ย้อนอดีต ชีวิต จาก วัยเด็ก การลงโทษ พ่อแม่ ชีวิตวัยเรียน และ ความเป็นไทย
ฟ้าเดียวกันคุณมาจากไหน ?
ย้อนอดีตแบ๊กกราวน์ชนชั้นกลาง ชีวิตวัยเด็ก ครอบครัว ชีวิตวัยเรียน การให้รางวัลและการลงโทษ และ ความเป็นไทย
1 นี่เป็นความพยายามจะย้อนอดีต ความทรงจำและประสบการณ์รวมหมู่ของชนชั้นกลาง, ซึ่งเป็นชนชั้นของผู้เขียนเอง, เพื่อปะติดต่อภาพว่าโลกทัศน์แบบชนชั้นกลางมีที่มาจากอะไร ประสบการณ์แบบไหน การสร้างคอนดิชั่นทางสังคมแบบไหน ทำให้ชนชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นอย่างปัจจุบัน
2 เรื่องนี้เขียนด้วยภาษาแบบคนทำมะดาคุยกัน การสะกดที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนเป็นความตั้งใจของคนเขียนเอง
โปรดนึกถึงตอนเด็กๆ
ลองนึกถึงตัวเองตอนอายุหลักเดียว…
ผู้ใหญ่ รอบๆตัวคุณจะเลี้ยงดูคุณ ดูแลคุณ
คนที่อายุมากกว่าคุณรอบตัวคุณจะล้อเลียนคุณ แกล้งคุณ โกหกคุณ
ใช้อารมณ์ในการบังคับควบคุมคุณ
ลงโทษคุณ ให้รางวัลคุณ เล่นล่อเอาเถิดกับคุณ
แกล้งคุณให้ร้องไห้แล้วบอกว่าอย่าร้องนะ ฯลฯ
คนที่มีอายุมากกว่าคุณ มีอำนาจมากกว่าคุณทุกคนดูจะเอาแน่นอนไม่ได้
บางครั้งก็รักคุณ บางครั้งก็ทำร้ายคุณทางจิตใจและร่างกาย มากบ้างน้อยบ้าง
ยกเว้นคุณโชคดีเกิดในบ้านที่เป็นส่วนน้อยมากๆคุณจะเจอกับสิ่งเหล่านี้น้อยหน่อย
คุณเรียนรู้ว่า คุณมีอำนาจน้อยกว่า และต้องยอม
คุณเรียนรู้ลำดับความสำคัญของตำแหน่งทางสังคม
พี่ น้อง ญาติ
หน้าที่ของผู้หญิง ของผู้ชาย
เมื่อคุณไปโรงเรียน คุณจะต้องถูกล้อชื่อพ่อแม่
แล้วไม่ว่าคุณจะเข้าใจว่าอย่างไรก็ตาม
คุณจะเริ่มรู้สึกว่าการล้อชื่อพ่อกับแม่เป็นเรื่องเสื่อมเกียรติ
คุณจะเริ่มรู้สึกว่าคุณต้องปกป้องสิ่งที่ว่านี้เอาไว้
อันนี้คงจะเป็นประสบการณ์แรกในการรักษา
อะไรบางอย่างที่มีสัมพันธ์กับคุณในเชิงโครงสร้าง
การรักษาสถาบันอันแรก ?
เมื่อคุณไปโรงเรียน
คุณจะเรียนรู้การตอบสนอง
ให้ถูกใจคนที่มีอำนาจมากว่าคุณ
การทำตามๆไปโดยไม่ต้องคิด
การอดทนที่จะอยู่กับ ครู
ที่ส่วนใหญ่ชอบแสดงความวิปริตทางอารมณ์
ความคลั่งไคล้การลงโทษ การใช้ความรุนแรง
ความปรารถนาที่จะได้ข่ม ได้โอ้อวดความรู้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมี
ความปรารถนาที่จะแสดงอำนาจด้วยการจับผิด เรื่องการแต่งตัว ทรงผม
หรือ การออกกฎบ้าๆบอๆ มาควบคุมนักเรียน
ความไวต่อแรงกระตุ้นทางเพศแบบผิดปกติ
แล้วแสดงออกด้วยการจับผิดการแต่งตัวของเด็กผู้หญิง
ครูแอบจิตที่เกลียด นร.หญิงที่สวยๆ
ครูหื่นที่ชอบลวนลามเด็ก
ครูหัวงูที่ชอบจีบเด็ก
ครูสาวแก่ที่ชอบด่าเด็กผู้หญิงที่สนใจผู้ชาย
ครูทอมที่ชอบทำตัวห้าว เป็นฮีโร่แบบโง่ๆ หรือชอบหลีเด็กผู้หญิง
ทั้งหมดภายใต้คำแก้ตัวว่าหวังดี
คุณเรียนรู้ที่จะยอมรับต่อหน้าเพื่อได้รางวัลอะไรบางอย่าง
และ นินทาลับหลังเมื่อมีโอกาส
พูดถึงเนื้อหาของสิ่งที่คุณเรียน หลักสูตรมาตรฐานของประเทศนี้จะสอนคุณว่า
ชาติ เป็นสิ่งสำคัญมาก
เจ้าส์ มีบุญคุณกับเรามากมาย
ประเทศไทยอยู่มาได้เพราะเจ้า
พุทธศาสนาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมไทย
คณะราษฏรชิงสุกก่อนห่าม
คอมมิวนิสต์เป็นปีศาจ
เจ้าไม่เคยมีบทบาททางการเมืองหลัง2475
นักการเมืองเลว ซื้อเสียง
ป๋าเป็นนายกที่คนไทยภูมิใจ
การยกย่องคิงเป็นเรื่องจำเป็น ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้
เอ็นจีโอเป็นนายหน้าค้าความจน
คนจนนั้นโง่ น่าสงสาร
ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย
ระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด มีระเบียบวินัยแล้วชาติจะเจริญ
ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องโง่ในประประเทศนี้
เซ็กเป็นเรื่องเลวร้ายตราบใดที่ไม่ได้จัสติฟายด้วยการแต่งงาน
คนไทยโง่ คนไทย ไม่สามัคคี คนไทยไม่ได้เรื่อง คนไทยขายเสียง
พม่าเป็นศัตรู น่ากลัว ลาวด้อยกว่า
เวียดนาม มาเล สิงคโปร์ เป็นคู่แข่ง
เค้าเก่งกว่าดีกว่า แต่เราโชคดีกว่าที่มีคิง
แต่ทั้งหมดนั้นคุณไม่ได้สนใจมันมากนัก
คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ การแก่งแย่งความเด่นความดัง
อำนาจ และตำแหน่ง เล็กๆน้อยเปรียบเทียบกับเพื่อนๆของคุณ
และ ความสนุกสนาน
คุณอยู่ในความสัมพันธ์แบบแข่งขัน
และโดยส่วนใหญ่แล้วคุณไม่ใช่ผู้ชนะ
ถ้าจะมีเลือกตั้งประธานนักเรียน ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่ตัวแทนของคุณถูกคอนโทรลอยางเคร่งครัดจากครู
และพูดอะไรบางอย่างตามแบบที่ครูต้องการ
และคุณก็ไม่สนใจมันจริงๆหรอก
คุณไม่สามรถรวมตัวกันต่อต้านอำนาจอะไรของโรงเรียนได้
โรงเรียนปฏิบัติต่อคุณในลักษณะปัจเจก ดีไวด์แอนด์รูล
ช้าก่อน ถ้าโชคดีหน่อย(?) เรียนในโรงเรียนช่างๆ เทคนิค เทคโน อาจจะได้ยกพวกตีกับโรงเรียนอื่นด้วย
เข้าแก๊งต่างๆ ได้แสดงความรัก “สถาบัน” กันอย่างเป็นรูปธรรม
(ส่วนเด็กแซ๊บ เด็กแว๊น เด็กสก๊อย อย่าน้อยใจไป คนสำคัญในประเทศนี้ก็เคยรักการขับรถซิ่งมาก่อน)
ในประสบการณ์คุณ
แทบไม่มีอะไรที่ตัดสินด้วยการโหวต
คุณไม่สามารถพูดอะไรบางอย่างได้เสมอ ที่บ้านและโรงเรียน
คุณรู้ว่าพูดอย่างทำอย่างไรจะได้รางวัลเสมอ
ก็แค่ พูด ตอบ อย่างที่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าคุณคาดหวังให้คุณตอบ ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรก็ตาม
และคุณหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพราะคุณมีอำนาจไม่พอที่จะต่อกรกับผู้ใหญ่
อย่างมาก คุณก็หาเรื่องใครที่มีอำนาจน้อยกว่าคุณ
คุณไม่ได้สังเกตหรอกว่าทำอย่างนั้นไปทำไม
คุณอาจจะต่อต้านสิ่งเหล่านี้
ต่อต้านในลักษณะของปัจเจก
หรือแก๊งกับโครงสร้างของอำนาจในโรงเรียน
อุดมการณ์ ที่ว่าการไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่ต้องทำ
การต่อต้านนี้มีหลายรูปแบบเป็นไปโดยธรรมชาติ
ไม่มีอุดมการณ์ที่เป็นรูปเป็นร่าง อาจจะทำโดยแก๊งหรือปัจเจก
รูปแบบของการต่อต้านนี้ มีลักษณะรวมกันอย่างหนึ่งคือการต่อต้านอำนาจของสถานศึกษา
มีความสร้างสรรค์ในกระบวนการต่อต้านอยู่มาก
ฟังดูดี เหมือนที่พวกสนับสนุนอะนาคิสชอบพูด
แต่การต่อต้านทั้งหมดล้มเหลว…..
