February 27, 2008

ย้อนอดีต ชีวิต จาก วัยเด็ก การลงโทษ พ่อแม่ ชีวิตวัยเรียน และ ความเป็นไทย

ฟ้าเดียวกัน

Download PDF

คุณมาจากไหน ?

ย้อนอดีตแบ๊กกราวน์ชนชั้นกลาง ชีวิตวัยเด็ก ครอบครัว ชีวิตวัยเรียน การให้รางวัลและการลงโทษ และ ความเป็นไทย

1 นี่เป็นความพยายามจะย้อนอดีต ความทรงจำและประสบการณ์รวมหมู่ของชนชั้นกลาง, ซึ่งเป็นชนชั้นของผู้เขียนเอง, เพื่อปะติดต่อภาพว่าโลกทัศน์แบบชนชั้นกลางมีที่มาจากอะไร ประสบการณ์แบบไหน การสร้างคอนดิชั่นทางสังคมแบบไหน ทำให้ชนชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นอย่างปัจจุบัน

2 เรื่องนี้เขียนด้วยภาษาแบบคนทำมะดาคุยกัน การสะกดที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนเป็นความตั้งใจของคนเขียนเอง

โปรดนึกถึงตอนเด็กๆ

ลองนึกถึงตัวเองตอนอายุหลักเดียว…

ผู้ใหญ่ รอบๆตัวคุณจะเลี้ยงดูคุณ ดูแลคุณ
คนที่อายุมากกว่าคุณรอบตัวคุณจะล้อเลียนคุณ แกล้งคุณ โกหกคุณ
ใช้อารมณ์ในการบังคับควบคุมคุณ
ลงโทษคุณ ให้รางวัลคุณ เล่นล่อเอาเถิดกับคุณ
แกล้งคุณให้ร้องไห้แล้วบอกว่าอย่าร้องนะ ฯลฯ
คนที่มีอายุมากกว่าคุณ มีอำนาจมากกว่าคุณทุกคนดูจะเอาแน่นอนไม่ได้
บางครั้งก็รักคุณ บางครั้งก็ทำร้ายคุณทางจิตใจและร่างกาย มากบ้างน้อยบ้าง

ยกเว้นคุณโชคดีเกิดในบ้านที่เป็นส่วนน้อยมากๆคุณจะเจอกับสิ่งเหล่านี้น้อยหน่อย
คุณเรียนรู้ว่า คุณมีอำนาจน้อยกว่า และต้องยอม

คุณเรียนรู้ลำดับความสำคัญของตำแหน่งทางสังคม
พี่ น้อง ญาติ
หน้าที่ของผู้หญิง ของผู้ชาย
เมื่อคุณไปโรงเรียน คุณจะต้องถูกล้อชื่อพ่อแม่
แล้วไม่ว่าคุณจะเข้าใจว่าอย่างไรก็ตาม
คุณจะเริ่มรู้สึกว่าการล้อชื่อพ่อกับแม่เป็นเรื่องเสื่อมเกียรติ
คุณจะเริ่มรู้สึกว่าคุณต้องปกป้องสิ่งที่ว่านี้เอาไว้

อันนี้คงจะเป็นประสบการณ์แรกในการรักษา
อะไรบางอย่างที่มีสัมพันธ์กับคุณในเชิงโครงสร้าง

การรักษาสถาบันอันแรก ?

เมื่อคุณไปโรงเรียน

คุณจะเรียนรู้การตอบสนอง
ให้ถูกใจคนที่มีอำนาจมากว่าคุณ

การทำตามๆไปโดยไม่ต้องคิด

การอดทนที่จะอยู่กับ ครู
ที่ส่วนใหญ่ชอบแสดงความวิปริตทางอารมณ์

ความคลั่งไคล้การลงโทษ การใช้ความรุนแรง

ความปรารถนาที่จะได้ข่ม ได้โอ้อวดความรู้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมี

ความปรารถนาที่จะแสดงอำนาจด้วยการจับผิด เรื่องการแต่งตัว ทรงผม

หรือ การออกกฎบ้าๆบอๆ มาควบคุมนักเรียน

ความไวต่อแรงกระตุ้นทางเพศแบบผิดปกติ
แล้วแสดงออกด้วยการจับผิดการแต่งตัวของเด็กผู้หญิง

ครูแอบจิตที่เกลียด นร.หญิงที่สวยๆ

ครูหื่นที่ชอบลวนลามเด็ก

ครูหัวงูที่ชอบจีบเด็ก

ครูสาวแก่ที่ชอบด่าเด็กผู้หญิงที่สนใจผู้ชาย

ครูทอมที่ชอบทำตัวห้าว เป็นฮีโร่แบบโง่ๆ หรือชอบหลีเด็กผู้หญิง

ทั้งหมดภายใต้คำแก้ตัวว่าหวังดี

คุณเรียนรู้ที่จะยอมรับต่อหน้าเพื่อได้รางวัลอะไรบางอย่าง
และ นินทาลับหลังเมื่อมีโอกาส

พูดถึงเนื้อหาของสิ่งที่คุณเรียน หลักสูตรมาตรฐานของประเทศนี้จะสอนคุณว่า

ชาติ เป็นสิ่งสำคัญมาก
เจ้าส์ มีบุญคุณกับเรามากมาย
ประเทศไทยอยู่มาได้เพราะเจ้า
พุทธศาสนาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมไทย
คณะราษฏรชิงสุกก่อนห่าม
คอมมิวนิสต์เป็นปีศาจ
เจ้าไม่เคยมีบทบาททางการเมืองหลัง2475
นักการเมืองเลว ซื้อเสียง
ป๋าเป็นนายกที่คนไทยภูมิใจ
การยกย่องคิงเป็นเรื่องจำเป็น ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้
เอ็นจีโอเป็นนายหน้าค้าความจน
คนจนนั้นโง่ น่าสงสาร
ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย

ระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด มีระเบียบวินัยแล้วชาติจะเจริญ
ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องโง่ในประประเทศนี้
เซ็กเป็นเรื่องเลวร้ายตราบใดที่ไม่ได้จัสติฟายด้วยการแต่งงาน

คนไทยโง่ คนไทย ไม่สามัคคี คนไทยไม่ได้เรื่อง คนไทยขายเสียง
พม่าเป็นศัตรู น่ากลัว ลาวด้อยกว่า
เวียดนาม มาเล สิงคโปร์ เป็นคู่แข่ง
เค้าเก่งกว่าดีกว่า แต่เราโชคดีกว่าที่มีคิง

แต่ทั้งหมดนั้นคุณไม่ได้สนใจมันมากนัก

คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ การแก่งแย่งความเด่นความดัง
อำนาจ และตำแหน่ง เล็กๆน้อยเปรียบเทียบกับเพื่อนๆของคุณ
และ ความสนุกสนาน

คุณอยู่ในความสัมพันธ์แบบแข่งขัน
และโดยส่วนใหญ่แล้วคุณไม่ใช่ผู้ชนะ

ถ้าจะมีเลือกตั้งประธานนักเรียน ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่ตัวแทนของคุณถูกคอนโทรลอยางเคร่งครัดจากครู
และพูดอะไรบางอย่างตามแบบที่ครูต้องการ
และคุณก็ไม่สนใจมันจริงๆหรอก

คุณไม่สามรถรวมตัวกันต่อต้านอำนาจอะไรของโรงเรียนได้
โรงเรียนปฏิบัติต่อคุณในลักษณะปัจเจก ดีไวด์แอนด์รูล

ช้าก่อน ถ้าโชคดีหน่อย(?) เรียนในโรงเรียนช่างๆ เทคนิค เทคโน อาจจะได้ยกพวกตีกับโรงเรียนอื่นด้วย
เข้าแก๊งต่างๆ ได้แสดงความรัก “สถาบัน” กันอย่างเป็นรูปธรรม

(ส่วนเด็กแซ๊บ เด็กแว๊น เด็กสก๊อย อย่าน้อยใจไป คนสำคัญในประเทศนี้ก็เคยรักการขับรถซิ่งมาก่อน)

ในประสบการณ์คุณ
แทบไม่มีอะไรที่ตัดสินด้วยการโหวต

คุณไม่สามารถพูดอะไรบางอย่างได้เสมอ ที่บ้านและโรงเรียน
คุณรู้ว่าพูดอย่างทำอย่างไรจะได้รางวัลเสมอ
ก็แค่ พูด ตอบ อย่างที่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าคุณคาดหวังให้คุณตอบ ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรก็ตาม
และคุณหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพราะคุณมีอำนาจไม่พอที่จะต่อกรกับผู้ใหญ่
อย่างมาก คุณก็หาเรื่องใครที่มีอำนาจน้อยกว่าคุณ
คุณไม่ได้สังเกตหรอกว่าทำอย่างนั้นไปทำไม

คุณอาจจะต่อต้านสิ่งเหล่านี้

ต่อต้านในลักษณะของปัจเจก
หรือแก๊งกับโครงสร้างของอำนาจในโรงเรียน
อุดมการณ์ ที่ว่าการไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่ต้องทำ

การต่อต้านนี้มีหลายรูปแบบเป็นไปโดยธรรมชาติ
ไม่มีอุดมการณ์ที่เป็นรูปเป็นร่าง อาจจะทำโดยแก๊งหรือปัจเจก
รูปแบบของการต่อต้านนี้ มีลักษณะรวมกันอย่างหนึ่งคือการต่อต้านอำนาจของสถานศึกษา
มีความสร้างสรรค์ในกระบวนการต่อต้านอยู่มาก

ฟังดูดี เหมือนที่พวกสนับสนุนอะนาคิสชอบพูด

แต่การต่อต้านทั้งหมดล้มเหลว…..

