March 4, 2008

“มันคงจะไม่เข้าท่านักถ้าหากนักวิชาการเอาแต่คุยกับนักวิชาการด้วยกันเอง”

ฟ้าเดียวกัน

Andrew Walker

สัมภาษณ์แอนดรูว์ วอคเกอร์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ นิวแมนดาลา

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการต่าง ๆ มากบ้างน้อยบ้าง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่วงการวิชาการซึ่งก่อนหน้านั้นถูกเปรียบเสมือน “หอคอยงาช้าง” ที่ไม่ปฏิสังสรรค์กับสังคม

เว็บไซต์นิวแมนดาลา ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของนักวิชาการ 2 ท่านที่มุ่งหวังที่จะนำวิชาการลงมาจาก “หอคอยงาช้าง” ผ่านทางเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต จนกลายเป็นพื่นที่สาธารณะที่สำคัญในการถกเถียงทางวิชาการและประเด็นทางสังคมที่สำคัญในปัจจุบัน

ฟ้าเดียวกันออนไลน์ ได้มีโอกาสสนทนากับ แอนดรูว์ วอคเกอร์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ นิวแมนดาลา ที่จะมาเล่าความเป็นมาและวัตถุประสงค์

ฟ้าเดียวกัน อยากให้อาจารย์เล่าถึง เว็บไซต์นิวแมนดาลา ความเป็นมาและความมุ่งหวังของการทำเว็บไซต์

แอนดรูว์ วอคเกอร์ นิวแมนดาลาเริ่มช่วงตกลางปี 2549 โดยตัวผมกับนิโคลาส ฟาร์เรลลี ในตอนนั้นเป็นนักศึกษาที่ Australia National University ตอนนี้เรียนปริญญาเอกที่อ็อกซ์ฟอร์ด วัตถุประสงค์ของการทำเว็บไซต์คือการสร้างพื้นที่ออนไลน์สำหรับการแลกเปลี่ยนถกเถียงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมาเลเซีย ไทย พม่า ลาว และยูนนานภาคใต้ของจีน เรารู้สึกว่าถึงแม้จะมีเวทีการแลกเปลี่ยนถกเถียงเชิงวิชาการในเรื่องเหล่านี้มากอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีเวทีที่เปิดโอกาสให้คนได้แสดงทัศนะที่เป็นทางเลือกจริงๆ และได้ถกเถียงประเด็นที่อ่อนไหวในภูมิภาคนี้

ในแง่ผลกระทบของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่มีต่อโลกวิชาการ ผมว่ายังมีไม่มากเท่าไหร่ เพราะนักวิชาการจำนวนมากยังใช้อินเตอร์เน็ตแบบสื่อที่หยุดนิ่ง (static medium) เผยแพร่ผลงานเหมือนกับการตีพิมพ์ลงหนังสือหรือวารสารเท่านั้น อย่างไรก็ตามในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้อินเตอร์เน็ตมีการสื่อสารโต้ตอบ (interactive) กันมากขึ้น ผมคิดว่านี่เป็นจุดแข็งของนิวแมนดาลาหรือเว็บไซต์อื่นๆ อย่าง ฟ้าเดียวกัน คือไม่ใช่เรานำเสนอเนื้อหาแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ว่ามีการถกเถียงแลกเปลี่ยนกับคนที่เข้ามาอ่าน จริงๆ แล้วคนจำนวนมากเข้ามานิวแมนดาลาเพื่ออ่านความเห็นมากกว่าที่จะเข้ามาอ่านตัวบทความเสียอีก ดังนั้นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งคือการส่งเสริมให้มีการแสดงความเห็น ในแง่หนึ่ง ผมอยากเห็นคนแสดงความเห็นด้วยหรือเห็นแย้งกับสิ่งที่พวกเขาเขียน มากกว่าจะมากังวลกับเนื้อหาเฉพาะบางอย่างที่ผมโพสต์ในเว็บไซต์ ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกวิชาการ คือลักษณะสื่อสารสองทาง (interactive nature) ของอินเตอร์เน็ต เพราะมันเปิดการถกเถียงทางวิชาการแก่คนทุกประเภท นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว นักศึกษา ใครก็ตามที่อยากเข้ามาในเว็บไซต์ พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการถกเถียง ดังนั้นผมคิดว่ามันทำให้โลกวิชาการมีความเป็นประชาธิปไตยและมีส่วนร่วมมากขึ้น

ส่วนนิวแมนดาลาประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนนั้น คงจะตัดสินยาก ผมว่าเราประสบความสำเร็จมากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก มันเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่ว่าความคาดหวังของเราก็ตั้งไว้ต่ำมาก ในตอนนี้ มีคนเข้ามาวันละประมาณหนึ่งพันครั้ง (hits) บางวันถ้ามีเรื่องใหญ่ๆ ก็อาจจะเป็นสองพันครั้ง บางวันก็ห้าหกร้อย เรารู้สึกปลื้มใจมากและรู้สึกว่านักวิชาการ นักศึกษา คนสนใจเรื่องเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากเป็นขาประจำของนิวแมนดาลา อีกอย่างที่เราพอใจคือสื่อมวลชน นักข่าวจำนวนมากดูเหมือนจะติดตามนิวแมนดาลา เราได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์ ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่อมวลชน จากที่พูดมา ผมคิดว่าเราประสบความสำเร็จ จุดแข็งก็อย่างที่บอกคือการถกเถียงแลกเปลี่ยนที่เข้มข้น มีคนแสดงความเห็นและถกเถียงกันมากมาย บางทีก็ถกกันอย่างเอาจริงเอาจังและตรงไปตรงมา ข้อเสียอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องยากสำหรับเว็บไซต์ของเรา และกับเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันคือ ประเด็นการปกปิดตัวตนของผู้แสดงความเห็น ผมคิดว่ามันเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อย ข้อดีคือคนสามารถพูดอย่างที่เขาต้องการจะพูด โดยไม่ต้องกังวลถึงผลลบที่จะเกิดขึ้น แต่บางทีผมก็คิดว่ามันทำให้บางคนไม่มีความรับผิดชอบต่อความเห็นของตัวเอง บางทีมันก็ง่ายที่จะวิจารณ์คนอื่นแรงๆ หรือแสดงความเห็นสุดโต่งเวลาไม่เปิดเผยชื่อ แต่ถ้าหากคุณใส่ชื่อเวลาแสดงความคิดเห็น คุณก็จะมีความรับผิดชอบมากขึ้นต่อสิ่งที่คุณเขียน ผมคิดว่าประเด็นการปกปิดตัวตนนี้เป็นประเด็นที่ยากมากสำหรับเว็บไซต์วิชาการ เพราะในโลกวิชาการปกติแล้วคุณเขียนอะไรคุณก็ลงชื่อ แน่นอนว่าเราไม่อยากเอาลักษณะการปกปิดตัวตนนี้ออกไปจากเว็บไซต์ อย่างที่บอก ผมว่ามันสำคัญสำหรับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่เราต้องมาคิดหาหนทางที่จะดูแลเรื่องนี้ให้ดีขึ้น ยกตัวอย่าง บางทีเราเจอปัญหามีคนใช้หลายชื่อ บางทีถึงขนาดตั้งกระทู้เองแล้วแสดงความเห็นด้วยกับตัวเองก็มี ดังนั้นมันโอเคในระดับหนึ่ง แต่บางทีมันก็ทำให้การถกเถียงเป็นของปลอม ลดทอนคุณค่าลงไป

Andrew Walker

ฟ้าเดียวกัน ในความเป็นจริง เว็บไซต์ที่มีลักษณะสื่อสารโต้ตอบกันอย่างนี้ก็ไม่ได้มีแต่การถกเถียงทางวิชาการกันล้วนๆ ไม่ทราบว่าคุณมีประเด็นอะไรในใจก่อนที่ก่อตั้งเว็บไซต์หรือเปล่า?

แอนดรูว์ วอคเกอร์ ตอนแรกเราคิดว่าเว็บไซต์เราจะค่อนไปทางวิชาการกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนนิวแมนดาลาไปเลยก็คือการรัฐประหารในเมืองไทย เราเริ่มเปิดนิวแมนดาลาในช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2549 แล้วในเดือนกันยายนก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ดังนั้นจู่ๆ เราก็มาคลุกอยู่กับการถกเถียงทางการเมืองอย่างเข้มข้นเกินกว่าที่เรานึกไว้ในตอนแรก จุดมุ่งหมายเดิมของเราคือเป็นเวทีทางวิชาการ แต่ตอนนี้กลายเป็นเวทีถกเถียงเรื่องการเมือง แต่เราก็ยังพยายามที่จะให้มีการถกเถียงเรื่องการเมืองในแนววิชาการอยู่ อย่างตัวผมเป็นนักมานุษยวิทยา ผมทำงานในชนบทของไทย ก็พยายามนำมุมมองจากชนบทเข้ามาสู่การพูดคุยเรื่องการเมืองระดับชาติ

ฟ้าเดียวกัน แล้วมันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี?