เพราะการต่อต้านทั้งหมด
ไม่สามารถสร้างอุดมการณ์อะไรบางอย่างที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์หลักของโรงเรียนขึ้นมาได้
จบจากโรงเรียน
คุณจะพยามมองกลับไปแล้วเลือกสิ่งที่ดีๆ เพราะใครก็สอนไว้ว่า มองแต่แง่ดี
ในสังคมไทยนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่มีอำนาจมากขึ้นเท่าไหร่ คุณต้องพยายามมองในแง่ดี แง่ไม่ดีนั้นคุณห้ามพูด แม้แต่คิดก็อาจบาป
อุ๊ป…น่ากัวจางเยย
แม้แต่พุทธทาส ซึ่งเวลาสอนก็มักพูดเรื่องไม่ดีของปุถุชนคนธรรมดาในสายตาแก
ก็บอกว่ามองแต่แง่ดีเถิด
โซ ยู ก้อเลย ภาคภูมิใจ ซึ้งกับ โรงเรียนของคุณ
มองกลับไปอย่าง”อดีตผู้แพ้ที่เข้าใจโลก”
และบอกว่า มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก
เพราะคุณอยู่นอกสถานการณ์นั้นแล้วในขณะที่คุณพูด
อยู่ในอีกสถานภาพหนึ่ง ที่ต่างไปอย่าสิ้นเชิง
ไม่ว่าคุณจะมองอย่างไร
โรงเรียนประสบความสำเร็จในการทำให้คุณเชื่อในเรื่องส่วนใหญ่ที่สตรัคเจอร์ต้องการ
กลับไปมอง”เด็ก”ที่เป็นเหมือนคุณว่า ไร้เดียงสา และจะได้เรียนรู้เอง
คุณพูดสิ่งที่คุณเคยได้ยินมาบ่อยๆ วิ่งที่คนมีอำน่จมากกว่าคุณพูดให้ได้ยินตอนเด็กว่า
“พอโตแล้วก็เลยเข้าใจ”
แหละนี่ก็เป็น
ประสบการณ์ที่สองที่คุณ”มีส่วนร่วม”ในการรีโปรดิ๊ว โครงสร้างเชิงสถาบัน ของกระบวนการศึกษา
เอาล่ะ เข้ามหาลัยแระ
คุณเริ่มมีอำนาจมากขึ้น อำนาจแรกของคุณในการระบายออกถึงสิ่งที่คุณเคย
คุณชอบรับน้อง มันสะใจ….
ไม่รู้ล่ะ
เอาเป็นว่าคุณชอบ
คุณจึงปกป้องครั้งแรกที่คุณได้เป็น”ผู้ใหญ่”
การเป็นผู้ใหญ่ในแง่นี้คือการที่คุณได้คอนโทรลคนอื่น
ทำให้คนอื่นอยู่ใต้อำนาจคุณ
โดยมีอุดมการณ์บางอย่างรับรอง
คุณรู้สึกถึงการจัสติฟายอำนาจโดยอ้างอาวุโสแล้ว
เหมือนที่คุณเคยถูกผู้ใหญ่กว่าคุณทำมาตลอดชีวิต อืม…
เป็นไงล่ะ นี่ล่ะคือการลองชิมสุดยอดของความเป็นไทย
คุณเรียนรู้การมีอำนาจตามลำดับขั้น
มีคนที่คุณต้องเคารพ มีคนที่เคารพคุณ
นี่คือความเป็นไทย ของจริง
ความเป็นไทยที่กระซวงวัดทะนะทำไม่ค่อยอยากพูดถึง
คุณเรียนรู้วิธีที่จะเล่นพรรคเล่นพวก
จากกระบวนการนี้
คุณอยู่กับกลุ่มเพื่อนของคุณ
คุณไม่มีกิจกรรมอะไรมากนักกับสังคม
คุณคุ้นเคยกับสังคมแก๊งกลุ่มเล็กๆ จนคุณโต
คุณมีรุ่นน้องให้คุณวางอำนาจเล่น
รุ่นน้องที่ให้คุณเล่มเกมกดดันทางจิตเล่นๆ
คุณมีรุ่นพี่ให้เคารพ
( เมิงจะเอาอะไรอีกล่ะ ? )
และคุณก็อยู่ในมหกรรม โพรพากันด้าแบบย่อย
ในการปกป้อง ความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของมหาลัย
คุณได้เป็นลมหายใจของการระบบเส้นสาย สี
และ
ที่จริงมันมีเหตผล ในการปกป้องชื่อเสียงของมหาลัยคุณ
เพราะมันมันต้นทุนในการทำมาหากินของคุณในอนาคต
เป็นความภาคภูมิใจของคุณ
และใครที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชาวบ้าน “คนไม่มีการสึกสา” ก็ย่อมดูด้อยกว่าคุณ
นี่เป็น ประสบการณ์ที่สามในการรักษาสถาบัน….