เพราะการต่อต้านทั้งหมด
ไม่สามารถสร้างอุดมการณ์อะไรบางอย่างที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์หลักของโรงเรียนขึ้นมาได้

จบจากโรงเรียน

คุณจะพยามมองกลับไปแล้วเลือกสิ่งที่ดีๆ เพราะใครก็สอนไว้ว่า มองแต่แง่ดี
ในสังคมไทยนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่มีอำนาจมากขึ้นเท่าไหร่ คุณต้องพยายามมองในแง่ดี แง่ไม่ดีนั้นคุณห้ามพูด แม้แต่คิดก็อาจบาป
อุ๊ป…น่ากัวจางเยย
แม้แต่พุทธทาส ซึ่งเวลาสอนก็มักพูดเรื่องไม่ดีของปุถุชนคนธรรมดาในสายตาแก
ก็บอกว่ามองแต่แง่ดีเถิด

โซ ยู ก้อเลย ภาคภูมิใจ ซึ้งกับ โรงเรียนของคุณ

มองกลับไปอย่าง”อดีตผู้แพ้ที่เข้าใจโลก”
และบอกว่า มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก

เพราะคุณอยู่นอกสถานการณ์นั้นแล้วในขณะที่คุณพูด
อยู่ในอีกสถานภาพหนึ่ง ที่ต่างไปอย่าสิ้นเชิง

ไม่ว่าคุณจะมองอย่างไร
โรงเรียนประสบความสำเร็จในการทำให้คุณเชื่อในเรื่องส่วนใหญ่ที่สตรัคเจอร์ต้องการ
กลับไปมอง”เด็ก”ที่เป็นเหมือนคุณว่า ไร้เดียงสา และจะได้เรียนรู้เอง
คุณพูดสิ่งที่คุณเคยได้ยินมาบ่อยๆ วิ่งที่คนมีอำน่จมากกว่าคุณพูดให้ได้ยินตอนเด็กว่า

“พอโตแล้วก็เลยเข้าใจ”

แหละนี่ก็เป็น
ประสบการณ์ที่สองที่คุณ”มีส่วนร่วม”ในการรีโปรดิ๊ว โครงสร้างเชิงสถาบัน ของกระบวนการศึกษา

เอาล่ะ เข้ามหาลัยแระ

คุณเริ่มมีอำนาจมากขึ้น อำนาจแรกของคุณในการระบายออกถึงสิ่งที่คุณเคย

คุณชอบรับน้อง มันสะใจ….

ไม่รู้ล่ะ
เอาเป็นว่าคุณชอบ

คุณจึงปกป้องครั้งแรกที่คุณได้เป็น”ผู้ใหญ่”

การเป็นผู้ใหญ่ในแง่นี้คือการที่คุณได้คอนโทรลคนอื่น
ทำให้คนอื่นอยู่ใต้อำนาจคุณ
โดยมีอุดมการณ์บางอย่างรับรอง
คุณรู้สึกถึงการจัสติฟายอำนาจโดยอ้างอาวุโสแล้ว
เหมือนที่คุณเคยถูกผู้ใหญ่กว่าคุณทำมาตลอดชีวิต อืม…

เป็นไงล่ะ นี่ล่ะคือการลองชิมสุดยอดของความเป็นไทย

คุณเรียนรู้การมีอำนาจตามลำดับขั้น

มีคนที่คุณต้องเคารพ มีคนที่เคารพคุณ

นี่คือความเป็นไทย ของจริง
ความเป็นไทยที่กระซวงวัดทะนะทำไม่ค่อยอยากพูดถึง

คุณเรียนรู้วิธีที่จะเล่นพรรคเล่นพวก
จากกระบวนการนี้

คุณอยู่กับกลุ่มเพื่อนของคุณ
คุณไม่มีกิจกรรมอะไรมากนักกับสังคม
คุณคุ้นเคยกับสังคมแก๊งกลุ่มเล็กๆ จนคุณโต
คุณมีรุ่นน้องให้คุณวางอำนาจเล่น
รุ่นน้องที่ให้คุณเล่มเกมกดดันทางจิตเล่นๆ
คุณมีรุ่นพี่ให้เคารพ

( เมิงจะเอาอะไรอีกล่ะ ? )

และคุณก็อยู่ในมหกรรม โพรพากันด้าแบบย่อย
ในการปกป้อง ความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของมหาลัย
คุณได้เป็นลมหายใจของการระบบเส้นสาย สี

และ

ที่จริงมันมีเหตผล ในการปกป้องชื่อเสียงของมหาลัยคุณ
เพราะมันมันต้นทุนในการทำมาหากินของคุณในอนาคต
เป็นความภาคภูมิใจของคุณ

และใครที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชาวบ้าน “คนไม่มีการสึกสา” ก็ย่อมดูด้อยกว่าคุณ
นี่เป็น ประสบการณ์ที่สามในการรักษาสถาบัน….

และเราต้องไม่ลืมว่า ท่ามกลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอำนาจของคุณที่นี่

บรรดา อาจาน ทั้งหลายก็ยังคงมีสถานะเหนือกว่าคุณ ชี้เป็นชี้ตายให้กับคุณได้
และคุณก็เรียนรู้การแกล้งๆ เคารพในแบบไทยมามากพอที่จะดีลกับบรรดาอาจานเหล่านี้ได้
บางกรณีคุณอาจเชื่อว่าอาจานเหล่านี้บางคนมีความรู้มากกว่าคุณ มีความเหนือกว่าทางออโธริตี้มากกว่าคุณจริงๆ บางกรณีอาจจะไม่ แต่ช่างมันเถอะ……

เมื่อคุณออกจากมหาลัย

…เดี๋ยวๆๆๆๆ ก่อน! ในวันที่คุณดีใจที่สุด “ท่าน”ก็มาอยู่กับคุณด้วย

แหม๋ๆๆ ชิปหายแระ
ช่างน่าปลาบปลื้มจริงๆ

แล้วคุณก็ไปทำงาน
คุณมีโอกาสมากกว่า
คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้แล้ว

ไชโย !

ทำงาน

คุณทำงานภายใต้ ระบบออโธริทาเรี่ยนเต็มรูปแบบ
อำนาจคือความถูกต้อง ไม่มียูเนี่ยนเป็นส่วนใหญ่
ชีวิตก็เหมือนเดิม เพื่อนเปลี่ยนจากหมาลัยเป็นเพื่อนที่ทำงาน
แต่คุณพอจะมีโอกาสตักตวงอะไรจากระบบนี้ได้บ้าง
คุณมีคนที่คุณข่มได้
คุณอยู่เหนือ ชาวบ้านคนไม่มีการศึกษา
บางทีคุณก็จ้างเค้าด้วยค่าจ้างถูกๆ
ค่าจ้างที่คุณไม่มีทางยอมให้ตัวเองได้รับ

แต่ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องปกติ
ศาสนาบอกว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
อย่าคิดมากดีกว่า
เราเป็นคนไทย
ยังไงเราก็โชคดีที่มีในหลวง

บางคุณอาจประสบความสำเร็จ
รวย หรือมีการงานดี
ยินดีด้วยนะ.
..ไอ้ชิปหาย

เอาล่ะ ย้อนมาดู กันดีกว่า คุณมีอะไรบ้าง

คุณมีครอบครัว
เพื่อน
เพื่อนร่วมงาน
แฟน

คุณมี “สังคม” ที่กว้างกว่ากลุ่มคนที่คุณรู้จักไหม
คุณมีพื้นที่สาธารณะที่คุณมีความสัมพันธ์ในฐานะมนุษย์เหมือนกับคนอื่น เท่าๆกับคนอื่น โดยไม่ต้องมี
ความสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนม( ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาวโส หรือ ระบบอุปถัมภ์ ) หรือเป็นกลุ่ม แก๊ง ที่ปิดตัวเองออกจากคนหมู่มาก) สังคมที่คุณเรียนรู้การเมืองในความหมายกว้าง
ในทางสร้างสรรรค์ เช่น การโหวต การทำงานร่วมกัน การใช้สิทธิ ฯลฯ

คำตอบส่วนใหญ่ คือ ไม่ หรือ ไม่น่าจะมี

คุณมีอะไรอีก คุณมีบทบาททางการเมืองไหม อาจจะ แต่ส่วนอยู่ในรูปแบบของ แฟนคลับดารา

สส. เข้ามาเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคุณไหม ส่วนใหญ่ไม่
แต่ สส เลว ส่วนใหญ่เลว สื่อบอกคุณอย่างนั้น การศึกษาบอกคุณอย่างนั้น

ส่วนภาษี คุณไม่ได้จ่ายภาษีให้สังคม คุณจ่ายให้รัฐ
ไม่ใช่สิ คุณไม่เต็มใจจ่าย แต่อำนาจบางอย่างบังคับให้คุณจ่าย
และอย่างน้อยคุณก็ใช้มันโอ้อวดได้ว่าคุณจ่ายภาษีมากกว่าชาวบ้าน

แล้วคุณมี ศาสนาไหม ?