แอนดรูว์ วอคเกอร์ ผมว่าเป็นเรื่องดีที่มีการคุยกันเรื่องการเมือง มันคงจะไม่เข้าท่านักถ้าหากนักวิชาการเอาแต่คุยกับนักวิชาการด้วยกันเอง ผมคิดว่าการทำเว็บไซต์ในลักษณะนี้ขึ้นมาแล้วพอเกิดเหตุการณ์สำคัญอย่างรัฐประหารหรือเหตุการณ์ประท้วงในพม่าเมื่อปีที่แล้ว มันก็จะนำเราไปสู่เวทีสาธารณะแล้วมาถกเถียงร่วมกัน ในฐานะนักวิชาการ บางทีก็อิหลักอิเหลื่ออยู่บ้างที่จะถูกลากมาพัวพันด้วย แต่ผมว่ามันเป็นเรื่องดีที่เราอยู่ในจุดนี้ ซึ่งเสมือนมีแรงผลักดันให้ต้องเข้ามาพัวพันกับการถกเถียงสาธารณะที่เข้มข้นมากขึ้น

ฟ้าเดียวกัน เว็บไซต์นี้เป็นของแอนดรูว์ วอคเกอร์ (– กับนิโคลาส ฟาร์เรลลี) มีคนติดตามผลงานของคุณมานานก่อนที่จะมีนิวแมนดาลา คุณคิดว่าความสำเร็จของนิวแมนดาลาเป็นเพราะผลงานของคุณหรือเปล่า

แอนดรูว์ วอคเกอร์ ที่พูดเรื่องวัตถุประสงค์ ผมยังพูดไม่หมด วัตถุประสงค์อีกข้อหนึ่งคือว่า ส่วนหนึ่งเป็นการโปรโมทตัวเอง ในโลกวิชาการ คุณต้องโฆษณาตัวเอง ไม่มีใครมาทำให้คุณ ดังนั้นสำหรับทั้งนิค ฟาร์เรลลีและตัวผม วัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งคือการเผยแพร่ผลงานของเราให้กว้างขวางขึ้น ผมคิดว่าที่ผ่านมางานของผมก็ได้รับความสนใจพอสมควรในเมืองไทยกับในแวดวงนักวิชาการต่างประเทศ ผมว่านิวแมนดาลาทำให้มีคนรู้จักงานผมมากขึ้นมาก ผมได้รับคำถาม อีเมล์ การติดต่อต่างๆ มากมายจากข้อเขียนที่ผมลงในนิวแมนดาลา มากกว่าที่จะได้รับจากการเขียนบทความวิชาการที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเสียอีก

ใน 6-8 เดือนที่ผ่านมา เรามีบทความของคนอื่นลงในนิวแมนดาลาหลายชิ้น เราก็ไม่อยากให้มีแต่ทัศนะของเราเท่านั้นที่ลงในนิวแมนดาลา

ฟ้าเดียวกัน นอกจากนิวแมนดาลา ปรากฏการณ์อย่างบล็อกบางกอกบัณฑิต (http://bangkokpundit.blogspot.com) ที่มีประเด็นแหลมคมและสามารถนำมาใช้ในวงวิชาการหรือการถกเถียงแลกเปลี่ยน พัฒนาการนี้สะท้อนหรือบ่งบอกอะไรในโลกวิชาการ โลกสื่อมวลชนและโลกอินเตอร์เน็ต อีกทั้งการแสดงความเห็นใน Bangkok pundit ก็มีการปกปิดตัวตน

แอนดรูว์ วอคเกอร์ ผมคิดว่าที่นิวแมนดาลาทำต่างจาก Bangkok Pundit มาก ผมว่า Bangkok Pundit มีบทบาทสำคัญในการติดตามดูสื่อและคอยแสดงความเห็นเกี่ยวกับสื่อในไทย ในแง่นั้น การที่ Bangkok Pundit จะปกปิดตัวตนหรือไม่ไม่สำคัญมากนัก เพราะเป็นการจับตาสื่อและให้ความเห็น ขณะที่เราเน้นไปที่การให้มุมมองการวิเคราะห์ทางเลือก

โพสต์ในกลุ่ม ฟ้าเดียวกันออนไลน์, สัมภาษณ์
แสดงความเห็น (14) 

14 ความคิดเห็น »

  1. เขาพูดไทยได้หรือเปล่านั่น ?