และเราต้องไม่ลืมว่า ท่ามกลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอำนาจของคุณที่นี่
บรรดา อาจาน ทั้งหลายก็ยังคงมีสถานะเหนือกว่าคุณ ชี้เป็นชี้ตายให้กับคุณได้
และคุณก็เรียนรู้การแกล้งๆ เคารพในแบบไทยมามากพอที่จะดีลกับบรรดาอาจานเหล่านี้ได้
บางกรณีคุณอาจเชื่อว่าอาจานเหล่านี้บางคนมีความรู้มากกว่าคุณ มีความเหนือกว่าทางออโธริตี้มากกว่าคุณจริงๆ บางกรณีอาจจะไม่ แต่ช่างมันเถอะ……
เมื่อคุณออกจากมหาลัย
…เดี๋ยวๆๆๆๆ ก่อน! ในวันที่คุณดีใจที่สุด “ท่าน”ก็มาอยู่กับคุณด้วย
แหม๋ๆๆ ชิปหายแระ
ช่างน่าปลาบปลื้มจริงๆ
แล้วคุณก็ไปทำงาน
คุณมีโอกาสมากกว่า
คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้แล้ว
ไชโย !
ทำงาน
คุณทำงานภายใต้ ระบบออโธริทาเรี่ยนเต็มรูปแบบ
อำนาจคือความถูกต้อง ไม่มียูเนี่ยนเป็นส่วนใหญ่
ชีวิตก็เหมือนเดิม เพื่อนเปลี่ยนจากหมาลัยเป็นเพื่อนที่ทำงาน
แต่คุณพอจะมีโอกาสตักตวงอะไรจากระบบนี้ได้บ้าง
คุณมีคนที่คุณข่มได้
คุณอยู่เหนือ ชาวบ้านคนไม่มีการศึกษา
บางทีคุณก็จ้างเค้าด้วยค่าจ้างถูกๆ
ค่าจ้างที่คุณไม่มีทางยอมให้ตัวเองได้รับ
แต่ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องปกติ
ศาสนาบอกว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
อย่าคิดมากดีกว่า
เราเป็นคนไทย
ยังไงเราก็โชคดีที่มีในหลวง
บางคุณอาจประสบความสำเร็จ
รวย หรือมีการงานดี
ยินดีด้วยนะ.
..ไอ้ชิปหาย
เอาล่ะ ย้อนมาดู กันดีกว่า คุณมีอะไรบ้าง
คุณมีครอบครัว
เพื่อน
เพื่อนร่วมงาน
แฟน
คุณมี “สังคม” ที่กว้างกว่ากลุ่มคนที่คุณรู้จักไหม
คุณมีพื้นที่สาธารณะที่คุณมีความสัมพันธ์ในฐานะมนุษย์เหมือนกับคนอื่น เท่าๆกับคนอื่น โดยไม่ต้องมี
ความสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนม( ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาวโส หรือ ระบบอุปถัมภ์ ) หรือเป็นกลุ่ม แก๊ง ที่ปิดตัวเองออกจากคนหมู่มาก) สังคมที่คุณเรียนรู้การเมืองในความหมายกว้าง
ในทางสร้างสรรรค์ เช่น การโหวต การทำงานร่วมกัน การใช้สิทธิ ฯลฯ
คำตอบส่วนใหญ่ คือ ไม่ หรือ ไม่น่าจะมี
คุณมีอะไรอีก คุณมีบทบาททางการเมืองไหม อาจจะ แต่ส่วนอยู่ในรูปแบบของ แฟนคลับดารา
สส. เข้ามาเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคุณไหม ส่วนใหญ่ไม่
แต่ สส เลว ส่วนใหญ่เลว สื่อบอกคุณอย่างนั้น การศึกษาบอกคุณอย่างนั้น
ส่วนภาษี คุณไม่ได้จ่ายภาษีให้สังคม คุณจ่ายให้รัฐ
ไม่ใช่สิ คุณไม่เต็มใจจ่าย แต่อำนาจบางอย่างบังคับให้คุณจ่าย
และอย่างน้อยคุณก็ใช้มันโอ้อวดได้ว่าคุณจ่ายภาษีมากกว่าชาวบ้าน
แล้วคุณมี ศาสนาไหม ?