มีสิ โอ้ จ๊อช ตราบใดที่คุณต้องการ ศาสนาจะคอยปลอบใจคุณ
ศาสนาช่วยให้คุณสบายใจ ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเวลาคุณเห็นความอยุติธรรม
เวลาคุณรู้สึกสงสัยว่าทำไมโลกนี้มันเอี้ยจังวะ ศาสนาจะคอยปลอบประโลมคุณ
ทำให้คุณลืมปัญหา ด้วยวิธีต่างๆกัน

นอกจากนั้นล่ะ
มีอย่างอื่นที่ทำหน้าที่แบบเดียวกับศาสนาไหม

มีสิ

ชาติ และ เจ้า ยังไงหละ

ทั้งหมดนี้แบบเดียวกันคือคุณ
มีความสัมพันธ์ กับ ไอคอนนั้น
แล้วคุณก็รู้สึกดีขึ้น

โดยผ่าน โปรปะกันด้าที่บอกว่า

ชาติ กับ เจ้า

เป็น พ่อแม่ ของคุณ

เป็น ที่เคารพบูชาของคุณ

เมื่อตอนเด็กคุณเคยต้องปกป้องพ่อแม่ของคุณ
คุณต้องปกป้อง “สถาบัน”การศึกษา ของคุณใช่ไหม

พวกนั้นกลายเป็นตัวตนของคุณใช่ไหม

ตอนนี้ คุณก็แค่ปัดฝุ่นกลับมาใช้อีกครั้งนึง

คุณเคยปกป้องพ่อแม่ของคุณ ศาสนาของคุณ โรงเรียนของคุณ มหาลัยของคุณ อาชีพการงานของคุณ และชาติของคุณ

ตอนนี้”เจ้า”เป็นเหมือนทั้งหมด

เป็น “เจ้าของ”คุณ

คุณเชื่อมั่นในตัวเองโดยไม่ต้องไอเดนทิฟายตัวเองกับข้างบนไหม

ไม่

ทั้งหมดนี้เพราะคุณไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเอง

แทนที่จะภาคภูมิใจในความเป็นคนธรรมดา
คุณถูกทำให้เชื่อว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย
ที่ทั้งโง่ เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีระเบียบวินัย
อย่างที่คุณเคยได้รับการสอนใน โรงเรียน และสื่อก็กรอกหูคุณอ้อมๆบ่อยๆ
แต่คุณไม่เป็นอ่ะ และก็ไม่อยากให้ใครย้ำเรื่องนี้

และ ทั้งมีน้ำใจ รู้จักให้อภัย เป็นเมืองพุทธ อยู่ใต้พระบารมี มีสัมมาคารวะ มีความกตัญญู ซึ่งคุณก็มีลักษณะนี้ เรื่องนี้ต้องเน้นมากๆ ใช่มั๊ยครับ
คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อคุณมองคนอื่นที่ลำบากมากกว่า จนกว่า ฯลฯ
แทนที่คุณจะรู้สึกว่านั่นเป็นปัญหาที่คุณควรต้องแก้ไข
หรือสงสัยว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไหม หรือคุณจะทำอะไรได้บ้าง

คุณมองไปที่เค้าแล้วคุณรู้สึก
ดี ขึ้น ใช่ไหม ถามตัวเองซิ
ใช่ไหม ?

ถ้าใช่ คุณหมกมุ่นกับตัวเองมากจริงๆ
ถ้าใช่ ลึกๆแล้วคุณเห็นด้วยกับการมีใครบางคนต้องคงความจนเอาไว้
เพราะคุณต้องการรักษาคนจนไว้เปรียบเทียบกับคุณเพื่อคุณจะได้มีคนที่คุณรู้สึกเหรือกว่า

คุณอยู่ในสังคมที่เชื่อว่ามนุษย์ ไม่มีความเท่าเทียม และเสมอภาค
มันจะเสมอภาคได้ยังไง ในชีวิตคุณคุณต้องโพสิชั่นตัวเองเหนือว่าหรือต่ำกว่าคนอื่นตลอดเวลา
เพราะฉะนั้นคุณก็ไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันกับมนุษย์คนอื่นๆได้
แถมคนไทยคนอื่นๆก็ ไม่ดีเอาซะเลย อย่างที่คุณเคยได้รับการบอกมา อย่างที่คุณเจอมา คุณก็เจอแต่คนที่
ชอบวางอำนาจไม่ใช้เหตุผล ทำไมนะ คงเพราะคนไทยนี้มันสันดานไม่ดีกระมัง ?

ไม่มีอารมณ์วูบไหนที่คุณจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับคนทั้งโลก(เพราะคุณถูกทำให้เป็นไทย)

ไม่มีอารมณ์วูบไหนที่คุณจะรู้สึกว่าคนทั้งโลกเป็นคนเหมือนๆกันๆ
แชร์ความดีและความไม่ได้เรื่องเหมือนๆกัน
เพราะคุณกลายเป็นปัจเจกชนที่อยู่ในโครงสร้างลำดับขั้น

คุณไม่สามารถภูมิใจกับความเป็นคนธรรมดาแบบที่ไม่ต้องอิงกับอะไร
เพราะคุณต้องคิดถึงมนุษย์ในลักษณะลำดับขั้น

คุณไม่มีสังคมที่คุณใช้อำนาจได้จริงผ่านการเลือกตั้ง การโหวต
ประสบการณ์เหล่านี้สำหรับคุณเป็นรูปแบบไม่ใช่สาระ

ไม่ต้องห่วง คุณมี “ท่าน”
คุณมีความสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้
ในฐานะของปัจเจกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ

“ท่าน”ไม่เหมือน พ่อแม่แท้ๆของคุณซึ่งเป็นคนธรรมดา มีงี่เง่าให้เห็น
ไอคอนเหล่านี้ สำหรับคุณ เป็นเรื่องเล่า
เป็นจินตนาการพร้อมภาพและเสียงมีชีวิต
ซึ่งสามารถ แต่งให้เป็นเรื่องไม่มีทางทำอะไรผิดได้
หรืออีกนัยหนึ่งคุณต้องการเรื่องเล่าที่ทำให้คุณ

ความเชื่อนี้ ให้ความรู้สึกซาบซึ้ง กับคุณ
คุ้นกับความรู้สึกว่า มีคนสำคัญ มีบุณบาระมี มารักคุณ
หวังดีกับคุณท่ามกลางประเทศ และเพื่อนร่วมชาติที่ห่วยแตกนี้

เมื่อคุณแต่งงาน มีลูก

เมื่อคุณมีลูกคุณจะกลายป็นเทวดา
(พุทธศาสนาในไทยบอกไว้อย่างนั้น พ่อแม่เป็นเทวดา เป็นอรหันต์ เป็นพรหมของลูก บอกมาตั้งแต่ยุคที่พวกเจ้าอยุธา สุโขทัย ลูกฆ่าพ่อฆ่าแม่ พ่อแม่ฆ่าลูกฆ่าญาติ
แย่งบัลลังก์กันเป็นปกติ …. สาธุ ช่างเปนพระบารมียิ่ง ถ้าท่าน-พวกเจ้าสมัยนั้น-ไม่ฆ่ากันชิปหายในครอบครัวอย่างนั้นพวกเราคงไม่แผ่นดินอยู่….จริงๆนะ ไม่เชื่อก็ลอง
ไปอ่านประหวัดสาดเวอชั่นฮิตๆดูสิ )

เมื่อคุณจะได้ทำในสิ่งเดียวกับที่เคยถูกทำแล้ว

คุณลืมห่าไปหมดแล้วว่าความทุกข์ของเด็กเปนไง
คุณทำสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุด

แต่ส่วนใหญ่แย่กับเด็ก T-T

เอาน่า
อย่างน้อยที่สุดคุณทำได้ไม่แย่ไปกว่าคนรุ่นพ่อแม่คุณแน่นอน

แต่ส่วนใหญ่แล้ว
คุณพยายามสอนเด็กทุกอย่าง ควบคุมเด็กทุกอย่าง เหมือนที่คุณเคยได้รับมา

คุณมีอำนาจที่จะบอกว่า คุณเป็นพ่อ แม่ พ่อแม่เกิดก่อน หวังดี และ ถูกเสมอ

ประชาธิปไตยเหรอ
ประชาธิปไตยพ่อมึงดิ
ไม่ใช่เรื่องของกู
ไอ้ชิปหาย

แล้วเด็กคนนั้นก็จะมีประสบการณ์คล้ายๆกับคุณ
นั่นเอง….

สาธุ….

หมายเหตุ 1

แรงบันดาลใจบางส่วน
มาจากคุณ กิ๊กผม …เธอเป็นยอดมนุษย์ ( โดยเฉพาะ “ไอ้ชิปหาย” ทั้งหมด )

หมายเหตุ 2

รวมศัพท์

รีโปรดิ๊ว = reproduce, reproduction
จัสติฟาย = justify
อะนาคิส = anarchism
โปรปากันด้า = propaganda
ออโธริตี้ = authority
ออโธริทาเรี่ยน =authoritharian
ไอเดนติฟาย = identify
ระบบอาวุโส = ระบบอาวุโสแบบไทยๆ
ท่าน = ท่าน (ก็ท่านไง)

โพสต์ในกลุ่ม ฟ้าเดียวกันออนไลน์

26 Responses to “ย้อนอดีต ชีวิต จาก วัยเด็ก การลงโทษ พ่อแม่ ชีวิตวัยเรียน และ ความเป็นไทย”

Pages: [3] 2 1 » Show All

  1. 24
    123 Says:

    ในโลคนี้คงไม่มีคำว่า บุณคุณในศรีษะคุณแล้วใช่ไหม

  2. 23
    สาด Says:

    ถ้ามิงอยากย้ายออกไปจากประเทศไทยก็รีบย้ายเหอะครับไม่ได้มีใครมาง้อมิงหรอก มิงไม่อยากรู้จักใครมิงอ่ะรู้จักตัวเองดี มิงไม่วนใจใครแล้วมิงจะมาพูดให้ใครสนใจมิงมิทราบ มิบอกมิงเป็นคนรักสันโดนแล้วมิงเข้าสังคมอินเตอร์เน็ทไม่ไอ้ควาย คนอ่านมันมี มิงมีความคิดอันนั่นก็เรื่องของมิง มิงอยากอยู่คนยเดี่ยวในโลกก็เรื่องของมิง มิงบอกว่าประเทศกดขี้มิง มิงก็ไม่อยู่ประเทศที่เค้ารักประชาธิปไตยมาก ดิว่ะ ควาย อย่างพวกผมทอง ที่แมร่งเกรียจคนอย่างมิงชิบหาย

    เบื่อพวกซ้ายจัด ขวาจัด โง่อ่านแต่หนังสือที่เค้าแต่งมาเพื่อหลอกพวกมิงจัง ไอ้หนังสือแมร่งเขียนขึ้มมาที่พวกมิงชอบอ่านนะ แม้ป่นคอมมิวนิสทั้งนั้น มิงชอบแบบนี้ก็ย้ายประเทศไปสาด อยากเสมอภาคมากนัก แค่มิงมาออกความคิดเห็นได้แค่นี้เค้าก็ให้อิสะภาพทางความคิดกับมิงเท่าไรแล้ว

    มิงอยากย้ายประเทศก็รีบย้ายไปครับ ผมคงไม่ต้องการอะไรจากคุณหรือความคิดเห็นอะไรจากคุณ จากพวกซ้ายจัด ขวาจัด เรียนสูงใช่ว่าฉลาดพวกนี้มีปัญหาทางสภาพจิตใจสะส่วนใหญ่ เรียนสูงอ่านหนังสือเยอะแต่ไม่สามารถเข้ากับสังคมจริงได้ต้องหลบอยู่หลับคอมพิวเตอร์เพื่อระบายความรู้สึกนึกคิด

    คนในชีวิตรู้อ่ะครับ โลกในชีวิตจริงกับโลกในความฝันมันคนล่ะเรื่องกัน อย่าเอาโลกในความฝันของตัวเองมาเป็นเกรณ์ ไอ้ควาย ไปหาหมอเช็คสุขภาพจิตบ้างก็ดีนะมิง กูว่ามิงปัญหาเรื่อง นี้นะเตือนด้วยความหวังดี

  3. 22
    ก้อง ความคิดของผมนะ Says:

    ย้อนอดีต ชีวิต จาก วัยเด็ก การลงโทษ พ่อแม่ ชีวิตวัยเรียน และ ความเป็นไทย
    ฟ้าเดียวกัน

    คุณมาจากไหน ?