    , ดูจากหน้าต่าง สัมภาษณ์บนร้านอาหารชั้นสองโรงอาหาร มธ
    เขามาเที่ยวหรือมาพูดงานไหน ?

    ความเห็นจาก freemind — March 4, 2008 @ 10:42 am

  2. พูดภาษาอังกฤษครับ ทางฟ้าเดียวกันถอดเทปแล้วส่งไปให้เจ้าตัวอ่านอีกครั้ง
    สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2551 งานไทยศึกษาครับ
    แต่นั้นไม่เท่ากับเนื้อหา อยากฟังความเห้นเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ด้วยครับ

    ปล.
    นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ใหญ่ ที่เนื้อหามากกว่านี้แต่จะลงในวารสารฟ้าเดียวกันครับ

    ความเห็นจาก ธนาพล — March 4, 2008 @ 11:17 am

  3. เห็นด้วยมากๆ เรื่องที่นักวิชาการเอาแต่คุยกันเอง ด้วยภาษาเทวดา ไม่ค่อนออกมาสื่อสารโต้ตอบกับผู้คนทั่วๆไปในสังคม สนับสนุนเต็มที่ไม่ว่าเขาจะเปิดเผยหรือปกปิดตัวตน แต่ควรเข้ามาในพื้นที่ถกเถียงสาธารณะเพิ่มขึ้น

    ความเห็นจาก Homo erectus — March 4, 2008 @ 6:48 pm

  4. ตอนแรกอ่านเสร็จก็นึกว่า เอ๊ะ เหมือนบทสัมภาษณ์ยังไม่จบนี่หว่า มันหายไปไหน ตอนนี้เข้าใจแล้วอ่ะ แล้วจะรออ่านฉบับเต็มในวารสารจ้ะ

    ความเห็นจาก Canazei — March 4, 2008 @ 9:20 pm

  5. [...] at Fa Deow Gan there is an extract from an interview with New Mandala co-founder, Andrew Walker.  The full Thai-language translation of the interview [...]

    Pingback จาก Andrew Walker interview in Thai — March 7, 2008 @ 3:54 am

  6. ผมคิดว่าวิธีนี้ดีนะครับ ดังที่ว่าคือได้ตอบโต้ระหว่างผู้อ่านและเขียน (ในกรณีนี้ทั้งทาง ฟดก. และนิวแมนดาลา) แต่การทำอย่างนี้ยังช่วยโปรโมตตัววารสาร ฟดก. ด้วยครับ เพราะอยากจะทำให้อ่านมากยิ่งขึ้น…จะรออ่านครับ

    ด้วยความเคารพ

    ความเห็นจาก fallingangels — March 7, 2008 @ 7:35 pm

  7. เห็นด้วยกับทัศนคติดีดีแบบนี้ครับ

    นักวิชาการส่วนใหญ่ก็อยู่กับตำรา และยึดสิ่งที่ทำเป็นอาชีพ
    ส่วนมากจะมีความเชี่ยวชาญด้านเดียว และอยู่กันเป็นวงสังคมซึ่งค่อนข้างปิด

    มุมมองจากคนทำงาน ความเชี่ยวชาญหลากหลาย พื้นฐานสังคมและแนวคิดที่แตกต่าง ที่กระจายกันอยู่ และรับรู้สถานการณ์เป็นไปล่าสุดจากที่พบเห็น
    น่าจะช่วยทำให้ คุณภาพของการอภิปรายมีมากขึ้น

    (แม้แต ความคิดเห็ฯ ่อันที่ไม่สร้างสรรค์เราก็สามารถใช้เป็นตัวอย่างอธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ ได้)

    ความเห็นจาก Iterator — March 16, 2008 @ 11:08 pm

  8. ผู้ใดวางแผนใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย ผู้นั้นย่อมต้องวิบัติ และไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สูง

    ความเห็นจาก M — May 10, 2008 @ 9:42 pm

  9. ในประเทศนี้มีคนที่เหลิงอำนาจ และทำลายผุ้อื่นอยู่อย่างต่อเนื่อง ต่อไปนี้เมื่อนายกแสดงความจริงใจในการสาปแช่งผุ้ที่ชอบใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย ก็อยากจะเลียนแบบบ้างว่านับตั้งแต่ต้นปีมานี้ ถ้าใครวางแผนใส่ร้ายป้ายสีข้าพเจ้าขอให้มันฉิบหายวายวอดไป