มีสิ โอ้ จ๊อช ตราบใดที่คุณต้องการ ศาสนาจะคอยปลอบใจคุณ
ศาสนาช่วยให้คุณสบายใจ ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเวลาคุณเห็นความอยุติธรรม
เวลาคุณรู้สึกสงสัยว่าทำไมโลกนี้มันเอี้ยจังวะ ศาสนาจะคอยปลอบประโลมคุณ
ทำให้คุณลืมปัญหา ด้วยวิธีต่างๆกัน
นอกจากนั้นล่ะ
มีอย่างอื่นที่ทำหน้าที่แบบเดียวกับศาสนาไหม
มีสิ
ชาติ และ เจ้า ยังไงหละ
ทั้งหมดนี้แบบเดียวกันคือคุณ
มีความสัมพันธ์ กับ ไอคอนนั้น
แล้วคุณก็รู้สึกดีขึ้น
โดยผ่าน โปรปะกันด้าที่บอกว่า
ชาติ กับ เจ้า
เป็น พ่อแม่ ของคุณ
เป็น ที่เคารพบูชาของคุณ
เมื่อตอนเด็กคุณเคยต้องปกป้องพ่อแม่ของคุณ
คุณต้องปกป้อง “สถาบัน”การศึกษา ของคุณใช่ไหม
พวกนั้นกลายเป็นตัวตนของคุณใช่ไหม
ตอนนี้ คุณก็แค่ปัดฝุ่นกลับมาใช้อีกครั้งนึง
คุณเคยปกป้องพ่อแม่ของคุณ ศาสนาของคุณ โรงเรียนของคุณ มหาลัยของคุณ อาชีพการงานของคุณ และชาติของคุณ
ตอนนี้”เจ้า”เป็นเหมือนทั้งหมด
เป็น “เจ้าของ”คุณ
คุณเชื่อมั่นในตัวเองโดยไม่ต้องไอเดนทิฟายตัวเองกับข้างบนไหม
ไม่
ทั้งหมดนี้เพราะคุณไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเอง
แทนที่จะภาคภูมิใจในความเป็นคนธรรมดา
คุณถูกทำให้เชื่อว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย
ที่ทั้งโง่ เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีระเบียบวินัย
อย่างที่คุณเคยได้รับการสอนใน โรงเรียน และสื่อก็กรอกหูคุณอ้อมๆบ่อยๆ
แต่คุณไม่เป็นอ่ะ และก็ไม่อยากให้ใครย้ำเรื่องนี้
และ ทั้งมีน้ำใจ รู้จักให้อภัย เป็นเมืองพุทธ อยู่ใต้พระบารมี มีสัมมาคารวะ มีความกตัญญู ซึ่งคุณก็มีลักษณะนี้ เรื่องนี้ต้องเน้นมากๆ ใช่มั๊ยครับ
คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อคุณมองคนอื่นที่ลำบากมากกว่า จนกว่า ฯลฯ
แทนที่คุณจะรู้สึกว่านั่นเป็นปัญหาที่คุณควรต้องแก้ไข
หรือสงสัยว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไหม หรือคุณจะทำอะไรได้บ้าง
คุณมองไปที่เค้าแล้วคุณรู้สึก
ดี ขึ้น ใช่ไหม ถามตัวเองซิ
ใช่ไหม ?
ถ้าใช่ คุณหมกมุ่นกับตัวเองมากจริงๆ
ถ้าใช่ ลึกๆแล้วคุณเห็นด้วยกับการมีใครบางคนต้องคงความจนเอาไว้
เพราะคุณต้องการรักษาคนจนไว้เปรียบเทียบกับคุณเพื่อคุณจะได้มีคนที่คุณรู้สึกเหรือกว่า
คุณอยู่ในสังคมที่เชื่อว่ามนุษย์ ไม่มีความเท่าเทียม และเสมอภาค
มันจะเสมอภาคได้ยังไง ในชีวิตคุณคุณต้องโพสิชั่นตัวเองเหนือว่าหรือต่ำกว่าคนอื่นตลอดเวลา
เพราะฉะนั้นคุณก็ไม่สามารถเป็นหนึ่งเดียวกันกับมนุษย์คนอื่นๆได้
แถมคนไทยคนอื่นๆก็ ไม่ดีเอาซะเลย อย่างที่คุณเคยได้รับการบอกมา อย่างที่คุณเจอมา คุณก็เจอแต่คนที่
ชอบวางอำนาจไม่ใช้เหตุผล ทำไมนะ คงเพราะคนไทยนี้มันสันดานไม่ดีกระมัง ?
ไม่มีอารมณ์วูบไหนที่คุณจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับคนทั้งโลก(เพราะคุณถูกทำให้เป็นไทย)
ไม่มีอารมณ์วูบไหนที่คุณจะรู้สึกว่าคนทั้งโลกเป็นคนเหมือนๆกันๆ
แชร์ความดีและความไม่ได้เรื่องเหมือนๆกัน
เพราะคุณกลายเป็นปัจเจกชนที่อยู่ในโครงสร้างลำดับขั้น
คุณไม่สามารถภูมิใจกับความเป็นคนธรรมดาแบบที่ไม่ต้องอิงกับอะไร
เพราะคุณต้องคิดถึงมนุษย์ในลักษณะลำดับขั้น