    ย้อนอดีตแบ๊กกราวน์ชนชั้นกลาง ชีวิตวัยเด็ก ครอบครัว ชีวิตวัยเรียน การให้รางวัลและการลงโทษ และ ความเป็นไทย

    1 นี่เป็นความพยายามจะย้อนอดีต ความทรงจำและประสบการณ์รวมหมู่ของชนชั้นกลาง, ซึ่งเป็นชนชั้นของผู้เขียนเอง, เพื่อปะติดต่อภาพว่าโลกทัศน์แบบชนชั้นกลางมีที่มาจากอะไร ประสบการณ์แบบไหน การสร้างคอนดิชั่นทางสังคมแบบไหน ทำให้ชนชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นอย่างปัจจุบัน

    2 เรื่องนี้เขียนด้วยภาษาแบบคนทำมะดาคุยกัน การสะกดที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนเป็นความตั้งใจของคนเขียนเอง

    โปรดนึกถึงตอนเด็กๆ

    ลองนึกถึงตัวเองตอนอายุหลักเดียว…

    ผู้ใหญ่ รอบๆตัวคุณจะเลี้ยงดูคุณ ดูแลคุณ จริง
    คนที่อายุมากกว่าคุณรอบตัวคุณจะล้อเลียนคุณ แกล้งคุณ โกหกคุณ ไม่จริง
    ใช้อารมณ์ในการบังคับควบคุมคุณ ก็ไม่จริง
    ลงโทษคุณ ให้รางวัลคุณ เล่นล่อเอาเถิดกับคุณ ส่วนใหญ่ไม่จริง
    แกล้งคุณให้ร้องไห้แล้วบอกว่าอย่าร้องนะ ฯลฯ ไม่จริง
    คนที่มีอายุมากกว่าคุณ มีอำนาจมากกว่าคุณทุกคนดูจะเอาแน่นอนไม่ได้ ก็ไม่จริงอีกล่ะ
    บางครั้งก็รักคุณ บางครั้งก็ทำร้ายคุณทางจิตใจและร่างกาย มากบ้างน้อยบ้าง ไม่จริง

    ยกเว้นคุณโชคดีเกิดในบ้านที่เป็นส่วนน้อยมากๆคุณจะเจอกับสิ่งเหล่านี้น้อยหน่อย คงเปนกรูล่ะนะ ที่โชคดี
    คุณเรียนรู้ว่า คุณมีอำนาจน้อยกว่า และต้องยอม ยอมไปงั้นแหละ จริงๆก็ไม่ได้ยอมหรอก ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงมากกว่า

    คุณเรียนรู้ลำดับความสำคัญของตำแหน่งทางสังคม แน่นอน ก็สังคมนี่ต้องลำดับขั้นอยู่ละ
    พี่ น้อง ญาติ
    หน้าที่ของผู้หญิง ของผู้ชาย หรอ มีสอนด้วยหรอวะ
    เมื่อคุณไปโรงเรียน คุณจะต้องถูกล้อชื่อพ่อแม่ ไม่ค่อยหว่ะ เพราะส่วนใหญ่คัร้งเดียวแล้วเลิก ใช้จิตวิทยาเก่งแต่เด็ก
    แล้วไม่ว่าคุณจะเข้าใจว่าอย่างไรก็ตาม
    คุณจะเริ่มรู้สึกว่าการล้อชื่อพ่อกับแม่เป็นเรื่องเสื่อมเกียรติ เฉยๆ ล้อก็ล้อไปดิ เปนห่าไรมากป่ะ ไอคนที่ล้ออะ
    คุณจะเริ่มรู้สึกว่าคุณต้องปกป้องสิ่งที่ว่านี้เอาไว้ ไม่อะ

    อันนี้คงจะเป็นประสบการณ์แรกในการรักษา อ้าวหรอ กรูเฉยๆแต่แรกแล้วอะ
    อะไรบางอย่างที่มีสัมพันธ์กับคุณในเชิงโครงสร้าง หรอ?

    การรักษาสถาบันอันแรก ?

    เมื่อคุณไปโรงเรียน

    คุณจะเรียนรู้การตอบสนอง แน่นอน
    ให้ถูกใจคนที่มีอำนาจมากว่าคุณ อันนี้ไม่ใช่ละ เกรดกรูเลยไม่ดีไง เพาะกรุไม่อยากทำ

    การทำตามๆไปโดยไม่ต้องคิด อันนั้นมันใครอะ แต่ไม่ใช่กู กรูคิดนะ

    การอดทนที่จะอยู่กับ ครู หรอ? ต้องอดทนด้วยหรอ?
    ที่ส่วนใหญ่ชอบแสดงความวิปริตทางอารมณ์ ส่วนน้อยน่าจะถูกกว่า

    ความคลั่งไคล้การลงโทษ การใช้ความรุนแรง ไม่นี่

    ความปรารถนาที่จะได้ข่ม ได้โอ้อวดความรู้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมี ไม่เหนจริงเลย สักนิด

    ความปรารถนาที่จะแสดงอำนาจด้วยการจับผิด เรื่องการแต่งตัว ทรงผม เห่อๆ แสดงอำนาจที่ไหนละ มองจุดประสงค์หลักผิดละ

    หรือ การออกกฎบ้าๆบอๆ มาควบคุมนักเรียน แล้วไปทำบ้าๆบอให้เค้าออกกฎทำไมอะ อันนี้กรูก็เฉยๆอีก กูอยู่ของกูดีๆ ไม่มีกฏห่าไรมามีอำนาจกะกูอะ

    ความไวต่อแรงกระตุ้นทางเพศแบบผิดปกติ
    แล้วแสดงออกด้วยการจับผิดการแต่งตัวของเด็กผู้หญิง ไม่รู้ว่ะ อยู่โรงเรียนชายล้วน

    ครูแอบจิตที่เกลียด นร.หญิงที่สวยๆ เหมือนข้างบน

    ครูหื่นที่ชอบลวนลามเด็ก ไม่มีอะ

    ครูหัวงูที่ชอบจีบเด็ก ก็ไม่มีออีกอะ มีแต่เด็กจีบครู

    ครูสาวแก่ที่ชอบด่าเด็กผู้หญิงที่สนใจผู้ชาย ไมรู้หว่ะ ชายล้วนเว้ย

    ครูทอมที่ชอบทำตัวห้าว เป็นฮีโร่แบบโง่ๆ หรือชอบหลีเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ละ เห่อๆ

    ทั้งหมดภายใต้คำแก้ตัวว่าหวังดี คำแก้ตัวหรือเหตุผล ที่เป็ฯจุดประสงค์หลัก เริ่มแรกของการกระทำ สำหรับครูที่ไม่ดีมันอาจเปนอย่างนั้น แต่ครูที่ดีก็มีเยอะแยะถมเถ เหมือนครุกูอะ ไม่เหนมีเลย พฤติกรรมข้างบน ที่เมิงบอกกูเนี่ย

    คุณเรียนรู้ที่จะยอมรับต่อหน้าเพื่อได้รางวัลอะไรบางอย่าง ไม่ใช่กรูอีกอะ
    และ นินทาลับหลังเมื่อมีโอกาส ก็ไม่ใช่อีกอะ กูตรงหน้าเสมอคิดไงก็ตอบอย่างนั้น เหมอืนตอนนี้

    พูดถึงเนื้อหาของสิ่งที่คุณเรียน หลักสูตรมาตรฐานของประเทศนี้จะสอนคุณว่า

    ชาติ เป็นสิ่งสำคัญมาก หรอ ไม่รู้หว่ะ กรูไม่ค่อยตั้งใจเรียนอันนี้เฉยๆ
    เจ้าส์ มีบุญคุณกับเรามากมาย เค้าก็ไม่คอ่ยได้ปลูกฝังนะ สำหรับกู หรือกูไม่เคยจำห่าไรที่ รร เลย กูก็ไม่รู้ แต่กูไม่เคยคิดนะว่าเค้ามีบุญคุณ แต่เค้าเปนคนดี ทำความดีไว้เยอะ แค่นั้นก็พอสำหรับกูละ เพราะกูมองแต่สิ่งดีๆ
    ประเทศไทยอยู่มาได้เพราะเจ้า เห่อๆ นั่นมันความคิดเด็กๆ ซึ่งตอนเด็กกูไม่เคยคิด และพอกูโตมา กูก็รู้ว่า ไมได้อยู่ได้ เพราะ เจ้า เห่อๆ
    พุทธศาสนาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมไทย มันสอนจริงอะ แต่กูไม่สนใจ
    คณะราษฏรชิงสุกก่อนห่าม หรอ? ไม่เหนรู้เรื่อง
    คอมมิวนิสต์เป็นปีศาจ หรอ? ไม่เหนรู้เรือ่ง
    เจ้าไม่เคยมีบทบาททางการเมืองหลัง2475 หรอ? กูว่าบทบาทเยอะแยะ ตามชนบท แต่บทบาททางการเมืองไม่ดี ก็ดีแล้วนี่
    นักการเมืองเลว ซื้อเสียง อันนี้กูเหนเอง ไม่มีใครสอนกู
    ป๋าเป็นนายกที่คนไทยภูมิใจ ป๋า นี่ใครวะ ถ้าเปน หมีหน้าหัก ก็ ไม่ใช่ละ
    การยกย่องคิงเป็นเรื่องจำเป็น ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ ไม่เคยโดนสอนแบบนี้นะ
    เอ็นจีโอเป็นนายหน้าค้าความจน หรอ? กรูไม่รู้เรื่อง NGO เลยหว่ะ
    คนจนนั้นโง่ น่าสงสาร ไม่เคยสอนอีกอะ
    ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เออ อันนี้สอน

    ระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด มีระเบียบวินัยแล้วชาติจะเจริญ ไม่เคยสอนนะ
    ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องโง่ในประประเทศนี้ ก็ไม่เคยสอนอีกนะ
    เซ็กเป็นเรื่องเลวร้ายตราบใดที่ไม่ได้จัสติฟายด้วยการแต่งงาน ก็ไมเคยสอนอีกนะ

    คนไทยโง่ คนไทย ไม่สามัคคี คนไทยไม่ได้เรื่อง คนไทยขายเสียง เคยได้ยินนะ แต่ไมได้สอนอะ เคยได้ยินใครพูดไม่รู้
    พม่าเป็นศัตรู น่ากลัว ลาวด้อยกว่า เคยได้ยิน
    เวียดนาม มาเล สิงคโปร์ เป็นคู่แข่ง หรอ?
    เค้าเก่งกว่าดีกว่า แต่เราโชคดีกว่าที่มีคิง อันนี้ไม่ใช่อะ ประโยคสุดท้ายเนี่ย

    แต่ทั้งหมดนั้นคุณไม่ได้สนใจมันมากนัก อือ กูไม่สนใจเลย เพราะกูไม่ชอบเรียน

    คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ การแก่งแย่งความเด่นความดัง ไม่อะ กูอยู่เฉยๆของกู อยากทำไรก็ทำ คนอื่นช่างหัวมัน
    อำนาจ และตำแหน่ง เล็กๆน้อยเปรียบเทียบกับเพื่อนๆของคุณ ไม่ใช่อะ
    และ ความสนุกสนาน

    คุณอยู่ในความสัมพันธ์แบบแข่งขัน ก็ไม่ใช่อีกอะ แมร่งชิวกันจะตาย
    และโดยส่วนใหญ่แล้วคุณไม่ใช่ผู้ชนะ ก็ไม่อีกอะ เพาะเลือกที่จะแพ้มากกว่าชนะเอง

    ถ้าจะมีเลือกตั้งประธานนักเรียน ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่ตัวแทนของคุณถูกคอนโทรลอยางเคร่งครัดจากครู ไม่อีกอะ
    และพูดอะไรบางอย่างตามแบบที่ครูต้องการ ก็ไม่ใช่อีกอะ
    และคุณก็ไม่สนใจมันจริงๆหรอก เออ อันนี้ใช่กูไม่ค่อยสนใจ พวก ปธ เท่าไร

    คุณไม่สามรถรวมตัวกันต่อต้านอำนาจอะไรของโรงเรียนได้ แล้วต่อต้านทำไมอะ กูอยู่เฉยๆของกู มีความสุขอยู่แล้ว
    โรงเรียนปฏิบัติต่อคุณในลักษณะปัจเจก ดีไวด์แอนด์รูล หรอ? ไม่ใช่หว่ะ โรงเรียนกูไม่เปนแบบนั้น

    ช้าก่อน ถ้าโชคดีหน่อย(?) เรียนในโรงเรียนช่างๆ เทคนิค เทคโน อาจจะได้ยกพวกตีกับโรงเรียนอื่นด้วย
    เข้าแก๊งต่างๆ ได้แสดงความรัก “สถาบัน” กันอย่างเป็นรูปธรรม ก็ไม่ใช่อีกอะ กูโชคดีจิงหว่ะ

    (ส่วนเด็กแซ๊บ เด็กแว๊น เด็กสก๊อย อย่าน้อยใจไป คนสำคัญในประเทศนี้ก็เคยรักการขับรถซิ่งมาก่อน)

    ในประสบการณ์คุณ
    แทบไม่มีอะไรที่ตัดสินด้วยการโหวต ส่วนใหญ่ ตัดสินด้วยการโหวตนะ ชีวิตกู

    คุณไม่สามารถพูดอะไรบางอย่างได้เสมอ ที่บ้านและโรงเรียน พูดได้นะ แต่ได้ไม่หมด แต่สำหรับกู ก็เกือบหมดนะ จนเค้าว่าหาว่ากูบ้า และ เพ้อเจ้อ
    คุณรู้ว่าพูดอย่างทำอย่างไรจะได้รางวัลเสมอ ไม่นี่ กูพูดเพาะกูอยากพูด และกูอยากทำ
    ก็แค่ พูด ตอบ อย่างที่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าคุณคาดหวังให้คุณตอบ ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรก็ตาม ไม่อะ เถียงอาจารย์ ถามเหตุผลอาจารย์ให้ชัด แล้วเถียงบ่อยๆ สาดๆ อะกูเนี่ย เพื่อนกูเปนพยานได้
    และคุณหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพราะคุณมีอำนาจไม่พอที่จะต่อกรกับผู้ใหญ่ ไม่ใช่กูอะ
    อย่างมาก คุณก็หาเรื่องใครที่มีอำนาจน้อยกว่าคุณ ไม่นะ หาทำไมล่ะ กูล่ะหาเรื่องพวกที่มีอำนาจมากกว่ากู
    คุณไม่ได้สังเกตหรอกว่าทำอย่างนั้นไปทำไม กูสังเกต และกูก็เริ่มสังเกตว่า เมิงโชคร้ายจิงๆและน่าสงสารจิงๆ

    คุณอาจจะต่อต้านสิ่งเหล่านี้ ยอมรับนะ เพราะมันไม่ใช่ในชีวิตกูอะ อย่างที่บอกแต่ตอนแรก กูคงเปนส่วนน้อยล่ะนะ

    ต่อต้านในลักษณะของปัจเจก ไม่ต่อต้านหว่ะ กูชอบ เพราะกูไม่ชอบที่คนเยอะๆ หรือหมุ่มาก
    หรือแก๊งกับโครงสร้างของอำนาจในโรงเรียน
    อุดมการณ์ ที่ว่าการไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่กูเลย

    การต่อต้านนี้มีหลายรูปแบบเป็นไปโดยธรรมชาติ
    ไม่มีอุดมการณ์ที่เป็นรูปเป็นร่าง อาจจะทำโดยแก๊งหรือปัจเจก
    รูปแบบของการต่อต้านนี้ มีลักษณะรวมกันอย่างหนึ่งคือการต่อต้านอำนาจของสถานศึกษา
    มีความสร้างสรรค์ในกระบวนการต่อต้านอยู่มาก

    ฟังดูดี เหมือนที่พวกสนับสนุนอะนาคิสชอบพูด

    แต่การต่อต้านทั้งหมดล้มเหลว….. ไม่เคยต่อต้านอะ ไม่รู้ว่าจะเปนยังไง

    เพราะการต่อต้านทั้งหมด
    ไม่สามารถสร้างอุดมการณ์อะไรบางอย่างที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์หลักของโรงเรียนขึ้นมาได้ ก็ไม่รู้อีกล่ะ

    จบจากโรงเรียน

    คุณจะพยามมองกลับไปแล้วเลือกสิ่งที่ดีๆ เพราะใครก็สอนไว้ว่า มองแต่แง่ดี อืมจิงนะ แต่เรื่องไม่ดีก็เกบมาจำเอาไว้เสมอนะ อย่างเช่น ต่อยกับเพื่อนเมื่อไร ทำไม เพราะอะไร ใครผิด ใครถูก กูจำหมดนะ แต่มองสิ่งดีก่อน อันนี้ยอมรับ
    ในสังคมไทยนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่มีอำนาจมากขึ้นเท่าไหร่ คุณต้องพยายามมองในแง่ดี แง่ไม่ดีนั้นคุณห้ามพูด แม้แต่คิดก็อาจบาป อันนี้จิง กูเลยโดนหาว่า บ้า
    อุ๊ป…น่ากัวจางเยย
    แม้แต่พุทธทาส ซึ่งเวลาสอนก็มักพูดเรื่องไม่ดีของปุถุชนคนธรรมดาในสายตาแก
    ก็บอกว่ามองแต่แง่ดีเถิด อืม ใช่ จริง

    โซ ยู ก้อเลย ภาคภูมิใจ ซึ้งกับ โรงเรียนของคุณ อันนี้ไม่ใช่ละ ไม่เหนถูกตามหลัก เหตุและผล หรือตรรกศาสตร์ตรงไหน

    มองกลับไปอย่าง”อดีตผู้แพ้ที่เข้าใจโลก”
    และบอกว่า มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก มันดีสุดๆเลยตะหาก เพาะมองจากประสบการณ์ของเมิง แล้วกูล่ะ สงสารเมิง

    เพราะคุณอยู่นอกสถานการณ์นั้นแล้วในขณะที่คุณพูด
    อยู่ในอีกสถานภาพหนึ่ง ที่ต่างไปอย่าสิ้นเชิง ก็ต่าง แต่ไม่เหนสิ้นเชิงเลย

    ไม่ว่าคุณจะมองอย่างไร
    โรงเรียนประสบความสำเร็จในการทำให้คุณเชื่อในเรื่องส่วนใหญ่ที่สตรัคเจอร์ต้องการ กูยังไม่รู้เลย มันสอนอะไรกู กูจำไรในห้องเรียนไม่ได้เลย สักกะติ๊ดนึง
    กลับไปมอง”เด็ก”ที่เป็นเหมือนคุณว่า ไร้เดียงสา และจะได้เรียนรู้เอง อือ อันนี้จริง
    คุณพูดสิ่งที่คุณเคยได้ยินมาบ่อยๆ วิ่งที่คนมีอำน่จมากกว่าคุณพูดให้ได้ยินตอนเด็กว่า