    ความเห็นจาก M — May 10, 2008 @ 9:45 pm

  10. คุณเคยได้ยินข่าวที่ว่านักแสดงบางคนโดนวางแผนใส่ร้าย แล้วถูกปฎิเสธจากสินค้าในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ นั้น ก็มีให้เห็นอยู่ และในกรณีนักการเมืองที่เขาไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ แล้วยังโดนขบวนการหน้าตัวเมียวางแผนใส่ร้ายป้ายสีให้เขาเสียหายเพื่อมิให้เขาได้มีสถานะ และหรือโอกาสอันควรมีควรได้ และหรือทำงานการเมือง สิ่งเหล่านี้พวกหน้าตัวเมียได้ปฎิบัติการอยู่อย่างต่อเนื่อง อันนี้ต้องแช่งให้มันฉิบหายไป และมันคงเหิมเกริมว่าไม่เป็นไร เพราะมันก็คงคิดว่ามันอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ และสถานะที่สูงใครจะทำอะไรมันได้ ก็ให้ดูตัวอย่างตั๋งโต๊ะที่มันใหญ่คับฟ้ามันก็เสร็จได้ และขอท้าว่าถ้ามันแน่จริง ก็ให้ตำรวจมาดำเนินจับกุม กูได้เลย ถ้าคิดว่ากูเป็นคนผิดคนพาลของแผ่นดิน หรือเป็นคนที่ทำผิดกฎหมายร้าย แรง แต่กูขอท้าว่าให้จับไอ้พวกหน้าตัวเมียที่กินบ้านกินเมือง และทำผิดทุจริตคอรปัชั่นด้วย และอย่าคิดว่าเก่งว่าวางแผนให้เขาเสียหาย แล้วไม่เป็น ไร และอย่านึกว่าต้องเล่นตามบท ถ้าไม่เล่น แล้วจะเอาตำรวจมาเล่นงาน กูไม่เคยกลัวมึงเลย ถ้าไม่เลิกสันดานชั่ว ถ้านากรีสมาก็ขอให้มันเอาตัวเฮี่ย ๆ ไปให้หมดได้เลย ขอสาปแช่งให้พวกหน้าตัวเมียที่ชอบทำลายผุ้อื่นนั้นฉิบหายไปก่อนสิ้นปี 51 นี้แหละ

    ความเห็นจาก M — May 10, 2008 @ 9:51 pm

  11. และก็เคยได้ยินข่าวไหมว่าหน้าซอยหลังซอยวางแผนเล่นงานเขาไว้หมดแล้วเนี่ย ถามว่ามันจะเหิมเกริมอย่างนี้ แล้วคิดว่าบ้านเมืองมันจะดีขึ้นไหมจะใช้วิธีอันธพาลครองเมือง เหรอ แล้วบ้านเมืองนี่ไม่ใช่ไปว่านายกหรือรัฐบาล เพราะอำนาจซ้อนอิทธิพลซ้อนชั่วมั่วกันให้หมดใช่ไหม

    ความเห็นจาก M — May 10, 2008 @ 9:52 pm

  12. medicine vasodilan…

    medicine vasodilan…

    Trackback จาก vasodilan — August 4, 2008 @ 12:36 pm

  13. 5555 นี่แร่ะครับคนไทย เวลาฝรั่งพูดอะไรก้อเออออตามก้นฝรั่งไปหมด อ่านจนจบก้อเพิ่งรู้ว่าฝรั่งมันก้อโง่เหมือนกัน ไม่ได้ดูถูกเค้าน่ะ แต่อ่านดูลึกๆๆแล้วพิจารณาตามมันเป้นยังงั้นจริงๆๆ ว่าฝรั่งเค้าเข้าใจมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพราะนิสัยคนไทย ที่เวลาฝรั่งพูดอะไรแล้วเชื่อตามไปหมด แต่เวลาคนไทยด้วยกันพูดแล้วมักปิดหูปิดตาปิดปาก 55555…จบครับ

    ความเห็นจาก หมูบิน — October 22, 2008 @ 9:44 pm

  14. ขอให้พระองค์ทรงมีสุขภาพแข็งแรง

    ความเห็นจาก 9860 — March 12, 2009 @ 7:02 pm

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

ร่วมแสดงความเห็น