คุณไม่มีสังคมที่คุณใช้อำนาจได้จริงผ่านการเลือกตั้ง การโหวต
ประสบการณ์เหล่านี้สำหรับคุณเป็นรูปแบบไม่ใช่สาระ
ไม่ต้องห่วง คุณมี “ท่าน”
คุณมีความสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้
ในฐานะของปัจเจกกับสิ่งศักดิ์สิทธิ
“ท่าน”ไม่เหมือน พ่อแม่แท้ๆของคุณซึ่งเป็นคนธรรมดา มีงี่เง่าให้เห็น
ไอคอนเหล่านี้ สำหรับคุณ เป็นเรื่องเล่า
เป็นจินตนาการพร้อมภาพและเสียงมีชีวิต
ซึ่งสามารถ แต่งให้เป็นเรื่องไม่มีทางทำอะไรผิดได้
หรืออีกนัยหนึ่งคุณต้องการเรื่องเล่าที่ทำให้คุณ
ความเชื่อนี้ ให้ความรู้สึกซาบซึ้ง กับคุณ
คุ้นกับความรู้สึกว่า มีคนสำคัญ มีบุณบาระมี มารักคุณ
หวังดีกับคุณท่ามกลางประเทศ และเพื่อนร่วมชาติที่ห่วยแตกนี้
เมื่อคุณแต่งงาน มีลูก
เมื่อคุณมีลูกคุณจะกลายป็นเทวดา
(พุทธศาสนาในไทยบอกไว้อย่างนั้น พ่อแม่เป็นเทวดา เป็นอรหันต์ เป็นพรหมของลูก บอกมาตั้งแต่ยุคที่พวกเจ้าอยุธา สุโขทัย ลูกฆ่าพ่อฆ่าแม่ พ่อแม่ฆ่าลูกฆ่าญาติ
แย่งบัลลังก์กันเป็นปกติ …. สาธุ ช่างเปนพระบารมียิ่ง ถ้าท่าน-พวกเจ้าสมัยนั้น-ไม่ฆ่ากันชิปหายในครอบครัวอย่างนั้นพวกเราคงไม่แผ่นดินอยู่….จริงๆนะ ไม่เชื่อก็ลอง
ไปอ่านประหวัดสาดเวอชั่นฮิตๆดูสิ )
เมื่อคุณจะได้ทำในสิ่งเดียวกับที่เคยถูกทำแล้ว
คุณลืมห่าไปหมดแล้วว่าความทุกข์ของเด็กเปนไง
คุณทำสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุด
แต่ส่วนใหญ่แย่กับเด็ก T-T
เอาน่า
อย่างน้อยที่สุดคุณทำได้ไม่แย่ไปกว่าคนรุ่นพ่อแม่คุณแน่นอน
แต่ส่วนใหญ่แล้ว
คุณพยายามสอนเด็กทุกอย่าง ควบคุมเด็กทุกอย่าง เหมือนที่คุณเคยได้รับมา
คุณมีอำนาจที่จะบอกว่า คุณเป็นพ่อ แม่ พ่อแม่เกิดก่อน หวังดี และ ถูกเสมอ
ประชาธิปไตยเหรอ
ประชาธิปไตยพ่อมึงดิ
ไม่ใช่เรื่องของกู
ไอ้ชิปหาย
แล้วเด็กคนนั้นก็จะมีประสบการณ์คล้ายๆกับคุณ
นั่นเอง….
สาธุ….
หมายเหตุ 1
แรงบันดาลใจบางส่วน
มาจากคุณ กิ๊กผม …เธอเป็นยอดมนุษย์ ( โดยเฉพาะ “ไอ้ชิปหาย” ทั้งหมด )
หมายเหตุ 2
รวมศัพท์
รีโปรดิ๊ว = reproduce, reproduction
จัสติฟาย = justify
อะนาคิส = anarchism
โปรปากันด้า = propaganda
ออโธริตี้ = authority
ออโธริทาเรี่ยน =authoritharian
ไอเดนติฟาย = identify
ระบบอาวุโส = ระบบอาวุโสแบบไทยๆ
ท่าน = ท่าน (ก็ท่านไง)
ถูกต้องตรงเผงเลย เราชอบมาก
เราอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนี่ง
ก่อนขึ้นตึกจะมีอาจารย์มายืนตรวจการแต่งกาย
ทำให้เรางงว่านี่เราอยู่มัธยมหรอเนี่ย
บ้านนี้เมืองนี้ มันไรกันเนี่ย
เขียนมันส์ดีครับ..ชอบมากๆตรง “ไอ้ชิบหาย” เนี่ยแหละ
ผมเห็นด้วยกับเนื้อหาส่วนใหญ่ของบทความนี้ครับ เมื่อย้อนกลับมามองตัวเองแล้วพบว่า ผมเองก็ถูกหล่อหลอมมาด้วยสิ่งเหล่านี้ที่ผู้เขียนเสนอ แม้จะรู้สึกว่าเป็นการมองด้านเดียวอยู่มากก็ตาม (ซึ่งผู้เขียนอาจจะจงใจที่เน้นย้ำด้านนี้ให้เห็น) แต่ผมเชื่อว่าชนชั้นกลางส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นการถูกหล่อหลอมมาแบบนี้
ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะครับ
ผมนึกว่าเค้าจะไม่เอาลงซะอีก
เพราะมันแปลกใปจากบทความทั่วไปของฟ้าเดียวกัน