    “พอโตแล้วก็เลยเข้าใจ” เออ อันนี้เคยมีคนพูด จริง

    แหละนี่ก็เป็น
    ประสบการณ์ที่สองที่คุณ”มีส่วนร่วม”ในการรีโปรดิ๊ว โครงสร้างเชิงสถาบัน ของกระบวนการศึกษา โห น้อยมากเลยนะ ที่กูได้เข้าไปในโครงสร้างเนี่ย

    เอาล่ะ เข้ามหาลัยแระ

    คุณเริ่มมีอำนาจมากขึ้น อำนาจแรกของคุณในการระบายออกถึงสิ่งที่คุณเคย ไม่ใช่กูอีกละ

    คุณชอบรับน้อง มันสะใจ…. กู เฉยๆมากกกก จิงๆ สะใจนั่นมันเมิง ไม่ใช่กูอีกละ

    ไม่รู้ล่ะ
    เอาเป็นว่าคุณชอบ ไม่อะ เฉยๆ ทำไปตามประเพณีงั้นๆแหละ

    คุณจึงปกป้องครั้งแรกที่คุณได้เป็น”ผู้ใหญ่” เห่อๆ ไม่อะ กูอยากทำให้รีบๆจบ กูจะได้ไม่ต้องมีภาระ

    การเป็นผู้ใหญ่ในแง่นี้คือการที่คุณได้คอนโทรลคนอื่น ไม่หว่ะ กูไม่ชอบ เพราะชีวิตใครชีวิตมันคอนโทรลตัวเองได้
    ทำให้คนอื่นอยู่ใต้อำนาจคุณ นั่นมันเมิงป่ะ ไม่ใช่กูอีกอะ โดนโยนมาให้กูมีอำนาจตลอด ทั้งที่กูไม่อยากทำ
    โดยมีอุดมการณ์บางอย่างรับรอง ไม่ใช่อุดมการณ์ของกูละกัน แต่เปนของเพื่อนกูทุกคน
    คุณรู้สึกถึงการจัสติฟายอำนาจโดยอ้างอาวุโสแล้ว ก็ไม่ช่กูอีกอะ อย่างที่บอกกูไม่ได้ชอบมีอำนาจ
    เหมือนที่คุณเคยถูกผู้ใหญ่กว่าคุณทำมาตลอดชีวิต อืม… ก็ไม่ใช่ชีวิตกูอีกอะละนะ

    เป็นไงล่ะ นี่ล่ะคือการลองชิมสุดยอดของความเป็นไทย มิน่าล่ะ กูถึงไม่ค่อยเปนคนไทยนัก(ความคิดกูอะนะ)

    คุณเรียนรู้การมีอำนาจตามลำดับขั้น อ้าวหรอ?

    มีคนที่คุณต้องเคารพ มีคนที่เคารพคุณ อันนี้ใช่ จริง

    นี่คือความเป็นไทย ของจริง บอกได้ด้วยหรอว่า จริง?แล้วอันไหนของปลอม? แล้วปลอมได้ยังไง
    ความเป็นไทยที่กระซวงวัดทะนะทำไม่ค่อยอยากพูดถึง หรอ ? แล้วมันเคยพูดอะไรบ้างอะ กูไม่ค่อยสนใจ

    คุณเรียนรู้วิธีที่จะเล่นพรรคเล่นพวก รู้ว่ามันไม่ดี แล้วทำ ทำไมวะ ยอมรับว่าเรียนรู้ แต่กูไม่ทำ
    จากกระบวนการนี้

    คุณอยู่กับกลุ่มเพื่อนของคุณ ไม่ค่อยวะ กูสันโดษมาก
    คุณไม่มีกิจกรรมอะไรมากนักกับสังคม โห เยอะแยะมากมายยยยยยยยยยยย พูดไม่หมด
    คุณคุ้นเคยกับสังคมแก๊งกลุ่มเล็กๆ จนคุณโต ไม่นะ เปลี่ยนไปตลอด
    คุณมีรุ่นน้องให้คุณวางอำนาจเล่น มีให้วางอำนาจ แต่ไม่ได้วางเลย ถามรุ่นน้องกูได้
    รุ่นน้องที่ให้คุณเล่มเกมกดดันทางจิตเล่นๆ อืม อันนี้ใช่แฮะ ในส่วนที่บอกว่ามีรุ่นน้องที่ให้คุณเล่นเกมทางจิต แต่ไม่ใช่ เล่นๆ เพราะกูจิงจัง และใช้มันทำประโยชน์
    คุณมีรุ่นพี่ให้เคารพ อืม ใช่ แต่ไม่ทุกคน กูเลือกที่จะเคารพ

    ( เมิงจะเอาอะไรอีกล่ะ ? )

    และคุณก็อยู่ในมหกรรม โพรพากันด้าแบบย่อย ไม่อะ กูไม่ค่อยดูทีวีหรืออะไรเท่าไร โพรพานกันด้า มีผลกะกูน้อยมาก หากรู้จักเลือกรับสื่อ
    ในการปกป้อง ความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของมหาลัย โห ไม่ใช่ละ ภูมิใจเพราะตัวกูเอง ไม่ได้ภูมิใจเพราะมหาลัยเท่าไรเลย
    คุณได้เป็นลมหายใจของการระบบเส้นสาย สี ไม่เคยเปน และไม่เคยมี

    และ

    ที่จริงมันมีเหตผล ในการปกป้องชื่อเสียงของมหาลัยคุณ
    เพราะมันมันต้นทุนในการทำมาหากินของคุณในอนาคต อ้าวหรอ? ต้องปกป้องด้วยหรอ มีความรู้อะ จะเรียนที่ไหนก็มีกิน ไม่เหนต้องปกป้องเลย
    เป็นความภาคภูมิใจของคุณ ไม่อะ เฉยๆ กูภูมิใจสิ่งที่ตัวเองได้ รู้ มากกว่า

    และใครที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชาวบ้าน “คนไม่มีการสึกสา” ก็ย่อมดูด้อยกว่าคุณ อืม อันนี้จริงแฮะ
    นี่เป็น ประสบการณ์ที่สามในการรักษาสถาบัน…. ซึ่งไม่เหนตรงกับกูเลย

    และเราต้องไม่ลืมว่า ท่ามกลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอำนาจของคุณที่นี่ ?

    บรรดา อาจาน ทั้งหลายก็ยังคงมีสถานะเหนือกว่าคุณ ชี้เป็นชี้ตายให้กับคุณได้ โห ไม่อะ เถียงชิบหายอะ กูเนี่ย ค้นความจริงกับอาจารย์ ถามซ่อกถามแซ่ก เพื่อนๆทุกคนเปนพยานให้กูได้ คณะกูอาจารย์ไม่เปนงี้อะ
    และคุณก็เรียนรู้การแกล้งๆ เคารพในแบบไทยมามากพอที่จะดีลกับบรรดาอาจานเหล่านี้ได้ ไม่หว่ะ อาจารย์ไหนกูเคารพ กูเคารพด้วยใจ คนไหนไม่ชอบกูก็เฉยๆ แต่อาจารย์คณะกูนี่มีไม่ดีน้อยมาก
    บางกรณีคุณอาจเชื่อว่าอาจานเหล่านี้บางคนมีความรู้มากกว่าคุณ มีความเหนือกว่าทางออโธริตี้มากกว่าคุณจริงๆ บางกรณีอาจจะไม่ แต่ช่างมันเถอะ…… มีความรู้มากกว่าจริงๆ ในด้านที่อาจารย์ศึกษามาเปนหลัก(วิชาเอก) ส่วนในเรื่องของออโธริตี้นั่นไม่ใช่มั้ง

    เมื่อคุณออกจากมหาลัย ต่อจากนี้ไม่รู้แฮะ ยังไม่ออก (ขอข้ามส่วนที่ตอบไม่ได้ไป)

    …เดี๋ยวๆๆๆๆ ก่อน! ในวันที่คุณดีใจที่สุด “ท่าน”ก็มาอยู่กับคุณด้วย

    แหม๋ๆๆ ชิปหายแระ
    ช่างน่าปลาบปลื้มจริงๆ

    แล้วคุณก็ไปทำงาน
    คุณมีโอกาสมากกว่า
    คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้แล้ว

    ไชโย !

    ทำงาน

    คุณทำงานภายใต้ ระบบออโธริทาเรี่ยนเต็มรูปแบบ
    อำนาจคือความถูกต้อง ไม่มียูเนี่ยนเป็นส่วนใหญ่
    ชีวิตก็เหมือนเดิม เพื่อนเปลี่ยนจากหมาลัยเป็นเพื่อนที่ทำงาน
    แต่คุณพอจะมีโอกาสตักตวงอะไรจากระบบนี้ได้บ้าง
    คุณมีคนที่คุณข่มได้
    คุณอยู่เหนือ ชาวบ้านคนไม่มีการศึกษา
    บางทีคุณก็จ้างเค้าด้วยค่าจ้างถูกๆ
    ค่าจ้างที่คุณไม่มีทางยอมให้ตัวเองได้รับ

    แต่ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องปกติ
    ศาสนาบอกว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
    อย่าคิดมากดีกว่า
    เราเป็นคนไทย
    ยังไงเราก็โชคดีที่มีในหลวง

    บางคุณอาจประสบความสำเร็จ
    รวย หรือมีการงานดี
    ยินดีด้วยนะ.
    ..ไอ้ชิปหาย

    เอาล่ะ ย้อนมาดู กันดีกว่า คุณมีอะไรบ้าง

    คุณมีครอบครัว มี
    เพื่อน มี
    เพื่อนร่วมงาน มีเพื่อนร่วมงานในชมรมเยอะแยะ
    แฟน มี

