลุแสง ให้เห็นขาอ่อนนิดๆ แพลมๆ และท่าทางการเต้น หลายครั้งก็ยังมีลักษณะยั่วยวนออกไปทางเซ็กซ์พอสมควร ดูไปบางทีผมก็แอบคิดว่ามันดูเซ็กซี่กว่าฉากเพศสัมพันธ์แบบเปิดเผยเสียอีก</p>
<p>ซึ่งทำให้ผมพอสรุปได้ว่า ไอ้กามารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในหนังในละครเนี่ยนะครับ มันจะผันแปรไปตามระดับความต้องห้ามของเรื่องเพศในสังคมนั้นๆ ที่ใดก็ตามที่เรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้ามมากๆๆๆ ระดับการซ่อนกามารมณ์ก็จะมีอยู่อย่างสูงๆ </p>
<p>เพราะอย่างว่าแหละครับ ยิ่งห้ามก็ยิ่ง &#8220;เสียว&#8221; ที่จะได้แอบดู อันนี้ก็ถือเป็นการตอบสนอง sexual fantasy เหมือนกันครับ </p>
<p>ขอบคุณมากครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: แวะมา</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-107</link>
		<dc:creator>แวะมา</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Mar 2008 09:01:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-107</guid>
		<description>ไม่ค่อยได้ดู รู้แต่ว่าเป็นละครทำมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว ละครแม่บ้านนิยมดู ผู้หญิงดู ผู้หญิงบ่น ผู้ชายถูกด่า</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ค่อยได้ดู รู้แต่ว่าเป็นละครทำมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว ละครแม่บ้านนิยมดู ผู้หญิงดู ผู้หญิงบ่น ผู้ชายถูกด่า</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: จิรัด</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-75</link>
		<dc:creator>จิรัด</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Mar 2008 02:08:52 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-75</guid>
		<description>มาติดตามอ่านงานของคุณภัควดี ครับ

(หนึ่งในนักแปลในดวงใจ)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>มาติดตามอ่านงานของคุณภัควดี ครับ</p>
<p>(หนึ่งในนักแปลในดวงใจ)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เกรียนสาด ชามะนาว</title>
		<link>http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/comment-page-1/#comment-66</link>
		<dc:creator>เกรียนสาด ชามะนาว</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2008 07:20:29 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sameskybooks.org/2008/03/07/jumleyruk/#comment-66</guid>
		<description>ไอ้ใบ้ ที่เล่นเวอร์ชั่นช่องเจ็ดเล่นได้ดีกว่าหนุ่ม คงกระพัน(2 ครั้ง ตอนลิขิต กับ จอห์น เป็นนายหัว)

คนที่ชอบเล่นจักรจักรวงศ์วงศ์ ของสามเศียรโปรโมชั่น

เล่นได้ดี เล่นได้ถูกต้อง เราดูแล้วล่ำมาก</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไอ้ใบ้ ที่เล่นเวอร์ชั่นช่องเจ็ดเล่นได้ดีกว่าหนุ่ม คงกระพัน(2 ครั้ง ตอนลิขิต กับ จอห์น เป็นนายหัว)</p>
<p>คนที่ชอบเล่นจักรจักรวงศ์วงศ์ ของสามเศียรโปรโมชั่น</p>
<p>เล่นได้ดี เล่นได้ถูกต้อง เราดูแล้วล่ำมาก</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