เครื่องแบบและระเบียบวินัยตามโรงเรียน วิทยาลัย แม้แต่มหาลัย
เป็นการตลาดตัวหนึ่งที่เอาไว้ดึงดูดใจพ่อแม่ที่พาลูกมาดูที่เรียน
ว่า …เออ ที่นี่เค้าเคร่งดี ลูกเราจะได้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง
เพิ่งจะมีราวๆ 4 5 ปีหลังนี้ ที่พวกพาณิชฯเอกชนมีเครื่องแบบคิขุเซเล่อร์มูน
ผู้ชายก็ถอดแบบมาจากนักเรียนเท่หๆในการ์ตูนญี่ปุ่น เพื่อดึงดูดเด็กให้มาสมัครเรียนโดยตรง
ขอยืมไปใช้ในลายเซ็นนะครับ
แม่ปลื้ม
จบ
ขอบคุณจิงๆๆที่ทำให้เข้าถึงสัจธรรมแห่งชีวิต
นี่หรอคนไทย…..ดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีความภูมิใจในชาติเลยซักอย่าง
(ไม่ได้พูดถึงking)
นี่ถ้าประเทศไทยเจริญกว่านี้ไม่รู้คุณจะมีเวลามานั่งเขียนอะไรอย่างนี้รึเปล่า
มันเหมือนมีสาระนะแต่ดูเหมือนคนตกงานไม่ก็ผิดหวังกับชีวิตแล้วมานั่งพิมอะไรประชดชีวิตมากกว่า
ยอมรับว่าคุณเขียนตรงหลายเรื่องผมว่าประมาณ80กว่าเปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ
แต่ทุกประเทศเค้าก็เจอปัญหาเหล่านี้เหมือนกันกันแหละต่างกันที่วัฒนธรรม
เท่านั้นคุณเลยด่วนสรุปว่าประเทศไทยมันแย่
คิดนะ
ถ้าคิดไม่ได้ผมว่าคุณน่าจะย้ายออกจากประเทศนี้แล้วไปเสพเซกซ์แบบจุใจ
และก็ไม่ต้องมีคนที่ชื่อว่า”ท่าน”ให้รกหูรกตาคุณอีกต่อ
หรือถ้าไม่มีปัญญาก็ไปขอพรซะว่าชาติหน้าขออย่าเกิดเป็นคนไทยเลย
ผมเชื่อว่าไม่มีใครเดือดร้อนแน่นอนเพราะชาติไทยก็ไม่ต้องการคนอย่างคุณเช่นกัน
กรุณาลบซะเถิดอย่าให้พวกคนไม่ค่อยมีความรู้หลงเชื่ออะไรบ้าๆของคุณเลย
เขียนเอามันอะได้แต่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนด้วยประการทั้งปวง
เยี่ยม มองเห็นโครงสร้างของสังคมนี้เลยว่ะ
เราจะดัดแปลงหรือรื้อถอนโครงสร้างนี้ได้ยังว๊ะ
คงจะมีซักวัน เริ่มต้นที่ตัวเองก่อน
ความเห็นจาก เพื่ออะไร — March 11, 2008 @ 2:17 am
“นี่ถ้าประเทศไทยเจริญกว่านี้ไม่รู้คุณจะมีเวลามานั่งเขียนอะไรอย่างนี้รึเปล่า”
ก็เขาก็มาพูดถึงสาเหตุที่เขาคิดว่าประเทศไทยไม่เจริญนี้
“หรือถ้าไม่มีปัญญาก็ไปขอพรซะว่าชาติหน้าขออย่าเกิดเป็นคนไทยเลย”
เขียนแบบนี้ “เพื่ออะไร” ครับ ก่อนจะสั่งสอนคนอื่นใช้สมองตรองเสียก่อนว่าคุณมีปัญญาพอสอนเขาได้หรือเปล่า (อ้อ ถึงผมก็ตรองแล้วว่าถึงผมอาจจะมีไม่มากนัก แต่ก็เหลือเฟือที่จะสอนคุณครับ)แล้วดูท่าทางคนเขียนเขาไม่ได้โง่เหมือนคุณนี่ที่คิดว่าไปขอพรใคร แล้วใคร(หรืออะไร)จะบันดงบันดาลอะไรให้คุณได้
“ผมเชื่อว่าไม่มีใครเดือดร้อนแน่นอนเพราะชาติไทยก็ไม่ต้องการคนอย่างคุณเช่นกัน”
แล้วทำไมคุณถึงคิดว่า “ชาติไทย” ต้องการคุณล่ะ เพราะคุณภูมิใจในชาติไทยหรือ? คิดดูสิว่าคุณอาจจะภูมิใจในพระองค์ท่าน แล้วหมายความว่าพระองค์ท่านจะต้องภูมิใจหรือจะต้องการคนอย่างคุณหรือไม่ หรือคุณเป็นแค่ฝุ่นผงเถ้าธุลีเล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็นแค่นั้น
Get Real
“กรุณาลบซะเถิดอย่าให้พวกคนไม่ค่อยมีความรู้หลงเชื่ออะไรบ้าๆของคุณเลย
เขียนเอามันอะได้แต่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนด้วยประการทั้งปวง”