    คุณมี “สังคม” ที่กว้างกว่ากลุ่มคนที่คุณรู้จักไหม คิดว่าไม่นะ
    คุณมีพื้นที่สาธารณะที่คุณมีความสัมพันธ์ในฐานะมนุษย์เหมือนกับคนอื่น เท่าๆกับคนอื่น โดยไม่ต้องมี
    ความสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนม( ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาวโส หรือ ระบบอุปถัมภ์ ) หรือเป็นกลุ่ม แก๊ง ที่ปิดตัวเองออกจากคนหมู่มาก) สังคมที่คุณเรียนรู้การเมืองในความหมายกว้าง
    ในทางสร้างสรรรค์ เช่น การโหวต การทำงานร่วมกัน การใช้สิทธิ ฯลฯ อันนี้ไม่ค่อยมีหว่ะ แต่มีในจอนอล และในสมอง และในการพูดคุยกับอาจารย์และเพ่อนๆ หลายๆคน ตามเนื้อหาของบทสนทนาจะพาไป แต่มีนะ

    คำตอบส่วนใหญ่ คือ ไม่ หรือ ไม่น่าจะมี

    คุณมีอะไรอีก คุณมีบทบาททางการเมืองไหม อาจจะ แต่ส่วนอยู่ในรูปแบบของ แฟนคลับดารา ไม่เคยเปนอะ

    สส. เข้ามาเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคุณไหม ส่วนใหญ่ไม่ ไม่ อันนี้จริง
    แต่ สส เลว ส่วนใหญ่เลว สื่อบอกคุณอย่างนั้น การศึกษาบอกคุณอย่างนั้น กูคิดเองนะว่า มันเป็นยังไง เพราะมีการใช้วิจารญาณในการรับสื่ออะ

    ส่วนภาษี คุณไม่ได้จ่ายภาษีให้สังคม คุณจ่ายให้รัฐ ไม่รู้หว่ะ ยังไม่มีรายได้
    ไม่ใช่สิ คุณไม่เต็มใจจ่าย แต่อำนาจบางอย่างบังคับให้คุณจ่าย ก็ไม่รู้อีกอะ
    และอย่างน้อยคุณก็ใช้มันโอ้อวดได้ว่าคุณจ่ายภาษีมากกว่าชาวบ้าน ก็ไม่รู้อีกอะ

    แล้วคุณมี ศาสนาไหม ? ไม่มี

    มีสิ โอ้ จ๊อช ตราบใดที่คุณต้องการ ศาสนาจะคอยปลอบใจคุณ ไม่อะ มีคนรัก เยอะแยะไม่ต้องการ ศาสนาอะ
    ศาสนาช่วยให้คุณสบายใจ ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเวลาคุณเห็นความอยุติธรรม โห ไม่ใช่เลย ไม่ยุติธรรมก็คือไม่ยุติธรรมดิ เข้าใจมันก็จบ เพาะความยุติธรรมไม่มีในโลกนี่
    เวลาคุณรู้สึกสงสัยว่าทำไมโลกนี้มันเอี้ยจังวะ ศาสนาจะคอยปลอบประโลมคุณ เออ หว่ะ โลกนี้เหี้ยมาก แต่ไม่มีใครปลอบกู แล้วทำไมต้องปลอบด้วยวะ? กูไม่เข้าใจจริงๆ
    ทำให้คุณลืมปัญหา ด้วยวิธีต่างๆกัน กูลืมนะ แต่ไมได้เพราะศาสนา เพราะกูไม่นับถือศาสนา

    นอกจากนั้นล่ะ
    มีอย่างอื่นที่ทำหน้าที่แบบเดียวกับศาสนาไหม เยอะแยะ เกมส์ ดนตรี หนังสือ จอนอล อาจารย์ เพื่อน คนรัก คนที่เรารัก โหย เยอะแยะ

    มีสิ

    ชาติ และ เจ้า ยังไงหละ เห่อๆ ไม่เหนเกี่ยวเลย

    ทั้งหมดนี้แบบเดียวกันคือคุณ หรอ?
    มีความสัมพันธ์ กับ ไอคอนนั้น
    แล้วคุณก็รู้สึกดีขึ้น ไม่อะ กูไม่เหนว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับกูตรงไหน

    โดยผ่าน โปรปะกันด้าที่บอกว่า

    ชาติ กับ เจ้า

    เป็น พ่อแม่ ของคุณ กำ มันเปนพ่อแม่กูตั้งแต่เมื่อไรวะ กูจำได้ว่ากูมีพ่อแม่ อย่างละคนนะ

    เป็น ที่เคารพบูชาของคุณ ไม่อะ เฉยๆ งั้นๆ เคารพในความดีของเค้า และบางคนเท่านั้น!!!

    เมื่อตอนเด็กคุณเคยต้องปกป้องพ่อแม่ของคุณ
    คุณต้องปกป้อง “สถาบัน”การศึกษา ของคุณใช่ไหม ไม่เคยอะ

    พวกนั้นกลายเป็นตัวตนของคุณใช่ไหม ไม่ใช่อะ

    ตอนนี้ คุณก็แค่ปัดฝุ่นกลับมาใช้อีกครั้งนึง ก็บอกว่าไม่ใช่

    คุณเคยปกป้องพ่อแม่ของคุณ ศาสนาของคุณ โรงเรียนของคุณ มหาลัยของคุณ อาชีพการงานของคุณ และชาติของคุณ ไม่เคยอะ กูล่ะอยากประเทศนี้มันชิบหาย เร็วๆด้วยซ้ำ เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น

    ตอนนี้”เจ้า”เป็นเหมือนทั้งหมด โห ไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรกับชีวิตกูเลย แต่ความดีที่เค้าเคยทำ หลายอย่างสอนกูไว้เมหือนกัน

    เป็น “เจ้าของ”คุณ โห เจ้าของกู ก็คือ ตัวกูเอง เกี่ยวไรกับเค้า

    คุณเชื่อมั่นในตัวเองโดยไม่ต้องไอเดนทิฟายตัวเองกับข้างบนไหม เชื่อดิ

    ไม่ ใช่ เห่อๆ เปนไรมากมั้ยเนี่ย

    ทั้งหมดนี้เพราะคุณไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเอง โห กูเชื่อมั่นตัวเองสุดๆ

    แทนที่จะภาคภูมิใจในความเป็นคนธรรมดา โห กูก็ภาคภูมิ และมีความสุขดีอีกอะ
    คุณถูกทำให้เชื่อว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย อือ ก็กูเปนส่วนหนึ่งจิงๆ ก็กูเปนคนไทยอะ
    ที่ทั้งโง่ เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีระเบียบวินัย นั่นไม่ใช่กูละ เพราะกูมีทุกอย่าง ทั้งสมองและไม่เคยเอาเปรียบ และกูไม่เหนแก่ตัวด้วย และกูก็มีระเบียบวินัยสูงอีกตะหาก
    อย่างที่คุณเคยได้รับการสอนใน โรงเรียน และสื่อก็กรอกหูคุณอ้อมๆบ่อยๆ เห่อๆ โรงเรียน กูไม่เคยสอน หรือกูไม่เคยสนใจวะ สักอย่างเอาเปนว่า กูไม่รู้เรื่อง
    แต่คุณไม่เป็นอ่ะ และก็ไม่อยากให้ใครย้ำเรื่องนี้ ก็ใช่ แต่กูก็เปนของกู ใครจะย้ำ ก็ทำไมอะ ก็กูเปนของกูแบบนี้

    และ ทั้งมีน้ำใจ รู้จักให้อภัย เป็นเมืองพุทธ อยู่ใต้พระบารมี มีสัมมาคารวะ มีความกตัญญู ซึ่งคุณก็มีลักษณะนี้ เรื่องนี้ต้องเน้นมากๆ ใช่มั๊ยครับ ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด กูคิดว่าควรเน้นเรื่องน้ำใจ ให้อภัย แต่ไม่ใช่เพราะเปนเมืองพุทธ นะ แต่เพราะ เพื่อสังคม มีสัมมาคารวะ อือ ก็ควรมีนี่ มันเปนเรื่องของการทำให้ ทุกคนหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กัน ความกตัญญู เรื่องนี้ เฉยๆนะ แต่มีก็ดี ทำเท่าที่เราทำได้
    คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อคุณมองคนอื่นที่ลำบากมากกว่า จนกว่า ฯลฯ โห นั่นมันเมิงละ ไม่ใช่กูอีกอะ กูละ เซง ที่ต้องเหนคนอื่นลำบาก ทรมาน แต่ทำไงได้อะ กูไม่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้นี่
    แทนที่คุณจะรู้สึกว่านั่นเป็นปัญหาที่คุณควรต้องแก้ไข อ้าว กูรู้สึกแล้วหว่ะ ตอบข้างบน ก่อนอ่านประโยคนี้ด้วยซ้ำ กูอ่านประโยคนึง กูตอบเลย
    หรือสงสัยว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไหม หรือคุณจะทำอะไรได้บ้าง กูไม่ได้เปนส่วนหนึ่งของปัญหา แต่กูเปนคนนึงที่จะต้องประสบกับปัญหานี้เข้าสักวัน ทำไรได้หรอ ทำไรไม่ได้ ทำตัวเองให้ดีก็พอละกัน ชีวิตตัวเองก็ต้องดูแลตัวเอง ชีวิตคนอื่นก็ควรให้เค้าดูแลตัวเอง ช่วยเท่าที่เราช่วยได้ ฟังก็ฟัง ไม่ฟังก็ช่างมัน

    คุณมองไปที่เค้าแล้วคุณรู้สึก
    ดี ขึ้น ใช่ไหม ถามตัวเองซิ
    ใช่ไหม ? ดีขึ้น ห่าไร กูเคยร้องไห้แล้วถามอาจารย์ว่า แล้วแบบนี้กูจะเรียนไปทำห่าไร ในเมื่อเอาไปช่วยเค้าไม่ได้

    ถ้าใช่ คุณหมกมุ่นกับตัวเองมากจริงๆ กูว่าเมิงอะ ที่หมกมุ่น
    ถ้าใช่ ลึกๆแล้วคุณเห็นด้วยกับการมีใครบางคนต้องคงความจนเอาไว้ ไม่อะ
    เพราะคุณต้องการรักษาคนจนไว้เปรียบเทียบกับคุณเพื่อคุณจะได้มีคนที่คุณรู้สึกเหรือกว่า โห เมิงคิดได้ไงเนี่ย เมิง…. ขอโทดนะ แต่บอกได้ว่า ใจแคบสุดๆ

    คุณอยู่ในสังคมที่เชื่อว่ามนุษย์ ไม่มีความเท่าเทียม และเสมอภาค จริงๆ อันนี้ใช่
    มันจะเสมอภาคได้ยังไง ในชีวิตคุณคุณต้องโพสิชั่นตัวเองเหนือว่าหรือต่ำกว่าคนอื่นตลอดเวลา มันก็ใช่
    เพราะฉะนั้นคุณก็ไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันกับมนุษย์คนอื่นๆได้ อ้าว แล้วจะเปนได้ไง ตัวใครตัวมันนี่ ถึงกูอยากจะเปนก็เหอะ แต่สังคมเปนแบบนี้ แล้วทำไรได้
    แถมคนไทยคนอื่นๆก็ ไม่ดีเอาซะเลย อย่างที่คุณเคยได้รับการบอกมา อย่างที่คุณเจอมา คุณก็เจอแต่คนที่ อืม ใช่ ไม่ดี แต่กูคิดเอง ด้วยเหตุและผลนะ ไม่ได้มีใครบอกกูมา กูมีสมองคิดเองได้ และทำเองได้
    ชอบวางอำนาจไม่ใช้เหตุผล ทำไมนะ คงเพราะคนไทยนี้มันสันดานไม่ดีกระมัง ? ไม่หว่ะ ชีวิตกูเจอน้อย และถ้ากูเจอก็ก็จะไม่สนมัน เปนที่สันดานหรือเปล่า ไม่รู้ช่างหัวมัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกูนี่

    ไม่มีอารมณ์วูบไหนที่คุณจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับคนทั้งโลก(เพราะคุณถูกทำให้เป็นไทย) โห จะเปนไปได้ ได้ยังไง ในเมื่อ ยังมีคำว่า ผลประโยชน์ อยู่บนโลกนี้

    ไม่มีอารมณ์วูบไหนที่คุณจะรู้สึกว่าคนทั้งโลกเป็นคนเหมือนๆกันๆ ไม่อะ ทุกคนเปน คนเหมือนกัน เพียงแต่ คิดไม่เหมือนกัน
    แชร์ความดีและความไม่ได้เรื่องเหมือนๆกัน ก็ต้องเปนงั้นอยู่แล้วอะ ต้องมีการแชร์กันตลอดอยู่แล้ว
    เพราะคุณกลายเป็นปัจเจกชนที่อยู่ในโครงสร้างลำดับขั้น เอ๊า ซะงั้น สงสัย กูจะนอกโครงสร้างมาไกล จนคนหาว่า บ้า

    คุณไม่สามารถภูมิใจกับความเป็นคนธรรมดาแบบที่ไม่ต้องอิงกับอะไร ไม่อะ กูภูมิใจกับชีวิตกู ทุกวันนี้มากๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด
    เพราะคุณต้องคิดถึงมนุษย์ในลักษณะลำดับขั้น ไม่เหนต้องคิดเลย

    คุณไม่มีสังคมที่คุณใช้อำนาจได้จริงผ่านการเลือกตั้ง การโหวต แล้วทำไม ต้องใช้อำนาจด้วยหล่ะ?
    ประสบการณ์เหล่านี้สำหรับคุณเป็นรูปแบบไม่ใช่สาระ ก็ไม่ใช่สาระจริงๆอะ เพราะมัน ไร้สาระ

    ไม่ต้องห่วง คุณมี “ท่าน” ใครวะ?
    คุณมีความสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้ อะไรล่ะ?
    ในฐานะของปัจเจกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ อ่อ ไม่เหนเกี่ยวไรกะกูนี่

    “ท่าน”ไม่เหมือน พ่อแม่แท้ๆของคุณซึ่งเป็นคนธรรมดา มีงี่เง่าให้เห็น เห่อๆ งี่เง่า เยอะแยะไปนี่
    ไอคอนเหล่านี้ สำหรับคุณ เป็นเรื่องเล่า ป่าวนี่ มีทั้งเรื่องจริง ที่เจอกับตัวเอง และเรื่องเล่า
    เป็นจินตนาการพร้อมภาพและเสียงมีชีวิต เห่อๆ พูดเปนดูหนัง สามมิติไปได้
    ซึ่งสามารถ แต่งให้เป็นเรื่องไม่มีทางทำอะไรผิดได้ โหยยยย ไม่ใช่ละ เมิงเปนเอามากป่ะเนี่ย มีวันผิด ดิ ตราบใด ที่เปนคน
    หรืออีกนัยหนึ่งคุณต้องการเรื่องเล่าที่ทำให้คุณ ต้องการจะบอกไร งง

    ความเชื่อนี้ ให้ความรู้สึกซาบซึ้ง กับคุณ ไม่เลย เห่อๆ
    คุ้นกับความรู้สึกว่า มีคนสำคัญ มีบุณบาระมี มารักคุณ ไม่อะ
    หวังดีกับคุณท่ามกลางประเทศ และเพื่อนร่วมชาติที่ห่วยแตกนี้ เห่อๆ ก็ไม่อีกอะ

    เมื่อคุณแต่งงาน มีลูก ยังไม่รู้อีกนะ แต่กูจะตอบในแนวคิดที่กูคิดว่ากูจะรู้สึก

    เมื่อคุณมีลูกคุณจะกลายป็นเทวดา เทวดาคืออะไรวะ? กูขอนิยามก่อน แต่กูว่ากูคงเปน พ่อของคน ที่เปนคน นะ เห่อๆ
    (พุทธศาสนาในไทยบอกไว้อย่างนั้น พ่อแม่เป็นเทวดา เป็นอรหันต์ เป็นพรหมของลูก บอกมาตั้งแต่ยุคที่พวกเจ้าอยุธา สุโขทัย ลูกฆ่าพ่อฆ่าแม่ พ่อแม่ฆ่าลูกฆ่าญาติ
    แย่งบัลลังก์กันเป็นปกติ …. สาธุ ช่างเปนพระบารมียิ่ง ถ้าท่าน-พวกเจ้าสมัยนั้น-ไม่ฆ่ากันชิปหายในครอบครัวอย่างนั้นพวกเราคงไม่แผ่นดินอยู่….จริงๆนะ ไม่เชื่อก็ลอง
    ไปอ่านประหวัดสาดเวอชั่นฮิตๆดูสิ ) เรื่องของพุทธศาสนามันดิ

    เมื่อคุณจะได้ทำในสิ่งเดียวกับที่เคยถูกทำแล้ว เอ๊า คิดแบบนั้นมันก็ฉิบหายดิ ลุกเมิงนะ ยังจะเอาเรื่องในอดีตตามมาหลอกหลอนอีก ไม่รู้จะใช้คำพูดอะไร บอกเมิงให้เข้าใจละ

    คุณลืมห่าไปหมดแล้วว่าความทุกข์ของเด็กเปนไง กูไม่ลืม เพราะกูจำไม่ได้ ว่ากูเคยรู้สึกยังไง
    คุณทำสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุด อันนี้แน่นอน

    แต่ส่วนใหญ่แย่กับเด็ก T-T เอ๊า ซะงั้น เออ แต่เปนไปได้

    เอาน่า
    อย่างน้อยที่สุดคุณทำได้ไม่แย่ไปกว่าคนรุ่นพ่อแม่คุณแน่นอน แล้วไง รู้ได้ไง?

    แต่ส่วนใหญ่แล้ว
    คุณพยายามสอนเด็กทุกอย่าง ควบคุมเด็กทุกอย่าง เหมือนที่คุณเคยได้รับมา ไอควบคุมนี่ไม่ใช่ละ คนนะเว้ยยยยยยย ไม่ใช่หุ่นยนต์

    คุณมีอำนาจที่จะบอกว่า คุณเป็นพ่อ แม่ พ่อแม่เกิดก่อน หวังดี และ ถูกเสมอ เห่อๆ ถูกเสมอ นี่ก็ไม่ใช่ละ ถูก คืออะไร ผิด คืออะไร? ไม่มีางอะ ต่างคนต่างความคิด ก็เหมือนกับ คำว่าถูกและผิดนั่นแหละ บางคนก็มองว่า บางคนก็มองว่าผิด แล้ว มันจะถูกเสมอได้ไง

    ประชาธิปไตยเหรอ
    ประชาธิปไตยพ่อมึงดิ
    ไม่ใช่เรื่องของกู อืม อันนี้ใช่
    ไอ้ชิปหาย อ้าว ใครฉิบหายอะ ขอเปนนักการเมืองละกัน

    แล้วเด็กคนนั้นก็จะมีประสบการณ์คล้ายๆกับคุณ ดีละ ขออย่าคล้ายเมิงละกัน เพราะเมิงก็ลบเกินไป หลายๆอย่างเมิงก็คิดเหมาะสมละนะ แต่ก็อย่าเกินไป สุดท้ายมันจะกลายเปนไม่เหมาะสมไป
    นั่นเอง….

    สาธุ….

    หมายเหตุ 1

    แรงบันดาลใจบางส่วน
    มาจากคุณ กิ๊กผม …เธอเป็นยอดมนุษย์ ( โดยเฉพาะ “ไอ้ชิปหาย” ทั้งหมด )

    หมายเหตุ 2

    รวมศัพท์

    รีโปรดิ๊ว = reproduce, reproduction
    จัสติฟาย = justify
    อะนาคิส = anarchism
    โปรปากันด้า = propaganda
    ออโธริตี้ = authority
    ออโธริทาเรี่ยน =authoritharian
    ไอเดนติฟาย = identify
    ระบบอาวุโส = ระบบอาวุโส

  4. 21
    กราบบบบ Says:

    พูดจาภาษาเทพกันหลายคน
    อย่างนี้ต้อง…….

Pages: [3] 2 1 » Show All

Leave a Reply