แถมยังนิยมปิดปากคนอื่นไม่ยอมให้ใครแสดงความคิดเห็นเสียอีก กลัวคนอ่านแล้วจะเชื่อ ทำไมต้องกลัวด้วยถ้าเขียนอะไรโง่ๆ (แบบคุณ) ต่อให้ขอพร ยังยากที่จะมีคนที่สติปัญญาจะเชื่อเลย
ความเห็นจาก เผด็จการครองอำนาจชาติจะสิ้น— March 11, 2008
ผมไม่ได้จะสั่งสอนเค้าแต่พิมเพราะว่าเค้าที่เขียนน่ะ
มองแคบไม่เปิดใจกว้างรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัวไงครับ
ถ้าเค้ายอมออกจากกะลาแล้วศึกษาเรื่องภายนอกบ้านมั่ง
เค้าก็จะรู้ว่าปัญหาข้างต้นนั้นมันเกิดขึ้นทั่วโลกนั่นแหละแต่ต่างที่วัฒนธรรมไง
ผมคิดว่าคุณเป็นคนไม่ชอบดูกีฬาแน่นอนเพราะคุณไม่มีน้ำใจนักกีฬา
ถ้าคุณเป็นโค้ชฟุตบอลแล้วมีนักเตะที่มีใจให้กับทีมวิ่งสู้ฟัดตลอด90นาที
กับนักเตะฉลาดแต่ขี้เกียจไม่ทำอะไรเลยแล้วยังไปสาดเสียเทเสียให้กับเพื่อนร่วมทีม(ผู้พัฒนาประเทศ) บั่นทอนกำลังใจใจการเล่นอีก
คุณว่าโค้ช(กษัตริย์)จะต้องการใครมากกว่ากันครับ
ประเด็นความรักชาติผมยอมรับครับว่ามีอยู่เต็มตัว
แต่เรื่องราชวงศ์ผมยังไม่ได้พูดซักคำครับว่าผมรักและเทิดทูน ดูเหมือนคุณจะคิดว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับบทความนี้จะเป็นคนรักราชวงศ์ครับ
ส่วนประเด็นเรื่องขอพรนั้นผมก็แค่ใส่อารมณ์กับคนๆนึงที่รกแผ่นดินก็เท่านั้น
ผมเป็นแค่นักบอลที่วิ่งสู้ฟัดตลอดทั้งเกม ไม่เคยเรียกร้องให้ใครมาสนใจ
และทำร้ายจิตใจเพื่อนร่วมทีมเหมือนคุณ และไม่เคยบ่นกับชีวิตที่ทุกข์ยาก
คุณ เผด็จการครองอำนาจชาติจะสิ้น คงจะเป็นผู้มีความรุ้จริงๆแหละครับแต่
เป็นพวกที่ว่างจัดไม่รุ้ว่าว่างเพราะไม่มีใครต้องการหรือว่างเพราะว่างจริงๆเลย
มานั่งพิมอะไรทำร้ายชาติเล่นๆดีกว่า
ผมว่าคนอย่างคุณก็คงเป็นนักบอลที่เก่งแต่ขี้เกียจนั่นแหละครับ
คุณว่าแฟนบอล(ประชาชน)เค้าจะชอบใครล่ะครับ?
ไอ้คนที่เขียนน่ะ
เลวจริงๆ
ติดตามอ่านประเด็นนี้เพิ่มเติมได้ใน
Questionamark ฉบับที่ 7 “ฉบับมอมเมาเยาวชน” (ปกป๋าเต็ด)
“ระบบการศึกษา vs. หนังโป๊ ยาเสพติด การพนัน ”
ยังเหลืออื้อซ่าเลย มีใครสนใจซื้อบ้าง
ติดต่อมาได้นะ dancingblackrabbit@hotmail.com
อ่านหลายรอบ แล้ว สำนวนประชดประชัน ขำ ขำ วัยรุ่น ฮาดี
ไม่มีเรื่อง รด. เลย อ่ะ เขียนเพิ่ม สิ รด.ช. รด หญิง ก็ดี รด.กระเทย
เราเรียนรู้การสู้รบเพื่อรักษาชาติไทย ได้ดี แค่ไหน น่ะ ?
ฟ้าเดียวกันออนไลน์ » ย้อนอดีต ชีวิต จาก วัยเด็ก การลงโทษ พ่อแม่ ชีวิตวัยเรียน และ ความเป็น…
…
ดีครับดี
ถึงท่านที่อ่านแล้วไม่พอใจ
ผมเสียใจที่ทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้น
และยืนยัน ว่าถ้าอ่านดีดี น่าจะรู้สึกได้ว่าผมไม่เชื่อว่าคนไทยนี้แย่
อย่างที่เขาโปรปะกันด้ากัน เพราะผมเชื่อในมนุษย์มากพอสมควร
ที่ว่า ทำไมเขียนแต่เรื่องเมืองไทย ประเทศไหนๆก็มีปัญหา อันนี้คงจะจริง เพราะผมไม่มีตังค์ไปอยู่เมืองนอก เลยเขียนถึงปัญหาของฝรั่ง แขก จีน ทิเบต ภูฎาน ไม่ได้
ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านในที่นี้ อย่าทะเลาะกัน
ขอให้ตั้งมั่นในความสามัคคี
เพราะว่าความสามัคคีนี้เป็นคุณสมบัติสำคัญของความเป็นไทย
บางครั้ง เราก็คิดไม่ตรงกัน
ทั้งๆที่
เราก็เกิดมาเป็นคนไทย มีความแตกต่างในไทยๆ กันเอง น่ะแหละ
เพราะความเป็นไทย ที่เราต่างคิดไม่เหมือนกัน